'นักเลง' แห่งวังหลัง[Rewrite]

ตอนที่ 16 : บทที่ 13 ใคร?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,947
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 289 ครั้ง
    18 ธ.ค. 62

 

     หลังจากที่หญิงสาวหายลับไปจากตำหนักแล้ว ทั่วทั้งตำหนักตงกงก็เกิดความโกลาหลขึ้น เพราะถึงอย่างไรการกระทำที่ราวกับตบหน้าของฮองเฮาเช่นนี้มันก็แทบจะเรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เพราะถึงอย่างไรแล้วสมญาปีศาจแห่งวังหลังมันก็ไม่ใช่ว่าจะได้มาเล่นๆ เพราะภายใต้ใบหน้าอันสงบนิ่งของจางฮองเฮานั้น มีหลายสิบชีวิตที่ต้องสังเวยไปโดยที่จับมือใครดมไม่ได้ ทั้งยังมีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายร้อยชีวิตที่ถูกสังหารเพื่อปกปิดเรื่องราว

 

     มันทำให้ตลอดหลายปีมานี้แม้จะไม่มีหลักฐานใดๆ ทั่วทั้งวังหลักต่างก็หวาดเกรงนางแทบทั้งสิ้น และด้วยความที่ไร้ซึ่งหลักฐานในทุกการกระทำเช่นนี้นี่แหละมันถึงทำให้ทุกคนต่างก็หวาดกลัว เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ตนเองและคนรอบข้างจะถูกกำจัดอย่างไร้ซึ่งความชอบธรรมใดๆ

 

     และที่สำคัญที่สุดแม้ว่าจะไม่มีใครกล้าพูดออกมา แต่ทุกคนก็ต่างคิดไปในทางเดียวกัน ว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงหลายวันมานี้ไม่ว่าจะเป็นการถูกวางยาพิษหรือเรื่องอื่นๆ ต่างก็เกิดขึ้นโดยแผนการของนางเองทั้งสิ้น 

 

     เพราะจากท่าทางแล้วนางแทบจะไม่ต่างจากคนปกติเท่าไหร่ หากจะมีก็คงเป็นเพียงแค่ใบหน้าที่ซีดเซียวกับท่าทางที่ดูอ่อนแรง...ที่สามารถปรุงแต่งได้

 




 

อ๊อก...

 

     มื่อกลับมาถึงเรือนนอนภายในตำหนัก หญิงสาวก็กระอักเลือดออกมาคำโต ก่อนที่ร่างบางจะทรุดลง จนทำให้สองพี่น้องปิงเปาถึงกับแตกตื่นทำอะไรไม่ถูก แต่ก็ยังช่วยกันประคองพยุงร่างบางไปยังแท่นบรรทม

 

     พระสนม พระสนมเป็นอะไรเพคะ! ให้หม่อมชั้นไปตามหมอให้นะเพคะเมื่อประคองนายมาถึงตั่งเตียงเสี่ยวปิงก็รีบกล่าวออกมาอย่างร้อนรน แม้แต่เสี่ยวเปาเองก็มีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนักเช่นเดียวกัน เพราะตั้งแต่พื้นคืนกลับมาจากความตาย เหลียนฮวานั้นแข็งแรงขึ้นมาก จนแทบจะแข็งแกร่งกว่าผู้ชายกล้ามโตหลายๆ คนก็ว่าได้ แต่จู่ๆ เมื่อนากกลับกระอักเลือดคำโตออกมาแล้วยังทรุดลงตัวนางเองก็แทบจะทำอะไรไม่ถูก เพราะต่อให้เป็นคนใจเย็นอย่างไร แต่ที่สุดแล้วนางกับน้องสาวก็อายุกว่าเหลียนฮวาแค่นิดหน่อยเท่านั้น ซึ่งก็คือยังเด็กมากนั่นเอง

 

     ไม่ต้องตกใจขนาดนั้น ไปเตรียมอ่างอาบน้ำให้ข้าหน่อย ข้าแค่ประเมินพลังของตนเองพลาดไปนิดหน่อยเลยถูกพลังตีกลับก็เท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเหลียนฮวาที่ใบหน้าซีดเซียวลงเล็กน้อยกล่าวกับทั้งสอง อ้อ แล้วก็พี่ไม่ต้องเรียกข้าว่าพระสนมอะไรนั่นหรอก แค่เรียกข้าเหมือนแต่ก่อนแบบเดียวกับพี่เปาก็พอแล้ว

 

“....”

