Hell-o (Minkyung x Yebin)

ตอนที่ 8 : CHAPTER 7: WHICKED

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ต.ค. 60

คังเยบินค่อยลืมตาขึ้นช้าๆและหยิบโทรศัพท์สุดที่รักมาดูเวลา เธอบิดขี้เกียจเล็กน้อยและหันไปที่โซฟาที่น่าจะมีร่างสูงๆของใครบางคนนอนแหมะอยู่แต่มันกลับว่างเปล่า เยบินหงอยลงในทันทีเพราะคิดว่าคนตัวสูงกลับไปเสียแล้ว เธอลุกขึ้นและเดินไปเปิดประตูเพื่อออกจากห้องนอนเมื่อประตูถูกเปิดกลิ่นอาหารก็โชยเข้ามาทันทีเยบินชะเง้อมองไปที่ครัวก็พบคนตัวสูงกำลังง่วนอยู่กับหม้อที่มีของเหลวสีแดงเดือดปุดๆกับกระทะเปล่าที่ตั้งไฟเอาไว้ คังเยบินยิ้มทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า มินคยองหันมาพอดี

อ้าว ตื่นแล้วหรอ แปปนึงนะจะเสร็จแล้ว นั่งรอบนโต๊ะเลย มินคยองพูดพลางเทไข่ที่ตีแล้วลงบนกระทะที่ตั้งไฟไว้ก่อนหน้านั้น

มีอะไรให้ฉันช่วยไหม เยบินยืนมองมินคยองที่กำลังง่วนกับการคนซุปกิมจิ

วันนี้คุณหนูคังเยบินนั่งรอที่โต๊ะอย่างเดียวเถอะค่ะ เดี๋ยวดิฉันจัดการเอง…..จะว่าไปก็มีเรื่องให้ช่วยเรื่องนึง  มินคยองตักซุปกิมจิมาช้อนนึงและเป่า

เอ้า ช่วยชิมหน่อย มินคยองป้อนซุปกิมจิให้เยบิน

อื้อ ใช้ได้แล้ว มินคยองยิ้มและหันไปแกะชีสออกจากห่อเพื่อใส่ในไข่ม้วนที่เธอกำลังแคะมันออกจากกระทะอย่างง่ายดาย

เธอนี่ทำอาหารเก่งจังนะ เยบินมองอย่างประหลาดใจ

แม่ฉันสอนน่ะ มินคยองตอบด้วยสีหน้าที่เศร้าลงเล็กน้อย

ไม่สบายใจจะเล่าก็ไม่ต้องเล่านะ เยบินเอามือแตะไหล่คนตัวสูงเบาๆ

ขอบใจนะ ยกแกงไปตั้งแล้วตักข้าวให้ทีสิจะได้กินข้าวกัน มินคยองเทไข่ที่ตีแล้วลงกระทะเป็นรอบที่สามเยบินเดินไปตักข้าวใส่ชามและจัดเรียงโต๊ะอาหารให้เรียบร้อย ไม่นานนักมินคยองก็ยกจานใส่ไข่ม้วนมาสองจานและวางลงตรงที่เยบินวางชามข้าวเอาไว้ เธอเลื่อนเก้าอี้ให้เยบินนั่งก่อนที่จะถอดผ้ากันเปื้อนและนั่งลงตรงใกล้ๆกัน เยบินเริ่มกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย นานแล้วที่เธอไม่ได้กินอาหารทำเองที่บ้านแบบนี้ ส่วนใหญ่เธอมักจะออกไปกินที่ร้านอาหารหรือสั่งมากินเสียมากกว่า มินคยองยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นและเริ่มจัดการกับมื้อเช้าตรงหน้าบ้าง เมื่อทั้งสองอิ่มแล้วมินคยองลุกขึ้นเตรียมจะเก็บจานแต่เยบินอาสาทำเอง

เดี๋ยวก็ไปเรียนไม่ทันหรอกฉันทำเอง มินคยองพยายามแย่งถ้วยมาจากมือเยบิน

วันนี้ไม่มีเรียนซะหน่อย เธอทำให้ฉันกินแล้วฉันก็ต้องช่วยล้าง เอามานี่ เยบินยังคงดึงแรงไม่ตกมินคยองจึงเตรียมจะใช้พลังแต่เมื่อเยบินเห็นอย่างนั้นแล้วเธอจึงรีบดึงอย่างสุดพลังและวางถ้วยลงตรงอ่างล้างชามและกอดมินคยองไว้แน่นทันที

