สาบานรักแห่งอดีต (Fic ปรมาจารย์ลัทธิมาร เว่ยอิงxหลานจ้าน)

ตอนที่ 1 : Chapter 1 รู้จัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 97 ครั้ง
    19 ก.ค. 62

“เว่ยอู๋เซี่ยน… ข้ารักเจ้า” เสียงชายคนนึง สารภาพรักกับคนๆนึงที่ตายไปแล้ว

“เว่ยอิง ข้าจะรักเจ้าทุกชาติภพ” เสียงชายคนนั้นพูดคำสาบานรักต่อหน้าฟ้าดิน ให้ประจักษ์เป็นพยานรัก

เขานั่งเล่นกู่ฉินเป็นเสียงอันไพเราะ เบื้องหน้าของเขา มีเพียงเหล้าชั้นดีและขลุ่ยสีดำ เขานั่งเล่นกู่ฉินอยู่เนิ่นนาน จนมีดวงวิญญาณตนนึง โผล่มาในลักษณะของหยดน้ำ ที่ก่อตัวกันเป็นรูปร่างคนๆนึง เขาจึงใช้กู่ฉินในการสื่อสารกับดวงวิญญาณ

“เจ้าคิดถึงข้างั้นหรอ คุณชายหลาน” เสียงวิญญาณพูดกับคุณชายรองตระกูลหลาน

ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสแบบนั้น คงไม่มีให้เห็นอีกแล้ว เพราะว่าคนๆนั้นได้ตายไปแล้วนี่นา

พรึ่บ!

“ฝันแบบนี้อีกแล้วสินะ” เสียงชายหนุ่มลูกเจ้าของบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งตื่นขึ้นจากฝัน

เขามักจะฝันแบบนี้ในทุกๆคืน เขาก็มักจะทำเป็นไม่สนใจในสิ่งที่เขาฝัน เขามองว่ามันไร้สาระและน่าเบื่อ เขาลุกขึ้นจากที่นอนไปอาบน้ำแต่งตัว เขาต้องไปทำงานที่บริษัทของพ่อเขาที่ตอนนี้มีอาของเขาคอยดูแลอยู่ ด้วยนิสัยเงียบขรึมของเขาทำให้ไม่ค่อยมีคนพูดคุยด้วย และหวาดกลัวเขา ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานหรือคนอื่นก็ไม่กล้าสู้หน้าเขา

“หลานวั่งจี เข้ามาหาข้าหน่อย” เสียงประธานบริษัทหรืออาของหลานวั่งจีเรียก

“ครับ คุณอา” เสียงหลานวั่งจีพูด

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ จะมีคนมาทำงานร่วมกับบริษัทของเรา ได้ยินมาว่าเขาเป็นคนหัวดี ข้าจะให้เจ้าอบรมสั่งสอนพวกเขาให้ดีก่อนร่วมงานกัน หวังว่าคงจะไม่มีปัญหานะ วั่งจี” หลานฉี่เหรินบอกหลานชายของเขา

“ได้ครับ คุณอา” วั่งจีตอบรับ และเดินออกจากห้องไป

หลานวั่งจีใช้เวลาทั้งวันทำงานไม่ได้หยุด เขาไม่ค่อยสนใจเรื่องอื่นนอกจากเรื่องงาน ช่วงที่เขายังเรียนอยู่ก็ไม่ได้สนใจเรื่องคนรักหรือแม้แต่เรื่องเที่ยวเล่น เป็นคนเงียบขรึมและเคร่งในระเบียบจนบางทีก็ถูกมองว่าเป็นพวกหยิ่งยโส ตกเย็นเขาเดินทางกลับบ้านของเขาพร้อมกับพี่ชายของเขาหลานซีเฉิน เมื่อถึงบ้านเขาก็อาบน้ำ และทำงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จ วันพรุ่งนี้เขาต้องเริ่มโปรเจคใหม่ ในวันนี้เขาจึงตัดสินใจทำงานเก่าให้เสร็จ จะได้ไม่เกิดปัญหาเวลาทำงาน

