[Star Wars::AU::Reylo] Love Illusion

ตอนที่ 9 : Force Bond

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 312
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    1 ก.พ. 63

กลิ่นยาและสมุนไพรหลากชนิดคละคลุ้งอบอวลลอยมาแตะจมูกโด่งรั้นของ เรย์ เคโนบี ร่างบางนั่งอยู่บนเตียงในห้องพยาบาลที่มีม่านขาวบางกั้นแบ่งไว้เป็นสัดส่วน หญิงสาวชักเท้าหนีเล็กน้อยด้วยความเจ็บระบมเมื่อถูกมือใหญ่ของนายพลแห่งคอรัสซังคลำสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น ข้างๆกันมีหญิงชราร่างท้วมในชุดนางพยาบาลสีครีมยืนอยู่ใกล้ๆ เธอถือขวดยาในมือป้อม จ้องมอง เบน โซโล อย่างขัดใจ

“หยุดแย่งงานข้าเสียที เจ้าหนูโซโล ข้าดูแลสาวน้อยคนนี้เองได้” อัลซิดา ผู้เยียวยาอาวุโสประจำทาโคดาน่าทักท้วง แต่เหมือนชายหนุ่มจะไม่ได้สนใจคำพูดนั้นแม้แต่น้อย

“ขอขวดยานั่นให้ข้า” ร่างสูงแบมือออกมา โดยที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่รอยฟกช้ำสีม่วงจัดที่ข้อเท้าเล็ก อัลซิดาทำได้เพียงส่ายหน้าแล้วยื่นให้เบนแต่โดยดี หญิงชราได้แต่คิดหงุดหงิดในใจที่เด็กหนุ่มคนนี้ไม่เปิดโอกาสให้นางได้เข้าใกล้คนเจ็บเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่เป็นหน้าที่ของหล่อน และหล่อนก็ทำหน้าที่นี้ได้ดีมาเกือบร้อยปี

เบนเปิดขวดสมุนไพรเทของเหลวกลิ่นฉุนลงบนมือก่อนบรรจงนวดคลึงมันลงบนข้อเท้าของเรย์ หญิงสาวผงะหนีสัมผัสนั้นเล็กน้อยในตอนแรก แต่สุดท้ายก็ยอมให้เบนทำตามต้องการ อัลซิดาเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจแล้วเดินจากไป กลับไปปรุงยาของนางต่อ เพราะเห็นทีอยู่ตรงนี้ต่อไปนางคงจะได้แค่ยืนมอง

“ทำแบบนี้จะดีหรอ ให้ท่านอัลซิดาได้ทำหน้าที่ของนางจะดีกว่าไหม นางดูไม่ค่อยพอใจ” เรย์กระซิบออกความเห็นด้วยความเกรงใจผู้อาวุโส แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากจะขัดคนที่กำลังง่วนกับการนวดยาบนตัวเธออย่างตั้งอกตั้งใจ

“.........................” เมื่อเบนไม่ตอบ เรย์ก็ได้แต่นั่งมองมือใหญ่ของเขาคลึงสัมผัสข้อเท้าเปลือยเปล่าของเธออย่างเงียบๆ

อันที่จริงแล้วที่เธออยากให้อัลซิดากลับมาดูแลเธอ นั่นก็เพราะเธอรู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศที่กำลังเป็นไปอยู่ไม่น้อย เธอนั่งอยู่บนเตียงในชุดกระโปรงผ้าเนื้อบางที่ร่นขึ้นมาเพราะต้องเหยียดขาพาดเท้าไว้บนตักของเขาที่นั่งอยู่ปลายเตียง อะไรๆจึงดูไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าที่ควรนัก และนิ้วเรียวยาวของเขากำลังบรรจงเคล้าคลึงน้ำมันสมุนไพรลงบนข้อเท้าของเธอ เขาค่อยๆไล่บีบเค้นอย่างเบามือจากหลังเท้าขึ้นไป และระมัดระวังบริเวณข้อเท้าด้านนอกที่ดูบวมช้ำที่สุดเพื่อไม่ให้เธอเจ็บ ไม่นานนักมืออันช่ำชองนั้นก็ลากไล้ขึ้นมาถึงปลีน่องขาวเนียนละเอียด เรย์เผลอกัดริมฝีปากล่างน้อยๆด้วยความประหม่า ขณะที่แก้มใสก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีชมพูเรื่อ เมื่อเห็นสายตาของเขาที่จับจ้องเรียวขาของเธอ

“ข้าไม่ได้เจ็บตรงนั้นนะ ท่านทายาสูงเกินไปแล้ว” ร่างบางทักท้วงเสียงค่อย มือน้อยๆยกขึ้นเอาปอยผมทัดหู ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาไหววูบเมื่อเห็นสายตาคมเข้มเงยขึ้นมามอง

“ข้ารู้” เบนตอบหน้าตาเฉย เขายิ้มร้ายที่มุมปาก มองเธอกลับมาอย่างท้าทาย

“เบน โซโล!” เรย์ร้องประท้วง เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะยอมรับหน้าด้านๆแบบนี้ ก่อนจะพยายามชักเท้ากลับไป แต่ก็ถูกมือใหญ่ยืดตรึงไว้

“อย่าดิ้น” คนหวังดีทำเป็นสั่ง ก่อนจะค่อยๆยกข้อเท้าเล็กขึ้นแล้วจูบประทับเบาๆบริเวณรอยฟกช้ำอย่างอ่อนโยน ทำเอาเรย์ตกใจเพราะเขาถือวิสาสะทำโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว

วินาทีที่ริมฝีปากนุ่มของเขาสัมผัสผิวหนังของเธอ เรย์รู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาราวกับมีกระแสพลังบางอย่างไหลผ่าน หญิงสาวกระดากอายกับการกระทำของคนตรงหน้า รีบหันไปมองหาหญิงชราที่เคยยืนอยู่ใกล้ๆ แต่ก็โล่งอกที่อัลซิดาไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว เธอจึงรีบหันกลับมาหาตัวการที่ทำให้เธอใจเต้นแรงอีกครั้งหนึ่ง พอดีกับที่เบนค่อยถอนริมฝีปากของเขาออกมา แต่ยังคงทิ้งร่องรอยความอบอุ่นตราตรึงไว้ไม่เลือนหายไป

“เมื่อครู่ท่านทำอะไร” เรย์ถามอย่างประหม่า เพราะสิ่งทีเขาทำ มันราวกับว่าเขาและเธอ สนิท ใกล้ชิดกันเหลือเกิน

“ลองขยับดู ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า” เบนเสนอ ก่อนปล่อยขาเธอให้เป็นอิสระ เรย์เลิกคิ้วสงสัยในตอนแรก แต่ก็ลองทำตามแต่โดยดี และเธอก็ต้องแปลกใจ เพราะตอนนี้อาการปวดระบมของเธอหายเกือบเป็นปลิดทิ้ง