ฮ่าฮ่า แค่นี้เธอก็ใช้พลังไม่ได้แล้ว คังเยบินยิ้มอย่างผู้ชนะ

เอ่อ…………..” มินคยองก้มหน้ามองเยบินที่กำลังกอดเธออยู่ เยบินนึกขึ้นได้และรีบผละออกทันที

เรามาช่วยกันก็แล้วกันเนอะ มินคยองชิงพูดก่อนและเริ่มหยิบภาชนะบนโต๊ะมาวางไว้ตรงอ่างล้างจาน เยบินพยักหน้าสองสามทีและเดินไปหยิบฟองน้ำมาบีบน้ำยาล้างจานใส่

วันนี้ไม่มีเรียนหรอ แล้วจะไปไหนไหม มินคยองพูดพลางหยิบภาชนะส่งให้เยบิน

ไปไหนดีน้า เธออยากไปไหนล่ะ เยบินถูฟองน้ำลงบนภาชนะสองสามทีและโยนแหมะลงอ่างล้างจานอีกช่อง

ฉันจะไปเยี่ยมคุณแม่ เธอจะไปด้วยหรอ

ก็ไปสิ ฉันนึกว่าแม่เธอ เอ่อ…..”

แม่ฉันอยู่บนนู้นนั่นแหละ มินคยองชี้ไปที่ท้องฟ้า แต่วันนี้ศุกร์13น่ะ แม่เลยลงมาได้ มินคยองยื่นภาชนะให้เยบินอีกอัน

ห้ะเยบินทำหน้าอย่างไม่เชื่อ

นี่ขนาดเธอยืนอยู่ข้างๆยมทูตนี่ยังไม่เชื่ออีกหรอ มินคยองดีดนิ้วหนึ่งก่อนที่จานชามทั้งหมดเมื่อกี้จะเรียงเป็นระเบียบในพริบตาเดียว

เอ้า ทำไมปล่อยให้ฉันล้างมาตั้งนาน เยบินยืนเท้าสะเอวและขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด

ก็เห็นเธออยากล้างอ่ะ มินคยองหัวเราะนิดๆ

งั้นวันนี้เธอห้ามใช้พลังแล้ว เยบินกอดอก

เยบิน แม่ฉันอยู่ตั้งชุนชอนนะ

แล้วไง ก็นั่งรถไฟไปสิ

เห้อก็ได้ ยื่นแขนมา เยบินยื่นแขนให้มินคยองอย่างง่ายดาย แสงสีฟ้าส่องสว่างใต้พื้นที่ทั้งสองยืนอยู่และไหลเข้าไปที่ตรงรอยพันธสัญญาของเยบิน

ตอนนี้ฉันก็ใช้พลังไม่ได้แล้ว แต่เธอ จะมีพลังแทนฉันจนถึงเที่ยงคืนของวัน

อ่าว แล้วแบบนี้ฉันก็ทำอะไรได้เหมือนเธอน่ะสิ เย้ เยบินยิ้มและพลิกมือไปมา

เธอคิดว่ามันจะง่ายแบบนั้นเลยเรอะเด็กน้อยมินคยองกอดอกยิ้มมุมปาก

เดี๋ยวจะโชว์ให้ดู เยบินเหยียดมือตรงและเกร็งจนสั่นทำเอามินคยองถึงกับต้องเอามือปิดปากกลั้นขำเอาไว้

เอ้า ทำไมไม่เห็นได้เลยอ่ะ เยบินมองที่ฝ่ามืออย่างงงๆ

ก็เธอไม่เคยฝึกการใช้พลังหนิ แล้วจะรู้ได้ไงว่าวิธีดึงพลังออกมาใช้ต้องทำยังไง

โถ่ คิดว่าจะแอบหายตัวไปก่อนแล้วปล่อยให้เธอนั่งรถไฟแท้ๆเลย เยบินยู่ปากและกระทืบเท้าอย่างน่ารัก

