[Star Wars::AU::Reylo] Love Illusion

ตอนที่ 7 : Starry Night

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 289
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    20 ม.ค. 63

 

พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปได้สักพักแล้ว เรย์ เคโนบี นั่งคุดคู้กอดเข่าอยู่บนตั่งข้างหน้าต่างบานสูงเสียดเพดาน ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ระบมจากการร้องไห้มองเหม่อออกไปสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน พระจันทร์ในค่ำคืนนี้ยังส่องสว่างเปล่งประกายนวล โดนเด่นท่ามกลางแสงระยิบระยับจากหมู่ดาวนับพัน ภาพอันแสนสวยงาม ลึกลับ มองได้ไม่รู้เบื่อ ท้องฟ้าของทาโคดานางดงามไม่แพ้นาบูเลยแม้แต่น้อย และมันทำให้เธอคิดถึงบ้าน

 

เรย์เอามือปาดน้ำตาที่เหมือนจะคลอหน่วยขึ้นมาอีกครั้งอย่างลวกๆ ทั้งศีรษะทั้งเบ้าตาปวดระบมไปหมดเพราะผ่านการร้องไห้อย่างหนัก หลักฐานก็คือสองตาที่แดงก่ำและเปลือกตาที่บวมช้ำ เธอสูดน้ำมูกเบาๆให้มันเข้าที่เข้าทาง ในขณะที่พยายามจะเลิกคิดถึงเรื่องราวอันหนักหน่วงที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้มีสติไว้คิดหาทางออกให้สิ่งที่เธอเผชิญอยู่

 

~ข้าควรทำอย่างไรต่อไป~ คำถามนี้วนซ้ำไปซ้ำมาในหัวไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ แต่ก็ยังหาคำตอบได้ไม่ เรย์ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าหล่อนรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเพียงใด เมื่อได้อ่านข้อความในสาส์นนั่น ไม่อยากเชื่อว่าท่านพ่อที่รักและเคารพจะใช้เธอเป็นเครื่องมือโดยที่ไม่แม้แต่จะบอก ไม่แม้แต่จะขอความเห็นและความยินยอมจากเธอ หญิงสาวพาลคิดไปถึงว่าถ้าหากท่านพ่อขอร้องเธอจริงๆ ไม่ใช่แอบทำลับหลังแบบนี้ เธอจะตัดสินใจอย่างไร จะตอบตกลงแต่งงานกับคนที่ไม่แม้แต่จะรู้จัก แต่งงานที่ปราศจากความรัก เสียสละเพื่อนาบู เธอจะทำได้หรือเปล่า

 

~การแต่งงาน ที่ปราศจากความรัก งั้นหรือ~ เมื่อคิดถึงประเด็นนี้คำพูดของใครบางคนก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที

 

~แต่งกับอนาคิน~ เรย์กัดริมฝีปากแน่นจนมันช้ำเป็นห้อเลือด ทำไมก็ไม่รู้ที่ความรู้สึกของเธอเมื่อคิดถึงประโยคนี้มันเหมือนถูกมือใหญ่ๆบีบรัดหัวใจจนหน่วงไปหมด แน่นอนเธอโกรธและรังเกียจที่คอรัสซังสั่งให้ลักพาตัวเธอเพื่อไปแต่งงานโดยไม่ชอบธรรม แต่ที่มันรู้สึกไปมากกว่านั้นคือ‘เขา’ เป็นคนพูดออกมาอย่างหน้าตาเฉย และ‘เขา’ เป็นคนลงมือทำ

 

เมื่อวานหลังจากได้รู้ความจริง เรย์ร้องไห้จนแทบจะกลายเป็นสายน้ำ เบนอยู่ข้างๆเธอ เขากอดเธอ ปลอบประโลมเธอด้วยไออุ่นที่ส่งผ่านมา เขาจูบกระหม่อมแล้วกระซิบชื่อเธอซ้ำๆ เฝ้าเช็ดน้ำตาที่นองหน้า และคอยทัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าให้เธอเป็นระยะๆ นั่งฟังสิ่งที่เธอรำพึงรำพันโดยเงียบอย่างตั้งใจ เขาอ่อนโยนกับเธอราวกับกลัวว่าน้ำตาจะทำให้เธอสลายหายไปต่อหน้า แต่...เขาไม่พูดอะไรซักคำนอกจากชื่อของเธอ มีแต่สายตาของความสงสารเห็นใจที่เธอสัมผัสได้ ในที่สุดเธอก็เหนื่อยอ่อนจนหลับไปเองบนเตียงใหญ่ของเขา ที่ซึ่งเขาอุ้มเธอไปวางไว้อย่างทะนุถนอมแล้วห่มผ่าห่มอุ่นนุ่มให้อย่างเบามือ แต่ก่อนที่จะผลอยหลับเธอจำได้ว่าเขาก้มลงมาจุมพิตเบาๆที่หน้าผากก่อนจะถอนริมฝีปากออกไปอย่างอ้อยอิ่ง เธอปล่อยให้เขาทำทุกๆอย่างนั่น และหลังจากนั้น เธอก็ยังไม่เจอเขาอีกเลย

