The demon'god || ลำนำเทพอสูร

ตอนที่ 68 : บทที่ 63 อีกด้านหนึ่งของตำนานและความต้องการของคนปริศนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 753
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    18 ส.ค. 63

รากับว่าอักขระมันเป็นเช่นเดียวกันกับอักขระดั่งเดิมที่มันเคยพบเห็นเมื่อครั้งที่เรื่องราวนี้ถูกมันค้นพบ มันคืออักขระแสนประหลาดที่ราวกับคำแต่ละคำที่ถูกเขียนขึ้นสามารถที่จะสื่อให้ผู้อ่านมองเห็นภาพที่เกิดขึ้นจริง ทั้งๆ ที่มองเห็นเพียงแค่ตัวอักษรแต่ก็ราวกับว่าทุกครั้งที่อ่านนั้นผู้อ่านก็เหมือนกับได้เข้าไปในโลกอีกใบหนึ่ง…

 

ท่ามกลางหมู่เมฆขาวที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ปรากฏสรรพสิ่งต่างๆ มากมายที่สวยสดงดงามเกินกว่าที่ใครจะสามารถที่จะจินตนาการได้ ไม่ว่าจะเป็นเลือกสวนไร่นาตลอดไปจนถึงบ้านช่องห้องหับที่แสนจะงดงามเกินกว่าที่จะเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของมวลมนุษย์ 

 

ก็แน่หล่ะ ก็เพราะสถานที่แห่งนี้ก็คือแดนสวรรค์เมื่อครั้งบรรพกาลเมื่อหลังเสร็จสิ้นก่อสร้างฟ้าดินสำเร็จใหม่ๆ ซึ่งที่แห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นจากความทรงจำของสามมหาเทพผู้สร้างโลก…สามมหาเทพ

 

ถูกแล้ว เพราะเมื่อครั้งโบราณไม่เพียงแต่สองคู้มังกรเหนือฟ้าที่เป็นผู้บุกเบิกฟ้าดิน แต่ยังมีอีกหนึ่งมหาเทพที่แทบจะเป็นแกนหลักของผู้ที่เป็นตัวตั้งตัวตีให้สร้างโลกใบนี้ขึ้นด้วยซ้ำ 

 

แต่หลังจากที่ทุกอย่างเสร็จสิ้น ทั้งสามได้ร่วมกันสร้างโลกและระบบทุกอย่างเอาไว้เพราะรักษาสังสารวัฏิเอาไว้ให้คงอยู่ จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ในวันนั้นสองมังก็คู่เหนือสวรรค์ก็ได้วางแผนที่จะกำจัดอีกคนหนึ่งทิ้งเพื่อปกครองทั้งหมดเองเพียงแค่สองตน และนั่นก็ได้ก่อให้เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่แก่ยุคแรกเริ่มที่การต่อสู้ระหว่างทั้งสามทำให้ทั้งภพแทบจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ 

 

แต่ในท้ายที่สุดแล้วก็เป็นหนึ่งคนที่ถูกหักหลังยินยอมแบบไม่พร้อมใจให้คนเองตกตายไปแทนที่สรรพชีวิตจะต้องมาจบลงไปด้วยฝีมือของมันเอง เพราะหากลำพังอำนาจเพียงแค่ของมังกรนั้นไม่อาจจะทำร้ายมันจนถึงตายได้ แต่ถึงอย่างนั้นตัวมันก็ไม่อาจจะเอาชัยจากทั้งสองเมื่อประสานการโจมตีด้วยกันได้

 

อาจจะเป็นเพราะแม้ว่าทั้งสามจะมีต้นกำเนิดมาจากจุเดียวกัน แต่ระหว่างสองมังกรกับตัวมันนั้นช่างมีเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันมากเกินไป หรือจะด้วยอะไรก็แล้วแต่ แต่ด้วยอำนาจของขวานของผานกู่ผู้ให้กำเนิดทั้งสาม ร่างของมันจึงถูกทั้งฟูชีและหนี่ห์วาแยกออกเป็นส่วนๆ แม้กระทั่งดวงจิตก็ถูกทำลายไป

 

จะหลงเหลือก็เพียงแค่สองสมบัติที่ถือกำเนิดมาจากสิ่งมีชีวิตทั้งสองที่มันได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายรักษาเอาไว้ แต่ก็ถูกหนี่ห์วาทำบางสิ่งบางอย่างก่อนที่จะขว้างปาทั้งสองออกไป…

