The demon'god || ลำนำเทพอสูร

ตอนที่ 9 : บทที่ 9 คิดถึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,906
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 931 ครั้ง
    1 ส.ค. 63


         คราแรกที่ได้ยินยังคงงงงวย แต่หลังจากที่ผ่านไปชั่วครู่ก็ต้องตกใจจนถึงขีดสุด เรื่องราวของหุบกลืนวิญญาณเป็นหนึ่งในนิทานก่อนนอนเรื่องหนึ่งที่เขาชื่นชอบ เข้ารู้จักตำนานเรื่องนี้เป็นอย่างดีเพราะร้องขอให้บิดาและท่านปู่เล่าให้ฟังบ่อยๆ แม้จะเคยเห็นพลังฝีมือของคนในตระกูลมาหลายครั้ง แต่พลังเหนือมนุษย์ในเรื่องของปีศาจที่กลืนกินดวงวิญญานมากมายเมื่อหมื่นปีก่อน ทั้งพลังฝีมือของมันยังเหนือล้ำจนสังหารยอดฝีมือไปอย่างมากมายราวใบไม้ร่วง เป็นความเก่งกาจที่เป็นความฝันเล็กๆ ของเด็กชายตัวน้อย ว่าสักวันหนึ่งเขาจะเก่งอย่างนั้นบ้าง เขาอยากยิ่งใหญ่เช่นท่านพ่อ เก่งกาจเหนือผู้ใด และอ่อนโยนเหมือนท่านแม่ของเขา




       ในตอนที่เขายังเล็กเพียงฟังเรื่องเล่าด้วยความสนุกสนาน แต่เมื่อนึกถึงเรื่องเล่าในตอนนั้นทำให้เด็กชายตัวโตถึงกับร้องให้ฟูมฟายเป็นบ้าเป็นหลัง จากคำกล่าวของดวงวิญญาณของหลวงจีนท่านนั้น แสดงว่าเขาในตอนนี้ถูกส่งมาเป็นเครื่องสังเวย….




        อือ…..




         เด็กน้อยร่ำร้องอย่างหนักราวกับจะเป็นจะตาย เพราะถ้าหากว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความจริง ด้วยเมื่อรวมเหตุการณ์ในตอนนั้นที่บิดาร่ำให้อยู่นอกเขตอาคมนั่น และหลายๆ อย่างเข้าด้วยกัน เท่ากับว่าอีกไม่นานเขาจะต้องตายและไม่อาจจะกลับไปเจอหน้าบิดามารดาที่รักยิ่งได้อีกแล้ว…




        สองนางที่เห็นเด็กน้อยร้องให้ราวกับเจ็บปวดเจียนตายก็ตกอกตกใจเป็นอย่างยิ่ง ประสีประสาเร่งเข้าไปกอดปลอบเด็กน้อยที่ร่ำให้อยู่โดยไม่สนใจภาพลักษณ์ใดๆ อีก แต่ยิ่งปลอบก็ราวราดน้ำมันลงไปในกองไฟ เด็กน้อยก็ยิ่งร่ำร้องโศกเศร้าปานจะขาดใจ จนทั้งสองนางทำอะไรไม่ถูก ไม่เว้นแม้แต่เหล่าดวงวิญญาณที่ทำหน้าเหรออาไม่รู้จะทำเช่นใดดี แม้จะดูแล้วน่าเวทนา แต่รูปลักษณ์ของชายหนุ่มรุ่นๆ ชักดิ้นชักงอร้องให้ราวกับเด็กน้องก็ออกจะขัดกันเสียนี่กระไร…




     ฮึกๆ.. ผ่านไปเกือบสองเค่อกว่าที่เด็กน้อยจะทุเลาลง แต่ก็ยังคงมีเสียงครางฮือปนเสียงสะอึกเป็นช่วงๆ อยู่ในอ้อมอกของสาวงามชุดขาวและมีสาวงามชุดเเดงคอยบอกเล่าเรื่องราวและเอ่ยปลอบต่างๆ นาๆ กว่าที่มันจะสงบลง