“ไม่เจ็บแล้ว ไม่เจ็บแล้วจริงๆด้วย” ร่างบางยิ้มกว้างด้วยความดีใจ รอยยิ้มที่สว่างสดใสราวกับดอกเดซี่ที่เบ่งบาน และมันก็ไม่รอดพ้นสายตาของนายพลหนุ่มที่จังจ้องเธออยู่ตลอด แต่อารมณ์ความรู้สึกของเขายังคงถูกซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเคร่งขรึม

“ท่านทำได้อย่างไร มันสุดยอดมากๆ” เรย์รีบลุกขึ้นจากเตียงแล้วหมุนรอบตัวสองสามที ก้มลงมองข้อเท้าที่บัดนี้ไม่มีรอยม่วงช้ำน่ากลัวนั่นแล้ว ก่อนเงยหน้าขึ้นมองคนที่ช่วยรักษาเธออย่างรู้สึกขอบคุณและทึ่งในสิ่งที่เขาทำ

เบนไม่ตอบอะไรลุกขึ้นอุ้มหิ้วปีกคนตัวเล็กให้กลับมานั่งอยู่บนเตียงตามเดิม ก่อนค่อยๆถอดเสื้อของเขาที่ยังสวมอยู่บนตัวของเรย์ ร่างบางร้องประท้วงทันที

“จะทำอะไร!”

“แผลที่หน้าอกเจ้า” เบนพูดเตือนความจำ เพ่งมองไปยังเนินอกอิ่มที่บัดนี้มีเลือดที่เริ่มแห้งกรังเปรอะอยู่ เพราะแผลนี้ก็ต้องได้รับการรักษาโดยไวด้วยเช่นกัน เขาจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาฝากรอยแผลเป็นไว้บนร่างกายอันผุดผาดนี้เด็ดขาด และใครแค่คิดจะทำมันผู้นั้นจะไม่ได้อยู่เห็นตะวันขึ้นอีก

ได้ยินดังนั้นเรย์ก็หน้าแดงขึ้นมาทันที แอบคิดกังวลล่วงหน้าไปแล้วว่าเบนจะรักษาแบบเดียวกับที่ทำกับข้อเท้าเธอหรือไม่ และถ้าเป็นแบบนั้น เธอควรจะนิ่งนอนใจปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจงั้นหรือ

“ขะ ข้าว่าให้ท่านอัลซิดา...” ยังไม่ทันพูดจบเบนก็ลุกขึ้นเต็มความสูง ก่อนเดินตรงไปยังห้องเก็บสมุนไพรด้านหลัง

ไม่นานนัก เขาก็เดินกลับมาพร้อมกับผู้เยียวยาอาวุโสคนเดิม

“ข้าฝากด้วย หวังว่าท่านจะจัดการโดยไม่เหลือร่องรอยบาดแผลน่ารำคาญตาให้ข้าเห็นอีก” เบนกำชับหนักแน่น ยืนกอดอกมองมาที่คนบนเตียง อัลซิดาพ่นลมหายใจแรง

“หึ เจ้าหวังจะได้เห็นหน้าอกนางอีกงั้นรึ เจ้าเด็กลามก” ได้ยินดังนั้นเจ้าหญิงแห่งนาบูก็หน้าร้อนเห่อขึ้นมาทันที เธอไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปซ่อนไว้ที่ไหนแล้วในตอนนี้

“อย่าประมาทข้า อัลซิดา” เบนยกยิ้มแล้วขยิบตาให้หญิงชรา ก่อนที่จะหันหลังเดินจากไป คำพูดของร่างสูงไม่ได้ทำให้สถานการณ์ของเรย์ดีขึ้นเลย เธออับอายมากจริงๆ และที่สำคัญเธอเขินกับท่าทางของคนน่าหมั่นไส้คนนั้น เขากล้าพูดเป็นนัยแบบนั้นต่อหน้าคนอื่นได้อย่างไร

“เหอะ พวกหนุ่มสาว” หญิงร่างท้วมส่ายหน้า ก่อนจะกลับมาจัดการกับรอยแผลถากๆตรงหน้า เพื่อให้ของรักของหวงของเจ้าเด็กไร้มารยาทนั่นกลับมาผุดผ่องไร้ตำหนิดังเดิม

 

............................................................................

 

แพดเม่ อามิดาลา นอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่บนเตียงนุ่ม ผ้าปูที่นอนสีแดงเลือดนกขลิบทองช่างขับผิวผุดผาดเนียนละเอียดของหญิงสาวเป็นอย่างดี ผมสีน้ำตาลอ่อนเคลียอยู่บนแก้มใสสีเลือดฝาด ริมฝีปากบางบวมช้ำเล็กน้อยเนื่องจากถูกคนมักมากประทับจูบลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขนตางอนยาวประดับอยู่บนดวงตาที่หลับพริ้ม เนื้อตัวขาวผ่องมีแต่รอยแดงที่ถูกตีตราจากชายผู้ทรงอำนาจแห่งคอรัสซัง เธอกำลังฝัน โดยที่เจ้าตัวยังตัดสินใจไม่ได้ว่ามันคือฝันดีหรือไม่ แต่มันช่างเป็นฝันที่ชัดเจนจนเธอไม่แน่ใจว่ามันคือฝันหรือความทรงจำครั้งแรกอันหอมหวานกันแน่

“แพดเม่” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูกระซิบเบาๆอยู่ข้างใบหูของเธอ ค่อยๆปลุกเธอตื่นขึ้นจากความเหนื่อยอ่อน ความเหนื่อยอ่อนที่เกิดมาจากเจ้าของเสียงที่กำลังก้มลงเรียกเธอ

“เด็กน้อย” อนาคินที่ยังคงอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า เปิดเผยมัดกล้ามในทุกอณูของร่างกายอันสมบูรณ์แบบ เขานอนตะแคงเข้าหาร่างแน่งน้อยของหญิงสาว พร่ำเรียกเจ้าของใบหน้าอ่อนหวานไร้เดียงสา ผู้มีร่างกายอันบริสุทธิ์ผุดผ่องที่เขาเป็นคนฉกฉวยมันไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา โลหิตแห่งพรมจรรย์ปราการด่านสุดท้ายที่กษัตริย์หนุ่มฝ่าฝืนเข้าไปยังคงทิ้งรอยไว้บนผ้าปูที่นอนที่ยับย่น ร่างสูงยิ้มกริ่มเมื่อสังเกตเห็นมัน ก่อนจะเลื่อนสายตากลับไปเพ่งพิศใบหน้าที่นอนสงบนิ่งอีกครั้ง

