The demon'god || ลำนำเทพอสูร

ตอนที่ 43 : บทที่ 41 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,727
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 355 ครั้ง
    13 ก.พ. 63

เมื่อช่วงเย็นได้เข้าไปฝึกให้อาหารผู้ป่วยแล้ว ได้ฝึกดูดเสมหะแล้ว ได้อยู่คุยเล่นกับแกราวๆ สองชั่วโมงนิดๆ เพราะอยู่ในไอซียูไม่สามารถที่จะเฝ้านานได้ เขากำหนดเวลาเยี่ยม พรุ่งนี้อาจจะต้องไปฝึกดูแลพ่อทั้งวันนะ ไม่รู้ว่าจะมีเวลาไหม แต่ถ้าว่างยังไงก็คงได้เจอกันครับ





บทที่ 41

 

 

ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งแผ่นดินด้วยบุคคลเพียงแค่คนเดียว เรื่องราวของชายหนุ่มที่กลายมาเป็นทั้งเทพและมาร ถูกประณามและสรรเสริญ ในความแตกต่างเหล่านี้มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นก็คือพลังฝีมือของเด็กหนุ่มรุ่นหลังผู้หนึ่ง ที่เก่งกล้าพอที่จะล้มสองในห้าผู้พิทักษ์ของแคว้นทั้งห้าที่มีพลังวัตมากกว่า3000ปีกันทุกคน ทำให้เรื่องนี้เป็นที่กล่าวถึงกันทั่วทุกหัวระแหงในเวลาที่ไม่นานนัก

 

ซึ่งในระลอกแห่งความหวาดกลัวหรือความชื่นชมที่เกิดขึ้น มีอำนาจที่มองไม่เห็นจากทั่วทุกแคว้นที่ค่อยๆ คืบคลานไปทั่วแผ่นดิน เพื่อที่จะหาร่องรอยของเจ้าของเรื่องราวที่หายตัวไปนานกว่าสามเดือนแล้ว ซึ่งในการประชุมผู้นำหลักของทวีปนภาครามที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้นั้น มีมติลับให้ทำการตามหาและทำทุกอย่างเพื่อล่าสังหารเด็กหนุ่มในทางลับ เพื่อป้องกันความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นแคว้นทั้งสี่ก็กดดันให้ราชวงเมฆาเก็บตัวสักพัก เพื่อหลอกล่อเทียนหลงให้ตายใจ และในระหว่างนี้หากพบเจออีกฝ่าย ก็จะแจ้งแก่ผู้นำหลักเพื่อที่จะสังหารผู้ที่อาจจะเป็นภัยคุกคามนี้ทิ้งเสีย...

 

แม้ดูเหมือนว่าในการประชุมลับนี้จะเป็นไปเพื่อความสงบของแผ่นดิน แต่เหล่าผู้ที่มาประชุมล้วนแล้วแต่มีแววตาลุ่มลึกเมื่อกล่าวถึงพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติของชายหนุ่ม ไหนจะสมบัติสวรรค์ทั้งสองที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย เหล่าขิงแก่ข่าโบราณที่แสนจะเผ็ดร้อนทั้งหลายมีหรือที่จะไม่ต้องการ

 

เหล่าผู้มีอำนาจทั้งหลายถึงได้ส่งสายสืบไปทั่วทั้งแผ่นดินเพื่อที่จะตามหาร่องรอยของชายหนุ่มโดยไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ เพราะทุกสิ่งล้วนแล้วแต่มีสองด้านเสมอ ไม่มีอะไรหรือเคล็ดวิชาใดที่ไร้จุดอ่อน หรือทรงพลังจนไร้ต้าน อย่างเช่นร่างวิญญาณที่ถูกกล่าวถึงนั้นก็ใช่ว่าจะทรงพลังจนไร้ทางต่อต้าน เพราะเคล็ดวิชาใดก็ตามต่อให้มันจะร้ายกาจสักแค่ไหน ก็แค่เพียงลงมือก่อนที่จะร่ายมันสำเร็จก็จบเรื่อง หรือไม่ต่อให้ร่ายสำเร็จแล้วก็ตาม วิชาที่ทรงพลังขนาดนั้นก็คงจำเป็นต้องใช้พลังที่มากตามไปด้วย สังเกตจากการที่มันรีบร้อนจากไปในหุบกลืนวิญญาณก็พอจะเดาได้ไม่ยาก