 

“....”

 

 

     สองพี่น้องถึงกับมองหน้ากันและลอบพยักหน้าให้กันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เสี่ยวปิงจะออกไปเตรียมน้ำให้เหลียนฮวาอาบ

 

 

     เรื่องในวันนี้จะไม่เป็นอะไรแน่หรือเจ้าคะ เพราะเท่าที่ข้าสืบมาหม่าเจาอี้นั้นเป็นถึงบุตรีของเจ้ากรมหม่าเลยนะเจ้าคะเสี่ยวเปากล่าวขึ้นด้วยความกังวล เพราะไม่ว่าจะเป็นความดุร้ายที่แม้แต่ตัวนางเองยังคาดไม่ถึง ไหนจะเป็นการก้าวล่วงอำนาจของจางฮองเฮา ทั้งยังทำสิ่งที่เป็นการทำลายชีวิตหรืออาจจะเป็นการสังหารบุตรสาวของขุนนางใหญ่คนหนึ่ง โดยภาพรวมแล้วสำหรับนางสนมหน้าใหม่ที่เพิ่งจะมีอายุเพียงแค่สิบห้าหนาวแล้วมันไม่ใช่อะไรที่ดีนัก

 

 

     นั้นสินะ มันก็อาจจะไม่ใช่อะไรที่ดีนัก แต่สำหรับข้าในตอนนี้แล้วมันอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดเลยก็ได้เหลียนฮวากล่าวในขณะที่มองออกไปยังนอกหน้าต่าง มันก็จริงที่การกระทำของข้านั้นมันอาจจะเกินไปอยู่บ้าง แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งมันจะเป็นเกราะชั้นแรกให้แก่พวกเราไปได้สักพักหนึ่ง เพราะอย่างที่พี่รู้ ขนาดพวกเรายังไม่เข้าวังมาก็มีคนปองร้ายพวกเราเสียแล้ว...

 

 

“...”

 

     ถ้าหากข้ายังแสดงท่าทางอ่อนแอออกไปแล้วล่ะก็จากนี้ชีวิตของเราก็จะยากขึ้นหลายส่วนหรือแม้แต่หลายเท่า มันก็จริงอยู่ที่เรามีท่านพ่อกับท่านพี่คอยสนับสนุน ทั้งในวังหลังแห่งนี้เองก็ยังมีเสด็จย่าคอยดูแลอยู่ไกลๆ แต่นั้นมันไม่ได้ช่วยให้เราปลอดภัยขึ้นได้หรอกนะ เพราะพวกเราไม่มีทางที่จะรู้ได้เลยว่างูพิษที่ฝ่าบาททรงเลี้ยงเอาไว้มากมายนั้นจะมีวันไหนที่พวกมันบ้ามาแวงกัดพวกเรา

 

“...”

 

     และพี่เองก็เห็นแล้วว่าถ้าหากข้าเป็นอะไรไปแล้วล่ะก็ท่านพ่อท่านพี่ทั้งสองรวมถึงคนสกุลหลี่เราคงไม่มีใครยินยอมแน่ ถึงข้าจะยังเด็กนัก แต่ถึงอย่างไรข้าก็เป็นคนสกุลหลี่ มีเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลหลี่ไหลเวียนอยู่ในร่าง ข้าเองก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่อยากให้แผ่นดินที่บรรพบุรุษได้ธำรงรักษามันเอาไว้มาหลายชั่วอายุคนต้องล่มสลายลงเพราะข้า การที่ข้าทำเช่นนี้นั้นก็ที่จะรักษาชีวิตน้อยๆ ของตัวเองเอาไว้ เพราะถึงอย่างไรข้าก็ยังไม่อยากตายรอบสองหรอกนะเหลียนฮวากล่าวไปพลางก็ซับเลือดที่กระอักออกมาทิ้งไปเสีย โดยที่มีเสี่ยวเปาที่กำลังมองอยู่ด้วยแววตาที่ส่องประกาย

 

 

     คุณหนูโตขึ้นมากเลยนะเจ้าคะยากนักที่จะหารอยยิ้มจากใบหน้าที่แสนเย็นชา และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ใบหน้างามของเสี่ยวเปายิ้มออกมากว้างขนาดนี้ 

 

     ก็นะ...เหลียนฮวาก็มีรอยยิ้มบางๆ ประดับเอาไว้บนใบหน้าเช่นกัน พี่ก็เห็นว่าข้าตายไปแล้วครั้งหนึ่ง...

