The demon'god || ลำนำเทพอสูร

ตอนที่ 2 : บทที่ 2 พรสวรรค์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,894
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,062 ครั้ง
    1 ส.ค. 63


แค่พรสวรรค์ระดับมนุษย์ขั้นสิบก็ถือว่าหาได้ยากในรอบห้าสิบปีแล้ว แต่พรสวรรค์ระดับชีพจรวิญญาณธรรมชาติยิ่งหาได้ยากกว่า เรียกได้ว่าในรอบหลายร้อยปีจะมีปรากฏขึ้นมาสักคนในแผ่นดินนภาคราม ยิ่งพรสวรรค์ระดับสิบเช่นเดียวกับเทียนหลงยิ่งยากที่จะปรากฏขึ้น อาจจะในรอบพันพี่ยังยากที่จะปรากฏก็ว่าได้



         ส่วนอีกสองสีที่เหลือก็คือแสงของลูกแก้วที่จะเปล่งออกมาเป็นสีเหลืองและสีคราม ซึ่งเป็นแสงของผู้ที่มีจุดชีพจรวิญญาณพิภพและจุดชีพจรวิญญาณฟ้า แต่มันก็เป็นเพียงตำนานของทวีปนภาครามเท่านั้น เพราะตลอดเวลาของประวัติศาสตร์ทวีปนภาครามที่ยาวนานมากว่าสองหมื่นปี ยังไม่เคยปรากฏว่ามีผู้ใดที่มีจุดชีพจรสองชนิดนี้มาก่อนแม้แต่คนเดียว




         หลังจากวันแห่งการทดสอบผ่านพ้นไป ตำหนักตระกูลเย่ที่ยิ่งใหญ่อยู่แล้วก็ได้จัดงานฉลองที่ยิ่งใหญ่ ผู้มีอำนาจจากทุกสารทิศต่างแห่มาแสดงความยินดีกับบ้านตระกูลเย่ ที่กำเนิดยอดอัจฉริยะทั้งเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ที่โดดเด่นเหนือใคร ไม่เว้นแต่องค์จักรพรรดิเองยังมาเยือนเพื่อร่วมแสดงความยินดีด้วยตนเอง ยิ่งทำให้ตระกูลเย่นั้นยิ่งเรืองอำนาจมากยิ่งขึ้นอย่างรวจเร็ว




         แม้มากคนรักแต่คนชังย่อมมีมากกว่า ด้วยพรสวรรค์ที่โดดเด่นเกินไปของเทียนหลง เริ่มทำให้หลายฝ่ายหาวิธีกำจัดมันทุกวิถีทาง เพราะด้วยอัจฉริยะภาพของมันที่เปล่งประกายตั้งแต่ยังเยาว์ รวมกับพรสวรรค์ที่สูงมากจนเรียกได้ว่าสามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน หากมันได้เติบโตขึ้นแล้วล่ะก็ ตระกูลเย่ก็จะยิ่งทรงอำนาจมากกว่านี้..มากเกินไป



         ไม่ใช่แค่ภายนอกตระกูลเท่านั้นที่หวาดกลัวและอิจฉาในพรสวรรค์อันโดเด่นของเทียนหลง แม้แต่ขั้วอำนาจภายในตระกูลเองก็ยังมีหลายฝ่ายที่ไม่พอใจในการมีอยู่ของมัน จนในท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าบิดามารดาหรือแม้แต่ผู้นำตระกูลที่มีศักดิ์เป็นปู่ของเด็กน้อยจะป้องกันอย่างไร สิบหัวคิดหรือจะสู้กับคมดาบนับร้อยนับพันที่หันเข้าใส่ สุดท้ายเด็กชายที่มีพรสวรรค์โดดเด่นเหนือใคร ก็ต้องพิษร้ายที่ยากจะรักษาได้…พิษนิทรานิรันดร์



