'นักเลง' แห่งวังหลัง[Rewrite]

ตอนที่ 18 : บทที่ 14 กาฝาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,263
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 384 ครั้ง
    18 ธ.ค. 62

 

น้ำแกงตุ๋นโสมมียาพิษอ่อนๆ ที่จะออกฤทธิ์ทำให้ร่างกายอ่อนแรง และอีกอย่างที่มีพิษก็คือของหวานที่ทำจากลูกบัวเงาปีศาจที่หาได้ยากและมีฤทธิ์กัดกร่อนวิญญาณเพคะเสี่ยวปิงที่ปกติจะเป็นคนอารมร้อนที่สุดกล่าวรายงานด้วยความเยือกเย็น ซึ่งความสามารถนี้ได้มาจากการฝึกฝนมาตลอดหลายปี น่าแปลกที่คนอย่างนางที่แทบจะไม่ค่อยควบคุมอารมณ์ของตนเองสักเท่าไหร่สามารถปรุงยาและเข้าใจในศาสตร์แห่งยาและพิษได้ดียิ่งกว่าใครๆ ในรุ่น

 

ต่างจากเสี่ยวเปาที่เป็นคนอารมณ์เยือกเย็นและสงบนิ่ง กลับมีความสามารถในการต่อสู้ที่โดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง ทั้งพรสวรรค์อันน่าหวาดหวั่นและความเข้าใจในเพลงยุทธ์ที่เหนือล้ำยิ่งกว่าใคร โดยเฉพาะเวลาที่ร่างอันแสนนุ่มนิ่มและบอบบางนั้นจับอาวุธประจำกายนั้นมันราวกับว่านางเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

 

ทั้งความเร็วในการฝึกฝนนั้นยังรวดเร็วเป็นอย่างมาก เพราะตอนนี้นางนั้นอยู่ในชั้นปราณสีเหลืองขั้นปลายแล้ว ทั้งๆ ที่นางนั้นใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแหละเหลียนฮวากับน้องสาวก็ตามที

 

ซึ่งในจุดนี้นี่เองที่ทำให้นางเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ตกใจและแปลกใจในพลังของเหลียนฮวามากที่สุด เพราะนางนั้นได้ติดตามเหลียนฮวามาตั้งแต่ยังเล็ก จึงเป็นคนที่รู้ได้ว่าผู้เป็นนายนั้นแทบจะไม่เคยหยิบจับตำราวิชายุทธ์เสียด้วยซ้ำ ไม่ต้องกล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเวลาอันสั้นแบบนี้ ที่จากคนที่ไม่เคยฝึกฝนกลับสามารถที่จะแสดงพลังได้ด้อยกว่านางเพียงแค่สองขั้น ซึ่งนั้นเท่ากับว่าเหลียนฮวาในตอนนี้นั้นสามารถแสดงพลังยุทธ์ขั้นสีเหลืองระดับต้นได้ทั้งๆ ที่เพิ่งผ่านช่วงเวลาแห่งความตายมาได้เพียงแค่สองคืน!

 

อย่างที่คิดเอาไว้จริง และพิษทั้งสองก็คงเป็นพิษที่ไร้สีและไร้กลิ่นอย่างนั้นด้วยสินะ ที่สามารถผ่านการตรวจสอบของห้องเครื่องมาได้เหลียนฮวาพูดขึ้นในขณะที่ก้มลงมองอาหารหลากหลายที่วางอยู่ตรงหน้า นี่ขนาดท่านพ่อแสดงพลังไปตั้งขนาดนั้น ทั้งข้าได้ทำในสิ่งที่โหดร้ายพอสมควรให้เห็นกันแล้ว แต่ก็ยังมีคนที่พยายามจะแว้งกัดข้าอยู่ดี

 

แล้วเรื่องนี้...เสี่ยวปิงทำท่าว่าจะกล่าวอะไรแต่เหลียนฮวาก็ขัดขึ้นเสียก่อน

 

เรายังไม่ต้องรายงานท่านพ่อในตอนนี้ ข้ารู้ว่าพวกเจ้าเป็นห่วงข้า แต่ข้าก็มีพวกเจ้าที่คอยดูแลอยู่ มันคงยากที่จะมีใครลอบปองร้ายเราได้นางหันไปกล่าวกับทั้งสองและสบตากับเสี่ยวเปาเป็นพิเศษ เพราะถึงอย่างไรนางก็เป็นคนที่ดูแลในเรื่องต่างๆ ทั้งยังเป็นผู้เก็บรักษาสิ่งของที่ได้รับมาจากที่จวนตระกูลหลี่เอาไว้

