The demon'god || ลำนำเทพอสูร

ตอนที่ 12 : บทที่ 12 พลังของสมบัติสวรรค์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,814
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 845 ครั้ง
    1 ส.ค. 63




         
      “...?” เทียนหลงที่ยังสะอื้นน้อยๆ มองใบหน้าอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ สลับกับมองคันฉ่องที่ลอยอยู่เบื้องหน้าของตนเอง




      “คันฉ่องเก้าจันทรากับกระบี่สุริยาสวรรค์นั้นเป็นหนึ่งในสมบัติสวรรค์ที่ทรงอำนาจมาก หนึ่งมีพลังหยินเข้มแข็งปลดปล่อยออกมาเพิ่มพลังฝึกฝนของผู้ครอบครอง หนึ่งมีพลังหยางที่มากไม่แพ้กันแผ่ออกมาตลอดเวลา แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้แม้แต่ทวยเทพยังหวาดกลัวและต้องการครอบครองมัน” นางหลับตาหวนนึกถึงอดีตที่ไม่น่าจดจำเท่าไหร่นักครู่หนึ่ง




       “ในส่วนของกระบี่สุริยาสวรรค์นั้นคงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของปิงเอ๋อร์กล่าวแก่เจ้าในเวลาที่เหมาะสม แต่สิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับเจ้าที่เปรียบเสมือนดอกศรไร้หางในยามนี้นั้น คือเป้าหมายที่จะใช้ชีวิตต่อไป ซึ่งพลังของคันฉ่องนี้จะเป็นผู้มอบคำตอบให้แก่เจ้า



       

      คันฉ่องเก้าจันทรานั้นนอกจากพลังหยินที่เข้มข้นและมหาศาลแล้ว มันยังมีความสามารถต่างๆ อีกเก้าอย่าง ซึ่งพลังของข้าในตอนนี้นั้นเพียงพอแค่ใช้ลักษณ์แรกของคันฉ่องนี้เพียงแค่ครั้งเดียว ดังนั้นจงตั้งใจให้ดี และจงจำไว้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นจงมองมัน เพราะเจ้าทำได้เพียงแค่นั้น…”



      





          กล่าวจบเสวี่ยเฟิ่งก็หลับตาลง เพื่อรวบรวมสมาธิรีดเค้นพลังที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดออกมา ละอองแสงสีเงินนวลตาค่อยๆ ระเหยออกจากร่างของหญิงงาม ผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจละอองแสงนั้นก็รวมกันจนกลายเป็นดวงแสงสีขาวเปล่งประกาย แต่กลับหาได้ทำให้เทียนหลงดวงตาพร่ามัวแต่อย่างใด ความรู้สึกของเด็กน้อยที่ปั่นป่วนในก่อนหน้านี้ก็ค่อยๆ สงบลงจนสงบนิ่งอย่างประหลาด




        ใบหน้าของเสวี่ยเฟิ่งในตอนนี้มีเม็ดเหงื่อมากมายผุดออกมาทั่วทั้งร่าง นี่เป็นพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ของนางแล้วจริงๆ หลังจากนี้ได้แต่หวังว่าเด็กน้อยในร่างชายหนุ่มที่นางได้เลือกแล้วนั้น จะสามารถฝึกฝนลมปราณได้รวดเร็วเหมือนที่นางคิด หากวันใดที่มันสามารถบรรลุตบะพันปี จากนั้นส่วนที่เหลือคงต้องปล่อยให้ปิงเอ๋อร์ของของนางจัดการแล้ว




          ส่วนเทียนหลงเมื่อจิตใจกลับมาสงบอีกครั้งด้วยรัศมีพลังปราณจสกหญิงงาม เขาก็เริ่มสังเกตุเห็นถึงความแตกต่างของปราณที่นางปลดปล่อยออกมา กับลมปราณทั่วๆ ไปกันหลายขุม ทั้งพลังอำนาจที่ดูเหมือนจะน้อยนิด แต่จิตสัมผัสธรรมชาติที่กลับมาทำงานอีกครั้งหลังจากที่จิตใจสงบลง ก็บ่งบอกได้อย่างชัดเจนถึงความเข้มข้นและพลังที่แฝงอยู่ในดวงแสงดวงเล็กๆ นี้ อีกทั้งกลิ่นอายที่แผ่ออกมายังให้ความรู้สึกแตกต่างกับลมปราณทั่วๆ ไปที่มันเคยเห็นกันคนละอย่างก็ว่าได้




