The demon'god || ลำนำเทพอสูร

ตอนที่ 42 : บทที่40 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,965
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 304 ครั้ง
    12 ก.พ. 63

พรุ่งนี้ผมจะไปดูอาการพ่อนะ เพราะครบสี่วันตามที่พี่ชายบอกแล้ว ถ้าโชคดีพ่ออาจจะได้ออกจากicu หวังว่ามันจะเป็นแบบนั้น ถ้ากำลังใจดีพรุ่งนี้เช้าอาจจะมาต่อให้ได้สักครึ่ง เพราะบ่ายผมต้องไปหาดใหญ่แล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดอาจจะต้องอยู่เฝ้าพ่ออย่างน้อยสองสามวันนะ หรือถ้าโทรศัพท์ไม่รวนนักอาจจะพอพิมพ์ลงได้บ้าง แต่ต้องดูเหตุการณ์ก่อนนะ 8/4/2562



บทที่ 40

 

 

!!” ในขณะที่บุตรชายยังคงจมอยู่กับเศร้าโศกเสียใจอยู่นั้น ร่างในวัยชราก็ระเบิดพลังยุทธ์เต็มที่รีบดีดตัวออกไปคว้าร่างที่กำลังจะเข้าไปกอดร่างไร้ลมหายใจของผู้เป็นภรรยาที่เขารัก แล้วรีบพาตัวออกมาให้ห่างที่สุด แต่ยังไม่ทันที่จะพาออกมาได้ห่างเท่าไรนัก จู่ๆ ร่างไร้ลมหายใจของเย่ หลู่หลินก็ระเบิดออกมาเป็นเปลวไฟสีแดงเลือด เผาผลาญทุกอย่างในระยะหลายสิบเมตรเมตรรอบกาย จนทำให้แม้แต่สองพ่อลูกตระกูลเย่เองก็กระเด็นกระดอนออกไปด้วยแรงระเบิด

 

ไม่ต้องกล่าวถึงเหล่าข้ารับใช้ที่เป็นผู้ลงไม้รวมถึงเหล่าจีนมุงหญิงชายที่อยู่ใกล้ๆ ที่ต่างก็โดนเปลวไฟสีเลือดเผาไหม้จนระเหิดเป็นไอสีแดงจนหมดสิ้น! และในเพียงเหตุการณ์ที่เพิ่งจะเริ่มต้นก็คร่าชีวิตไปแล้วนับร้อยชีวิต!!

 

“นั่นมันอะไรกัน...” เทียนหมิงที่ได้สติกลับมาอีกครั้งก็หันไปมองในจุดที่เคยมีร่างของภริยาตั้งอยู่ แต่ในตอนนี้มีเพียงแค่เปลวไฟสีเลือดที่กำลังลุกไหม้ รวมถึงไอพลังฟ้าดินที่กำลังหลอมรวมเอาหมอกโลหิตของชีวิตนับร้อย ที่กำลังค่อยๆ ไหลเข้าไปตรงใจกลางกองเพลิง

 

“เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้” บิดาของหลงเทียนหมิงที่กำลังมองกองเพลิงสีโลหิตอยู่จ้องมองมันด้วยนัยน์ตาที่เบิกกว้าง พลางร้องอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงเบาราวกระซิบ “กำเนิดจากเถ้าถ่าน...วิหกเพลิงอมตะ!

 

ในครั้งอดีตกาล ในยุคสมัยที่มนุษย์ยังคงเป็นเพียงแค่ชนกลุ่มน้อย และอ่อนแอที่สุดในบรรดาเหล่าสิ่งมีชีวิตที่ทรงปัญญาด้วยกัน ในยุคสมัยนั้นโลกทั้งใบได้ถูกปกครองเอาไว้ด้วยเหล่าทวยเทพและสัตว์โบราณ ที่แต่ละตนล้วนแล้วต่างก็มีพลังอำนาจที่สะเทือนฟ้าสะท้านปฐพี ซึ่งสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ก็มักจะเป็นที่เคารพของเหล่าสิ่งมีชีวิตต่างๆ

 

ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่ไม่ชื่นชอบการถูกเคารพบูชา ยิ่งได้รับการเทิดทูนเป็นเจ้าชีวิตแล้วด้วยยิ่งทำให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่แผ่ซ่าน ไม่มีใครต้านทานมันได้แม้แต่เหล่าทวยเทพเองก็ตาม ในยุคสมัยนั้นจึงมีการส่งมอบเศษเสี้ยวแห่งพลังของเหล่าสิ่งมีชีวิตในตำนานต่างๆ เพื่อถ่ายทอดให้กับเหล่ากลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ยกย่องเคารพบูชาพวกมัน ไม่ว่าจะเป็นในส่วยของอาวุธวิเศษ ความสามารถพิเศษต่างๆ หรือแม้แต่เศษเสี้ยวของสายเลือด รวมถึงเคล็ดวิชาการฝึกฝนต่างๆ

 

แต่ไม่ว่าสิ่งใดก็ตามย่อมเป็นธรรมชาติที่จะมีทั้งส่วนดีและส่วนเสีย เพราะใช่ว่าสิ่งมีชีวิตต่างๆ จะสามารถรองรับพลังอันมหาศาลของเหล่าทวยเทพหรือเหล่าสัตว์ในตำนานได้ทุกเผ่าพันธุ์ จึงมีเพียงแค่บางส่วนที่สามารถตกทอดพลังเหล่านั้นได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นจำพวกอาวุธไม่ก็เคล็ดวิชาต่างๆ เสียมากกว่า

 

ส่วนเหล่าสายพลังที่หลงเหลือมาน้อยมากนั้นก็คือเหล่าผู้ที่ได้รับสืบทอดความสมารถพิเศษมา ไม่ว่าจะเป็นความสามารถทางร่างกายที่พิเศษออกไป หรือเหล่าพลังที่สร้างเสริมความสามารถพิเศษอื่นๆ เช่นในตาสวรรค์ ที่สามารถมองเห็นได้แม้จะไกลออกไปในระยะหมื่นลี้ ฝ่ามือแห่งการรักษา พลังที่สามารถควบคุมความคิดเป็นต้น ซึ่งพลังที่พิเศษเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นหนึ่งในพลังที่หายากมากและเหลือรอดมาได้น้อยหลังจากผ่านห้วงสมัยต่างๆ

 

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ใช่ที่สุดของความพิเศษและหายากของพลังจากอดีตกาล แต่ที่พิเศษและหายากมากที่สุดนั้นก็คือ “สายเลือด” ที่ได้รับการสืบทอดมาจากเหล่าทวยเทพหรือแม้แต่สัตในตำนานโดยตรง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เข้มข้นหรือว่าทรงพลังเท่ากับต้นกำเนิด แต่เพียงแค่เศษเสี้ยวลมหายใจของทวยเทพก็สามารถเข่นฆ่ามนุษย์นับร้อยนับพันได้ไม่ยากเย็นนัก เพียงแค่เศษเสี้ยวของสายเลือดที่เข้มข้นเพียงแค่หนึ่งในพัน ก็ทรงพลังมากพอที่จะปกครองทวีปได้ไม่ยากเย็นนัก

 

แต่พลังที่มากล้นก็ย่อมตามติดมาด้วยข้อเสียที่มากมาย เพราะแม้ว่าจะได้รับสืบทอดมา ก็ใช่ว่าผู้รับสามารถที่จะรองรับพลังอันมากมายมหาศาลได้เสียทั้งหมด มีเพียงแค่หนึ่งในร้อยเท่านั้นที่จะได้รับสืบทอดพลังได้สำเร็จ...และสายเลือดของวิหกอมตะก็คือหนึ่งในนั้น



30%...........


