[Star Wars::AU::Reylo] Love Illusion

ตอนที่ 8 : Forbidden Chamber

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 329
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    25 ม.ค. 63

 

 

“เรย์ ที่รักของข้า” เสียงทุ้มนุ่มกระซิบอย่างแผ่วเบาข้างใบหูดังก้องในโสตประสาทของเจ้าหญิงแห่งนาบู เธอกำลังนอนอยู่บนเตียงใหญ่ซึ่งมีใครอีกคนอยู่ตรงนั้นอย่างแนบชิดกับเธอ ร่างบางรู้สึกราวกับจะขาดใจเมื่อกำลังถูกใครคนนั้นกระแทกกระทั้นเข้ามายังแก่นกายสาว กลีบกุหลาบที่ไม่เคยมีใครได้ล่วงล้ำกลับมีบางสิ่งบางอย่างอันแข็งขึงใหญ่โตและอุ่นร้อนแทรกเข้าแล้วถอนออกซ้ำๆ และมันทำให้หล่อนแทบคลั่ง หน้าอกอิ่มเคลื่อนไหวขึ้นลงตามจังหวะโยกขยับ ยั่วเย้าสายตาของฝ่ายตรงข้าม ร่างบอบบางของเรย์ตกอยู่ภายใต้ร่างหนาหนั่นที่แกนกายคับแน่นจนแทบจะระเบิดออกมา เม็ดเหงื่อเกาะพราวตามร่างอันเปลือยเปล่าของทั้งคู่ สองมือใหญ่ของเขาประสานกุมมือเล็กของเธอไว้แน่น

 

“อะ อื้อ...” เสียงร้องครางเพราะความเสียวซ่านดังขึ้นแข่งกับเสียงโนมเนื้อเปล่าเปลือยกระทบกัน แต่ก็เงียบลงเมื่อริมฝีปากบางถูกประกบปิดแล้วบดเบียดอย่างเร่าร้อน ลิ้นอุ่นถูกส่งเข้ามาลุกล้ำโพรงปากเล็กตักตวงเอาความหอมหวานอย่างเอาแต่ใจ เรย์รู้สึกเหมือนกับร่างทั้งร่างหนักอึ้งแต่กลับถูกเหวี่ยงให้ลอยหวือสูงขึ้นเรื่อยๆโดยการสัมผัสและการขยับเคลื่อนอย่างบ้าคลั่งของเขา

 

เมื่อร่างใหญ่ถอนริมฝีปากออกจากกลีบปากบาง หญิงสาวกลับไม่ได้หยุดพักเพราะเขาประคองตัวหล่อนขึ้นนั่ง แล้วดูดดึงยอดดอกบัวที่ชูชันหยอกล้อกับสายตาที่มองมาอย่างจาบจ้วง ร่างบางแอ่นกายรับสัมผัสนั้น พร้อมจิกแผ่นหลังกว้างจนเป็นรอยแดง เมื่อจัดการกับข้างหนึ่งจนหนำใจ ชายหนุ่มก็ไม่ปล่อยให้ปทุมเต่งตูมอีกข้างต้องเดียวดาย เขาขยับเลื่อนโพรงปากเพื่อให้ลิ้นอุ่นได้ลากไล้หยอกล้อมันอย่างช่ำชองไม่แพ้กัน เรย์อับอายเกินกว่าจะร้องครางออกไป รู้สึกเหมือนร่างของเธอกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่กลับอยากให้เขาทำมันมากขึ้นไปอีก เธอจึงได้แต่กัดริมฝีปากแดงไว้แน่นเพื่อระบายความอัดอั้ดจนมันบวมช้ำ เสียงหอบหายใจของสองร่างที่เกี่ยวกระหวัดดังแข่งกันเป็นระยะ ส่วนล่างของทั้งคู่ที่สอดประสานกันอย่างคับแน่นยังคงดำเนินต่อไปเป็นจังหวะที่รวดเร็วและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อทนไม่ไหวอีกต่อไป เจ้าหญิงแห่งนาบูจึงครางเสียงหวานออกมาจนทำให้คนที่ได้ยินแทบบ้า นายพลหนุ่มจึงยิ่งขยับเคลื่อนแก่นกายอย่างทรงพลังและมันทำให้เธอพึงพอใจอย่างที่สุด เมื่อการบรรเลงบทรักมาถึงจุดหมายปลายทาง คนทั้งคู่ก็รู้สึกถึงดวงดาวนับร้อยพันที่พุ่งทะยานขึ้นจนถึงจุดสูงสุดแล้วแตกกระจายส่องแสงระยิบระยับเกลื่อนท้องฟ้า

 

“อื้อ...เบนนนน” เสียงหวานครางชื่อของคนที่ครอบครองทั้งร่างกายของเธอไว้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด รับรู้ถึงสิ่งอุ่นร้อนที่ถูกปลดปล่อยเข้ามาในร่างของเธอวินาทีที่เขากระแทกกระทั้นเข้ามาอย่างรุนแรงเพื่อนำพาเธอไปถึงฝั่ง

 

~พรวด~ เรย์ เคโนบีสะดุ้ง ดวงตาเบิกโพลง ผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

“อีกแล้วหรอ...” ร่างบางเอ่ยออกมาขณะยังหอบหายใจเร็ว หัวใจยังเต้นราวกับจะหลุดออกมานอกอก เพราะฝันครั้งนี้เป็นครั้งที่เหมือนจริงมากที่สุดเท่าที่เคยมี และมันก็ทำให้เธอรุ่มร้อนและหอบโยน ราวกับเกิดขึ้นจริง

 

เรย์หน้าแดงก่ำเมื่อคิดทบทวนถึงความฝันที่เพิ่งเกิดขึ้นหมาดๆ ร่างบางเคยฝันถึงคนๆหนี่งที่ให้ความรู้สึกแสนอบอุ่นและกระซิบบอกรักเธออยู่บ่อยๆ เธอเคยคิดว่ามันเป็นความเพ้อฝันแบบหญิงสาวทั่วๆไปในจิตใต้สำนึก แต่ก็รู้สึกอยากเจอคนๆนั้นอีก อยากฝันถึงเขาบ่อยๆ เพราะฝันดีเล็กๆน้อยๆช่วยเยียวยาจิตใจได้เสมอ

 

แต่ครั้งนี้มันต่างไป เพราะนอกจากมันจะชัดเจนแล้ว มันยังเร่าร้อนผิดไปจากที่เคย เธอไม่เคยฝันถึงการร่วมรักมาก่อน ไม่แม้แต่จะเห็นหน้าคนๆนั้น และมันทำให้เธอใจเต้นไม่เป็นส่ำ เพราะหนนี้เธอเห็นตัวเองร่วมรักกับ‘เขา’ คนที่วนเวียนอยู่ในหัวของเธอมาตลอดหลายวัน และนี่เป็นวันที่สามติดต่อกันแล้วที่เธอฝันถึงเขา ในสถานการณ์ที่น่าอายแบบนี้

