'นักเลง' แห่งวังหลัง[Rewrite]

ตอนที่ 11 : บทที่ 8 เติบโต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,040
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 894 ครั้ง
    15 ธ.ค. 62

 

!!” แม้มันจะเป็นเสียงที่เบาหวิวราวกับคนที่กำลังละเมอพูดออกมาด้วยความง่วงงุน แต่มันกลับดังสะท้านเข้าไปในใจของทุกคนที่นี่ ราวกับเวลาได้ถูกแช่แข็ง ดาบที่กำลังจะฟันไปยังร่างของหยางชิงหลงของแม่ทัพดาบสวรรค์เองก็ถูกรั้งเอาไว้จนหยุดค้างกลางอากาศ ในครั้งนี้มันไม่ใช่การที่มันถูกป้องกันเอาไว้ได้ แต่มันเป็นเพราะตอนนี้ชายวัยกลางคนได้รั้งมันเอาไว้ด้วยพลังที่มากกว่าถึงสองเท่าที่ฟันลงไป...เพราะกลัวว่าเขาจะทำเสียงรบกวนเจ้าหญิงน้อยที่กำลังหลับอยู่...

 

ไม่ใช่แค่หลี่เจี้ยนเทียนเท่านั้นที่ตกใจ แม้กระทั่งตัวจักรพรรดิอย่างหยางชิงหลงเองก็ทั้งตกใจและดีใจไม่ต่างจากอีกฝ่าย แม้กระทั้งลืมที่จะร่ายวิชาป้องกันออกมา ถ้าหากคู่ต่อสู้ไม่ได้ช็อกไปเช่นเดียวกันตัวของเขาคงขาดออกเป็นสองท่อนไปแล้ว!!

 

 

ส่วนคนอื่นๆ เองก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก เพราะถึงงอย่างไรก่อนหน้านี้ร่างบางนั้นไร้ซึ่งสัญญาณชีวิตใดๆ ไปแล้ว ไม่มีแม้กระทั่งเศษเสี้ยวของลมหายใจ แต่... แต่ตอนนี้นางกำลับกำลังหายใจเข้าออกเบาๆ แถมยังมีหน้ามายิ้มน้อยๆ ราวกับคนที่หลับไปเฉยๆ ซึ่งอันที่จริงจะพูดว่าใบหน้าของนางออกจะมีชีวิตชีวาและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตมากกว่าก่อนที่จะเข้าวังเสียด้วยซ้ำ!

 

 

ท่ามกลางความตื่นเต้นดีใจของทุกคน แต่คนที่ตื่นเต้นที่สุดและดีใจยิ่งกว่าสิ่งใดในชีวิตที่หญิงสาวรอดตายนั้นคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากจางเทียนจี้ มหาอัครเสนาบดีที่เพิ่งมาถึงได้ไม่นานนัก และกำลังแอบอยู่ที่ประตูทางเข้าตำหนัก เพราะหากหญิงสาวยังไม่ตาย อะไรหลายๆ อย่างก็ยังพอที่จะเปลี่ยนแปลงได้

 

 

เพราะถึงอย่างไรสกุลจางก็รับใช้แผ่นดินมาตั้งแต่สมัยก่อตั้งแผ่นดิน และเป็นฝ่ายปกครองที่ช่วยทำนุบำรุงให้หยาซานยิ่งใหญ่เช่นในวันนี้ ทั้งอันที่จริงเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหญิงสาวนั้นตายได้อย่างไร เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นเมื่อสามวันก่อนเขาก็ได้สั่งคนของเขาเอาไว้แล้วว่าห้ามยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวของพระสนมคนใหม่คนนี้อย่างเด็ดขาด

 

 