และเมื่อเห็นว่าเจ้าหล่อนยังคงหลับสบาย เขาจึงไล่มองสำรวจกายสาวในทุกตารางนิ้ว หน้าอกขนาดกะทัดรัดพอดีมือ ยอดปทุมถันสีชมพูเรื่อที่ถูกเขาดูดดึงจนช้ำไปหมด เอวคอดกิ่ว หน้าท้องแบนราบที่มีลำกล้ามเนื้อลางๆ โหนกเนินแห่งสตรีเพศ ทุกๆอย่างมันคือความเหมาะเจาะพอดีสำหรับอนาคิน เขาไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะหลงใหลในทุกๆอย่างของเด็กกะโปโลคนนี้ นางโลมหุ่นกระชากใจชายทั้งหมดทั้งมวลในคอรัสซังยังไม่อาจสู้สาวน้อยคนเดียวคนนี้ของเขาได้ เมื่อคืน แพดเม่ อามิดาลา เติมเต็มให้เขาได้อย่างที่ไม่มีใครเคยทำ หล่อนทำให้เขาได้ปลดปล่อยไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ในทุกๆที่และทุกๆท่วงท่า จนเขาก็แอบกลัวว่าเขาจะทำให้เจ้าตุ๊กตาตัวน้อยบุบสลาย แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ก็หล่อนเป็นต้นเหตุทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

และเมื่อเฝ้ามองกวางน้อยแสนสวยตรงหน้าอยู่สักพัก สิงโตหนุ่มก็ไม่สามารถหักห้ามใจตัวเองได้อีกต่อไป เขาเริ่มบรรจงจูบริมฝีปากน้อยๆของเธอก่อนลากไล้ไปตามลำคอระหง แพดเม่ครางเบาๆในลำคอ เธอรู้สึกจั๊กจี้เหมือนมีใครมารบกวนการนอนของเธอในสติอันเลือนราง อนาคินพรมประทับรอยจูบลากต่ำลงมาเรื่อยๆ จนถึงหน้าอกเต่งตึงของหญิงสาว โพรงปากอุ่นร้อนเข้าครอบครองยอดชูชันที่หยอกล้อสายตาของเขาทันที แพดเม่แอ่นกายขึ้นรับสัมผัสวาบหวามนั้น แต่เธอก็ยังคงอยู่ในภวังค์ของนิทรา อนาคินครางในลำคออย่างพึงพอใจ เมื่อลิ้นอุ่นตวัดชิมน้ำหวานจนอิ่มเอม ริมฝีปากอันช่ำชองก็ลากเลื่อนลงมาสู่หน้าท้องแบนราบ

“อืมมมม” แพดเม่ครางเบาๆในสภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น จนในที่สุดความอุ่นร้อนจากโพรงปากชายหนุ่มก็มาสิ้นสุดอยู่ที่ปากทางแห่งความเป็นสาวสะพรั่งของเธอ

อนาคินฝังใบหน้าไว้ที่หว่างขาและปลีน่องเรียวยาวก่อนจะเริ่มลิ้มรสหวานล้ำลึกจากกลีบกุหลาบสีชมพูสด ร่างของแพดเม่เกร็งเครียด ยกสะโพกรับสัมผัสโดยทันที กษัตริย์แห่งคอรัสซังครางเสียงทุ้มต่ำในลำคออย่างพึงพอใจกับปฏิกิริยาตอบรับของหญิงสาว แล้วเชยชิมรสชาดสุดแสนรัญจวนต่อไปอย่างไม่รู้จักพอ

แพดเม่ รู้สึกราวกับเธอล่องลอยอยู่ท่ามกลางปุยเมฆ และถูกแรงลมแห่งปรารถนาหอบร่างกายเหวี่ยงขึ้นลงตามการนำพาของคนที่ชักนำเธอด้วยริมฝีปากและลิ้นอุ่นอยู่ด้านล่าง

~เกิดอะไรขึ้น ข้า...กำลังทำอะไรอยู่~ หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น ยกนิ้วเรียวขึ้นมากัดเพื่อข่มอารมณ์บางอย่างที่ก่อตัวขึ้นโดยอัตโนมัติ เพื่อไม่ให้ร่างของเธอระเบิดกระเจิดกระเจิงไปเสียก่อน

~ใคร...ใครทำอะไร...ใครอยู่ตรงนั้น...หยุดก่อน~ แพดเม่ที่เริ่มได้สติพยายามปลุกตนเองให้ตื่นขึ้น

~อื้อ...ยะ...หยุดก่อน ไม่งั้นข้าคง...ยะ~ แล้วในที่สุดดวงตาสวยก็ค่อยๆลืมขึ้นมา หญิงสาวมองเห็นเพดานห้องที่มีรูปวาดจากจิตรกรฝีมือดี เธอกะพริบตาถี่ๆอีกครั้งเพราะนี่ไม่ควรจะเป็นห้องที่เธอลืมตาขึ้นมา แต่ยังไม่ทันที่จะคิดประมวลผลอะไรได้ ความรู้สึกวาบหวามก็ก่อตัวขึ้นเมื่อลิ้นอันช่ำชองของอีกคนกำลังทำหน้าที่ของมัน

“ฝ่าบาท!!!” แพดเม่ร้องอุทานเมื่อยันตัวขึ้นแล้วเห็นคนที่กำลังกลืนกินเธออยู่เบื้องล่าง หญิงสาวตกใจแทบสิ้นสติก่อนกระถดตัวถอยหนีจนแผ่นหลังชนกับหัวเตียง หญิงสาวรีบคว้าหมอนใบใหญ่ใกล้มือมาปิดบังร่างเปลือยเปล่าของเธอทันที

แพดเม่มองชายผู้มีอำนาจล้นฟ้าที่กำลังลุกขึ้นนั่งชันเข่าแล้วใช้สายตาดุจพญาเหยี่ยวจ้องมาที่เหยื่ออย่างเธอ นัยน์ตาของหล่อนไหวระริก ทั้งหวาดกลัวและตกใจ เธอใช้เวลาอันน้อยนิดที่มีอยู่รีบทบทวนเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา แล้วก็เรียกสติกลับคืนมาได้ เธอจำเหตุการณ์ที่ราวกับความฝันแต่กลับไม่ใช่ความฝันขึ้นมาได้แล้ว และทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อวานก็นำพาให้เธอมาอยู่ณ.จุดนี้อย่างไม่เคยคิดฝันมาก่อน แพดเม่ไม่รู้จะรู้สึกอย่างไรดีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ที่แน่ๆเธอไม่ได้ยินดีปรีดาเหมือนกับหญิงคนอื่นๆที่สามารถขึ้นเตียงกับกษัตริย์อนาคินได้อย่างแน่นอน ตอนนี้เธอเพียงแต่คิดว่าชีวิตเธอคงจะมีเรื่องยุ่งยากเพิ่มมากขึ้นอีกเรื่องอีกเสียแล้ว

“อรุณสวัสดิ์” อนาคินยิ้มที่มุมปาก เอ่ยทำลายความเงียบ แพดเม่ยังคงนั่งตัวแข็งทื่อ กลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอ ก่อนจะรู้สึกตัวว่าใบหน้าของหล่อนร้อนผ่าว และหัวใจเต้นแรงอย่างไม่น่าให้อภัย เธอคุมความรู้สึกที่มีต่อเขาในตอนนี้ไม่ได้เลย

“พูดอะไรบ้างก็ได้ เด็กน้อย”

“.....................”