 

แม้ว่าการกระทำดังนั้นจะส่งผลให้ต้องมีการเสียสละไปบ้าง แต่ถ้าแลกมาได้ด้วยพลังที่แม้แต่สวรรค์ยังหวั่นเกรงจนต้องผนึกมันมานานนับหมื่นปีแล้วล่ะก็ จะเสียสละไปบ้างสักสิบสักร้อยชีวิตก็ไม่ได้เป็นอะไรเลยสำหรับเหล่าผู้นำโดยเฉพาะชายที่นั่งเป็นประธานในการประชุม... จักรพรรดิเทพสวรรค์

 

แต่ถึงอย่างนั้นจนแล้วจนรอดในตลอดระยะเวลาทั้งสองเดือนที่ผ่านมา ก็ไร้ซึ่งวี่แววของเด็กหนุ่มนามเย่เทียนหลง ที่สั่นสะเทือนทั้งแผ่นดินนภาครามผู้นั้น ราวกับว่าเขาได้หายไปจากแผ่นดินนี้อย่างไรอย่างนั้น...

 

 

 

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ หลังจากที่การต่อสู้ได้สิ้นสุดลง เทียนหลงก็พาร่างวิญญาณของตนหายลับไปท่านกลางสายตาของทุกคน ก็ได้มาปรากฏตัวอยู่ภายใต้ผืนทรายอันกว้างใหญ่ภายในหุบกลืนบุรุษนี้เอง ซึ่งมันมีเขตอาคมที่เหล่าอาจารย์ของเขาเหลือเอาไว้ เป็นถ้ำศิลาที่พระธรรมมาจารย์หลงไท่ใช้เป็นที่ทำสมาธิในบ้างช่วงเวลา และเป็นเพียงแค่สถานที่แห่งเดียวของที่เหลือรอดจากการดูดกลืนในครั้งที่เทียนหลงเข้าไปยังขอบเขตแห่งพลังในระหว่างพิธีชำระล้าง

 

          ที่แห่งนี้ได้รับการลงอักขระบางอย่างที่แม้แต่ตัวเทียนหลงเองก็ยังไม่รู้จักโดยอาจารย์ของเขา แต่ที่เขารู้ดีคือที่แห่งนี้นั้นเมื่อเข้ามาแล้วนั้นจะตัดขาดจากโลกภายนอกทั้งหมด มีเพียงความเงียบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยเข้ามาแล้วสองสามครั้งในตอนที่มาขอคำปรึกษาเรื่องเคล็ดวิชาที่คิดขึ้น จึงพอจะจดจำตำแหน่งของที่แห่งนี้ได้ รวมถึงอีกคุณสมบัติที่แม้แต่จอมมารจินหลิ่งเองก็ไม่อาจจะแทรกแซงหรือปล่อยจิตสัมผัสมายังที่แห่งได้ จึงพอจะมั่นใจได้ว่าคงไม่มีใครในแผ่นดินนภาครามในตอนนี้ที่สามารถที่จะสัมผัสถึงตัวตนของเขาได้อย่างแน่นอน




               “แค่กๆ” หลังจากที่มาถึงถ้ำประหลาดของผู้เป็นอาจารย์ เทียนหลงก็หลุดออกจากร่างเทพวิญญาณแทบจะในทันที พร้อมกับกระอักเลือดออกมามากมาย ตามมาด้วยโลหิตที่ไหลซึมออกมาทั่วร่าง ราวกับว่าร่างของมันจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เสียให้ได้ ส่วนตัวเทียนหลงเองแม้จะคาตเอาไว้แล้วว่าผลกระทบของพลังที่จะย้อนกลับมานั้นมันมากพอที่จะฆ่าเขา แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นนี้ ทำให้แม้ว่าในตอนนี้อยากจะร่ำร้องออกมาเพื่อที่จะระบายความเจ็บปวด แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจที่จะทำได้ ความเจ็บปวดที่ไม่ใช่เพียงแค่ร่างกาย แต่ราวกับวิญญาณของมันก็กำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ และแล้วในท้ายที่สุดเทียนหลงก็หมดสติลงไปทั้งอย่างนั้น....