 

ซึ่งกำไลหยกธรรมดาๆ ซึ่งอยู่ที่ข้อมือของนางนั้นหลายคนอาจจะคิดว่ามันคือกำไลหยกประดับทั่วๆ ไป แต่จริงๆ แล้วมันคือหนึ่งในสมบัติหายากอย่างหนึ่งที่ตกทอดกันมาภายในตระกูล นั่นก็คือกำไลเก็บของที่มีการลงอักขระพิเศษซึ่งหลงเหลือมาจากยุคสมัยโบราณ และตอนนี้เสี่ยวเปาที่มีพลังต่อสู้สูงที่สุดในบรรดาคนทั้งสามก็ได้รักษามันเอาไว้และปกปิดความลับนี้อย่างมิดชิดมาโดยตลอด มีเพียงคนแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่จะรู้ได้ถึงการคงอยู่ของสมบัติล้ำค่านี้

 

แล้วเราจะเอายังไงกับมันดีเจ้าคะเสี่ยวปิงที่กลับมาเป็นปกติถามเหลียนฮวาในขณะที่มองจานทั้งสอง

 

ตอนนี้ก็คงปล่อยไปก่อน อ้อ แล้วก็อย่าลืมทำร่องรอยเหมือนว่าพวกมันถูกกินไปสักสามในสี่ ก่อนที่จะนำกลับไปเก็บที่โรงครัว ข้าคิดว่าพวกหนูที่คอยคาบข่าวมันน่าจะแสดงอาการออกมาบ้าง แม้จะไม่ใช่ในเร็ววัน แต่อีกไม่นานพวกเราคงจะได้รู้ว่าทั้งสองอย่างนี้ได้มาจากใคร

 

เจ้าค่ะ

 

 

อื่ม อย่าลืมกำชับโรงครัวล่ะว่าให้เตรียมของหวานนี่มาตลอด ส่วนพิษที่ทำให้อ่อนแรงถ้าข้าคาดการไม่ผิดคงจะเป็นพิษที่สามารถจะผสมลงไปในจานไหนก็ได้ แล้วก็อย่าลืมสั่งอย่างอื่นหมุนเวียนกันไปด้วยล่ะ สลับๆ กันไปเพื่อความแนบเนียนเหลียนฮวายิ้มไปพลางพูดไปพลาง เพราะตอนนี้นางกำลังตลกกับตัวเองในสมัยก่อนและรู้สึกสนุกที่ได้ทำอะไรแบบนี้ ‘การเล่นแมวจับหนูมันน่าสนุกจริงๆ ด้วยสินะ

 

 

 

แล้วเรื่องข้ารับใช้เล่าเจ้าคะ เราจะเอาอย่างไรต่อ จะไปวันนี้เลยหรือไม่เจ้าคะเสี่ยวปิงเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่หญิงสาวจัดการสำรับเสร็จเรียบร้อยแล้ว

 

ไปแจ้งจ้าวกงกงว่าเอาเป็นสักปลายยามเว่ย (13.00-14.59)ก็แล้วกัน ข้าขอพักสักพัก ตอนนี้ยังรู้สึกว่าร่างกายยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางนัก ของีบสักหน่อยก็แล้วกัน

 

เจ้าค่ะ ว่าแต่เราจะไว้ใจพวกที่จะรับเข้ามาได้แน่หรือเจ้าคะ ให้ทางท่านแม่ทัพส่งคนเข้ามาไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ อย่างน้อยจะได้ส่งนายกองมือดีเข้ามาสักคนสองคนก็ยังดี

 

เจ้าจะบ้าหรอ นี่คิดจะให้พวกเค้าสละ...ตัดมันเพื่อเข้ามาในวังเนี่ยนะ เจ้าไม่สงสารพวกเขาบ้างหรือไงหญิงสาวขำกับความคิดของอีกฝ่าย

 

 

แต่ว่า...

 

เอาเถอะแล้วเจ้าจะเข้าใจเอง ตอนนี้พวกเจ้าก็ออกไปได้แล้ว

 

“...”

 

“...”