เขาถึงเรียกว่ากรรมตามทันไงคังเยบิน เอาล่ะ ไปอาบน้ำเถอะ มินคยองหมุนตัวเยบินและผลักหลังให้เยบินเดินไปอาบน้ำ คังเยบินจิ๊ปากและยอมเดินไปแต่โดยดี ในระหว่างที่เธออาบน้ำเธอก็พยายามลองเปลี่ยนท่าต่างๆในการดึงพลังแบบมินคยองออกมา แต่เปล่าประโยชน์ เธอถอดใจและออกจากห้องน้ำไปแต่งตัวใช้เวลาไม่นานนักคังเยบินก็พร้อมออกจากบ้าน

เอ้า ไปกันเถอะ มินคยองคว้ามือเยบินมาจับแบบเนียนๆแต่เยบินก็ไม่ได้ติดใจอะไรและเดินตามมินคยองไปแต่โดยดี เธอเดินไปถึงประตูบ้านและชะงักไปนิดนึงก่อนที่จะรีบกลับขี้นไปที่ห้องนอนและหยิบกล้องตัวโปรดของเธอมาด้วย

ไม่ลืมอะไรแล้วใช่ไหม งั้นไปกันเถอะ คราวนี้กลับเป็นเยบินที่คว้ามือมินคยองทันทีที่ร่างสูงพูดจบและจูงมินคยองเดินนำไป ระหว่างทางเยบินจ้องมือถือเป็นระยะๆตลอดทางเพื่อศึกษาวิธีการเดินทางจนในที่สุดพวกเธอก็มานั่งแหมะอยู่บนรถไฟที่มีจุดหมายไปที่ชุนชอน มินคยองตาปรือและเริ่มสัปหงกผลมาจากการที่เธอตื่นแต่เช้ามาทำอาหารนั่นแหละ

เอ้าๆ โยกเยกไปมาอยู่นั่นแหละ มินคยองจับหัวคนนั่งข้างๆโยกไปมา

นี่ ฉันแก่กว่าเธอนะ อย่าเล่นหัวสิ มินคยองพูดไม่ทันขาดคำก็สัปหงกไปอีกครั้ง

นี่ง่วงหรือจะตายเนี่ย มานี่มา เอาหัวลงมานอนดีๆ เยบินเอามือตบหน้าตักสองสามที มินคยองมองอย่างไม่เข้าใจนักแต่ไม่ทันที่เธอจะได้ถามอะไรคังเยบินก็กดไหล่ของเธอจนเธอเซเอาหัวไปหนุนตักของคนตัวเล็กทันที มินคยองง่วงเกินกว่าจะขยับแล้วเธอค่อยๆหลับตาเข้าสู่ห้วงนิทราทันที ระหว่างทางเยบินก็เก็บภาพต่างๆจากริมหน้าต่างรวมไปถึงภาพตอนนอนของคุณยมทูตตัวสูงด้วย ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆพวกเธอก็ถึงที่หมาย เยบินเขย่ามินคยองให้ตื่นและลากคนตัวสูงให้ลงจากรถไฟ ทั้งสองยืนอยู่หน้าทางออกสถานีโดยมีมินคยองพยายามควานหาอะไรอยู่นานสองนานในกระเป๋าคลัชสีดำเช้มของเธอ

หาอะไรอยู่เนี่ย เยบินชะเง้อมองในกระเป๋า

กุญแจรถอ่ะ ไม่รู้อยู่ไหน มินคยองยังไม่ละความพยายามและล้วงหากุญแจรถของเธอต่อไป

เอ้า ละรถอยู่ไหน เยบินมองซ้ายมองขวาไม่เห็นจะมีรถจอดสักคัน

อยู่กับกุญแจ เยบินยิ่งทำหน้างงเข้าไปใหญ่เมื่อฟังมินคยองพูดจบ มินคยองเบิกตาขึ้นเมื่อเธอหยิบวัตถุบางอย่างในกระเป๋าได้ เธอหยิบมันออกมาและยิ้มกว้างอย่างดีใจและหุบยิ้มแทบในจะทันทีเมื่อนึกอะไรออก

แต่ฉันใช้พลังไม่ได้นี่หว่า บ้าเอ้ย!” มินคยองกำลังจะโยนกุญแจทิ้งไปแต่ก็ยั้งไว้และค่อยๆลดมือลงเก็บกุญแจไว้ในกระเป๋าเหมือนเดิมและหันไปคุยกับเยบิน

ออกกำลังกายบ่อยไหม

ห้ะ

.

.

.

