The demon'god || ลำนำเทพอสูร

ตอนที่ 20 : บทที่ 20 ทดสอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,506
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 621 ครั้ง
    1 ส.ค. 63


 

       ส่วนความแตกต่างอีกอย่างของผู้ที่มีชีพจรวิญญาณธรรมชาติก็คือ ความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นของจุดชีพจรและเส้นลมปราณทั่วร่าง ทั้งนี้ก็เป็นเพราะความเร็วในการซึมซับพลัง โดยธรรมชาติของผู้ที่มีชีพจรลมปราณในระดับสูงมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นมากขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อรองรับพลังปราณที่มากขึ้นตามไปด้วย



 

       และมีอีกอย่างหนึ่งที่คนรุ่นหลังไม่ค่อยจะรับรู้เท่าไหร่นัก นั่นก็คือขีดจำกัดของพลังปราณที่แต่ละระดับสามารถมีได้ ซึ่งความรู้นี้ได้จางหายไปตามกาลเวลา เพราะด้วยความที่ยากนักที่จะมีคนไปถึงจุดจุดนั้นได้ ด้วยเหตุที่หากไม่สิ้นอายุขัยก่อนที่จะถึงทางตัน ก็จะตกตายไปในการต่อสู้เสียก่อน หรือแม้จะมีบางคนไปถึงจุดๆ นั้นได้ สุดท้ายก็มิอาจจะบอกกล่าวแก่ผู้ใดได้เสียแล้ว เพราะคงมิมียอดฝีมือคนใดอยากจะให้ศัตรูของตนเองรับรู้ถึงฝีมือของตนเองว่ามิมีทางก้าวหน้ามีแต่เสื่อมถอยลง


 

         แต่สำหรับเทียนหลงนั้นแตกต่างจากเขาและคนอื่นๆ มากนัก เพราะเทียนหลงนั้นได้หลับไหลไปเนิ่นนานนับสิบปี ร่างกายมิได้รับอาหารที่เจือปนไปด้วยสิ่งสกปรกเข้าไปแม้แต่น้อย ทั้งยังนอนนิ่งอยู่กับที่มิได้เดินเหินไปพบปะใครๆ ทำให้จุดชีพจรของเขานั้นค่อนข้างสะอาดมาก เส้นลมปราณน้อยใหญ่เองก็เกือบจะเรียกได้ว่าสะอาดหมดจดเลยทีเดียว



 

     จะติดอยู่ก็แต่ด้วยความที่เขาหลับไปนานนี้เอง ทำให้เขาแทบจะเลยวัยที่เหมาะสมไปมากแล้ว ทั้งจุดชีพจรและเส้นสายพลังที่มิได้ใช้งานเริ่มแข็งเกร็งตามอายุที่มากขึ้น แต่จุดนี้ก็ได้รับการแก้ไขโดยเตาหลอมอมตะของเทพโอสถถงหลู่ไปแล้วตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อน



 

  ทำให้แม้เทียนหลงจะยังมิรู้จักว่าลมปราณคือสิ่งใด แต่ตอนนี้ภายในร่างของเขาก็มีพลังวัตเกือบหนึ่งปีไหลเวียนอยู่อย่างช้าๆ เนื่องจากพลังงานฟ้าดินที่เข้มข้นมากกว่าภายนอกถึงสามเท่า เพียงแต่เขายังมิรู้จักวิธีใช้ และจุดชีพจรและเส้นลมปราณเองแม้จะได้รับการกระตุ้นด้วยโอสถชั้นเลิสรวมถึง แต่ก็ยังมิได้รับการหล่อเลี้ยงจากพลังปราณ เปรียบได้ดังสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ ไปตามเส้นทางที่มีเท่านั้นเอง….


 


 

          พวกเขาทั้งแปดจึงปรึกษาหารือกันอยู่นานพอสมควร กว่าจะได้ข้อยุติร่วมกันว่าพวกเขาจะทำการกรุยเส้นปราณทั้งหมด รวมถึงทะลวงจุดชีพจรทั้งแปดสิบสี่จุดให้กับเทียนหลง เพื่อย่นระยะเวลาในการฝึกให้สั้นลงอีกหนึ่งขั้นตอน



 

       เพราะแม้จะเป็นเทียนหลงที่มีเส้นลมปราณและจุดชีพจรที่ดีเลิส หากจะต้องทำการทะลวงจุดชีพจรทั้งหมดด้วยตัวเอง อาจจะต้องอาศัยเวลาอีกไม่ต่ำกว่าหกเดือนเป็นอย่างน้อย จึงลงความเห็นร่วมกันว่าจะช่วยเหลือเทียนหลงใช้เส้นทางลัดในครั้งนี้



 

