สาบานรักแห่งอดีต (Fic ปรมาจารย์ลัทธิมาร เว่ยอิงxหลานจ้าน)

ตอนที่ 10 : chapter. 8 แค่เพื่อนกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 449
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    6 ก.ย. 62

วันแต่งงานของเว่ยอิง

วั่งจีและซีเฉินได้เดินทางไปยังงานแต่งของเว่ยอิง เมื่อไปถึงงานคนที่ดูจะมีความสุขและยินดีให้กับความรักครั้งนี้ ก็คงมีแต่ซีเฉินส่วนวั่งจีก็ไม่ต่างจากเดิม ทำสีหน้าปกติไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรออกมา ทางเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวไม่ได้ออกมารับแขกด้วยตัวเอง เพราะยังคงแต่งตัวกันอยู่

“วั่งจี เจ้าไปหาที่นั่งพักผ่อนก่อนเถอะ” ซีเฉินพูดออกมาเมื่อเห็นวั่งจีมีอาการแปลกไปจากทุกวัน ถึงแม้ว่าคนอื่นๆจะไม่ได้เห็นท่าทีแปลกปลอมอะไร

วั่งจีไม่ตอบอะไรกลับไป เพียงแต่เดินหาจุดนั่งพักตามที่ซีเฉินบอก บรรยากาศในงานทั้งเลิษหรู ดูดี สถานที่ถูกต้องแต่งด้วยของประดับสีสันต่างๆสวยงาม ทำให้คนที่มองรู้สึกผ่อนคลาย แต่คงไม่ใช่กับวั่งจีเพราะงานนี้ เป็นงานของคนที่ตนรักกับอีกคนนึงที่ไม่ใช่เขา เขาควรยินดีให้กับเว่ยอิงแต่ยังไงในใจของเขามันก็มืดมัว ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่สามารถยอมรับได้

“หลานจ้าน!!” เสียงเว่ยอิงดึงสติของคนที่นั่งเหม่อลอยอยู่ที่โต๊ะ

“ข้าดูเป็นไงมั่ง” เว่ยอิงพูดพร้อมกับหมุนตัวไปรอบๆเพื่อให้คนตรงหน้าได้ดู

“ก็ดูดี” วั่งจีตอบเพียงสั้นๆ ถึงแม้ในใจของเขาจะอยากบอกมากกว่านี้

“ขอบใจ เจ้าเองก็ดูดี” เว่ยอิงพูดด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม

“เว่ยอู๋เซี่ยน! เจ้าควรมายืนรับแขกสิ ไม่ใช่ไปวิ่งเล่นเป็นเด็ก” เจียงเฉิงเรียกน้ำเสียงดุ ทั้งๆที่เป็นน้อง แต่กลับทำตัวไม่ต่างจากแม่

“หึๆ อาเฉิงเจ้าอย่าดุอาเซี่ยนเลย เขาคงตื่นเต้นกับงานแต่ง ตอนที่ข้าแต่งข้าเองก็ตื่นเต้นเหมือนกัน” เจียงเยี่ยนหลีพูดห้ามปรามน้องชายทั้งสอง

ตอนนี้แขกในงานก็มากันเยอะแล้ว หากมีเรื่องทะเลาะกันงานนี้คงจบไม่สวยแน่ๆ ระหว่างที่สามพี่น้องกำลังยืนกึ่งคุยกึ่งทะเลาะกันอยู่ วั่งจีก็ยืนมองดูอยู่ห่างๆ แค่เขาเห็นสายตาของเว่ยอิงก็รู้ ว่าการแต่งงานครั้งนี้มันทำให้เว่ยอิงมีความสุข ตัวเขาซึ่งเป็นเพื่อนควรยินดีให้กับเว่ยอิงสิ

“วั่งจี เราเข้างานกันเถอะ อีกไม่นานงานก็จะเริ่มแล้ว” ซีเฉินเดินมาตามคนน้องที่นั่งรออยู่ด้านหน้างาน