        ตั้งแต่ยังเล็กเทียนหลงก็ได้พบเห็นลมปราณมามากมายหลายรูปแบบ ทั้งปราณบริสุทธิ์ทั้งปราณพิเศษต่างๆ อย่างเช่นลมปราณธาตุ หรือแม้แต่ลมปราณที่บรรจุด้วยเจตจำนงค์ของเจ้าของ แต่มันก็ยังเทียบไม่ได้แม้แต่เสี้ยวเดียวของพลังปราณที่หญิงสาวปลดปล่อยออกมา…




       “เจ้าจงตั้งใจฟังข้าให้ดี” เสวี่ยเฟิ่งที่รับรู้ได้ถึงความรู้สึกนึกคิดของอีกฝ่ายก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง เพราะอย่างน้อยเมื่อเขาสงบลงโดยพลังของนางนั้น ก็ดูเหมือนว่ามิได้มีจิตมุ่งร้ายก่อตัวขึ้นแต่อย่างใด จึงได้ผ่อนคลายลงหลายส่วน




      “พลังของคันฉ่องที่ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นนี้ คือลักษณ์ที่หนึ่งของคันฉ่องนี้” นางกล่าวเข้าเรื่อง “สะท้อนอดีต” คือพลังลำดับแรกสุด และส่งผลกระทบน้อยที่สุดืแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ใช้พลังในการขับเคลื่อนอย่างมหาศาล




       'สะท้อนอดีต’ ก็มีความหมายตรงตัว พลังของคันฉ่องในลักษณ์แรกนี้ จะสะท้อนเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต ทั้งยังสามารถมองได้ทั้งอดีตของตนเองและของผู้อื่น แม้อาจจะดูไม่ควรค่าแก่นามสมบัติสวรรค์เท่าไหร่หากมันมีความสามารถแค่นั้น...ซึ่งก็ใช่




     ในลักษณ์ที่หนึ่งนี้ยังมีความพิเศษมากกว่านั้น เมื่อลักษณ์ที่หนึ่งแสดงอำนาจของมัน ผู้ใช้สามารถมองเห็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตได้ และไม่ใช่แค่การมองผ่านกระจกเท่านั้น แต่จะเป็นการนำดวงจิตของเป้าหมายเข้าไปในโลกแห่งอดีต ซึ่งเจ้าสามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ด้วยตาตนเอง




        แต่ด้วยพลังของข้าในตอนนี้มีเพียงน้อยนิด ขอบเขตที่ดวงจิตของเจ้าสามารถท่องไปในอดีตได้นั้นเป็นเพียงแค่ระยะไม่เกินครึ่งลี้รอบๆ ร่างกายของเจ้าในเวลานั้น



      และที่สำคัญเจ้าจะต้องใช้เวลาหนึ่งวันต่อการท่องอยู่ในโลกนั้นหนึ่งปี และพลังของข้าก็เพียงพอจะให้เจ้าย้อนกลับไปเห็นทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่ตัวเจ้าโดนพิษให้หลับไหล ซึ่งนั้นก็คือเวลาทั้งหมดสิบปี หรือเท่ากับจิตของเจ้าจะท่องอยู่ในนั้นเป็นเวลาสิบวันของโลกแห่งความเป็นจริง”




       เสวี่ยเฟิ่งที่ปกติจะพูดน้อยมากนั้นอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างที่เทียนหลงจำเป็นต้องรู้อย่างละเอียด เพราะไม่ใช่แค่ครั้งนี้เท่านั้น แต่จากนี้ไปจนตราบนิรันดร์ คันฉ่องบานนี้ก็จะอยู่กับเทียนหลงตลอดไป แม้นางแทบจะไร้สิ้นเรี่ยวแรง แต่ถึงเป็นเช่นนั้นนางก็ยังอดทนเพื่อบุคคลที่นางเลือก




       “ข้าเข้าใจแล้ว” เทียนหลงเอ่ยสำทับรับคำอย่างว่าง่าย เพราะสังเกตุจากท่าทางของอีกฝ่ายก็รู้แล้วว่าพี่สาวคนงามทำเพื่อเขาขนาดไหน ทั้งจิตสัมผัสธรรมชาติเองก็บอกแก่เขาว่าสิ่งที่อีกฝ่ายมานั้นล้วนแล้วแต่เป็นความจริง หาใช่กลโกงใดๆ หรือคำหลอกลวงไม่




