The demon'god || ลำนำเทพอสูร

ตอนที่ 38 : บทที่ 36 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,856
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 376 ครั้ง
    13 เม.ย. 62

มาแล้วจ้า 100% ครับผม

เม้นกันบ้างน้า อยากอ่านครับ แลกกันๆ

20.55 ทันก่อนสามทุ่มนะเออ


อย่าลืมไปอุดหนุนไอโทเรียกันบ้างนะครับ จบไปแล้วจ้า

ไอโทเรีย







บทที่ 36


 

“ดูท่านช่างแตกต่างจากที่ข้าได้ยินมามากพอสมควรเลยนะขอรับผู้อาวุโส แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะนะขอรับข้าขอบอกในสิ่งที่พวกท่านอยากรู้และข้าสามารถบอกได้ เพราะถึงอย่างไรข้าก็ไม่สังหารพวกท่านอยู่แล้ว แค่อยากมอบบทเรียนที่ถูกฝากฝังและหนี้เก่าอีกนิดหน่อย” มันกล่าวพลางมองไปยังร่างของหญิงชราที่กำลังมองกลับมาด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยว “ถ้าหากพวกท่านไม่ล้ำเส้นของข้าจนเกินไป...”

 

“ดูท่าทางของเจ้าจะมั่นใจมากเลยนะที่จะสามรถจัดการพวกข้าทั้งหมดได้ด้วยตัวคนเดียว แต่ว่ามันจะไม่หยิ่งผยองไปหน่อยหรือเจ้าหนู” ซันซินหูเอ่ยออกมาด้วยความไม่พอใจ เพราะถึงแม้ว่าเจ้าเด็กบ้าเบื้องหน้าของพวกเขาจะมีฝีมืออยู่บ้าง แต่ทุกคนล้วนมีจุดอ่อนเสมอ และพวกมันทั้งห้าเองก็ฝึกวิชายุทธ์คนละแขนงที่เป็นที่สุดในแผ่นดินนี้ อย่างน้อยต้องมีใครสักคนในพวกเขาที่พอจะจัดการเจ้าเด็กบ้านี่ได้ และที่สำคัญคนอย่างสงป้าเองก็ใช่ว่าจะอ่อนแอเสียเมื่อไหร่ ตัวมันรู้ดีว่าต่อให้พวกมันทั้งสี่จากแคว้นรอบนอกรุมโจมตีก็ใช่ว่าจะจัดการเฒ่าปีศาจนั่นได้เสียเมื่อไหร่

 

“ก็...อาจจะใช่หรือไม่ใช่ แต่ข้าว่าเรื่องนั้นช่างมันก่อนก็แล้วกันนะขอรับ เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า”เทียนหลงเปลี่ยนหัวข้อพูดโดยไม่ใส่ใจกับท่านทางกระฟัดกระเฟียดของชายชราร่างยักษ์

 

 “ก่อนอื่นเลยสำหรับพวกท่านทั้งสามคนที่ยังไม่รู้จักข้า รวมถึงท่านผู้เฒ่าหัวฝานแห่งแคว้นอัคคี ข้ารู้ดีว่าท่านยังมีสติครบถ้วนอยู่ ดังนั้นข้าจะมอบโอกาสเล็กๆ ให้ท่านออกไปจากใต้บาทาของข้าแต่โดยดี อย่าได้เริ่มไอ้ความคิดสกปรกอย่างการลอบโจมตีเด็กรุ่นหลังอย่างข้าเลย ข้ารู้ว่าท่านยังเก็บรั้งพลังเอาไว้บางส่วน...จากความคิดของท่าน”

 

เมื่อเทียนหลงกล่าวจบก็เตะเข้าที่ท้องของชายชราเคราแดงโดยมิได้ออมแรงแม้แต่น้อย เพราะความคิดอันขุ่นมัวของอีกฝ่ายมันทำให้เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความชั่วช้า แล้วไหนจะความคับแค้นอับอายที่ทำให้จิตใจของชายชราไม่มั่นคงจนมันสามารถเข้าถึงความคิดของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย ทั้งแผนการตลบหลัง ทั้งความโลภ