วั่งจีไม่ตอบอะไรก็เดินตามเข้างานไปอย่างเงียบๆ เข้าไปได้ไม่นาน งานก็เริ่มขึ้น เจ้าบ่าวเจ้าสาวเดินเคียงข้างกันเข้ามาด้วยสีหน้าที่มีความสุข ไม่ว่าจะเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวก็ดูดีทั้งคู่ งานดำเนินผ่าาไปอย่างราบรื่นไม่ติดขัดอะไร ไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นระหว่างงาน พอเสร็จพิธีและทักทายแขกเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องส่งคู่บ่าวสาวเขาห้องหอ จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับ ซีเฉินแยกตัวกลับไปที่บริษัทเพื่อเคลียงานที่เหลือ ส่วนวั่งจีเขายังอยู่ที่งาน รอส่งตัวคู่บ่าวสาว

“หลานจ้าน!!” เสียงใสของเว่ยอิงตะโกนเรียกก่อนจะจูงมือเจ้าสาวของตนให้เดินมาหาวั่งจี

“นี่ เหมียนเหมียน ข้าอยากให้พวกเจ้ารู้จักกันไว้น่ะ” เว่ยอิงแนะนำคนรักให้วั่งจีรู้จัก

เหมียนเหมียนหน้าตาน่ารัก น่าเอ็นดู ก็คู่ควรกับเว่ยอิง แต่หารู้ไหมว่าคนตรงหน้ากำลังเจ็บในใจขนาดไหน ที่ตนไม่ใช่คนที่จะอยู่เคียงข้างกับเว่ยอิง แต่ก็คงทำได้แค่เก็บไว้ในใจ หลังจากนั้นก็ถึงเวลาส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ วั่งจีทำได้แค่ยืนมองและยินดีกับคู่รักคู่ใหม่ เขาได้แต่หวังว่าจะเลิกรักเว่ยอิง และลืมๆเรื่องที่ผ่านมา ลืมความรู้สึกที่เคยมีไป

วันต่อมา วั่งจีออกมาทำงานได้ปกติ แต่งานของเขาน้อยลงเยอะเลย ช่วงที่นอนโรงพยาบาลหลังจากที่คุยกับเว่ยอิง เขาก็เปลี่ยนไป กะจิตกะใจทำงานมันหายไปเยอะเลย หลังจากออกมาซีเฉินก็รับงานไปทำเองเกือบทั้งหมด เขาไม่รู้หรอกว่าน้องชายของเขาเป็นอะไร แต่เขามั่นใจว่ายังไงน้องชายของตนก็ไม่สามารถทำงานต่อได้อย่างแน่นอน

ช่วงบ่ายวั่งจีเห็นว่าตัวเขาไม่ค่อยมีงานอะไร จึงเลือกที่จะออกไปเดินเล่นและมันก็บังเอิญมากๆ ที่เขาเจอกับเว่ยอิง แค่เว่ยอิงคนเดียว ตามปกติแล้วคนที่แต่งงานแล้วส่วนใหญ่จะไปไหนมาไหนกับคู่รัก แต่เว่ยอิงกลับมาคนเดียว

“อ๊ะ! หลานจ้าน” เว่ยอิงที่เพิ่งจะละสายตาจากของบนชั้นวางของขายทักทายขึ้น

“มาคนเดียวหรอ” วั่งจีถาม

“อืม ข้าแอบออกมาน่ะ อึกอัดมากๆเลยเวลาต้องอยู่ในความควบคุม” เว่ยอิงพูด

“เจ้าเลือกคู่ของเจ้าเองนี่นา เจ้าก็ต้องยอมรับนางให้ได้สิ” วั่งจีพูดขึ้น

“555 นั่นสินะ แต่วันนี้ข้าเหงาๆน่ะ เจ้าช่วยอยู่เที่ยวเล่นกับข้าก่อนได้ไหม” เว่ยอิงพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะกึ่งลากกึ่งจูงวั่งจีมายังร้านเกม

“ข้าอยากเล่นนี่~” เว่ยอิงทำท่าทางออดอ้อนและชี้ไปยังเครื่องเล่นอันนึง

“อืม ตามใจเจ้าสิ” วั่งจีตอบ

สิ้นเสียงของวั่งจีเว่ยอิงก็กระโดดโลดเต้นเหมือนกันเด็กๆ ก่อนจะพาวั่งจีเดินไปเล่นของเล่น มันคือที่คีบตุ๊กตา ทั้งๆที่มันก็ไม่ได้มีอะไรมากมายแต่ดูเหมือนเว่ยอิงจะไม่ค่อยได้เล่นอะไรแบบนี้ พอแลกเหรียญมาเล่นได้2เหรียญ เว่ยอิงก็เริ่มถอดใจ ของเล่นพรรนี้มันจับได้ยากหากหาองศาไม่ได้ ในขณะที่เว่ยอิงกำลังจะเดินออกไป วั่งจีก็เดินไปแลกเหรียญและมาเล่นที่เครื่องเล่นอันเดิม เว่ยอิงที่เห็นก็ตั้งใจดูอย่างใจจดใจจ่อ

