The demon'god || ลำนำเทพอสูร

ตอนที่ 25 : บทที่ 25 เด็กลาม๊ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,580
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 573 ครั้ง
    1 ส.ค. 63


 


 


 

        “ขอบคุณมากขอรับฝีมือของพี่สาวเสวี่ยเฟิ่งอร่อยมากจริงๆ” หลังจากที่กวาดอาหารสามสี่อย่างลงท้องไปจนเกลี้ยง เทียนหลงก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมพี่สาวคนงามที่ทำให้เขาทาน เพราะอาหารที่เพิ่งกินไปมันอร่อยจริงๆ เทียบเท่ากับมื้ออาหารในตอนที่เขาติดอยู่ในภาพลวงตาหรืออาจจะเหนือกว่าเสียด้วยซ้ำ “ทำให้ข้ากินบ่อยๆ นะขอรับ”   


 


 

      “อื่ม...หากเจ้าอยากทานมันก็จะได้ทานทุกมื้อ” สาวงามยิ้มมุมปากเล็กๆ และจางหายไปอย่างรวดเร็ว แล้วตอบรับคำขอของอีกฝ่ายด้วยความยินดี “อาปิงเจ้าช่วยเอาสำรับไปเก็บหน่อย เทียนหลงคงมีเรืองที่อยากจะคุยกับข้า”


 


 


 

     “ข้าทราบแล้วท่านพี่” หยางปิงยิ้มเล็กน้อยแล้วนำจานชามใส่ถาดไม้แล้วเดินเข้าไปเก็บในครัว


 


 

      “เอาล่ะ ตอนนี้เจ้าคงอยากจะใช้คันฉ่องเก้าจันทราเพื่อกลับไปหามารดาของเจ้าแล้วสินะ” นางเข้าเรื่องทันที เพราะแม้จะไม่ง่ายดายเช่นแต่ก่อน ถึงอย่างนั้นตอนนี้นางก็ยังคงสามารถรับรู้ได้ถึงความต้องการอย่างแรงกล้าของคู่สัญญา แต่ก็ต้องทำลายความหวังของเขาลงอย่างช่วยไม่ได้ “แต่เจ้าในตอนนี้แม้จะมีพลังวัตพันปีแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถกลับไปได้…”


 


 

       “ก็แล้วทำไมในตอนนั้นท่านถึงบอกว่าข้าจะกลับไปหาท่านแม้ได้อย่างไรเล่า! แล้วทำไมตอนนี้ท่านถึง!” เมื่อได้ฟังประโยคถัดมาของสาวงามใบหน้าที่ยิ้มแย้มด้วยความคาตหวังของเทียนหลงก็เปลี่ยนเป็นปั้นยาก คำพํดกระโชกโฮกฮากที่กล่าวออกมาพร้อมหยาดน้ำตานั้นบ่งบอกถึงอารมณ์ของเขาในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี “ทำไมกัน”


 


 

      “ข้าพูดว่ายังไม่สามารถกลับไปได้ แต่มิใช่ว่ากลับไปมิได้ ตัวเจ้าในตอนนี้เปรียบเสมือนกับทารกน้อยที่ครอบครองศาสตราวุธในตำนาน ต่อให้มันจะคมขนาดไหนแต่เจ้าก็มิมีเรี่ยวแรงพอจะกวัดแกว่งมันได้ ตัวเจ้าในตอนนี้แม้จะมีพลังปราณมากมาย แต่หากเจ้ายังมิอาจจะใช้มันได้ดั่งใจก็ไร้ซึ่งความหมาย” ด้วยกลัวว่าจิตใจของอีกฝ่ายจะบอบช้ำเกินไป คนที่ปกติจะพูดน้อยแสนน้อยอย่างนางจึงยินยอมสิ้นเปลืองขนาดนี้


 


 