 

     “...”

 

     มันอาจจะดูเหมือนว่าข้ากล่าวอะไรเกินไปบ้าง แต่ข้าก็รู้สึกว่าตัวเองแก่ขึ้นอีกหลายสิบปีเหลียนฮวาหันไปมองออกไปนอนหน้าต่าง ผ่านไปยังขอบฟ้าที่อยู่ไกลแสนไกล บางทีเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดอาจจะถูกใครบางคนกำหนดเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ไม่อย่างนั้นตัวข้าก็ยังคงไม่เติบโตขึ้นขนาดนี้....

 

 

 

แล้ววันนี้คุณหนูจะไปเลือกคนรับใช้เลยหรือไม่เจ้าคะ เพราะวันนี้มีกำหนดการมาแล้วว่าให้ไปเลือกคนรับใช้ เราผลัดมาหลายวันแล้วนะเจ้าคะเสี่ยวเปาถามผู้เป็นนานเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปพักหนึ่งแล้ว

 

อื่ม ก็คงต้องไปนั่นแหละยังไงตำหนักเสียนฮวาที่กำลังซ่อมแซมก็ไม่ใช่เล็กๆ หลังจากนี้ถ้ามีแค่พวกเจ้าสองคนคงจะหนักเกินไปเหลียนฮวากล่าวแล้วหันกลับมาสนใจปัจจุบันอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ได้ปล่อยใจคิดไปไหนต่อไหนมาพักใหญ่ งั้นก็เอาเป็นช่วงบ่ายก็แล้วกัน เดี๋ยวข้าขอไปแช่น้ำสักหน่อย ไปช่วยเสี่ยวปิงเตรียมสำรับให้ข้าเถอะ นี่มันก็จะเที่ยงแล้ว

 

เจ้าคะ...

 

หลังจากที่ผลัดเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วเหลียนฮวาก็เข้าไปในห้องเพื่อลงไปแช่น้ำ แต่จู่ๆ นากก็รู้สึกราวกับว่ามีใครจ้องมองอยู่ แต่มันก็เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น ก่อนที่มันจะหายไป นางจึงลองปลดปล่อยสัมผัสลมปราณไปรอบๆ แต่ก็ไม่สามารถรับรู้ได้ถึงอะไรที่คล้ายมนุษย์ที่อยู่ใกล้ๆ

 

คงคิดไปเองละมั่งนะ

 

นางจึงถอนสัมผัสกลับมาก่อนที่จะถอดชุดทั้งหมดแล้วก้าวลงไปในอ่างไม้ที่มีน้ำอุ่นๆ อยู่เต็มอ่าง แล้วหันกลับมาสนใจเรื่องของตนเองอีกครั้งหนึ่ง

 

ความคิดของพี่บัวถูกต้อง...ย้อนกลับไปตั้งแต่ที่นางฟื้นคืนจากความตายได้สำเร็จ มีสิ่งหนึ่งที่ความรู้สึกสุดท้ายที่ตัวนางอีกคนหนึ่งส่งผ่านมา นั่นก็คือตัวนางต้องแข็งแกร่งขึ้นให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แล้ววิธีไหนล่ะที่จะทำให้นางแข็งแกร่งขึ้นได้ถ้าหากไม่ใช่การฝึกฝนพลัง

 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าตัวนางจะเป็นบุตรสาวแห่งจวนแม่ทัพ แต่ตัวนางก็ไม่ได้สนใจเรื่องวรยุทธ์มากนัก จะมีก็แค่ดูพวกพี่ๆ ฝึกนานๆ สักหน ทั้งคนในครอบครัวเองก็ไม่มีใครที่คิดจะเขี้ยวเข็ญหรือบังคับให้นางฝึกฝนแม้แต่น้อย

 