“วั่งจี มากินข้าวได้แล้วนะ” ซีเฉินเรียกวั่งจีที่ตอนนี้เอาแต่ทำงานจนลืมกินข้าว

วั่งจีเดินมาที่โต๊ะกินข้าวและนั่งลงกินข้าวอย่างเงียบๆ นิสัยของพวกเขาสองคนพี่น้องแตกต่างกันมาก ซีเฉินจะเป็นคนที่เข้าสังคมได้ดี ยิ้มง่าย ทั้งสองคนพี่น้อง มีนิสัยต่างกัน แต่ความรู้และความสามารถก็ไม่ต่างกัน ซีเฉินจะต้องเป็นประธานบริษัทคนต่อไป เขาจึงมีงานที่ต้องทำมากกว่าวั่งจี แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่เคยเครียดหรือจริงจังมากเกินไป

“วั่งจี พรุ่งนี้มีคนย้ายเข้ามาทำงานร่วมด้วย เจ้าอย่าไปเคร่งกฎกับพวกเขามากนักล่ะ” ซีเฉินบอก

“ยังไงกฎก็ต้องเป็นกฎนะพี่ คุณอาเองก็ฝากพวกเขาไว้กับข้า” วั่งจีพูดและเดินเอาจานไปเก็บ

เขากินข้าวเสร็จก็เดินกลับมาทำงานที่ห้องของเขา เขาตรวจสอบประวัติของคนที่จะมาร่วมงานด้วย แต่ละคนมาจากบริษัทร่วมหุ้นกัน ล้วนแต่เป็นลูกเจ้าของบริษัทต่างๆ หลังจากที่เขาทำงานเสร็จ ก็เข้านอนทันที

เช้าวันต่อมา วั่งจีตื่นแต่เช้าอาบน้ำกินข้าวและออกไปที่บริษัท คนที่จะย้ายเข้ามายังมาไม่ถึงบริษัทเขาจึงนั่งทำงานและคิดเกี่ยวกับงานที่ต้องทำร่วมกับคนอื่นๆ ไม่นานนักก็มีคนมาถึงบริษัท แต่ก็ยังมาไม่ครบทุกคน พวกเขาจึงรออีกไม่กี่คนที่จะมาถึง วั่งจีเริ่มหัวเสียนิดหน่อยเพราะคนที่นัดไว้มาสาย แต่เขาก็ยังคงทำหน้าตาปกติอยู่ตลอด

“นี่เร็วๆสิเว่ยอิง เจ้าน่ะตื่นสายตลอดเลยนะ ครั้งหน้าข้าจะไม่ปลุกเจ้าแล้ว” เสียงชายคนนึงพูดกับอีกคนนึง

“น่าๆ แค่ครั้งเดียวเอง วันอื่นข้าก็ตื่นเช้าอยู่นะ” เสียงชายอีกคนนึงพูดขึ้น ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นคนที่วั่งจีคอยอยู่

ทั้งสองเดินเข้ามาในห้อง พวกเขามาสาย วั่งจีหัวเสียนิดหน่อยแต่ก็ทำหน้าตาปกคิชัดเจน วั่งจีเรียกให้ทั้งสองคนมานั่งข้างในห้อง เขาเริ่มแนะนำตัวเอง และให้ทั้งหมดแนะนำตัวเอง

“ข้าชื่อเจียงเฉิง มาจากบริษัทของสกุลเจียง” ชายชุดสีม่วงพูดแนะนำตัวเอง

“ข้าชื่อเนี่ยหวายซัง มาจากบริษัทสกุลเนี่ย” ชายชุดสีดำพูดต่อ

“ข้าชื่อจินจื่อเซวี่ยน จากบริษัทสกุลจิน” ชายชุดสีเหลืองพูด

“เขาชื่อเว่ยอู๋เซี่ยน มาจากบริษัทสกุลเจียง” ชายชุดสีแดงพูด

หลังจากแนะนำตัวเองกันครบ วั่งจีก็เริ่มการประชุมงาน บอกกฎของบริษัท แนะนำที่ต่างๆของบริษัทให้ทั้งหมดได้รู้ เขามองเว่ยอิงอยู่บ่อยๆเพราะว่าในฝันของเขา ก็มีเว่ยอิงอยู่ แค่การแต่งกายแตกต่างกันเฉยๆ แต่เขาก็พยายามทำเป็นไม่สนใจ มันก็แค่ความฝัน ตกเย็นหลังเลิกงาน พวกเว่ยอิงก็ตกลงกันว่าจะไปกินเหล้ากันที่ร้านใกล้ๆ จึงชวนวั่งจีไปด้วย แต่เขาก็ปฏิเสธ เขาไม่ชอบของมึนเมาและก็การเที่ยวเล่น

