The demon'god || ลำนำเทพอสูร

ตอนที่ 46 : บทที่ 44 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,137
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 339 ครั้ง
    14 ก.พ. 63



   











บทที่ 44








     “!” แต่ก่อนที่เทียนหลงจะได้ก้าวเข้าไปภายในตระกูลเย่ เขาก็รับรู้ถึงพลังงานสองสายหนึ่งอุ่นร้อนขึ้นมาอย่างกะทันหัน และอีกหนึ่งเย็นยะเยือกหนาวจนอดที่จะขนลุกไม่ได้มาจากหลังมือทั้งสองข้าง พลังนั้นค่อยๆ เอ่อล้นขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนสามารถเห็นรัศมีพลังหนึ่งขาวอมฟ้าหนึ่งเหลืองทองที่เริ่มแผ่ออกมาจากแขนทั้งสองข้างอย่างเห็นได้ชัดเจน



          พี่สาวปิง พี่สาวเสวี่ย!



          เพียงไม่กี่อึดใจ ในที่สุดสองร่างที่คุ้นเคยก็ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่า หนึ่งคนยืนอยู่ใกล้ๆ เป็นสาวงามในชุดเหลืองแดงสวยงามประณีต ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสง่างามในเวลาเดียวกัน ที่ตอนนี้กำลังยืนควงแขนของชายหนุ่มโดยที่ไม่สนสายตาใครแม้แต่น้อย



          ส่วนอีกหนึ่งก็ยืนอยู่ใกล้ๆ กัน เพียงแต่ว่าสาวงามนางนี้กลับให้ความรู้สึกเย็นเยียบราวกับก้อนน้ำแข็ง แต่ยังไม่มีใครในบริเวณนั้นที่จะละสายตาไปจากนางได้อยู่ดี เพราะแม้ว่านางจะไม่ได้มีรอยยิ้มที่เฉิดฉาย หรือความน่ารักที่เหนือใคร แต่ความเย็นชาของนางนั้นกลับยิ่งขับเน้นให้นางดูน่าหลงใหลไปอีกแบบ



          เจ้าเปลี่ยนไปมากนะเทียนหลง ทั้งพลังที่เพิ่มขึ้นมากมหาศาลกับจิตของเจ้าดูนิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อนมากนักหยางปิงเทพธิดาสุริยาสวรรค์เอ่ยถามออกมาด้วยรอยยิ้มสดใส หลังจากที่สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของคนในวงแขน ความรู้สึกที่นางได้รับจากน้องชายตัวน้อยในวันนี้เปลี่ยนไปมากกว่าครั้งก่อนๆ ชนิดที่นางเองก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน



          ไหนท่านบอกว่าต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยสองปีกว่าที่พวกท่านจะออกมาจากการจำศีลไง แล้วทำไมพวกท่านถึงได้ออกมาเร็วนักแทนที่จะตอบคำถาม เทียนหลงหันไปสบตากับทั้งสองแล้วถามกลับไปด้วยความตื่นเต้น เพราะในโลกนี้นอกจากมารดาที่เขารักสุดหัวใจ ก็มีพี่สาวทั้งสองคนนี้แหละที่เขารักและเชื่อใจมากที่สุด แม้ว่าไม่รู้ด้วยเหตุอันใด แต่ความรู้สึกของเขามันร้องเสมอว่าทั้งสองจะไม่มีวันหักหลังหรือทอดทิ้งเขาไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม



          อันที่จริงมันก็คงจะเป็นเช่นนั้น แต่เจ้ากลับพัฒนาตนเองได้เร็วกว่าที่พวกข้าคิดไว้มากนัก ทั้งยังสามารถที่จะปรับความเข้ากันได้กับพลังวิญญาณให้สูงมากขนาดนี้ อันที่จริงหากเป็นมนุษย์คนอื่นๆ คงจะเป็นบ้าตายไปแล้วด้วยซ้ำเป็นน้ำเสียงเรียบนิ่งไร้ระรอกคลื่นของเสวี่ยเฟิ่งที่กล่าวขึ้นตอบข้อ สงสัยของชายหนุ่ม