        “จงเตรียมพร้อมจิตใจของเจ้าให้ดี...และจงจำเอาไว้ว่าสิ่งที่เจ้ากำลังจะพบเห็นมันเป็นเพียงแค่สิ่งที่ผ่านมาแล้ว เจ้าไม่อาจจะที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือแก้ไขใดๆ ได้…” นางกล่าวย้ำเตือนในสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะสิ่งที่เทียนหลงจะต้องพบเจอเพื่อที่จะเติบโตขึ้นนั้นมันแสนสาหัสนัก




       “ขอรับ”




        เมื่อได้ยินเสียงตอบรับของชายหนุ่ม เสวี่ยเฟิ่งก็สะบัดมือเบาๆ ดวงแสงนั้นก็พุ่งเข้าหาคันฉ่องที่ลอยอยู่เบื้องหน้าของเทียนหลงด้วยความเร็วที่แทบจะมองด้วยตาเปล่าไม่ทัน



     วิ๊งงง




      ราวกับปลาได้น้ำ ทันทีที่ดวงแสงสีนวลถูกคันฉ่องดูดซับไปจนหมด ทันใดนั้นมันก็เปล่งแสงสว่างเจิดจ้าจนเทียนหลงต้องปิดตาลง




       ตึ๊งง..




        เสียงพิณบรรเลงขับขานแว่วสำเนียงสนุกสนาน มันเป็นเสียงที่เทียนหลงนั้นยังจดจำได้ดี ผู้คนมากมายที่เดินขวักไขว่ไปมาอยู่ทางเข้าโถงใหญ่ของตระกูลเย่ ตอนนี้เขาได้ย้อนกลับมาในวันที่เขาจำได้ในห้วงสำนึกสุดท้ายก่อนที่เขาจะหลับไหล…




       วันนี้เป็นวันที่ตระกูลเย่ได้รับพระราชทานงานเลี้ยงฉลองจากองค์จักรพรรดิ ในฐานะที่ตระกูลเย่ได้ให้กำเนิดเด็กชายมากพรสวรรค์อย่างเทียนหลง เหล่าตระกูลน้อยใหญ่ในเมืองแห่งนี้และเมืองใกล้เคียงต่างพากันแห่มาเพื่อแสดงความยินดีกันอย่างมากมาย



       ตอนนี้เทียนหลงเฝ้ามองผู้คนเดินผ่านไปมาทะลุร่างของเขาราวกับว่ามันมิได้มีตัวตน ผู้คนที่เดินขวักไขว่ต่างกล่าวถึงเด็กชายผู้มากพรสวรรค์ ทั้งในแง้ดีและร้ายปะปนกันไป บ้างก็ชื่นชมในตัวอัจฉริยะตัวน้อยที่เพรียบพร้อมทั้งพรสวรรค์ เกิดในตระกูลที่ทรงอำนาจ ไหนจะสติปัญญาที่ฉายเเววหลักแหลมตั้งแต่เด็ก



      แต่ก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ เมื่อมีคนรักก็มักจะมีคนชัง และคนชังก็มักจะมีมากกว่าหลายเท่าเสมอ เทียนหลงเองก็ตกเป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน แม้ต่อหน้าเหล่าผู้นำตระกูลและผู้อาวุโสที่ออกมาต้อนรับจะแสดงความยินดีอย่างล้นเหลือ แต่พอลับหลังก็พลิกกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทั้งความริสยาความไม่พอใจในอำนาจของผู้อื่น และอีกมากมายจนเกินจะกล่าว ซึ่งเทียนหลงที่เป็นเพียงแค่ร่างจิตถึงกับสั่นสะท้าน




       และที่ทำให้เทียนหลงสั่นราวกับจับไข้ก็คือคนใกล้ตัวที่เขาไม่เคยคิดว่าเป็นคนอื่นไกล กลับทรยศหักหลังกันได้เช่นนี้ ทุกวาจาทุกการกระทำของพวกนางที่มันเห็นนั้นย่อมเฉลยทุกอย่างที่มันไม่เข้าใจ สุดท้ายเด็กน้อยจึงได้แต่สะอื้นให้ทั้งๆ ที่ไม่มีน้ำตา พากายตนเองไปนั่งใกล้ๆ กับมารดาที่แสนคิดถึง




