The demon'god || ลำนำเทพอสูร

ตอนที่ 29 : บทที่ 29

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,146
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 531 ครั้ง
    13 เม.ย. 62


####ฝากอุดหนุนไอโทเรียกันมั่งเน้อ แฮ่ะๆ








        “อาา...เจ้ามาแล้ว” ลุงเหมาหรือนายช่างใหญ่ผู้เป็นหัวหน้าของโรงหลอมแห่งนี้ระบายบมหายใจออกมายาวๆ แล้วหันมาทักทายชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม “มาๆ เจ้ามาดูนี่ก่อน”



        “มันคืออะไรหรือขอรับลุงเหมา” เทียนหลงมองก้อนหินกลมๆ สีดำตุ่นๆ ขนาดเท่านิ้วมือในมือของช่างใหญ่ “มันก็แค่ก้อนหินธรรมดาๆ ก้อนหนึ่งหนิขอรับ”



         “ใช่ที่ไหนกันเล่าเจ้านี่ไม่รู้อะไรเสียแล้วว่าเจ้านี่มันวิเศษขนาดไหน” ชายวัยกลางคนกล่าวออกมาด้วยความภาคภูมิใจอย่างถึงที่สุด “เจ้านี่เป็นของวิเศษระดับสูงมากๆ ที่ข้าไฝ่ฝันมาหลายร้อยปีในช่วงที่มีชีวิตอยู่ว่าอยากจะสร้างมันขึ้นมาสักครั้ง แต่จนแล้วจนรอดชั่วชีวิตนี้กลับไม่เจอสินแร่ที่ใช้สร้างมันเลยแม้แต่ปลายเล็บ ดันมาได้ทำมันตอนที่ตายแล้วแบบนี้เสียได้”



      “มันหายากขนาดนั้นเลยหรือขอรับ” เทียนหลงดูท่าทางอยากจะฝอยเรื่องเก่าของชายตรงหน้าก็ไม่ได้อยากขัดใจ แต่ละคนล้วนมีนิสัยที่แตกต่างกันไป ส่วนชายวัยกลางคนร่างเตี้ยตรงหน้าก็เป็นผู้ที่ชื่นชอบการบอกเล่าเรื่องราวของตนเองเอามากๆ จึงเก็บความอยากรู้อยากเห็นว่าเจ้าก้อนดำๆ มันทำอะไรได้บ้างเอาไว้ก่อน เพราะถึงอย่างไรประสบการณ์ของเขาที่เล่าออกมาอาจจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเองในภายภาคหน้าได้



        “หึๆ ไม่ใช่แค่หายากเท่านั้นนะ” เมื่อเห็นว่าผู้มีพระคุณเต็มใจที่จะฟังเรื่องของตน คนแคระก็ยิ่งอยากเล่าออกมา “เจ้านี่หนะมันสร้างจากส่วนประกอบสำคัญสองอย่าง นั่นก็คือสินแร่แห่งกาลเวลาและสินแร่แห่งห้วงมิติ ที่แทบจะไม่มีหลงเหลืออยู่แล้วในโลกใบนี้



       เดิมทีข้านั้นเป็นคนแคระที่ได้รับสืบทอดความรู้ในด้านการสร้างมาจากบรรพบุรุษ แล้วออกเดินทางเพื่อตามหาความรู้และวัตถุดิบชั้นเลิศในตำนานต่างๆ ชั่วชีวิตนับพันปีของข้าได้สร้างสิ่งต่างๆ เอาไว้มากมาย พบเจอวัตถุดิบล้ำค่ามาก็มาก แต่การเดินทางทั่วโลกของข้ากลับไม่สามารถหาเจ้าแร่ทั้งสองนั่นได้แม้แต่เท่าเมล็ดถั่วจนกระทั่งตายไปเมื่อหมื่นปีก่อน