“ผู้คืนชีพจากเถ้าถ่าน” ตำนานของพญาวิหกโบราณที่ว่ากันว่าไม่มีทางถูกฆ่าตาย เพราะไม่ว่ามันจะล้มลงสักกี่ครั้ง มันก็จะถือกำเนิดใหม่ขึ้นอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง ตามตำนานได้กล่าวเอาไว้ว่ามันเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังมากที่สุดในยุคโบราณ

 

แต่ถึงอย่างนั้นในช่วงเวลาแห่งความว่างเปล่า วิหกเพลิงอมตะเองก็ได้หายไป เฉกเช่นเดียวกับเหล่าผู้ทรงอำนาจอื่นๆ ตั้งแต่สมัยบรรพกาล จนทำให้สิ่งมีชีวิตต่างๆ ได้พัฒนาตนเองขึ้น และเป็นผู้ครอบครองดินแดนต่างๆ ซึ่งมนุษย์เองก็เป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในปัจจุบัน และสามารถครองพื้นที่ของทั้งโลกเอาไว้ได้มากกว่าครึ่ง(เฉพาะพื้นที่ที่ได้รับการสำรวจ)

 

จากครั้งอดีตกาลมาจนถึงปัจจุบัน สายเลือดของวิหกเพลิงอมตะก็ได้สืบทอดต่อๆ กันมา แต่ว่ากันว่ามันเป็นเวลากว่าหมื่นปีแล้ว ที่สายเลือดศักดิ์สิทธิ์นี้ไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีก ทำให้ตำนานเรื่องราวของวิหกเพลิงได้เริ่มจืดจางไปตามกาลเวลา ว่ากันว่าแม้แต่ตระกูลที่ครอบครองสายเลือดนี้ก็เริ่มที่จะตกต่ำลงไม่น้อยเช่นกัน

 

สำหรับคนทั่วๆ ไปในแผ่นดินนภาครามหรือแม้แต่คนในอาณาจักรเมฆาครามเองก็มีเพียงไม่กี่คนที่รับรู้เรื่องราวเหล่านี้ เพราะมันมิใช่เรื่องพื้นเพของทวีปนภาครามนี้แต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องราวจากภายนอก ซึ่งในแผ่นดินนภาครามแห่งนี้จะมีเพียงแค่กี่คนที่สามารถจะออกไปนอกแผ่นดินได้ หากจะนับจริงๆ อาจจะไม่ถึงพันคนในรอบหมื่นปีเลยก็ว่าได้ ซึ่งตัวมันก็เป็นหนึ่งในนั้น

 

“นี่มันเรื่องอะไรกัน มันไม่น่าจะมีสายโลหิตศักดิ์สิทธิ์ในแผ่นดินนี้นี่...” บิดาของหลงเทียนหมิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงห้าวแหบ เพราะจากภาพตรงหน้ารวมกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาตลอดหลายปีนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าร่างที่กำลังก่อตัวอยู่ภายใต้เปลวเพลิงจะทำเช่นไรกับตระกูลเย่...ที่ส่งลูกของนางไปตาย ชายชราจึงได้แต่คุกเข่าลงด้วยความท้อแท้ กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย“ข้าทำกรรมอันใดเอาไว้กัน ทำไมตระกูลเย่จะต้องมาสูญสิ้นในช่วงของข้าด้วย”

 

“คมมีดแห่งความเจ็บปวดที่ปลิดชีพสังหาร จะจุดเปลวเพลิงแห่การชำระสังขารเพื่อถือกำเนิดใหม่ เปลวแห่งความแค้นที่มอดไหม้ จะจุดเปลวไฟที่ไม่มีวันดับแห่งเทพอมตะ” น้ำเสียแว่วหวานที่เอื้อนเอ่ยออกมาจากกองเพลิงที่กำลังเผาไหม้ แม้จะดูเหมือนแผ่วเบา แต่มันกลับดังกังวานไปทั่วบริเวณ

 

ราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงมนต์สะกด แม้แต่เย่เทียนหมิง และบิดาเองก็แทบจะควบคุมสติเอาไว้ไม่อยู่กับน้ำเสียงที่หน้าหลงใหลนั้น แต่ด้วยความที่เป็นคนที่คุ้นเคยกันดี และมีพลังที่แก่กล้าไม่น้อย จึงสามารถที่จะคงสภาพจิตใจเอาไว้ได้ ซึ่งทั้งสองทำได้แค่กวาดสายตาไปรอบๆ และมองเข้าไปภายในกองไฟอย่างเหม่อลอย

 

“คำทำนายทั้งหมดถูกต้อง ข้าสามารถที่จะปลุกพลังในตำนานได้จริงๆ...” น้ำเสียงหวานเจือไปด้วยความเศร้าสร้อย แม้นางจะยินดีที่สามารถที่จะปลุกพลังในตำนานเพื่อที่จะสามารถกลับไปกอบกู้สถานการณ์ที่นิกายของนางได้ แต่นั้นก็ต้องแลกมาด้วยชีวิตของบุตรชายที่นางทั้งรักและห่วงใย ที่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง... “หลงน้อย แม่ขอโทษที่ดูแลเจ้าไม่ดี จนทำให้พวกคนชั่วช้ามันสามารถทรมานรังแกเจ้าได้”

 

น้ำเสียงสั่นเครือที่ราวกับว่าจะสามารถบาดลึกเข้าไปในจิตใจของผู้ฟังได้ ดังออกมาจากเปลวไฟสีเลือดที่ค่อยๆ ลดขนาดลง จนกลายเป็นสาวงามราวกับเทพธิดาสวรรค์ในชุดสีแดงเพลิงที่ปักลวดลายวิหกไฟสีทองเอาไว้ ซึ่งนางในตอนนี้กำลังลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ปรากฏเป็นแววตาราวเปลวไฟสีแดงเข้มกำลังลุกไหม้ ที่กำลังมองกวาดไปทั่วทุกที่ ยังให้ความรู้สึกหวาดกลัวกวาดผ่านไปทั่วทุกชีวิตที่ยังมีชีวิตอยู่ในสถานที่แห่งนั้น ราวกับว่าดวงตานั้นสามารถที่จะมองผ่านไปจนถึงก้นบึ้งของหัวใจ จากนั้นนางก็หันไปทางสองพ่อลูกแห่งตระกูลเย่ที่กำลังมองมาเช่นกัน ผ่านไปหลายอึดใจ ในที่สุดสาวงามชุดแดงก็เอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา

 

“พี่หมิง...”


...............................................63%


 “...”น้ำเสียงหวานกังวานไปทั่วบริเวณ แต่กลับไร้ซึ่งการตอบสนองใดๆ จากเจ้าของชื่อที่ถูกกล่าวถึง ความในใจมากมายที่สั่งสมมาตลอดระยะเวลากว่าสิบปีมันอัดอั้นจนไม่อาจจะกล่าวถ้อยคำไดๆ ออกมาได้ ทั้งความรักที่มากมาย หน้าที่ที่ต้องแบกรับ ความรู้สึกผิดที่ถาโถม ทุกอย่างมันประเดประดังเข้ามาจนเย่ เทียนหมิง มิอาจจะเปล่งเสียงใดๆ ออกมาได้แม้แต่เพียงแค่ครึ่งคำ

 

“ข้าผิดหวังในตัวท่านยิ่งนัก ข้าไม่คิดว่าบุรุษที่ข้าเลือกแล้วจะกระทำเช่นนี้ออกมาได้” เสียงหวานยังคงกล่าวต่อไปโดยไม่ได้สนใจใดๆ ต่อจิตใจที่กำลังพังทลายลงอย่างช้าๆ ของคนตรงหน้า ทั้งๆ ที่ตัวนางเองก็สามารถอ่านความคิดของทุกคนได้ทั้งหมด เพราะหลังจากที่ผนึกถูกปลดออก พลังที่ตื่นขึ้นมันยกระดับพลังของนางไปไกลยิ่งกว่าสมัยก่อนไปมากโข ยิ่งกว่าตอนก่อนที่จะโดนผนึกไปนับสิบเท่า ยังไม่นับรวมถึงชีพจรในร่างที่ได้รับการชำระล้างและวิวัฒนาการขึ้นครั้งใหญ่ พลังที่ไหลอยู่ในร่างของนางนั้นมันมากล้นยิ่งกว่าใครๆ ในแผ่นดินนภาครามจะมีได้ เป็นกลุ่มก้อนพลังวัตที่ยิ่งใหญ่กว่าสองหมื่นปี!!