ในตอนแรกนางก็ไม่ใคร่จะเข้าใจนักว่าทำไมทุกคนถึงไม่อยากให้นางฝึกยุทธ์ ทั้งยังคอยดูแลประคบประหงมนางเป็นอย่างดี  แต่หลังจากที่ได้ความทรงจำรวมถึงความรู้สึกนึกคิดทั้งหมดของอีกคนหนึ่งมา นางก็เข้าใจแล้วว่าทำไมทุกคนถึงได้ปล่อยให้นางทำอะไรตามใจตนเองมาโดยตลอด ทั้งยังมิได้บังคับขู่เข็นอะไรมากมายนัก จะมีแค่นานๆ ครั้งที่ทุกคนตำหนิติเตียนนาง แต่นั่นก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่นางทำตัวเองเจ็บตัว และเรื่องที่มักจะแอบหนีออกไปเที่ยวคนเดียวนอกจวนเมื่อตอนเด็กๆ

 

แม้ว่าวรยุทธ์นั้นจะเป็นสิ่งที่ดีและเป็นสิ่งที่สามารถปกป้องตนเองได้หากแข็งแกร่งพอ แต่กว่าที่จะแข็งแกร่งขึ้นนั้นมันต้องผ่านอุปสรรค์มากมายนานัปการ ไม่ว่าจะเป็นอุปสรรค์ในการฝ่าด่าน ความยากลำบากในการฝึกฝน กระทั่งความอดทนที่จำเป็นต้องมีมากที่สุด

 

ที่สุสำคัญไปกว่านั้นเส้นทางของผู้ฝึกตนนั้นเต็มไปด้วยขวากหนามและทะเลโลหิต หากจิตใจไม่แข็งพอแล้วล่ะก็มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสามารถก้าวข้ามสิ่งเหล่านี้ได้

 

ที่สำคัญเลยก็คือเหลียนฮวานั้นเปรียบได้ดั่งแก้วตาดวงใจของบ้าน เพราะนางเป็นคนเดียวที่เป็นผู้หญิงในรุ่นนี้ และเป็นเด็กหญิงที่เกิดขึ้นจากความรักเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความห่วงใย ด้วยความบอบบางนี้เองที่ทำให้ทุกคนไม่อยากให้นางแต่งเข้ามาในวังหลังที่รู้กันดีในหมู่ชนชั้นสูงว่าเป็นที่หนึ่งที่โหดร้ายที่สุดสำหรับคนอ่อนต่อโลก

 

แต่ถึงอย่างนั้นนี้กลับเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ทั้งแผ่นนี้เปลี่ยนไป และในอนาคตข้างหน้านี้ ชื่อของหญิงสาวที่เคยเป็นเหมือนดอกไม้อันบอบบางนี้ จะกลายมาเป็นที่โจษจันไปทั้งแผ่นดิน...

 

ลมหายใจหนึ่งนิรันดร์’ เป็นเคล็ดวิชาที่ตัวนางอีกคนหนึ่งทิ้งเอาไว้ให้ ซึ่งมันแปลกมากเพราะทั้งๆ ที่ความทรงจำทั้งหมดของอีกฝ่ายที่นางได้รับมานั้นมันแทบจะไม่ขาดตกบกพร่องเลย มันมีภาพที่เกิดขึ้นตั้งแต่อีกฝ่ายจำความได้จนกระทั่งตายตก แต่มันกลับไม่มีส่วนไหนที่จะกล่าวถึงที่มาของเคล็ดวิชาที่ว่า

 

แต่มันกลับกลายเป็นเคล็ดวิชาที่เหมาะสมกับเหลียนฮวาเป็นที่สุด เพราะเพียงแค่นางสามารถโคจรตามขั้นแรกของเคล็ดวิชาได้เพียงหนึ่งรอบ เส้นชีพจรทั่วร่างของนางนั้นอัดแน่นไปด้วยพลังราวกับจะระเบิดออก

 

ไม่ใช่เพียงแค่นั้นที่แตกต่างจากเคล็ดวิชาอื่นๆ เพราะแม้แต่กระทั่งสีสันของปราณที่ควรจะเป็นไปตามขั้นตอนตามการฝึกทั้งเจ็ดขั้นคือ แดง ส้ม เหลือง เขียว น้ำเงิน คราม และสีม่วงตามลำดับ แต่ลมปราณของนางนั้นกลับกลายเป็นว่ามันมีสีเงินเสียอย่างนั้น

 

