'นักเลง' แห่งวังหลัง[Rewrite]

ตอนที่ 14 : บทที่ 11 นักเลงแผลงฤทธิ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,419
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 311 ครั้ง
    18 ธ.ค. 62

 

ตลอดการเดินทางระหว่างคนสองคนในเกี้ยวนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย ไม่มีแม้คำพูดใดๆ ออกมาจากทั้งสองฝ่ายจนทำให้บรรยากาศตึงเครียดมาก...สำหรับหยางชิงหลง

 

แต่ทางเหลียนฮวานั้นกลับผ่อนคลายอย่างประหลาด เพราะก่อนหน้านี้แม้จะทำไปด้วยอารมณ์ส่วนหนึ่ง แต่ที่นางทำลงไปนั้นก็เป็นสิ่งที่นางอยากจะทดสอบด้วยเช่นกัน ว่าผ่านมาหลายปีนี้นางนั้นยังมีค่ากับชายผู้นั้นอยู่บ้างไหม เพราะตลอดหลายปีกว่าที่นางจะเติบใหญ่นั้น ตามราชประเพณีนั้นชายที่อยู่ตรงหน้านางก็คงจะผ่านผู้หญิงมานักต่อนักแล้ว

 

ยังไม่รวมที่หนึ่งในผู้หญิงของเขาที่ตอนนี้ตั้งครรภ์แล้วด้วย นางจึงอยากจะทดสอบให้แน่ใจว่าจากนี้ไปนางจะสามารถเข้าไปยังวังหลังได้ไหม หรือว่าควรจะอยู่ที่จวนแม่ทัพต่อไปดี เพราะถึงแม้ตอนนี้นางจะถวายตัวไปแล้ว แต่ด้วยปราณสีม่วงที่บิดาของนางเพิ่งจะบรรลุนั้น ต่อให้เป็นจักรพรรดิหยางชิงหลงเองก็คงจะไม่กล้าที่จะทำอะไรนาง

 

ถึงจะอย่างนั้นแต่นางก็อดที่จะหวั่นใจไม่ได้เช่นกัน เพราะนางเองก็กลัวไม่น้อย กลัวว่าค่าของนางในใจของเขานั้นจะลดลงไปจากเมื่อตอนนั้น แต่จากที่นางได้ทำมันลงไปตัวนางเองก็โล่งใจไม่น้อย ที่ความรู้สึกที่ได้รับมาจากอีกฝ่ายนั้นเป็นความรู้สึกด้านดีไม่ใช่ด้านเสีย

 

สำหรับผู้หญิงแล้วแม้ว่านางจะรักเขามากขนาดไหน แต่ถ้าหากไม่ได้รับความรู้สึกเดียวกันตอบกลับมา มันก็คงจะมีเพียงแค่ความเจ็บปวดเท่านั้นเป็นจุดสิ้นสุด และนางก็ไม่อยากที่จะตายลงไปทั้งๆ ที่หัวใจของนางบอบช้ำแบบนั้น ถ้าอีกฝ่ายมีความคิดในแง่ลบออกมาเพียงแค่น้อยนิดหลังจากที่นางลงมือไป แม้จะต้องเจ็บปวดหัวใจแต่นางก็คงจะถอยออกมาดีกว่า

 

คือข้า...

 

ในที่สุดจักรพรรดิหนุ่มก็เป็นผู้ที่ทำลายความเงียบก่อนเป็นคนแรก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้พบเจอกันและอยู่ด้วยกันสองต่อสองแบบนี้ ทั้งๆ ที่มันควรจะเป็นบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง แต่มันกลับมีแต่ความอึมครึมเสียได้ ทั้งๆ ที่เขาอยากที่จะทำให้นางแปลกใจที่เขายังจำคำสัญญาในวันนั้นได้ แต่อะไรหลายๆ อย่างมันดันผิดพลาดไปเสียหมด และที่สำคัญที่สุดก็คือเขาไม่คิดว่ามเหสีจางจะลงมือได้รวดเร็วขนาดนี้

 

“...”