          ว่าแต่พวกท่านออกมาทั้งๆ แบบนี้มันจะดีหรือขอรับ เอ่อ....เทียนหลงกล่าวพลางส่ายสายตาไปรอบๆ เพราะตอนนี้ทุกคนในละแวกนี้ต่างก็มองมาที่พวกเขาเป็นจุดเดียวทั้งสิ้น แม้แต่ยามผู้เฝ้าประตูของตระกูลเย่เองยังเป็นส่วนหนึ่งที่กำลังทำหน้าเคลิบเคลิ้มมองมายังสาวงามทั้งสอง



          คิกๆ เจ้านี่น้าหยางปิงหัวเราะคิกคักออกมาด้วยความขบขัน กับท่าทางเหมือนเด็กน้อยของเทียนหลงเมื่ออยู่ต่อหน้าพวกนาง และเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นางดีใจ เพราะถึงเทียนหลงจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน เทียนหลงก็ยังคงเป็นเด็กน้อยที่น่ารักของพวกนางเสมอ



          เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องไปสนใจหรอก เพราะอีกเดี๋ยวพวกเขาก็จะลืมเรื่องราวทั้งหมดไปเอง ส่วนเรื่องที่เจ้ากำลังกังวลว่าคนอื่นๆ จะไปแจ้งผู้แข็งแกร่งของแต่ละแคว้นอะไรนั่นขงเจ้าก็ไม่ต้องสนใจหรอก...ใช่ไหมเจ้าคะท่านพี่หยางปิงหัวเราะร่วนพลางกึ่งลากกึ่งจูงเทียนหลงเข้าไปภายในตระกูล โดยมีสาวงามชุดขาวเดินตามหลังไปไม่ห่าง ทั้งยังมีรอยยิ้มบางๆ ประดับบนใบหน้าทำให้ความงามของนางยิ่งขับเน้นขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว




              เมื่อทั้งสามคนเดินผ่านประตูเข้าไปแล้ว ยามเฝ้าประตูก็ลั่นดานปิดประตูลงด้วยท่าทีเหม่อลอย จากนั้นพวกมันจึงหมดสติลง โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าพวกมันได้ปล่อยให้ตัวหายนะที่ทั้งแผ่นดินพากันตามหาเข้าไปภายในตระกูล

 

        “แทบจะไม่เปลี่ยนไปเลยนะ ทั้งๆ ที่ไม่ได้กลับมากหลายปีแล้วเทียนหลงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอาลัย เพราะมันนานมากแล้วจริงๆ ที่เขาไม่ได้กลับมาเลย แม้ว่าที่แห่งนี้ในห้วงของความทรงจำนั้นมันอาจจะไม่ได้ดีเด่มากมายอะไรนัก แต่อย่างน้อยครั้งหนึ่งเขาเคยมีความทรงจำดีๆ เกิดขึ้นมากมายในสถานที่แห่งนี้ ถึงมันจะเป็นช่วงเวลาแค่ไม่กี่ปี เพราะหลังจากที่เขาจำความได้ ตอนนั้นก็อายุเกือบสามขวบแล้ว



            ถ้านับจากอายุรวมของเขาในตอนนี้ ช่วงเวลาตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงช่วงที่เขาถูกวางยา มันอาจจะเป็นเวลาเพียงแค่สามปีเศษๆ หากเทียบกับอายุเขาในตอนนี้มันก็เป็นเวลาที่ไม่ได้มากมายอะไรเลย เพราะหากนับตั้งแต่ปีเกิดจวบจนถึงตอนนี้ เขาก็อายุปาเข้าไปยี่สิบเจ็ดปีกว่าแล้ว

 