      “แสดงว่าหากข้าฝึกฝนจนชำนานแล้วก็จะสามารถกลับไปหามารดาได้ใช่ไหมขอรับ” เมื่อประกายแห่งความหวังสาดเข้ามา แม้ใบหน้าจะเปื้อนน้ำตาแต่เด็กหนุ่มก็กล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้นยินดี “แล้วข้าจะต้องฝึกอีกนานแค่ไหนขอรับ กว่าที่ข้าจะกลับไปรับท่านแม่ออกมาจากสถานที่อันแสนโสมมแห่งนั้นได้”


 


 

      “ด้วยสติปัญญาของเจ้าอาจจะใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่ปี หรือหากว่าเจ้าขยันให้มากหน่อยอาจจะใช้เวลาเพียงแค่ปีเดียวก็น่าจะพอใช้ได้แล้ว”


 


 

     “หนึ่งปีสินะ” เทียนหลงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น นรกตลอดสามเดือนที่ผ่านมาจนเวลาหลับนอนก็ยังไม่มีแต่เขาก็ผ่านมันมาได้แล้ว ต่อให้จะต้องฝึกหนักจนร่างกายแตกสลายเขาก็จะทำ มารดาทนเพื่อเขามานานมากแล้ว เขาจะยอมทุกอย่างเพื่อให้ได้กลับไปพานางออกมา แล้วพวกเขาสองแม่ลูกจะได้ออกไปหาที่อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข


 


 

      ท่านอาจารย์พูดเอาไว้เมื่อก่อนหน้านี้ว่า พลังของเขาในตอนนี้หากฝึกฝนได้จนเชี่ยวชาญ ต่อให้ระดับผู้อาวุโสของตระกูลยังไม่ใช่คู่มือเขา ตอนนี้เขามีพลังมากพอที่จะปกป้องมารดาแล้ว ขอแค่อีกปีเดียวเขาจะไม่ยอมให้ใครมารังแกท่านแม่ของเขาได้อีกเป็นครั้งที่สองเขาสาบาน!


 


 

       “ท่านพี่แต่ข้าว่าท่านยังมิได้บอกว่าตอนนี้เทียนหลงสามารถทำอะไรได้บ้างนะเจ้าคะ” เป็นเสียงของหยางปิงที่ดังขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะกลับมานั่งลงใกล้ๆ กับเทียนหลง แล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าสีแพงเพลิงจองนางซับน้ำตาของชายหนุ่มอย่างเบามือ


 


 

    “แม้ตอนนี้เจ้าจะยังกลับไปหามารดาของเจ้าได้ แต่ข้าว่าท่านพี่คงจะช่วยให้เจ้าหายคิดถึงมารดาของเจ้าได้บ้างนะหนุ่มน้อย” นางแย้มยิ้มกล่าวแล้วขโมยหอมแก้มชายหนุ่มเบาๆ แล้วหัวเราะคิกคักกับท่าทางเขินอายของอีกฝ่าย


 


 

       “ทำเช่นไรหรือขอรับ” หลังจากผ่านไปหลายอึดใจ เทียนหลงก็หลุดออกจากความรู้สึกแปลกๆ ที่เข้าจู่โจม แล้วกลับมาถามเสวี่ยเฟิ่งที่กำลังยิ้มน้อยๆ ให้กับตนเอง


 


 

       “ข้าเคยบอกเจ้าไปแล้วว่าพลังของคันฉ่องเก้าจันทรานั้นมีทั้งหมดเก้ารูปแบบ เจ้าในตอนนี้คงมีพลังเพียงพอที่จะใช้ได้ราวสองรูปแบบ นั่นคือสะท้อนอดีตและสะท้อนปัจจุบัน ในความสามารถของการสะท้อนอดีตเจ้าคงจะพอเข้าใจมันได้บ้างแล้ว เพราะเจ้าเองก็เคยสัมผัสมันมาแล้วครั้งหนึ่ง


 


 