    แต่ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากที่ข้าตายลง กลับสามารถได้ทำตามความฝันของข้าอีกครั้ง เรื่องนี้ข้าคงต้องขอบคุณเจ้าจริงๆ ที่ทั้งช่วยปลดปล่อยแล้วยังทำให้ข้าได้ทำตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้อีกสักสองสามอย่างก่อนที่จะไปเกิดใหม่” นายช่างใหญ่ยิ้มกล่าวด้วยความสำนึกในบุญคุณของเด็กหนุ่ม



         “เจ้านี่มันสร้างมาจากแร่ทั้งสองที่หาไม่ได้แล้วในโลก ก็คือแร่แห่งมิติและแร่แห่งกาลเวลา เมื่อนำทั้งคู่มาหลอมรวมกันด้วยกรรมวิธีพิเศษและผ่านการลงอักขระที่สืบทอดกันมาในเผ่าของข้า แม้ว่าแร่ที่ได้มามันจะเล็กไปหน่อย น้ำหนักรวมของมันแค่ไม่กี่ร้อยจิน แต่ด้วยความสามารถของข้ายังสามารถสร้างมันให้สมบูรณ์ได้ในที่สุด” ลุงเหมาอดไม่ได้ที่จะคุยโตออกมา โดยที่มีเทียนหลงที่ยิ้มแหยๆ ให้ “เอ่อ...ลุงเหมาขอรับ สายแร่หนักหลายร้อยจินเหลือแค่นี้เองหรือขอรับ”



      “นี่เจ้าซื่อบื้อ! นี่มันผลสำเร็จที่ผ่านกรรมวิธีหลายสิบขั้นตอนเชียวนะ ทั้งการกลั่นสกัดสินแร่ให้บริสุทธิ์ หลอมละลายด้วยความร้อนสูง แล้วรอให้มันเย็นตัวจากนั้นจึงทำการบีบอัดจนได้ขนาดที่เหมาะสม และในทุกขั้นตอนยังต้องลงอักขระกำกับเสมอ นอกจากนั้นยังมีอีกหลายขั้นตอนที่เป็นความลับที่มีเฉพาะพวกข้าเท่านั้นที่รู้ ถึงทำมันออกมาได้สำเร็จ!”



      “แฮ่ะๆ ข้าทราบแล้วขอรับ เพียงแต่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่เท่านั้น แต่ว่าเจ้าหินนี่มันทำอะไรได้หรือขอรับ เห็นท่านบอกว่ามันเป็นสมบัติระดับสูงนี่นา” เทียนหลงเห็นไอร้อนพวยพุ่งออกมาจากรูจมูกของอีกฝ่ายก็ทราบได้ทันทีว่าเขาเริ่มไม่สบอารมณ์ จึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที ซึ่งนายช่างใหญ่เองก็คร้านจะใส่ใจแล้วเริ่มคุยโตอีกรอบหนึ่ง



      “หึๆ อย่างหาว่าคุย เจ้านี่แม้ยังไม่มีชื่อเรียกที่เป็นทางการนัก แต่คนทั่วๆ ไปในแผ่นดินอื่นเรียกมันว่ามิติเก็บของ ส่วนความสามารถของมันก็ตามชื่อเลย มันสามารถเก็บของมากมายเอาไว้ภายในได้โดยที่ผู้ใช้มันไม่จำเป็นต้องพกพาสิ่งของมากมาย แถมยังไม่ต้องสนเรื่องน้ำหนักของมันอีกด้วย” เขากล่าวออกมาด้วยความภูมิใจ แล้วยิ่งเห็นท่าทางตื่นตะลึงของอีกฝ่ายก็ยิ่งฉีกยิ้มกว้างกล่าวต่อ “แม้ในทวีปนภาครามนี้มันจะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก แต่สำหรับโลกภายนอกแล้วมันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ทุกคนต่างใฝ่ฝันอยากครอบครอง มีผู้คนไม่น้อยที่แย่งชิงกันจนบาดเจ็บล้มตายก็เพราะมัน”



       “สุดยอด!!”