 

~เบน โซโล~

 

เมื่อคิดถึงชื่อเขาใบหน้าก็ร้อนเห่อ หญิงสาวดึงผ้าห่มให้กระชับร่างกายยิ่งขึ้น เธอรู้สึกเหมือนทุกอณูของร่างกายถูกปลุกขึ้นจากการหลับใหลและเธอต้องการสงบมัน เรย์คิดทบทวนฉากที่เขาและเธอโรมรันพันตูกันอยู่บนเตียงด้วยร่างอันเปลือยเปล่า แล้วใจเจ้ากรรมมันก็รู้สึกวาบหวามอย่างห้ามไม่ได้ เธออับอายเกินกว่าจะยอมรับ แต่เธอรู้สึกกลัวอยู่ลึกๆว่าเธอกำลังปรารถนาเขา

 

“บ้าชะมัด!” หญิงสาวสบถเพราะผิดหวังกับตัวเอง นี่เธอเป็นอะไรไป ทำไมถึงปล่อยใจปล่อยความคิดไปได้ไกลถึงขนาดนี้ เธอควรจะโฟกัสกับเหตุการณ์บ้านเมืองอันแสนจะวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ใช่มัวแต่ฝันว่าร่วมรักกับศัตรูของนาบู

 

~ข้าต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ~ เรย์หงุดหงิดเมื่อคิดถึงความเป็นไปได้ที่เธอจะเริ่มสนใจเขา ไม่รู้ทำไม ตั้งแต่เขาช่วยชีวิตเธอ ในสมองเธอก็คิดวนเวียนถึงแต่ใบหน้าของเขา และยิ่งได้เห็นมันบ่อยครั้งเข้า เรย์ก็ไม่สามารถลืมดวงตาคมคู่นั้นได้อีกเลย

 

“เรย์ ตั้งสติหน่อย เขาคือนายพลแห่งคอรัสซัง อย่า...เชียว...นะ” เธอพูดย้ำกับตัวเองอย่างหนักแน่น สั่งสอนเจ้าสมองอันดื้อด้านให้เข้าใจตรงกันเสียหน่อย ไม่ว่าจะอย่างไร เบน โซโล ก็คือศัตรู ถึงจะคิดได้แบบนั้นแต่ก็ไม่วายที่มือนุ่มก็พาลลากขึ้นไปสัมผัสลำคอที่ซึ่งยังคงเหลือร่องรอยแดงที่ชายหนุ่มฉวยโอกาสฝากเอาไว้ ในระหว่างที่นึกถึงเขา

 

“ก๊อกๆๆ” เสียงดังขึ้นที่ประตูห้องปลุกเธอขึ้นจากห้วงความคิดอันยุ่งเหยิง ร่างบางสะดุ้งหันไปมองตามเสียง

 

“นี่ข้าเอง เคย์เดล มาซให้ข้ามาตามเจ้าไปพบ”

 

“ได้ สักพักข้าจะตามไป” ร่างบางตอบรับก่อนรีบจัดการกับร่างกายและความคิดของตนเองให้เข้าที่เข้าทางก่อนต้องออกไปเผชิญหน้าในเช้าวันใหม่กับใครต่อใคร

 

-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-

 

“มาแล้วหรือ สาวน้อย” มาซเอ่ยทัก

 

“เจ้านอนหลับดีหรือไม่ ไม่มีฝันอะไรแปลกๆใช่ไหม” หญิงสูงอายุถาม ซึ่งอันที่จริงแล้วถ้าเป็นในสถานการณ์ปกติประโยคนี้ก็จะเหมือนการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบทั่วๆไปตามมารยาท แต่สำหรับเรย์ในวันนี้มันไม่ใช่ เพราะเธอเพิ่งผ่านการฝันที่น่าอับอายมาสามวันติด คำถามนี้จึงทำให้หญิงสาวแทบไปไม่เป็น

 

“มะ...ไม่มี ข้านอนหลับสนิท สบายดี” ร่างบางพยายามปั้นหน้าให้เป็นปกติที่สุด แต่ช่วยไม่ได้ที่แก้มเนียนกำลังมีสีชมพูระเรื่อ

 

“ถ้านอนคนเดียวแล้วเหมือนมีอะไรมารบกวนบอกได้ ข้าจะให้เคย์เดลไปนอนไปเพื่อน” มาซขมวดคิ้วทำสีหน้าเป็นห่วง เรย์ส่ายหน้าปฏิเสธด้วยความเกรงใจ เธอไม่ควรต้องให้เคย์เดลมาลำบากเพียงเพราะฝันพิเรนๆของตน

 

“ไม่เป็นไรจริงๆ ข้านอนหลับสบายดี” มาซหรี่ตาแล้วมองตรงมายังเรย์อย่างพินิจพิเคราะห์ ร่างบางรู้สึกราวกับว่าจอมเวทย์ชรากำลังเพ่งมองร่องรอยจ้ำแดงที่ลำคอของคน จึงพยายามดึงคอเสื้อมาปิดไว้ ถึงมันจะไม่ค่อยสำเร็จก็ตาม

 

“เบน รบกวนเจ้าหรือเปล่า”

 

“มะ ไม่ ทะ ทำไมท่านถึงคิดว่าเขาจะรบกวนข้า ไม่มีอะไรเลย ข้าไม่ได้เจอเขามาร่วมสามวันแล้ว”

 

“งั้นก็ดี หวังว่าหลานชายข้าจะไม่สร้างเรื่องวุ่นวายใจให้เจ้า ถ้าเจ้านั่นทำอะไรให้ลำบาก เจ้าบอกข้าได้ทุกเมื่อ”

 

“หลานชาย?”

 

“อ่อ...ข้าลืมไปเจ้าอาจจะยังไม่รู้ เบน โซโล เปรียบเสมือนหลานชายแท้ๆของข้า เพราะข้าเลี้ยงดูแม่ของเขามาตั้งแต่ยังเล็ก”

 

“อย่างนั้นหรือ” เรย์แปลกใจในความรู้ใหม่นี้ไม่น้อย จริงสินะ หล่อนแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย

 

“แม่ของเขางั้นหรือ...”