ที่อัดแน่นอยู่ในความคิด เขารู้สึกมาสักพักแล้วว่าอีกฝ่ายฟื้นตัวมาได้สักพักแล้ว แต่กำลังแกล้งหมดสภาพเพื่อรอเวลาที่สุกงอม แล้วมันก็หมายจะเก็บเกี่ยวทุกอย่างไปเพียงแค่คนเดียว มันทำให้ตัวมันไม่ชอบไอ้แก่บ้าคนนี้เลยจริงๆ

 

“...” หง หัวฝานเมื่อเห็นว่าแผนการล้มเหลวไม่เป็นท่าก็รีบลุกขึ้นโคจรพลังอย่างเปิดเผยเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย แม้ว่าปราณของมันจะไม่เด่นในด้านการฟื้นฟูมากเท่าไรนัก แต่ถึงอย่างนั้นผู้ที่อยู่ในเส้นทางแห่งการต่อสู้มาเนิ่นนานทั้งยังมีพลังปราณในร่างสะสมมามากถึงสามพันปีอย่างมันก็หาใช่ตะเกียงไร้น้ำมัน ถ้าให้เวลามันอีกนิดหน่อยรวมกับความสามารถของโอสถวิเศษที่มันมี แค่เพียงไม่กี่ร้อยลมหายใจมันก็สามารถฟื้นฟูร่างกายได้อย่างสมบูรณ์อย่างแน่นอน

 

“เอาล่ะในเมื่อตอนนี้ทุกคนพร้อมแล้วก็มาฟังเรื่องเล่าของเด็กที่น่าสงสารสั้นๆ สักเรื่องก็แล้วกันนะขอรับ เรื่องมันก็มีอยู่ว่า...”เทียนหลงเห็นทุกคนเริ่มจะอยู่ไม่สุขกันแล้วก็คิดว่าถ้ายื้อต่อไปอีกมันจะไม่สามารถดึงความสนใจของทุกคนเอาไว้ได้ มันจึงได้เริ่มเล่าประวัติของตัวเองตั้งแต่ก่อนที่มันจะถูกพิษ ให้ทั้งสี่คนนอกจากฉินอู่เสียได้รับรู้ว่าตัวมันเป็นใครมาจากไหน จนกระทั้งเรื่องราวความสามารถของมัน ตลอดจนเรื่องราวของมันหลังจากที่ได้หลงเข้ามาในหุบปีศาจนี้ โดยที่ดัดแปลงเรื่องราวเล็กน้อยเพื่อปิดบังเรื่องของทรัพย์สมบัติของคนตายรวมถึงสมบัติสวรรค์และเหล่าดวงวิญญาณ

 

“เจ้า!” แม่เฒ่าฉินแห่งแคว้นเมฆาครามถึงกับอยู่ไม่สุกเมื่อถูกกล่าวโทษอย่างเสียๆ หายๆ แม้ว่าบางส่วนจะมีเรื่องจริงอยู่บ้าง แต่อีกหกในสิบส่วนก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่เด็กผีผู้นี้ตีใข่ใส่สีนจตัวนางแทบจะไม่มีดีเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่อันที่จริงตัวนางแค่เพียงจัดหาพิษหายากให้ศิษย์หลานหลังจากที่ได้ฟังความทุกข์ใจของนางก็เท่านั้น มิได้รับรู้มาก่อนเลยว่าพิษของนางจะไปดับอนาคตอันรุ่งเรื่องของแคว้นเมฆาคราม เพราะถ้าหากต้นอ่อนที่ทรงพลังขนาดนี้เติบใหญ่ขึ้น แคว้นของนางจะยิ่งใหญ่สักแค่ไหน

 