“แพดเม่ อามิดาลา” เสียงทุ้มอันทรงเสน่ห์เอ่ยชื่อเต็มของเธอเป็นครั้งแรก และนั่นทำให้หัวใจเล็กๆพองโต เพราะเขารู้จักชื่อคนใช้ธรรมดาๆเช่นเธอ แน่นอนว่าเธอรู้สึกเขินอายกับทุกๆอย่างที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะสภาพของเธอและเขาในเวลานี้ และยิ่งคิดย้อนไปว่าเมื่อครู่ขณะที่เธอหลับรวมไปถึงเมื่อคืน เขาคนนี้ทำอะไรต่อมิอะไรกับเธอบ้าง ใจเจ้ากรรมมันยิ่งเต้นไม่เป็นจังหวะ

“เป็นอย่างไรบ้าง เมียข้า” ได้ยินคำสรรพนามที่เขาเรียกหล่อนแล้ว แพดเม่ถึงกับไปไม่เป็น เธอไม่เคยคิดเลยว่าในชีวิตนี้จะได้ยินคำเรียกขานแบบนี้จากอนาคิน สกายวอล์คเกอร์ นี่มันไม่เหมือนโลกแห่งความจริงเอาเสียเลย

“ได้โปรด อย่าพูดเยี่ยงนั้น ฝ่าบาท ข้าน้อยผู้ต่ำต้อย มิบังอาจ...” ยังไม่ทันพูดจบนิ้วเรียวยาวของอนาคินก็มาจรดอยู่บนริมฝีปากบางของเธอ

“ชู่ววว์” ตามมาด้วยเรียวปากหยักลึกของเขาที่ปิดประกบกลืนคำพูดของเธอ อนาคินจุมพิตตุ๊กตาน้อยของเขาอย่างเนิบนาบ แล้วถอนออกอย่างอ้อยอิ่ง แพดเม่หน้าแดงจนไม่รู้ว่าจะซ่อนจากสายตาคนตรงหน้าได้อย่างไรแล้ว

“ฝ่าบาท...” เสียงหวานของหล่อน เปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงจิตใจอันหยาบกระด้างของเขา อนาคินชอบฟังมันเหลือเกิน

“เมื่อคืน ขอบใจเจ้ามากที่ยินยอมให้ข้ารักเจ้าซ้ำแล้วซ้ำอีกแบบนั้น เจ้าน่ารักมาก รู้ตัวหรือไม่” ร่างสูงยื่นมือสากไปไล้แก้มเนียนใสอย่างรักใครเอ็นดู แพดเม่ก้มหลบสัมผัสนั้นด้วยความประหม่า แต่ก็ห้ามรอยยิ้มของตัวเองไม่ได้เลย ถึงแม้จะพยายามเตือนตัวเองไม่ให้หลงไปกับการแสดงของเขาก็ตาม หล่อนคิดว่าผู้ชายคนนี้คงจะกระทำและพูดแบบนี้กับผู้หญิงที่หลับนอนกับเขาทุกคน มิเช่นนั้นเขาจะได้ชื่อว่าเป็นตัวอันตรายสำหรับสตรีเพศได้อย่างไร

“เช้าแล้ว ข้าขอตัวไปเตรียมน้ำอาบ และ อาหารเช้าให้ท่าน” อนาคินส่ายหน้าทันทีที่ได้ยินดังนั้น เขาไม่อยากจะเชื่อเจ้าเด็กคนนี้จริงๆ สตรีนางอื่นมีแต่จะเข้ามาออเซาะเขาจนน่ารำคาญหลังเสร็จจากหลับนอน แต่หล่อนกลับเอาแต่จะหนีเขาไปทำงานทำการหรือนี่

“ข้าไม่อนุญาต”

“แต่มันเป็นหน้าที่ของข้า ถ้าข้าไม่ทำแล้วท่านจะลำบาก” ร่างบางทักท้วง

“วันนี้หน้าที่ของเจ้าคือเมียของข้า ตั้งใจทำให้ดีด้วย”

“ฝ่าบาท!” แพดเม่ประท้วงเสียงแข็ง ทำไมเขาต้องเอาแต่พูดเรื่องน่าอายออกมาด้วย

“เลิกให้หมด งานคนใช้ งานทุกอย่าง ตั้งแต่วันนี้” อนาคินพูดเอาแต่ใจ และมันกำลังทำให้แพดเม่ลำบากใจ

“ท่านไล่ข้าออกจากงานหรือ”

“เจ้าเด็กโง่ ข้าให้เจ้าทำหน้าที่อื่น”

“ข้าขอกลับไปทำหน้าที่เดิมที่ข้าถนัด ได้โปรดเถิดเพคะ” หญิงสาวทำเสียงอ้อนวอน และมันไม่ส่งผลดีต่อความปลอดภัยของนางเลย ยิ่งนางปฏิเสธ เขายิ่งอยากครอบครอง

“เจ้าต่อล้อต่อเถียงกับกษัตริย์เก่งแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ขอประทานอภัยเพคะ” แพดเม่ก้มหน้าเสียงอ่อย ยอมรับผิดที่ตนเองล้ำเส้น แต่จู่ๆร่างบางก็ถูกมือใหญ่ฉุดให้ย้ายมานั่งบนตักของกษัตริย์หนุ่ม เธอตกใจร้องอุทานออกมา แต่เขากลับหัวเราะชอบใจ แล้วกักตัวเธอเอาไว้ด้วยอ้อมกอด

“วันนี้ อยู่กับข้าทั้งวันเถิดนะ เด็กน้อย ข้าขอรักเจ้าอีกได้หรือไม่” พูดจบก็ก้มลงฉกฉวยกลิ่นหอมกรุ่นจากแก้มใส ตามมาด้วยการซุกไซร้ลำคอระหง แพดเม่เอียงหลบอย่างกระดากอายพยายามผลักไส แต่ก็ไม่พ้นการพันธนาการจากเขา

“นะ เป็นเด็กดีของข้าแบบเมื่อคืนอีกได้ไหม” อนาคินใช้มือใหญ่เชยคางของคนที่พยายามหลบสายตาพิฆาตนารีของเขา และเมื่อหญิงสาวหลบมันไม่พ้น เธอก็ต้องพ่ายแพ้ แพดเม่อมยิ้มน้อยๆก่อนพยักหน้ายินยอมแต่โดยดี

“เพคะ” มีทางเลือกอื่นให้เธอตอบอีกหรือ สิ้นคำอนุญาตอันแสนอ่อนหวาน อนาคินยิ้มกริ่มโดยทันที ก่อนค่อยๆแทะเล็มตะล่อมกินเหยื่ออันแสนโอชะของเขาทีละน้อยทีละน้อย หญิงสาวปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามอารมณ์ แต่พยายามดึงสติตนเองกลับมาทุกครั้งว่าอีกไม่นานเธอก็ต้องตื่นจากฝันดี ฝันที่มาได้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว จงอย่าได้ลืมโลกแห่งความเป็นจริง

 

...................................................................

