The demon'god || ลำนำเทพอสูร

ตอนที่ 53 : บทที่ 51 ความสมบูรณ์แบบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,766
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 188 ครั้ง
    3 ส.ค. 63

 

“แล้วเช่นนั้นข้าจะต้องทำอย่างไรเพื่อที่จะสามารถใช้พลังวิญญาณได้อย่างสมบูรณ์หรือขอรับ เพราะข้าลองพยายามที่สุดแล้วแต่ไม่ว่าจะเป็นทางใดๆ พลังวิญญาณก็รั่วไหลออกมาเสียทุกครั้ง” เทียนหลงกล่าวออกมาด้วยความไม่เข้าใจและอยากรู้อยากเห็น

 

 

เสวี่ยเฟิ่งยิ้มน้อยๆ เมื่อได้ยินคำกล่าวของชายหนุ่ม ก่อนที่จะถามกลับไป “แล้วตอนที่เจ้าใช้พลังนั้นเจ้าจำได้ไหม ว่าพลังที่เจ้าเค้นออกมาพลังปราณมันไหลออกมาจากส่วนไหน และช่วงเวลาไหนที่พลังวิญญาณไหลออกมาปะปน...”

 

 

“ข้า ข้าไม่รู้...”

 

 

“นั่นแหละคือคำตอบที่ถูกต้องและคือคำตอบของปัญหา เพราะว่าพลังปราณนั้นเป็นส่วนหนึ่งของพลังแห่งชีวิตที่ไหลออกมาจากร่างกาย รวมถึงพลังที่สะสมมาจากสภาพแวดล้อมภายนอก ที่ถูกจุดชีพจรทั่วร่างสะสมเอาไว้และนำมันไปกักเก็บเอาไว้ที่จุดใดจุดหนึ่งในร่างกาย และทุกครั้งที่จะใช้มันพลังนั้นก็จะไหลออกมาจากจุดชีพจรทั่วร่าง หรือจุดเฉพาะอย่างบางเคล็ดวิชาที่เจ้าคิดค้นขึ้นอย่างท่าเท้าหรือวิชาเนตรที่ใช้พลังจากบางจุดบางส่วน แต่ถึงอย่างนั้นพลังวิญญาณก็ยังเข้ามาแทรกอยู่...ถูกไหม”

 

 

“ขอรับ แล้ว...”

 

 

“ส่วนพลังวิญญาณนั้นก็อย่างที่เจ้าเข้าใจ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ถึงกับถูกต้องแต่เรื่องนี้เจ้าต้องทำความเข้าใจมันด้วยตัวเอง แต่เอาเป็นว่าข้าจะบอกก่อนคร่าวๆ ก็แล้วกัน...” เทพธิดาจันทราพูดขึ้นพลางลำดับความคิดที่ง่ายที่สุดเท่าที่จะสามารถอธิบายให้ชายหนุ่มเข้าใจได้

 

“พลังวิญญาณก็คือพลังที่สะสมอยู่ทั่วร่างของเจ้าเช่นเดียวกับพลังวัตนั่นแหละ เพียงแต่มันอยู่กันคนละมิติกับพลังปราณ และมันถูกควบคุมโดยจิตใจโดยตรง...”

 

 

“ควบคุมโดยจิตโดยตรง...สมาธิ!!” ราวกับดอกไม้ไฟที่ถูกจุดขึ้น หลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายของเสวี่ยเฟิ่งเพียงแค่ไม่กี่คำความคิดของเทียนหลงก็สว่างวาบขึ้น เขาจดจำได้ถึงคำกล่าวของพระธรรมาจารย์หลงไท่ที่เคยบอกสอนเอาไว้ ว่าการที่จะควบคุมจิตใจได้มันจะต้องใช้สมาธิ แต่เมื่อนึกมาถึงตอนนี้เขาก็อดที่จะห่อเหี่ยวใจไม่ได้ เพราะว่าการที่ใครสักคนจะสามารถที่จะฝึกฝนสมาธิได้ถึงระดับหนึ่งนั้นมันจะต้องใช้เวลามากน้อยแล้วแต่บุคคล “แต่ข้าไม่มีเวลามากขนาดนั้น”

 

 