        “ใช่ไหมเล่า! เจ้ารู้แล้วสินะว่าสิ่งที่เจ้ามองมันว่าเป็นเพียงแค่ของธรรมดานี้มันสุดยอดมากแค่ไหน เจ้ารู้หรือเปล่าว่าในโลกนี้มีผู้ที่สามารถสร้างมันขึ้นมาได้นั้นน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย และที่ทำให้มันหาได้ยากมากเข้าไปอีกก็เพราะสินแร่ที่ใช้สำหรับสร้างมันแทบจะไม่มีอยู่แล้วบนโลกใบนี้ ว่ากันว่าเป็นเพราะมิติเก็บของนั้นมันเป็นความสามารถที่ท้าทายอำนาจของเหล่าเทพเจ้า เมื่อครั้งบรรพกาลเหล่าทวยเทพจึงเรียกคืนมันกลับสู่สวรรค์ไปหมดแล้ว ที่เหลืออยู่เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวที่ใช้การไม่ได้และเติบโตขึ้นในภายหลัง



     และมิติเก็บของที่เหลืออยู่ในทุกวันนี้เป็นเพียงของที่สืบทอดต่อๆ กันมาแทบทั้งสิ้น อัตราแย่งชิงจึงสูงมากตามจำนวนที่น้อยลง แม้ในภายหลังจะมีผู้ดัดแปลงอักขระโบราณจนสามารถสร้างเป็นกระเป๋าเก็บของหรือห่อผ้าที่สามารถย่อสิ่งของต่างๆ ให้เล็กลงได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงต้องแบกรับน้ำหนักที่มากอยู่ดี หรือต่อให้ดีหน่อยก็ลดทอนน้ำหนักเหลืออีกตั้งหนึ่งในร้อย แล้วของพวกนั้นยังไม่สามารถเก็บรักษาสิ่งใดๆ ได้นานนัก เพราะปัจจุบันที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ยังไม่มีผู้ใดสามารถก้าวข้ามกาลเวลาได้ ต่างจากมิติเก็บของที่ต่ำสุดก็ยังสามารถชลอการเปลี่ยนเเปลงได้นานกว่าพันปี



        และเท่าที่ข้ารู้มานั้นก่อนที่ข้าจะจากแผ่นดินอื่นมา มิติเก็บของมีเพียงแค่ไม่กี่พันชิ้น เจ้าอาจจะคิดว่าดูมากมาย แต่โลกใบนี้มันกว้างกว่าที่เจ้าคิดมากนัก ส่วนใหญ่ขุมกำลังที่ครอบครองมันล้วนแล้วแต่แข็งแกร่งมาก อย่างนิกายที่มารดาของเจ้าอยู่เองอย่างดีก็มีเพียงแค่ไม่กี่สิบชิ้น



       นอกจากนั้นใช่ว่ามิติเก็บของจะมีเพียงแค่ระดับเดียว มันยังแยกย่อยได้อีกหลายระดับนัก ตั้งแต่ระดับต่ำที่มีความกว้างเพียงแค่ไม่กี่ฉื่อ ไปจนถึงระดับสูงที่กว้างหลายสิบลี้ก็ยังมี”



       “โอ้โห! มันสุดยอดขนาดนั้นเลยหรือขอรับ...ว่าแต่ลุงเหมาเอาน้ำหน่อยไหมขอรับพูดเสียยาวเชียวท่าจะเหนื่อ”



        “นี่ไอ้เจ้าบ้าไม่ต้องมาล้อเลียนข้าเลยนะ ข้าแค่อยากจะปูพื้นให้เจ้าได้รู้ว่าสิ่งที่ข้าสร้างมันสุดยอดมากแค่ไหน...หึ่ยย”