 

“ในเมื่อท่านไม่มีสิ่งใดจะกล่าวอีกต่อไปแล้ว ข้าเองก็คงไม่มีกิจใดในสถานที่โสมมแห่งนี้อีก...” สิ้นคำกล่าวนั้นร่างบางก็ค่อยๆ ลอยขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมๆ กับก้อนเพลิงปราณโลหิตสีแดงในฝ่ามือที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละเล็กทีละน้อย

 

“หนะ...หนีเร็ว” ไม่รู้ว่าใครที่เป็นผู้กล่าวขึ้น บรรดาผู้คนในตระกูลเย่ก็พากันวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต มุ่งหน้าไปยังทางออกหลักของตระกูลซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก แต่ราวกับว่าทุกอย่างที่พวกมันทั้งหมดทำนั้นศูนย์เปล่า เพราะในทันทีที่คนทั้งหมดวิ่งไปยังประตูทางออก ร่างของพวกมันก็กระแทกเข้ากับห้วงอากาศที่ว่างเปล่า จนกระเด็นกระดอนออกมากันเป็นแถบๆ

 

“ไม่ๆ ข้ายังไม่อยากตาย...” ความหวาดกลัวเริ่มที่จะเกาะกุมหัวใจของทุกชีวิต โดยเฉพาะเหล่าผู้คนที่รังแกสองแม่ลูกเอาไว้อย่างแสนสาหัสในสมัยก่อน จะเหลือก็แต่เพียงแค่ผู้อาวุโสเพียงไม่กี่คน ผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน รวมถึงว่าที่ผู้นำตระกูลกับฮูหยินใหญ่คนปัจจุบันเท่านั้นที่ยังคงทอดมองไปยังร่างที่กำลังลังลอยขึ้นไปเรื่อยๆ พร้อมกับดวงตะวันดวงเล็กๆ ที่กำลังขยายขนาดขึ้นอย่างต่อเนื่อง...

 

“หลู่หลิน เจ้าแน่ใจหรือว่าจะทำเช่นนี้จริงๆ หากเจ้าทิ้งเพลิงโลหิตนั่นลงมา ไม่ใช่แค่คนในสกุลเย่เท่านั้นที่จะตกตาย แม้แต่นครเมฆาครามเองก็จะกลายเป็นจุล เจ้าหมายจะเข่นฆ่าชีวิตนับล้านจริงๆ หรือพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้มีความผิดใดต่อเจ้าเลยแม้แต่น้อย...”

 

“แล้วมันอย่างไรเล่า” น้ำเสียงเรียบนิ่งสวนกลับมาทันควัน “แล้วข้ากับหลงน้อยเคยกระทำอันใดต่อผู้ใดหรือไม่ หากไม่เพราะนางแพศยานั่น กับจักรพรรดิผู้เอาใจนางจนเกินเหตุ ในตอนนี้หลงน้อยคงเป็นกำลังหลักแห่งตระกูลเย่ไปแล้ว พวกท่านก็รู้ดีว่าหลงน้อยนั้นทรงพลังแค่ไหน แล้วเขาผิดอันใดกัน แล้วตัวข้าที่รักท่านทั้งยังยอมอดทนมาตลอดเพราะหวังว่าท่านจะเมตตาหลงน้อย...พวกข้าผิดอันใดอย่างนั้นหรือ...  ”

 

“...” แม้ว่าน้ำเสียงจะเรียบนิ่งไม่มีแรงไหวกระเพื่อมใดๆ แต่เปลวไฟในมือของนางกลับขยายใหญ่ขึ้นตามสภาวะอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนแม้ว่าจะอยู่สูงขึ้นไปเกือบครึ่งลี้ แต่คนที่อยู่ด้านล่างกลับสัมผัสได้ถึงความร้อนที่เริ่มเผาไหม้อากาศโดยรอบแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครสามารถที่จะทำอะไรได้นอกจากเฝ้ามองหายนะที่กำลังจะตกลงมาในไม่ช้า

 

“...หลู่หลิน พี่ขอโทษ”

 

“ท่านมาขอโทษข้าตอนนี้แล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา ท่านขอโทษข้าแล้วหลงน้อยจะยังมีชีวิตอยู่ไหมหา!” เป็นครั้งแรกที่เจ้าของเสียงหวานตวาดออกมาด้วยเสียงอันดังที่มาพร้อมด้วยแรงกดดันของผู้ที่มีพลังวัตกว่าสองหมื่นปี ทำให้แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสหรือผู้นำตระกูลยังต้องคุกเข่ากระอักเลือดออกมา ส่วนพวกเหล่าข้าทาสชั้นล่างมีบางส่วนที่ทนรับแรงกดดันนั้นไม่ไหว และตกตายตามๆ กันไป “ในเมื่อท่านเห็นว่าตระกูลนี้มันสำคัญกับท่านนัก สำคัญยิ่งกว่าตัวข้าข้ายังไม่ขุ่นแค้นท่าน แต่ในวันนั้นท่านเห็นหลงน้อยตื่นขึ้นมาด้วยตาตนเอง แต่ท่านก็ยังปล่อยให้เขาไป!

 

“ข้า...”

 

“ท่านทำไม ท่านจะยังหาข้อแก้ตัวอันใดอีก ในเมื่อท่านรักตระกูลของท่านมากนัก ก็จงอยู่ต่อไปโดยที่มองทั้งตระกูลและเมืองของท่านล่มสลายเสีย!!

 

“ไม่นะ...หลู่หลิน”

 

โดยที่ไม่สนใจจะฟังใครอีกต่อไป เทพธิดาแห่งเปลวเพลิงที่ตอนนี้กำลังยกก้อนเปลวไฟสีเลือดขนาดกว่าสิบจั้งก็ผายมือในลักษณะที่ราวกับว่ากำลังจะทุ่มก้อนเพลิงปราณนั้นลงมา แต่ยังไม่ทันที่กลุ่มก้อนเปลวไฟสีเลือดจะตกลงมา จู่ๆ ก้อนพลังนั้นก็ได้หายวับไปราวกับก่อนหน้านี้ทั้งหมแป็นเพียงแค่เรื่องโกหก

 

ทุกชีวิตที่กำลังหลับตาร้องขอชีวิตหรือแม้แต่เหล่าผู้อาวุโสเองต่างก็สงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทำได้เพียงแค่มองไปยังร่างงามที่ลอยอยู่บนฟ้า ที่มีรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่

 

“วันนี้ข้าจะปล่อยพวกท่านไปก่อน แต่จดจำเอาไว้ให้ดี อีกไม่กี่ปีต่อจากนี้พวกท่านอาจจะได้เจอกับหายนะครั้งใหญ่....” น้ำเสียงที่เคยเดือดดาลเย็นลงราวกับว่าเป็นคนละคน ทำให้ทุกชีวิตต่างก็ทำตัวไม่ถูก ได้แต่มองร่างบางที่กำลังค่อยๆ ลอยหายไป

 