 

ข้าขอโทษเมื่อเห็นท่าทางเรียบเฉยของคนที่เขาเฝ้ารอและติดตามราวกับจะสิงร่างของอีกฝ่ายมาตลอดหลายปี ข้ออ้างหรือหลักการรวมทั้งเหตุผลมากมายก็มลายหายไปจนสิ้น ในที่สุดเขาก็ทำได้เพียงแค่กล่าวคำสั้นๆ เท่านั้น

 

ท่านจำข้าได้.....ในที่สุดเหลียนฮวาก็เปิดปากออกมาทั้งๆ ที่สายตายังทอดมองออกไปนอกเกี้ยว

 

ข้าจำเจ้าได้และยังจำคำสัญญาของเราได้เสมอชายหนุ่มตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เบาลงยิ่งกว่าเก่า

 

แต่ท่านติดค้างข้า...”  

 

 

 

 

 

ยามเหม่า(05.00-06.59)

 

 

พระสนมตื่นเถิดเพคะนี่ก็สายมากแล้วนะเพคะเสียงปลุกจากเสี่ยวปิงที่ถืออ่างล้างหน้าเข้ามาร้องเรียกเหลียนฮวาที่ยังคงหลับสนิท วันนี้จะต้องไปคารวะฮองเฮาในตอนเช้า ไหนจะต้องไปเลือกข้ารับใช้ที่จะเข้ามาอยู่ในตำหนักอีกนะเพคะ

 

อืม...เสียงครางงัวเงียดังมาจากร่างที่ยังคงหลับสบายอยู่ที่เตียงนอน อาจจะเป็นเพราะเมื่อวานหลังจากที่กลับมาจากจวนสกุลหลี่ นางนั้นก็เอาแต่แสดงท่าทางเคร่งขรึมอย่างที่เรียนรู้มาจากอีกคน เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ตนเอง แล้วเมื่อกลับมาถึงก็ต้องจัดการสิ่งต่างๆ ภายในจวนใหม่อีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้หลังจากคืนเข้าหออันว่างเปล่า ตัวนางก็เอาแต่ซึมกะทืออยู่แบบนั้น...จนตายไป

 

นางจึงต้องจัดการอะไรอะไรในเรือนใหม่ทั้งหมด  ซึ่งกว่าจะเสร็จเรื่องเสร็จราวก็ปาไปปลายยามซวี(19.00-20.59)แล้ว และกว่าที่จะอาบน้ำอาบท่าเสวยสำหรับมื้อสุดท้ายของวันเสร็จก็ปาไปเกือบจะสิ้นยามห้าย(21.00-22.59)แล้ว

 

ไม่จบแค่นั้นเพราะเมื่อคนนี้นางก็ยังคงนั่งจิบชาคิดหนทางที่จะดำเนินต่อไปของตนเองว่าจะทำอย่างไร เพราะถึงอย่างไรตอนนี้นางก็ถือได้ว่าเป็นพระสนมเต็มตัวคนหนึ่งแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้ถวายตัวเสร็จสมบูรณ์ แต่ตอนนี้รายนามของนางก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในราชวงก์หยางเป็นที่เรียบร้อย

 

ไม่ว่าก่อนหน้านี้นางจะเคยเป็นเจ้าหญิงน้อยที่ทุกคนในตระกูลต่างรักต่างทะนุถนอม แต่จากนี้นางตั้งใจเอาไว้แล้วว่าถ้าหากไม่มีอะไรที่เหลือบ่ากว่าแรงนางก็จะไม่ใช้อำนาจของตระกูลอีก เพราะตอนนี้ถึงอย่างไรมันก็แค่เป็นเกมการละเล่นของเหล่าหญิงสาวที่แย่งชิงความรักความโปรดปราณ ตัวนางที่ได้ยืนยันแล้วว่าคุณค่าของนางในใจคนที่นางรักนั้นสูงค่ามากในระดับหนึ่งแล้วก็คงไม่คิดที่จะเข้าไปลงเล่นเกมเล่านั้น

 

แต่ก็ใช่ว่านางจะยินยอมให้เกิดเหตุการณ์อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนซ้ำรอยอีก สำหรับนักเลงอย่างนาง(?)แล้ว ใครดีมาย่อมดีตอบ ใครร้ายมาย่อมร้ายกลับเป็นทบเท่าทวี อีกทั้งต่อให้เป็นฮองเฮาที่ครองอำนาจอยู่ในจุดสูงของวังหลัง ก็ยังเป็นแค่แมวน้อยที่เพิ่งผ่านประสบการณ์ในวังวนเช่นนี้มาเพียงแค่ไม่กี่ปี แล้วจะเอาอะไรมาวัดกับตัวนางที่เพิ่งจะได้รับความรู้ความเข้าใจในด้านมืดที่ดำเสียสิ่งกว่าท้องฟ้ายามไร้ดาวเสียอีก