      “แฮ่ะๆ ข้าแค่เย้าเล่นหน่ะขอรับ อยากให้ลุงผ่อนคลายบ้าง เห็นว่าอุตส่าทำสิ่งนี้ให้ข้าตั้งนานสองนาน ข้าแค่อยากตอบแทนท่านบ้าง” เทียนหลงกล่าวด้วยเสียงออดอ้อน ทำหน้าทำตาราวกับลูกหมาหิวนมจนนายช่างใหญ่ได้แค่ถอนใจ 'เล่นทำหน้าแบบนี้ข้าจะไปโกรธเจ้าได้อย่างไรกันเล่า’



       “เออๆ ข้าก็แค่...ช่างมันเถอะ แต่ก่อนอื่นเลยเจ้ากรีดตรงไหนก็ได้ให้เป็นแผลสักเล็กน้อย เดี๋ยวข้าจะทำอะไรให้เจ้าดู”



        “ตรงไหนหรือขอรับ แล้วต้องกว้างขนาดไหน” “อื่ม...เอาเป็นตรงฝ่ามือก็แล้วกันจะข้างไหนก็ได้ จะได้ง่ายๆ หน่อย ส่วนแผลเอาแค่รอยยาวสักสองข้อนิ้วก็แล้วกัน”



       เมื่อได้ยินดังนั้นเทียนหลงก็ยกมือขวาขึ้นมาแล้วผนึกปราณเอาไว้ที่นิ้วชี้ซ้าย ให้ให้ปลายเล็บของเขาคมยิ่งกว่าใบมีด ซึ่งนี่ก็คือผลจากการฝึกตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของเขา แล้วบรรจงกรีดลงที่กลางฝ่ามือข้างขวาจนเกิดเป็นรอยกรีดยาวตามขนาดที่อีกฝ่ายบอกกล่าว จนมีโลหิตสีแดงดำไหลออกมามากพอสมควร แม้ว่าจะเจ็บในระดับหนึ่งแต่ด้วยการฝึกที่ราวกับตกนรกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันความเจ็บแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้ “แค่นี้พอไหมขอรับ”



        “อื่มแค่นี้น่าจะพอแล้ว เอาล่ะยื่นมือมาให้ข้า” เมื่อเห็นว่าได้บาดแผลตามต้องการนายช่างใหญ่ก็คว้ามือของเทียนหลงมา แล้วก็ใช้เลือดของเทียนหลงจัดการวาดอักขระขยุกขยิกบางอย่างที่เทียนหลงอ่านไม่ออกจนทั่วทั่งฝ่ามือ ลามไปจนถึงข้อศอก “อ้อลืมบอกไปว่ามันอาจจะเจ็บสักหน่อยนะ ข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจนักว่ากระบวนการนี้มันกินเวลาเท่าไหร่ แต่ก็ไม่น่าจะนานนัก”



      เมื่อกล่าวจบก็ใช้เลือดของเทียนหลงวาดอักขระลงบนก้อนหินสีตุ่นอีกคำรบหนึ่ง ก่อนที่จะวางมันลงบนปากแผลกลางฝ่ามือ แล้วยิ้มออกมาด้วยความสะใจ 'หึๆ กวนนักนะเจ้าเด็กบ้า ลองตกนรกสักครู่คงไม่เป็นไรนัก…’


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 531 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

757 ความคิดเห็น

  1. #658 thursaadayer (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 10:21
    ของพ่อลืมไปแล้วจิ
    #658
    0
  2. #312 kimurakung (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 09:19
    ได้มิติเก็บของแบบนี้ ก็ขนตำรา สินแร่ ทรัพยากร ออกไปได้หมดเลย
    #312
    0
  3. #310 พาน (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 06:33

    ก้อกวนพอกันแหละคับ

    #310
    0
  4. #309 บีม (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 00:23

    เดี๋ยวนะ. แล้วแหวนมิติที่พ่อให้มาในนิ้วน่ะได้ดูรึเปล่า

    #309
    0