      ส่วนลักษณ์ที่สองที่เจ้าน่าจะพอใช้ได้บ้างนั้นก็คือสะท้อนปัจจุบัน แม้เจ้าในตอนนี้จะไม่มีความสามารถพอที่จะส่งตนเองไปยังที่ใดที่หนึ่ง แต่หากเป็นการสะท้อนภาพของตัวเจ้าและอีกบุคคลหนึ่งนั้นก็คงทำได้ไม่ยากนัก”


 


 

      “เอ๋...มันยังไงหรือขอรับ ข้าไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่แฮ่ะๆ” แม้จะพอจับใจความได้บ้าง แต่เขาก็ยังคงไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี จึงถามออกไปแบบนั้น


 


 

      “อื่ม ถ้าจะอธิบายให้เจ้าเข้าใจง่ายๆ ก็คงเป็น… เจ้าในตอนนี้สามารถเห็นหน้าและพูดคุยกับมารดาของเจ้าได้ แม้จะห่างไกลกันสักแค่ไหนก็ตาม ขอเพียงให้เจ้าและนางยังอยู่ในห้วงมิติเดียวกัน...เอาเป็นว่าเจ้าในตอนนี้สามารถพูดคุยกับมารดาของเจ้าได้ทุกที่และทุกเวลา”


 


 

      “จริงหรือขอรับ! แล้วข้าจะต้องทำเช่นไรบ้างขอรับ!!” เมื่อเข้าใจความหมายเทียนหลงถึงกับลุกขึ้นยืนแล้วจับไหล่สาวงามผู้เย็นชาแล้วดึงเข้ามากอดด้วยความตื่นเต้น จากนั้นก็ผละออกมาโผเข้ากอดสาวงามข้างกายแล้วร้องบอกอย่างดีใจ “พี่ปิงขอรับ! ข้าจะได้พบท่านแม่แล้วขอรับ!!”


 


 

     “...” “...”


 


 

      สองสาวงามหยาดเยิ้มถึงกับใบ้กินทำอะไรไม่ได้พูดไม่ออกไปชั่วขณะ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายแม้จะผ่านอะไรมามากมายแต่ก็ยังรงเป็นเด็กอยู่ จึงผ่อนคลายลงไปหลายส่วน แม้ว่าจะมีความขวยเขินอยู่บ้างประปราย แต่ก็รีบสำรวมกิริยาของตนเองได้อย่างรวดเร็ว


 


 

      “อะแฮ้ม...เอาเป็นว่าข้าจะส่งวิธีการใช้งานคันฉ่องคร่าวๆ ให้แก่เจ้าก็แล้วกัน” เมื่อรวบรวมสติกลับมาได้แล้วเสวี่ยเฟิ่งก็สะบัดมือเบาๆ ปรากฏเป็นเส้นแสงสีขาวฟุ่งเข้าไปที่หน้าผากของชายหนุ่ม ทำให้เทียนหลงกระตุกเกร็งเบาๆ สองสามอึดใจ ก่อนที่จะมีประกายวิบวับปรากฏขึ้นในดวงตา แล้วสะบัดมือซ้ายเบาๆ ให้กระจกสีเงินวาวที่เปล่งประกายงดงามผุดออกมาจากรอยสักที่หลังมือซ้าย ทำท่าจะคว้าจับเพื่อถ่ายพลังที่มีลงไปในสมบัติวิเศษ แต่กลับถูกสาวงามผู้เยือกเย็นขัดเข้าเสียก่อน


 


 

      “ข้าว่าเจ้าควรจะหยุดก่อนนะ มิเช่นนั้นมารดาของเจ้าอาจจะมิปลอดภัยเท่าไรนัก” “ทำไมหรือขอรับ” เมื่อถูกเสวี่ยเฟิ่งเอ่ยขัดเทียนหลงก็หันกลับไปถามเสียงขุ่นเล็กน้อย เขาจากมารดามานานมากแล้ว ตอนนี้เขาคิดถึงมารดามากกว่าสิ่งใด มิอยากจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์แม้แต่อึดใจเดียว


 


 