 

 

ราวกับเรื่องราวที่ได้ถูกส่งต่อ หัวของจักรพรรดิเทพสวรรค์ปวดมากจนแทบจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ไม่รู้ด้วยเหตุใดเรื่องราวสั้นๆ เพียงแค่เรื่องหนึ่งกลับทำให้ชายผู้ใช้ชีวิตมาสามครั้งสามคราแทบจะสติหลุดไป และในตอนนั้นเองที่ลูกพลังที่มันได้รวบรวมมานานแสนนานหมายจะใช้มันเพื่อปลิดบัญชีอีกฝ่ายก็หลุดมือ…

 

ตกลงไปยังเบื้องล่าง…

 

ยังใจกลางการต่อสู้ของอักขระสองสีที่ค่อยๆ ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ

 

 

ราวกับภูตผีหิวกระหายได้กลิ่นคาวโลหิต ทันทีที่ลูกพลังที่มีส่วนผสมของทั้งพลังวิญญาณและพลังปราณที่จักรพรรดิเทพสวรรค์สั่งสมมาชั่วชีวิตตกลงไปยังเบื้องล่าง อักขระสีแดงดำก็พุ่งขึ้นไปหาทั้งๆ ที่ยังมีระยะห่างอยู่มาก แต่อักขระเหล่านั้นก็คล้ายกับเถาวัลย์ได้ปุ๋ยชั้นยอด มันเติบโตอย่างรวดเร็วเข้าไปรัดพันดวงอาทิตย์ขนาดย่อมๆ นั้นไว้แล้วดึงลงไปยังเบื้อล่าง

 

“…” 

 

ไร้ซึ่งคำพูดพล่ามใดๆ อีกต่อไป ทันทีที่จักรพรรดิเทพสวรรค์คืนสติกลับมาและเห็นอักขระสีเลือดขุ่นขลักกำลังดูดกลืนพลังของมันอย่างบ้าคลั่งมันก็ไม่คิดที่จะสนใจสิ่งใดอีกต่อไป

 

ขวับ

 

จากความว่างเปล่าเบื้องหน้าก็ปรากฏลูกแก้วสีครามขนาดเท่าลูกปิงปองลูกหนึ่งอยู่กลางอากาศเบื้องหน้าของจักพรรดิเทพสวรรค์ที่ตอนนี้อยู่ในสภาพที่ไม่สู้ดีนัก มันเอื้อมมือไปคว้าของที่อยู่ข้างหน้ามากำเอาไว้ในมือแน่น

 

‘เวนเอ๊ย ลูกสุดท้ายแล้วนะ!’

 

ลูกแก้วอักขระเทพ เป็นหนึ่งในของหายากเป็นอย่างมาในแผ่นดินรอบนอกเช่นนี้ หรือแม้แต่ในแผ่นดินหลักเองลูกแก้วอักขระเทพเองก็ยังเป็นสิ่งที่หายากในระดับหนึ่งและมีราคาพอสมควร

 

และตามชื่อของมันลูกแก้วอักขระเทพนั้นจะมีความสามารถที่แตกต่างกันไปตามอักขระที่ถูกบรรจุเอาไว้ภายใน ทั้งยังเเบ่งแยกตามระดับได้ทั้งหมดเก้าระดับก็คือ ดำ ทอง ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดง แต่ละระดับก็จะมีความสามารถเพิ่มขึ้นมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ร่ายอักขระลงไปด้วย แต่ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากเกินไปนัก 

 

ส่วนลูกแก้วอักขระเทพที่อยู่ในมือของมันในตอนนี้ก็เป็นถึงระดับสีครามที่หายากและมีค่าไม่น้อยแม้แต่ในแผ่นดินใหญ่ ยิ่งเป็นอักขระหลบหนีแบบกำหนดเป้าหมายแบบนี้มันยิ่งล้ำค่าเข้าไปอีก 

 

อันที่จริงมันตั้งใจว่าจะใช้สิ่งนี้หลังจากแผนการทุกอย่างของมันเสร็จสิ้นลง แต่ดูท่าแล้วหากมันยังเสียดายสิ่งนี้แม้แต่ชีวิตของตัวเองมันก็ยังไม่อาจจะเก็บกู้เอาไว้ได้…

 

“ช่างแม่ง เอาชีวิตให้รอดก่อนก็ได้วะ”

 

สิ้นคำมันก็บีบลูกแก้วในมืออย่างแรงจนลูกแก้วแตกออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมๆ กับร่างของมันค่อยๆ กลายเป็นเส้นแสงหายไป แต่ก่อนจะจากไป มันยังทิ้งเจตจำนงของมันเอาไว้ พร้อมกับเเก่งวิญญาณที่มันพากเพียรบ่มเพาะมานานแสนนาน ….