“ว้าว! หลานจ้าน เจ้าทำได้ยังไงน่ะ ข้าเล่นอยู่ตั้งหลายครั้งทำไมคีบไม่ได้เลยล่ะ” เว่ยอิงพูดออกมาเมื่อเห็นว่าวั่งจีคีบตุ๊กตาได้ใน 1 เหรียญ

“ต้องหามุมองศาดีๆ” วั่งจีตอบสั้นๆ

“55 ข้านี่ไม่รู้เรื่องเอาซะเลย งั้นเราไปเล่นอย่างอื่นกันต่อเถอะ” พูดจบก็ไม่รีรอ พาวั่งจีเดินออกจากร้านและตรงไปสวนสนุกทันที (ไรท์:ถามคนโดนลาก เต็มใจไหมน่ะ)

พอซื้อตั๋วเข้าสวนสนุกเรียบร้อย เว่ยอิงก็พาวั่งจีเดินจนทั่ว ไม่จะบ้านผีสิง รถไฟเหาะ และอะไรอีกมากมาย เล่นกันพอเหนื่อยเว่ยอิงก็ดันหลับบนรถตอนที่กำลังจะไปห้างแห่งหนึ่ง เว่ยอิงนอนซบไหล่วั่งจี ในความคิดของวั่งจี ใบหน้าอันสวยงามและท่าทางน่าเอ็นดูแบบนี้ เขาไม่อยากให้เป็นของคนอื่น อยากให้คนที่เห็นภาพนี้มีแค่เขาคนเดียว แต่ก็คงไม่ได้เขาเป็นแค่เพื่อน เว่ยอิงแต่งงานแล้ว เขาก็ควรจะปล่อยวางจากเรื่องนี้สักที

“หลานจ้าน พวกเรากินอะไรกันดีล่ะ” เว่ยอิงพูดขึ้น หลังจากมาถึงห้างเขาก็วิ่งตรงมายังศูนย์อาหารทันที

“ตามใจสิ” พูดจบวั่งจีก็เดินหาที่นั่ง

“นี่ๆ รอกันด้วยสิ ข้ามากับเจ้านะ” เว่ยอิงวิ่งตามวั่งจีไป

“วันพรุ่งนี้ข้าว่าง ข้าอยากชวนเจ้าไปเที่ยวด้วยกันอีกนะ” เว่ยอิงนั่งลงตรงข้ามกับวั่งจีก่อนจะพูดชวน

“เจ้าไม่ต้องดูแลคนรักเจ้ารึ” วั่งจีถาม ทำให้คนตรงหน้าผงะเล็กน้อย

“นางไม่ค่อยว่างนักหรอก ข้าเลยชวนเจ้าไปไง” ถึงน้ำเสียงจะดูร่าเริง แต่วั่งจีก็รู้ได้ว่าเว่ยอิงก็รู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน

“พรุ่งนี้ข้าต้องทำงาน ช่วงเที่ยงถึงจะว่าง” วั่งจีพูดขึ้น

“งั้นข้าจะไปหาเจ้าที่บริษัทนะ” เว่ยอิงพูดพร้อมกับยิ้มกว้าง

หลังจากกินข้าวเสร็จ ทั้งสองคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน วั่งจีก็มีความสุขที่ได้อยู่กับเว่ยอิง แต่ยังไงเขายังต้องรักษาคำว่าเพื่อนเอาไว้ หากทำอะไรที่ไม่สมควรลงไป เขาอาจจะไม่มีโอกาสได้เจอกับเว่ยอิงอีก พอกลับมาบ้าน วั่งจีก็เข้าห้องและนั่งอ่านหนังสือแบบเดิม เพื่อไม่ให้คิดฟุ้งซ่าน แต่ถึงยังไงเขาก็ยังเห็นเว่ยอิงในหัว เขาเริ่มจะหลงเว่ยอิงมากๆแล้วล่ะ