 

อันที่จริงตั้งแต่เมื่อวานที่นางกับเสี่ยวปิงคอยแต่ทำโน่นทำนี่อยู่ทั้งวันนั้น นางก็ได้ให้เสี่ยวเปาที่จืดจางไปเริ่มสำรวจสถานที่โดยรอบอย่างคร่าวๆ โดยใช้สิ่งต่างๆ เป็นข้ออ้าง และไม่ตระหนี่ถี่เหนียวสินน้ำใจทุกครั้งสำหรับการตอบคำถาม เพื่อเป็นการผู้มิตรอย่างง่ายๆ เป็นจุดเริ่มต้น

 

แม้ว่านางจะสามารถที่จะใช้เส้นสายเดิมที่มีอยู่แล้วของหลี่ไทเฮาได้ แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือข่าวสาร หลังจากนั้นก็เป็นพระเดชและพระคุณในการจัดการเรื่องต่างๆ เพื่อเสริมสร้างรากฐานของนางเองขึ้นมา

 

และกว่าที่นางจะสามารถย่อยข้อมูลที่ได้รับมาจากเสี่ยวเปาจนเสร็จเรียบร้อยก็ปาไปดึกดื่นค่อนคืนแล้ว มันจึงไม่แปลกเลยที่วันนี้นางจะตื่นสายเป็นพิเศษ

 

ไม่ได้นะเพคะพระสนมวันนี้ต้องไปถวายพระพรแก่ฮองเฮาที่ตำหนักตงกงตั้งแต่ก่อนยามเฉิน นี่มันก็เข้ายามเหม่ามาสองเค่อแล้วนะเจ้าคะเสี่ยวปิงที่เห็นว่าเกือบหนึ่งส่วนสี่ชั่วยามแล้วเหลียนฮวาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ทั้งๆ ที่ปกติเป็นคนตื่นก่อนใครแท้ๆ นางจึงต้องไปเขย่าตัวหญิงสาวให้รีบตื่น

 

จนแล้วจนรอดกว่าที่หญิงสาวจะตื่นได้ก็ปาไปปลายยามเหม่าแล้ว มันจึงทำให้นางไม่สามารถแต่งเนื้อแต่งตัวได้ทันเวลา เพราะถึงอย่างไรนี่ก็เป็นครั้งแรกที่นางต้องไปถวายพระพรแด่ฮองเฮาตามพระราชประเพณี จึงต้องแต่งองค์ทรงเครื่องให้เหมาะสม ทั้งสองพี่น้องปิงเปาเองก็จัดเต็มจนเรียกว่ากว่าจะเสร็จก็จวนเจียนเวลาเข้าไปทุกที

 

ดังนั้นกว่าที่เหลียนฮวาและเสี่ยวเปาสองนายบ่าวจะไปถึงยังพระตำหนักตงกงซึ่งเป็นที่ประทับของฮองเฮานั้นก็เลยช้ากว่าคนอื่นๆ ไม่สิต้องเรียกว่าไปถึงเป็นคนสุดท้ายเลยต่างหาก เพราะถึงอย่างไรวันแรกที่ต้องเดินไปเดินมาในที่ที่ไม่รู้จัก มันเลยเป็นธรรมดาที่สองนายบ่าวนั้นจะหลงทาง และกว่าที่จะถามทางไปจนถึงตำหนักใหญ่ก็ทำให้พวกนางไปสายแล้วนั้นเอง

 

   “มีคนที่คิดว่าตนเองใหญ่ถึงขนาดให้ฮองเฮาที่ทรงพระประชวนต้องรอด้วยนั่นคือประโยคแรกที่เป็นประโยคต้อนรับหญิงสาวทันทีที่นางมาถึง...

 

 

"ไม่ขี้เสือกนะคะ"

 



 “....”

 

“...”

 

“...”