       อันที่จริงการทะลวงจุดชีพจรให้ผู้อื่นนั้นเคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้วในครั้งอดีต แต่อย่างที่รู้กันดีว่าทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอ การให้ผู้อื่นทลวงจุดชีพจรรวมถึงการให้ผู้อื่นกรุยเส้นปราณให้นั้นแม้ว่าจะเป็นทางลัดที่รวดเร็ว แต่หากผิดพลาดก็หมายถึงคนผู้นั้นจะกลายเป็นผู้พิการที่มิอาจฝึกฝนกำลังภายในได้อีก และหากหนักที่สุดอาจจะเกิดการสะท้อนกลับจนกระทั่งตกตายไปเลยก็มี วิธีนี้จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก และค่อยๆเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา



 

     ในปัจจุบันนั้นมีเพียงแค่กองกำลังใหญ่ที่มันใจในพลังฝีมือของตนเองเท่านั้นที่ยังคงหลงเหลือวิธีการนี้อยู่ในแผ่นดินนภาคราม น้อยคนนักที่จะรู้จักวิธีนี้ เพราะอันที่จริงต่อให้ช้าไปสักปีสองปี สำหรับทวีปที่ไม่ค่อยมีสงครามอย่างทวีปเมฆาคราม แม้จะเสียเวลาไปบ้างก็เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เพราะถึงอย่างไรเหล่าผู้มีพรสวรรค์เองก็หาได้ยากอยู่แล้ว ต่อให้รู้ถึงวิธีการเช่นนี้ได้ก็คงมิมีใครที่จะเอาต้นกล้าชั้นดีมาเสี่ยงกับความเร็วในการฝึกฝนเพียงปีสองปีเป็นแน่


 

 

         แต่สำหรับพวกเขาทั้งหมดนั้นล้วนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะตอนนี้เทียนหลงมีเวลาหลงเหลืออยู่แค่เพียงไม่ถึงสิบปีก่อนที่บากหลุมนี้จะถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง หากถึงตอนนั้นแล้วเทียนหลงยังมิมีลมปราณเพียงพอที่จะใช้สมบัติวิเศษหลบหนีออกไป ความโลภของเหล่าผู้มีอำนาจในอาณาจักรทั้งห้าคงมิปล่อยผู้มีพระคุณของพวกเขาไปเป็นแน่ พวกเขาทั้งหมดจึงต้องรีบอยู่หลายส่วน


 

 

       แม้เทียนหลงจะมีชีพจรวิญญาณธรรมชาติระดับสิบ ที่มีความเร็วในการซึมซับพลังฟ้าดินรวจเร็วกว่าปกติร้อยเท่า รวมถึงในที่แห่งนี้จะมีพลังฟ้าดินมากกว่าภายนอกกว่าสามเท่า แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ดี เพราะในสิ่งที่เทียนหลงได้รู้จากสองสาวงามนั้นยังมิใช่ทั้งหมด….



 

       ส่วนในเรื่องความปลอดภัยนั้นมิต้องกังวล เพราะถึงอย่างไรผู้ที่ทะลวงจุดให้แก่เทียนหลงก็คือจอมมารจินหลิ่ง ที่มีจุดชีพจรวิญญาณธรรมชาติเช่นเดียวกัน ทั้งยังศึกษาทำความเข้าใจจุดชีพจรของเทียนหลงอย่างละเอียดมาตลอดสามเดือนที่ผ่านมาอย่างลับๆ ความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นจึงมีค่าเท่ากับศูนย์


 


 

       ทั้งยังมีเทพกระบี่สือจื่อเซียนที่คอยกรุยเส้นลมปราณที่เชื่อมต่อกันระหว่างจุดชีพจรแต่ละจุดที่ถูกเปิดออก นี่ยังไม่รวมถึงว่าในตอนนี้ร่างกายของเทียนหลงนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ทั้งยังได้รับการบำรุงจากโอสถชั้นเยี่ยมของเทพโอสถถงหลู่ แล้วไหนจะสุราชนิดพิเศษของปีศาจสุราเหล่าเอี้ยงอีก ทำให้อาจารย์ทั้งแปดคนจิงมิได้กังวลเรื่องความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นแม้แต่น้อย...


 

 


 

        “ศิษย์น้อยเจ้ามายืนอยู่ที่จุดกึ่งกลางของวงกลมเสีย” หลังจากที่ผ่านไปเกือบสองเค่อ พระธรรมมาจารย์หลงไท่ก็เอ่ยขึ้นเบาๆ เรียกเทียนหลงที่อาการหอบเหนื่อยได้หายไปสักพักแล้วมาเตรียมพร้อม


 


 

        “ขอรับ” ฝ่ายเทียนหลงที่รอคอยเวลานี้มานานแล้วก็ก้าวเดินมายังเบื้องหน้าของอาจารย์ทั้งสอง ที่มีวงกลมขนาดหนึ่งจั้งวาดอยู่บนพื้น แม้จะตื่นเต้นเป็นอย่างมากแต่เขาก็เลือกที่จะสงบลง พยายามทึ่จะระลึกถึงลมหายใจเข้าออกอยู่เสมอ ทำให้แม้จะอยู่ในสถานะการเช่นนี้ชายหนุ่มก็ยังคงอยู่ในความสงบได้ไม่ยากนัก