เช้าวันถัดมา วั่งจีก็เข้าไปทำงานที่บริษัทตั้งแต่เช้าเช่นเดิม เมื่อไปถึงก็พบกับงานที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจว่างานจะมากหรือน้อย เพราะว่างานก็คืองาน วั่งจีนั่งทำงานตั้งแต่เช้าได้อย่างปกติดีแล้ว ซีเฉินที่เห็นว่าน้องตัวเองกลับมาเป็นเหมือนเดิมเขาก็ค่อนข้างจะดีใจ ในครอบครัวของเขาก็ไม่เหลือใครแล้วนอกเสียจากเขา วั่งจีและท่านอา

“วั่งจี เจ้าหายดีแล้วสินะ” ซีเฉินเดินเข้ามาทักน้องชายตน

“อ่า เมื่อวานทำไมท่านถึงไม่กลับบ้าน” วั่งจีเปิดประเด็นถามเพราะพี่ชายของเขาหายไปทั้งคืน

“เมื่อคืนมีงานเข้าเยอะมากๆ ข้าเลยกลับดึกและบังเอิญเจอคุณชายเจียงระหว่างทาง ข้าเห็นว่าเขาเมามากกลัวจะเสียภาพลักษณ์ ข้าจึงไปส่งเขาและพักอยู่ที่บ้านตระกูลเจียง” ซีเฉินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไม่ปิดบัง

“อ่า” วั่งจีตอบสั้นๆ ก่อนจะตั้งใจทำงานต่อ

“ขออนุญาติทั้งสองท่าน มีคนมาหาคุณชายรองหลาน” จู่ๆก็มีพนักงานคนนึงเปิดประตูเข้ามา

“หลานจ้าน~” เว่ยอิงเดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“คุณชายเว่ย” ซีเฉินเรียกก่อนจะคำนับเพื่อทักทาย

“ท่านพี่ซีเฉิน ข้ามาหาหลานจ้านหวังจะชวนไปเที่ยวด้วยกัน” เว่ยอิงคำนับกลับ พร้อมกับเอ่ยจุดประสงค์ที่มาในวันนี้

“รอข้าทำงานเสร็จก่อนละกัน” วั่งจีพูดแต่สายตายังไม่ละจากงานตรงหน้า

“ข้าขอตัว” ซีเฉินกล่าวยิ้มๆก่อนจะเดินออกไป

“โห้! งานเจ้าเยอะกว่างานของข้าเยอะเลย ให้ข้าช่วยไหม” เว่ยอิงเสนอให้ความช่วยเหลือ

“ไม่ต้อง แล้วเจ้าว่างมากรึไง มาตั้งแต่เช้า” วั่งจีกล่าวต่อว่า

“ก็ข้าว่างนี่นา อีกอย่างเหมียนเหมียนเองก็ไม่สนใจข้าอยู่แล้ว” เว่ยอิงพูดลอยๆก่อนจะเดินมานั่งตรงโซฟาในห้องทำงาน

คำพูดที่เว่ยอิงพูดขึ้นมาทำให้วั่งจีรู้สึกอิจฉานิดๆ เขาเข้าใจว่าคนรักกันย่อมพูดถึงกันอยู่แล้ว เขาไม่ควรจะเก็บคำเหล่านั้นมาใส่ใจอยู่แล้ว เพราะว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรเกินเลยกับเว่ยอิง เวลาผ่านไปไม่นานเท่าไหร่เว่ยอิงก็เริ่มอยู่เฉยไม่ได้ เดินสำรวจรอบห้องจนเหมือนว่าห้องนี้เป็นห้องใหม่ของเขา และที่แย่กว่านั้นคือเขาเรียกวั่งจีแทบจะตลอดเวลาเลย

“นี่ๆหลานจ้าน เจ้าซื้อมันที่ไหนน่ะ ข้าอยากได้บ้าง” เว่ยอิงเรียกวั่งจีอีก1ครั้งซึ่งมันทำให้คนตรงหน้า เกิดหัวเสียขึ้นมา

“เจ้าจะหยุดเรียกข้าได้รึยัง ข้ายังต้องทำงานนะ” วั่งจีพูดออกมาเสียงดัง

“งั้นให้ข้าช่วยงานเจ้าสิ ข้าว่างและอยู่เฉยๆไม่ค่อยได้นี่นา” เว่ยอองพูดพร้อมกับทำหน้ายู่

