The demon'god || ลำนำเทพอสูร

ตอนที่ 32 : บทที่ 32

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 625 ครั้ง
    13 เม.ย. 62





      ในสองปีต่อมาหรือปีที่แปดหลังจากที่ถูกส่งมาเป็นเครื่องสังเวย ในตอนที่เขากำลังฝึกฝนอยู่ในป่าลึกเพียงคนเดียวในจุดที่ห่างไกลจากชุมชนคนละทิศคนละทาง เขาก็ได้ผ่านเข้าไปในขอบเขตแห่งพลังอีกครั้งหนึ่ง และในตอนนั้นที่เขาได้เพิ่มพูนพลังที่มากขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนมีพลังวัตมากกว่าห้าพันปีไปแล้วในที่สุด



      แต่นั้นก็ต้องแลกมาด้วยพื้นที่ของหุบกลืนวิญญาณถึงหนึ่งในสิบต้องกลายมาเป็นฝุ่นทรายแทบทั้งหมด รอบๆ กายของเขาในตอนนั้นมิมีสิ่งใดเหลืออยู่เลยดีที่ในตอนนั้นเขาอยู่ห่างจากคนอื่นๆ ไปมากไม่ใช่นั้นคงส่งผลกระทบมากกว่าที่ใครจะคิดออก


        ในตอนนั้นทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมาจากห้วงสมาธิ พี่สาวทั้งสองก็ปรากฏอยู่ต่อหน้าของเขาด้วยอาการตื่นเต้นจนสังเกตุเห็นได้ชัดเจน แม้แต่เสวี่ยเฟิ่งที่ปกติจะมีแค่สีหน้าเดียวคือเรียบเฉย ยังมีรอยยิ้มที่มุมปากเล็กๆ กับแววตาที่กำลังส่งประกายระยับจนใครๆ ก็สามารถรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลง

   


     “พวกข้าทั้งสองเหลือเวลาไม่มากนัก เจ้าสามารถพัฒนาได้เร็วจนเกินไปจนทำให้พวกข้าต้องเข้าไปปรับพลังในรอยตราผนึกอีกพักใหญ่” หยางปิงกล่าวด้วยรอยยิ้มยินดี “หลังจากนี้อีกหนึ่งปี เจ้าไม่จำเป็นต้องเพิ่มพูนพลังวัตอีก แต่จงเข้าสมาธิเพื่อปรับพลังที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วของเจ้าให้คงที่ และทบทวนเคล็ดวิชาของตนเองเสีย หลังจากที่พวกเรากลับออกมาแล้ว พวกข้าจะทำพิธีชำระร่างกายให้แก่เจ้า”



       “พิธีชำระร่างกาย? มันคืออะไรหรือขอรับ” “พวกข้าไม่มีเวลาอธิบายในตอนนี้ เพราะอีกแค่ไม่กี่อึดใจพวกข้าทั้งสองจะถูกสมบัติสวรรค์ดึงกลับไปเพื่อปรับสภาพ เราจะมาคุยกันหลังจากที่พวกข้ากลับมาแล้ว ระหว่างนี้เจ้าก็จงตั้งใจฝึกฝนเคล็ดวิชาของเจ้า และปรับพลังให้เสถียรมากที่สุดรอพวกข้ากลับมา” เสวี่ยเฟิ่งกล่าวเสียงเรียบแล้วหายเข้าไปในรอยตราผนึก ซึ่งมีหยางปิงที่ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้หายตามเข้าไปอีกคน



      หลังจากวันนั้นเทียนหลงก็จะใช้เวลาในยามค่ำคืนเพื่อเข้าสมาธิเพื่อปรับสมดุลของพลังที่เพิ่ทขึ้นจนแทบตั้งตัวไม่ทัน ส่วนในตอนกลางวันเขาก็จะเที่ยวเล่นพูดคุยกับคนอื่นๆ ในช่วงเช้า พอตกสายๆ เขาก็จะไปหาเหล่าอาจารย์เพื่อฝึกซ้อมขัดเกลาฝีมือจนถึงเที่ยง ในช่วงบ่ายๆ เขาก็จะไปที่หอหมื่นอักษรเพื่ออ่านในสิ่งที่ทุกๆ คนเขียนมาให้กับเขา พอตกเย็นเขาก็จะไปเที่ยวเล่นพูดคุยกับคนอื่นๆ ก่อนที่จะกลับไปเข้าสมาธิอีกครั้งหนึ่ง