 

“นางจากไปนานแล้ว ตั้งแต่เขายังเด็ก” มาซแทรกขึ้นอธิบาย สายตาเศร้าหมองยังคงทิ้งร่องรอยเอาไว้ แม้เหตุการณ์จะผ่านไปเป็นสิบปีแล้ว เรย์ได้ยินก็รู้สึกปวดหนึบในใจ เขาเองก็ไม่ต่างจากเธอ กำพร้าแม่ สิ่งยึดเหนี่ยวที่สำคัญที่สุดในช่วงชีวิตนั้น เธอแทบไม่ต้องจินตนาการเลยว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร เพราะเธอเองก็ผ่านมันมาเช่นกัน

 

ร่างบางนึกไปถึงแววตาโศกที่มักจะซ่อนอยู่ลึกๆ ในทุกครั้งที่เธอมองสบดวงตาคู่นั้น และนี่ทำให้เธอพอเดาออกว่าทำไม

 

“เราเลิกพูดถึงเบน แล้วมาพูดเรื่องของเจ้าดีกว่าหนูน้อย” มาซเปลี่ยนเรื่อง น้ำเสียงดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง

 

“จากนี้เจ้าจะทำอย่างไรต่อไป” หญิงสูงอายุร่างเล็กเอ่ยถาม เรย์นิ่งไปสักพักแล้วส่ายหน้า

 

“ข้าเองก็ยังไม่แน่ใจ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตต่อไปดี”

 

“อยู่ที่นี่กับข้าไหมเด็กน้อย เป็นพาดาวันของข้า เจ้ามีพรสวรรค์ ข้าสัมผัสได้” มาซเอ่ยชวน เรย์เงยหน้าขึ้นมองฝ่ายตรงข้ามตาไม่กะพริบ เธอไม่เคยคิดถึงข้อเสนอของมาซมาก่อนเลย

 

“ข้ามีพรสวรรค์งั้นหรือ” เรย์ทวนคำ

 

“แน่นอนสาวน้อย บางทีเจ้าอาจจะเกิดมาเพื่อสิ่งนี้” มาซยื่นมือที่กำไว้ออกมาด้านหน้า ก่อนจะแบออกแล้วมีผีเสื้อตัวเล็กปีกสีทองอร่ามสามตัวบินออกมาจากมือของนาง ความสวยงามอัศจรรย์ที่อยู่ตรงหน้านี้ มันคือเวทย์มนตร์

 

“พวกเราเรียกมันว่า ‘พลัง’ สายเวทย์” มาซอธิบาย

 

“ข้า...” เรย์ทบทวนอย่างหนัก แน่นอนเธอตื่นเต้นมากกับคำเชื้อเชิญนี้ เธออยากเรียนรู้ศาสตร์แห่งเวทย์มนตร์มาโดยตลอด แต่ลุคปฏิเสธทุกครั้งที่จะพูดกับเธอเรื่องนี้ เขาบอกว่ายังไม่เหมาะกับเธอ ยังไม่ถึงเวลาที่เธอต้องรับรู้เรื่องพลังและศาสตร์แห่งมนตรา เธอพยายามไล่อ่านหนังสือที่ลุคมีทั้งที่อยู่ในชั้นและแอบไว้ในหีบลงกลอน แต่เธอก็ไม่เคยพบ ทว่าบัดนี้โอกาสมาอยู่ตรงหน้าแล้ว

 

“ลุคไม่เคยให้ข้ายุ่งเกี่ยวกับพลังหรือเวทย์มนตร์อะไรทั้งนั้น” ร่างบางพึมพำ

 

“เหอะ ไม่แปลก เจ้าเด็กหัวรั้นนั่นน่ะเหรอ เจ้านั่นไม่มีหัวด้านสายเวทย์เอาเสียเลย ไม่เหมือนน้องสาวฝาแฝดของเขาแม้แต่น้อย” มาซสบถ เบ้ปากบ่นอย่างคนแก่อยู่มานาน

 

“ท่านรู้จักลุค?” เรย์ถามอย่างตื่นเต้น ลุคพูดถึงตัวเองน้อยมาก เธอแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาจารย์ของเธอมีความเป็นมาอย่างไร รู้เพียงแต่เป็นเพื่อนสนิทของท่านพ่อ ที่ท่านพ่อไว้ใจมากที่สุดคนหนึ่ง

 

“แน่นอน ข้าก็เลี้ยงดูเจ้านั่นมากับมือเช่นกัน”

 

“ท่านเลี้ยงเด็กหลายคนจัง” เรย์พึมพำด้วยความประทับใจ ท่าทางมาซจะใจดีมากจริงๆ

 

“ฮ่าๆๆ ไม่หรอกสาวน้อย ข้าก็เลี้ยงเหมือนลูกแค่สองคนนั่นแหละ ลุคและเลอา” เรย์แอบสังเกตถึงเสียงท้ายประโยคที่แผ่วลงและอ่อนโยนลงเมื่อมาซพูดชื่อสุดท้ายนั่นออกมา

 

“เอาเถอะ เอาเป็นว่าข้าให้เวลาเจ้าคิดดูก่อน ถ้าเจ้าตัดสินใจอยู่ ข้ายินดีต้อนรับเสมอ”

 

“ขอบคุณท่านมาก” พูดจบร่างบางก็ตรงเข้าไปกอดหญิงชราเพื่อแสดงความขอบคุณ และมันก็รู้สึกดีมากเพราะการกอดมาซทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีที่พักพิงที่ปลอดภัย หลังจากที่เธอสูญเสียความรู้สึกมั่นคงในชีวิตไปจากหลายเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามา

 

-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-

 

เรย์ เดินเตร็ดเตร่ไปในวิหารแห่งทาโคดาน่า เธอคิดทบทวนข้อเสนอของมาซวนไปวนมาเป็นรอบที่ร้อย แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบ ก็จะให้หล่อนทิ้งนาบูไปได้อย่างไรในเมื่อมันคือหน้าที่ ภาคบังคับที่ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่อีกใจหนึ่งหล่อนก็อยากเลือกทางเดินของตัวเอง โดยเฉพาะหลังจากที่รู้ว่าท่านพ่อที่รักและบูชากลับส่งหล่อนไปแต่งงานกับคนแปลกหน้าโดยไม่บอกกล่าว แต่นั่นก็เพราะพระองค์ทำเพื่อนาบูใช่หรือไม่

 

ทุกอย่างกำลังตีกันยุ่งเหยิงไปหมด แล้วอีกอย่างเธอยังไม่มั่นใจเลยว่าเบนจะยอมปล่อยเธอไปหรือไม่ ไม่ว่าเธอจะเลือกทางไหนก็ตาม

 

แต่จะว่าไปพอคิดถึงเขาแล้วเธอก็รู้สึกแปลกใจ เพราะเธอไม่เจอเขามาสามสี่วันแล้ว

 