         พิษนิทรานิรันดร์ก็ส่งผลตามชื่อของมัน เพราะพิษชนิดนี้หาได้มีผลร้ายอื่นใดเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นพิษที่จะทำให้ผู้ที่ต้องพิษชนิดนี้เข้าสู่นิทราไปชั่วกาลนาน ซึ่งเป็นพิษที่ร้ายแรงและหายากมากๆ ในอดีตเคยมีการใช้มันหลายครั้งหลายครา ผู้ที่ต้องพิษนี้ส่วนใหญ่ก็จะตกตายในเวลาต่อมา เพราะต่อให้หลับไหลไป ร่างกายก็ยังคงต้องการน้ำและอาหาร จนสุดท้ายเกือบทุกรายก็จะมีร่างกายผ่ายผอมลงและตายไปในที่สุด



         แม้จะมีบางคนที่รอดจากมันมาได้ แต่ก็มีเพียงแค่ส่วนน้อยนิดเท่านั้น ซึ่งผู้ที่รอดชีวิตเกือบทั้งหมดเป็นยอดยุทธ์ที่แข็งแกร่งและมีพลังวัตนับพันปี ทำให้แม้ว่าจะนิทราไปร่างกายยังคงมีพลังเพียงพอที่จะคงสภาพอยู่ได้และไม่ตาย จนผ่านไปนานหลายสิบหลายร้อยปีกว่าที่มันผู้นั้นจะตื่นขึ้นจากพิษชนิดนี้ อย่างเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีในอดีตของผู้ที่ตื่นขึ้นมาใช้เวลาไปนานถึงแปดสิบปี กว่าที่ยอดคนผู้นั้นจะตื่นขึ้นมาจากห้วงนิทราอันไร้สิ้นสุด



         ทันทีที่เด็กน้อยต้องพิษ เหล่าผู้อาวุโสต่างก็ร้อนรนรีบหาตัวคนร้าย แต่ราวกับว่าผู้ลงมือเป็นผีสางปีศาจไปมาไร้ร่องรอย ไม่อาจจะระบุได้ว่าเด็กน้อยโดนพิษมาจากสาเหตุใด ท้ายที่สุดแล้วผู้นำตระกูลเย่ที่รักหลานชายคนนี้มาก ก็ติดประกาสหาหมอฝีมือดีมารักษาหลานชาย แต่ผ่านไปวันแล้ววันเล่า เด็กน้อยก็มิมีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมาเลยสักครั้ง



         และด้วยการว่าจ้างและค้นหาหมอยาฝีมือดีมาทั้งแผ่นดินนี้ ทำให้ตระกูลเย่นั้นต้องใช้ทรัพย์สินที่มีไปมากกว่าครึ่ง ท้ายที่สุดตระกูลเย่ที่ยิ่งใหญ่และรุ่งเรืองที่สุดก็ค่อยๆ ตกต่ำลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายแล้วตระกูลเย่ที่ยิ่งใหญ่ก็กลับกลายมาเป็นตระกูลรั้งท้ายของสี่ตระกูลใหญ่ไปโดยปริยาย




         และด้วยเหตุนี้เองทำให้เทียนหลงกับมารดาที่เคยเป็นที่รักของทุกคน ก็เปลี่ยนสถานะไปเป็นเนื้อร้ายของตระกูลไปในที่สุด หลู่หลินสาวงามล่มเมืองและบุตรชายที่ต้องพิษนิทรานิรันดร์ก็ถูกเหล่าผู้อาวุโสและผู้นำตระกูลระบายโทษะด้วยการในนางกลายเป็นคนรับใช้ชั้นล่างสุด และให้ไปอยู่ที่เรือนเก่าผุพังท้ายจวน โดยที่เทียนหมิงเองก็มิอาจจะทำอะไรได้เลยแม้แต่น้อย เพราะเขาเองก็เป็นว่าที่ผู้นำตระกูล แม้จะรักลูกและเมียมากแค่ไหน ก็ต้องเห็นแก่ตระกูลที่เขาเกิดมาก่อนเป็นอันดับแรก แต่ก็ยังคงแอบให้ความช่วยเหลืออย่างลับๆ เสมอมา