        “พี่สาว..ฮึก...ข้าอยากกลับบ้าน...ฮึกๆ ...ข้าคิดถึงท่านแม่…” เสียงกล่าวปนเสียงสะอึกสะอื้นของเด็กน้อย กล่าวขึ้นด้วยความหวัง หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราว แม้จะไม่ได้เข้าใจทั้งหมด แต่ก็พอจะรู้แล้วว่าตอนนี้เขาปลอดภัยแลัว




         “ตอนนี้เจ้าหลับพักผ่อนเสียก่อนเถิด ตื่นมาเราค่อยมาหารือกันอีกที พี่สาวสัญญาว่าหลังจากที่เจ้าตื่นขึ้น ข้าจะบอกกล่าววิธีกลับบ้านให้แก่เจ้า...เจ้าจะได้กลับไปหาท่านแม่ของเจ้าไง” สาวงามในชุดแดงกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนระคนเอ็นดู แต่ในใจลอบตึงเครียดอยู่หลายส่วน เกรงว่าหากบอกกล่าวในตอนนี้คนในอ้อมอกพี่สาวจะรับไม่ไหว จึงบ่ายเบี่ยงไปก่อน รอให้เขาตื่นขึ้นมาก่อน เมื่ออารมณ์เย็นลงคงเข้าใจเหตุการณ์ได้ง่ายขึ้น




        “สัญญานะพี่สาว..ฮึก” “อื้ม! ข้าสัญญา เจ้าก็หลับพักผ่อนเสียเถิดนะ เหนื่อยมามากแล้ว..”









        ด้วยความเหนื่อยล้าทางร่างกายและจิตใจ รวมกับเศษเสี้ยวของพิษที่ยังคงหลงเหลืออยู่อีกเล็กน้อย ส่งผลให้ชายหนุ่มนั้นหลับไหลไปนานถึงสามเดือน และตลอดระยะเวลาสามเดือนมานี้ เทียนหลงได้รับการปรนนิบัตอย่างดีจากสองสาว ทั้งยังมีดวงวิญญาณที่ไม่ยอมจากไปไหนของผู้เคราะห์ร้ายจากคำสาป คอยแวะเวียนมาดูและอย่างไม่ขาดสาย




        ด้วยพลังดินฟ้าภายในหลุมนี้มีมากมายกว่าภายนอกหลายสิบเท่า ทั้งพลังจิตวิญญาณเองก็เปี่ยมล้นจนเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกเเห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ และไม่ใช่แค่เพียงถ้ำศิลาที่อยู่ภายในหุบนี้ แต่เมื่อออกจากปากถ้ำก็จะมองเห็นหุบเขาขนาดใหญ่ ที่มีทุกสิ่งทุกอย่างเฉกเช่นเดียวกับหุบเขาอันอุดมสมบรูณ์ จะแตกต่างกันก็เพียงแต่ในที่แห่งนี้มิได้มีแสงเดือนหรือแสงตะวันสาดส่องลงมา จะมีก็เพียงแต่แสงสว่างนวลตาจากผลึกอัญมณีสีเหลืองอร่ามที่เป็นแหล่งให้กำเนิดแสงสว่างแก่หุบเขาแห่งนี้ ซึ่งขนาดของมันนั้นใหญ่โตมาก หากวัดความยาวจากด้านหนึ่งไปจนถึงด้านหนึ่ง ก็คงได้ระยะเกือบหนึ่งลี้เลยทีเดียว แต่มันก็เหมาะสมกับความกว้างของพื้นที่ที่มันให้ความสว่างอยู่ ก็เพราะหุบเขาภายแสงสว่างนี้กินพื้นที่กว้างยาวนับพันลี้ เปรียบสถานที่แห่งนี้ว่าเป็นโลกเล็กๆ อีกใบหนึ่งคงไม่ผิดนัก




       ในอดีตก่อนเหตุการณ์เมื่อหมื่นปีก่อน ที่แห่งนี้เคยเป็นสถานที่ที่ผู้ฝึกตนมากมายใฝ่ฝันอยากครอบครอง แต่หลังจากเหตุการณ์จุติของสมบัติสวรรค์ ก็ปรากฏภูเขาสูงใหญ่มาล้อมรอบสถานที่แห่งนี้เอาไว้เสีย ด้วยเวลาที่ผ่านมาเนิ่นนาน เรื่องราวของที่แห่งนี้จึงค่อยๆ จางหายไป หลงเหลือเอาไว้แต่เพียงชื่อของหลุมกลืนวิญญาณให้ผู้คนเรีกขาน