“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้เจ้าพยายามเข้าใจสิ่งที่เรียกว่าพลังวิญญาณให้มากที่สุด ส่วนเรื่องราวต่อจากนี้เราค่อยมาว่ากันอีกที” หยางปิงที่เห็นท่าทางไม่สู้ดีของเทียนหลงก็กล่าวออกมาอย่างร่าเริง เพราะนางพอที่จะเข้าใจความคิดของพี่สาวบ้างแล้ว


 


 


 

 

“แล้วเช่นนั้นข้าจะต้องทำอะไรบ้างหรือขอรับ ตอนนี้ข้าคิดว่าตัวข้าเริ่มไม่ค่อยเข้าใจแล้วว่าข้าจะต้องทำอะไรต่อไป”เทียนหลงกล่าวด้วยความสับสน

 

“สิ่งที่เจ้าต้องทำในตอนนี้ก็คือเข้าใจสิ่งที่เรียกว่าพลังวิญญาณให้ถ่องแท้เสียก่อน ซึ่งอันที่จริงเจ้าก็พอจะเข้าใจมันอยู่บ้าง เพียงแต่เจ้ายังตีความมันไม่ถูกต้องหรือทำให้มันเข้าใจยากเกินไปก็เท่านั้น” หยางปิงกล่าวแทนพี่สาว

 

“…แล้วตกลงพลังวิญญาณมันคืออะไรกันแน่หรือขอรับ”

 

“ถ้าหากจะกล่าวให้ง่ายที่สุดก็คงต้องนำมันไปเปรียบเทียบกันกับพลังวัตที่เจ้ารู้จักมันมาตั้งแต่ต้น สิ่งที่เจ้าเข้าใจสำหรับพลังปราณนั้นคือสิ่งใดหรือ”เสวี่ยเฟิ่งถามขึ้นบ้าง

 

“พลังปราณ… ถ้าตามที่ข้าได้เรียนรู้มามันก็คือพลังงานของฟ้าและดินที่ถูกสะสมอยู่ภายในร่างกายมนุษย์ใช่ไหมขอรับ” ชายหนุ่มกล่าวสรุปความเรื่องของพลังปราณตามที่เขาเข้าใจ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาตัวเข้าได้ศึกษาเรื่องราวเหล่านี้มาไม่มากก็น้อย

 

แม้ว่าอันที่จริงจะไม่มีตำราเล่มใดหรือใครที่กล่าวถึงพลังปราณว่ามันคือสิ่งใด แต่สิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วๆ ไปต่างรู้ดีก็คือพลังปราณนั้นเป็นพลังงานของสวรรค์และปฐพีที่ถูกดึงดูดเข้ามาในร่างกาย โดยผ่านการไหลเวียนจากสิ่งต่างๆ รอบกายเข้าสู่จุดชีพจร

 

ซึ่งจุดชีพจรนี่เองที่เปรียบเสมือนกับพรสวรรค์ของมนุษย์ที่ถูกกำหนดมาตั้งแต่กำเนิด เพราะจุดชีพจนที่แตกต่างกันก็จะหมายถึงการดูดซับและกับเก็บลมปราณได้มากน้อยเร็วช้าต่างกัน ทำให้แผ่นดินนี้ให้ความสำคัญที่ผู้ที่มีจุดชีพจรระดับสูงก่อนเป็นอันดับแรก

 

“ที่เจ้ากล่าวมานั้นก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่มันก็ไม่ได้ถูกต้องเช่นกัน” เสวี่ยเฟิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู “เจ้ารู้ไหมว่าที่จริงแล้วพลังปราณนั้นคือสิ่งใดสำหรับพวกเรา”

 

“ไม่ขอรับ”เทียนหลงส่ายหน้าด้วยความไม่รู้ เพราะอันที่จริงเขาก็ได้เรียนรู้มาแค่นี้จริงๆ อีกอย่างแม้แต่เหล่าอาจารย์ทั้งแปดของเขาเองก็ไม่เคยบอกสอนเอาไว้ว่าพลังปราณคือสิ่งใด และตัวเขาเองก็ไม่เคยถามเสียด้วย

 

“ถ้าจะให้อธิบายจริงๆ เจ้าตอนนี้ก็คงยังไม่เข้าใจ แต่อย่างน้อยข้าก็จะอธิบายคร่าวๆ ให้เจ้ารู้พอสังเขปเสียก่อน แต่ก็คงจะเป็นเพียงในขอบเขตที่เจ้าจะพอเข้าใจได้ล่ะนะ” เสวี่ยเฟิ่งแย้มยิ้มเล็กน้อยเพราะมันทำให้นางนึกถึงเรื่องราวในครั้งเก่า