          ว่ากันว่าวันเวลาเปลี่ยนแปลงคนก็เปลี่ยนไป เทียนหมิงได้ตบแต่งภริยาใหม่ที่มีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิงในองค์จักรพรรดิ ทั้งยังได้รับอนุเข้ามาอีกหลายคน เพื่อเพิ่มฐานอำนาจให้แก่ตระกูล และมีบุตรธิดาเพิ่มมาอีกห้าคน ความรักความห่วงใยที่เคยมีให้กับหลู่หลินและเทียนหลงก็ค่อยๆ ลดน้อยลง จนในท้ายที่สุดเขาก็มุ่งหน้าเพื่อขวนขวายหาพลังอำนาจจนหลงลืมรักแรกของเขาไปจนหมดสิ้น



         ทางฝ่ายหลู่หลินแม้ว่าจะทำใจเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ว่าสักวันจะต้องเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น แต่สุดท้ายนางก็ยังคงเศร้าโศกเสียใจ เพราะผู้ชายที่นางรักสุดหัวใจ ได้ทอดทิ้งนางและลูกไปในที่สุด ดีที่นางยังคงหลงเหลือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของนางเอาไว้ นั่นก็คือบุตรชายที่ยังคงหลับไหลอยู่เช่นเดิม







         แม้ในตอนนั้นใครๆ ก็ต่างหมดหวังในตัวของเทียนหลงไปหมดแล้ว แต่หลู่หลินก็ยังคงเชื่อมั่นในตัวของบุตรชาย เชื่อมันในสายเลือดของนางที่ไหลเวียนอยู่ในตัวของเขา แม้ตลอดระยะดวลาหลายปีมานี้จะไม่มีวี่แววว่าเด็กชายจะฟื้นขึ้นมาการนิทราสักหน แต่นางก็ยังคงอดทนอยู่อย่างนั้น ถึงจะต้องพบเจอกับความโหดร้ายที่มากมายจากเหล่าเจ้านายของจวนตระกูลเย่ ที่เห็นว่านางนั้นตกต่ำลงมาก พากันมาทับถมและทรมานนางต่างๆ นาๆ แต่นางก็ยังคงรอ…



         โดยปกติแล้วหากใครที่ได้รับพิษนิทรานิรันดร์ไปเช่นเดียวกับเทียนหลงแล้วล่ะก็ คงไม่พ้นจากการขาดอาหารและตกตายไปนานแล้ว แต่เทียนหลงนั้นแตกต่างออกไปจากคนอื่นๆ ด้วยจุดชีพจรวิญญาณธรรมชาติระดับสิบของเขานี้เอง ที่คอยดูดซับพลังปราณธรรมชาติโดยรอบมาจุนเจือพลังในส่วนที่ขาดไป ทำให้แม้ว่าเขาจะหลับไหลไปนานกว่าสิบปี โดยที่ไม่ได้รับน้ำหรืออาหารแม้แต่น้อย ร่างกายของเด็กชายก็ยังคงมีชีวิตอยู่ได้ แถมยังคงเติบโตเช่นเดียวกับเด็กในวัยเดียวกันอีกด้วย



