The demon'god || ลำนำเทพอสูร

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 สองแม่ลูกผู้อาพับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,351
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,082 ครั้ง
    1 ส.ค. 63

         “แม่ไปทำงานก่อนนะลูก เจ้ารีบๆ ตื่นขึ้นมาได้แล้วนะ แม่ยังคงรอเจ้าอยู่เสมอไม่ว่าจะนานสักแค่ไหนก็ตาม” น้ำเสียงที่เจือไปด้วยความห่วงหาอาทรของหญิงวัยสามสิบสี่ปี ที่กำลังลังดึงผ้าป่านเนื้อหยาบผืนเก่ามาห่มให้แก่บุรุษรูปร่างผอมบางที่ยังคงหลับไหลอยู่ “หากเสร็จแล้วแม่จะรีบกลับมาหาเจ้าโดยวัย หวังว่าพวกมันคงไม่มารบกวนเจ้าอย่างเช่นที่เคย…”



         หลู่หลินหรือเย่หลู่หลิน คือนามของหญิงคนนี้ ในอดีตนั้นนางเคยเป็นสาวงามคนหนึ่ง จะเรียกว่างามล่มเมืองคงไม่ผิดนัก แต่หลังจากการตรากตรำทำงานหลักมาเนินนานกว่าสิบปี ทำให้ร่างที่งดงามเหนือใคร เต็มไปด้วยริ้วรอยและแผลเป็นตามผิวที่หยาบกระด้างที่ขาดการบำรุงมานานแสนนาน


         ส่วนบุรุษหนุ่มที่นอนหลับไหลไม่ได้สตินั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นบุตรชายวัยสิบหกขวบปีของนางเอง ซึ่งเขานั้นเป็นบุตรที่เกิดกับนางและเย่เทียนหมิง ว่าที่ผู้นำกระกูลเย่คนปัจจุบัน ซึ่งบุตรชายของนางนั้นต้องพิษทำให้หลับไหลราวกับคนตายมานานถึงสิบปีเต็ม



         หากจะย้อนไปถึงสาเหตุที่ทำให้บุตรของนางต้องพิษและชีวิตที่สุขสบายของนางจบลงนั้นคงต้องย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน ในตอนนั้นนางที่ได้เป็นภริยาเอกของเย่เทียนหมิงนั้นเรียกได้ว่ามีชีวิตราวกับอยู่สวรรค์บนดิน มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย เพราะตระกูลเย่นั้นเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองเมฆาคราม เมืองหลวงของอาณาจักรเมฆาคราม ซึ่งมีอำนาจมากที่สุดในสี่ตระกูลใหญ่ จะเป็นรองก็แต่กับทางวังหลวงเท่านั้น อำนาจการปกครองของตระกูลเย่มีมากถึงหนึ่งในสามของอาณาจักรเมฆาครามภายใต้คำสั่งขององค์จักรพรรดิ และเป็นตระกูลที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ครองแผ่นดินมาหลายชั่วอายุคน



         ส่วนสาเหตุที่ชีวิตนางและลูกต้องตกต่ำกลายมาเป็นเพียงหญิงรับใช้ชั้นล่างสุด ที่ต้องทำหน้าที่ขนถ่ายอาจมจากเรือนของเหล่านายหญิงทั้งหลาย ทั้งยังเป็นที่รองรับอารมณ์ของพวกนางมาตลอดหลายปีมานี้ก็เป็นเพราะ…พรสวรรค์ที่โดดเด่นเกินผู้ใดของบุตรชาย



         ในทวีปนภาครามซึ่งอาณาจักรเมฆาครามตั้งอยู่นั้น ได้แบ่งผู้คนได้ออกเป็นสองประเภท นั่นคือคนทั่วไปและผู้ฝึกยุทธ์ สำหรับคนทั่วไปนั้นก็เป็นเพียงประชากรทั่วไป ที่ทำกิจการร้านค้าหรือประกอบอาชีพทั่วๆ ไป เป็นประชาชนชั้นล่างที่มีมากถึงเก้าในสิบส่วนของประชากรทั้งหมด คนพวกนี้คือพวกที่ไร้พรสวรรค์ในการฝึกฝนวรยุทธ์ แม้จะมีชีพจรอยู่ในร่างกาย แต่ชีพจรนั้นยากต่อการฝึกฝนลมปราณ เพราะชีพจรสามัญนั้นอ่อนแอเกินกว่าจะรองรับพลังงานธรรมชาติได้