        ส่วนสาเหตุที่ทำให้ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยพลังฟ้าดิน รวมถึงพลังแห่งจิตวิญญาณสวรรค์นั้นก็เป็นเพราะที่แห่งนี้นั้นอยู่ในจุดกึ่งกลางแผ่นดินนภาคราม ทั้งยังเป็นจุดที่สูงที่สุดในแผ่นดินนี้ ทำให้พลังงานจากทุกสารทิศหลั่งไหลมารวมกันในที่แห่งนี้มาตั้งแต่สมัยโบราณ จึงทำให้ที่แห่งนี้หากนับบนแผ่นดินนภาครามแล้วก็เรียกได้ว่าไม่มีทางเป็นสองอย่างเด็ดขาด




         หลังจากคำสาปร้ายหายไป เหล่าดวงวิญญาณที่หลุดพ้นจากการจองจำ ต่างก็รั้งรออยู่เพื่อหวังว่าอาจจะมีหนทางใดที่จะตอบแทนบุญคุณนี้ได้ ถึงแม้พวกตนนั้นจะตกตายจนไร้ร่างเนื้อไปจับต้องสิ่งใด แต่หลังจากที่พวกมันได้ปรึกษากับสองนางแล้ว ก็เล็งเห็นถึงสมบัติล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวที่พวกมันมีอยู่...นั่นคือองค์ความรู้ที่พวกมันสั่งสมมานานและประสบการณ์ชีวิตของพวกมันเอง ที่อาจจะมากพอให้ทดแทนผู้มีพระคุณของมัน




        เพราะถึงยังไงพวกมันจำต้องรออีกนานถึงสิบปี กว่าที่หุบเหวนี้จะถูกเปิดออกอีกครั้ง เพราะแม้พวกมันจะหลุดออกจากการจองจำของคำสาปได้ แต่เขตอาคมที่ถูกตราเอาไว้เมื่อห้าพันปีโดยพระโพธิสัตว์องค์นั้นก็ยังคงอยู่ เหล่าดวงวิญญาณจึงทำได้แค่เพียงรอคอยเวลาที่พวกมันจะหลุดพ้นจากภพนี้ไปอย่างแท้จริง




         มนุษย์มีดีชั่ว ดวงวิญญาณเองในอดีตก็เคยเป็นมนุษย์มาก่อนย่อมมีทั้งดีและชั่ว แต่ด้วยความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสในตลอดเวลาที่ผ่านมา ทำให้พวกมันแม้มีบ้างที่เคยเลวทรามยิ่งกว่าเดรัจฉาน ต่างก็ระลึกถึงบุญคุณของเด็กน้อย อีกอย่างคือพวกมันได้ตายไปนานแล้ว ต่อให้อยากชั่วขนาดไหนก็ไม่อาจจะทำอะไรได้อยู่ดี




        ทั้งหมดจึงทำการแยกย้ายกันไปตามถิ่นฐานที่ตนชื่นชอบ หมายจะใข้เวลาช่วงนี้เฝ้ามองสิ่งที่จับต้องไม่ได้เหล่านี้ไปจนกว่าจะถึงเวลาของตนเอง แต่หลังจากผ่านไปเพียงแค่เดือนเดียวหลังจากนั้น สิ่งที่เหลือเชื่อที่สุดของเหล่าดวงวิญญาณก็เกิดขึ้น เมื่อดวงจิตที่เคยร่อนไปเร่มาตามใจปราถนา ค่อยๆ มีมวลหนาแน่นขึ้นมาทีละน้อย จนเมื่อผ่านไปอีกหนึ่งเดือน พวกมันกลับจับต้องทุกอย่างได้อีกครั้ง แม้จะยังคงเป็นเพียงแค่วิญญาณ แต่กลับสามารถสัมผัสทุกอย่างรอบกายได้ราวกับมีชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง…




         ส่วนสาเหตุนั้นเนื่องมาจากสองสาวงามได้ใช้พลังส่วนหนึ่งสร้างเป็นค่ายกลซ้อนทับกับเขตอาคมตรงจุดให้กำเนิดแสง ชักนำพลังวิญญาณสวรรค์มาแปรเป็นพลังงานให้กับดวงจิตทุกดวง ส่วนจุดมุ่งหมายมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือหวังว่าอย่างน้อยดวงวิญญาณเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับร่างที่หลับไหลไม่มากก็น้อย…