         ด้วยเหตุนี้นี่เอง ตลอดระยะเวลาหลายปีมานี้สองแม่ลูกก็ยังคงถูกรังแก แม้ว่าจะทั้งสองจะตกต่ำมากแล้วก็ตาม หลายฝ่ายก็ยังคงหวาดกลัว กลัวว่าสักวันหนึ่งหากเด็กน้อยตื่นมาจากพิษร้ายแล้วพวกตนจะเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ดังนั้นจึงมีการกลั่นแกล้งสองแม่ลูกต่างๆ นาๆ ทั้งใช้งานอย่างหนัก ทั้งป้ายสีใส่ร้ายหาเรื่องหลู่หลินจนโดนโบยตี แม้แต่เทียนหลงที่หลับไหลมิได้สติเองยังมีหลายคนกลั่นแกล้ง ไม่ว่าจะเป็นเหล่าฮูหยินใหญ่น้อยที่ให้ลูกหลานของตนแอบเข้าไปทำร้ายทุบตี หลายครั้งก็มีการแอบให้บ่าวรับใช้นำเอาอาจมจากเรือนใหญ่มาราดรดบนร่างของเด็กน้อย ทุกอย่างก็หมายจะให้หลู่หลินตัดใจยอมแพ้ และฆ่าตัวตายไปเสีย



         ส่วนสาเหตุที่พวกมันทั้งหลายไม่ลงมือกระทำรุนแรงกับสองแม่ลูกจนเกินไปนั้น สาเหตุก็เป็นเพราะจ้าวตระกูลเย่ที่มีศักดิ์เป็นปู่แท้ๆ นั้นได้สั่งห้ามทำร้ายสองแม่ลูกหนักหนาเป็นอันขาด เพราะถึงแม้นางและลูกจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ตระกูลเย่ตกต่ำลง แต่ถึงอย่างไรเนื้อแท้แล้วนางก็เป็นคนดีมากคนหนึ่ง เทียนหลงเองก็เป็นเด็กน่ารักและฉลาด เขาเองยังไม่อาจจะลืมเลือนความจริงข้อนี้ได้ และอันที่จริงต้นเหตุทั้งหมดก็ไม่ใช่ทั้งคู่ที่เป็นคนก่อขึ้น อันที่จริงสองแม่ลูกก็เป็นเพียงเครื่องมือระบายโทษะของเหล่าผู้อาวุโสในตระกูลก็เท่านั้น ส่วนตัวเขาเองก็มิอาจจะออกหน้าได้มากมายไปกว่านี้ เพราะถึงแม้ว่าตนจะเป็นจ้าวตระกูล แต่สำหรับตระกูลใหญ่อย่างตระกูลเย่แล้ว ที่มาของความเข้มแข็งของตระกูลมิได้มาจากตัวเขาเพียงผู้เดียว แต่มันประกอบไปด้วยขั้วอำนาจใหญ่น้อยที่คานอำนาจกันอยู่



         ด้วยเหตุนี้ทั้งคู่จึงยังคงมีชีวิตอยู่จวบจนปัจจุปับนี้ เพราะในอดีตเคยมีผู้อยากลองดีกับข้อบังคับของผู้นำ จึงถูกสังหารทิ้งทั้งผู้ลงมือและผู้ไหว้วาน จนหลายฝ่ายได้แต่แอบกระทำอย่างลับๆ และไม่ร้ายแรงจนเกินไป แต่ในเมื่อกระทำอะไรรุนแรงเกินไปมิได้ จึงมีการเริ่มทำสงครามประสาท เริ่มจากการก่อกวนเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงการลงมือทุบตีของเหล่าอนุ ซึ่งเรื่องแบบนี้ผู้นำตระกูลก็จนใจ ถึงอย่างไรพวกนางก็เป็นตัวแทนของขั้วอำนาจต่างๆ ในเมื่อมิได้ทำอะไรที่รุนแรงมากนัก เขาก็หลับตาข้างหนึ่งทำเป็นมองไม่เห็นมันไปเสีย...