       เขาใช้ชีวิตวนเวียนอยู่อย่างนี้ไปเกือบๆ สี่เดือน จนกระทั่งในวันหนึ่งที่เขาไปอ่านเจอเรื่องราวของคนผู้หนึ่ง ที่แปลกประหลาดจนเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ นั่นคือเรื่องราวของหญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ ผู้หนึ่ง ที่พูดถึงโลกอีกใบที่เขาไม่เคยเห็นหรือได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับมันมาก่อน



        เมื่ออ่านบันทึกเล่มนั้นจนจบสายตาของเทียนหลงก็เปล่งประกายสนุกสนานอย่างปิดไม่มิด จากนั้นเขาก็ได้ไปหาดวงวิญญาณดวงนั้นเพื่อพูดคุยสอบถามเรื่องราวอันแปลกประหลาดนั่น      จากนั้นในทุกๆ วันเขาจะแบ่งเวลาเพื่อที่จะมาหานางอย่างน้อยที่สุดก็สองชั่วยาม เพื่อที่จะมาฟังเรื่องเล่าอันแปลกพิสดารที่ทำให้เขาตื่นเต้นได้ตลอดเวลา ยิ่งนานวันเขาก็ยิ่งหลงไหลในโลกที่แปลกประหลาด ของหญิงสาวผู้พลัดหลงมาจากต่างโลกผู้นี้ ยิ่งได้พูดคุยยิ่งชื่นชอบ ยิ่งได้ใกล้ชิดยิ่งผูกพันธ์



        จากหนึ่งวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นสองเดือนเป็นครึ่งปี หนึ่งมนุษย์หนึ่งดวงวิญญาณก็ก่อเกิดต้นกล้าแห่งความผูกพันธ์ที่ทั้งคู่ก็ต่างไม่รู้ตัว แต่ตอนนั้นเทียนหลงไปไหนก็จะมีดวงวิญญาณดวงนั้นตามไปด้วย ทุกๆ รอยยิ้มทุกๆ การกระทำของนางมันทำให้เขาหลงไหลโดยไม่รู้ตัว



        ทั้งความคิดอ่านที่แตกต่างไปจากทุกคนที่เคยเจอ ความแก่นเซี๊ยวที่คอยก่อกวนหัวใจของชายหนุ่มจนยากจะเกา  กว่าจะรู้ตัวอีกทีเด็กน้อยผู้ไม่ประสีประสาในวันนั้นก็กลายเป็นชายหนุ่มเต็มตัวเสียแล้ว



       ซึ่งการกระทำของคนทั้งสองก็ต่างตกอยู่ในสายตาของทุกๆ คน เพราะแต่ไหนแต่ไรเทียนหลงก็เป็นเหมือนจุดศูนย์กลางของทุกคนอยู่แล้ว ความรักที่ก่อกำเนิดขึ้นของหนึ่งคนหนึ่งผีจึงเป็นสิ่งที่เรียกรอยยิ้มของทุกคนได้เป็นอย่างดี แต่ก็อดที่จะสงสารทั้งคู่ไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรชาติภพนี้ทั้งคู่ก็ไม่มีวันได้สมหวัง จึงได้แต่ไว้วานให้แปดเทพอสูรตักเตือนทั้งสองก็เท่านั้น



        แต่มันกลับผิดคาตของทุกคน เมื่อทั้งคู่ต่างก็รู้ตัวดีว่าอีกไม่นานก็ต้องจากกัน แค่ถึงอย่างนั้นทั้งสองก็ยังคงมอบความรักให้แก่กันและกันอย่างบริสุทธิ์ใจ เพราะด้วยที่หนึ่งคนหนึ่งผีนั้นไม่มีทางเลยที่จะอยู่ร่วมกันได้ทั้งสองรู้ดี ในช่วงแรกที่รู้ตัวว่าหลงรักนางไปแล้วเทียนหลงเองก็ตกอยู่ในห้วงแห่งความโศกเศร้าไม่น้อย แต่หลังจากที่หญิงสาวได้พูดคุยบางอย่างเขาก็สามารถกลับมายิ้มได้อีกครั้ง ทั้งยังสามารถพัฒนาตนเองได้รวดเร็วยิ่งขึ้นจนผิดหูผิดตา