 

               “น่าสมเพชไม่น้อยเลยนะ...” ไม่รู้ว่าหลับไปนานเท่าไหร่ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีเทียนหลงก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ที่ดังเมือนจะใกล้ แต่มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนกับว่ามันอยู่ไกลแสนไกล บางครั้งก็รู้สึกเหมือนว่ามันอยู่ไกล แต่กลับได้ยินราวกับว่ามันดังอยู่ใกล้ๆ หูของเขา...

 

 นี่มันเสียงอะไรกัน

 

ด้วยความไม่เข้าใจปนสงสับ ทำให้เทียนหลงค่อยๆ ลืมตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างเชื่องช้า เมื่อลืมตาขึ้นมาได้แล้วภาพที่มองเห็นนั้นมันกลับเป็นอะไรที่ไม่คุ้นตา ชายหนุ่มก็พยายามที่จะทวนความทรงจำของเขาในตอนนี้ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า มันกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะสิ่งที่เขาเห็นมันเป็นสถานที่ที่คล้ายกับก้อนเมฆบนท้องฟ้า ไม่ว่าจะหันมองไปทางไหน ตัวเขาก็มองเห็นเพียงแค่ท้องฟ้า และก้อนเมฆาน้อยใหญ่ที่ล่องลอยไปมา

 

“ที่นี่มันที่ไหนกัน...”

 

“ไม่รู้สิ ไม่มีใครรู้หรอกนะว่ามันคือที่ไหน หึๆ” ไม่ทันที่เทียนหลงจะกล่าวจบ ก็มีน้ำสียงที่ออกจะกวนอารมณ์กล่าวแทกขึ้นมา ทั้งยังไม่สามารถจับต้นตอของเสียงได้แม้แต่น้อย ราวกับว่าเสียงนั้นมาจากทุกทิศทุกทาง ใกล้บ้างไกลบ้าง ยิ่งทำให้เทียนหลงไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่

 

“ทำไม เจ้าจะสงสัยอะไรนักหนา แทนที่จะถามว่าเจ้ามาที่นี่ได้ยังไง หรือว่าข้าเป็นใคร มีจุดประสงค์อะไรที่มาหาเจ้า...เฮ้อ ไม่ไหวเลยน้า” น้ำเสียงขี้เล่นยังคงกล่าวต่อไปโดยม่สนใจอะไรเลย

 

“แล้วเจ้าเป็นใครกัน แล้วที่นี่มันที่ไหนกันแน่” เทียนหลงถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก

 

“ฮ่า.. เจ้านี่ตลกดีนะ สมแล้วที่ยังเยาว์นัก แต่ก็คงจะโทษเจ้าไม่ได้หรอก ก็เล่นหลับไปนานเสียขนาดนั้น สติปัญญาจะโตตามไม่ทันมันก็ไม่เห็นแปลก” เจ้าของน้ำเสียงยียวนกล่าวต่อไปโดยไม่ได้สนใจคำถามเลยแม้แต่น้อย “ข้ากล่าวถูกไหม...เทียนหลง”

 

“เจ้า! เจ้ารู้จักข้าได้อย่างไรกัน” ในตอนนี้เทียนหลงสับสนไปหมดแล้ว และยิ่งเขาสับสนความคิดของเขาก็ยิ่งตีรวนกันไปมาจนแทบไม่เหลือเค้าร่างเดิม ความทรงจำที่แทรกซ้อนกันอยู่ของอีกสามคนก็เข้ามาผสมปนเปจนในที่สุดเทียนหลงก็นอนลงไปกุมหัวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด “อ๊ากกก......”