    ถึงแม้มันจะเป็นแค่เพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ตลอดช่วงเวลาเพียงแค่ไม่กี่ปีนั้นก็ต้องยอมรับว่าเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา ในตอนนั้นเขายังเป็นลูกรักของพ่อกับแม่ ไม่ว่าจะเดินทางไปส่วนไหนของจวนเขาก็ได้รับการต้อนรับอย่างดี ทุกคนต่างก็ยิ้มแย้มให้ แม้จะมารู้ในภายหลังว่าพวกเขาส่วนใหญ่ล้วนเสแสร้งแกล้งทำ แต่ในตอนนั้นสำหรับเด็กน้อยแล้วมันเป็นอะไรที่มีความสุขมาก ในทุกมื้ออาหารมีอะไรอร่อยๆ มากมาย โดยมีมารดาคอยป้อนให้ มีบิดาเอาใจใส่

 

     “แต่มันก็ผ่านไปแล้วล่ะนะเทียนหลงบ่นออกมาเสียงเบา เมื่อหวนนึกถึงเรื่องราวในครั้งนั้น ในระหว่างที่เดินไปยังลานกว้างหน้าเรือนใหญ่ ไม่ว่าจะมองไปมุมไหนของบ้านก็ล้วนแล้วแต่เป็นภาพที่คุ้นตา ยังนึกออกว่าตนเองเคยมาเล่นตรงนั้น เคยปีนตรงนี้เคยโดนตีเพราะซนเกินเหตุ แต่สุดท้ายแล้วทั้งหมดก็เป็นเพียงแค่เรื่องราวในอดีตเท่านั้น

 

     “ในเมื่อมารดาของเจ้าไม่อยู่แล้ว เจ้าจะยังกลับมาทำไมที่นี่ หรือว่าเจ้าอยากจะแก้แค้นพวกมันอย่างนั้นหรือ…”หยางปิงที่คอยสังเกตท่าทางและแววตาของเทียนหลงอยู่ตลอดก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้น เพราะถ้าเป็นนางในสมัยก่อนและโดนกระทำมากขนาดนั้นคงไม่สามารถอดใจตนเองได้แน่ๆ หากมีพลังมากพอ

 

   “ไม่รู้สิ บางทีข้าอาจจะอยากฆ่าพวกเขาแก้แค้นให้ท่านแม่ก็เป็นได้ แต่ข้าก็ไม่รู้จริงๆ ว่าข้าจะทำไปเพื่ออะไร ข้าไม่รู้ว่าควรจะต้องเก็บความคับแค้นใจนี่เอาไว้ไหม แต่ข้าก็ไม่ได้อยากทำมันเลย..ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าถ้าไปเจอหน้าพวกมันข้านั้นจะสามารถที่จะอดทนได้หรือเปล่าเทียนหลงกล่าวออกมาด้วยความสับสนเล็กน้อย เพราะถ้าถามว่าเขาอยากจะแก้แค้นไหมเขาย่อมต้องการ โดยเฉเพราะนางสารเลวนั่น! พี่สาวทั้งสองคิดว่าข้าควรจะทำเช่นไรดี เพราะข้าคิดว่าตัวข้าในตอนนี้นั้นสามารถที่จะกวาดล้างทั้งตระกูลได้อย่างง่ายดาย

 

    “เรื่องนั้นเป็นเจ้าที่ต้องตัดสินใจด้วยตนเองว่าเจ้าจะทำเช่นไรต่อไป แต้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้มั่นใจว่าพวกเราทั้งสองคนจะยังคงสนับสนุนเจ้า ต่อให้เส้นทางที่เจ้าเลือกนั้นจะต้องเป็นสัตรูกับคนทั้งโลกนี้ก็ตามน้ำเสียงที่เย็นชาของเสวี่ยเฟิ่งที่กล่าวตอบกลับมานั้นแม้จะดูเย็นชาไปบ้าง แต่ก็แฝงไปด้วยความอบอุ่ยที่ทำให้เทียนหลงสามารถไว้วางใจได้ในทุกครั้ง

 

    เฮ้ออ

 

   “แปลกนะ ทั้งๆ ที่ข้าเตรียมใจมามากมายแล้วแท้ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อต้องมาเจอเหตุการณ์จริงแบบนี้ข้าก็อดไม่ได้ที่จะหวั่นไหว ภาพที่ข้าได้เห็นท่านพ่อเช็ดตัวให้ข้ายังคงติดตาอยู่เลย”  เทียนหลงกล่าวจบก็ปล่อยลมหายใจออกมายาวเหยียด ข้างหน้าของเขาก็เป็นลานกว้างหน้าเรือนใหญ่แล้ว อีกแค่ไม่กี่ก้าวเขาก็จะได้เจอกับผู้เป็นพ่อ...กับนางผู้หญิงคนนั้น!