 

เวลาล่วงเลยมาเกือบสามเดือน เรย์ เคโนบี ใช้ชีวิตที่ทาโคดาน่าอย่างสงบสุข สงบจนเธออยากจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างแล้วเริ่มต้นใหม่ที่นี่ อยากลืมว่าภาระหน้าที่ของเจ้าหญิงแห่งนาบูคืออะไร อยากเป็นเพียงแค่เรย์ หญิงสาวธรรมดา ที่เลือกทางเดินและความฝันของตัวเอง

หญิงสาวนอนตะแคงอยู่บนผืนหญ้าอันอ่อนนุ่มริมทะเลสาบขนาดเล็ก ใต้ต้นไม่ใหญ่ที่เริ่มผลัดใบเปลี่ยนเป็นสีส้ม สัญญาณแห่งฤดูใบไม้ร่วงที่ใกล้จะมาถึง หล่อนใช้ปลายนิ้วเรียวสัมผัสกลีบดอกบัวอันบอบบางที่โผล่พ้นผิวน้ำเล่นอย่างเพลินมือ ไม่นานเธอก็ยันตัวขึ้นเปลี่ยนท่าเป็นนอนคว่ำ แล้วจุ่มนิ้วลงไปในน้ำอันใสสะอาดเพื่อหยอกล้อกับปลาตัวเล็กที่ว่ายเข้ามาตอดทำให้เธอจั๊กจี้ เจ้าหญิงแห่งนาบูหัวเราะเบาๆอย่างอารมณ์ดี ดวงตาใสเป็นประกาย

“ข้าให้เจ้ากินขนมปังไปแล้วเมื่อเช้า ตะกละจริงเลยเจ้าตัวเล็ก” ร่างบางกัดริมฝีปากล่าง อย่างมันเขี้ยวก่อนจะหยิบเศษขนมใกล้มือโปรยลงไปในน้ำ

แต่อยู่ๆบางสิ่งบางอย่างก็ทำลายบ่ายอันรื่นรมย์ของเธอ เสียงขู่คำรามในลำคอของสุนัขสีดำตัวเขื่องดังหางไปไม่ไกลทำให้หญิงสาวสะดุ้งตัวผุดลุกขึ้นทันที

เรย์ตกใจในคราแรก แต่สุดท้ายหล่อนก็อยู่ในท่าเตรียมพร้อม เจ้าหญิงนาบูลุกขึ้นยืนอย่างทะมัดทะแมงในมือถือด้ามดาบสีดำที่คุ้นตา ก่อนจะกดปุ่มบางอย่างเพื่อขับเคลื่อนกลไกแห่งดาบจนมีลำแสงพลังสีแดงปรากฏขึ้นมา เสียงหึ่งของมันดังข่มขวัญศัตรู แต่เจ้าหมายักษ์นั่นกลับไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้าน

~เข้ามาเลย~ เรย์เม้มริมฝีปากเพื่อรวบรวมสติและสัมผัสพลัง ก่อนที่ฝ่ายตรงข้ามจะเปิดฉากเข้าโจมตี

“ควับ!” เสียงกรงเล็บแหลมคมแหวกอากาศทันทีที่เจ้าหมาจอมตื้อกระโจนเข้าใส่ เรย์กระโดดหลบได้อย่างว่องไวแต่ก็ฉิวเฉียดเพราะคู่ต่อสู้ของเธอไวกว่ามาก หญิงสาวต้องหลบหลีกกรงเล็บนั่นทั้งด้วยการกระโดด กระโจน ม้วนตัว และอะไรต่อมิอะไรเพื่อเอาตัวรอดจากอุ้งมือปุกปุยที่มีฤทธิ์ถึงตาย เธอจะไม่ยอมเจ็บตัวเพราะมันอีก

“โครมมม” เจ้าสุนัขตัวใหญ่ตะปบโดนหินก้อนโตที่ตั้งอยู่ริมน้ำ จนมันแตกกระจายฟุ้งเป็นผุยผง เรย์กระแอมไอเพราะทางเดินหายใจของเธอระคายไปด้วยฝุ่น ก่อนจะรีบปรับสายตาให้ชินเมื่อละอองฝุ่นสลาย แล้วจึงฉวยโอกาสกระโจนไปยังหินใหญ่อีกก้อนเพื่อใช้เป็นแรงส่งถีบตัวกระโดดลอยตัวขึ้นสูงแล้วหวดดาบเรื่องแสงลงบั่นคอของเจ้าสัตว์ร้ายทันที เจ้าสุนัขทมิฬกลายเป็นฝุ่นควันสีดำหายวับไปกับตา เรย์หอบหายใจเหนื่อยก่อนกดเก็บลำแสงของดาบแล้วหันหลังกลับเพื่อเขวี้ยงด้ามดาบออกไปยังร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นโดยไม่ต้องใช้ตามองเป้า เบน โซโลเอี้ยวศีรษะหลบได้อย่างง่ายดายก่อนที่ด้ามดาบนั้นจะวนอ้อมศีรษะของนายพลหนุ่มกลับสู่มือเล็กของเรย์อีกครั้ง

“น่าประทับใจ” เบนยิ้มที่มุมปากเอ่ยชมพาดาวันของเขา แต่มันเป็นอาการที่ดูแล้วน่าหมั่นไส้ที่สุดสำหรับเรย์ เขาเล่นงานหล่อนทีเผลออีกแล้ว และคำพูดนั่นฟังดูก็รู้ว่าแกล้งประชด

“ท่านมันบ้าบอที่สุด เบน โซโล” หญิงสาวก่นด่า หงุดหงิดที่เขาชอบถือวิสาสะมาทดสอบเธอแบบนี้ นี่มันเป็นเวลาพักผ่อนของเธอนะ บ่นไปพลางเหน็บดาบไว้ที่ฝักของมันข้างเอวของหล่อนไป แล้วปาดเหงื่อข้างแก้มใส