 

 

“นี่แหละน้า... มีของดีแต่ไม่รู้จักใช้ พลังวิญญาณที่แผ่นดินรอบนอกไม่มีโอกาศได้มาแท้ แต่กลับได้มันมาโดยไม่รู้วิธีใช้ มันก็ไม่แปลกหรอกที่ความคิดจะตีกัน  เอาเป็นว่าช่วยสักหน่อยก็แล้วกัน อุตส่าห์ได้ร่างดีๆ มาไว้ในครอบครอง ไม่ได้เห็นมันมานานแล้วด้วย จะปล่อยให้ตายไปทั้งๆ แบบนี้มันก็ออกจะน่าเสียดายไปหน่อย” น้ำเสียงที่กล่าวออกมาพลางกลั้วหัวเราะ ก็ทำอะไรบางอย่าง

 

ร่างของเทียนหลงที่กำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่นั้นก็ค่อยๆ ลอยขึ้น จนในที่สุดก็ลอยอยู่เหนือพื้นราวเมตรเศษๆ ก่อนที่จะหยุดลง ในขณะนั้นเองที่ไอหมอกรอบๆ กาย หมู่ก้อนเมฆที่กำลังลอยไปลอยมาก็ค่อยๆ เคลื่อนเข้าหาร่างที่ค่อยๆ สงบลง จนกระทั่งผ่านไปพักใหญ่ๆ ร่างของเทียนหลงก็กลับมานิ่งสนิท ราวกับว่าแค่หลับไหลไปเท่านั้น

 

ต่อมาหมู่เมฆที่เคลื่อนไปมานั้นก็ก่อรูปก่อร่างกลายเป็นชายชราคนหนึ่งที่ไม่ค่อยจะเหมือนมนุษย์สักเท่าไหร่นัก ซึ่งเจ้าของร่างนั้นก็ยื่นมือที่สร้างจากก้อนเมฆนั้นไปแตะที่ร่างซึ่งกำลังหลับสนิทอยู่...

 

“อื่มๆ ผู้สืบทอดสายโลหิตโบราณ อื้มๆ ของวิหกเพลิงอมตะเสียด้วย ไหนๆ ชีพจรวิญญาณปฐพีที่ถูกชำระ ...โอ้พลังวิญญาณของคนนับหมื่น ไม่เลวๆ” ชายชราค่อยๆ บ่นพึมพัมออกมาเรื่อยๆ ก่อนที่จะขมวดคิ้วแน่นเป็นปมเมื่อสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่ตัวมันไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ “เอาเถอะ ถือว่าเจ้าถูกใจข้า ครั้งนี้ข้าจะช่วยเอาบุญก็แล้วกัน”





               “เจ้ารู้ไหมว่าพลังวิญญาณที่ว่านั้นมันคือสิ่งใด ไม่สิสำหรับพวกพื้นล่างอย่างพวกเจ้าถ้าจะให้ถูกต้องนั้นคงจะต้องอธิบายกันตั้งแต่ต้นเลยสินะ...” ร่างที่พล่าเลือนกล่าวอย่างเนิบช้า พลางเอามือที่ไร้เลือดเนื้อลูบศีรษะของชายหนุ่มเบาๆ ตามจังหวะ “วิญญาณ สำหรับพวกเจ้าสิ่งนี้อาจจะเป็นเรื่องไกลตัวจนแทบจะมองไม่เห็น หรือเป็นอะไรที่ไม่สามารถจับต้องได้ แต่ความเป็นจริงแล้ววิญญาณมันเรียบง่ายกว่านั้นมากนัก”

 

               “...”