“...” ส่วนคนที่เหลือก็ได้แต่ลอบถอนหายใจที่จักรพรรดิแห่งแคว้นเมฆาครามทรงตามใจคนใกล้ตัว มิเช่นนั้นถ้าหากเจ้าตัวประหลาดที่มีจุดชีพจรวิญญาณธรรมชาติเติบใหญ่ขึ้นมายืนอยู่ฝ่ายเดียวกันกับวังเหนือเมฆแห่งเมฆาแล้วล่ะก็ ในอีกร้อยปีข้างหน้าแผ่นดินคงเปลี่ยนผู้ปกครองไปเป็นแน่

 

“แล้วเจ้ารู้เรื่องของพวกข้าได้อย่างไรกัน ชื่อที่เจ้ากล่าวมาเจ้าหรือใครในรุ่นหลังก็ไม่น่าจะรู้จักทั้งนั่นนี้...”

 

“สำหรับคำถามของท่านสงป้านั้นก็ง่ายๆ ขอรับ ท่านน่าจะจำได้ว่าข้าเล่าถึงเรื่องเหล่าผู้ถูกเส้นสังเวย ทั้งคนพวกนั้นก็ยังถูกจองจำเอาไว้ด้วยอำนาจของปีศาจที่เป็นผู้เฝ้าสมบัติทั้งสอง ข้าที่ถูกปีศาจลงทัณฑ์ทรมานหมายสังหารจึงได้รับรู้ผ่านคลื่นความคิด

 เพราะดวงวิญญาณแต่ละตนต่างก็เฝ้าแต่จดจำความคิดอันเคียดแค้นต่อผู้ที่ทำให้มันต้องถูกส่งมายังที่แห่งนี้ ก่อนที่พระโพธิสัตว์ท่านนั้นจะมาโปรด ข้าที่พอจะตั้งสติได้บ้างจึงพอจะรู้เรื่องราวของเหล่าคนตายที่ต้องการจะทำสักครั้งก่อนที่จะถูกทำลายได้บ้างบางส่วน พวกท่านที่เป็นหนึ่งในรายชื่อที่พวกเขาเหล่านั้นเคียดแค้นมากจึงจดจำได้ขึ้นใจ...”

 

เทียนหลงยังคงตีหน้าเศร้ากล่าวความเท็จต่อไป เพราะก่อนหน้านี้ตัวมันได้บอกเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับหลุมกลืนบุรุษนี้แตกต่างจากที่มันเป็นไปมากพอสมควร ทั้งเรื่องสองปีศาจที่คอยลงทัณฑ์ทรมานเหล่าเหยื่อที่ถูกเส้นสังเวยเพื่อกลืนกินพลังความเคียดแค้น ทั้งเรื่องที่มีพระโพธิสัตว์มาโปรดเหล่าดวงวิญญาณและชำระสมบัติสวรรค์ เพื่อส่งคืนสิ่งต้องสาปสู่ที่ที่จากมา รวมถึงกล่าวถึงเรื่องที่มันยังรอดอยู่ได้เพราะชีพจรของมันเองอีกด้วย

 

“เจ้า...เจ้าจะบอกว่าหยินหลิวเคียดแค้นข้าอย่างนั้นหรือ ข้า...” ร่างใหญ่ของชายชราแห่งนครแห่งภูผมถึงกับทรุดเข่าลง ราวกับว่าสิ่งนั้นมันเป็นสิ่งที่เขาเสียใจมากที่สุดในชีวิต

 

“ใช่แล้วล่ะขอรับ หรือถ้าหากเป็นท่านที่ต้องถูกลงทัณฑ์ทรมานอย่างแสนสาหัสจนกระทั่งตกตาย ท่านจะยังคงรู้สึกดีหรือเปล่าขอรับ แม้แต่เหตุผลที่ทำให้นางไปตายแทนท่านจะเป็นความรักอันแรงกล้า แต่เมื่อต้องมาเจอความทุกข์ขนาดที่ดวงวิญญาณยังแทบจะถูกทำลาย ใครมันจะยังให้อภัยได้กัน”