“เคลเบรอสน่าจะเบื่อท่านมาก ที่รบกวนงานประจำเฝ้าห้องสมุดของมันอยู่ได้”

เบนไม่โต้ตอบ หากแต่เดินเข้ามาประชิดตัวเรย์ แล้วก้มตัวลง จ้องมองหน้าเง้างอของคนตัวเล็ก ใกล้จนใบหน้าทั้งสองห่างกันไม่ถึงคืบ

“เจ้ากล้าบ่นอาจารย์ของเจ้าหรือ สงสัยคงต้องโดนทำโทษ” พูดพลางใช้นิ้วยาวบีบจมูกโด่งรั้นด้วยความมันเขี้ยว ส่วนหญิงสาวนั้นหน้าแดงไปถึงหูแล้ว ก็เพราะการ ‘ทำโทษ’ ลูกศิษย์ของอาจารย์คนนี้ มันไม่ใช่แบบที่ใครๆเขาทำกันเสียหน่อย

“ข้าไม่อยากคุยกับท่านแล้ว” เรย์ผลักแผกอกหนาหนั่นให้ออกห่าง ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบคนที่กักกันเธออยู่เบื้องหน้า เธอตั้งใจจะซ่อนความเขินอายไม่ให้อีกฝ่ายได้ใจ

“แต่ข้ามีเรื่องสำคัญต้องคุยกับเจ้า” เรย์ได้ยินดังนั้นก็ชะงักนิ่ง เวลาเบนพูดถึงเรื่องสำคัญทีไร มันมักจะเป็นเรื่องที่เธอไม่อยากฟังทุกที เพราะเธอกลัวว่าโลกแห่งความเป็นจริงกำลังกลับมาทวงชีวิตของเธอ

ตลอดเวลาสามเดือนที่ผ่านมา หลังเหตุการณ์ที่ห้องสมุดหวงห้าม เรย์ตัดสินใจขอร้องให้เบนให้เวลานางสักพัก เธอต้องการเรียนรู้เรื่องการต่อสู้รวมไปถึงเรื่องของสัมผัสพลังที่มาซเคยยื่นข้อเสนอให้ และที่สำคัญยังต้องการเวลาเพื่อคิดทบทวนการตัดสินใจ เบนนิ่งไปหลายวันก่อนให้คำตอบด้วยการอนุญาตตามคำร้องขอของเธอ หากแต่เขายืนกรานจะต้องเป็นคนสอนเธอด้วยตัวเอง เรย์ตอบรับอย่างไม่รีรอ เพราะนี่เป็นโอกาสดีที่เธอจะใช้เวลาที่มีกับเขาเพื่อล้วงความลับของคอรัสซัง อะไรก็ได้ที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อนาบู และอีกอย่าง การได้เป็นพาดาวันของคนที่มีฝีมือระดับนายพลแห่งคอรัสซัง ผู้นำทัพมังกรทมิฬ และหัวหน้าแห่งอัศวินรัตติกาล ไม่ใช่โอกาสที่จะได้มาง่ายๆเลย

เขาสอนทั้งวิธีต่อสู้และการใช้สัมผัสพลังในแบบที่เธอไม่เคยเรียนรู้มาก่อน ซึ่งลุคไม่เคยยอมสอนเรื่องสัมผัสพลังให้เธอแม้แต่น้อย บทเรียนของเขาหนักหน่วงและเข้มงวด เล่นเอานักเรียนอย่างเธอฟกช้ำดำเขียวและเกือบท้อไปหลายต่อหลายครั้ง แต่เขานี่แหละเป็นคนฉุดเธอกลับมาอีกครั้ง ด้วยวิธีการของเขา เขารักษาแผลของเธอในทุกๆบาดแผล เขาซับน้ำตาให้เธอในทุกๆหยาดหยด และเมื่อเธอต้องการกำลังใจ เขาก็มักจะโผล่อยู่ในทุกๆที่พอดิบพอดีราวกับไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ถึงแม้เขาจะไม่ใช่คนพูดเก่ง แต่เพียงมีเขานั่งเงียบๆอยู่ข้างๆ มันก็ทำให้จิตใจของเธอสงบอย่างน่าประหลาด เธอเคยรู้สึกไปเองอยู่บ่อยๆว่าได้ยินคำพูดของเขาผ่านทางสายตาและสายลม แม้เขาจะไม่ได้เอ่ยปากสักคำ มันก็เป็นเรื่องที่น่าแปลก แต่เขาเคยบอกเธอว่าการฝึกพลังอาจทำให้สมองเธอล้าและรวนเรไปบ้าง เธอจึงคิดว่านี่คือเหตุผล

หากแต่สิทธิพิเศษสำหรับการฝึกคอร์สตัวต่อตัวนี้เธอก็จำเป็นต้องแลกมาด้วยอะไรหลายๆอย่างเช่นกัน โดยเฉพาะวิธีทำโทษของเขา ที่เธอมักจะต้องเสียเปรียบให้เขาอยู่เสมอๆ ~คนอะไร มือไวปากไวชะมัด~

ยกตัวอย่างเช่นในตอนนี้ เมื่อร่างบางยังคงนิ่งเบนจึงทรุดตัวลงนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะฉุดให้พาดาวันของเขาให้เสียหลักล้มลงบนตักกว้าง

“อ้ะ ท่านจะทำอะไร” เรย์พยายามขัดขืน ถึงแม้จะไม่เคยสำเร็จก็ตาม เบนขยับท่าของเจ้าหล่อนให้นั่งซ้อนบนตักแล้วโอบกอดร่างแน่งน้อยเอาไว้ ทำให้หญิงสาวจำใจต้องซุกซบลงบนแผงอกกว้างอันแสนอบอุ่น ฟังเสียงหัวใจของเขาเต้นอย่างเป็นจังหวะหนักแน่น เสียงที่แสนจะคุ้นหูสำหรับเธอ ดื้อไปก็เหนื่อยเปล่า เรย์ปลงตก ยอมตามอีกฝ่ายแต่โดยดี

“ท่านมีอะไรก็ว่ามา” ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองคนที่ก้มลงมาสบตา เบนยกยิ้มพอใจเมื่อเห็นเด็กน้อยว่านอนสอนง่ายมากขึ้นทุกวันๆ เขากอดเธอไว้อย่างหลวมๆ หลังพิงต้นไม้ด้วยท่าทางสบายๆ

“เราจะเดินทางไปคอรัสซังในอีกไม่กี่วัน” ประโยคที่ได้ยินเปรียบเสมือนฟ้าผ่าลงกลางกระหม่อมของเจ้าหญิงแห่งนาบู เธอสะดุ้งตัวขึ้นทันที

