The demon'god || ลำนำเทพอสูร

ตอนที่ 66 : บทที่ 61 นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,069
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    5 ส.ค. 63

ความคิดก็ส่วนความคิด แต่ร่างกายของจักรพรรดิเทพสวรรค์ก็ยังคงทุ่มสุดตัวเพื่อที่จะจัดการกับเจ้าเด็กนี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่หลังจากที่ผ่านไปพักใหญ่ ความรู้สึกที่ได้รับจากการโจมตีอีกฝ่ายยิ่งเลือนรางลงไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เริ่มต้นที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นสนิมขุ่นคลัก ความคาวโลหิตที่หนาแน่น แต่หลังจากผ่านไปพักใหญ่ สิ่งที่เขาสัมผัสจากไอ้เด็กนรกนั่นกลับกลายเป็นเพียงแค่ความว่างเปล่า ราวกับร่างนั้นเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา ทั้งๆ ที่มันยังคงสร้างความเสียหายให้กับตัวเขาและสิ่งรอบข้าอยู่ ทั้งยังรุนแรงขึ้นเรื่อนยๆ 

 

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมมันถึงได้เป็นแบบนี้!!" จักรพรรดิเทพสวรรค์มองไปยังเบื้องล่างที่มันเฝ้าสรรค์สร้างฟูมฟักมานานหลายปี แต่ตอนนี้กลับถูกไอ้เด็กนรกที่ตอนนี้กลายเป็นปีศาจโลหิตสูงกว่าสิบเมตรทำลายไปจนแทบจะย่อยยับ “แกเป็นตัวบ้าอะไรกันแน่" 

 

จากเสียงพูดจนแทยจะกลายเป็นเสียงคำราม จักรพรรดิเทพสวรร์ตอนนี้เกือบจะเสียสติอยู่รอมร่อแล้ว จู่ๆ ร่างที่กำลังอาละวาดอย่างบ้าคลั่งก็ได้หื้ยุิดชะงักลงราวกับว่ามันนั้นสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง จากนั้นส่วนหัวของมันก็ได้หันลงไปมองที่พื้นดินที่เคยเป็นที่ตั้งของตัวปราสาทหลังมาก่อน…

 

“…"

 

“ไม่ใช่อย่างที่คิดใช่ไหม…." ร่างสูงในชุดเกราะที่ตอนนี้หมดความสง่าราสีเหลือเพียงชุดที่บิดเบี้ยวจากแรงโจมตีที่กระทบเข้ามา ทั้งยังเหลืออยู่เพียงแค่ไม่กี่ชิ้นเท่านั้น แต่แม้ว่าร่างกายภายนอกตอนนี้จะตกอยู่ในสภาพย้ำแย่ขนาดนี้ แต่จริงๆ ตอนนี้เขายังใช้พลังฝีมือไปยังไม่เต็มที่ และยังมีไพ่ตายบางอย่างที่เขายังซ่อนมันเอาไว้ในแขนเสื้อ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นแต่จนถึงตอนนี้มันยังไม่ยอมแสดงมันออกมา เพราะจากประสบการณ์ของมันทั้งสามชีวิต ไอ้ตัวประหลาดแบบนี้มันอาจจะเป็นหนึ่งในตัวตนพิเศษที่ไม่อาจจะจัดการได้ และมันยินดีจะใช้พลังสุดท้ายของมันเพื่อเอาไว้หลบหนีถ้าหากว่ามันจำเป็น

 

เพราะสำหรับมันแม้สิ่งที่อยู่ใต้ดินแทบจะเป็นความพยายามของมันมาชั่วชีวิต แต่ถ้าหากตายไปแล้วทุกอย่างที่มันวาดหวังเอาไว้มันก็เป็นเพียงแค่ฝุ่นที่พร้อมจะหายไปได้เสมอ…

 

และราวกับสวรรค์กำลังเล่นตลกกับคนที่ใช้ชีวิตมาสามชาติสามภพอย่างมัน เพราะชั่วเสี้ยวพริบตาต่อมา ร่างที่เต็มไปด้วยเลือดก็พุ่งดิ่งลงไปยังจุดที่มันได้วางค่ายกลเอาไว้!!