           “จงเลือกทำในสิ่งที่เจ้าจะไม่คิดเสียใจในภายหลัง และไม่ว่าเจ้าจะทำอะไรก็จงรับกับผลที่จะตามมา ส่วนพวกข้านั้นไม่ว่าจะอย่างไรก็จะสนับสนุนทุกย่างเก้าของเจ้าเองเสวี่ยเฟิ่งกล่าวออกมาอีกครั้งหนึ่ง จนหยางปิงอดไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยแซวออกมาอย่างนึกสนุก แต่ถึงอย่างนั้นตัวเทียนหลงเองก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะตอนนี้เขาได้ก้าวมาถึงลานกว้างที่มีคนจำนวนมากที่กำลังชุมนุมอยู่...





   “เจี้ยนหมิงเจ้าไปที่ใดมาในขณะที่เทียนหลงกำลังจะเข้าไปภายในลานกว้าง น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น และเสียงนั้นก็ไม่ใช่ของใครที่ไหน นอกจาก เย่  เทียนหมิง ที่ตอนนี้ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตระกูลอย่างเต็มตัว และรับผิดชอบกิจการรวมถึงความเป็นไปทั้งหมดของตระกูลเย่ในปัจจุบัน แทนผู้เป็นบิดาที่ตอนนี้เก็บตัวฝึกฝนตนเองเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตระกูลให้มากยิ่งขึ้น เพื่อความมั่นคงของตระกูลเย่ในอนาคต

 

     ข้าออกไปหาอะไรทานข้างนอกมาท่านพ่อ…”เย่ เจี้ยนหมิง บุตรชายคนเดียวที่เหลือรอดอยู่ของฮูหยินใหญ่คนปัจจุบันเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด เพราะถึงตัวมันจะเอาแต่ใจไปบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นก็เกรงกลัวบิดาเป็นที่สุด แม้ว่ามันจะทำตัวเป็นเด็กไม่ค่อยรู้ความและเอาแต่ใจเท่าใด แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าบิดาแล้ว มันก็ไม่กล้าที่จะทำตัวเหลวไหลแม้แต่น้อย

 

     พี่ฝูเย่เทียนหมิงหันไปเอ่ยเสียงเข้มกับร่างที่ยืนเยื้องไปด้านหลังของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวน

 

     ไม่นะท่านพ่อ ข้าเป็นคนขอให้ลึงฝูพาไปเอง ถ้าจะลงโทษก็ลงโทษข้าเถอะลุงฝูแค่ขัดคำสั่งข้าไม่ได้ก็เท่านั้นเย่เจี้ยนหมิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาราวกระซิบด้วยความหวากลัว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังยืดอกรับความผิดที่ตนเองก่อขึ้นโดยไม่ลังเล

 

     ดี! ในเมื่อทำผิดก็ต้องยอมรับผิด อย่างน้อยที่ข้าอบรมสั่งสอนเจ้ามาก็ไม่ได้เสียเปล่าผู้นำตระกูลเย่กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เรียบเรื่อย พลางถอนหายใจกับความเอาแต่ใจของบุตรชาย เอาเถอะ! เจ้ายังมีโอกาสแก้ตัว ถ้าหากเจ้าฝึกสำเร็จตามที่ข้าสั่งเอาไว้ข้าจะำม่ลงโทษเจ้า แต่ถ้าเจ้าทำไม่ได้แล้วล่ะก็...อย่าหาว่าพ่อใจร้ายก็แล่วกัน

 