“ทำไม ทำไมท่านถึงยังยืนยันส่งข้าไปเข้าถ้ำเสือ” ร่างบางตัดพ้ออย่างน้อยใจ น้ำตาเจ้ากรรมมันเอ่อล้นขึ้นมาอย่างสุดจะหักห้าม เธอเกลียดเบน โซโล

“เจ้าขอเวลา ข้าก็ให้แล้ว ยังเกลียดข้าอีกหรือ” เขาพูดน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันสะดุดใจเธอเสมอ เขาทำแบบนี้อีกแล้ว ทำราวกับอ่านใจเธอได้ ราวกับเข้ามาอยู่ในหัวเธออีกแล้ว ถึงเธอจะยังพิสูจน์เรื่องนี้ไม่ได้ แต่หลายๆครั้งเขามักทำตัวต้องสงสัย เรย์ขมวดคิ้วมุ่น

“ไคโล เรน อย่าทำแบบนี้เลยนะ” หญิงสาวออดอ้อน และเธอมักจะให้สรรพนามนี้เรียกเขาทุกครั้งที่เธอร้องขอความเห็นใจ หรืออยู่กันเพียงสองคน เพราะเธอจับทางได้ว่าเขาอ่อนไหวกับชื่อเรียกขานนี้ อีกอย่าง ความประทับใจแรกๆที่เธอมีต่อเขา ก็เป็นเขาที่อยู่ภายใต้หน้ากากเหล็กนั้น ทำให้เธอเคยชิน

“.......................” เขานิ่ง

“นะ....นะคะ” เรย์ตัดสินใจใช้ไม้ตายทุกอย่างที่เธอพึงมี ร่างบางกลั้นใจด้วยความประหม่า ก่อนค่อยๆยืดตัวขึ้น แล้วประทับริมฝีปากอิ่มนุ่มนิ่มของเธอลงบนริมฝีปากหยักลึกของเขา เบนประหลาดใจในตอนแรก เพราะหล่อนไม่เคยเป็นคนริเริ่มสัมผัสทางกายอย่างลึกซึ้งระหว่างคนทั้งคู่ อาจจะยกเว้นครั้งที่หล่อนหอมแก้มขอบคุณเขา

ร่างสูงจึงชะงักนิ่ง ตัวชาอยู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะตอบรับสัมผัสไร้เดียงสาของคนตรงหน้าอย่างเต็มอกเต็มใจ เรย์เป็นฝ่ายชักนำจุมพิตในครั้งนี้อย่างกระดากอายและไม่ประสีประสา และมันยิ่งทำให้เบนพึงพอใจเป็นอย่างมาก หล่อนค่อยๆขยับปากน้อยๆเพื่อรับรสสัมผัสจากริมฝีปากของเขาให้แนบแน่นยิ่งขึ้น หวังจะสร้างความประทับใจให้อีกฝ่ายจนเขายอมใจอ่อนกับเธออย่างเช่นทุกครั้ง สองแขนเรียวยกขึ้นโอบหลังคอของร่างสูงเอาไว้เพื่อยืดตรึง ก่อนเบียดกายสาวอันนุ่มนิ่มแนบชิดร่างอันแข็งแกร่งของเขาเพื่อเอาอกเอาใจ หลังจากบดเบียดลิ้มรสหอมหวานแห่งจุมพิต เนิบนาบ และเนิ่นนาน เธอก็ค่อยๆถอนริมฝีปากออกมาอย่างอ้อยอิ่ง เขาพยายามขยับริมฝีปามตามมาเพื่อรั้งเธอไว้อย่างเสียดาย เรย์ค่อยๆลืมตาที่หลับพริ้มเพื่อมองลึกลงไปในแววตาคม เธอพยายามส่งผ่านความรู้สึกและคำพูดมากมายที่ท่วมท้นอยู่ในอกให้เขารู้ ให้เขารับรู้ถึงความสิ้นหวังและน้อยใจหากเขายืนยันจะส่งตัวเธอให้คอรัสซัง ให้รู้ว่าเธออยากจะเชื่อใจเขา ให้เขารู้ว่าเธออยากให้เขาเป็นที่พึ่งสุดท้ายของเธอ ให้เขารู้ว่าเธอ....

เรย์รีบปิดกั้นความคิดสุดท้ายของตัวเองทันที กลัวว่าหากเขาล่วงรู้ความคิดของเธอจริงๆ มันอาจจะไม่ใช่เรื่องดีสำหรับคนทั้งสอง

เบนก้มมองแววตาสีน้ำตาลอ่อนของเธอ ด้วยสีหน้าที่ยากที่จะอ่านใจ เรย์ไม่เคยเข้าใจเลยว่าผู้ชายคนนี้คิดอะไร บางครั้งเขาก็ทำให้เธอเข้าข้างตัวเองว่าเขาอยู่เคียงข้างเธอ แต่อยู่ๆเขาก็มักจะทำราวกับเธอเป็นเพียงภารกิจหนึ่งของเขา และนั่นเป็นสาเหตุที่เธอไม่เคยคิดจะเปิดใจ ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ของเขาและเธอ มันจะก้าวข้ามขั้นอะไรต่อมิอะไรมาพอสมควรแล้ว ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ถึงแม้เธอจะไม่หยั่งรู้จิตใจที่แท้จริงของเขา แต่เธอก็รู้จิตใจที่แท้จริงของเธอ เพียงแต่ยังเลือกที่จะปฏิเสธมัน

“วิธีนี้ใช้ไม่ได้ผลหรอกเด็กน้อย อันตรายเสียเปล่าๆ” เขาพูดถึงจุมพิตเมื่อครู่โดยไม่สบตาเธอ เบนจ้องมองไปยังทะเลสาบด้านหน้า เธอเข้าใจที่เขาพูดทันทีเพราะสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่คับแน่นอยู่ภายในกางเกงของเขา ซึ่งดุนดันบั้นท้ายของเธอที่นั่งทับมันอยู่ เธอจึงเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่อง เพื่อให้เวลาเบนได้สงบมัน

“ทำไมต้องใจร้ายกับข้าขนาดนี้” เรย์ตัดพ้อ เธอรำพึงรำพันด้วยเสียงที่อ่อนล้า

“เรย์ เคโนบี ฟังให้ดี ทำตามที่ข้าบอก แล้วทุกอย่างจะดีเอง ข้ามีแผนสำหรับเราสองคน” เบนพูดพลางจับยกปอยผมยาวสีน้ำตาลอ่อนของหญิงสาวขึ้นมาแนบจมูกโด่งเป็นสัน เพื่อสูดกลิ่นหอมกรุ่นที่เขาคุ้นเคย เรย์เงยหน้ามองการกระทำของเขา ผ่านสันกรามคมชัดและไรเคราที่ทำให้นายพลแห่งคอรัสซังยิ่งดูคมเข้มน่าหลงใหลเข้าไปอีก