       ว่ากันว่ามนุษย์นั้นเป็นสัตว์ที่ถือกำเนิดมาจากความดีและความชั่วที่ผสานเข้าด้วยกัน ในหมู่มนุษย์จึงมีทั้งคนดีแสนดีจนน่านับถือ หรือแม้แต่คนชั่วช้าที่เลวทรามยิ่งกว่าเดรัจฉาน หากอ้างอิงช่วงเวลาของชีวิตตามผลจากการกระทำ คนหนึ่งที่มีทั้งดีและชั่วจึงยากที่จะมีเส้นขีวิตที่เรียบเสมอ



      คนเราถือกำเนิดขึ้นมาได้ด้วยสามสิ่ง และสามสิ่งนี้ที่ทำให้คนกลายเป็นคน มิใช่แค่ดวงวิญญานหรือต้นไม้ใบหญ้าที่ไร้ซึ่งชีวิตจิตใจ และสามสิ่งที่ประกอบกันขึ้นเป็นสิ่งมีชีวิตหนึ่งๆ ได้ก็คือ



     ร่างกาย คือภาชนะที่ได้รับมาจากบิดามารดาผู้ให้กำเนิด อาศัยน้ำและอาหารเพื่อเติบโต อาศัยลมหายใจเพื่อให้สามารถมีชีวิตต่อไปได้



     วิญญาณ หรือก็คือประสบการณ์ที่อาศัยประสาทสัมผัสทั้งหกได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และความรู้สึก เมื่อผ่านกาลเวลาสิ่งเหล่านี้ก็จะคอยปรุงแต่งให้คนๆ หนึ่งมีตัวตนขึ้นมา และนั่นก็คือการเกิดขึ้นของ ‘อัตตา’ หรือตัวตนที่เป็นเราอยู่ในตอนนี้ ซึ่งนั่นก็คือวิญญาณของแต่ละคน



      สุดท้ายการที่จะเกิดเป็นคนหรือสิ่งมีชีวิตใดๆ ได้ ก็จำเป็นที่จะต้องมี 'จิต’ สิ่งที่ก้าวผ่านภพชาติมาอย่างนับไม่ถ้วน เวียนว่ายอยู่ในวังวนอันไร้สิ้นสุด จิตจะเป็นตัวบันทึกการกระทำต่างๆ อารมณ์ความรู้สึกและอัตตา หรือก็คือเจตจำนงค์อันแรงกล้าที่สามารถบันทึกความตั้งใจ ก่อให้แต่ละคนมีทิศทางของชีวิตและความนึกคิดที่แตกต่างกัน เหมือนที่แม้จะเป็นพี่น้องฝาแฝดที่ถูกเลี้ยงดูมาด้วยสิ่งเเวดล้อมเดียวกัน ยังมีชีวิตและความคิดที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง



      ชีวิตของเทียนหลงเองก็เหมือนกับคนอื่นๆ ทั่วๆ ไป เมื่อมีสุขก็ต้องมีทุกข์ ชีวิตของเขาหลังจากพบเจอความสุขมาได้พักใหญ่ ท้ายที่สุดแล้วมันก็จะเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้งหนึ่ง…



        ในปีที่เก้าหลังจากถูกส่งมาเป็นเครื่องสังเวย สองสาวงามก็ออกมาจากการปรับพลังภายในตราผนึก จากนั้นพวกนางก็ได้ให้เหล่าดวงวิญญาณทั้งหมดไปเตรียมการและสิ่งที่ต้องใช้ทั้งหมด เพื่อทำพิธี 'ชำระร่างกาย’ ให้แก่เทียนหลง



      พิธีชำระร่างกาย หนึ่งในพิธีกรรมโบราณที่จะมีน้อยคนนักที่จะรู้ มันก็คือการใช้พลังฟ้าดินที่ชำระล้างร่างกาย เพื่อที่จะยกระดับร่างกายทั้งหมดของผู้ใช้ขึ้นอีกหนึ่งระดับ ซึ่งรวมถึงเส้นลมปราณและจุดชีพพจรด้วย ซึ่งถือเป็นพิธีกรรมที่ฝืนกฏสวรรค์เป็นอย่างยิ่ง เพราะปกติแล้วทุกชีวิตจะเกิดมาพร้อมกับร่างกายตามผลจากการกระทำในอดีต