 เขาจึงไม่เข้าใจเป็นที่สุดว่านางเป็นอะไรตาย และทำไมถึงทำให้ฮ่องเต้สุนักนี่ถึงได้โกรธเขาถึงขนาดนั้น ทั้งๆ ที่เขาทำตัวสงบเสงี่ยมมาตลอดสามวันนี้ ถ้าจะพูดให้ถูกตลอดสามวันที่ผ่านมานี้เขานั้นเก็บตัวเงียบอยู่ในจวนตลอด เพื่อคิดหาหนทางที่จะทำให้ตระกูลจางรับผลกระทบจากโทสะของเจ้าตอไม้ให้น้อยที่สุด 

 

ซึ่งตลอดสามวันมานี้เขาก็พอที่จะหาวิธีได้หลากหลายวิธี แม้จะต้องเฉือนเนื้อตัดกระดูกออกไปบ้างแต่อย่างน้อยก็ดีกว่าตกตายลงทั้งตระกูล...

 

 

“...”

 

“...”

 

สองคนที่ทรงพลังที่สุดกำลังมองหน้ากันด้วยอารมณ์ที่หลากหลายเป็นอย่างมาก ทั้งดีใจ ทั้งตกใจ หรือแม้กระทั้งปวดใจที่คละเคล้ากันไปจนแยกไม่ออก ทั้งสองที่กำลังมองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายก็ราวกับเข้าใจซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี เหมือนคำที่กล่าวกันมาตั้งแต่ครั้งอดีตกาล ว่าสำหรับผู้ชายแล้ว การแลกหมัดเป็นการทำความรู้จักกันที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด

 

ผ่านไปไม่กี่อึดใจทั้งสองก็ค่อยๆ ถอนมือออกจากอีกฝ่าย แล้วเก็บพลังของตนเอาไว้อย่างมิดชิดก่อนที่ต่างฝ่ายต่างก็รีบดิ่งไปหาหญิงสาวที่ควรจะตายไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังช้ากว่าหลี่เหรินเจี๋ยและหลี่ไป๋หู่ที่ไม่คิดจะสนใจว่าใครจะเป็นอย่างไร แต่รีบไปหาหญิงสาวตั้งแต่ได้ยินเสียงงัวเงียของอีกฝ่าย

 

เสี่ยวเหลียน ตื่นมาคุยกับพี่เดี๋ยวนี้นะแม้หลี่ผู้พี่จะมีสติยั้งคิดอยู่บ้าง แต่มันไม่ใช่กับหลี่คนกลาง เพราะบิดาไม่ได้บอกเขาว่าหญิงสาวเป็นอย่างไรเมื่อก่อนหน้านี้ และเมื่อสัมผัสได้ว่าน้องน้อยของตนแข็งแรงดียิ่งกว่าเมื่อก่อนเสียอีก ก็ไม่คิดที่จะเกรงใจรีบเขย่าร่างบางทันที ซึ่งการกระทำของเขานั้นมันก็รวดเร็วจนแม้แต่หลี่เหรินเจี๋ยเองก็ไม่สามารถห้ามปรามได้ทัน

 

พวกท่านหน่ะติดค้างข้า...คืนนี้ข้าเหนื่อยแล้วข้าขอนอนก่อนนะ เอาไว้พรุ่งนี้เราค่อยมาสะสางทุกอย่างกัน...ก่อนที่จะจบประโยคสุดท้ายแววตาของเหลียนฮวาเหลือบไปมองร่างของจักรพรรดิหนุ่มในชุดทรงสีม่วง แล้วเปลือกตาบางๆ ก็ปิดลงไปในที่สุด

 

 

หลี่ไป๋หู่นั้นดีใจเป็นอย่างมากที่เห็นน้องสาวสุดรักสุดหวงฟื้นคืนขึ้นมาจากความตาย ทั้งยังดูเหมือนแข็งแรงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ไม่ว่าจะเป็นผิวพันที่เปล่งปลั่งขึ้น พลังชีวิตในร่างที่แข็งแกร่งขึ้น เขาจึงดึงนางเข้ามากอดด้วยความดีใจอย่างถึงที่สุด โดยมีหลี่ไทเฮาและคนอื่นๆ มาอย่างเอ็นดู แต่หลี่ผู้พี่กับเคาะกะโหลกน้องเบาๆ เมื่อเขากอดร่างน้องเล็กเสียแน่นเกินไปจนหญิงสาวแสดงท่าทางอึดอัดออกมา