~แผนสำหรับเราสองคน~ หญิงสาวฟังประโยคนี้แล้วทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก มันดังซ้ำๆในโสตของเธอ ในความกังวลทั้งหมดทั้งมวลเธอกลับเผลออมยิ้มเมื่อได้ยินมัน

“ข้าจะเชื่อใจท่านได้หรือ”

“แล้วที่ผ่านมา เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร” ชายหนุ่มโต้กลับด้วยประโยคที่ทำให้หญิงสาวต้องฉุกคิด จริงสิ ที่ผ่านมา จากคนที่ลักพาตัวเธอ คนที่ไม่ถูกชะตากันตั้งแต่แรกเห็น เขากลายเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เธอพึ่งพาได้มากที่สุด และตอนนี้...เชื่อใจมากที่สุด

ร่างบางไม่พูดอะไรเพียงแต่กระชับกอดแล้วซุกหน้าเข้ากับแผงอกอุ่นของเขาเป็นคำตอบ เบนยกมือใหญ่ขึ้นลูบศีรษะเธออย่างรักใคร่เอ็นดู แล้วก้มลงสูดกลิ่นหอมรัญจวนจากผมนุ่มของเธอ ~เรย์ เคโนบี เจ้าเด็กขี้อ้อน~ เขาไม่เคยอยากจะยอมรับเลยว่าการกระทำของเธอมักจะทำให้หัวใจอันแข็งกระด้างของเขาอ่อนยวบได้ทุกครั้งไป และเธอเองก็ไม่เคยจำเลยว่าเขาคือตัวอันตรายต่อความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของเธอ ใครจะรู้ว่าทั้งหมดที่กระทำ เขาอาจจะกำลังบ่มเพาะผลไม้ลูกงามเพื่อให้มันหวานกรุ่นกลิ่นและสุกปลั่ง รอวันได้ลิ้มรสชาดแห่งสรวงสวรรค์ที่เขาเป็นเจ้าของอย่างชอบธรรม

 

................................................................

 

ในกระท่อมเล็กๆกลางป่าแห่งนครนาบู ชายสูงอายุสองคนกำลังนั่งกระดกรัมกั้นตั้งแต่พลบค่ำ ลุค และ เบน เคโนบี เคร่งเครียดกับหมากรุกบนกระดานที่ใกล้จะรู้ผลแพ้ชนะ

“สรุปแล้วได้ข่าวของลูกศิษย์ข้าบ้างหรือยัง” ลุคเอ่ยถามส่วนอีกฝ่ายได้แต่สายหน้าช้าๆขณะที่ตายังเพ่งมองอยู่บนกระดาน

“ล่าสุดที่รู้คือยังอยู่ในมือไคโล เรน”

“อย่าบอกนะว่าตั้งแต่ข่าวดังเรื่องไคโล เรนบุกถล่มรังแจ๊บบา เจ้ายังไม่ได้ข่าวนางอีกเลย”

“อืม ยัง”

“บ๊ะ หลานชายข้า มันพาเจ้าสาวของมันไปซ่อนไว้ที่ไหน”

“ปล่อยหนุ่มสาวไปเถิด” กษัตริย์เบนพูดถึงลูกสาวอย่างไม่ยี่หระ

“เอ้า เจ้าไม่ห่วงลูกสาว แต่ข้าห่วงลูกศิษย์”

“ไม่ใช่ไม่ห่วง แต่ข้าไว้ใจฝีมือหลานชายเจ้าต่างหาก อีกอย่างสองคนนั้นถูกผูกเชื่อมสัมผัสพลังไว้ตั้งแต่เกิดแล้ว รอดก็รอดคู่ ตายก็ตายคู่ เบนไม่ปล่อยให้เรย์เป็นอะไรอยู่แล้ว”

“ข้าเดาใจเบนไม่ออกจริงๆ หวังว่าเจ้านั่นจะมีแผนดีๆรับมือเจ้าบ้าอนาคินแล้วนะ” ชายชราพ่นลมถอนหายใจ

“ข้าก็เบื่อจะเดาแล้ว อยู่ๆก็กลับลำมาเอาตัวลูกสาวข้าไปคอรัสซังแบบนี้ ไม่เข้าใจหนุ่มสาวสมัยนี้จริงๆ ชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก” กษัตริย์แห่งนาบูบ่นอุบก่อนจะหยิบหมากตัวสุดท้ายแล้วเงยขึ้นพูดกับสหายสนิท

“รุกฆาต”

xoxoxoxoxoxoxo To Be Continued oxoxoxoxoxoxoxox

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #48 Cherry Wanlada (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:12
    บร๊ะๆๆๆคุณตาขาาาาาเร็ว!!! ปกติเรียกอนาคินว่าคุณตาตลอดๆ55555 อะไรยังไงลุคกับโอบีวันนี่เป็นแผนที่วางไว้กับพี่เบนแต่แรกป่ะเนี่ย อีพรี่ว่าแล้วเชียวคิดไว้ว่าน่าจะหลอกล่อให้ชินกับสัมผัสไรงี้ ในเรื่องนี่คือความสัมพันธ์ของลุค อนาคินแล้วก็เบนเป็นอะไรยังไง คือไม่เคยได้ยินจากปากของสามคนนี้ มีแต่ลือกัน รอไรท์เฉลยหรือว่าจะไม่เกี่ยวข้องกันเลย รีดคิดเยอะไปป่าวเนี่ย55555
    #48
    0
  2. #38 Bloody fo Princess (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:34

    โอ้ยยย รุ่นใหญ่ เขาเข้าได้เข้าเข็มแล้ว

    รุ่นเล็กๆแบบ ไคโร เรน กับ หนูเรย์ ละคะ หื่มมมม

    ทั้งความพูกพันแต่อ้อนแต่เอ๊าะ

    รักแต่น้อยๆ ผู้ใหญ่ เป็นใจ

    แถมมี . . . ฟรอทโค๊ด ละด้วย อูัๆ

    จะรอผลไม้ได้ที่ไปไหนค่ะป๊าไคโร หื่มๆ

    นะตอนนี้ ตายอย่างสงบ

    ศพสีชมพูแล้วค่ะ


    https://image.dek-d.com/27/0205/8201/129966042

    #38
    0
  3. #37 ปวดหลัง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:32

    พ่อกับลุงเป็นใจ จับหมั้นแต่เด็กนี้เอง โถๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ รอต่อจ้า

    #37
    0
  4. #36 161213p (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:32

    ตอนนี้ฟินคู่ของอนาคินมาก
    #36
    0
  5. #35 Mellow D (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:32

    โอยยยย พี่เบนมีแผนอะไรอ่ะ อยากอ่านต่อแล้วค่าไรท์

    #35
    0
  6. #34 koala 🐨 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:44
    พี่เบนอ่อนโยนกับน้องม้ากกกกกก
    #34
    0