      และการชำระร่างกายมิใช่แค่การทำลายขีดจำกัดอย่างที่จอมมารจินหลิ่งทำได้ แต่เป็นการยกระดับความสามารถของร่างกายขึ้นในทันที พร้อมทั้งเปลี่ยนแปลงร่างกายของคนนั้นนั้นไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง



      สำหรับเทียนหลงนั้น สองเทพธิดาที่มีความรู้ในเรื่องนี้อย่างไม่สมบูรณ์นัก คิดว่าด้วยสิ่งที่มีทั้งหมดในตอนนี้เมื่อรวมกับพลังวัตมหาศาลของเทียนหลง คงจะเพียงพอที่จะทำให้เทียนหลงยกระดับชีพจรขึ้นอีกขั้นหนึ่ง และถ้าสิ่งที่พวกนางจะทำนั้นไม่ผิดพลาด ด้วยสายเลือดของสัตว์เทพในตำนานอย่างวิหกอมตะที่ไหลเวียนอยู่ในกายที่ได้รับสืบทอดมาจากมารดา เทียนหลงก็จะสามารถยกระดับชีพจรของเขาจากชีพจรวิญญาณธรรมชาติ จนกลายเป็นชีพจรวิญญาณพิภพได้สำเร็จอย่างแน่นอน...ในกรณีที่ไม่มีอะไรผิดพลาด



     แต่คนคำนวนหรือจะสุ้ฟ้าลิขิต พิธีกรรมโบราณนี้ยังมีอีกหลายๆ องค์ประกอบที่สองเทพธิดายังไม่รู้ ยังมีอีกหลายๆ ปัจจัยที่สามารถทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ ...และมันก็เกิดขึ้น!!



ปัจจุบัน



      ชายหนุ่มตาสองสีกำลังกัดฟันแน่นเมื่อนึกถึงเรื่องราวเมื่อหนึ่งปีก่อน ด้วยความผิดพลาดของตัวเขาเอง ที่ทำให้เขาต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอยู่ในตอนนี้ หากในตอนนั้นเขาไม่….



        แม้จะโกรธเกลียดตัวเองสักแค่ไหนเขาก็ไม่สามารถย้อนอดีตกลับไปได้อีกแล้ว ในตอนนี้มีเพียงสิ่งเดียวที่เขาพอจะทำได้ นั่นก็คือเขาต้องแข็งแกร่งขึ้น! แข็งแกร่งขึ้นให้มากกว่านี้อีกร้อยเท่าพันเท่า!!




        “ข้าคงต้องไปแล้วนะขอรับทุกคน…” เสียงทุ้มที่สั่นเครือเล็กน้อยหันไปกล่าวกับความว่างเปล่าโดยรอบ “สักวันหนึ่งข้าจะพาพวกท่านกลับมาให้ได้ ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นจนสามารถแสดงอำนาจของคันฉ่องเก้าจันทราทั้งหมดได้...แล้ววันนั้นข้าจะพาพวกท่านกลับมาจากความว่างเปล่าให้ได้!”





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 625 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

757 ความคิดเห็น

  1. #415 Empty_Mind (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:13
    หือ... วางปมให้คิดอีก
    #415
    0
  2. #325 joelamtan (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 13:44
    ขอบคุณครับ
    #325
    0
  3. #324 kimurakung (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 17:33
    หรือว่าพิธีชำระล้าง ทำให้พวกวิญญาณหายไป
    #324
    0
  4. #323 kimlolo8888 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 17:21

    กูงงใครก็ได้บอกกูทีว่าเกิดอะไรขึ้นอ่านซ้ำไป3-4รอบละก็ไม่เข้าใจ

    #323
    3
    • #323-2 nirabonnuankham(จากตอนที่ 32)
      12 พฤศจิกายน 2561 / 00:43
      พิธีกรรมไม่สำเร็จ วิญญาณทั้งหมดเลยหายไป
      #323-2
    • #323-3 kimlolo8888(จากตอนที่ 32)
      13 พฤศจิกายน 2561 / 21:34
      ขอบคุณ ในที่สุดก็เข้าใจสักที
      #323-3
  5. #322 Gouyjeng (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 15:35

    เย้ๆ ถึงเวลาออกมาแล้ว
    #322
    0
  6. #321 Rayka724 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 14:39

    อั๊ก...!! ความหักมุมนี่มันอะไรกัน!?
    #321
    0
  7. #320 ChiShiKi555 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 13:53
    อ่าว...หักเลี้ยว เอ้ย!! หักมุม
    #320
    0