 

และมีอึกคนหนึ่งที่กำลังเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกับภาพตรงหน้า มันไม่ใช่ใครที่ไหน แต่มันคือจักรพรรดิหนุ่มแห่งหยาซานที่อารมณ์กลับมาครุกรุ่นอีกครั้งหนึ่ง ปล่อยนางเดี๋ยวนี้รองแม่ทัพหลี่ แม้นางจะเป็นน้องสาวของท่าน แต่ตอนนี้นางได้เข้าพิธีถวายตัวเป็นพระสนมเสียนเฟยของข้าแล้ว โปรดปล่อยนางลงเดี๋ยวนี้!... ” ‘เจ้ากล้าดียังไงมากอดมอมแมมน้อยของข้า!!’

 

ท่านนั่นแหละมีสิทธิ์อะไรกันพี่ชิงหลง ถึงแม้ข้าจะนับถือท่านยิ่งกว่าใครๆ ทั้งยังมีท่านเป็นแบบอย่างมาโดยตลอด...แต่ถ้าไม่มีปาฏิหาริย์ป่านนี้เสี่ยวเหลียนของพวกข้านั้นคงจะตายไปแล้ว...เสือน้อยแห่งบ้านตระกูลหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงรอดไรฟัน หากเขาไม่กลัวว่าเสียงของเขาจะไปรบกวนการนอนของน้องน้อยในอ้อมกอดแล้วล่ะก็ เขาคงจะตวาดอีกฝ่ายลั่นไปแล้ว เพราะแม้อีกฝ่ายจะเป็นทั้งคนที่เขาชื่นชม แล้วยังเป็นเจ้าชีวิตสูงสุดของทั้งแผ่นดิน แต่หลังจากที่ได้เห็นดวงใจของเขาและคนทั้งบ้านตายลงต่อหน้า ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็ได้สูญสิ้นไปหมดแล้ว...

 

 

 

ฝ่าบาทแม้เราจะเป็นเพื่อนกันมานาน ทั้งในตอนนี้ข้าพระองค์ยังเป็นเพียงแค่กุนซือประจำกองทัพเล็กๆ คนหนึ่ง แต่เรื่องในครั้งนี้ข้าเองก็คิดว่าสิ่งที่เสี่ยวหู่กล่าวออกมานั้นไม่ผิดแม้แต่น้อย...

 

 

แม่เองก็เห็นด้วยกับเสี่ยวเจี๋ยแล้วก็เสี่ยวหู่นะฝ่าบาท ถ้าฝ่าบาทเห็นแก่หน้าแม่ ฝ่าบาทโปรดปล่อยเรื่องนี้ไปได้ไหมหลี่ไทเฮาเองก็กล่าวเสริมคำพูดของหลานชายทั้งสอง

 

 

 “เสด็จแม่ แม้แต่ท่านเองก็!” หยางชิงหลงกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ เพราะแม้จะรู้ว่าตระกูลหลี่เป็นต้นตระกูลของหลี่ไทเฮา ทั้งตัวนางก็ไม่ใช่แม่แท้ๆ ของเขา แต่ถึงอย่างนั้นตลอดชีวิตที่ผ่านมานางก็รักและเอ็นดูเขาด้วยดีมาโดยตลอด อาจจะรักเขามากกว่าบิดาแท้ๆ ของเขาด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้นางกลับ....