~หายไปไหนของเขานะ~ ระหว่างที่คิดเรื่อยเปื่อยหล่อนก็มาหยุดยืนอยู่ต่อหน้าประตูบานใหญ่ที่เป็นที่ตั้งของห้องสมุด เรย์ผลักประตูหนักๆเข้าไปภายใน สู่ขุมทรัพย์แห่งความรู้ที่เธอค้นพบ และมักจะใช้เวลากับมันเกือบตลอดทั้งวันตั้งแต่มาอยู่ที่นี่

 

หนังสือนับหมื่นนับพันถูกวางเรียงรายกันเต็มชั้นหนังสือที่ยาวสุดลูกหูลูกตา สูงตั้งแต่พื้นจนถึงเพดาน ฟากหนึ่งของห้องสมุดคือหน้าต่างบานใหญ่และกว้างยาวตลอดแนวผนังวิหาร ทำให้แสงอ่อนๆของดวงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาภายใน เรย์ค่อยๆเดินสำรวจ เอามือไล่ไปตามสันหนังสือ หาเล่มใดก็ตามที่น่าสนใจ เธอแทบจะเลือกไม่ถูกด้วยซ้ำเนื่องจากมีหนังสือให้เลือกจนละลานตาไปหมด แต่สุดท้ายเธอก็สะดุดกับมุมหนึ่ง มุมด้านในสุดของห้อง ที่ซึ่งมีลูกกรงล้อมไว้ ป้ายติดไว้เหนือประตูลูกกรงว่า‘เขตหวงห้าม เฉพาะผู้ได้รับอนุญาต’ และนั่นท้าทายความอยากรู้อยากเห็นของเธอเป็นอย่างมาก

 

เมื่อสองสามวันที่แล้วเธอมาเจอบริเวณหวงห้ามนี้ หากแต่เธอยังไม่กล้าสำรวจมันเพราะมีนักเวทย์สองสามคนนั่งอ่านหนังสืออยู่ตลอด แต่วันนี้โชคเข้าข้างเธอ เพราะไม่มีใครอยู่แถวนี้สักคน หญิงสาวหันซ้ายหันขวาก่อนเดินไปลองขยับประตูเหล็ก ทันทีที่มือของเธอสัมผัสเหล็กอันเย็นเฉียบ แสดงสีเหลืองทองก็เปล่งประกายขึ้นฉาบกลอนประตูแล้วหายวาบไปก่อนที่กรงเหล็กจะกระเด้งเปิดด้วยตัวเอง ร่างบางตาโตยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้น ก่อนจะรีบแทรกตัวผ่านกรงเหล็กเข้าสู่เขตหวงห้ามทันที

 

-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-

 

เรย์เดินสำรวจบริเวณซึ่งน้อยคนจะมีสิทธ์ย่างกรายเข้ามา เมื่อผ่านประตูลูกกรง ก็มีบันไดหินเป็นทางลงไปสู่ห้องด้านล่าง เธอเดินลงบันไดวนนั้นลงไปอย่างเชื่องช้าระมัดระวังเสียงฝีเท้า จนถึงสุดทาง แล้วก็ได้พบกับห้องใต้ดินขนาดใหญ่ ที่มีชั้นหนังสือเรียงรายหลายร้อยแถว สุดทางมีโต๊ะอ่านหนังสือห้าหกตัววางพร้อมเก้าอี้

 

เจ้าหญิงแห่งนาบูเดินสำรวจสันหนังสือตามชั้น เธออยากรู้เหลือเกินว่าหนังสืออะไรที่ถูกเลือกมาเก็บไว้ในเขตหวงห้ามนี้

 

หนังสือที่น่าสนใจมีมากมาย ส่วนใหญ่เกี่ยวกับเวทย์ชั้นสูง และบันทึกประวัติศาสตร์ ร่างบางเลือกหยิบเล่มหนึ่งออกมาอย่างสุ่ม

 

“บันทึกมารดาผู้สร้าง” เรย์พึมพำชื่อหนังสือ แล้วลองเปิดเนื้อหาด้านในดู

 

-พลังของมารดาผู้สร้างจะถึงขีดสุดเมื่อให้กำเนิดบุตรชายแก่ไทธอน และบุตรชายจะได้รับพลังอันมหาศาลจากเมดิคลอเรียน- หญิงสาวอ่านแล้วก็ย่นจมูก~ไม่เห็นน่าสนใจเลยสักนิด เหมือนนิยายไม่มีผิด~

 

มือเรียวเปิดพลิกหน้าหนังสืออีกสองสามครั้งแล้วกวาดสายตาดูคร่าวๆ

 

-การเชื่อมของสัมผัสพลัง- สองคิ้วโก่งขมวดมุ่นเพราะพยายามอ่านแต่ยังไม่เข้าใจตัวหนังสือที่เขียนอยู่เท่าใดนัก เมื่อหัวข้อยังไม่ค่อยเป็นที่น่าสนใจ ร่างบางค่อยๆปิดหนังสืออย่างทะนุถนอมเพราะสภาพความเก่าแก่ของมันก่อนสอดกลับเข้าไปที่ชั้นตามเดิม แล้วมองหาอะไรก็ตามที่น่าตื่นเต้นกว่านี้

 

“เวทย์ป้องกันตนชั้นสูง” เรย์ยิ้มน้อยๆเพราะความน่าสนใจของชื่อหนังสือ เธอรีบหยิบมันออกจากชั้นวางเพื่อเปิดอ่านทันที ~วิญญพันธสัญญา…~

 

“กรรรรรรรรรรร”ไม่ทันไรเสียงขู่ทุ้มต่ำก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เสียงที่ทำให้หลังคอระหงเย็นวาบขึ้นมาทันที

 

หญิงสาวค่อยๆหันไปทางต้นเสียง แล้วก็พบว่าที่สุดทางห่างไปไม่ถึงสิบเมตร มีสุนัขสีดำตัวมหึมากำลังยืนแยกเขี้ยวคม ดวงตาสีแดงเพลิงดุร้ายจ้องเขม็งมาที่เธอตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะพุ่งเข้ามาขย้ำเธอในทุกวินาที

 

เรย์ตัวแข็งทื่อ คิดประมวลสถานการณ์เอาตัวรอดทันที เพราะตอนนี้เธอมือเปล่า ไม่อยู่ในสภาพพร้อมสู้ใดๆ และก็ไม่มั่นใจนักว่าหากมีดาบอยู่ในมือ เธอจะจัดการสัตว์ร้ายตัวใหญ่ยักษ์ตัวนี้ได้หรือไม่ ทางเดียวคือหนีเท่านั้น เมื่อคิดได้เธอจึงหันหลังออกวิ่งทันที

 