 

“ปราณ เจ้ารู้ไหมว่าคำๆ นี้มีความหมายว่าอย่างไร”

 

“ปราณ…ลมหายใจขอรับ”ชายหนุ่มครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะตอบออกไป

 

“เป็นเช่นนั้น”สาวงามในชุดขาวสะอาดยิ้มน้อยๆ เมื่อได้ยินคำตอบนั้น “เมื่อเจ้ารู้ความหมายของมันก็คงอธิบายได้ไม่ยากนัก…”

 

“ก็อย่างที่เจ้าบอกมานั้นแหละว่าปราณก็คือลมหายใจ เช่นนั้นพลังปราณที่พวกเจ้าฝึกฝนนั้นก็คือสิ่งเดียวกัน แม้ว่าจะไม่สมารถที่จะอธิบายได้ทั้งหมดมันก็คงไม่ได้แตกต่างกันมากมายนัก เพราะพลังวัตหรือพลังปราณที่เจ้าฝึกฝนกันอันที่จริงมันเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่าพลังแห่ง ‘ชีวิต’”

 

“พลังชีวิต? ”เทียนหลงถึงกับมองบนเมื่อได้ยินในสิ่งที่เขายิ่งฟังก็ยิ่งไม่เข้าใจ แค่พลังวิญญาณอย่างเดียวเขาก็เวียนหัวจะแย่อยู่แล้ว

 

“ฮิๆ เจ้าคงไม่เข้าใจอย่างนั้นสินะ”หยางปิงหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นท่าทางของเทียนหลง แต่ใบหน้าที่แสดงออกถึงความยุ่งยากใจของพี่สาวที่เริ่มปวดหัวกับการที่จะอธิบายให้ชายหนุ่มเข้าใจ “เอาอย่างนี้แล้วกันนะเสี่ยวหลง เจ้าแค่เข้าใจเพียงว่าพลังปราณนั้นก็คือลมหายใจ คิดเอาง่ายๆ เพียงแค่ว่าถ้าเจ้าไม่หายใจเจ้าก็ตายถูกไหม เช่นนั้นพลังปราณถ้าจะให้เจ้าเข้าใจได้ง่ายที่สุดคือพลังปราณมันก็คือการสะสมพลังที่ได้จากลมหายใจ เพื่อที่จะทำให้ผู้ฝึกฝนมีชีวิตที่ยืนนานขึ้น”

 

“เอ่อ…” แม้จะพอเข้าใจคร่าวๆ แต่ชายหนุ่มก็ยังคงสงสัยอยู่ ซึ่งหยางปิงก็แย้มยิ้มบางๆ ตัวนางในสมัยก่อนก็ไม่ต่างจากชายหนุ่มในตอนนี้นัก

 

“เจ้ารู้ไหมแต่เดิมลมปราณนั้นถูกถ่ายทอดลงมาโดยเหล่าเทพเซียน โดยหมายจะให้เหล่าผู้ที่ฝึกฝนตนเองสู่สวรรค์หรือเหล่าผู้ทรงธรรมได้มีเวลาที่จะคนหาสัจจะธรรมได้เนิ่นนานขึ้น แต่เดิมลมปราณหรือพลังวัตของพวกเจ้านั้นจึ้งเป็นเพียงแค่วิธีการที่จะสะสมพลังงานจากสวรรค์และโลกเพื่อที่จะได้รับเพียงอายุไขมากขึ้นเท่านั้น”

 

“แต่ต่อมาเมื่อการฝึกฝนได้ถูกแพร่หลายออกไปก็เริ่มมีการดัดแปลงให้มันมีพลังอำนาจมากขึ้น และที่ฝึกมันได้เริ่มขยายวงกว้างออกเรื่อยๆ ทำให้จุดประสงค์ของการฝึกมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนในที่สุดการฝึกปราณหรือพลังวัตของพวกเจ้าเพียงแค่ทำไปเพื่อความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว และหลงลืมจุดประสงของมันไปเสียจนหมดสิ้น”

 

“ปราณ…ชีวิต…อายุไข”ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ เหมือนเริ่มที่จะจับบางสิ่งบางอย่างได้