เมื่อวั่งจีมาถึงบ้าน เขาก็ทำอาหารรอพี่ชายของเขากลับมา วันนี้พี่ชายของเขาต้องทำงานจนดึกเพราะว่ามีงานเข้ามาติดๆกันและพี่เขาก็เป็นประธานในอนาคต จึงต้องทำงานจนดึก ช่วงค่ำๆวั่งจีได้ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ซึ่งมันผ่านร้านเหล้า และสิ่งที่เขาเจอก็คือ

“พี่เว่ย ดื่มจนเมาแล้วนะครับ” เนี่ยหวายซังพูดขึ้น

“ข้าา ม่ายด้ายเมานะ~~” เว่ยอิงพูด

“นี่พวกเจ้า มาอยู่ที่นี่กันเองรึ” วั่งจีพูดขึ้น ทำให้เนี่ยหวายซังตกใจ

“ข้ามากับพวกเขาเฉยๆน่ะครับ” เนี่ยหวายซังตอบ

“อืม” วั่งจีพูดจบก็เดินไป

“หลานจ้าน~” เว่ยอิงละเมอ

“อึก..” วั่งจีตกใจ ไม่มีใครรู้จักชื่อนั้นของเขา ไม่มีใครกล้าเรียกชื่อนั้นของเขาด้วยซ้ำ

“พี่รองหลาน~” เว่ยอิงละเมออีกครั้ง

วั่งจีได้ยินดังนั้นก็รีบเดินกลับบ้าน เขาขึ้นห้องมาอาบน้ำและอ่านหนังสือแต่ในใจเขาก็คิดว่า ทำไมเว่ยอิงถึงรู้ชื่อกลางของเขา เขายังไม่เคยบอกเว่ยอิงด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็พยายามที่จะไม่สนใจ หลังจากนั้นเขาก็เข้านอน และเขาก็เข้าสู่ฝัน

“เว่ยอิง!!” ชายคนนึงพูดเรียกอีกคนนึงที่หมดสติอยู่

“55 หลานจ้าน เจ้าช่วยข้าไว้” เสียงชายอีกคนนึงตอบก่อนที่จะหมดสติไปอีกครั้ง

ในฝันภาพถูกตัดมาที่ชายสองคนที่ยืนอยู่บนหลังคา

“เหล้าเย้ยฟ้า ข้าแบ่งให้เจ้า” ชายหนุ่มคนนึงถือเหล้าในมือพูดขึ้น

“ที่กูซูห้ามดื่มเหล้า” ชายอีกคนนึงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“งั้น ข้ายกให้เจ้าช่วยทำเป็นไม่เห็นข้าได้ไหม” ชายคนนึงพูดพร้อมใบหน้ายิ้มแย้ม