“โฮกกกก” เสียงคำรามของเจ้าหมาดำดังกึกก้องห้องใต้ดินทำให้เพดานสั่นสะเทือน มันพุ่งทะยานตามหล่อนไปทันที

 

เรย์วิ่งแบบไม่คิดชีวิต เมื่อได้ยินเสียงสัตว์ใหญ่กระชั้นเข้ามา เธอจึงเหลียวหลังกลับไปมอง แล้วก็พบว่ามันกำลังจะเข้าประชิดตัวเธอในอีกไม่กี่วินาที

 

~ผลั่ก~ ร่างบางข้อเท้าพลิกล้มลงกระแทกอย่างแรง เรย์รีบพลิกตัวหันไปหาเจ้าสัตว์ร้ายแล้วก็พบว่ามันกำลังตะปบอุ้งมือลงมา

 

~แคว้กกกก~ เสียงอุ้งเล็บแหลมคมเฉี่ยวเนื้อของเธอแบบถากๆทำให้เสื้อเดรสของเธอขาดวิ่น เลือดไหลซิบบนโนมเนื้อเนินหน้าอกด้านซ้ายปรากฏให้เห็นรอยกรงเล็บสีแดงจางๆตัดกับผิวสีขาวผุดผาดของเธอ

 

เรย์กระถดตัวจากร่างยักษ์ใหญ่ที่กำลังยืนสูงตระหง่านคร่อมร่างของเธอ เงาของมันพาดผ่านบนตัวเธอจนมิดศีรษะ เสียงขู่คำรามในคอดังขึ้นอีกระรอก น้ำลายเหนียวของมันไหลหยดผ่านเขี้ยวอันแหลมคม เจ้าหญิงแห่งนาบูกลัวว่านี่อาจจะเป็นลมหายใจสุดท้ายของเธอ และวินาทีนั้นภาพของคนๆนั้นก็แวบขึ้นมาในหัวอีกครั้ง ‘ไคโล เรน’

 

~ฟ้าว ฟรึบบบบ~ เสียงดาบคู่ใจของอัศวินรัตติกาลถูกเหวี่ยงหมุนคว้างมาตัดคอเจ้าสุนัขสีดำจนมันสิ้นฤทธิ์แล้วสลายกลายเป็นผุยผงสีดำในเสี้ยววินาที เรย์ตกตะลึงกับภาพตรงหน้า เมื่อครู่ยังมีร่างขนาดมหึมายืนจังก้าอยู่ตรงนี้ แต่บัดนี้มันกลับหายวับไปกับตา

 

แต่ยังไม่ทันได้หายงุนงง ร่างบางก็ถูกยกลอยหวือขึ้นจากพื้นด้วยมืออันใหญ่โตของใครบางคน เบน โซโล จับเธอยกขึ้นแล้วให้ยืนพิงไว้กับตู้หนังสืออันสูงเสียดเพดาน ก่อนกักกันเธอไว้ด้วยร่างอันสูงใหญ่ของเขา ไม่ให้เธอหนีการสอบสวนไปไหนได้

 

“เจ้าเข้ามาในนี้ได้อย่างไร” เขาถามขึ้นเสียงเข้ม คิ้วหนาขมวดชิดติดกัน เรย์สัมผัสอารมณ์ขุ่นมัวของเขาได้ และต้นเหตุก็มาจากตัวเธอ

 

“กะ...ก็ ผ่านประตูเข้ามา” ร่างบางบุ้ยใบ้ไปทางประตู เสียงอ่อย หลบสายตาคาดโทษของเขา

 

“เจ้าผ่านเข้ามาดะ...” ยังพูดไม่ทันจบประโยคเขาก็ชะงักไปเหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้ เมื่อหาคำตอบให้คำถามของตัวเองได้เองแล้ว ร่างสูงก็ถอนหายใจ แล้วจ้องหน้าเธอเมื่อรวบรวมความคิดได้

 

“อ่านป้ายไม่ออกหรือไง” เบนทำเสียงไม่พอใจ ก่อนจะใช้มือเชยคางคนตรงหน้าขึ้นมาสบตา ทำให้เรย์หนีสายตาของเขาไปไม่พ้น ทั้งๆที่พยายามก้มหน้างุดเพราะอยากจะซ่อนใบหน้าอันแดงก่ำและหลบจากดวงตาคมคู่นั้นที่ทำให้เธอใจเต้นแรง ก็เพราะระยะของเขาและเธอมันใกล้จนน่าอึดอัด ใกล้เธอสัมผัสได้ถึงลงหายใจของเขาบนแก้มสีเลือดฝาดของเธอ

 

“..............”

 

~ดื้อด้าน~ เบนสบถในใจ เขารู้สึกอยากจะขย้ำเพื่อทำโทษร่างตรงหน้า ข้อหาขยันหาเรื่องใส่ตัวให้มันรู้แล้วรู้รอด หล่อนช่างไม่จดจำอะไรเสียเลย

 

“เขตหวงห้ามไม่ใช่สนามเด็กเล่นของเจ้าหญิง” นายพลแห่งคอรัสซังดุเสียงเข้ม เรย์ขมวดคิ้วหงุดหงิด เธอไม่ชอบให้เขาพูดแบบนี้ใส่เลย คำว่า‘เจ้าหญิง’ ของเขาเหมือนกับคำสบประมาทว่าหล่อนคือสิ่งที่อ่อนแอไร้ทางสู้ สมควรอยู่นิ่งๆให้ใครจับไปวางตรงไหนก็ได้

 

“...............” ร่างบางหน้างอ ส่งสายตาพยศใส่ เธอพยายามขืนใบหน้าออกจากการควบคุมของมือใหญ่ ส่งสัญญาณว่าเธอไม่พอใจในคำพูดของเขา แต่ร่างสูงไม่มีทางยอมปล่อยเธอไป แถมยังใช้โอกาสนี้สำรวจความเสียหายของเธอ เขาเห็นเสื้อที่ขาดรุ่ยของเธอ เผยให้เห็นโนมเนื้อขาวสะดุดตา แถมยังมีรอยเลือดจางๆเด่นชัดบนเนินอกของเธอ เบนบันดาลโทสะทันที นึกโกรธไอ้หมาน่าตายตัวนั้น แม้จะรู้ว่ามันไม่มีทางตายได้ก็เถอะ เขาอยากจะเรียกมันออกมาเตะก้นอีกสักสองสามที จะได้แก้แค้นที่ตอนเด็กๆมันชอบวิ่งไล่กัดเขาไปในตัวด้วย

 