“อ้อ เกือบลืมไป เรื่องราวในวันนี้ถือว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ห้ามใครก็ตามเผยแพร่เรื่องราวในวันนี้ออกไปอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ไม่ใช่นั้น....”  ว่าแล้วก็ผายมือลงมา ทำให้ผู้คนเบื้องล่างทั้งหมดรู้สึกว่ามีอะไรอุ่นๆ ไหลเข้ามาภายในร่างกาย “หาไม่แล้วมันคนใดก็ตามที่ขัดขืนคำสั่งนี้ก็จะโดนเปลวไฟเผาไหม้อวัยวะภายในทันที”

 

นางพูดเพียงเท่านั้นก่อนที่ร่างของนางจะลอยหายลับไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

นับแต่นั้นต่อมาเรื่องราวของวิหกอมตะที่ถูกสืบทอดก็กระจายไปทั่วทั้งตระกูลเย่ แต่กลับกัน เมื่อมีใครคิดจะนำมันไปเผยแพร่ยังภายนอก ผู้นั้นก็จะลุกเป็นไฟไปในทันที และจะถูกเปลวไฟนั้นเผาไหม้จนตาย ทำให้นับแต่นั้นเป็นต้นมา เรื่องราวนั้นกลายเป็นเรื่องเล่าต้องห้ามของตระกูลเย่สืบต่อมา....





100%......................................(11,550อักขระ)




 ได้ระบายไปบ้างดีขึ้นพอสมควรเลย หะๆ ขอบคุณที่รับฟังนะ ถ้าใครอยากอ่านเลื่อนลงไปเลยครับ แล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะ ขอบคุณจริงๆ







...................................



6ชั่วโมง ได้แค่นี้จริงๆ หะๆ ปั่นไม่ออกเลย


ตอนนี้พ่อยังนอนอยู่icu ต้องรอดูอาการจนถึงวันอังคารถึงจะสามารถออกมาห้องธรรมดาได้ ถ้าไม่มีอาการแซกซ้อน หัวตื้อไปหมด ไม่รู้จะไปต่อทางไหน อยากจะระบายก็ไม่รู้จะไปพูดกับใคร ขอระบายกับนักอ่านได้ไหม ถ้าได้ก็อ่านต่อไปนะ ถ้าไม่ก็ปิดไปเลยครับ พรุ่งนี้จะพยายามมาปั่นต่อให้นะ ขอระบายสักนิด...



...............


ถ้ามีใครอยากอ่านต่อ ก็รอรับน้ำเน่าในชีวิตจริงได้เลยนะ 


     เมื่อวันที่สี่อย่างที่รู้กันว่าพ่อผมเข้าโรงบาลถูกไหม คุณรู้ไหมว่าวันนั้นผมโดนอะไรบ้าง หลังจากที่ไปเอายาและส่งเลือดพ่อไปตรวจเรียบร้อยแล้ว ผมก็เดินไปดูพ่อ ที่นอนอยู่ (พ่อผม72แล้วนะ) แกในตอนนั้นเหมือนจะกึ่งหลับกึ่งตื่น แกมองหน้าผม น้ำตาแกไหล...เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นพ่อตกอยู่ในสภาพแบบนี้


ผมทนไม่ได้ หลังจากที่แกหลับไป ผมเดินออกมาร้องให้หน้าอาคาร...น้ำตาที่ไม่ไหลออกมานับสิบปี เป็นครั้งแรกที่มันไหลออกมาโดยที่ห้ามมันไม่ได้เลย ทั้งๆ ที่พ่อแข็งแรงมาตลอด จู่ๆ แกก็เป็นแบบนี้ ผมตั้งตัวไม่ได้จริงๆ 


แล้วคุณรู้ไหม ว่าจากนั้นผมเจอกับอะไร... หะๆ 


ในวันนั้นหลังจากที่พ่อเป็นแบบนี้ ผมก็โทรหาพี่ชายคนโตที่รับราชการเป็นเจ้าหน้าที่กองทุนสงเคราะสวนยาง ที่อยู่หาดใหญ่ เขาก็ให้ผมโทรหา1669 ผมก็โทรแล้วให้รถมารับเพื่อไปรพ. โดยที่บ้านยังไม่ได้ทำอะไรเลย (ตอนนี้เหลือแค่ผมกับพ่ออยู่บ้าน) แล้วตอนนั้นหลังจากที่คุยกับหมอ เขาบอกว่าจะส่งพ่อไปหาดใหญ่(บ้านผมอยู่ประกอบ รพอยู่นาทวี และจะส่งไปหาดใหญ่ ระยะทางประมาน100กม.) มันน่าจะไม่มีอะไรถูกไหม 


แต่ไม่! พี่สะใภ้ผู้แสนดีมาบอกว่า "ชาต้องไปกับพ่อนะ" ผมก็บอกว่า "พี่ช่วยไปให้ก่อนได้ไหม บ้านยังไม่ได้อะไรเลย" ....ดูเหมือนเกี่ยงกันใช่มะ อื่ม ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน จากนั้นเขาก็เริ่มทำในสิ่งที่ผมเกลียดที่สุด...


เขาชี้หน้าด่าผม...บอกว่าเงินทุกบาทที่รักษาพ่อเขาออกนะ  ผมนี่ถึงกับพูดไม่ออกเลย น้ำตาไหลออกมา พี่ชายผมเป็นข้าราชการสามารถเบิกได้ทุกบาทนะ ผมตอบเขาไปแบบนั้น เขาเลยเปลี่ยนไปเรื่องอื่น เขายังคงชี้หน้า แล้วพูดต่อไปว่า พี่ชายเธอเรียนจบมาได้ด้วยทุน(กยศ)นะ อย่ามารำเลิกบุญคุณ? หัวถึงกับอื้อไปหมดเลย ผมไม่รู้เขาคิดอย่างนั้นจริงๆ หรือเขาแค่หาข้ออ้างไปให้พ้นๆ ผมก็ถามไปว่าเขารู้ไหมว่ากยศมันจะออกตอนเทอมสอง(สำหรับคนแก่ๆ รุ่นผมน่าจะรู้กันดี)  คุณพี่สะใภ้ผู้แสนดีก็ด่าอะไรต่อมิอะไรไม่รู้ ต่อหน้าคนเป็นสิบที่หน้าอาคาร(คนน้อยเพราะเป็นช่วงสองทุ่มกว่าแล้ว) ....หะๆ ผมอยากถามเขาจัง ว่าทั้งชีวิตของพี่ชายผมมีแค่ช่วงสี่ปีนั้นหรือ...


อาจจะดูเหมือนต่างหาข้ออ้างให้ตัวเองดูดีนะ แต่รู้ไหมว่าบ้านผมอยู่ประกอบที่ห่างจากรพที่พาพ่อไปส่ง30โล และห่างจากหาดใหญ่ที่จะพาพ่อไป100โล....ส่วนพี่ชายอาศัยอยู่ในหาดใหญ่ หะๆ และถ้ายังไม่ละเอียดพอ พี่ชายจะมาหาพ่อปีละราวๆ 4ครั้ง คือช่วงเวลาที่มาพาพ่อไปหาหมอ ส่วนผมอยู่กับพ่อแทบทุกวัน...มาตั้งแต่ปี2554..