 

               แม้ว่าชายชราจะกล่าวไปอย่างยืดยาว แต่เทียนหลงแม้จะสามารถรับรู้ได้ทุกสิ่ง แต่ร่างกายของเขานั้นกลับไม่สามารถที่จะขยับเขยื่อนได้แม้แต่น้อย

 

               “เจ้าไม่ต้องพยายามหรอก ในตอนนี้ข้าแค่ประคองจิตของเจ้าเอาไว้เท่านั้น หากว่าข้าปล่อยให้เจ้าสามารถที่จะตอบสนองได้ ร่างกายของเจ้าก็จะกลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง รวมถึงจิตของเจ้าที่ดูดกลืนจิตของผู้อื่นมาอย่างสมบูรณ์แล้วถึงสามดวง แต่กลับยังไม่ได้รับรู้และเข้าใจพลังวิญญาณเลยแบบนี้ มันดีเท่าไหร่แล้วที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ โชคดีของเจ้าที่ต้นกำเนิดพลังวิญญาณของเจ้านั้นยินดีและเต็มใจมอบพลังให้ ไม่เช่นนั้นจิตอาคาตของพวกเขาคงจะฆ่าเจ้าไปนานแล้ว”

 

 

               แล้วพลังวิญญาณที่ท่านกล่าวถึงมันคืออะไรกัน แล้วทำไมข้าถึงต้องทุกข์ทรมานอยู่เช่นนี้ด้วย

              

               “โอ้ๆ ไม่เลวๆ ยังถือว่ามีหัวคิดอยู่บ้างนะที่ใช้จิตสื่อสารกับข้าเช่นนี้ ถึงจะหัวช้าไปบ้าง โง่ไปหน่อย แต่ก็คงพอขัดเกลาได้ล่ะนะ”

 

               ท่านเป็นใครกันแน่...ท่านพูดราวกับว่าท่านสามารถเข้าใจทุกสิ่งในโลกนี้ได้ราวกับว่าทุกอย่างอยู่บนฝ่ามือของท่าน

 

               “โฮ๊ะๆๆ ข้าไม่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นหรอกนะ...แต่ก็ไม่ได้ห่างกันมากเท่าไหร่หรอก เอาเป็นว่าตอนนี้ช่างเรื่องตัวตนของข้าไปเถอะ เพราะถึงอย่างไรเจ้าก็ไม่รู้จักอยู่ดีแม้ว่าข้าจะเอ่ยนามของข้าออกไปน่ะนะ” ชายชรากล่าวออกมาด้วยความอารมณ์ดี “เอาเป็นว่าเรามาเข้าเรื่องกันเลยก็แล้วกัน เพราะข้าเองก็แค่ได้รับคำสั่งให้ผ่านมา ไม่ได้มีเวลามากมายเท่าไรนัก”

 

 

               “ถ้าจะให้กล่าวถึงเรื่องของพลังวิญญาณ หรือพลังงานบริสุทหนึ่งในพลังงานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในโลกที่สูงขึ้นไป หรือแม้แต่ศูณย์กลางของโลกที่เหล่ามนุษย์อย่างพวกเจ้าไปถึงได้น้อยมาก มันเป็นหนึ่งในชนิดของพลังงานที่ทรงพลังมากๆ อย่างหนึ่ง แต่ด้วยความบริสุทธิ์ของพลังที่ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก พวกข้าจึงไม่ค่อยอยากที่จะใช้มันเท่าไหร่นัก

 

               ส่วนที่ว่ามันคืออะไรนั้น คงต้องกล่าวไปถึงต้นกำเนิดของคำว่าวิญญาณก่อนสินะ สำหรับพวกเจ้าแล้ววิญญาณนั้นก็อาจจะหมายถึงภูติผีหรือคนตาย แต่ความจริงแล้ววิญญาณมันเรียงง่ายกว่านั้น และใกล้ตัวพวกเจ้ามากกว่านั้นมากจนพวกเจ้าคาตไม่ถึงเชียวล่ะ

 

               และก่อนที่จะกล่าวถึงวิญญาณแล้วก็คงต้องกล่าวถึงมนุษย์อย่างพวกเจ้าก่อนสินะ เจ้ารู้ไหมว่ามนุษย์นั้นเกิดมานั้นต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง ก็คงไม่รู้สินะ การที่จะเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นต้องมีองค์ประกอบด้วยกันสามอย่าง หนึ่งก็คือ “จิต” ดวงจิตก็คือส่วนที่สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องมี เจ้าตัวจิตนี้ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าตัวจิตนี้มันมาจากไหน แต่เจ้าตัวจิตนี้จะเป็นเหมือนแกนกลางของสิ่งมีชีวิต ที่จะบรรทึกการกระทำทั้งดีและไม่ดีของเหล่าสิ่งมีชีวิต หรือที่พวกเจ้าเรียกมันว่า “กรรม” เจ้าสิ่งนี้เองที่จะเป็นตัวกำหนดชาติกำเนิดของพวกเจ้า ว่าจะเกิดเป็นอะไร และมีพื้นฐานสูงต่ำดีหรือเลวอย่างไร