 

และแทบจะในทันทีที่มันจากไปเส้นอักขระทั้งสองฝ่ายก็ราวกับถึงการต่อสู้สุดท้ายแล้วระเบิดออกมาพร้อมๆ กัน แต่เหมือนกับว่าพลังที่จักพรรดิเทพสวรรค์ที่เค้นออกมาหมายจะทำลายเด็กนรกที่ทำให้แผนของมันพังลง แต่กลับกลายเป็นว่า มรสุมโลหิตกลับใช้พลังนี้ออกมาในเฮือกสุดท้ายและทำลายกลุ่มก่อนอักขระสีทองลงไปได้ในที่สุด

 

“…”

 

ราวกับทุกอย่างได้หยุดลงสภาพแวดล้อมรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นสายลมสรรพสิ่งทุกอย่างราวกับถูกหยุดเอาไว้ เมื่อทันทีที่ผนึกสุดท้ายถูกทำลาย ก็เหมือนมิติสีทองได้ถูกทุบจนแตกละเอียดจนเผยให้เห็นบางสิ่งที่อยู่ภายใน…

 

หนึ่งในชิ้นส่วนที่แม้แต่สองในสามมหาเทพยุคโบราณยังไม่อาจจะทำลายได้…หัวใจเทพไร้ขีดจำกัด

 

.

.

.

 

 

อึก…

 

ร่างของเด็กชานที่เพิ่งเข้าสู่วัยหนุ่มได้ไม่นาน แต่ก็กำยำล่ำสันตามประสาคนที่ฝึกฝนมาอย่างดีค่อยๆ ขยับตัวอย่างช้าๆ พยายามที่จะยันตัวเองให้ลุกขึ้น แล้วมองไปยังรอบกายของตนอย่างว่างเปล่า… “ที่นี่มันที่ไหนกัน”

 

ขลุกๆ 

 

แทบจะในทันทีที่ลุกขึ้นยืนได้สำเร็จ ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงก็เข้าโจมตีเข้าที่หัวของเขาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มันจึงทำให้เขานั้นล้มลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง ตามมาด้วยความทรงจำมากมายของเหล่าดวงวิญญาณที่เขาได้ดูดซับเอาไว้ ทั้งยังวิญญาณดวงใหม่ๆ ที่เขาในร่างปีศาจโลหิตเพิ่งจะสังหารไปอีกหลายพันหลายหมื่นคนกลายเป็นภาพความทรงจำทับซ้อนมากมายที่โถมทับเข้ามาในทันทีทันใด…จนร่างของเขาทั้งร่างถึงกับระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ

 

อึก…

 

และราวกับเปิดหนังม้วนเดิมขึ้นมาอีกครั้ง ภาพเหตการณ์เดิมๆ ก็ได้ฉายซ้ำๆ ออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า จากครั้งที่หนึ่งเป็นสองเป็นสามสี่…เป็นสิบครั้ง ยี่สิบครั้ง…เป็นร้อยครั้ง….จนในที่สุดตอนเทียนหลงก็จำไม่ได้แล้วตอนนี้ตัวเองผ่านมันไปนานเท่าไหร่หรือว่าผ่านไปกี่รอบแล้วที่ตัวเองต้องระเบิดออกเพราะความทรงจำมากมายที่ร่างกายและจิตใจไม่อาจจะรับได้

 

กว่าจะรู้ตัวตอนนี้เขาก็กลายมาเป็นใครคนหนึ่งที่กำลังเฝ้ามองดูภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่อย่างเฉยเมย….

 

“เป็นยังไงบ้างล่ะเจ้าหนู…” 

 

 

 

 

………………….จบตอน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

757 ความคิดเห็น

  1. #749 TA_O*0* (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 19:19

    อ่านไปแล้ว ก็งงๆ
    #749
    0
  2. #748 TA_O*0* (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 19:19

    อ่านไปแล้ว ก็งงๆ
    #748
    0
  3. #738 TeeddY (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 22:58
    ขอให้หายไวๆนะคับ
    #738
    0
  4. #737 thenap (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 21:35
    สู้ๆครับ เป็นกำลังใจให้
    #737
    0