ผมเรียนไม่จบมหาลัยนะ เผื่อใครยังไม่รู้ เรียนแค่สองปี ก็ลาออก อาจจะเหมือนข้อแก้ตัว แต่รู้ไหม ว่าทำไม...ผมมันเป็นเด็กไม่ดีไง ผมไม่ติวสอบ ผมขาดสอบ ผมหลับในห้องสอบ ...รู้ไหมว่าเพราะอะไร...อยากฟังอะไรที่น้ำเน่าๆ ไหม 


ในวันหนึ่งช่วงเวลาราวๆ สองทุ่ม พี่ชาย(คนเดียวกัน) โทรมาหาผมที่มหาลัย ว่าช่วยกลับบ้านไปดูพ่อได้ไหม แกเดินไม่ค่อยไหว แตต้องสอบก.พ. ผมแทบอยากจะบินกลับบ้าน เพราะรู้ว่าพ่อแกมักจะปวดขาบ่อยๆ แต่มันสองทุ่ม รถก็ไม่มี บ้านผมจน ไม่มีมอไซ จะไปยืมเพื่อนของเพื่อนที่สนิทก็ไม่อยู่ จึงได้แต่รอตอนเช้า พอรุ่งเช้า ผมขึ้นรถเที่ยวแรกกลับบ้าน กว่าจะไปถึงบ้านก็เกือบเก้าโมงเช้าแล้วมั้ง คุณรู้ไหมว่าผมเห็นอะไร ...พ่อที่กำลังใช้สองมือพยุงตัวเองลากร่างที่ขาทั้งสองบวมเดินไม่ได้ไปหลังบ้าน(ตอนนั้นไม่รู้ว่าพ่อเป็นเก๊าเพราะแกไม่ยอมไปหาหมอ) ถ้าเป็นคุณ คุณจะรู้สึกยังไง


หลังจากนั้นผมก็พยายามที่จะกลับบ้านบ่อยที่สุดเท่าที่ทำได้ ....หะๆ จนในที่สุดปี2ผมก็ออกมาจากมหาลัย ส่วนพี่ชายก็ได้บรรจุเข้ารับราชการ...ดีไหมล่ะ 


แต่ผมไม่ได้โกรธนะ (เหมือนจะอ้าง) แต่ผมคิดงั้นจริงๆ นะ เพราะถ้าเขาไม่สอบติดในวันนั้น ถ้าเขาไม่ได้บรรจุ ลำพังคนอย่างผมคงไม่มีปัญญาพาพ่อไปหาหมอแพงๆ ผมไม่เคยโกรธพี่ชายนะ แต่คุณพี่สะใภ้...อีกเรื่องนึง


เอาเป็นว่ามันเป็นเรื่องสมมติเรื่องนึงก็แล้วกันนะ ไม่ต้องเชื่อผมหรอก 


แต่ก็ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตอนนี้นะ ที่รับฟังนักเขียนโง่ๆ คนหนึ่ง 




 ตอนนี้เงินไม่ค่อยมี เหลืออยู่ราวสองพันกว่า แม้ว่าไม่ได้หวังว่าจะได้จากใครจริงๆ แต่ถ้าใครสงสารนักเขียนหน้าโง่คนนึง อยากบริจาคช่วยเหลือผมมาบ้างก็ได้นะ ผมจะจดจำไปจนตายครับ 9280394142 นายปรีชา ทองแก้ว ทนาคารกรุงไทย สาขานาทวี   





สุดท้ายนี้ผมอยากถามหน่อย ว่าคนอย่างผมที่เลือกพ่อแม่มากกว่าอนาคต แล้วดันมาจนแล้วไม่มีปัญญาเลี้ยงดูพ่อแม่ให้ดีแบบนี้ มันถูกหรือผิดกันแน่ แต่ถ้าถามว่าผมเสียใจไหม บอกเลยว่าไม่ เพราะต่อให้ย้อนกลับไปได้เหมือนนิยายหลายๆ เรื่อง ผมก็จะยังทำแบบนี้ เป็นคนโง่ๆ ที่อยู่ดูแลพ่อกับแม่... ผมเลือกถูกแล้วใช่ไหม 












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 304 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

757 ความคิดเห็น

  1. #638 KritPrasert (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 19:35
    ถึงไรท์​ที่น่านับถือ
    ผมอยากให้ไรท์​ ลองทำบางสิ่ง
    จะได้ผลแค่ไหน​ อยู่ที่ศรัทธาของไรท์​ และเหตุปัจจัยของพ่อคุณเอง
    ลองให้พ่อของไรท์ฟังบทสวดปฏิจจสมุปบาท​ ดูครับพยายามให้ท่านฟังอย่างต่อเนื่องอย่าให้ขาด​ที่สำคัญ หาโอกาสให้ท่านฟังให้ได้​ แม้จะมีเสียงทัดทานบ้าง​ก็ขอให้ไรท์ไม่ย่อท้อนะครับ
    มีเหตุผลที่ผมแนะนำอย่างนี้นะครับ
    อยากหาข้อมูลก็ลองพิมพ์​คำ พุทธวจน​ ในยูทูปดูครับ
    ถ้ายังไม่ถึงกาละ จะมีปฏิหาริย์​เกิดขึ้นครับ
    เชื่อมั่น​ และศรัทธา
    #638
    1
    • #638-1 (จากตอนที่ 42)
      5 มิถุนายน 2562 / 16:07
      ปกติตอนนอนผมเปิดธรรมจักรฟังทุกคืนครับ ผมนอนห่างจากพ่อเมตรเดียว บ้านนอกเเบบผมเงียบมากด้วย ฟังกันสองคนทุกคืน
      #638-1
  2. #630 fujidargon (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 19:27
    สู้ๆครับ
    #630
    0
  3. #613 Itsumiji (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 17:52
    สะใจ ตะกูลขี้-
    #613
    0
  4. #506 Toon Diamond (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 19:06
    เป็นกำลังใจให้ค่ะไรท์ๆทำดีที่สุดแร้วค่ะ
    #506
    1
    • #506-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 42)
      12 เมษายน 2562 / 06:03
      ครับ ขอบคุณครับผม ^^
      #506-1
  5. #499 Nhuni (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 20:10
    นิขอเป็นกำลังใจให้ไรต์และทุกๆๆคนค่ะ
    #499
    2
    • #499-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 42)
      9 เมษายน 2562 / 20:20
      พี่คงไม่มีอะไรจะให้นะ นอกจากกำลังใจของหมีดำๆ กับนิยายที่จะพยายามปั่นให้สุดความสามารถ *-* อย่ายอมแพ้นะ พี่ก็จะพยายามเหมือนกัน
      #499-1
  6. #498 Nhuni (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 20:09
    คุณเลือกถูกแล้วเพราะเรียนเราจะเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ ส่วนงานเราก็หางานงานใหม่ได้ แต่พ่อกับแม่มีแค่คนเดียวไม่สามารถหาใหม่ได้

    ชีวิตของคนทุกคนย่อมมีขึ้นมีลงเป็นเหตุแห่งกรรมที่กำหนด

    คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นคนดีได้

    ชีวิตของนิก็ไม่ได้ดีกว่าคุณเลยนะ นิก็เรียนไม่จบปริญญาเหมือนกันค่ะ เรียนได้แค่ 2 ปี เพราะแม่ล้มป่วยเป็นเบาหวานขึ้นตาระยะที่อันตรายมาก อีก ทั้งปีนั้น(พ.ศ.2555-2556)เจ้าหนี้ ได้ เร่งรัด หนี้สิน(เยอะมากๆ)พ่อ ก็ เป็นโรค ไขข้อ กระดูกแต่ยังสามารถทำงาน ได้(ขายล็อตเตอร์รี่และรับเหมาก่อสร้าง) ตอนนั้นนิอยู่ปี 2