        หลังจากคืนนั้นหลังจากงานเลี้ยงเลิก หลู่หลินที่เห็นลูกน้อยง่วงหลับไปก็มิได้เอะใจแต่อย่างใด เพราะปกติเทียนหลงมักจะเข้านอนแต่หัวค่ำ ในวันนี้งานดำเนินต่อมาอย่างยาวนานจนเที่ยงคืน จึงไม่เเปลกอะไรที่เทียนหลงจะหลับสนิท




        แต่หลังจากคืนนั้น เทียนหลงก็ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย เทียนหลงยังวนเวียนอยู่รอบๆ กายของตนเอง คอยเฝ้ามองทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความเจ็บช้ำใจ




        จากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปี เทียนหลงที่เริ่มจะชินชากับความเสียใจเริ่มสังเกตุหลายๆ อย่างรอบๆ ตัวมากขึ้น เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของผู้คนรอบๆ ตัว ทั้งบิดามารดา ตลอดจนหลายๆ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้



         เมื่อเข้าสู่ปีที่สอง การเปลี่ยนแปลงของตระกูลเย่ทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่อยู่ในสายตาของเทียนหลง จนกระทั่งวันนึงที่เขาและมารดาถูกลงโทษทั้งๆ ไม่ได้กระทำความผิดอะไร ให้ไปอยู่ที่เรือนผุพังท้ายจวนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา




       ตลอดเวลาที่เฝ้ามอง เทียนหลงนั้นรู้สึกเจ็บปวดจนแทบจะทนไม่ได้ ทั้งๆ ที่ร่างจิตนั้นไม่อาจเกิดบาดแผล แต่ดวงใจของมันมันกลับราวกับโดนมีดไร้คมกรีดดวงใจของเขาอย่างช้าๆ …



      ในทุกวันมันจะเห็นภาพของมารดาที่อดมื้อกินมื้อ ทั้งยังถูกเหล่าคนใช้ของอนุที่บิดาของมันรับเข้ามาใหม่โขกสับจนบางวันมีแม้แต่บาดแผล แต่ถึงอย่างนั้นท่านแม่ของมันยังคงอดทนทำทุกอย่าง...เพื่อมันที่นอนหลับไหลไม่ได้สติ



      ในทุกวันหลังจากที่ทำงานหนักจากเช้าจนเย็น มารดาของมันได้รับเพียงแค่เศษข้าวเหลือจากเรือนใหญ่ บางวันหากไปขัดใจใครเข้าก็อาจจะมีเพียงแค่น้ำซาวข้าว หรือหากว่าหนักหน่อยอาจจะไม่มีแม้แต่น้ำข้าวสักหยดตกถึงท้อง




       แต่ถึงอย่างนั้นหลังจากที่กลับมาที่เรือนน้อยที่ใกล้จะผุพังเต็มที นางก็จะจัดแจงชำระล้างร่างกายให้แก่มัน แล้วนั่งคุยกับมันที่หลับไหลไม่ได้สตินานนับชั่วยาม จากนั้นจึงชำระล้างร่างกายแล้วถึงจะเข้านอน




        ตลอดเวลาที่มันกับท่านแม่ถูกท่านพ่อและคนในตระกูลทอดทิ้ง แม้จะต้องพบเจออะไรมามากมาย แต่หลู่หลินก็ยังคงกลับมาอบรมสั่งสอนเขาอยู่เสมอ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขานั้นไม่มีทางจะได้ยิน และต่อให้เจอเรื่องราวหนักหนาสาหัสขนาดไหน เมื่อเจอหน้าของมัน นางก็จะแย้มยิ้มอยู่เสมอราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วพูดคุยกับเขา...เป็นเช่นนี้มาตลอด…




         มันนานเท่าไหร่เทียนหลงเองก็ไม่ได้นับที่เขาเฝ้ามองมา แต่ในวันนี้เป็นวันที่เขาถูกส่งมาเป็นเครื่องสังเวย เหตุการณ์แทบทุกอย่างที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาสิบปีนี้ติดตราอยู่ในดวงใจที่บัดนี้แข็งแกร่งขึ้นอย่างมากมาย ความเจ็บแค้น ความเศร้าโศกเสียใจ ทุกๆ อารมณ์ความรู้สึกหล่อหลอมให้เด็กน้อยในวันนั้นเติบโตขึ้นสมวัย..ไม่สิคงต้องบอกว่าเกินไวไปเสียด้วยซ้ำ!