         ส่วนอีกหนึ่งในสิบส่วนที่เป็นเพียงประชากรส่วนน้อยเท่านั้น ที่จะมีชีพจรที่แข็งแกร่งพอที่จะรองรับพลังธรรมชาติได้ ซึ่งทุกคนที่เกิดในเเผ่นดินนภาครามที่มีอายุตั้งแต่หกขวบปีขึ้นไป จะได้รับการตรวจสอบจุดชีพจรลมปราณแทบจะทุกคน เพื่อที่จะวัดระดับความสามารถของคนนั้นๆ ว่าจะมีชีวิตที่รุ่งโรจน์หรือเป็นเพียงคนทั่วไป



         สิบปีก่อนหน้านี้เป็นช่วงเวลาที่ตระกูลเย่นั้นจะพาเหล่าคนรุ่นเยาว์ที่มีอายุครบหกขวบเข้าตรวจสอบจุดชีพจรเช่นทุกปี ในปีนี้เองที่เย่เทียนหลงนั้นมีอายุครบหกขวบปีพอดิบพอดี ด้วยความที่เย่เทียนหลงนั้นเป็นเด็กที่ฉลาดเฉลียวมากคนหนึ่ง อาจจะเรียกได้ว่าอัจฉริยะตัวน้อยเลยก็ว่าได้ มันนั้นเป็นเด็กที่ขยันหมั่นเพียรและใฝ่รู้ แถมยังเป็นเด็กชายที่อ่อนโยนและใสซื่อเชื่อฟังคำสั่งสอนของมารดาเป็นอย่างดี ทำให้มันนั้นเป็นที่รักของทุกคนไม่เว้นแม้แต่บ่าวไพร่ และด้วยความที่มันเป็นบุตรชายคนแรกของเย่เทียนหมิงที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของตระกูลเย่ ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้นำตระกูลและเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลเย่ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นว่าที่ผู้นำตระกูลและเรียนรู้ภาระหน้าที่ของผู้นำเป็นเวลาสิบห้าปี



         ด้วยเหตุทั้งหมดนี้ทำให้เด็กชายคนนี้เป็นที่คาตหวังเป็นอย่างมาก ว่าเขาจะต้องมีพรสวรรค์ที่จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้อย่างแน่นอน ซึ่งเด็กชายเองก็ไม่ได้ทำให้ทุกคนผิดหวัง ทันทีที่มันสัมผัสกับลูกแก้วตรวจสอบจุดชีพจร ลมปรานไร้สภาพก็ไหลเข้าไปในร่างของเด็กน้อยอย่างช้าๆ ก่อนที่มันจะไหลกลับไปที่ลูกแก้วใสขนาดหนึ่งฟุต ก่อนที่จะปรากฏเป็นแสงสีเขียวมรกตเปล่งออกมาอย่างเจิดจ้า



         ต้องทราบก่อนว่าลูกแก้วทดสอบจุดชีพจรลมปราณในทวีปนภาครามนั้นสามารถตรวจสอบระดับพรสวรรค์ของผู้ที่จะฝึกฝนลมปราณได้ห้าสีตามระดับของชีพจรลมปราณได้แก่



         ไร้สี คือการที่ชีพจรลมปราณของผู้เข้ารับการทดสอบนั้นเป็นเพียงจุดชีพจรสามัญ หรือก็คือเป็นชีพจรโดยทั่วไป ที่ต่อให้คนผู้นั้นฝึกฝนลมปราณได้ในอนาคต ก็จะพัฒนาได้อย่างเชื่องช้า เต็มที่ก็ทำได้แค่ฝึกปรือพลังวัตได้เพียงแค่เท่ากับปริมาณระยะเวลาที่ฝึกฝน ไม่อาจจะรองรับโอสถหรือพลังธรมชาติที่เข้มข้นได้ กล่าวคือหากผู้มีชีพจรวิญญาณสามัญ ต่อให้ใช้เวลาฝึกฝนแบบไม่หลับไม่นอนไปอีกสิบปี ก็จะมีพลังวัตเพิ่มขึ้นเพียงแค่สิบปีเท่านั้น