 

“ก๊อกๆๆ” เสียงเคาะประตูดังขึ้นตามมาด้วยร่างของเคย์เดล เรย์รีบเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็ว เธอยังไม่พร้อมให้ใครสงสัยหรือถามอะไรในตอนนี้ เธอยังไม่อยากพูดถึงมัน

 

“เรย์ มาซให้มาเชิญไปร่วมโต๊ะอาหาร ทุกคนลงความเห็นว่าเจ้าต้องกินให้มาก จะได้ฟื้นตัวในเร็ววัน”

 

“ข้าไม่...”

 

“เสียใจสาวน้อย มาซไม่รับคำปฏิเสธ เจ้าจงตามข้ามา” เมื่อได้ยินดังนั้น เรย์จึงจำใจตามนักเวทย์สาวไปแต่โดยดี

 

-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-

 

ระหว่างทางทำให้เธอได้สังเกตสังกา ‘เมืองลับแลแห่งทาโคดาน่า’ เป็นครั้งแรก ศิลปะการก่อสร้างของที่นี่ช่างอ่อนช้อยละมุนละไมนัก ทั้งไม้และหินอ่อนแกะสลักที่เป็นโครงสร้างหลักล้วนมีโทนขาวนวลสบายตา ต้นไม้และดอกไม้นานาชนิดถูกปลูกและวางตกแต่งไว้โดยรอบ นอกจากนั้นยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆของสมุนไพรมาแตะจมูกเป็นระยะเมื่อมีลมพัดผ่าน เรย์รู้สึกราวกับต้องมนต์ และหลงรักที่นี่ทันที

 

เคย์เดลหยุดเมื่อมาถึงประตูไม้แกะสลักบานใหญ่บานหนึ่ง เรย์ได้ยินเสียงหลายเสียงปนเปกันแว่วมากจากหลังประตูบานนั้น ร่างบางรอให้คนตรงหน้าผลักประตูศักดิ์สิทธิ์เข้าไป แล้วก็ต้องพบกับสถานการณ์ที่เธอไม่ได้เตรียมใจว่าจะต้องมาเจอ

 

“เซอร์ไพรซ์” เคย์เดลหันมายักคิ้วให้ก่อนเดินนำเจ้าหญิงแห่งนาบูเข้าสู่งานเลี้ยงที่พวกเขาเตรียมไว้ให้เธอ

 

-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-

 

เมื่อก้าวเข้าไปภายในห้องเริ่มแรกเรย์ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู เธอกวาดตามองไปรอบๆก็พบว่าห้องนี้เป็นห้องโถงใหญ่ เพดานค่อนข้างสูง มีโคมไฟขนาดมหึมาที่มีเทียนวางรายล้อมเป็นวงซ้อนกันหลายชั้นถูกจุดเพื่อประดับประดาให้แสงสว่าง ตรงกลางห้องมีโต๊ะยาวห้าโต๊ะวางเรียงกันเป็นแนวเดียว มีหญิงชายในชุดคลุมนักเวทย์นั่งสนทนาและรับประทานอาหารกันอยู่ประปราย แต่โดยมากจะยืนสนทนาอย่างออกรสกันอยู่รอบๆห้อง บางคนก็กำลังเต้นรำอย่างสนุกสนานตามเสียงดนตรีที่กำลังบรรเลง ในมือพวกเขาล้วนมีเครื่องดื่มในแก้วไม้ใบใหญ่ เรย์สังเกตว่ามีโต๊ะใหญ่อีกตัวที่สุดทางวางประจัญหน้าหันตรงมาทางประตูห้อง ที่นั่นเธอเห็นมาซกำลังนั่งสนทนากับชายชราคนหนึ่ง

 