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.062K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

757 ความคิดเห็น

  1. #745 bambam249 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 23:47
    แย่ๆๆๆๆ ตื่นขึ้นมาเล่นให้หนักเลยนะ
    #745
    0
  2. #682 poomelnw (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 23:15
    เจอ2ตอนแทบสิ้นใจ55
    #682
    0
  3. #662 khunmos (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 18:18

    ตะกูลกากฆ่าแม่มให้หมดเอาเลือดมาล้งตรีนท่านแม่

    #662
    0
  4. #608 Itsumiji (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 21:53
    ถ้าตื่นมาออกจากตะกูลเหอะ อยู่คงจนปัญญาละ หรือไรท์อยากเล่นสงครามประสาท ถ้าพ่อ หรือปู่มันไม่ให้ออก ต่อให้มาเลียตีน ก็ออกไปเหอะ ไปผจญภัยข้างนอก จะสนุกกว่าเยอะ แค่อ่าน2ตอน หัวร้อนแล้วอะ กลัวอ่านไม่ถึงตอนล่าสุด 555555
    #608
    0
  5. #342 yuki (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 09:04

    เป็นคระกูลที่น่าสงสารนะมีแต่คนเลว ผู้นำก็ไม่ได้มีอำนาจที่แท้จริงไม่สามารถตัดสินใจว่าอระไรถูกหรือผิด คนที่ถูกทำร้ายกลายเป็นคนผิด ส่วนคนทำร้ายก็ยังลอยนวลแล้วพวกที่เหลือก้คอยทำร้ายคนที่ถูกทำร้ายต่อไป

    #342
    0
  6. #305 springtime (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 10:33
    แบบนี้ถ้ายังอยู่ตระกูล ก็ไม่รู้จะว่าไงล่ะ

    ป.ล.ย้อนมาอ่านใหม่ ลืมเนื้อ ฮ่าๆๆๆๆ
    #305
    0
  7. #252 kimurakung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 00:38
    ขนาดคนนอนเฉยๆยังมาทำร้าย ถ้าตื่นมาคงต้องให้เอาคืนให้สาสม
    #252
    0
  8. #247 Gouyjeng (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 22:05
    สงสารเด็ก อยู่รวมกันเป็นตระกูลแล้วเป็นแบบนี้ อยู่ใครอยู่มันดีกว่า
    #247
    0
  9. #199 0831775128 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 00:30
    เศร้าไป
    #199
    0
  10. #190 wanpen725 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 17:50
    เสียน้ำตาไปหายหยด
    #190
    0
  11. #189 Prajuab0 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 23:59
    ซึ้งสุดๆๆเลย
    #189
    0
  12. #150 mmaxza001 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 13:28

    ขขอบคุณครับ

    #150
    0
  13. #111 newandnew001 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 20:57
    สงสารแม่พระเอกจัง
    #111
    0
  14. #85 อัศดง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 14:55
    ขอบคุณมากนะ ที่เขียน ให้อ่าน



    สู้ สู้
    #85
    1
  15. #59 สโนว์ดราก้อน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 15:43
    ตระกูลพระเอกโง่จริงๆรู้ว่ารักษาไม่ได้ก็ยังเอาสมบัติไปตามหาหมอมารักษาอีก ตอนที่ไม่โดนพิษทีก็เอาแต่ป้องกันไม่ตอบโต้กลับก็เหมือนตายไปแล้วนั่นละ ป้องกันมันก็ได้ครั่งแรกๆนั่นละ
    #59
    1
    • #59-1 TripobNamthip(จากตอนที่ 2)
      21 เมษายน 2561 / 22:57
      ลองนึกถึงความเป็นจริงสิ ถ้าเกิดมันไม่ใช่นิยาย คล้ายกับคนที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ขอให้แค่ได้ยื้อชีวิตก็ยอมจ่าย
      #59-1
  16. #35 mayoi002 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 20:58
    ยัง งงๆอยู่อ่านต่อไปคับ
    #35
    0
  17. #23 kumpoosit (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 17:33
    น่าสนใจ
    #23
    0
  18. #9 KuhakuX (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 20:09
    ดราม่ามาเต็มเลย-_-
    ตับจะพังละ
    #9
    0
  19. #3 toooootooooo2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 11:10
    ยังได้อีก
    เอาอีก
    #3
    0