 

ชิ๊งง

 

 

ทางฝ่ายหลี่เจี้ยนเทียนนั้นเขาไม่มีอารมณ์ที่จะกล่าวอะไรออกมา เพียงแต่การกระทำของเขานั้นถือได้ว่าเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เพราะเมื่อเห็นท่าทีไม่ยินยอมของหยางชิงหลง แม่ทัพวัยกลางคนก็เอื้อมมือไปด้านหลังแล้วจับอยู่ที่ด้ามดาบ เป็นเชิงบอกว่าหากเขาปฏิเสธนั้นจะเกิดอะไรขึ้นยังไม่นับรวมกำลังนับหมื่น รวมถึงนายกองที่ทรงพลังอีกนับร้อยที่ล้อมที่นี่อยู่อีก....

 

 

ในที่สุดฮ่องเต้ที่เป็นเหมือนเจ้าชีวิตของทุกคนในแคว้น ก็ได้แต่มองบุรุษทั้งสามพาสนมของเขาจากไป โดยที่ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้แม้แต่น้อย...

 

มีพระสนมที่ไหนที่กลับไปอยู่บ้านทั้งๆ ที่ถวายตัวแล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน!!’

 

 

ยามเหม่า(05.00-06.59)

 

หลังจากที่เรียวรวมพลและนำกำลังทั้งหมดกลับจวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลี้ยเจี้ยนเทียนก็หมายจะให้ไป๋หู่นำบุตรสาวที่ยังหลับปุ๋ยอยู่กลับไปพักผ่อนที่เรือนของนาง ส่วนตนเองจะกลับไปปรึกษาเรื่องอื่นๆ กับบุตรคนโตถึงเรื่องที่จะดำเนินการต่อไป เพราะแม้เหลียนฮวาตอนนี้จะไม่ได้เป็นอะไรแล้วก็ตามที่ แต่การที่มาแย่หนวนมังกรเช่นนี้มันคงไม่สามารถที่จะปล่อยผ่านไปได้ง่ายๆ

 

วางข้าลงเถอะเจ้าค่ะ...แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้กล่าวอะไร ร่างบางที่เหมือนกับคนง่วงนอนสุดขีดก็กลายเป็นตื่นมาดื้อๆ เสียอย่างนั้น

 

เสี่ยวเหลียนนี่เจ้า!” หลี่ไป๋หู่กล่าวออกมาด้วยความตกใจ เพราะถึงอย่างไรท่าทางของน้องน้อยของเขาเมื่อก่อนหน้านี้นั้นมันก็ราวกับว่าเหน็ดเหนื่อยมากจริงๆ แต่ตอนนี้นางกลับแข็งแรงเสียยิ่งกว่าอะไรดี

 

และไม่ใช่เพียงแค่หลี่ไป๋หู่เท่านั้นที่ตกใจ แต่แม้กรทั้งหลี่เหรินเจี๋ยหรือหลี่เจี้ยนเทียนเองก็ตกใจทั้งยังแปลกใจไม่แพ้กัน

 

ข้ารู้ว่าพวกท่านมีคำถามที่จะถามข้ามากมาย แต่ข้าว่าตอนนี้พวกเราไปที่ห้องทำงานของท่านพ่อกันก่อนเถอะเจ้าค่ะ ข้ามีเรื่องมากมายที่จะคุยกับพวกท่าน ส่วนพวกเจ้าทั้งสองคนกลับไปพักผ่อนที่เรือนของข้าเสียก่อนเถอะ หลายวันมานี้พวกเจ้าคงจะเหนื่อยมากมากพอแล้ว เอาไว้ตื่นมาค่อยว่ากันอีกที

 

เมื่อกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้วนางก็เดินนำทุกคนไปยังห้องทำงานของบิดา โดยที่ไม่สนใจเลยว่าคนอื่นๆ จะตกใจกับท่าทางที่แปลกไปมากแค่ไหน  และก่อนที่จะเดินออกไปจนพ้นโถงหลักนางก็ยังไม่วายที่จะหันไปหาพ่อบ้านที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก อ้อ ท่านช่วยเตรียมสำรับให้กับพวกเราทั้งสี่คนด้วยนะ เอาไปให้ที่ห้องทำงานของท่านพ่อเลยก็แล้วกันแล้วนางก็เดินจากไปโดยไม่สนใจพี่ๆ กับบิดาที่ตอนนี้อ้าปากค้างไปแล้ว..