 

“บ้าเอ๊ย!!" 

 

ในตอนนั้นเองจักรพรรดิเทพสวรรค์ตั้งใจที่จะไปขัดขวางอีกฝ่ายอย่างเต็มกำลัง และหวังว่ามันจะได้ผล แต่เปล่าเลย กลับกลายเป็นว่าร่างนั่นพุ่งผ่านม่านพลังทุกอย่างที่ตัวมันใช้ออก แม้กระทั่งอาวุทวิญญาณเองก็ทำได้เพียงแค่ทิ้งรอยแผลถากๆ เอาไว้ ซึ่งมันก็จางหายไปแทบจะในเวลาเดียวกันเลยก็ว่าได้…

 

"บ้าน่า…ร่างวิญญาณสมบูรณ์" จักรพรรดิเทพสวรรค์ถึงกับร้องออกมาอย่างแตกตื่น เพราะสิ่งที่มันกำลังเห็นอยู่ตอนนี้แม้แต่ชีวิตก่อนหน้าที่มันได้โลดแล่นอยู่บนแผ่นดินใหญ่ยังไม่เคยเจอเคยพบมันเลยสักครั้ง เพราะร่างวิญญาณสมบูรที่ว่านั้นถ้าจะให้พูดจริงๆ ก็คือกลุ่มก้อนของวิญญาณที่แท้จริง ซึ่งรวมความสามารถของร่างกายเดิมของผู้ใช้และพลังวิญญาณที่ขึ้นชื่อเรื่องความไร้รูปไร้ลักษณ์เข้าเอาไว้ด้วยกัน จนทำให้มีเพียงแค่นักสู้เฉพาะสายวิญญาณเท่านั้นที่พอจะรับมือกับมันได้ 

 

ที่สำคัญที่สุดตั้งแต่ยุคใหม่ได้มาถึงนี้มันยังไม่เคยได้ยินเลยว่ามีร่างวิญญาณสมบูรณ์ที่ได้ถือกำเนิดขึ้นมาก่อน เพราะมันเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าเก่าๆ ของสายอาชีพหมอผีและนักรบภูติที่ยังคงฝึกฝนเรื่องการต่อสู้กับวิญญาณ แต่นอกจากการขับไล่ภูติหยินทั่วๆ ไปแล้วกลุ่มคนเหล่านี้แทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยด้วยซ้ำ 

 

แต่ถึงอย่างนั้นเหล่าขุมอำนาจต่างๆ มักจะให้การเลี้ยงดูพวกมันเอาไว้เสมอๆ จนแม่แต่ในยุคนี้แทบจะไม่มีเรื่องอะไรพวกนี้มานานแล้วก็ตามที

 

“เวนแล้วไง แล้วทำไมไอ้ของพันนี้มันถึงได้มาปรากฏอยู่ที่นี้ได้วะ” มันสบถออกมาอย่างหัวเสีย

 

สบถก็ส่วนสบทความคิดก็ส่วนความคิด มันพยายามคิดอย่างเร็วจี๋หวังว่าจะมีสักวิธีที่สามารถจัดการกับอรกฝ่ายหรือเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ แต่มันก็เท่านั้น เพราะแม้ชีวิตของมันสองชีวิตที่ผ่านมาจะไม่เลวนัก แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเรื่องที่มีอยู่แค่ในตำนานเทพโบราณของดาวดวงนี้มันก็จนปัญญา ได้แต่ภาวะนาให้ไอ้ปีศาจโบราณตัวนี้เป็นเหมือนมันที่ทำพลาดและไม่อาจจะแตะต้องไอ้สิ่งที่ถูกฝังอยู่ใต้แผ่นดินนภาครามได้

 

เปรี๊ยะ….