แต่แล้วฉากนั้นก็ค่อยๆเปลี่ยนไป ชายหนุ่มที่ยิ้มในตอนนั้น ค่อยๆเปลี่ยนเป็นชายที่มีมารครอบคลุมทั้งตัวตาแดงฉาน และมองเขาด้วยสายตาเย็นชาสภาพแวดล้อมเปลี่ยนเป็นพังทลายและไฟลุกท่วม วั่งจีนอนดิ้นอย่างร้อนรน และสุดท้ายเขาก็ตื่นมากลางดึก เขาลุกขึ้นนั่งเอามือกุมหัว สิ่งที่เขาเห็นในฝัน คือเว่ยอิงและเขา มันเหมือนเป็นอดีต แต่ยังไงเขาก็ไม่เชื่อเรื่องแบบนี้อยู่ดี หลังจากนั้นเขาก็นอนไม่หลับอีกเลย มันเป็นฝันที่แปลก เขาไม่เคยเจอหน้าเว่ยอิงมาก่อน และเขาก็ไม่รู้จักกันมาก่อน วั่งจีนอนไม่หลับอีกเลยจนถึงเข้า เขาออกมาบริษัทตั้งแต่เช้าซึ่งเป็นเวลาปกติของเขาอยู่แล้วด้วย พอมาถึงเขาก็หาอะไรทำรอคนอื่นๆมาถึง ผ่านไปไม่นานทั้งหมดก็มากันครบที่ห้องประชุม พวกเขาต้องหารือกันว่าต้องเริ่มงานกันยังไง ต้องคิดพล็อตงานว่าจะต้องออกมาแบบไหน ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่และสุดท้ายพวกเขาต้องกำหนดเวลาส่งผลงานด้วย วั่งจีพยายามดูการทำงานของคนอื่นๆ ทุกคนสามารถทำงานร่วมกันได้ดี แต่เว่ยอิงกลับเล่นซะเยอะ จนทำให้เขาโมโหนิดหน่อย แต่แล้วเว่ยอิงก็เล่นอะไรแพลงๆขึ้น

“นี่! หลานจ้าน ทำไมเจ้าต้องใส่ ผ้าคาดหัวอันนั้นด้วยล่ะ” เว่ยอิงพูดทำให้วั่งจีโมโหขึ้นมาจริงๆ แต่เขาก็ควบคุมอารมณ์อย่างมาก

“แล้วเจ้ารู้ชื่อกลางของข้าได้ยังไง” วั่งจีถาม

“ก็ ข้าฝันน่ะว่าเจ้ากับข้าเคยรู้จักกันมาก่อน และเจ้าก็เคร่งในกฎระเบียบมากๆจนทะเลาะกับข้าบ่อยครั้ง แต่เราก็สนิทกันนะ” เว่ยอิงตอบ

“เราไม่ได้สนิทกัน อย่าได้เรียกข้าอย่างนั้นอีก” วั่งจีพูดอย่างเฉยชาและเงียบไป

“เอ๋ แต่เราทำงานร่วมกันแล้วนะ ยังไงก็ต้องสนิทกันไว้สิ” เว่ยอิงพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“…………” วั่งจีไม่พูดแต่เขาก็ฟังในสิ่งที่อีกคนพูดอยู่

“นี่อย่าเฉยชากับข้านักสิ” เว่ยอิงพูดและทำหน้าบูด

“………..” และเว่ยอิงก็ไม่ได้การตอบรับจากอีกฝ่าย

“เว่ยอู๋เซี่ยน เจ้าช่วยอยู่เงียบๆและมาทำงานได้ไหม” เจียงเฉิงพูดและดึงให้เขาลงมานั่งข้างๆ

วั่งจีดูการกระทำของทั้งสองที่ตอนนี้เหมือนจะทะเลาะกันเหมือนเด็กๆอยู่ เขามองด้วยสายตาไม่บ่งบอกอารมณ์ จนพี่ชายของเขาเดินเข้ามาถามเรื่องงานและพูดว่าเขาดูเครียดๆ แต่วั่งจีก็ไม่ตอบอะไรเพียงแต่อธิบายเกี่ยวกับงานที่จะทำ และงบประมาณที่ต้องใช้ให้ซีเฉินฟัง พอพูดจบซีเฉินก็เดินออกไปปล่อยให้พวกเขาทั้งหมดนั่งทำงานกันอยู่ในห้อง