 

“ไม่..ไม่จริง”

 

“เดี๋ยวก่อน อย่าไปฟังมัน ต้าเหยียน สิ่งที่มันกล่าวมามันไม่แปลกไปหน่อยหรือ” แม่เฒ่าฉินแห่งดินแดนเมฆาครามรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของเรื่องเล่าที่อีกฝ่ายบอกกล่าว เพราะมันขัดกันจนเกินไปกับสิ่งที่นางเห็น

 

“ข้าก็คิดเช่นเดียวกัน” ซัน ซินหู ที่พูดน้อยที่สุดกล่าวออกมาเบาๆ ตามปกติ “ แม้ว่าเรื่องราวของเด็กน้อยคนนี้จะฟังดูน่าตื่นเต้นดีอยู่ แต่มันมีหลายจุดที่ผิดปกติ”

 

“ข้าก็คิดเช่นนั้น”สงป้าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็กล่าวออกมาเช่นกัน เพราะเรื่องราวที่เด็กเปรตนี่เล่าออกมานั้นมันมีส่วนที่ผิดจากสิ่งที่เห็นมากเกินไป ทั้งเรื่องที่มันอาศัยอยู่ได้เพียงเพราะชีพจรวิญญาณธรรมชาติที่ช่วยมันซึมซับพลังงานรอบๆ และมีชีวิตอยู่มาตลอดสิบปี

 

ทั้งเรื่องไอ้ทัณฑ์ทรมานที่ว่ามันโดนมามากมายนักหนาแต่ว่าผิวกายมันกลับเรียบเนียนยิ่งกว่าผิวทารก แล้วไหนจะเสื้อผ้าอาภรณ์ที่หรูหราเกินกว่าจะเป็นชุดที่ผ่านเหตุการณ์สมบุกสมบันมานานกว่าสิบปี

 

ไหนจะพลังงานในสถานที่นี้ที่หายไปจนหมดสิ้นอีก เพราะมันเป็นไปไม่ได้เลยที่ภายในหุบเหวนี้จะไร้ซึ่งพลังงานใดๆ เช่นนี้ ถึงแม้ว่าคนอื่นๆ จะไม่รู้ก็ตาม แต่สำหรับคนอย่างมันที่เปรียบได้ดั่งหนึ่งแกนหลักของมหานครกำแพงฟ้า ย่อมรู้ดีว่าจุดที่ตั้งของหุบเหวกลืนวิญญาณนี้นั้นเปรียบเสมือนได้กับจุดศูนย์กลางของทวีปนภาครามแห่งนี้ มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่สถานที่แห่งนี้จะตกอยู่ในสภาพที่ไร้ซึ่งลมปราณใดๆ เลยเพราะว่าถึงอย่างไรพลังงานฟ้าดินจะต้องไหลมายังจุดศูนย์กลางของแผ่นดินด้วยเหตุผลบางอย่างมาตั้งแต่สมัยอดีตกาล ที่นี่ก่อนที่จะมีการจุติของสมบัติสวรรค์จึงเป็นที่ที่ถูกเหล่ายอดฝีมือทำสงครามเพื่อแย่งชิงกันอยู่ตลอดอยู่แล้ว มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ที่นี่จะตกอยู่ในสภาพที่เต็มไปด้วยหินศิลาและผืนทรายเช่นนี้

 

ที่สำคัญที่สุดเลยก็คือถ้าหากเจ้าเด็กผีนั่นมันแค่อาศัยพลังปราณที่นี่เพื่อปะทังชีวิตจริง ในที่ที่ปราณแห่งผืนฟ้าปละปฐพีเหือดแห้งเช่นนี้ต่อให้เป็นมันเองที่มีพลังปราณมหาศาลอยู่ก่อนแล้ว ก็คงตกอยู่ในสภาพร่อแร่ถ้าหากต้องอาศัยอยู่ที่นี่นับสิบปี ไม่ต้องพูดถึงพลังที่เด็กนั่นมีอยู่อย่างมหาศาล ที่มากพอจะจัดการหัวฝานได้ภายในไม่ถึงร้อยอึดใจ มันต้องมีอะไรแอบแฝงอยู่มากมายชนิดที่พวกมันทั้งหมดไม่คาดคิดแน่ๆ