         สีแดง คือการที่จุดชีพจรลมปราณของผู้ฝึกฝนนั้นมีจุดชีพจรวิญญาณมนุษย์ หรือก็คือผู้ที่มีจุดชีพจรเข้มแข็งพอที่จะรองรับพลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติได้ และยิ่งสีของแสงนั้นเข้มข้นขึ้นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งบ่งบอกได้ว่าจุดชีพจรของผู้ที่เข้ารับการทดสอบแข็งแกร่งมากเท่านั้น



          กล่าวคือในระดับชีพจรวิญญาณมนุษย์นั้น ยิ่งแสงที่เปล่งออกมาจากลูกแก้วตรวจสอบสว่างและเข้มมากเท่าไหร่ ระดับของพรสวรรค์ก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งระดับพรสวรรค์ของระดับชีพจรวิญญาณมนุษย์นั้นสามารถมีได้มากที่สุดถึงสีแดงเลือด หรือก็คือระดับชีพจรที่แข็งแกร่งกว่าชีพจรวิญญาณสามัญมากถึงสิบเท่า!



          เท่ากับว่าหากผู้ที่เข้ารับการตรวจสอบแล้วมีแสงสีแดงปรากฏออกมา มีโอกาศที่จะฝึกฝนวรยุทธ์ได้อย่างแน่นอน ซึ่งเหล่าผู้ฝึกยุทธ์แทบจะทั้งแผ่นดินล้วนมีชีพจรวิญญาณมนุษย์ไม่เกินระดับห้าเท่านั้น หรือก็คือความเร็วในการฝึกฝนสามารถเร่งความเร็วได้มากกว่าเวลาที่ฝึกได้ถึงห้าเท่า



         ส่วนผู้ที่มีพรสวรรค์เกินกว่าระดับจุดชีพจรวิญญาณมนุษย์ขั้นห้าขึ้นไปล้วนแล้วแต่เป็นผู้แข็งแกร่งในเเผ่นดินนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นยอดยุทธ์เลื่องชื่อ เจ้าสำนักผู้โด่งดัง ผู้คุ้มกันที่แข็งแกร่ง หรือแม้แต่ทหารนายกองที่มีชื่อเสียง ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับของจุดชีพจรวิญญาณขั้นหกขึ้นไปทั้งสิ้น



         ส่วนเย่เทียนหมิงบิดาของเย่เทียนหลงนั้น มีระดับพรสวรรค์ที่สูงที่สุดในอาณาจักรเมฆาครามคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะจุดชีพจรวิญญาณของเขานั้นเป็นจุดชีพจรวิญญาณมนุษย์ระดับสิบ ซึ่งเทียบเท่ากับองค์จักรพรรดิองค์ปัจจุบัน ทำให้แม้จะมีอายุเพียงแค่สี่สิบเศษ แต่ระดับพลังวัตของเขาในปัจจุบันมีมากถึงสองร้อยปีเลยทีเดียว ทำให้เขากลายเป็นความหวังอันยิ่งใหญ่ของเย่ทั้งตระกูล และเป็นกำลังสำคัญของอาณาจักรเมฆาคราม






         สีเขียว เช่นเดียวกันกับที่เทียนหลงมีนั้นก็คือแสงที่บ่งบอกว่าผู้ที่ได้รับการทดสอบมีจุดชีพจรวิญญาณธรรมชาติ ซึ่งหากผู้ใดมีมันอยู่กับร่างกาย ก็คือผู้ที่มีพรสวรรค์ที่สูงล้ำเป็นอย่างมาก เพราะยิ่งความเข้มของแสงที่ถูกปลดปล่อยออกมามีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีพรสวรรค์มากขึ้นเท่านั้น