ช่วงเย็น หลังเลิกงานวั่งจีตั้งใจจะกลับบ้านทันที แต่แล้วก็ถูกเว่ยอิงเรียกไว้ เว่ยอิงเรียกเขาเพียงเพราะต้องการที่พักที่อยู่ใกล้ๆที่ทำงาน นั่นก็คือบ้านของวั่งจี วั่งจีไม่ตอบอะไร เขาเพียงเดินต่อไปโดยมีเว่ยอิงตามไปด้วย เขาเห็นเว่ยอิงตามเขามาแบบไม่เปลี่ยนใจ เขาจึงยอมให้มาพักอยู่ที่บ้านของเขาชั่วคราว ถึงเขาจะไม่สนิทกันแต่ก็เป็นเพื่อนร่วมงานกัน เขาจึงใจอ่อนยอมให้อยู่บ้านเขาเพียงชั่วคราว หลังเสร็จงานเขาตั้งใจจะให้เว่ยอิงกลับทันที วั่งจีจัดห้องไว้ให้เว่ยอิงเป็นห้องถัดจากห้องของเขาไปห้องนึง และก็เหมือนทุกๆวัน เขานั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องตั้งแต่กลับมา พอฟ้าใกล้มืดเขาตั้งใจจะลงมาทำอาหารแต่พอลงมา เขาก็เห็นเว่ยอิงทำอาหารอยู่ในครัว

“อ๊ะ! หลานจ้าน ข้าทำกับข้าวเผื่อเจ้าและท่านพี่ซีเฉินแล้วนะ เจ้าจะกินก่อนเลยก็ได้ เดี๋ยวข้าทำของข้าเสร็จก็จะกินและขึ้นนอน” เว่ยอิงพูดและชี้ไปที่กับข้าวที่เขาทำไว้ให้วั่งจี

“อ่า” วั่งจีตอบและยกอาหารไปกินที่โต๊ะกินข้าว

เมื่อเขากินข้าวเสร็จ เขาก็เดินมาล้างจานและขึ้นห้องไป เขานั่งอ่านหนังสือต่อสักพักก่อนจะลุกไปอาบน้ำ เมื่ออาบน้ำเสร็จก็มีคนมาเคาะประตูห้องเขา และเขาก็เดาไว้ไม่ผิด เว่ยอิงมาเคาะประตูห้องเขาและขอนอนด้วย เว่ยอิงอ้างว่าเขากลัวผี วั่งจีปฏิเสธแต่เว่ยอิงก็พยายามจนเขาใจอ่อน เว่ยอิงเมื่อเข้ามาได้เขาก็กระโดดขึ้นเตียงและหลับไปทันที วั่งจีมองด้วยสายตาหน่ายๆก่อนจะเดินไปแต่งตัวและมานอนข้างๆกัน

“หลานจ้าน ข้ารักเจ้านะ” เสียงชายหนุ่มในฝันของวั่งจีพูดขึ้น ก่อนเขาจะสลายไป




สวัสดีครับ นี่เป็นตอนแรกนะครับ ผมก็คิดเรื่องและการแต่งคาแรคเตอร์ตัวละครให้ถูกต้องยากมาก เพราะว่าโดยส่วนตัวเป็นคนที่กาวๆนิดหน่อย? แต่ก็อยากให้ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันตลอดนะครับ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 97 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #61 Faye V. Charlotte (@maiko0401) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 12:38
    คืออ่านดูก้อรุว่าเปนยุคปัจจุบัน ไม่ต้องใข้คำว่าเจ้ากับข้าก้อได้มั้ง
    #61
    0
  2. #8 kaviki:P (@Gofriend006) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 22:12

    ืกีกา,ืื,,าา้้,สำ้ำสแา่เ้่เ่เาืเ,รผรี&้้_เดผร-5ด5,4-,-,-เ-ะ6เด//ตายแปป ฟินมากเลยฮะ//เลือดกำเดาไหล

    #8
    1
    • #8-1 PpetchSL (@PpetchSL) (จากตอนที่ 1)
      5 สิงหาคม 2562 / 07:51

      เอ่อ จะพยายามคิดว่าอ่านออกนะครับ แหะๆ
      #8-1
  3. #1 ElizaBooky (@ElizaBooky) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 20:04
    V.good มากค่ะ👍👍👍👍👍👍เป็นเรื่องที่ฟินมาก เนื่องจากมโมไปไกลมาก ทำให้เราอยากอ่านต่อค่ะ
    สู้นะคะ ขอให้เขียนตอนต่อไปออกมาได้ดีนะคะ
    #1
    1
    • #1-1 PpetchSL (@PpetchSL) (จากตอนที่ 1)
      21 กรกฎาคม 2562 / 05:22

      ขอบคุณมากครับจะทำให้ดีที่สุดครับ
      #1-1