 

 

ปลายยามเหม่า(05.00-06.59) หลังจากที่ทานสำรับเช้าไปเรียบร้อยแล้วเหลียนฮวาก็มองไปยังร่างของบุรุษทั้งสามที่ตอนนี้ยังคงนั่งแข็งเป็นตอไม้อยู่ ทั้งยังมองนางอยู่อย่างนั้น โดยที่ไม่มีใครแตะต้องอาหารที่อยู่บนโต๊ะเลยแม้แต่น้อย

 

เอาล่ะข้ารู้ว่าพวกท่านั้นมีเรื่องมากมายที่อยากถามข้า มีอะไรก็ว่ามาเลยเจ้าค่ะเมื่อนางเปิดปากขึ้น แต่ละคนก็ทำท่าราวกับว่าจะอ้าปากถาม แต่ก็ต้องหุบลงเมื่อคิดว่าคำถามของตนนั้นมันจะทำร้ายจิตใจของอีกฝ่ายหรือเปล่า ท้ายที่สุดก็จบลงที่คนทั้งสามหุบอ้าหุบอ้าอยู่เช่นนั้นไปครู่หนึ่ง แล้วกลับมานิ่งเงียบไปโดยที่ไม่ได้ถามอะไร เอ้าเป็นอะไรไปกันล่ะเจ้าค่ะ ข้าให้ถามแล้วทำไมถึงไม่ถาม

 

 

เอ่อ...คือว่าในที่สุดหลี่เจี้ยนเทียนก็เป็นคนแรกที่เอ่ยปากถาม พ่อคิดว่าลูก....

 

คิดว่าข้าเปลี่ยนไปอย่างนั้นสินะเจ้าคะ และคิดว่าข้าอาจจะเป็นปีศาจที่เข้ามาสิงสู่ร่างของลูกสาวท่านอย่างนั้นใช่หรือไม่เจ้าคะ?” หญิงสาวถามด้วยรอยยิ้มแปลกๆ จนทำให้ทั้งสามถึงกับขนลุกซู่

 

มะ ไม่ ไม่ใช่แบบนั้นนะ คือพ่อหมายความว่า....แต่ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ในความคิดของแม่ทัพดาบสวรรค์ก็ไม่ต่างจากสิ่งที่หลุดออกมาจากปากของบุตรสาวของเขามากนัก เพราะหลังจากที่นางฟื้นขึ้นมาอะไรหลายๆ อย่างมันแปลกไปมากเกินไป เอ่อคือ....

 

“...”

 

“...”

 

 

ส่วนอีกสองคนเองก็คิดไม่ต่างจากบิดามากนัก เพราะความรู้สึกของน้องสาวที่แผ่ออกมามันแปลกไปกว่าก่อนที่นางจะเข้าวังไปราวกับคนละคน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกที่แปลกไป การแกล้งหลับเมื่อก่อนหน้านี้ที่สมจริงมากจนน่ากลัว ราวกับว่านางเคยทำแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งๆ ที่เมื่อสามวันก่อนนางยังคงเป็นเด็กน้อยแก่นแก้วที่น่ารักน่าเอ็นดูอยู่เลยแท้ๆ

 

เอาหล่ะๆ ข้าไม่แกล้งพวกท่านแล้วก็ได้ ข้ารู้ว่าท่านพ่อกับท่านพี่มีอะไรที่อยากถามข้ามากมาย แต่เอาเป็นว่าข้าจะเล่าแค่ในเรื่องที่ข้าสามารถบอกเล่าได้ก็แล้วกันนะเจ้าคะ เพราะถ้าจะให้เล่าทั้งหมดจริงๆ ข้าคงต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะบอกเล่าได้หมด และนั่นยังไม่รวมถึงเรื่องที่พวกท่านไม่อาจจะเข้าใจได้อีกมากมาย...