     “อย่าลืมสิว่าในสถานที่แห่งนั้นมารดาของเจ้าอยู่ในฐานะใด หากเจ้าที่ควรจะตายไปแล้วติดต่อไปหานางต่อหน้าผู้อื่น เจ้าคิดว่านางจะต้องประสบสิ่งใดบ้าง…” ไม่ต้องให้อธิบายยาวยืด เทียนหลงก็ต้องกัดฟันแน่นด้วยความประมาทเลินเล้อของตัวเอง ที่เกือบทำให้มารดาต้องตกอยู่ในความยากลำบากอีกครั้งเสียแล้ว หมัดที่กำแน่นก็จิกลงไปในเนื้อจนเลือดไหลซึมออกมา ริมฝีปากเองก็มีเลือดไหลหยดออกมาเล็กน้อย “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”


 


 

        “เช่นนั้นก็ดีแล้ว จำไว้ว่าจงมีสติเอาไว้เสมอ ตอนนี้ยังอยู่ในยามเที่ยงเศษๆ เจ้าเองก็ลงไปหาเหล่าอาจารย์ของเจ้าเถิด ตอนนี้พวกเขาคงมีสิ่งต่างๆ มากมายที่อยากจะพูดคุยกับเจ้า ส่วนข้ากับพี่เองก็ต้องปรับพลังกันสักสองสามวัน ช่วงเวลานี้เจ้าก็อย่ามารบกวนพวกข้าก็แล้วกัน”


 


 

         “ขอรับ ถ้าเช่นนั้นข้าขอลงเขาไปก่อนนะขอรับ แล้วพวกท่านมีอะไรให้ข้าช่วยเหลือหรือไม่ ถ้ามีอะไรที่ข้าพอจะช่วยได้ได้โปรดบอกข้านะขอรับ”


 


 

        “อื่ม...เจ้ารีบไปเถอะ อย่าลืมเสียว่าต้องรอให้ค่ำมืดเสียก่อนก่อนที่จะติดต่อไปหามารดาเจ้า มิเช่นนั้นนางอาจจะเดือดร้อนได้ อ้อ! แล้วที่สำคัญเจ้าพยายามโคจรลมปราณให้ได้ตลอดเวลาจนติดเป็นนิสัย อย่าปล่อยประละเลยเช่นที่เป็นอยู่นี้ ในเมื่อมีเจ้าเพียงผู้เดียวที่รับรู้มาด้วยตนเอง ก็จงพยายามให้มากที่สุด เคล็ดวิชาชีพจรเจ็ดดารานั้นควรจะให้ผลที่มากกว่าการโคจรปกติหลายเท่านัก หากเจ้าพยายามได้มากพออีกไม่ถึงสิบปีภายในแผ่นดินนภาครามนี้อาจจะหาผู้ที่ประมือกับเจ้าได้ยากยิ่งกว่าจะนับด้วยสองมือ”


 


 

       “ข้าทราบแล้วขอรับ พวกท่านทั้งสองโปรดรักษาตัวด้วย” เทียนหลงรับคำอีกครั้งก่อนที่จะเริ่มโคจรลมปราณในร่าง แล้วเดินหายลับไปจากสายตาของทั้งสอง


 


 

        “คิกๆ อายุแค่นี้ก็มือไวเสียแล้วนะเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าเทียนหลงหายไปไกลแล้วหยางปิงก็กล่าวขึ้นพลางหัวเราะคิกคัก “ดูสิทำเอาเทพธิดาเสวี่ยเฟิ่งผู้เย็นชาแก้มเปล่งปลั่งราวกับผลท้อสุกเสียแล้ว ร้ายจริงๆ นะเจ้าคะ”


 


 

       “...” เทพธิดาจันทราสวรรค์มิได้กล่าวโต้แย้งใดๆ เพียงแค่ยิ้มหวานออกมาไม่ได้ตอบรับไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 573 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

757 ความคิดเห็น

  1. #300 Gouyjeng (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 22:06
    อยากให้กลับไปหาแม่ไวๆ
    #300
    0