         มันจะจดจำทุกอย่างเอาไว้ ทุกๆ การกระทำและทุกๆ คำพูด เขาจะตอบแทนพวกมันทั้งหมดในสักวันหนึ่ง ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาเหลือสิ่งใด เขารู้แล้วว่าจากนี้ไปเขาควรจะเดินไปในทางไหน แต่ที่แน่ๆ เขาได้ให้สัญญากับตนเองเอาไว้อย่างแน่วแน่




   'สักวันพวกมันจะต้องชดใช้!’












         





 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 845 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

757 ความคิดเห็น

  1. #676 cvin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 18:18
    คำนี้เลย สักวันพวกมันต้องชดใช้ รอคำนี้
    #676
    0
  2. #609 Itsumiji (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 23:04
    ชอบมาก รอคำนี้มานาน “ซักวันพวกมันต้องชดใช้” กรี๊ดดดด รักหนูนะ
    #609
    0
  3. #375 paprika5301 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:08
    เยี่ยมมากลูกเยี่ยมมาก นึกว่าอีกนานกว่าตะโตสมวัย. แล้วเมื่อไหร่จะได้แก้แค้นเอาคืนให้หนักเลยยเทียนหลงของฉานนนน
    #375
    0
  4. #280 att123456 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 23:42

    ฆ่าม้านนน
    #280
    0
  5. #262 kimurakung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 01:27
    ความแค้น เป็นพลังผลักดันที่ยอดเยี่ยมที่สุด
    #262
    0
  6. #208 0830755441 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 17:31
    สนุดมาก ต่ออีกนะ
    #208
    0
  7. #188 N T P (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 23:12
    สนุกมากครับ
    #188
    0
  8. #178 สุรพงษ์ บุรานนท์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 13:34

    อ่านได้แป๊บเดียวหมดตอนแล้ว สนุกจนกลัวบรรทักสุดท้ายครับ

    #178
    0
  9. #162 mmaxza001 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 04:55
    ขอบคุณครับ สนุกมากอยากอ่านต่อเรื่อยๆ
    #162
    1
    • #162-1 iPRECHA(จากตอนที่ 12)
      17 พฤษภาคม 2561 / 11:50
      บทที่13 100%แล้วนะ
      #162-1
  10. #161 omy008 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 04:27
    แม่พี่แกเทพมากก
    #161
    1
    • #161-1 iPRECHA(จากตอนที่ 12)
      17 พฤษภาคม 2561 / 11:50
      ยังๆ แค่นี้ยังไม่สุด
      #161-1
  11. #155 bancha566 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 14:06
    สนุกครับเดินเรื่องน่าติดตามมาก ทำออกมาเรื่อยๆนะ เป็นกำลังใจให้ครับ
    #155
    1
  12. #147 oKisSaTen123 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 07:57
    ขอบคุณค่ะ รอมาต่อจ้าา
    #147
    0
  13. #145 NateePalasu (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 14:59
    ดีงามอ่านแล้วอิ่มใจ
    #145
    0
  14. #142 Nekozilla (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 13:47
    ไม่ชอบที่ตัดแบ่งแบบ30%เลยครับ รอครบ50ค่อบลงไม่ดีหรอ? จะได้ลงตอนละ2ครั้งไง
    #142
    1
  15. #63 N T P (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 20:49
    ถึงตัวจะเป็นผู้ใหญ่แต่สมองเป็นเด็ก ชื่อของเขาคือ เทียนหลง หลง หลง หลง~(เอ็กโค)
    #63
    3
  16. #62 Nekozilla (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 20:49
    มันสั้นนะ ตอนแรกว่า30% แต่คิดว่าน่าจะถึง50%แล้ว เพราะตอนต่อมันไม่ยาวกว่ากันเลย
    #62
    0
  17. #61 Rayka724 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 20:25
    เม้น...
    #61
    0
  18. #60 Lucky_777 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 19:16
    เร้วๆเลยคับ
    #60
    0
  19. #58 rdsongkhla (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 15:40
    มาใวๆนะกำลังค้างเลย
    #58
    0
  20. #57 18 อรหันต์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 14:43
    รีบมาต่อกันเลย
    #57
    0