 

เมื่อสองพี่นอกจากไปหญิงสาวก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นบรรทม แต่แทนที่นางจะนอนลงแต่กลับนั่งในท่าดอกบัวแล้วเริ่มโคจรพลังไปทั่วร่างอย่างช้าๆ...

 

 

 ..........................................................

 

 

 

     อื่ม....เสียงครางในลำคอดังออกมาจากร่างบางที่เพิ่งจะออกจากห้วงภวังค์แห่งการฝึกตน ยากกว่าที่คิดแฮะ นี่ขนาดแค่ขั้นแรกเท่านั้นยังยากขนาดนี้ นี่ถ้าขั้นสองมันจะยากขนาดไหนกัน

 

     เหลียนฮวาอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาเบาๆ เพราะแค่เพียงขั้นแรกกว่าที่จะโคจรปราณไปครบหนึ่งรอบยังใช้เวลานานราวครึ่งชั่วยาม เท่ากับว่าตลอดสองชั่วยามนี้นางสามารถโคจรพลังได้เพียงแค่สี่รอบ ซึ่งมันน้อยมากหากเทียบกับเคล็ดวิชาของคนทั่วๆ ไป

 

     แต่ก็นั่นแหละ ความแตกต่างนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความต่างชั้นกันของพลังของนางกับคนอื่นๆ นั้นมากมายตามไปด้วย เพราะโดยปกติแล้วเคล็ดวิชาทั่วๆ ไปจะโคจรไปตามจุดชีพจรต่างๆ ทั่วร่างเพียงแค่ไม่กี่จุด

 

     ถ้าหากเป็นวิชาระดับต่ำหน่อยก็อาจจะเพียงแค่สิบสองจุด หากดีหน่อยก็อาจจะมีได้ถึงยี่สิบจุดขึ้นไป และเท่าที่นางรู้ว่ามากที่สุดที่มีคือเคล็ดวิชาโบราณที่จะโคจรไปกว่าหกสิบสี่จุดทั่วร่าง ซึ่งวิชาที่ว่านั้นไม่มีแม้แต่เล่มเดียวในทวีปแห่งนี้

 

     ยังไม่นับรวมถึงเคล็ดวิชาอื่นๆ ที่หากเด่นไปในด้านใดด้านหนึ่งก็จะโคจรปราณไปในส่วนนั้น จนทำให้ความเร็วในการใช้ออกนั้นสูงมาก รวมถึงพลังทำลายหรือประสิทธิภาพที่สามารถทำให้บรรลุผลขึ้นสูงในเคล็ดวิชานั้นๆ ได้ไม่ยากเย็นนัก

 

     มันต่างจากเคล็ดวิชาที่นางฝึกฝนอยู่ซึ่งต่างกับทุกๆ เคล็ดวิชาที่นางเคยรู้จัก ส่วนเรื่องที่นางรู้จักเคล็ดวิชาต่างๆ ได้อย่างไรนั้นก็คงเป็นเพราะนางอยู่ในตระกูลแม่ทัพที่ดำรงรักษาตำแหน่งมาได้หลายชั่วอายุคน ทำให้องค์ความรู้ที่หลงเหลืออยู่ภายในตระกูลหลี่นั้นมีไม่น้อยเลยทีเดียว

 

     และต่อให้นางจะไม่ชอบวิชาการต่อสู้มากแค่ไหน แต่ด้วยการที่คลุกคลีอยู่กับมันบ่อยๆ จึงทำให้นางได้ซึมซับมันมาโดยไม่รู้ตัว

 

     ว่าแต่ทำไมรู้สึกว่าความทรงจำของข้าดีขึ้นมากมายนัก เพราะอันที่จริงความทรงจำพวกนี้มันควรจะเป็นอะไรที่เลือนรางสิ...เมื่อนึกย้อนมาถึงตรงนี้นางก็อดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ แต่มันก็เป็นได้แค่ครู่เดียวเท่านั้น เพราะเมื่อย้อนไปแล้วความทรงจำของนางไม่ได้ดีขึ้น แต่มันได้รับมาจากการหลอมรวมความทรงจำของพี่บัวที่อยู่ในร่างของนางมาตลอดสิบปี มันจึงไม่ใช่อะไรที่แปลกนั้นเมื่อนางสามารถรับรู้ถึงความทรงจำเก่าๆ ได้ดีขึ้น เพราะถึงอย่างไรนางก็ได้รับความทรงจำของพี่บัวมาทั้งหมดแล้ว แต่มันก็แปลกอยู่ดีนั้นแหละ ทำไมข้าถึงสามารถที่จะจดจำความทรงจำของพี่บัวทั้งหมดได้กัน...