 

 

“…”

 

 

หยางปิงแย้มยิ้มอย่างร่าเริง จริงอยู่ว่าเทียนหลงอาจจะเก่งกาจและมีสติปัญญาอยู่บ้างหาเทียบกันกับมนุษย์ในวัยเดียวกัน และอาจจะมีพลังในการอ่านใจจนทำให้ดูเหมือนเข้าจะรู้ไปเสียแทบทุกเรื่อง แต่สำหรับเรื่องราวเหล่านี้มันเกินกว่าสิ่งที่มนุษย์ทั่วๆ ไปจะทำความเข้าใจได้ เพราะแต่เดิมสิ่งเหล่านี้มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ภูมิรู้ของมนุษย์จะเข้าใจ โดยเฉพาะเทียนหลงที่อยู่ในเขตรอบนอกของแผ่นดินหลักที่แทบจะไม่เหลือความรู้จากสมัยก่อนอีกแล้ว

 

ส่วนเสวี่ยเฟิ่งก็ได้แต่ระอาใจกับกับน้องสาวที่กล่าวอธิบายตามความเข้าใจของนางออกไป แต่กลับทำให้เทียนหลงเริ่มจะจับอะไรได้เสียอย่างนั้น

 

“ข้าคิดว่าข้าพอจะเข้าใจบ้างแล้วขอรับ”เทียนหลงกล่าวขึ้นหลังจากที่เงียบไปครู่หนึ่ง ซึ่งทั้งสองเทพธิดาเองก็จับกระแสความคิดของชายหนุ่มที่เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วจึงโล่งใจไปเปราะหนึ่ง

 

“เช่นนั้นข้าขออธิบายต่อเลยก็แล้วกัน ถ้าปราณคือพลังชีวิตที่คอยรักษาร่างกาย พลังวิญญาณก็คือพลังของความคิดและอารมณ์ที่ถูกควบคุมโดยจิตใจ การที่เจ้าใช้เคล็ดวิชาต่างๆ แล้วพลังวิญญาณรั่วไหลออกมาด้วยนั้น เพราะเจ้าตีความพลังวิญญาณให้เหมือนกันกับพลังปราณ เจ้าจึงไม่สามารถี่จะควบคุมพลังวิญญาณได้”

 

 

“…”

 

“ถ้าพลังปราณคือพลังที่เกิดขึ้นและสะสมอยู่ในร่างกายเจ้า พลังวิญญาณก็คือพลังที่สะสมอยู่ในจิตสำนึกของเจ้า และถูกควบคุมโดยจิตสำนึกของเจ้า ตอนนี้เจ้าอาจจะยังไม่สามารถฝึกฝนหรือควบคุมมันได้ตามใจ เพราะเจ้าอาจจะแยกมันจากพลังปราณไม่ออก พี่ข้าจึงคิดวิธีการที่จะให้เจ้าสามารถเข้าใจมันได้มากขึ้น”

 

 

“อย่างไรหรือขอรับ”

 

“ก็…” หยางปิงกล่าวเพียงเท่านั้นแล้วหันไปทางพี่สาวที่รออยู่แล้ว

 

ปั้ง!! เสียงทึบหนักดังขึ้นที่ร่างของชายหนุ่ม

 

ราวกับบางสิ่งบางอย่างหายไปจากร่างกายอย่างกะทันหัน เทียนหลงถึงกับทรุดเข่าลงกับพื้น และมองไปยังสองเทพธิดาด้วยความตกตลึง เพราะตอนนี้เขาสัมผัสถึงพลังปราณภายในร่างของตนเองไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ไม่มีเลยแม้แต่นิดเดียว…

 

“ท่านทำอะไรข้า! ” เทียนหลงอุทานออกมาด้วยตวามตกใจเป็นอย่างมาก เพราะจู่ก็ราวกับว่าเขากลับไปเป็นคนธรรมดา ที่ไม่สามารถที่จะใช้พลังวัตออกได้แม้แต่น้อย

 

“ข้าเพียงแค่ปิดผนึกเส้นลมปราณที่ออกจากชีพจรของเจ้าทั้งหมดก็เท่านั้น จากนี้ไปเจ้าจะใช้ได้เพียงปลังวิญญาณเพียงอย่างเดียวจนกว่าข้าหรือหยางปิงจะคลายผนึกให้”