 

จากนั้นนางก็บอกเล่าถึงเรื่องราวในระหว่างสามวันที่ผ่านมา ตลอดไปจนถึงช่วงเวลาที่นางสินใจไป จนได้เจอกับใครบางคนที่มอบอะไรหลายๆ อย่างให้ ทั้งบอกเล่ารายละเอียดของสิ่งที่นางได้รับมาอย่างคร่าวๆ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์การใช้ชีวิต ประสบการณ์การต่อสู้ และอีกมากมาย

 

 

กว่าที่จะบอกเล่าเรื่องทั้งหมดที่พอจะเล่าได้และทั้งสามพอทำความเข้าใจได้บ้างนั้นก็ปาไปยามอู่(11.00-12.59)เข้าไปแล้ว นางจึงสั่งให้คนจัดสำรับอีกรอบหนึ่ง โดยที่ครั้งนี้บรรยากาศมันเปลี่ยนไปเล็กน้อยแม้จะไม่ได้อึมครึมเหมือนเหมือนเมื่อเช้านัก แต่ก็ยังไม่สนิทใจอย่างเมื่อก่อน ทั้งยังคงไม่สามารถเป็นอย่างนั้นได้อีกต่อไปแล้ว เพราะในตอนนี้ภายในใจของคนทั้งสามนั้นเหลียนฮวานั้นโตแล้ว....โตเกินไป โตไวในสามวัน(เดี๋ยวๆ คนหรือถั่วงอก)

 

 

แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นกับเจ้าล่ะจะทำอย่างไรต่อไป เราจะปล่อยสกุลจางเอาไว้แบบนี้หรือ แม้ข้าจะรู้ดีว่าเจ้าเทียนจี้มันคงไม่มีทางและไม่กล้าที่จะคิดที่จะปล่อยให้เจ้าตายแน่ๆ แต่จากที่เสี่ยวเปาบอกมาข้าว่ามันต้องมีคนในที่หวังจะให้เจ้าตายหลี่เจี้ยนเทียนกล่าวออกมาด้วยความไม่สบายใจ เพราะแม้จะเป็นเหมือนศัตรูกัน แต่ถึงอย่างนั้นทั้งสองก็เป็นเพื่อนรักที่ร่วมตายกันมาก่อน

 

เรื่องนี้ข้าเองก็สงสัยไม่ต่างจากท่านพ่อหรอกเจ้าค่ะ เพราะข้าคิดว่าหลังจากมหาเสนาบดีจางได้เห็นพลังขงท่านพ่อแล้วมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะหาเรื่องใส่ตัว เพราะถึงอย่างไรสกุลหลี่เราก็เป็นฝ่ายที่ถือครองอำนาจทางการทหารมาแต่ไหนแต่ไร และไม่มีทางที่จะมีสกุลใดที่จะเทียบเคียงกำลังรบกับเราได้เลยหญิงสาวกล่าวอย่างเห็นด้วย

 

อื่ม นั้นสินะแล้วเรื่องพระสนมล่ะเจ้าจะเอาอย่างไรต่อไป.... จากนั้นสองพ่อลูกก็คุยกันโดยมีสองพี่น้องที่มองตากันไปพลางมองหน้าของทั้งสองคนไปพลาง ในระหว่างนั้นก็ร่ำร้องในใจอย่างทดท้อ เพราะนอนนี้น้องสาวของพวกเขานั้นมีความคิดความอ่านโตยิ่งกว่าเขาเสียอีก...