    นิมีแต่ทำงานรับจ้างทุกอย่าง เสิร์ฟอาหาร ล้างจาน ทำในร้านอาหาร(บาร์เหล้าและผับ) ทำเดือนแรกเขายังไม่ได้บังคับให้ขายตัวหรอกแต่พอเข้าเดือนที่สองเขาบังคับ ถ้าไม่ขายตัวก็ออกจากร้าน นิตอบไปเลยว่า "ไม่ ถึงแม้จะจนแต่ก็จนอย่างมีศักดิ์ศรี" ตอนนั้นเขาให้ 50,000 บาท นะ แต่นิก็ไม่เอา เขาก็ไล่ออกโดยทีไม่ได้รับค่าแรงเลย ตอนนั้นค่าแรง ถ้าตอนกลางวันได้ชั่วโมงละ 11-14 บาท ถ้าตอนกลางคืนค่าแรงชั่วโมงละ 22-25 บาท แต่นิก็ทำนะเอาแต่ทำงานหาเงินไม่ไปเรียนเลย นิทำงายหนักมากตอนกลางวันก็ทำ งานกลางคืนก็ทำจนถึงตีสองตีสามทุกวัน ง่วงก็กินกาแฟกินจนป่วยเกิดอาการใจสั่นอย่างรุนแรงจนหมอสั่งห้ามไม่ให้กินกาแฟอีกเด็ดขาดเลย นิทำงานหนักจนป่วยจนล้มทั้งยืนในห้องเรียนหลังเลิกเรียน(เพื่อนบอกว่าจะไม่มีสิทธิ์สอบก็เลยต้องเข้าเรียน) นิพยายามทำงานให้ได้มากที่สุดจะได้มีเงินส่งให้พ่อกับแม่เยอะๆ จนป่วยหนักถึงกับตายแล้วฟื้นเลยทีเดียว นิไม่หายใจประมาณ 1-2 ชั่วโมงเลยทีเดียว จนต้องได้ออกจากมหา'ลัย เพราะจะเรียนไปต่อก็ไม่ได้แล้ว จะทำงานก็ทำไม่ได้แล้วเหมือนกัน เพราะร่างกายทนรับไม่ไหวอีกต่อไป ผลสุดท้ายก็เลยต้องลาออก ไม่เรียนต่ออีก แต่ด้วยความที่กลับมาอยู่บ้าน ได้มาเห็นสภาพของแม่ ที่ มองไม่เห็น เป็น ภาพ ที่ มัว มาก พาแม่ไปหาหมอ หมอ ให้ ทดสอบ สายตา ปรากฏว่า แม่มองไม่เห็นตัวเลขที่หมอให้อ่าน และ สี ก็ มอง เพี้ยน ในตอนนั้นนิกัดฟันสู้เลย ถึงแม้ จะ ป่วยหนัก ร่างกาย อ่อนแอ ขนาด ไหน นิก็สู้ ก็ยังไปหางานทำ ทำงานได้สัปดาห์กว่า ในขณะที่ ทำงาน ใน วันนั้น ร่างกายก็ไม่สามาถทนได้อีกต่อไป นิเลยขอลากลับบ้านก่อน เจ้านายก็ให้เพื่อนร่วมงานมาส่งนิที่บ้าน พอถึงบ้านนิลงจากรถเสร็จเพื่อนก็รีบกลับไปทำงาน ส่วนนิก็ล้มทั้งยืน โดยที่ยังไม่ก้าวเท้าแม่แต่ก้าวเดียว น้าที่อยู่บ้านตรงข้ามเห็นเหตุการณ์ก็เลยโทรให้รถโรงพยาบาลมารับ ตอนนั้นบอก เลย ว่าน ก็ ไม่ หายใจ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง เลย

    นิเป็นคนร่างกายไม่แข็งแรง ป่วยมาตั้งแต่เกิด ตอนเด็กๆ ในหนึ่งสัปดาห์ นอน โรงพยาบาล ห้าวัน อีกสองวันนอนบ้าน โรงพยาบาลเป็นบ้านหลังที่สองของนิจนถึงทุกวันนี้

    วันนี้พอแค่นี้ก่อนพิมพ์จนมือชาแล้ว

    นิหวังว่า เรื่องราวในชีวิตของนิจะทำให้ไรต์และนักอ่านหลายๆคน มีกำลังใจที่จะต่อสู้เพื่อวันพรุ่งนี้กันนะค่ะ

    สุดท้ายนิอยากบอกไรต์ว่า ในชีวิตของคนทุกคนมักจะเจอสิ่งที่ดีงามและสิ่งที่เลวร้ายอยู่เสมอ ถึงแม้ในวันนี้ ชีวิตเราจะเจอสิ่งที่มันเลวร้าย หากเรายังสู้ ในวันพรุ่งนี้ของชีวิต เราอาจจะเจอสิ่งที่ดีงาม ฟ้า หลัง ฝน ย่อม สดใส เสมอ

    ตราบใดที่พระอาทิตย์ยังขึ้นที่ทิศตะวันออกทุกวันฉันใด ชีวิตคนเราก็สามารถเริ่มต้นใหม่ได้ฉันนั้น

    ดังนั้น สู้ๆๆๆ นะคะไรต์และทุกๆๆคนที่อ่านก็สู้ๆๆๆค่า
    #498
    4
    • #498-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 42)
      9 เมษายน 2562 / 20:16
      อื้อ เช่นกันนะ อย่ายอมแพ้ ซู่ๆ(เสียงหมูลงกระทะ *-*) เอามาจากเพจยังโสดเพิ่งเห็นมาเมื่อเช้า เป็นกำลังใจให้นะ
      #498-1
    • #498-4 หวังซีเจา(จากตอนที่ 42)
      20 เมษายน 2562 / 13:26
      ผมก็เพิ่งหายป่วยเมื่อตอนปี62
      เพราะการทำงานหนักพักผ่อนน้อย ตอนป่วยกินอะไรก็ไม่ได้
      พอป่วยโรคอะไรๆก็ประดังเข้ามา ผมป่วยเป็นดีซ่าน เบาหวาน
      มะเร็ง และโรคไต นอนเป็นผักไปสามเดือน ผมหายเพราะกินยาแผนโบราณ ชื่อยาคือ ฮั่วลักเซียม รถชาติเหมือนเหล้าเสือ กินแล้วสามารถควบคุม
      ความดันเบาหวานได้ คนที่กอนยานี้ สามารถกินของหวานได้ ไม่ต้องกลัวน้ำตาลขึ้น

      ร่างกายอ่อนแอ ก็สามารถช่วยไดั เพราะยานี้เป็นยาที่ช่วยใน
      การขับของเสียออกจากร่างกาย เหมือนกับกินยาบ่มเพาะเพื่อเลื่อนระดับลมปราณ
      พอเลื่นระดับลมปราณได้ร่างกายก็จะขับของเสียออกมา เเต่นี่ชีวิตจริงไม่ใช่นิยาย
      ที่มีกำลังภายใน แต่ยานี้มันตำรายาจีน สูตรยาที่ใช้สำหรับฮ่องเต้โดยเฉพาะ
      พูดง่ายคือยาสำหรับฮ่องเต้ที่ใช้ในราชวงค์ ยานี้มีสรรพคุณ
      ขับสารพิษออกจากร่างกาย
      ผ่านผิวหนังหรือเหงื่อ มันไม่เหมือนยาโรงบาลที่สะสมสารพิษ กินหายแต่อายุสั้น แต่ยานี้
      กินหายแต่อายุยืน
      #498-4
  7. #494 Natsh091 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 09:50

    สู้นะพี่ถ้าพี่ขยันยังไงก็ไม่มีวันอดตายผมเชื่อยังงั้น
    #494
    1
    • #494-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 42)
      9 เมษายน 2562 / 15:18
      พยายามยุนะ สู้ๆ *-*
      #494-1
  8. #493 kanphoo10 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 06:27
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #493
    1
    • #493-1 (จากตอนที่ 42)
      9 เมษายน 2562 / 09:32
      ขอบคุณณะ
      #493-1
  9. #492 Lucky_777 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 00:11
    สู้ๆครับไรท์เป็นกำลังใจให้ครับ
    #492
    1
    • #492-1 (จากตอนที่ 42)
      9 เมษายน 2562 / 09:32
      ขอบคุณครับ
      #492-1
  10. #491 intheone (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 22:47
    ถูกแล้ว แต่อย่าลืมว่าพ่อแม่ก็ไม่เห็นลูกเป็นทุกข์
    #491
    1
    • #491-1 (จากตอนที่ 42)
      9 เมษายน 2562 / 09:33
      *-*.....มันยังไงนะ ทำไมถึง งงๆ
      #491-1
  11. #490 varakorn11 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 21:14