เยบินหอบจนแทบจะคลานขึ้นเขาสูงอยู่แล้ว เธอไม่คิดเลยว่าจะต้องมาปีนเขาในวันหยุดแบบนี้

นี่ จะถึงยังเนี่ย เยบินถามมินคยองที่กำลังลากเธอขึ้นเขาไปอย่างทุลักทุเล

จะถึงแล้ว อีกแค่นิดเดียว ทนหน่อยเยบิน มินคยองหอบไม่แพ้กัน ในที่สุดพวกเธอก็มาถึงจนได้ ข้างบนนี้มองเห็นได้วิวทิวทัศน์ได้ทั้งเมืองเลย เยบินไม่รอช้าหยิบกล้องขึ้นมาเก็บภาพเอาไว้ ส่วนมินคยองค่อยๆเดินเข้าไปที่กองหินกองนึงที่อยู่ใกล้ๆหน้าผาและวางดอกไม้ที่แวะเก็บตรงตีนเขาไว้ที่กองหินพวกนั้น เธอนั่งยองๆและมองหินพวกนั้น เยบินหันไปเห็นดังนั้นก็เดินไปนั่งลงข้างๆคนตัวสูง ไม่นานนักสิ่งที่น่าอัศจรรย์ก็เกิดขึ้นใบไม้แห้งปลิวมารวมตัวกันเป็นหญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่งที่มียิ้มแบบเดียวกับมินคยอง

 “แม่!” มินคยองวิ่งเข้าใส่คนตรงหน้าและสวมกอดในทันที

เจ้าตัวยุ่งของแม่ แม่ของมินคยองกอดตอบและตบหลังลูกสาวสองสามที

แม่เป็นยังไงบ้าง มินคยองทำสายตาตื่นเต้น

ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ แล้วนี่….หนูเยบินใช่ไหม หญิงสาวหันมาหาคังเยบิน เธอดูเหมือนมินคยองไม่มีผิดเลย ด้วยความอ่อนเยาว์ของเธอนั้นเมื่อมองแล้วดูจะเป็นพี่สาวของมินคยองเสียมากกว่า

ค่ะ สวัสดีค่ะ เยบินโค้งเล็กน้อย แม่ของมินคยองยิ้มตอบ

เอ้า แม่รู้จักเยบินได้ไงอ่ะ มินคยองเกาหัว

หนูนายองเล่าให้ฟังหมดแล้ว ขอโทษด้วยนะจ๊ะที่ลูกฉันไปสร้างปัญหาให้หนู หญิงสาวลูบหัวเด็กสาวตรงหน้า

หนูไม่ได้ไปสร้างปัญหาให้ซะหน่อย หนูช่วยเขาต่างหาก มินคยองยู่ปากเป็นเด็กๆ

แล้วถามเขาไหมล่ะ เดี๋ยวเถอะ แม่ยังไม่ได้เคลียร์เรื่องนี้เลยนะ มินคยองเอามือถูแขนอย่างกลัวๆ ทั้งสองนั่งคุยกันอย่างออกอรรถรสจนตะวันเริ่มลับขอบฟ้า มินคยองกอดแม่เพื่อเป็นการบอกลา

ระวังตัวไว้นะลูก ตอนนี้หนูไม่ได้แค่ต้องดูแลตัวเองแต่ต้องดูแลอีกคนที่หนูดึงเข้ามาในชีวิตด้วยนะลูก แม่ลูบผมมินคยองเบาๆ

หนูรู้ค่ะแม่ แม่ก็ดูแลตัวเองดีๆนะคะ มินคยองผละจากอ้อมกอดและโบกมือลาแม่ที่หายไปพร้อมกับพายุใบไม้แห้งที่ก่อตัวขึ้น มินคยองหมุนตัวเดินกลับไปที่ทางลงเขาโดยที่จูงมือเยบินเดินไปด้วย

ทำไมเธอถึงไปเจอแม่บนสวรรค์ไม่ได้ล่ะ เยบินถามอย่างสงสัย

คุณแม่ไม่ได้อยู่บนสวรรค์หรอก แต่อยู่ในโลกของคนตายที่เป็นโลกว่างเปล่าที่พวกนางฟ้าเป็นคนดูแลน่ะ ที่นั่นน่ะ ไม่มีใครเขาไปได้หรอกนอกจากนางฟ้ายศสูงๆอย่างนายอง เพราะมันเป็นเขตพิเศษสำหรับคนฆ่าตัวตาย มินคยองเล่าพลางทอดสายตาไปบนท้องฟ้า