“ก็ได้” สุดท้ายวั่งจีก็ต้องยกงานให้เว่ยอิงส่วนนึง เพื่อที่เขาจะได้ทำงานอย่างสงบ

หลังจากที่บอกงานให้เว่ยอิงเป็นที่เรียบร้อย เขาก็นั่งทำงานอย่างสงบแบบที่เคยเป็น ถึงเขาจะรักเว่ยอิงขนาดไหน แต่ก็ยังคงไม่ชอบความวุ่นวายหรือความน่ารำคาญในแบบของเว่ยอิงอยู่ดี ทั้งห้องเงียบไปจนถึงเที่ยงงานในส่วนของวั่งจีก็เสร็จเป็นที่เรียบร้อย และเมื่อหันไปหาอีกคนที่ของานไปทำก็พบว่าได้หลับไปแล้ว พอเป็นเรื่องงานกลับทำตัวขี้เกียจซะได้ แต่วั่งจีก็ต้องแปลกใจเมื่อเดินไปดูงานก็พบว่า งานทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยซ้ำยังเรียบเรียงได้สมบูรณ์แบบ เห็นแบบนี้เรื่องงานก็ไม่เลวเลย

“หาว~~~” เว่ยอิงลืมตาตื่นพร้อมกับเห็นว่าวั่งจีกำลังเก็บงานอยู่

“งานเสร็จแล้วหรอ” เว่ยอิงถาม

“อ่า” วั่งจีตอบ

“งั้นไปกันเถอะ ข้าเริ่มหิวแล้ว” เว่ยอิงเริ่มชวน ทั้งๆที่งานมันเพิ่งจะเสร็จแท้ๆ แต่เขาก็พร้อมจะไปนู่นไปนี่ตลอดเวลา

ทั้งสองคนเดินออกมาจากบริษัทและตรงไปยังร้านอาหารทันที พอไปถึงเว่ยอิงก็สั่งอาหารมาเยอะมากๆ เหมือนกับว่ามาหลายคนอย่างงั้น แต่ถ้าถามหาคนจ่าย ถ้าไม่หารกันวั่งจีคงปล่อยให้เว่ยอิงจ่ายคนเดียวเป็นแน่ พอพนักงานเดินออกไป เว่ยอิงก็เริ่มชวนคุย

“นี่หลานจ้าน อีกไม่นานก็จะมีเทศกาลปล่อยโคมลอยอธิษฐานแล้ว เจ้าไปเป็นเพื่อนข้าหน่อยสิ” เว่ยอิงชวนวั่งจีไปเทศกาลที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วัน

“เจ้าไม่ไปกับคู่ของเจ้าล่ะ” วั่งจีถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่งทั้งที่ในใจนั้นเจ็บแปลบออกมา

“ข้าอยากไปกับเจ้านี่นา เหมียนเหมียนเองก็บอกว่าจะไปกับเพื่อนนางด้วย” เว่ยอิงพูดและทำหน้าน้อยใจเพราะหวังว่าวั่งจีจะตอบรับคำชวนของตนโดยไม่พูดถึงคนอื่น

“เจ้าควรจะไปกับเหมียนเหมียนไม่ใช่หลานวั่งจีสิ เป็นสามีภรรยายังไงไม่เคยไปไหนมาไหนด้วยกัน” เสียงของเจียงเฉิงที่เดินเข้ามาในร้านพร้อมกับซีเฉิน

“เจ้าจะยุ่งอะไรด้วยล่ะ ข้าชวนหลานจ้านไม่ได้ชวนเจ้าซะหน่อย หรือเจ้าน้อยใจที่ข้าไม่ชวนเจ้า” เว่ยอิงพูดกวนประสาททั้งที่บรรยากาศมันจริงจังมาก

“นี่! เว่ยอู๋เซี่ยน!” เจียงเฉิงพยายามจะตีเว่ยอิงแต่ก็ถูกซีเฉินห้ามไว้

“คุณชายเจียง อย่าหาเรื่องเลย ที่นี่ร้านอาหาร หากท่านทั้งสองมีเรื่องจะคุยกันข้าว่ากลับไปคุยที่บ้านเถอะ” ซีเฉินบอก

“ก็ได้” เจียงเฉิงทำน้ำเสียงหงุดหงิดก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะไม่ไกลกันนัก