เรย์มองความรื่นเริงรอบกายด้วยความสนใจ คิดไม่ถึงว่าเมืองแห่งนักเวทย์ที่เคร่งครัดจะมีงานเลี้ยงแบบนี้อยู่ด้วย หล่อนกวาดตามองไปรอบๆอีกครั้งหนึ่ง อันที่จริงลึกๆแล้วเรย์กำลังมองหาใครบางคนอยู่ คนที่หายหน้าไปทั้งวัน ทิ้งให้เธอคิดฟุ้งซ่านกับปัญหาเพียงลำพัง

 

แล้วในที่สุดเธอก็พบ ร่างสูงเด่นของเขายืนอยู่ตรงนั้น ตรงบาร์เครื่องดื่มที่มุมห้อง เขากำลังยืนพิงผนัง สองขายาวๆยืนไขว้กันอย่างสบายๆ มือหนึ่งกอดอก อีกมือกำลังกระดกเหล้ารัมเข้าปาก มองจ้องตรงไปยังกลางห้องที่ซึ่งหนุ่มสาวกำลังเต้นรำในจังหวะครื้นเครงส่งเสียงหัวเราะให้กัน

 

เรย์ไม่อาจละสายตาไปจากชายหนุ่มได้ เขาโกนหนวดเคราออกทำให้ดูสะอาดสะอ้านและอ่อนวัยลง เสื้อเชิ้ตสีดำสนิท มีเนื้อผ้าอ่อนพริ้วและหลวมกว่าร่างใหญ่โตนั่นเล็กน้อยถูกสวมโดยเปิดเผยส่วนที่เป็นแผ่นอกหนาหนั่นไว้ นายพลแห่งคอรัสซังสวมกางเกงขายาวสีดำสอบพอดีกับขา มือที่ถือแก้วรัมยาวเรียวจนเห็นเส้นเลือดดำเด่นชัด โครงหน้าคมยาวกรามเป็นสัน ริมฝีปากหนากำลังขยับกลืนน้ำเมาลงคอ เขายังไม่รู้ตัวว่ามีใครกำลังแอบลอบมองพิจารณาเขาอยู่อย่างน่าอาย เรย์รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวเมื่อเห็นภาพที่ราวกับเทพเจ้าสร้าง ไม่อยากจะยอมรับ แต่ร่างกายและรูปโฉมของ เบน โซโล เป็นอันตรายต่อหัวใจของหญิงสาวทุกคนจริงๆ

 

และวินาทีนั้นเอง เขาก็หันมาสบตากับเธอ เรย์หน้าตื่นรีบหลุบตาลงโดยทันที ในใจนึกด่าตัวเองที่เผลอจ้องเขาจนเจ้าตัวจับได้

 

~น่าอายชะมัด~ หญิงสาวสูดหายใจลึกๆแล้วเงยหน้ากลับขึ้นไปมองทางเขาอีกครั้ง แต่แล้วก็ต้องเห็นภาพที่ชวนให้รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา เพราะในตอนนี้มีผู้หญิงอีกสามคนกำลังยืนรายล้อมเขาอยู่ เรย์ขมวดคิ้วแล้วเบือนหน้าไปทางอื่น และพบว่าตัวเธอเองกำลังตกเป็นเป้าสายตาของหญิงชราจอมเวทย์แห่งทาโคดาน่าเช่นกัน มาซมองสบตามาแล้วผยักหน้าเรียกเธอ เรย์จึงปล่อยเรื่องของเบนไว้เบื้องหลังแล้วเดินมุ่งหน้าไปหามาซ

 

“มาแล้วหรือสาวน้อย มานั่งข้างๆข้าสิ” หญิงชราร่างผอมพูดแล้วผายมือเชื้อเชิญ เรย์ยิ้มให้น้อยๆแล้วนั่งลงตามคำเชื้อเชิญ

 

“จงลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปก่อน ตอนนี้เป็นเวลาที่เธอจะหาความสุขใส่ตัวเอง” มาซพูดเหมือนรู้ทันความคิดของหญิงสาว เรย์นิ่งคิดมองเข้าไปในดวงตาของคนที่อยู่มาก่อน อยู่มาก่อนนานแสนนาน ทำให้เธอรู้สึกไว้วางใจและผ่อนคลายอย่างประหลาด หญิงสาวยกยิ้ม ผยักหน้ารับ ตัดสินใจทำตามคำแนะนำ แล้วจึงหันไปจัดการกับไก่งวงตัวเขื่องที่อยู่ตรงหน้า ให้สมกับที่ไม่ได้กินอาหารดีๆมาหลายวัน มาซลอบมองอาการของเรย์แล้วยิ้มขำ ก่อนหันกลับไปสนทนากับชายชราอีกด้านหนึ่งของเธอตามเดิม ปล่อยให้เรย์มีความสุขกับอาหารและบรรยากาศของงานเลี้ยงที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะเลิกราต่อไป