 

หมดกัน...น้องสาวตัวน้อยที่น่ารักของพี่’ ไป๋หู่คร่ำครวญในใจอย่างท้อแท้

 

...’ แม้จะไม่แสดงท่าทีอะไรออกมามากมายนัก แต่ถึงอย่างนั้นหลี่เหรินเจี๋ยเองก็คิดไม่ต่างผู้เป็นน้องชายนั้น ทั้งๆ ที่พวกเขารอนแรมไปไกลเพื่อหาประสบการณ์ด้วยความจำเป็น แทนที่จะได้กลับมาเล่นกับน้องสาวที่น่ารักอีกครั้ง แต่มันกลับ....

 

 

ท่านพี่อย่าทำหน้าแบบนั้นสิเจ้าคะ ถึงแม้ข้าจะได้รับประสบการณ์ใช้ชีวิตของผู้หญิงนางนั้นมาก็ตามที แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ยังเป็นเสี่ยวเหลียนของท่านพี่ทั้งสองอยู่เช่นเดิมนะเจ้าคะเสียงหวานที่มาพร้อมจริตจะก้านที่ถูกเติมแต่งนั้นมันทำให้น้องสาวของทั้งสองน่ารักขึ้นอีกหลายเท่าตัว มันเปลี่ยนจากดอกบัวสีขาวอันอ่อนแอ กลายเป็นบัวสวรรค์กลีบบางที่ทั้งสวยงาม น่ารัก น้าทะนุถนอมอยากที่จะปกป้องรอยยิ้มนั้นเอาไว้ด้วยชีวิต จนทำให้แทนที่ทั้งสองจะเป็นพี่ชายที่แสนดี ตอนนี้ทั้งสองกลับเปลี่ยนไปเป็นอีกอย่างเสียแล้ว...

 

 

จากนี้พวกเราทั้งสองจะปกป้องบัวน้อยตลอดไป’ สองพี่น้องมาองหน้ากันด้วยท่าทางที่จริงจังขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่านัก!!





..............................................


จบตอน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 894 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

691 ความคิดเห็น

  1. #653 Phathaichan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 18:11
    ฮ่องเต้ดูโง่เน๊าะ
    #653
    0
  2. #482 Brasfia (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 18:04
    ฮ่องเต้ไม่เห็นเก่งเหมือนที่อวยไว้เลย ขนาดคนของตัวเองยังคุมไม่ได้
    #482
    0
  3. #402 เมมฟิส (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 20:09
    จัดการทหารพวกนั้นเลย
    #402
    0
  4. #334 Foke_kung (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 19:47

    เสียงฉับนี่ตัดตอนสินะท่าน
    #334
    0
  5. #89 Ma-i (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 00:12
    ขนาดทหารที่จัดมาเฝ้าเมีย ยังเป็นของศัตรูซะได้ ดูท่าแล้วฮ่องเต้ก็ไม่ได้ฉลาดเลยแฮะ
    #89
    0
  6. #87 Ma-i (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 00:04
    แมะ พอแต่งเข้ามา องครักษ์ที่ให้คอยสต้อกเก้อร์หายไปไหนล่ะ ปล่อยให้เมียเด็กตายแม้กระทั่งจะตามหมอก็ยังไม่มีปัญญาซะงั้น
    #87
    1
    • #87-1 เมมฟิส(จากตอนที่ 11)
      29 พฤศจิกายน 2562 / 20:10
      +1 จริงด้วยน่ะ
      #87-1
  7. #26 por4312525 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 13:23
    รอติดตาม กำลังสนุก
    #26
    0
  8. #23 malila_5454 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 09:53
    รอนักเลงออกโรงน๊าาาา มาไวๆๆคร้า
    #23
    0
  9. #22 malila_5454 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 09:52
    อือออ ทำไมทำแบบนี้ ค้างมากกกก
    #22
    0
  10. #21 Yelan4 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 08:47

    ค้างมากๆเลยค่ะมาต่อไวๆนะคะ
    #21
    0
  11. #20 rudeet (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 08:01

    ฮ่องเต้เป็นตาเฒ่า 5555

    #20
    0