 

“ว้า แย๊จาง” ชายหนุ่มหลุดท่านางและคำพูดประจำของนางในใจของตนเองที่มักจะทำเป็นประจำในยามที่ทำอะไรผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เมื่อรู้ตัวเองว่าทำอะไรลงไปก็อดที่จะหัวเราะคิกคักไม่ได้ ก่อนที่สูดลมหายใจเข้าออกเพื่อเรียกสติของตนเองกลับมาอีกครั้ง“จับได้ซะแล้วสินะขอรับ”

 

ทั้งห้าถึงกับขมวดคิ้วกับท่าทางที่เปลี่ยนไปราวคนละคนของเด็กหนุ่มไปชั่วขณะ เพราะทั้งท่าทางและสำเนียงการพูดของเจ้าเด็กปีศาจนี่มันเป็นอะไรที่ทั้งห้าไม่เคยได้ยินมาก่อน ทั้งสภาวะในช่วงท้ายของคำพูดของมันที่บ่งบอกถึงรังสีที่พร้อมจะต่อสู้ได้ทุกเมื่อ

 

“ขอขอบคุณท่านผู้อาวุโสทั้งห้าที่มีจิตใจที่เมตตาให้เด็กน้อยผู้อ่อนด้อยอย่างข้าได้ฟื้นฟูพลัง ถึงอย่างไรข้าก็ยังไม่คุ้นชินกับพลังนี้สักเท่าไหร่ อาจจะควบคุมมันไม่ได้ดีนักจนอาจจะพลั้งเผลอลงมือหนักไปบ้าง หวังว่าทั้งห้าจะไม่โกรธเคืองข้านะขอรับ” ชายหนุ่มกล่าวติดตลกเป็นรอบสุดท้าย ก่อนที่ร่างของมันจะจางหายไปจากสายตาของคนทั้งห้า

 

ปัง    ยังไม่ทันที่ทั้งห้าจะได้ทันตั้งตัว ร่างของเพศหญิงเพียงแค่หนึ่งเดียวในที่แห่งนี้ก็ปลิวไปราวกับว่าวป่านขาด จนกระอักเลือดออกมาอย่างรุนแรงพร้อมกับดวงตาที่เบิกโผลงราวกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนที่นางจะสิ้นสติไปด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ

 

“เก็บนางเฒ่านี่ไปเสียก่อน เพราะอย่างไรเรายังมีเรื่องที่ต้องคุยกันอีกมากข้าจึงยังจะไม่ฆ่าท่านในตอนนี้นะ”เทียนหลงหันไปกล่าวกับร่างที่หมดสภาพไปอย่างแท้จริงเบาๆ ก่อนที่จะหันมาหาคนที่เหลือ “ส่วนพวกท่านนั้นจะเป็นหรือตายก็ขึ้นอยู่กับฝีไม้ลายมือของพวกท่านเองก็แล้วกันนะขอรับ ถ้าพวกท่านมีฝีมือมากพอล่ะก็นะ”

 

!!” ทั้งสี่คนที่เหลือต่างก็ตกใจจนแทบจะตั้งตัวไปอยู่ แต่ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานแต่ละคนก็ไม่ได้เป็นตะเกียงไร้น้ำมันแต่อย่างใด ย่อมสามารถตั้งตัวได้เร็วพอ ก่อนที่แต่ละคนจะตั้งท่าเตรียมพร้อม

 