 

แต่ราวกับฟ้าจะไม่เห็นใจคนที่ใช้ชีวิตมาหลายชาติภพอย่างมันเลยสักนิด เพราะไอ้ผนึกสวรรค์ไร้ลักษณ์เก้าชั้น ที่ว่ากันว่าสองเทพผู้สร้างแผ่นดินเป็นคนตรามันเอาไว้ เผื่อผนึกสิ่งเลวร้ายจากอดีตกาลกลับบังเกิดรอยร้าวที่แม้แต่ตัวมันที่พยายามมานานหลายพันปียังไม่อาจจะทำอะไรได้…

 

“เวนแล้ว!!” มันสบถออกมาเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจจะทราบได้เพราะสิ่งที่มันกลัวที่สุดได้เกิดขึ้น…โดยที่มันไม่แม้แต่จะสามารถทำอะไรได้เลย

 

‘อีกแล้ว…สิ่งที่ข้าเพียรพยายามมาชั่วชีวิตกลับถูกตัดหน้าไปทั้งๆ แบบนี้ แผ่นดินที่ข้าเพียรสร้าง ผู้คนของข้า….แม่งเอ๊ย!!’ 

 

ฮว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

จักรพรรดิเทพสวรรค์ผู้ที่เคยแข็งแกร่งที่สุดตลอดหลายพันปีที่ผ่านมาของแผ่นดินนภาครามร้องคำรามออกมาอย่างสุดเสียง ก่อนที่จะเค้นพลังทั้งหมดของมันออกมาจนกลายมาเป็นลูกพลังสีทองขนาดยักษ์

 

.

.

.

 

ในขณะเดียวกันร่างเงาสีโลหิตของมารน้อยที่ตอนนี้มีขนาดใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ จากธารโลหิตที่มันได้สร้างขึ้นเอง และตอนนี้ดวงตาสีแดงก่ำกลมโตราวกับลูกมะพร้าวของมันกำลังจ้องมองลงไปยังอักขระที่กำลังปลดปล่อยกลิ่นอายเก่าแก่โบราณอย่างที่สุดออกมา ราวกับว่ามันกำลังจ้องมองอะไรบางอย่างที่ทำให้มันขุ่นเคืองเป็นอย่างมาก แต่ก็แฝงไว้ด้วยความโหยหาและคิดถึง กลุ่มก้อนความรู้สึกที่ส่งออกมาจนแม้แต่จักรพรรดิเทพสวรรค์ที่กำลังรวบรวมพลังอยู่ด้านบนถึงกับสัมผัสได้และหยุดชะงักไปครู่หนึ่งเลยด้วยซ้ำ 

 

แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจมันก็เริ่มสร้างกรงเล็บโลหิตขนาดมหึมา ตามมาด้วยอักขระสีแดงดำที่ส่งกลิ่นอายเก่าแก่ไม่แพ้กัีนกำลังค่อยๆ โผล่ขึ้นมาทีละตัวทีละตัว จนกระทั่งผ่านไปครู่ใหญ่ก็มีอักขระอยู่เต็มไปหมดจนลามไปถึงบนพื้นดินที่อยู่สูงขึ้นไปหลายลี้….

 

 

………………………

 

 

สั้นๆ ก่อนนะ หลังจากที่ทิ้งเรื่องนี้ไปนาน ตอนนี้กำลังจัดการกับตัวเองอยู่งับ ปั่นยุสามเรื่องและจัดการเรื่องที่บ้านไปด้วย เลยวุ่นๆ หน่อย 

 

สำหรับคนที่อยากรู้ตอนนี้พ่อแกแข็งแรงขึ้นมากแล้วครับ ไม่ไปโรงพยาบาลมาสักพักแล้ว ….ขอบคุณทุกความช่วยเหลือที่ผ่านๆ มานะครับ จะพยายามมาให้ถี่ขึ้นครับผม

 

 

 

………………………….

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

757 ความคิดเห็น