 

เมื่ออิ่มเรย์จึงได้มีโอกาสหันกลับไปสังเกตสิ่งรอบกายอีกครั้ง เธอมองหาพ่อคนเนื้อหอมโดยอัตโนมัติ อันที่จริงเธอมีเรื่องอยากคุยกับเขาอีกมากมาย แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร หรือเมื่อไหร่ดี เธอยังเรียบเรียงความคิดต่างๆได้ไม่ดีนัก เพราะเรื่องวุ่นวายประดังประเดเข้ามาพร้อมๆกัน เธอจึงลังเลอยู่เหมือนกันว่าควรจะเผชิญหน้ากับเขาตอนนี้ดีหรือไม่ อีกอย่างช่วงนี้ ทุกครั้งที่รู้ว่าจะต้องเจอกับเขา เธอรู้สึกใจเต้นอย่างห้ามไม่ได้ ก็เพราะเขาคือคนที่มีความสัมพันธ์ทางกายกับเธอมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทุกๆสัมผัสของเขา ทั้งๆที่ไม่ควร ทั้งๆที่เธอควรเอ่ยห้ามในหลายๆครั้ง แต่เธอก็ปล่อยเลยตามเลยทุกครั้ง เธอพยายามอ้างเหตุผลกับตัวเองว่าหลายๆครั้งเป็นสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าอีกหลายครั้ง ทั้งๆที่ไม่จำเป็นแต่เธอก็ยอม และตอนนี้เธอก็ทำตัวไม่ถูกว่าควรจะวางเขาเอาไว้ที่ตรงไหนดี

 

ในขณะนั้น เบนยังคงอยู่ที่มุมเดิม แต่เขากำลังถูกหญิงผมทองคนเดิมฉุดแขนล่ำใหญ่เพื่อลากออกไปกลางห้องเต้นรำ ร่างสูงดูปักหลักไม่ขยับเขยื้อน ไม่แม้แต่จะมองหญิงใจกล้าที่วอแวเขาอย่างน่ารำคาญ เขายกเหล้าในมือขึ้นจิบโดยไม่ยี่หระ จนสักพักหญิงคนนั้นก็ล่าถอยไปเอง

 

เรย์แอบลอบสังเกตเขาอยู่เป็นระยะ เธอรู้สึกว่าเมื่ออยู่ท่ามกลางผู้คน เขาช่างดูนิ่ง สุขุมและเย็นชา แต่เมื่ออยู่กับเธอ ในบางคราเขากลับดูเหมือนดวงอาทิตย์ที่แผดเผาเร่าร้อนหากแต่อบอุ่นในเวลาเดียวกัน

 

และเมื่อเวลาผ่านไปสักครู่ในที่สุดเขาก็มองมาที่เธอ ทั้งคู่สบตากัน แก้มใสของเรย์กลายเป็นสีเลือดฝาดขึ้นมาทันใด ใจเต้นตึกตักจนกลัวใครจะได้ยิน ทั้งสองมองตากันนิ่ง ไม่มีใครขยับอยู่สักพัก และไม่กี่อึดใจเขาก็ทำท่าเหมือนจะเป็นฝ่ายตรงเข้ามาหาเธอ

 

“เจ้าหญิงแห่งนาบู ให้เกียรติเต้นรำกับข้าสักเพลงได้หรือไม่”​ เสียงทุ้มไพเราะที่ไม่คุ้นหูของชายรูปงามคนหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะ ทำให้ร่างบางสะดุ้งจากห้วงความคิด ละสายตาจากเบน แล้วหันไปหาต้นเสียง

 

“ข้าชื่อรามิเอล เป็นพาดาวันของท่านมาซ” สายหนุ่มกล่าวแนะนำตัวอย่างเป็นมิตร

 

“อะไรนะ เต้นรำ ขะ...ข้าไม่ค่อยได้เต้น” เรย์เลิ่กลั่ก รีบปฏิเสธ รีบหาโอกาสหันกลับไปมองทางเบน แต่ร่างสูงไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว หญิงสาวรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยกับสถานการณ์ที่ไม่นำพานี้ เพราะอันที่จริงเธอก็อยากคุยกับเขาอยู่เหมือนกัน

 