“โอ๊ะๆ ไม่ต้องรั้งรอ พวกท่านเข้ามาพร้อมกันทั้งสี่คนเลย!” เทียนหลงที่อ่านกระแสความคิดที่กำลังขัดแย้งกันเองของทั้งสี่ก็ระเบิดเสียงที่ดังราวเสียงคำรามของมังกรออกมา พร้อมๆ กับคลื่นพลังไร้สภาพที่แผ่ออกมาจนอากาศรอบๆ กายเกิดช่องว่างจนอัดกระแทกจนเกิดเป็นระเบิดสุญญากาศขึ้นโดยรอบ “ถ้าพวกท่านไม่เข้ามา เช่นนั้นข้าก็ขอเสียมารยาทขอคำแนะนำจากพวกท่านผู้อาวุโสทั้งสี่เลยแล้วกันนะขอรับ”

 

“หัวฝาน! ระวัง!!” สงป้าที่ทรงพลังที่สุดและมีประสาทสัมผัสที่ดีที่สุดในบรรดาคนที่ยังยืนอยู่ไหว จู่ๆก็ร้องตะโกนขึ้นมาอย่างกะทันหันจนหัวฝานที่ระวังตัวอยู่ก่อนแล้วจึ้งเกร็งพลังขึ้นทั่วร่างจนถึงขีดสุด เพราะมันนั้นเคยเสียท่าเจ้าเด็กเปรตนี่มาก่อน เขาจะไม่ยอมพลาดมันอีกครั้งเป็นแน่

 

“หึๆ” เสียงหัวเราะเยอะเย้ยดังขึ้นที่ข้างหูของสงป้าพร้อมๆ กับขาขวาที่หวดเข้าไปที่กลางหลังผู้ชราเต็มแรง

เปรี้ยง!! เสียงดังสนั่นจากการกระแทก แต่ไม่ใช่เสียงของสงป้าที่ถูกโจมตีจนหมดสภาพเช่นเดียวกับฉิน อู่เสียของแคว้นเมฆา แต่เป็นเสียงของท่อนแขนของสงป้าที่หันกลับมารับการโจมตีได้ทัน “โอ้ ไม่คิดว่าท่านจะตั้งตัวได้เร็วขนาดนี้เลยนะเนี่ย ยังอุตส่าห์หันกลับมารับได้ทันอีก”

 

“ฝีมือแค่เด็กขนอ่อนอย่างเจ้าไม่ได้กินข้าหรอก!” แม้จะกล่าวไปอย่างนั้นแต่มันเองก็ถึงกับกัดฟันเบาๆ เพราะแขนซ้ายของมันแทบจะหมดความรู้สึกไปแล้ว “ทุกคนลงมือ”

 

ทันทีที่สงป้ากล่าวดังนั้นทั้งสามคนที่ตั้งท่าเตรียมพร้อมมาก่อนแล้วก็พุ่งเข้ามาโจมตีต่างทิศต่างทางกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ปิดทางรอดของเทียนหลงจนแทบสิ้น สงป้าเองก็ไม่ได้อยู่เฉย มันรีบโคจรพลังจนแผ่นดินรอบกายเริ่มตอบสนองจนได้ยินเสียงดัง “ขรึกๆ” ไปทั่วบริเวณ

 

“สมกับเป็นยอดฝีมือที่เป็นที่ยอมรับของแคว้นทั้งห้า สามารถตั้งรับได้รวดเร็วทั้งยังโจมตีได้ไม่มีที่ติ...แต่ว่า” ทางฝ่ายเทียนหลงที่เห็นทั้งสามโจมตีเข้ามาสามทิศสามทาง ก็เดาได้ถึงเป้าหมายของทั้งสาม ยิ่งเหลือบมองไปทางผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม “ก็จริงอยู่ที่การโจมตีเช่นนี้มันไร้ช่องโหว่ แต่พวกท่านลืมอะไรไปหรือเปล่าว่าช่องโหว่เพียงหนึ่งเดียวของค่ายกลนี้มันคือตัวผู้ก่อค่าย”

 