และไม่ใช่แค่สีสันที่แตกต่างออกไป เพราะพลังของเคล็ดวิชานี้เองก็แตกต่างไปมา เพราะเมื่อเช้านี้ก่อนที่นางจะลงมือและเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้นางกล้าที่จะลงมือนั่นก็คือเคล็ดวิชานี้ แม้ว่าการเชือดไก่ให้ลิงดูนั้นจะเป็นสิ่งที่นางตั้งใจจะทำอยู่แล้ว แต่ในตอนแรกนางก็แค่คิดจะใช้อำนาจจากตระกูลเพียงอย่างเดียว

 

แต่หลังจากที่สามารถสำเร็จขั้นแรกในเคล็ดวิชาก็คือโคจรพลังไปยังชีพจรทั้งแปดสิบสี่จุดทั่วร่างเป็นครั้งแรก นางจึงอยากที่จะทดสอบพลังของตนเองสักเล็กน้อย ซึ่งแม้แต่ตัวนางเองก็ไม่คิดว่าเพียงแค่สามารถโคจรเคล็ดวิชาเพียงครั้งแรกได้สำเร็จ ก็สามารถใช้ออกด้วยพลังขนาดนั้น

 

ในส่วนเรื่องของประสบการณ์การต่อสู้นั้นตัวนางก็ได้รับมันมาจากตัวพี่บัว ที่เคยผ่านอะไรต่างๆ มามากมายจนแม้แต่เหลียนฮวาเองยังตกใจ เพราะการที่ผู้หญิงจะแข็งแกร่งขนาดที่สามารถต่อสู้กับผู้ชายตัวโตๆ กว่าครึ่งร้อยโดยที่ไม่มีพลังปราณนั้นมันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อเกินไป

 

และหนึ่งในสิ่งที่ทำให้นางสามารถลงมือสำเร็จได้อย่างง่ายดาย นั่นก็คือการที่อีกฝ่ายเป็นเพียงแค่สนมที่วันๆ เอาแต่แต่งหน้าทาปาก อันที่จริงเหลียนฮวาสามารถที่จะอาศัยประสบการณ์ของพี่บัวจัดการได้ง่ายๆ เสียด้วยซ้ำ...

 

ที่สำคัญที่สุดพลังของนางในตอนนี้สามารถเทียบได้กับพลังยุทธ์ขั้นสีเหลืองระดับต้น ทั้งๆ ที่มันเป็นเพียงแค่ขั้นแรกในเจ็ดขั้นเท่านั้น แม้ว่าผลสะท้อนของมันจะค่อนข้างน่ากลัว แต่มันก็เป็นเพียงแค่ร่างกายต้องการที่จะขับเลือดเสียออกมา ซึ่งถ้าหากสังเกตดูดีๆ แล้วจะสามารถที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเลือดที่หญิงสาวกระอักออกมาน้ำเป็นสีที่แดงเข้มจนเกือบจะดำ...

 

หากเป็นแบบนี้อะไรต่อจากนี้ก็คงจะง่ายขึ้นมากยิ่งคิดก็ยิ่งมีความสุขและสนุกกับเรื่องที่กำลังจะทำต่อๆ ไป หญิงสาวจึงครางอืมๆในคำคออย่างพอใจขณะที่แช่น้ำอยู่ โดยที่ไม่รู้เลยว่า มีสายตาคู่หนึ่งที่กำลังเฝ้ามองนางอยู่....

 

หึๆ 



.......................................


จบตอนจ้า


ตอนถัดไปจะเป็นบทพิเศษสำหรับใครที่อยากสนับสนุนนักเขียนนะ จะตั้งเป็นตอนอ่านล่วงหน้าที่ต้องซื้อด้วยเหรียญเพื่ออ่าน และหลังจากที่ครบเจ็ดวันผมจะทำการล๊อคตอนเอาไว้นะ(ถ้าใครอ่านตั้งแต่ก่อนรีไรท์น่าจะรู้อยู่แล้ว) เพื่อสงวนเอาไว้เฉพาะคนที่สนับสนุนเท่านั้น*-*


แล้วเจอกันจ้า  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 289 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

691 ความคิดเห็น

  1. #620 Potchana777 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 00:35
    ใครหนอ
    #620
    0
  2. #76 Emmajung2 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 21:36

    บู้ยยยยยยยมาทำให้อยากละจากไป เดี่ยวไปเผาบ้านไรท์เลย
    #76
    0