        “ท่านพี่ท่านคิดเช่นเดียวกับข้าหรือไม่..” ในระหว่างที่กำลังนั่งมองใบหน้าของเด็กน้อยในร่างชายหนุ่มอยู่นั้นเอง จู่ๆ สาวงามในชุดเเดงก็กล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มกว้าง




        “..” ส่วนสาวงามชุดขาวมิได้กล่าวอันใด จะมีก็เพียงแต่รอยยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากขณะมองใบหน้าที่แสนจะคุ้นเคย…










       “ไม่...ไม่!...ท่านแม่!!” ในยามเช้าของวันหนึ่งที่แม้ว่าจะไม่สามารถพบเจอแสงเดือนแสงตะวัน แต่ด้วยความเข้มของแสงที่เป็นตัวบอกช่วงเวลา ทำให้เหล่าสรรพชีวิตรับรู้ได้ว่าในตอนนี้ถึงยามรุ่งสางแล้ว และในวันนี้เอง ณเรือนไม้ไผ่หลังเล็กๆ ที่อยู่ใกล้กับปากถ้ำซึ่งเป็นต้นน้ำที่หลั่งไหลทอดยาวหล่อเลี้ยงทุกสรรพชีวิตในหุบเขาปิดตายนี้ ก็ปรากฏเสียงกรีดร้องของชายหนุ่มที่กำลังนอนกระสับกระส่าย ตลอดทั้งใบหน้าและทั่วร่างกายเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ไหลรินราวกับผ่านการอาบน้ำมาหมาดๆ ชุดผ้าไหมอย่างดีเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อที่ซึมออกมาไม่ขาดสาย เหมือนว่าเจ้าของร่างนี้กำลังตกอยู่ในห้วงฝันร้ายอย่างถึงขีดสุด




          “เทียนหลง...เทียนหลง! เจ้าเป็นอะไรไป” สาวงามชุดแดงรุ่มร่ามกุลีกุจอเข้ามาหาชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง แต่ภายในแววตานั้นกลับไหววูปอย่างประหลาด




        “ท่านแม่!!!” ร่างที่หลับลึกกระสับกระส่ายก็สะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมา พร้อมกับเสียงร้องตะโกนอย่างสุดเสียง ผหวาราวกับพบเจอกับสิ่งที่น่ากลัวสุดชีวิต...

 


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 931 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

757 ความคิดเห็น

  1. #653 Cu554155 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 23:09
    ห่วยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #653
    0
  2. #259 kimurakung (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 01:13
    ใช้เวลา 10 ปีนี้ให้คุ้มค่านะหนูน้อย
    #259
    0
  3. #244 ปูโพธาราม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 17:16
    รออีกสิบปีฝึกจนเก่งพอดี
    #244
    0
  4. #176 สุรพงษ์ บุรานนท์ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 13:03

    อ่านเพลินแล้วก็เจอบรรทัดสุดท้าย สนุกครับ

    #176
    0
  5. #158 mmaxza001 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 14:12

    ขขอบคุณครับ

    #158
    0
  6. #116 PWFK27 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 12:49
    ติดตามครับ ชอบกว่าเรื่องนู้นอีกกกก
    #116
    0
  7. #113 N T P (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 14:58
    สนุกมากๆครับ แค่เกิดมาก็ไม่ธรรมดาแล้ว ยังได้อาจารย์ดีๆมาสอนอีก เดี๋ยวอีกสิบปีคงกลายเป็นเทพทรูเต็มตัวแล้ว ช่วงนี้ก็คงต้องค่อยๆขูดบัตรไปก่อนล่ะนะ...
    #113
    0
  8. #37 N T P (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 19:23
    จบตอนแล้วหรอ กำลังอ่านเพลินๆอยู่เลย ค้างสิครับรออะไร
    #37
    0
  9. #36 Lucky_777 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 19:13
    เอาเรื่องนี้ไม่เอาไอโอเทอเรียเเล้วง่าาาา
    #36
    0