 


 

      ก่อนหน้านี้เคยมีครั้งหนึ่งที่เขาได้เอ่ยถามถึงเรื่องการหายใจ ว่าเหตุใดอาจารย์ทุกคนถึงได้ให้เขาควบคุมลมหายใจเข้าออกอยู่เสมอกับหลวงจีนเฒ่า ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมามากนัก เพียงแต่บอกว่าสักวันหนึ่งเขาจะเข้าใจมันด้วยตัวเอง


 

 

      จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบสองเดือน เขาที่ถูกเข้มงวดอยู่เสมอก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความแตกต่าง หลังจากที่เขาเริ่มชินกับการระลึกถึงลมหายใจเข้าออก ราวกับตัวเขานั้นโล่งโปร่งสบายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แม้ไม่รู้ว่าจะใช่สิ่งเดียวกับที่เหล่าอาจารย์มุ่งหมายไหม แต่เขาคิดว่ามันคงมิผิดไปมากนัก



 

       ในความสงบนี้เองจึงทำให้เขาเริ่มเข้าใจร่างกายของตนเองมากขึ้น เริ่มรับรู้ถึงอารมณ์ต่างๆ ของตนเอง จากที่เคยเป็นผู้ที่ตกอยู่ในความกดดันยากเรื่องราวต่างๆ ก็ค่อยๆ ปล่อยวางมันลงได้ในชั่วขณะหนึ่ง แม้จะเป็นเวลาที่ไม่นานเพียงแค่ไม่กี่อึดใจ แต่ราวกับว่าตัวเขาก้าวไปในโลกอีกใบที่แตกต่างจากอดีตไปอย่างสิ้นเชิง…


 

 

     แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ครั้งเดียวที่เขารับรู้มันได้ และหลังจากนั้นไม่ว่าเขาจะพยายามเท่าไรก็ไม่อาจจะกลับไปยังจุดนั้นได้อีก ในตอนนั้นเขาจึงนำเรื่องนั้นมาถามกับหลวงจีนเฒ่า สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงแต่รอยยิ้มจางๆ กับคำที่บอกให้เขาพยายามระลึกรู้ถึงลมหายใจอยู่เสมอ จนกว่าที่จะรับรู้ถึงมันได้ตลอดเวลา ถึงจะได้รับคำตอบที่เขาอยากรู้


 

 

         “อีกสักครู่เราจะเริ่มบททดสอบถัดไป เจ้าจงใช้สายตาที่เฝ้ามองการโจมตีตลอดสามเดือนนี้ให้เป็นประโยชน์ อาตมาจะให้ประสกสือจื่อเซียนกับประสกจินหลิ่งจู่โจมศิษย์น้อยด้วยมือเปล่า เจ้าจงพยายามหลบหลีกการโจมตีให้ได้มากที่สุด และหากเมื่อใดที่เจ้าสามารถโจมตีสวนกลับไปเพียงครั้งเดียว จะถือว่าเจ้าผ่านการทดสอบในทันที” พระธรรมมาจารย์หลงไท่กล่าวขึ้นในขณะที่ยังคงหลับตาอยู่ “จงจำเอาไว้ พึงระลึกถึงลมหายใจเข้าออกอยู่เสมอ แล้วเจ้าจะผ่านมันไปได้”


 

.....


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 621 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

757 ความคิดเห็น

  1. #367 i3un (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:14
    น่าเบื่อ
    #367
    0
  2. #361 tipgason (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:15

    เรื่องเดินช้าไป วกไปวนมาอยู่แต่ที่เดิมๆ ไม่ไปไหนสักที ////นี้มันตอนที่ 20 แล้วน่ะ
    #361
    0
  3. #333 เอวัง (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 23:02

    เนื้อเรื่องวนมาวนไปวันมาคำอื่นแต่คว่ามหมายเดิม

    #333
    0
  4. #295 nirabonnuankham (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 15:19
    เหมือนจะวนอยู่แค่เรื่องโดนพิษนิทรา ชีพจรพิเศษ บลาๆ เยอะไปหน่อย เหมือนยังไม่เข้าเรื่องสักที ลดการอธิบายจุดนี้ให้น้อยลงก็โอเคแล้วค่ะ เพระเปิดเรื่องมาก็เกริ่นยาวหลายบทแล้ว
    #295
    0
  5. #281 พาส (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 12:17

    ขอยาวๆได้มั้ยคับ แถมดุเรื่องบังไม่ไปไหนเลย

    #281
    0
  6. #279 ammarm1211 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 21:21
    ขอบคุณครับ
    #279
    0