 

 

 ทั้งตำหนักนั้นถึงกับเงียบกริบ แต่ไม่ใช่เพราะอะไรอื่นเลย นอกจากต่างก็งงในคำกล่าวของอีกฝ่าย เพราะไม่มีใครเขาเคยใช้คำกล่าวอะไรแบบนี้มาก่อน แต่กลับกันกับความรู้สึกของทุกคนที่บอกว่าอีกฝ่ายกำลังด่านางสนมยศจิ่วผินผู้นั้นอยู่ ซึงต่างก็รู้กันดีว่านางสนมขั้นสองผู้นี้นั้นอาศัยคอยเกาะบารมีของจางฮองเฮามาโดยตลอดจึงไม่ค่อยมีใครอยากจะยุ่งเกี่ยวกับนางมากเท่าไรนัก

 

อ้อ...คงไม่เข้าใจอย่างนั้นสินะเมื่อเห็นว่าทุกคนต่างก็มองมาที่นางอย่างสงสัย แม้กระทั่งบางคนที่มองว่านางเปรียบเหมือนดั่งคนบ้า นางก็อดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมาน้อยๆ เพราะถึงอย่างไรพวกนางทั้งหมดก็ยังคงนับเป็นสาวรุ่นเท่านั้น หากนำไปเทียบกับพี่บัวของนาง ขี้เสือกนั้นเป็นภาษาทางใต้ที่เขาเอาไว้ว่ากล่าวผู้ที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านชาวช่อง ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่มีอะไรดีเลย....

 

ทันทีที่เหลียนฮวาพูดจบ แทบทุกคนถึงกับหลุดขำออกมา ไม่เว้นแม้กระทั้งพระสนมยศต่ำกว่า หรือกระทั่งสาวใช้บางคนยังหลุดหัวเราะออกมา เพราะจริงๆ หม่าเจาหรงผู้นี้นั้นก็เปรียบได้ดั่งสุนัขเลี้ยงของจางฮองเฮา ที่คอยแว้งกันผู้คนด้วยวาจาแทนผู้เป็นนายมาตลอด ทั้งยังอาศัยบารมีของฮองเฮาที่ทำให้นางมาถึงจุดนี้ได้ มันจึงไม่แปลกนักที่แม้กระทั่งพระสนมที่ยืนอยู่ฝ่ายเดียวกันเองก็ไม่ได้ชอบอะไรนางนัก

 

นี่...นี่เจ้ากล้าว่าข้าอย่างนั้นรึ ช่างไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำนักหม่าเจาหรงแวดออกมาอย่างมิสนใจอะไร เมื่อเห็นว่านางจู่ๆ ก็กลายมาเป็นตัวตลกของทุกคน โดยที่ทั้งๆ อีกฝ่ายนั้นเป็นเพียงแค่พระสนมหน้าใหม่เท่านั้น ทำไมนางถึงได้มาความกล้าที่จะระรานผู้อื่นตั้งแต่ย่างเท่าเข้ามาในวังหลัง ทั้งๆ ที่โดยปกติทั่วๆ ไปแล้วนั้นในช่วงแรกๆ ที่เข้ามาในวังหลัง พระสนมส่วนใหญ่จะสืบเสาะหาข้อมูลความสัมพันธ์ของแต่ละคนรวมถึงฝ่ายต่างๆ เสียก่อน แต่นางกลับลงมือสร้างศัตรูตั้งแต่วันแรก

 

ต่อให้นางนั้นจะเป็นบุตรสาวคนโปรดจากจวนแม่ทัพเองก็ตามที แต่การที่จะระรานผู้อื่นตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัววันแรกๆ แบบนี้มันออกจะเกินไปนัก และที่สำคัญที่สุดคืออีกฝ่ายยังติดทัณฑ์บนเรื่องที่วางยาพระสนมอยู่อีกด้วย....?

 

หืม...เจ้าคือใครนะเหลียนฮวาเหลือบตาไปมองอีกฝ่าย ก่อนที่จะมีประกายเย็นเยียบที่วาดผ่านเข้ามาในแววตาครู่หนึ่ง เมื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลงโดยรอบ แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่นางก็สามารถที่จะมองเห็นอะไรบางอย่างได้ จึงอดไม่ได้ที่จะชื่นชมอีกฝ่าย ที่กล้าจะให้หมากตัวน้อยแบบนี้มาลองเชิงนาง

 

นี่เจ้าไม่รู้สี่รู้แปดเลยสินะ ทั้งๆ ที่ถวายตัวมารับใช้ฝ่าบาท แต่เจ้ากลับกล้าที่จะมาถวายพระพรฮองเฮาช้าตั้งแต่วันแรก ทั้งๆ ที่เจ้า...