เมื่อเห็นสายตาจาบจ้วงมองมาจนเธอรู้สึกราวกับอาภรณ์ของเธอได้ถูกปลดเปลื้องจากดวงตาคู่นั้น เรย์รีบยกมือขึ้นปิดหน้าอกทันทีตามสัญชาตญาณ เธอทั้งโมโหทั้งอายที่ถูกเขามองแบบนี้ อีกทั้งยิ่งคิดไปถึงฝันบ้าๆสามวันติดที่ผ่านมา เธอยิ่งทำตัวกับเขาไม่ถูก

 

นายพลหนุ่มพึงพอใจกับท่าทีของเด็กน้อยตรงหน้า ยิ่งเขาเห็นรอยแดงที่เขาตีตราหล่อนไว้ยังอยู่ครบ ยิ่งเธอแสดงท่าทางหวงเนื้อหวงตัวแบบนี้ เขาก็ยิ่งทนดูภาพตรงหน้าไม่ไหวอีกต่อไป สัญชาตญาณดิบของเขายิ่งถูกปลุกขึ้นมา เบนค่อยๆก้มลงจูบเธออย่างแผ่วเบา แนบแน่น เนิ่นนาน ก่อนจะค่อยๆถอดริมฝีปากออกจากจากรสสัมผัสอันมึนเมาอย่างหักห้ามใจ เขาใช้มือใหญ่ยกประคองบั้นท้ายให้เธอลอยตัวขึ้นสูงจากพื้นเล็กน้อย ก่อนก้มลงอีกครั้งเพื่อพรมจูบซับความเจ็บบริเวณแผลของร่างบาง บนหน้าอกอิ่มใกล้หัวใจของเธอ เรย์มีทีท่าอ่อนลงทันที หล่อนหลับตาแน่นเงยคอพิงชั้นหนังสือด้านหลังตามอารมณ์ที่ก่อตัวขึ้น อันที่จริงเธอกำลังรู้สึกเหมือนร่างหลอมละลายเป็นสีผึ้งลนไฟ ไร้แรงต้านทานใดๆ ร่างสูงอดไม่ได้ที่จะขบเม้มดูดดึงเนินเนื้อขาวผ่องให้ทิ้งร่องรอยของเขาไว้อีกครั้ง ก่อนจะต้องหยุดการกระทำด้วยความเสียดาย เมื่อเจ้าหล่อนร้องทัดทาน

 

"บะ...เบน โซโล พอได้แล้ว ท่านล่วงเกินข้าแบบนี้อีกแล้วนะ" เรย์เอ่ยหักห้ามด้วยความยากลำบาก

 

“อย่าหาเรื่องใส่ตัวอีกจำไว้ ข้าอาจไม่ได้มาได้ทันเวลาทุกครั้งหรอกนะ เด็กดื้อ” พูดจบเขาก็ปล่อยร่างเล็กลง ริมฝีปากหนาผละออกจากหน้าอกอันไวต่อสัมผัสของเธอ ใบหน้าของเรย์ เคโนบี เห่อร้อนขึ้นมาเมื่อเขาทำสิ่งเหล่านั้นกับเธอ ใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่ได้ ทั้งๆที่เธอพยายามควบคุมมันแล้ว อยู่กับคนๆนี้เรียกว่าเธอเปลืองเนื้อเปลืองตัวโดยแท้

 

“ขะ...ขอบคุณ”

 

~ที่เป็นห่วง และสำหรับทุกๆอย่าง~ เรย์ไม่กล้าหาญพอที่จะพูดทุกสิ่งที่คิดออกไป เพราะลึกๆหล่อนก็ยังกลัวว่าจุดจบเขาอาจจะต้องทำสิ่งตรงข้ามกับคำขอบคุณของเธอ เมื่อคิดได้แบบนี้ก็ปวดหนึบในใจ

 

เบนมองจ้องตาของเธอนิ่งอยู่สักพักแล้วเบือนหน้าหนีไป ทำทีหันไปมองสภาพรอบตัว เพราะไม่อย่างนั้น เขาอาจจะห้ามตัวเองไม่ให้เอาเปรียบร่างตรงหน้าอีกไม่ไหว

 

“เอาล่ะ กลับกันได้แล้ว”

 

“ดะ เดี๋ยวสิ ข้ายังไม่ได้อ่านอะไรเลย อุตส่าห์ได้ลงมาที่นี่” เรย์ประท้วง

 

“เรย์ เคโนบี” เบนคำรามเสียงทุ้มในคอ จ้องตาเธออย่างเอาเรื่อง หญิงสาวหน้าจ๋อย รู้ตัวว่าเธอเป็นคนก่อเรื่องก็ควรจะเจียมเนื้อเจียมตัวเสียหน่อย จึงพยักหน้ายอมเขาอย่างว่าง่าย

 

ก่อนจะขยับเดิน เบนตรึงเธอให้อยู่นิ่ง ก่อนถอดเสื้อของเขาออก เผยให้เห็นมัดกล้ามแน่นที่แผงอกกว้างและหน้าท้อง เรย์เบี่ยงหน้าหลบภาพที่เห็นทันที

 

“ท่านจะทำอะไร” ร่างบางโพล่งออกมาด้วยความตกใจ แต่ไม่ทันได้โวยวายอะไรต่อ เสื้อตัวใหญ่ของเขาก็ถูกคลุมลงบนตัวของเธอ ปกปิดส่วนที่ถูกเปิดเปลือยไว้ ไม่ให้ใครหน้าไหนได้เห็น

 

“ขอบคุณ” เรย์ก้มหน้าอมยิ้มน้อยๆ การกระทำของเขาทำให้เธออบอุ่นใจอยู่เสมอๆ เขาไม่ตอบอะไรก่อนหันหลังให้เธอแล้วย่อตัวลงคุกเข่า

 

“ขึ้นมาสิ” เขาเชื้อเชิญให้เธอขี่หลัง หญิงสาวลังเลทันที

 

“ไม่ต้อง ข้าเดินเองได้”

 

“ซื่อบื้อ ข้อเท้าบวมขนาดนั้น” เบนปรามาสหล่อนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เรย์ได้ยินก็รีบก้มลงไปดูตามที่เบนว่า แล้วก็เห็นข้อเท้าขวาของตนบวมช้ำจนน่ากลัว เมื่อลองขยับก็เจ็บร้าวจนน้ำตาเล็ด หล่อนแอบทึ่งว่าตัวเองยังไม่ทันรู้ตัวเลย แต่เขาสังเกตเห็นเสียแล้ว

 