          แทนที่ชายหนุ่มจะอิดออดหรือทำท่าไม่ยินยอมหลังจากได้ยินคำพูดของผู้เป็นพ่อ ชายหนุ่มกลับฉีกยิ้มกว้างอย่างสดใส แล้วส่งพลังไปที่ปลายเท้าแล้วดีดตัวไปยังที่ว่างกลางลานทันที โดยไม่รอให้เย่เทียนหมิงต้องสั่งซ้ำ และร่างของเขาก็ลอยไปที่ไกลกว่าสิบจ้างก่อนที่จะร่อนลงพื้นอย่างสง่างาม  

 

     ซูดดดดด  ฮาาา   

 

          เจี้ยนหมิงสูดหายใจเข้าลึกและหายใจออกมาแรงๆ ครั้งหนึ่ง ก่อนที่เขาจะสะบัดมือเบาๆ ยังให้กระบี่สีทองงดงามประดับพู่สีแดงในมือขวา แล้วก็เริ่มร่ายรำเพลงกระบี่ตระกูลเย่ที่ตัวมันพยายามร่ำเรียนมาตลอด และฝีมือที่แสดงออกมาก็ไม่ได้ทำให้ผู้ที่เฝ้ารอต้องผิดหวัง แต่ละกระบวนท่าที่ร่ายออกมานั้นทั้งต่อเนื่องและลื่นไหล และรอยต่อของกระบวนท่าแต่ละกระบวนล้วนแล้วแต่ไร้ที่ติจนไม่อาจจะหาช่องโหว่ได้ ทำให้เหล่าคนรุ่นใหม่ที่เฝ้ามองอยู่ต่างอดไม่ได้ที่จะอิจฉาในความสามารถและพรสวรรค์ที่ยากจะหาใครทัดเทียมได้

 

          ไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์โดยกำเนิดที่สูงเทียบเท่ากับบิดา ที่มีจุดชีพจรวิญญาณมนุษย์ขั้นสูงสุดหรือในระดับที่สิบ ซึ่งถือว่าหาได้ยากมากต่อให้เป็นในทวีปนภาครามเองก็ตาม ทำให้องค์จักรพรรดิแห่งเมฆาครามทรงพอพระไทในตัวเย่เจี้ยนหมิงที่เป็นหลานแท้ๆ ผู้นี้เป็นอย่างมาก จนถึงกับพระราชทานแวนมิติที่เปรียบได้กับสมบัติที่หายากมากๆ อย่างหนึ่งของแผ่นดินเลยก็ว่าได้

 

          ไม่เพียงแค่พรสวรรค์ในการฝึกฝนพลังวัตเท่านั้น แต่ความเร็วในการเรียนรู้และความเข้าใจในการต่อสู้ก็เป็นอีกหนึ่งความสามารถที่ยากจะหาใครมาเทียบได้ เพราะขนาดเพลงกระบี่ของตระกูลเย่ที่ว่ายากที่จะเรียนรู้ได้อย่างถ่องแท้ แต่ในตอนนี้ที่ปรากฏแก่สายตาของทุกคนนั้นเจี้ยนหมิงสามารถเข้าใจกระบวนท่ากระบี่ได้ถึงขั้นกลางที่คนทั่วไปต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการบรรลุ แต่ตัวเจี้ยนหมิงเองนั้นกลับใช้เวลาในการเรียนรู้และร่ายมันออกมาได้อย่างไหลลื่น ทั้งๆ ที่ตัวมันเพิ่งจะศึกษาเรียนรู้วิชากระบี่นี้ไปเพียงแค่ไม่กี่ปีเลยด้วยซ้ำ



          พรสวรรค์ของเสี่ยวเจี้ยนนี่มันช่างน่าอิจฉายิ่งนัก ทั้งพลังทั้งความเร็วในการเรียนรู้ล้วนแล้วแต่เหนือล้ำคนอื่นๆ ในรุ่นไปไกลโขหนึ่งในผู้อาวุโสที่ยืนอยู่ด้านหลังของเทียนหมิงกล่าวขึ้น

 