“สรุปเจ้าจะไปไหม” เว่ยอิงถามซ้ำอีกครั้ง

“อืม” วั่งจีตอบสั้นๆ

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็กินอาหารที่เพิ่งนำมาเสิร์ฟกัน เว่ยอิงถึงจะรูปร่างพร้อมบางแต่ก็กินจุใช่เล่นเลย ทั้งสองคนกินอาหารเสร็จก็พากันไปเที่ยวเล่นที่ต่างๆจนตกเย็น เว่ยอิงพาวั่งจีไปบนชั้นดาดฟ้าของตึก ตึกนึงที่สูงอยู่พอตัวและเป็นตึกร้าง พอเดินขึ้นไปถึงก็เห็นวิวของพระอาทิตย์ตกดินได้อย่างสวยงาม มันคงจะดีมากๆ ถ้าพวกเขาทั้งสองไม่ใช่เพื่อนกัน

“นี่หลานจ้าน เจ้าว่ามันสวยไหม” เว่ยอิงถามในขณะที่สายตายังคงจดจ้องอยู่กับภาพวิวตรงหน้า

“อืม” วั่งจีตอบ

“ข้าว่ามันคงดี ถ้ามากับคนรัก เจ้าว่าไหม” พูดจบเว่ยอิงก็หันหน้ามาหาวั่งจีด้วยใบหน้าที่เศร้าลง

“เป็นอะไรรึ” วั่งจีถามด้วยความเป็นห่วง

“ถ้าพ่อข้าไม่บังคับให้ข้าแต่งกับนาง มันคงจะดีกว่านี้ ข้ารักเจ้านะ หลานจ้าน” เว่ยอิงพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา

“ข้าเองก็รักเจ้า แต่ในเมื่อเจ้าแต่งงานแล้ว ก็ควรจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด” วั่งจีพูดปลอบพร้อมกับเอามือเช็ดน้ำตาให้เว่ยอิง

“หลานจ้าน สัญญากับข้านะ ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ทิ้งข้าไปไหน” เว่ยอิงเดินเข้าไปสวมกอดวั่งจีและปล่อยโฮออกมาอย่างมาก

“ข้าสัญญา” วั่งจีพูดและกอดตอบเพื่อปลอบใจคนตรงหน้า

ในตอนนี้พวกเขาขอแค่ยังไม่มีใครทิ้งใครไปก่อนก็พอ ถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันในฐานะคนรัก แต่ก็อยู่ด้วยกันในฐานะเพื่อนสนิท แค่นั้นก็เพียงพอ ขอแค่เส้นทางข้างหน้ายังมีกันและกันตลอดไป แต่ว่าใครจะรู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะมีอะไรเกิดขึ้นจริงไหม

มาแล้ววๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ผมรีบมากกก งานแฟนมีต น่าไปมากๆ แต่แค่ไรท์เห็นราคาไรท์นี่ทรุดโทรมเลยไหนจะสอบอีก แค่นั้นไม่พอเงินไม่มี หนักกว่านั้นต่อให้มีพร้อมทุกอย่าง แต่ก็ยังคงไม่มีเวลาไปอยู่ดี เสียจุยยย อย่าเพิ่งทิ้งไรท์ไปไหนนะ ต่อให้นิยายเรื่องนี้จบแล้วก็ตามอย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนนะ ขอบคุณที่ติดตามกันมา ไว้เจอกันใหม่นะครับ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #23 ElizaBooky (@ElizaBooky) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 19:25

    สู้ๆนะไรท์เป็นกำลังใจให้
    #23
    1
    • #23-1 PpetchSL (@PpetchSL) (จากตอนที่ 10)
      7 กันยายน 2562 / 20:00
      ขอบคุณงับ
      #23-1
  2. #22 suwannanung1311 (@suwannanung1311) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 18:47
    กลับมาอัปไวๆนค่ะ
    ทั้งคูจะสมหวังไหมค่ะ
    #22
    2
    • #22-2 PpetchSL (@PpetchSL) (จากตอนที่ 10)
      7 กันยายน 2562 / 06:26
      รอเลยครับ จะบอกว่าอัพทุกศุกร์อยู่แล้ว แต่แนะนำให้เปิดมาอ่านวันเสาร์ครับ เผื่อว่ามันไม่แจ้งเตือน บางทีแอฟมันกวนประสาท
      #22-2