เมื่อเป็นดังนั้นเรย์จึงยอมขึ้นขี่หลังเขาแต่โดยดี สองแขนเกาะบ่าหนาหนั่นไว้แน่นเพราะกลัวตกเนื่องจากเบนสูงใหญ่เหลือเกิน มือใหญ่ของเขาประคองต้นขาทั้งสองของเธอไว้ หน้าอกนุ่มหยุ่นแนบแน่นกับแผ่นหลังกว้างของเขา เบื้องต้นเธอเกร็งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสความใกล้ชิดในทวงท่าที่เธอไม่เคยมาก่อน แต่เมื่อทำความคุ้นเคยสักพัก ใบหน้าเล็กของหล่อนก็ซุกซบอยู่บนบ่าของเขาอย่างสนิทใจ

 

ก็ในฝัน ใกล้กว่านี้ สนิทแนบแน่นมากกว่านี้ เธอก็เคยมาแล้ว ขอพักสบายๆบนนี้หน่อยจะเป็นไรไป จริงไหม

 

เรย์แอบตำหนิตัวเองอยู่ในใจลึกๆที่คิดง่ายๆแบบนั้น แต่ก็ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้แผ่นหลังของเขาสบายขนาดนี้ล่ะ

 

เจ้าหญิงแห่งนาบูปล่อยให้เบน โซโล พาเธอขึ้นบันไดหินกลับไปทางเดิม ผ่านลูกกรงเหล็กที่คุ้มกันเขตหวงห้าม กลับสู่ห้องนอนของเธอ โดยไม่รู้เลยว่าในขณะที่เธอกำลังสบายอกสบายใจ เขากำลังซ่อนยิ้มกับความคิดอันน่าขันในหัวของเธอไว้ภายใต้สีหน้าอันสงบนิ่งน่าเกรงขามของทหารเอกแห่งคอรัสซัง

 

-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-

 

แพดเม่ อามิดาลา กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมผสมน้ำอุ่นและเครื่องหอมในห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ของกษัตริย์แห่งคอรัสซัง สาวน้อยปาดเหงื่อที่เกาะพราวอยู่บนหน้าผากและลำคอ หล่อนตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างขยันขันแข็ง ถึงแม้ว่ากว่าสองเดือนที่ผ่านมางานที่เธอต้องรับผิดชอบเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี ก็เพราะกษัตริย์อนาคินสั่งให้เธอทำหน้าที่แทบทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของเขา จนเธอเองก็แปลกใจว่าทำไมต้องเป็นเธอ

 

“ว้ายยย” ​เสียงร้องอย่างมีจริตตามมาด้วยเสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นหน้าประตูห้องอาบน้ำ อนาคินที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปิดร่างกายแม้แต่ส่วนที่แข็งขึงประกาศความเป็นชาย รายล้อมด้วยนางสนมอีกสองคนที่มีเพียงผ้าผืนบางพันเนื้อตัวอย่างหมิ่นเหม่ เดินนัวเนียกันเข้ามา

 

เพดเม่เงยหน้าขึ้นจากงาน เห็นภาพตรงหน้าแล้วก็ต้องรีบหลบตาลง นางย่อเข่าทำความเคารพผู้กุมอำนาจแห่งคอรัสซัง

 

“ข้ายังเตรียมน้ำไม่เสร็จ ขอประทานอภัย ข้าไม่รู้ว่าพระองค์จะใช้งานเร็วขึ้นกว่าปกติ” เพดเม่เอ่ยด้วยสีหน้าเป็นกังวลที่ตนยังทำงานไม่เรียบร้อยดี

 

อนาคินจ้องมองหล่อนด้วยสีหน้าที่คาดเดาอารมณ์ไม่ออก เขาไม่ได้พูดอะไรแต่ก็ยังยืนมองหล่อนอยู่ตรงนั้น

 

“โง่เง่า เรื่องแค่นี้ยังไม่ได้เรื่อง นังขี้ข้า” หนึ่งในนางสนมแหวขึ้นก่อนเดินตรงไปมองเพดเม่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก็เพราะนางขี้ข้าคนนี้คือคนที่ในราชสำนักซุบซิบนินทากันให้หนาหูว่าเป็นคนโปรดของกษัติรย์อนาคิน ทั้งๆที่ดูยังไงก็เป็นแค่เด็กกะโปโล ไม่มีทางที่จะสู้พวกหล่อนได้แม้แต่น้อย

 

“แค่เตรียมน้ำไม่เสร็จ ไม่ได้โง่” เพดเม่ตอบอย่างเหนื่อยหน่าย หล่อนไม่อยากมีเรื่องกับใคร แต่หล่อนเบื่อการถูกคุกคามจากพวกหญิงน่าเห็นใจนี่มาก หล่อนยอมทำงานเป็นขี้ข้าไปจนตายเพื่อเลี้ยงชีพดีกว่าแก้ผ้าให้ความสุขผู้ชายไปวันๆ แล้วสุดท้ายก็ถูกเก็บไว้ในห้องจนเฉาตายไปเอง

 

“เพี๊ยะ” เสียงมือหวดกระทบแก้มใสของแพดเม่ดังสนั่น ทิ้งรอยแดงไว้อย่างชัดเจน แพดเม่หันกลับมามองอย่างเอาเรื่อง ก่อนยกกำปั้นขึ้นชกหน้าสวยๆนั่นสวยกลับทันทีอย่างไม่ออมแรง

 

“เคทลิน!” หญิงงามเมืองอีกคนร้องอุทานเอามือปิดปาก แต่แอบยิ้มเยาะในใจ บัดนี้ใบหน้าของเคทลินเต็มไปด้วยเลือดเพราะจมูกโด่งหักเสียแล้ว

 

“นังขี้ข้า!” หญิงสาวชี้หน้าแพดเม่ด้วยโทสะ แต่ก่อนที่จะได้ตรงเข้าไปทำร้ายแพดเม่อีกครั้ง หล่อนก็เงยคอกระเสือกกระสนหาอากาศเพราะหายใจไม่ออก พลังบางอย่างกำลังบีบรัดรอบคอของหล่อนแน่น

 

แพดเม่ตกใจ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่จู่ๆหญิงตรงหน้าเหมือนกำลังจะขาดใจตายต่อหน้าเธอ ไม่นานร่างอวบอัดนั้นก็ร่วงลงสู่พื้น แน่นิ่งไป

 

“เจ้า เอามันไปเก็บที่ไหนก็ไป” อนาคินตะคอกสั่งนางสนมอีกคนที่เหลืออยู่ ซึ่งนางก็ยืนสิ้นสติ เก้ๆกังๆทำอะไรไม่ถูก

 

“ออกไป!!เร็ว!!!” เสียงกึกก้องกัมปนาทดังขึ้นทำเอาทุกคนที่อยู่ในบริเวณสะดุ้งไปตามๆกันรวมถึงแพดเม่ นางเองก็ยังยืนตัวแข็ง ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