    สู้ๆๆนะครับ
    #490
    1
    • #490-1 (จากตอนที่ 42)
      9 เมษายน 2562 / 09:33
      ขอบคุณครับ
      #490-1
  12. #488 kimurakung (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 21:02
    เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะครับ
    #488
    1
    • #488-1 (จากตอนที่ 42)
      9 เมษายน 2562 / 09:34
      จ้า ขอบใจนะ *-*
      #488-1
  13. #486 จางเสวี่ยจิน (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 23:16
    พี่เขียนนิยายได้สนุกมากเลยครับ ขอบคุณที่ทำออกมาให้ได้อ่านครับ และเป็นขอกำลังใจให้พี่นะครับ ขอให้ก้าวผ่านปัญหาต่างๆไปได้อย่างราบรื่น
    #486
    1
    • #486-1 (จากตอนที่ 42)
      8 เมษายน 2562 / 06:00
      ขอบใจนะ
      #486-1
  14. #485 D_S_F_P_N (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 21:31

    เงินอาะหนูแยากให้พี่นะ แต่หนูไม่มีหนู ป6 หนูตงให้ได้แต่กำลังใจ

    มีไรจะบ่น น้ำเน่านิดนึง หนูอิจฉาพี่หนูนะพี่เป็นผู้ชายช้วยแม่ทำงานได้แม่หนูปลูกผัก แต่หนูทำไรไม่ได้เลยรับจ้างก็ไม่ได้ ทำได้แต่งานบ้านกับเลี้ยงน้องแล้วทีนี้เราไปบ่นกับเพื่อนคลายเครียดนิดนึง แต่เพื่อนมันบอกว่า "-จะอะไรนักหนา งาน-ก็ทำแล้ว -ก็ช่วยเค้าแล้วป่ะ เค้าไม่ให้-เรียนพิเศษของรร.ที่ต้องเรียนด้วยซ้ำ แถมถ้าถ้า-ไม่ติดนร.ทุน-ก็ต้องเรียนไปรร.อะไรไม่รู้

    เเถมยังมีน้องมาให้อีก แม่-กระหลี่อ้อวะ " ตอนนั้นคือเเบบเลือดขึ้นหน้าเลยเข้าใจพี่ชายคนโยเลยคือพี่เคยมีเรื่องกับอา พี่แกไปต่อยอาเนื่องจากอาด่าแม่ว่า"แม่-อะทำไรได้สอนลูกไม่เป็นรึไงถึงได้เเย่แบบนี้" ตอนนั้นพี่ชายตอบไปว่า"เค้าเลี้ยงกูมาดี กูไม่ฟังเอง" ขนาดไม่ใช่แม่ลูกแท้ๆยังขนาดนี้ เเล้วเราลูกในไส้ คำเดียวคือเราไม่ใช่คนดีอะไรอยู่เลยต่อยกันแม่งเลยต่อยกับผู้ชายนะแต่ไม่ต่อยหน้ากับเเขนเเล้วก็ขา ไม่ให้เป็นยังงั้นได้ไง ฐานะบ้านใช่ว่าจะดี ยายเป็นมะเร็ง พี่เข้ารร.บาลกันไปทุกคนแล้วไม่เว้นในปีที่แล้ว ป๊ารับจ้าง แม่ก็ต่องทำงานปลูกผักปม่หนู40แล้วนะน้ำหนะกแม่แค่39เองสูง140กว่าๆ คิดว่าถ้าแม่หนูได้เรียนจะเป็นแบบนี้หรอ แม่ได้ดรียนถึงป6 เอง ขนาดตอนเรียนยังรับจ้างมำนู้นนี่เลย

    แม่ตื่นตี3 กวาดบ้านซักผ้า ออกบ้านตี5 กลับมา 6หกโมงเยฌนบางครั้งก็ทุ่นนึง แม่หนูขนาดใกล้คลอดยังต้องทำงานเลยแม่มาหยุดสัปดานึงก่อนคลอดแต่แม่ก็ใช่จะอยู่เฉยๆแม่ก็ทำงานบ้าน คลอดเสร็จแม่พักประมาณ5วันแม่ก็ไปทำงานในไร่แล้ว แล้วคิดดูมาด่าแม่เราเเบบนั้นไม่ให้เราโกรดหรอ แม่เราแทบไม่ได้พักดพราะตอนกลางคืนน้องก็หลับๆตื่นๆ ขนาดตอนยังไม่มีน้องแม่ยังแทบไม่ได้หยุดเลย แค่แม่ส่งเราเรียนเอกชนยันป6 ก็ดีขนาดใหนเเล้ว เราขึ้นม.1

    พี่รองเราขึ้นมหาลัย ใช่คิดดูมันใช้เงินเยอะขนาดใหน ไหนจะเมื่อไม่กี่เดือนก่อนพี่ใหญ่เราเสียเพราะรถล้มหลังกลับจากทำงาน พี่ใหญ่อายุ24 อย่างที่บอกคนละแม่กะบเรา ปีที่เเล้วกับปีนี้มีแต่ใช้เงิน ไหนจะพ่อเราปีนึงเจอหน้ากันไม่ถึง 2เดือนด้วยซ้ำเพราะป๊ามำงานเกี่ยวกับเรือ อู่เรืออะไรประมาณนั้น โชคดีเราติดทุนจึงลดค่าใช้จ่ายได้บ้าง เสียแย่างเดียวมันเป็นรร.กินนอน เลยช่วยแม่ดูน้องไม่ได้
    เห้อ โล่งขึ้นเยอะเลย เราต้องตั้งใจประคองเกรดไม่ให้ตกหล่น เครียดอีกแล้ว บางทีก็อิจฉาเพื่อนนะ มันได้ไปเที่ยวดป็นกลุ่ม ไปกินเลี้บง ไปฉลอง เอาง่ายๆกูไม่เคยไปเลย ขนาดต้องไปทำงานบ้านเพื่อนเราก็ไปไม่ได้ ไม่มีใครว่าง เราไม่ได้ถามใครในครอบครัวนะแต่แค่นี้เราคิดว่าเราเป็นภาระมาเยอะแล้วก็เลยคอลหาแทน ขนาดไปทัศนศึกษาเรายังเอาตังเก็บเราไปเลยเราไม่กล้าขอ ที่จริงถ้าขอเค้าก็ให้นั้นดหละ แต่ลแงกลับมาดูตัวเรา เราทำอะไรได้บ้างทำได้แค่งานบ้านงานนอกช่วยอะไรไม่ได้เลยสรุปกูไม่ขอ เพราะมันไร้สาระ ถึงจะอยากได้ของประดับด้วยเถอะ แต่ก็ท่องไว้ "มันไร้สาระ มันกินไม่ได้ เดี่ยวมันก็หาย เดี่ยวมันก็พัง" นี้คติที่เราท่องตลอด
    #485
    8
    • #485-5 (จากตอนที่ 42)
      8 เมษายน 2562 / 06:25
      ดีใจที่คิดแบบนั้นนะ ดีใจที่ในยุคนี้ยังมีคนที่คิดแบบนี้เพิ่มขึ้น พี่อาจจะอยู่ในสังคมที่ไม่ได้ดีอะไรนัก ทำให้ในโลกของพี่คนแบบพี่เป็นเหมือนตัวประหลาด หะๆ สู้ๆ ตอนนี้พี่ไม่มีทางเลือกอะไรแล้ว นอกจากปั่นนิยายต่อไป กับทำสวนที่มีอยู่นิดหน่อย แต่ถ้า่อพี่เป็นแบบนี้ มีเพียงแค่นิยายที่ทำได้ เพราะสวนไกลบ้านมาก ....