 

หม่าเจาหรง!” ในขณะที่หม่าเจาหรงกำลังจะต่อว่าต่อไป กลับมีเสียงหนึ่งที่ค่อนข้างจริงจังดังมาจากจุดกึ่งกลางของลานกว้างหน้าตำหนัก ซึ่งเป็นที่ประทับของจางฮองเฮานั้นเอง แม้ว่าข่าวคราวที่เกิดขึ้นตลอดหลายวันมานี้เหล่าสนมตัวน้อยๆ ที่เอาแต่แย่งชิงความโปรดปราณจากฝ่าบาทกันอยู่จะไม่รู้

 

แต่นางที่เป็นผู้ที่เริ่มแผนการทั้งหมด ทั้งยังคอยติดตามเรื่องราวของพระสนมเสียนเฟยผู้นี้มาตลอดไหนเลยจะไม่รู้ ดังนั้นแม้ว่านางจะอยากลองเชิงอีกฝ่ายมากแค่ไหน แต่เมื่อความเสี่ยงเริ่มปรากฏนางก็ต้องหยุดทุกอย่างลง นั่งลง

 

 

แต่ฮองเฮาเพคะ ทั้งๆ ที่นางนั้นเป็นผู้ที่ปองร้ายต่อฮองเฮาและครรภ์มังกรนะเพคะ...

 

เราบอกให้นั่งลง!

 

เมื่อหม่าเจาหรงกล่าวออกมาเสียงดังเช่นนั้นมันทำให้ทั้งลานกว้างถึงกับเงียบลง แม้กระทั่งขันทีที่กำลังบรรเลงดนตรีอยู่เองก็ยังคงหยุด จางฮองเฮาเองก็ต้องกล่าวเสริมออกมาอีกครั้งหนึ่ง

 

โอ้....ท่ามกลางความเงียบงันเสียงของเหลียนฮวาก็ดังขึ้นเบาๆ พลางเดินไปอีกฝ่ายอย่างช้าๆ ด้วยรอยยิ้ม...

 

ท่ามกลางความเงียบสงบ เส้นริ้วสีเงินค่อยๆ ไหลออกมาจากร่างบางในชุดสีฟ้าขาว แล้วไหลไปรวมกันที่ฝ่ามือของเหลียนฮวาอย่างเงียบๆ และไม่ทันที่ใครจะได้ตั้งตัวก็บังเกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น!

 

เพี้ยะ!!

 

 เจ้ารู้อะไรไหม...ท่ามกลางความตกอกตกใจของทุกคน เสียงเย็นๆ ก็ดังมาจากร่างที่กำลังที่กำลังเหยียบอกอีกฝ่ายอยู่ ว่าคนจากจวนแม่ทัพนั้นฆ่าได้แต่หยามไม่ได้...

 

หยุดเดี๋ยวนี้นะเสียนเฟยจวนแม่ทัพก็มีกฎของที่นั่น แต่ที่นี่คือวังหลังของฝ่าบาท มิใช่ที่ที่เจ้าจะมาวางอำนาจบาดใหญ่ได้ หรือต่อให้นางเป็นผู้ผิดจริง ข้าที่เป็นผู้ดูแลวังหลังให้กับฝ่าบาทก็จะเป็นผู้ตัดสินเองจางฮองเฮากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นหลายส่วน แม้ว่าจิ่วผินผู้นี้จะเป็นแค่หนึ่งในหมากหลายตัวของนาง แต่ถ้าหากมีใครกลบ้าที่จะทำอะไรคนของนางทั้งๆ ที่นางยังคงนั่งอยู่ตรงนี้แล้วนั้น จากนี้นางคงจะใช้สอยใครๆ ได้ยากขึ้นหลายส่วน แม้จะไม่ได้เต็มใจเท่าไรนัก แต่นางก็จำเป็นต้องทำ

 