แม่กับคุณพ่อน่ะทะเลาะกันเป็นประจำเลย จนวันนึงคุณแม่ทนไม่ไหวพาฉันหนีลงมาที่นี่ แต่อยู่ได้ไม่นานคุณพ่อก็ตามเจอวันนั้นคุณแม่เลยตัดสินใจฆ่าตัวตาย……โดดจากหน้าผานี่แบบเธอที่จะโดดตึกนั่นวันนั้นนั่นแหละ…..แต่ต่างกันที่ฉันช่วยแม่ไว้ไม่ได้แต่ฉันช่วยเธอได้ มินคยองหันมามองหน้าเยบินอย่างเศร้าๆ

ตอนนั้นฉันถึงไม่ลังเลที่จะเข้าไปช่วยเธอเลย มินคยองเอาผมเยบินทัดหู ร่างสูงก้มตัวเตรียมจะประทับริมฝีปากแต่ก็มีเสียงหนึ่งมาขัดจังหวะซะก่อน

แหมๆ หวานจนจะอ้วกเลยนะ ยูฮาที่พิงต้นไม้อยู่เดินมาปะทะคนทั้งสอง

ขอเถอะยูฮา แค่วันนี้เราแยกย้ายกันไปไม่ได้หรอ มินคยองเอาตัวกันเยบินไว้

ใจเย็นๆสิคุณพี่สาว ฉันยังไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย แค่ผ่านมาเฉยๆเอง ยูฮายักไหล่

งั้นก็ดี ขอตัวก่อนแล้วกัน มินคยองหันหลังเดินกลับไปที่ทางเดิน

“…ซะเมื่อไหร่ แสงสีม่วงถูกยิงมาอย่างรวดเร็วจนมินคยองหลบไม่ทัน มันวิ่งทะลุผ่านไหล่ขวาของร่างสูงไปอย่างรุนแรงทำให้มินคยองกระเด็นตกผาไป

มินคยอง!!!!!!” เยบินกระโดดตามไปและกอดคนตัวสูงไว้แน่นและพยายามเค้นพลังออกมาแต่มันไม่ออกสักที

โธ่เอ้ยยยยยยยยยย ไปสิวะ เธอได้ยินเสียงแผ่วๆจากมินคยองที่โชกไปด้วยเลือด

ทำใจ….ให้ว่าง….แล้วนึกถึง….ที่ปลอดภัย เยบินทำตามที่มินคยองบอก เธอหลับตาปี๋ พยายามไม่คิดว่าตัวเองจะดิ่งลงพื้นในอีกสิบวินาทีและนึกถึงบ้านของเธอ แสงสีฟ้าปกคลุมคนทั้งสองเอาไว้เพียงเสี้ยววินาทีเดียวทั้งสองคนก็ตกลงมาบนเตียงในห้องนอนของเยบิน เยบินรีบพลิกตัวมินคยองทันทีเพื่อดูบาดแผล และเธอก็พบว่ามันใหญ่มากจนไม่น่าจะรักษาให้หายได้ด้วยการปฐมพยาบาลแต่ถ้าเธอใช้พลังล่ะ เยบินสูดหายใจเข้าลึกหนึ่งทีเพื่อทำใจให้ว่างอีกครั้งและวางมือไปบนแผลเหวอะของมินคยอง แผลค่อยๆสมานขึ้นช้าๆ เธอหันไปดูนาฬิกาอีกสิบวินาทีจะเที่ยงคืนแล้วเธอเลยเกร็งแขนเผื่อว่าพลังมันจะเพิ่มขึ้นบ้างแต่ก็ไม่เป็นผลแผลยังค่อยๆสมานช้าๆ เยบินใช้พลังจนถึงวินาทีสุดท้ายจนแผลปิดเกือบสนิทแต่ยังมีรอยอยู่นิดนึง เธอสลบไปข้างๆมินคยองทันทีหลังจากหมดพลัง







ปล.ยาวเว่อๆ ชดเชยให้ที่หายไปนาน ฮือ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #13 atmosphere (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 16:25
    แฟนตาซีเพิ่มไปอีกกกกกกก

    ยูยูทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วยเนี่ย

    มินกยองต้องไม่เป็นอะไรรร
    #13
    0