      เดินไปให้สูงนะ มีอนาคตที่ดีๆ อย่าเป็นคนที่อายใครที่มีพ่อแม่ยากจนหรือไม่ดี แต่จงเป็นคนที่ภูมิใจที่อย่างน้อยที่เราได้ลืมตาได้คิดได้มองอะไรมากมายในวันนี้ ก็เพราะเขาที่ให้กำเนิดและเลี้ยงดู

      พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า "สำหรับลูกคนหนึ่ง พ่อ แม่ และพระอรหันต์ มีค่าเท่ากัน"

      ในวันหน้าน้องจะโตขึ้น ในวันหน้าน้องจะเห็นอะไรอีกมากมาย จงมองโลกในมุมมองแห่งความเป็นจริง อย่ามองเพียงด้านใดด้านหนึ่ง ทุกอย่าไม่ว่าจะดีหรือไม่ดียังไงก็ล้วนแล้วแต่มีมากกว่าด้านเดียวเสมอ ^^

      คนแก่ๆ ขี้บ่นแบบนี้แหละ อย่าสนใจลุงเลย หะๆ

      แต่ก็สู้ๆ นะ

      #485-5
    • #485-7 (จากตอนที่ 42)
      9 เมษายน 2562 / 09:41
      สู้ๆ หนูน้อย หัวร้อนๆ อะลดลงหน่อย ใจเย็นๆ ไม่ว่าอะไรที่เกิดขึ้น สูดลมหายใจเข้าออก มองใจตัวเองให้ดี ว่าเราต้องการอะไร มองความคิดให้ทัน งงไหม หะๆ ลุงก็งง เอาเป็นว่าตั้งใจทำในสิ่งที่เลือกให้ดีที่สุด สายตาคนอื่นไม่สำคัญเท่ากับสายตาเรา เพราะสุดท้ายคำพูดที่เข้ามาทั้งหมดไม่อาจจะทำร้ายเราได้เท่ากับความคิดของเรา เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นเหมือนกับหินก้อนหนึ่ง มันอาจจะร้อน มันอาจจะหนัก แต่ทั้งหมดมันเป็นเพราะเราไปหยิบหินก้อนนั้นมา....พูดซะหล่อแต่ตัวลุงยังร้องให้เป็นเด็กๆ เลย หะๆ

      สู้ๆ นะ เป็นกำลังใจให้
      #485-7
  15. #484 bigkmind (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 21:23
    นายต้องใจเย็นๆ เราว่าทุกคนต้องเคยผ่านช่วงเวลาเเบบนี้เเน่นอน มันคือจุดของชีวิตเว้ย นายจะรู้สึกได้ว่าปัญหา-เยอะมาก ดูอย่างครอบครัวเเทบแตกเป็นเสี้ยงๆเพราะเสาที่ยึดเนี้ยว(ยาย)ป่วยหนัก โทษกันไปมาไม่มีอะไรดีนึ้นหรอก คิดถึงพ่อนายมากๆ วางเเผนชีวิตนายดี
    #484
    1
    • #484-1 (จากตอนที่ 42)
      7 เมษายน 2562 / 22:16
      อือ วันนี้ดีขึ้นมากแล้ว เมื่อวานร้องให้ทั้งวัน เป็นครั้งแรกในรอบสิบปี ที่ผมขี้แยขนาดนี้ หะๆ ผมไม่ได้อะไรมากมาย สำหรับตัวผมเองไม่ได้อะไรหรอก สำหรับตัวผมในตอนนี้เหลือแค่พ่อกับแม่ เคยฝันว่าหลังจากส่งพ่อกับแม่แล้ว อยากจะบวช แต่หลังจากผ่านโลกมาหลายปี คิดว่าการเป็นปุถุชนดีๆ มันคงดีกว่าไปอยู่ในสังคมแบบนั้น หะๆ ทั้งสองคนเป็นสิ่งที่ผมห่วงมากที่สุดในตอนนี้ อาจจะเพราะไม่มีลูกเมีย(คนคุยยังไม่มี) โสดนานๆ จนเริ่มรู้สึกชินแล้ว (12ปี) รู้นะว่าวันหนึ่งยังไงเขาก็ต้องจากไป และเคยคิดว่าตัวเองเข้มแข็งแล้ว แต่นี่ขนาดพ่อแค่ล้มป่วยยังร้องให้หยั่งกับหมา น่าสมเพชไหม..... ไปนอนแระ ผมต้องพยายามให้มากกว่านี้ ฝันดีครับ แล้วก็ขอบคุณสำหรับความห่วงใยครับ
      #484-1
  16. #477 ks585 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 14:17
    ขอให้หายไวๆกลับมาเป็นกำลังใจให้ลูกหลานนะคะ
    #477
    0
  17. #475 oolnwoo (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 20:54

    ขอให้สุขภาพท่านกับมาแข็งแรงไวๆนะครับ

    #475
    0
  18. #473 fhenix2 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 00:59
    ขอให้หายไวๆนะครับ
    #473
    0
  19. #472 annaaa (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 00:58
    ขอให้หายไวไวน้าค่ะ
    #472
    0
  20. #471 Lucky_777 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 23:39
    สู้ๆครัย
    #471
    1
    • #471-1 Lucky_777(จากตอนที่ 42)
      4 เมษายน 2562 / 23:39
      *ครับ*
      #471-1
  21. #470 AmbusH08 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 22:33
    ขอให้หายไวไวครับ
    #470
    0
  22. #469 KowitNernphayom (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 22:01
    ขอให้หายไวๆนะครับ
    #469
    0
  23. #468 varuneevava (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 21:13
    สู้ๆค่าขอให้พ่อหายเร็วๆๆค่า
    #468
    0
  24. #467 keerattikran (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 21:11
    สู้นะคะ เป็นกำลังใจ ให้หายเร็วๆ ✌️
    #467
    0
  25. #466 D_S_F_P_N (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 21:09

    สู้ๆนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #466
    0
  26. #427 katty2017 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 18:56

    สู้ๆนะจร้าเอาใจช่วยจร้า
    #427
    1
    • #427-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 42)
      21 มีนาคม 2562 / 19:40
      สู้ตายจ้า
      #427-1
  27. #426 พาน (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 15:56

    สุ้ๆ เอาใจช่วย

    #426
    1
    • #426-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 42)
      21 มีนาคม 2562 / 19:41
      ขอบคุณค๊าบ
      #426-1
  28. #425 Gouyjeng (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 15:36
    ขอให้มีฝนตกลงมาช่วยดับไฟป่าและดับร้อนทีเถอะ
    #425
    1
    • #425-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 42)
      21 มีนาคม 2562 / 19:41
      ฝนตกและไฟดับไปเรีบร้อยแล้วคับ แต่หลังจากนั้นก็แล้งยาววว มาจนถึงตอนนี้ยังไม่ตกเลย *-* ร้อนจนเวียนหัวไปหมด
      #425-1
  29. #424 grace1969 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 14:45

    พอยอกว่าหมีเผา เลยรู้เลยว่าคนเขียนนี่หล่อ "ล่ำ"
    #424
    1
    • #424-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 42)
      21 มีนาคม 2562 / 19:42
      ชั่งล่าสุด89.9 .....ผอมป่ะล่ะ อิอิ
      #424-1