 

 

               ส่วนอีกอย่างหนึ่งที่จะทำให้วงจรนี้สามารถคงอยู่และหมุนวนได้อย่างต่อเนื่อง ก็ต้องมีสัมผัสทั้งหกที่จะปรุงให้เกิดอารมณ์ต่างๆ และสัมผัสรวามถึงความรู้สึกต่างๆ ที่ถูกผลิตขึ้นจากสิ่งมีชีวิตใดๆ นี่เองก็คือ “วิญญาณ”

 

               หรือถ้าจะให้พูดให้ง่ายยิ่งกว่านั้นอีกก็คง... อ้อเออใช่ ไอ้อารมณ์ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกดีใจ เสียใจ เศร้าใจ โกรธ เกลียด แค้น รวมถึงความรักและอารมณ์อื่นๆ ทั้งหมด นั่นและก็คือสิ่งที่เรียกว่าวิญญาณ”

 

 

               “...”

 

 

               “เจ้าก็ยังคงไม่เข้าใจสินะว่าทำไมเจ้าถึงต้องทุกทรมานอยู่อย่างนี้  อื่มเอายังไงดีล่ะ” ชายชราพยายามที่จพสรรหาคำอะไรที่เข้าใจได้ไม่ยากจนเกินไป

 

               “ถ้าตามความเข้าใจของมนุษย์อย่างเจ้าแล้วล่ะก็ การที่เจ้าสามารถดูดซับพลังงานวิญญาณมาได้นั้น ก็เท่ากับว่าเจ้าได้ดูดกลืนอารมณ์ รวามถึงความรู้สึกนึกคิดของคนอื่นมาด้วย ทีนี้พอจะเข้าใจอะไรบ้างหรือยังล่ะ”

 

 

               ก็หมายความว่า...ดวงวิญญาณทั้งหมื่นก็... ชายหนุ่มกล่าวออกมาผ่านความคิด ซึ่งจิตของมันส่ายอย่างเห็นได้ชัดเจน

 

               “ก็อย่างที่เจ้าคิดนั่นแหละ...”



............................................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 355 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

757 ความคิดเห็น

  1. #593 NaPnET (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 11:15
    สู้ๆนะครับ ขอให้คุณพ่อหายป่วยไวๆนะครับ
    #593
    0
  2. #585 ฿55 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 21:33

    เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ

    #585
    1
    • #585-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 43)
      20 เมษายน 2562 / 07:55
      ครับ ขอบคุณนะ
      #585-1
  3. #503 joelamtan (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 00:33
    ขอบคุณครับ ขอให้หายไวๆนะครับ
    #503
    1
    • #503-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 43)
      10 เมษายน 2562 / 07:01
      อือ ขอบใจนะ
      #503-1
  4. #502 cxz09876 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 22:22
    คำอธิบายเรื่องของวิญญานเล่นเอามึนไปเลย
    #502
    1
    • #502-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 43)
      10 เมษายน 2562 / 07:00
      นักเขียนเมาๆ นะ (เมารถ) ถ้ามันงงๆ หน่อยอย่าถือนะ
      #502-1
  5. #501 Nhuni (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 20:24
    สู้ๆๆๆ นะ ค่ะ ชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องดิ้นต่อไปค่ะ
    #501
    2
    • #501-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 43)
      9 เมษายน 2562 / 20:48
      อือ ไม่สู้ไม่ทำก็ต้องอดตาย หะๆ ถ้าคนเดียวคงไม่คิดอะไรมากขนาดนี้ แต่ก็ต้องสู้ยุดีเนอะ
      #501-1
  6. #497 tiwakornp (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 18:19
    ช่วยค่าใช้จ่ายไปนิดหน่อยแล้วครับ
    #497
    1
    • #497-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 43)
      9 เมษายน 2562 / 20:17
      แม้ไม่รู้ว่าเท่าไหร่ แต่ก็ขอขอบคุณมากๆ นะ(โทรศัพท์ผมไม่ดี เลยไม่ได้ใช้แอปกับคนอื่นเขา ไลน์ก็ไม่เล่นเพราะมันกดได้บ้างไม่ได้บ้าง) ขอบคุณจริงๆ ครับ
      #497-1
  7. #496 Ekaract Sun (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 15:40
    สู้สู้นะครับ
    #496
    1
    • #496-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 43)
      9 เมษายน 2562 / 20:18
      ขอบคุณครับ
      #496-1
  8. #495 Momoji98 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 15:01
    ขอให้คุณพ่อหายไวๆนะค่า
    #495
    1
    • #495-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 43)
      9 เมษายน 2562 / 20:18
      สาธุนะ หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน
      #495-1
  9. #489 kimurakung (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 21:03
    ขอให้คุณพ่อหายป่วย ปลอดภัยเร็วๆครับ
    #489
    1
    • #489-1 (จากตอนที่ 43)
      9 เมษายน 2562 / 09:34
      หวังไว้แบบนั้นเหมือนกัน วันนี้ค่ำๆ ก็น่าจะรู้จากปากหมอครับ
      #489-1
  10. #487 Nhuni (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 08:47
    ขอให้คุณพ่อหายไวๆนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่า
    #487
    1
    • #487-1 (จากตอนที่ 43)
      9 เมษายน 2562 / 09:34
      ขอบคุณครับ ขอบคุณ
      #487-1
  11. #483 qszgun_ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 17:40
    ขอให้​หายไวๆเป็น​กำลังใจ​ให้นะคะ
    #483
    0
  12. #482 Kronos-Hades (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 22:37
    พักบ้างก็ดีน้ะ
    #482
    0
  13. #481 thammarat150060 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 20:11
    เป็นกำลังใจให้อีกคนครับ ขอให้คุณพ่อกลับมามีสุขภาพแข็งแรงในเร็ววันครับ
    #481
    0
  14. #480 kanphoo10 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 18:54
    เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดี
    #480
    0
  15. #478 varuneevava (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 15:27
    ขอให้พ่อหายไวๆค่า
    #478
    0
  16. #476 D_S_F_P_N (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 12:27

    ขอให้ปลอดภัยนะคะ
    #476
    0
  17. #434 จางเสวี่ยจิน (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 09:52
    เป็นกำลังให้น้าาา ขอบคุณที่แต่งเคื่องสนุกๆให้อ่านงับ
    #434
    1
    • #434-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 43)
      21 มีนาคม 2562 / 19:37
      ขอบคุณค๊าบบ
      #434-1
  18. #432 Jee7106066 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 18:36
    รอครับ
    #432
    1
    • #432-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 43)
      21 มีนาคม 2562 / 19:38
      มาต่อให้แล้วนะ
      #432-1
  19. #431 หวังซีเจา (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 15:27
    ร้อนจะตายอยู่แล้วฝนตกที่ใหน
    #431
    2
    • #431-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 43)
      21 มีนาคม 2562 / 19:38
      ที่บ้านผมหงะ - -* ผมยุสงขลาที่ชายแดนไทยมาเลตรงแถวๆ ด่านประกอบนะ
      #431-1
  20. #430 Lucky_777 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 13:51
    แฟทดราก้อนค้างไว้นานมากกกกกกกดก
    #430
    2
    • #430-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 43)
      21 มีนาคม 2562 / 19:40
      กำลังสองใจยุ ไม่รู้ว่าจะปั่นต่อไหม มันต่อไม่ติดอ่า มันเหมือนเนื้อเรื่องที่คิดไว้มันลืมไปหมดแล้ว ส่วนสมุดที่โน๊ดไว้ก็หายตอนจัดห้อง ก็เลย... *-*
      #430-1