 

 

     คุณหนูเจ้าคะ ตื่นหรือยังเจ้าคะแต่ในระหว่างที่หญิงสาวกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่นั้นเอง เสียงสดใสของเสี่ยวปิงก็ดังแทรกมาแต่ไกล ทำให้เหลียนฮวาหลุดออกจากภวังค์ความคิดไปในที่สุด

 

     ข้าตื่นแล้ว มันถึงเวลาแล้วอย่างนั้นสินะ

 

     เจ้าค่ะ ตอนนี้ทางจ้าวกงกง ให้คนมาตามแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้พวกเขารอคุณหนูอยู่ที่หน้าตำหนักได้สักครู่แล้วเจ้าค่ะ

 

     อืม งั้นเจ้าไปเตรียมอ่างล้างหน้ามาให้เราหน่อยแล้วกัน จะได้เรียมตัวไปกันเลย

 

     เจ้าค่ะ

 

.

.

.

 

     ยามเซิน(15.00-16.59)

 

     กว่าที่หญิงสาวจะล้างหน้าล้างตาแต่งเนื้อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยเวลาก็ล่วงเลยไปจนสิ้นยามเว่ย(13.00-14.59)แล้ว แต่เหลียนฮวากลับไม่ได้เร่งรีบแต่อย่างใด เพราะตอนนี้นางตื่นเต้นไปกับสภาพร่างรายที่พัฒนาขึ้นอีกหลายส่วน ทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเช้าเองก็หายดีเป็นปลิดทิ้งไปเรียบร้อยแล้ว แล้วนางจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร

 

     กว่าที่สามนายบ่าวจะเดินตามกงกงผู้นำทางมาถึงลานที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ก็ปาเข้าไปกว่าสองเค่อ(15นาที=1เค่อ)แล้ว ทำให้เมื่อมาถึงก็มีเสียงระรื่นหูดังเข้ามากระทบโสตประสาททันที

 

     แหม...เสียนเฟยยังทรงเหนื่อยจากเหตุการณ์เมื่อเช้าอยู่หรือเพคะ เหตุใดจึงได้ล่าช้านักจู่ๆ ก็มีเสียงแหลมบาดหูดังขึ้นทันทีที่เหลียนฮวาก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา ทำให้บรรยากาศหนักอึ้งแทบจะในทันที ซึ่งพระสนมที่ไม่กลัวว่าหัวจะไม่อยู่บนบ่านางนั้นก็ยังคงกล่าวต่อไปอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อนแต่อย่างใด ทั้งได้อภิสิทธิ์เหนือกว่าคนอื่นที่ได้เข้ามานั่งในตำแห่งเสียนเฟยข้ามหัวคนมากมาย ทั้งยังไม่คิดจะเกรงอกเกรงใจคนที่เขามาตากแดดตากลมรอตนเองตั้งนานสองนาน...

 

     แล้วข้าบอกเมื่อไหร่ว่าให้เจ้ามารอ....เหลียนฮวากล่าวสวนกลับด้วยใบหน้าที่แย้มยิ้ม สำหรับคนที่อยู่ในที่ที่ไม่สมควรอยู่ ทั้งยังอาศัยวังหลังแห่งนี้อยู่กินเบี้ยหวัดไปวันๆ อย่างเช่นใครบางคนแล้ว....

 

 

     "มันก็ไม่ต่างจากกาฝากนักหรอก....."


 


.............................


ตอนถัดไปตั้งเวลาไว้แล้วนะ 21.00จ้า 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 384 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

691 ความคิดเห็น

  1. #685 ผูเถา. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 เมษายน 2564 / 21:00
    นางเอกกับฮ่องเต้ไม่มีความเด็ดขาดเลยค่ะ
    #685
    0
  2. #655 Phathaichan (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 18:55
    อย่าแหย่ให้น้องฟาด
    #655
    0
  3. #99 kulrapas (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 22:20

    เรื่องแรกแน่หลอ. แต่งดีหน้าตาม เอ่าตามๆๆๆๆๆ
    #99
    0
  4. #97 Emmajung2 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 20:27

    โห่ไรท์ หลงดีใจว่าอัพรีบมานี่ แค่มาบอกว่าจะหลับนิ ตายแปบ
    #97
    0