 

“แล้ว…”

 

“เจ้าไม่ต้องกังวล เจ้ายังคงสะสมพลังปราณได้เฉกเช่นเดิม เพียงแต่จากนี้เจ้าจะไม่สามารถที่จะใช้มันได้ จากนี้มีเพียงแค่พลังวิญญาณเพียงอย่างเดียวที่เจ้าจะสามารถที่จะใช้มันได้ ”

 

“แต่ว่า…”ชายหนุ่มทำท่าจะคัดค้าน เพราะแผนการของเขากำลังจะเริ่มแล้ว การที่เขาใช้พลังปราณไม่ได้มันก็จะส่งผลกระทบกับแผนการของเขาเป็นอย่างมากแน่นอน

 

“เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องเป็นกังวลหรอกนะ แม้เจ้าจะไม่รู้แต่พลังวิญญาณของเจ้าในตอนนี้มันไม่ได้ต้อยไปกว่าพลังวัตที่เจ้ามีเสียเมื่อไหร่ และถ้าหากเจ้าสามารถที่จะใช้มันได้อย่างช่ำชองแล้วล่ะก็ พลังวิญญาณที่เจ้ามีนั้นก็สามารถจัดการได้ทุกปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน”หยางปิงกล่าวแทนพี่สาว

 

“แต่ข้าไม่มีเวลามากมายขนาดนั้นนะขอรับ”เทียนหลงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย เพราะอีกเพียงไม่นานเขาก็จะต้องไปหามารดาตามสัญญาแล้ว ถ้าเขายังคงเป็นแบบนี้ไม่รู้ว่าจะอีกนานแค่ไหนกว่าที่เขาจะได้ไปหามารดา ทั้งเขายังไม่รู้ตำแหน่งของมารดาแน่นอนเสียด้วยซ้ำ

 

“เทียนหลง!” เสวี่ยเฟิ่งพูดด้วยท่าทีจริงจังเป็นครั้งแรกตั้งแต่พวกเขารู้จักกัน จนแม้แต่เทียนหลงเองยังต้องชะงัก “เจ้ากล่าวออกมาเองว่าเจ้าไม่มีเวลามามัวเล่นเหลวไหล ที่ผ่านมาเจ้าอาจจะทำได้ดีหากเทียบกับเหล่ามนุษย์ที่เจ้าพบเจอ เจ้าอาจจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วหากเทียบกับคนอื่นๆ แต่…” นางหยุดชั่วขณะแล้วมองลึกเขาไปภายในดวงตาของชายหนุ่ม

 

 

“โลกนี้มันกว้างกว่าที่เจ้าคิดมากนัก ความแข็งแกร่งของเจ้าอาจจะมากมายในสายตาเจ้าที่มองเห็นเพียงแค่ดินแดนนภาคราม แต่สำหรับพวกข้าความสามารถของเจ้ามันก็เป็นเพียงแค่ระดับล่างเท่านั้น ยังห่างไกลกับความสมบูรณ์แบบอีกมากนัก”


 


 

..................................................................


 

ขอบคุณสำหรับ100นะครับ ช่วยต่อชีวิตไปได้เยอะเลย

พ่อจะออกได้วันจันนี้นะ หมอเพิ่มความเข้มยาให้ แต่ไม่รู้พี่ชายจะว่างไหม ต้องดูอีกที


 


 

FB                : ปู่ชา นักเขียนเวียนควน

สนับสนุน      : กดๆ

เรื่องอื่นๆ            : 

The legend of itoria : ตำนานจอมราชันย์พันธุ์พิลึก


 


 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 188 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

757 ความคิดเห็น

  1. #640 Disk Nara (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 15:39
    อ่านไปพยายามทำความเข้าใจไป ความรู้สึกเดียวกับเทียนหลงเพียงแต่เจ้านั่นเก็ตแล้ว แต่เรายังไม่เก็ต555555555555555555555555555555555
    #640
    0
  2. #626 joelamtan (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 07:28
    ขอบคุณครับ
    #626
    0
  3. #592 intheone (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 23:39

    สู้ครับ
    #592
    0
  4. #591 วิหคทมิฬ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 21:23
    สู้ค่าขอให้ดีขึ้นเรื่อยๆนะค้า
    #591
    0