ตุบ... เสียงทึบๆ ดังขึ้นที่ร่างของซัน ซินหูที่พุ่งเข้ามาถึงก่อนใคร ซึ่งนั่นก็คือเสียงหมัดของเทียนหลงที่ต่อยไปยังท้องน้อยของอีกฝ่าย ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่การโจมตีที่รุนแรงอะไรมากมาย แต่มันก็ทำให้อีกฝ่ายหยุดชะงักไปชั่วขณะ เทียนหลงจึงอาศัยเวลานั้นหลบหมัดของผู้เฒ่าหัวฝานที่พุ่งเข้ามาด้านข้าง และฝ่ามือของผู้เฒ่าหยางที่ตบเข้ามาที่ศีรษะในเวลาเดียวกัน...






....................................................


จบตอน


10,391ตัวอักษรไม่รวมเว้นวรรค



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 376 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

757 ความคิดเห็น

  1. #721 kon7274 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:27
    น้ำเยอะมีหน้าเก็บเหรียญ น่าไม่อาย
    #721
    0
  2. #436 teenakla666 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 23:09
    ก้นึกว่าเรื่องนั้นกับเรื่องนี้จะต่างกันสรุป เหมือนเดิม ไม่ผักไม่งอก น้ำล้วน ดีนะไม่เสียตังแบบเรื่องนั้น
    #436
    1
    • #436-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 38)
      21 มีนาคม 2562 / 19:37
      *0* ยังอุตส่าห์ทนอ่านมาได้ตั้งหลายบทแน่ะ เก่งนะเนี่ย
      #436-1
  3. #418 kalkok (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:40
    เรื่องนี้เขียนจนจบยากนะผมว่า1ตอนยาวมากแต่เนื้อหาน้อยมาก
    #418
    0
  4. #410 Phoenix Za!! (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:36


    ขอบคุนค่ะ

    #410
    1
    • #410-1 (จากตอนที่ 38)
      25 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:18
      เช่นกันค่ะ *-*
      #410-1
  5. #409 0808498060 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:50
    โป…30กว่าตอนยังอยู่ในหลุมอีกเหรอ แสดงว่ากว่าจะจบก็คงจะปาไป2000กว่าตอน เฮ้อ…………?
    #409
    1
    • #409-1 (จากตอนที่ 38)
      25 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:18
      ผมว่าไม่น่าจะถึงนะ ผมว่าผมไม่ได้ขยันขนาดนั้นด้วย *-*
      #409-1
  6. #408 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:20

    ขอบคุณค่ะ

    #408
    1
    • #408-1 (จากตอนที่ 38)
      25 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:19
      เช่นกันค๊าบ
      #408-1
  7. #407 Angkan3136 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:17
    แบ่งเป็นช่วงได้ไหมคับ จะได้ประหยัดเวลาในช่วงที่อ่านมาแล้วเช่นตอนที่ 38 1/3 2/3 3/3 ประมาณนี้ ขอบคุณคับ
    #407
    1
    • #407-1 (จากตอนที่ 38)
      25 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:20
      วันนี้จะลองแต่งให้จบตอนก่อนถึงจะลงจ้า เริ่มพิมคล่องขึ้นแล้ว ตอนนึงน่าจะไม่ถึง4ชั่วโมง วันนี้วันจันทร์ด้วย หลานไปรร. น่าจะว่างยาวๆครับ เดี๋ยวจะลองดูนะ
      #407-1
  8. #406 kimurakung (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:12
    เหมือนหยอกๆ ชิวๆ อิอิ
    #406
    1
    • #406-1 (จากตอนที่ 38)
      25 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:20
      แฮ่ะๆ ต้องรอดูว่าจะชิวหรือไม่ชิว เดี๋ยวรู้กันแน่นอนครับผม*-*
      #406-1
  9. #405 AlisaKetthong (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:01

    รอนะค่ะ
    #405
    1
    • #405-1 (จากตอนที่ 38)
      25 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:21
      รอเธอกลับมาเช่นกันนะ กลับมาอ่านต่อด้วยน้า *-*
      #405-1