          นั่นสินะตระกูลเย่เราช่างโชคดีนักที่ได้ให้กำเนิดผู้ที่มีพรสวรรค์ได้อย่างไม่ขาดสาย…” ผู้อาวุโสอีกคนก็กล่าวเสริม จากนั้นคนอื่นๆ ที่ยืนอยู่บริเวณนั้นก็กล่าวยกย่องสรรเสริญกันอย่างไม่ขาดสาย ทำให้ฮูหยินใหญ่ที่เพิ่งเดินทางมาถึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แล้วเดินมาหาเย่เทียนหมิงที่กำลังมองทุกกระบวนท่าของบุตรชายอย่างใกล้ชิด  

 

          ส่วนที่รอบๆ ลานใหญ่เหล่ารุ่นเยาว์ทั้งหลายก็พากันพูดไปต่างๆ นาๆ บ้างก็ยกย่องในความสามารถของเจี้ยนหมิง บ้างก็ไม่พอใจที่ถูกข้ามหน้าข้ามตา และทั้งสองฝ่ายก็แยกเพศกันอย่างชัดเจน เนื่องด้วยแทบทั้งหมดที่กล่าวชื่นชมเจี้ยนหมิงอย่างออกหน้าออกตาก็ล้วนแล้วแต่เป็นเพศหญิง ส่วนฝ่ายที่ไม่พอใจก็เป็นฝ่ายชายเสียส่วนใหญ่ซึ่งนั่นก็คงเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ทั้งหมดก็ล้วนแล้วแต่พูดกันด้วยเสียงที่ไม่ดังมากนัก เพราะถึงอย่างไรตระกูลเย่ก็ค่อนข้างเคร่งครัดในกฎเกณฑ์มากพอสมควร ส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยกล้ากระโตกกระตากนัก

 

          แปะๆๆ

 

          หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ในที่สุดการร่ายรำของเจี้ยนหมิงก็สิ้นสุดลงพร้อมๆ กับเสียงปรบมือของใครสักคนที่ดังขึ้น ซึ่งมันขัดกับกฎที่ถูกวางเอาไว้อย่างเห็นได้ชัดเจน

 

          โอ้ ไม่เลวเลยนะน้องชาย…”น้ำเสียงที่รื่นเริงที่มาพร้อมกับแรงกดดันมหาศาล ทุกคนจึงได้แต่หันไปทางต้นเสียงปรบมือและเจ้าของแรงกดดันที่หนาวยะเยือกจนน่ากลัว...













....................100%







ขอบคุณสำหรับโดเนทนะครับ รู้สึกจะเพิ่มมาหนึ่งร้อยบาท กดมาเรียบร้อยแล้วมะเช้า *-*    





เม้นกันบ้างก็ได้นะ เหงามาก ตอนนี้ยุกับพ่อที่รพ จ้า น่าจะอยู่อีกสองวันเลย แล้วเจอกันนะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 339 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

757 ความคิดเห็น

  1. #534 sim25 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 06:31

    เป็นกำลังใจให้นะ โอนค่ามาม่าให้ไรท์ไปด้วย อิอิ
    #534
    1
    • #534-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 46)
      15 เมษายน 2562 / 07:51
      *0*ขอบคุณค๊าบบบ กราบงามๆ เลยจ้า
      #534-1
  2. #533 0923674751 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 02:20
    สนุกมาก​คับ
    #533
    1
    • #533-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 46)
      15 เมษายน 2562 / 05:44
      ขอบคุณที่เข้ามานะ ^^
      #533-1
  3. #532 intheone (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 02:14

    ขอบคุณครับ
    #532
    1
    • #532-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 46)
      15 เมษายน 2562 / 05:44
      เช่นกันนะ
      #532-1
  4. #531 joelamtan (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 00:36
    ขอบคุณครับ
    #531
    1
    • #531-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 46)
      15 เมษายน 2562 / 05:45
      ครับผ๊ม ^^
      #531-1
  5. #530 zxckoi159 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 19:17
    คิดสภาพตอนต่อไปเลยออกเลยจริงจิ้งงงง555
    #530
    1
  6. #529 zxckoi159 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 19:17
    คิดสภาพตอนต่อไปเลยออกเลยจริงจิ้งงงง
    #529
    0
  7. #528 kanchanok73 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 19:14
    ค้างงง
    #528
    1