ที่สำคัญเลยก็คือนางเองก็ไม่คิดว่าเสียนเฟยที่จะเป็นจะตายเมื่อวันก่อนจะทำอะไรเช่นนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นความรวดเร็วและเฉียบคมในการลงมือ ไม่ว่าจะเป็นวรยุทธ์ที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนว่าอีกฝ่ายเคยฝึกฝนมาก่อน เพราะขนาดคนที่นางวางเอาไว้ข้างตัวอีกฝ่ายมาหลายปียังไม่เคยเห็นเสียนเฟยผู้นี้ฝึกฝนวรยุทธ์มาก่อน แต่กลับสามารถที่จะใช้มันได้อย่างเชี่ยวชาญเช่นนี้

 

และตรงจุดนี้ที่ไม่ใช่แค่จางฮองเฮาเท่านั้นที่ตกอกตกใจ แม้กระทั่งซูกุ้ยเฟยหรือแม้แต่หลิวซูเฟยเองก็ยังตกใจมิใช่น้อย เพราะโดยปกติแล้วมิมีหญิงในห้องหอคนใดที่จะฝึกฝนเรื่องการต่อสู้เช่นนี้ ยิ่งเป็นหญิงชั้นสูงด้วยแล้วมีเพียงแค่น้อยคนเท่านั้นที่จะเสียเวลาไปทำอะไรเช่นนี้ เพราะแค่จะฝึกภาพวาดโคลงกลอน ไหนจะหมากล้อมกระทั่งดนตรี แค่ฝึกฝนสี่อย่างนี้ให้พร้อมสรรพนั้นก็ยากเย็นแล้ว แล้วใครมันจะไปฝึกวรยุทธ์กัน

 

โอ้....เหลียนฮวาลากเสียงยาวออกมาแล้วหันไปมองผู้หญิงที่ทำให้นางเกือบตายมาแล้ว ที่ตอนนี้ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความอ่อนเพลียจากการถูกพิษอะไรนั่นแม้แต่น้อย ทั้งยังแผ่รัศมีแห่งราชินีออกมาอย่างเต็มที่ หมายที่จะข่มนางลงเสียให้ได้? ถ้าหากเป็นนางคนก่อนก็คงจะพอไหวอยู่ล่ะนะ แต่มันไม่ใช่กับนางตอนนี้...



.................................


จบตอน


เนื้อหาเดิมเหลืออีกไม่มากแล้วนะ จะพยายามรีไรท์ให้หมดในวันสองวันนี้นะงับ 


แล้วก็ขอบคุณทุกคนมากๆ จริงๆ ทังสำหรับการสนับสนุนค่าน้ำค่าไฟค่ามาม่า+ปลากระป๋อง *-* เป็นจำนวนทั้งสิ้น400บาท(100+100+200)ขอบคุณงับ


แล้วก็สำหรับคำติชมและคำแนะนำขอบคุณมากนะครับ จะนำไปรับปรุงต่อๆ ไปเน้อ แต่ในบางส่วนคงไม่แก้นะ แม้จะอยากให้มีกลิ่นอายของนิยายจีน แต่ก็ไม่ได้อยากให้มันอ่านยากจนเกินไป แฮ่ะๆ 


ขอบคุณทุกคนนะ 


รักนะครับ


อ้วน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 311 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

691 ความคิดเห็น

  1. #618 Potchana777 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 00:16
    กพลังเข้มข้น
    #618
    0
  2. #538 Tumbabycorn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 18:38
    มันส์พะยะค่ะ
    #538
    0
  3. #476 Preen772 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 07:01
    มาบ่อยๆเด้อออ
    #476
    0
  4. #51 khunapron (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 22:38
    ต่อๆๆๆๆ
    #51
    1
    • #51-1 P'อ้วน(จากตอนที่ 14)
      30 ตุลาคม 2562 / 22:41
      ขอนอนแพร๊บนะ*-* เดะตีสามเดะค่อยขึ้นมาปั่นต่อให้นะ
      #51-1
  5. #50 Emmajung2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 22:35

    เง้อออออไรท์ โหดมาก ไม่เอาแบบนี้ ค้างงงงงเติ่งเลย
    #50
    2
    • #50-1 P'อ้วน(จากตอนที่ 14)
      30 ตุลาคม 2562 / 22:41
      ค้างนิดเดียวเองหงะ *-* พรุ่งนี้เช้านะ แฮ่ะๆ
      #50-1
  6. #49 Emmajung2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 21:46

    มาๆเลยไรท์ พร้อมแล้ว
    #49
    0