         และในระดับชั้นสีเขียวนี้หากมีแสงสีมรกตเขมเช่นเดียวกับเทียนหลงแล้วล่ะก็ เท่ากับว่าความเร็วของการฝึกฝนนั้นจะมีได้มากกว่าจุดชีพจรวิญญาณมากถึงหนึ่งร้อยเท่า ทั้งในชั้นของจุดชีพจรวิญญาณธรรมชาตินี้ ยังมีความพิเศษกว่าจุดชีพจรวิญญาณมนุษย์และจุดชีพจรวิญญาณสามัญอยู่ก็คือ ในชั้นของผู้ที่มีจุดชีพจรวิญญาณธรรมชาตินี้นั้น ร่างกายของมันจะเปิดรับพลังงานธรรมชาติอยู่ตลอดเวลา เพราะด้วยจุดชีพจรชนิดนี้มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก และเหมือนกับพรวิเศษที่ได้รับมอบมาจากทวยเทพก็ว่าได้ เพราะมันสามารถดูดซับพลังธรรมชาติได้ด้วยตัวเอง



          ซึ่งความเร็วก็ขึ้นอยู่กับระดับของจุดชีพจร ยิ่งขั้นสูงก็ยิ่งมีความเร็วมากขึ้นตามไปด้วย อย่างจุดชีพจรของเทียนหลงนั้นต่อให้มันเป็นคนที่เกียจคร้านมิยอมฝึกฝนเลยตลอดชีวิต พลังวัตของมันก็จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของผู้ที่มีจุดชีพจรวิญญาณสามัญที่ฝึกฝนอยู่ตลอดเวลา หรือจะพูดง่ายๆ ต่อให้ไม่ทำอะไรเลยพลังวัตของเทียนหลงก็จะเพิ่มขึ้นสองปีในทุกๆ ปีที่ผ่านไป...





.....................


:-)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.082K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

757 ความคิดเห็น

  1. #624 ประภาส (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 11:13

    โดยไว ไม่ใช่ โดยวัย

    #624
    0
  2. #421 abeja2 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 23:48

    ขอบคุณครับ

    #421
    1
    • #421-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 1)
      21 มีนาคม 2562 / 19:43
      *--------*
      #421-1
  3. #251 kimurakung (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 00:37
    บทนำน่าสนใจ มาแปลกแหวกแนวดีครับ
    #251
    0
  4. #198 0831775128 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 00:21
    สนุกครับน่าติดตาม
    #198
    0
  5. #168 สุรพงษ์ บุรานนท์ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 06:49

    ถูกใจมากครับ เดินเรื่องดีมากครับน่าติดตามและที่ได้ใจมากๆคือยาวจุใจครับ ขอบคุณครัยที่แต่งนิยายสนุกๆมาให้อ่านครับ

    #168
    1
    • #168-1 iPRECHA(จากตอนที่ 1)
      17 พฤษภาคม 2561 / 11:47
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะ
      #168-1
  6. #149 mmaxza001 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 13:19

    ขขอบคุณมากครับ อ่านสนุกมันดีแถมย้าวยาววววววว

    #149
    0
  7. #144 เกด (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 20:26

    สนุกดีค่ะ แต่ก็เศร้าตรงแม่ต้องจากลูกนานมาก

    #144
    0
  8. #115 PWFK27 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 11:57
    เศร้าจังตอนนี้
    #115
    0
  9. #110 newandnew001 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 20:41
    ทำไมเศร้าจัง
    #110
    0
  10. #79 kamol1122 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 23:37
    สนุกดีครับ
    #79
    0
  11. #73 Nekozilla (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 21:40
    รี?แก้ไขเนื้อเรื่อง?คำผิด? ช่างเถอะ งั้นก็รอไปเรื่อยๆแล้วกัน
    #73
    0
  12. #72 CadiooS R McaW (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 20:03
    มีพร้อม นิดหน่อย
    #72
    0
  13. #71 Lucky_777 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 17:14
    สู้คับ
    #71
    0
  14. #27 Lucky_777 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 11:34
    เม้นเเล้ว
    #27
    0
  15. #8 KuhakuX (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 20:01
    น่าสนใจ
    #8
    0
  16. #2 toooootooooo2 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 11:08
    เอาอีกๆ
    #2
    0