นางโลมอีกคนจึงรีบตะลีตะลานลากร่างของเพื่อนออกไปจากบริเวณ พร้อมกับทหารจำนวนหนึ่งที่รีบเข้ามาจัดการพื้นที่หลังเสียงตะคอกของเจ้านายดังกังวาลไปถึงหน้าห้อง

 

บัดนี้จึงเหลือแค่อนาคิน และหญิงรับใช้ร่างเล็กที่ยังยืนแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก

 

“พระองค์ ยังจะอะ...อาบน้ำหรือไม่เพคะ” หญิงสาวพูดตะกุกตะกัก อนาคินไม่ตอบ หากแต่เดินย่างสามขุมเข้ามาประชิดอย่างไม่ทันตั้งตัว แพดเม่ทำท่าจะผงะถอยแต่ก็ถูกแขนแกร่งล็อคเอวบางเอาไว้ไม่ให้ไปไหนได้

 

“เจ็บหรือไม่” อนาคินก้มมองรอยแดงบนพวงแก้มใส แพดเม่ก้มหน้าก้มตา เอามือสองข้างยันไว้ที่แผงอกของอีกคน หล่อนตกใจเพราะไม่เคยมีบุรุษหน้าไหนใกล้ชิดหล่อนขนาดนี้ โดยเฉพาะคนนี้ที่เป็นกษัตริย์แห่งคอรัสซัง มันยิ่งดูบ้าบอเข้าไปใหญ่

 

“กลัวหรอ” ชายผู้เป็นใหญ่ก้มถาม มองตามใบหน้าหวานน่ารักที่หันหลบซ้ายหันขวาทำหน้าไม่ถูก

 

“มะ ไม่เจ็บมากหรอกเพคะ ข้าไม่เป็นไร” หญิงสาวพูดอย่างยากลำบาก เพราะหล่อนกำลังหาทางหลุดจากอ้อมกอดที่มิบังควรนี้ แพดเม่พยายามขืนตัวออกให้หลุดจากพันธนาการที่ราวกับคีมเหล็กของเขา แต่ก็ไม่สำเร็จ และยิ่งไปกว่านั้น บางอย่างที่แข็งขึงและอุ่นร้อนกำลังแนบอยู่กับหน้าท้องแบนราบของเธอ มีเพียงเสื้อผ้าชุดแม่บ้านของเธอขวางกั้นอยู่เท่านั้น

 

“ไหน...” อนาคินใช้มือสากยึดคางเธอไว้ไม่ให้หันหนีไปไหนได้อีก ก่อนจะใช้นิ้วโป้งลากไล้ไปบนรอยที่น่ารำคาญตาอย่างเบามือ

 

แล้วอยู่ๆเขาก็โน้มตัวลงทาบริมฝีปากไว้บนแก้มนุ่มนิ่มของเธอ แพดเม่ตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นโครมคราม ในหัวหมุนติ้ว เธอรู้สึกเหมือนลมหายใจติดขัด และอาจจะหมดสติลงตรงนี้ วินาทีนี้ และเมื่อเขาถอนริมฝีปากออกไป หล่อนตะลึงมองหน้าเขาเหมือนเห็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก แล้วยกมือขึ้นสัมผัสแก้มของตนบริเวณที่เขาฉกฉวยความหอมหวานไปโดยอัตโนมัติ

 

อนาคินยิ้มร้ายที่มุมปากเมื่อเห็นปฏิกิริยาทั้งน่าขันทั้งน่าเอ็นดูในคราวเดียวกัน

 

“หายใจได้แล้ว เดี๋ยวตายนะ” ร่างสูงหยอกเย้าก่อนเอามือขยี้กลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนด้วยความมันเขี้ยว

 

แพดเม่เหรอหรา ยังคงหาเสียงตัวเองไม่เจอ

 

~ไร้เดียงสาเสียจริงเด็กน้อย~คิดได้ดังนั้นอนาคินก็อุ้มคนตัวเล็กลอยหวือขึ้นในอากาศ แพดเม่ตกใจเกาะยืดคอหนาไว้แน่น

 

“ดะ เดี๋ยว ท่านจะทำอะไร!” ร่างบางร้องถามอย่างลนลาน อะไรทำให้เธอกำลังตกอยู่ในสภาพนี้กับเขา โลกของเธอกำลังหมุนติ้ว และหกคะเมนตีลังกา นี่มันเกิดอะไรขึ้น

 

อนาคินไม่ตอบหากแต่อุ้มพาเธอปีนลงไปยังอ่างน้ำใบใหญ่ สู่ที่น้ำยังเย็นเฉียบ ซึ่งเขาก็คิดว่าเหมาะกับสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างมาก อย่างน้อยมันจะได้ช่วยดับความรุ่มร้อนในกายแกร่งของเขาได้เป็นอย่างดี และเด็กน้อยคนนี้อาจจะไม่ต้องบอบช้ำมากจนเกินไป

 

 

-:o:-:o:-:o:-:o:To Be Continued:o:-:o:-:o:-:o:-

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #47 Cherry Wanlada (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:48
    เอิ่มไม่รู้จะฟินคู่ไหนก่อนเลยดี55555 แต่คู่เรย์โลแซ่บมากแม่่่่่่ นี่คือเป็นความต้องการสวนลึกๆ แบบลึกๆของเรย์ หรือว่าอิพรี่ร่ายมนต์ล่อลวงอะไรรึเปล่าเนี่ย มาซถามเหมือนรู้อ่ะ ความสามารถอ่านความคิดในเรื่องเป็นเฉพาะอิพรี่รึเปล่าคะ
    #47
    0
  2. #32 Mellow D (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 18:52

    สารภาพว่าต้นตอนทำเอาตกใจ แม้เจ้าโว้ยยย ชั้นอ่านข้ามตอนไหนไปรึป่าว?!! สรุป อ้าว ฝัน แต่เอ๊ะ รึไม่ใช่แค่ฝัน นี่ฟอร์ซสกิลขั้นเทพของอิพรี่รึป่าวคะ อุอิ ส่วนคู่อนาคินแพดเม่ ก็แบบว่า เซ็กซี่มากกกกค่าแม่ อยากรู้แล้วว่าเรื่องจะเป็นไงต่อ


    Ps. เรารอเรื่อง แวร์ไพร์ ไลเคน อยู่นะคะไรท์ ไม่เร่ง ไม่กดดันใดๆ แค่อยากมาแสดงตัวว่ารอออออออออ จ้า

    #32
    1
    • #32-1 PoxiiChicky(จากตอนที่ 8)
      28 มกราคม 2563 / 12:03
      5555 ขอบคุณมากๆค่า ฝากลุ้นต่อนะคะ จะพยายามมาต่อเรื่อยๆทั้ง 2 เรื่องค่ะ
      #32-1