“เหมือนข้าเลย งั้นแปลว่าเราก็เป็นคู่เต้นที่เหมาะสมกันแล้ว” รามิเอลกล่าวติดตลกแล้วโค้งให้หญิงสาว ก่อนยื่นมือออกมาด้านหน้าเพื่อรอคำตอบ เรย์หันไปหาตัวช่วยนั่นก็คือมาซ แต่ก็พบกับสายตาที่สนับสนุนให้นางไปหาความรื่นเริงเสียบ้าง เรย์ยิ้มเจื่อนๆก่อนจะหันไปจับมือกับชายที่รออยู่ ให้เขานำพาไปยังกลางฟลอร์

 

ที่กลางห้องเต้นรำ ทุกคนกำลังขยับขาเต้นและปรบมือเป็นจังหวะรื่นเริงตามเพลงที่บรรเลง มีเสียงเชียร์สนุกสนานให้กำลังใจตลอดเวลา บรรยากาศที่เรย์เคยได้สัมผัสเมื่อนานมาแล้ว ตั้งแต่ครั้งเธอยังไม่ได้ถูกส่งมาอยู่กับลุค นานจนเกือบจะลืมไปว่ามันผ่อนคลายและสร้างเสียงหัวเราะได้มากเพียงใด เมื่อก่อนเธอเคยเต้นรำอย่างสนุกสนานแบบนี้กับท่านแม่ หญิงสูงศักดิ์แสนติดดินที่เป็นแบบอย่างให้เธอ สตรีที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา อ่อนหวาน หากแต่แข็งแกร่งในคราวเดียวกัน

 

หญิงสาวยิ้มกว้างรู้สึกสนุกถึงแม้ว่าจะเต้นผิดเต้นถูกบ้าง ก็เพราะคู่เต้นของเธออย่างมิคาเอลคือผู้สร้างบรรยากาศครื้นเครงโดยธรรมชาติ เขามีรอยยิ้มที่สดใส และคอยชักนำช่วยเหลือเธอตลอด ไม่ทำให้เธอรู้สึกเคอะเขินเลยแม้แต่น้อย ทุกๆคนทั่วบริเวณต่างยิ้มและหัวเราะไปได้ด้วยกันในงานสังสรรค์ เป็นคำคืนที่ช่วยให้เรย์ผ่อนคลายและปล่อยวางเรื่องยุ่งๆไปชั่วครู่ได้ไม่มากก็น้อยทีเดียว

 

-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-

 

ไม่นาน เรย์กล่าวอำลาและขอบคุณมาซและทุกคนในงาน เพื่อจะกลับมาพักผ่อน เคย์เดลอาสาพาเธอกลับมาส่งที่ห้องพัก แต่เรย์ปฏิเสธ เธอไม่อยากรบกวนใครอีก ที่สำคัญ เธอไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอไม่ได้ตรงกลับห้องพัก หากแต่ตั้งใจที่จะตามหาใครบางคนที่หนีออกมาจากงานเลี้ยงอันวุ่นวายก่อนหน้าเธอต่างหาก

 

~หายไปไหนนะ~ เรย์บ่นในใจเมื่อพบว่าเบนไม่อยู่ในห้องพัก ร่างบางถอนหายใจ แล้วเดินทอดน่องเอื่อยๆ เตร็ดเตร่ไปตามทางเดินที่มีตะเกียงจุดให้ความสว่างเป็นระยะๆ เมื่อถึงส่วนหนึ่งของวิหารเรย์พบว่ามันเป็นระเบียงเปิดกว้างไปยังสวนหย่อมที่อยู่ท่ามกลางสิ่งก่อสร้างที่รายล้อม เพดานเปิดโล่งมองขึ้นไปเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืน เธอหันไปมองอย่างสนใจ แล้วเธอก็เห็น คนที่เธอตามหา เขาอยู่ตรงนั้น ร่างอันสูงใหญ่ของเขาแม้จะเป็นเพียงเงาตะคุ่มเนื่องจากความมืด เธอก็จำได้แม่น

 

~เบน โซโล~ เรย์ รีบจ้ำเพื่อหาบันไดทางลงไปสู่สวนดอกไม้เบื้องหน้า เธอซอยเท้าถี่ลงบันไดหินอ่อนนั่นไป แล้ววิ่งตรงไปยังสนามหญ้ากลางสวน ที่ซึ่งมีต้นหลิวต้นใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่เดียวดาย ที่ซึ่งเขา‘เคย’ ยืนอยู่ตรงนั้น

 

~ไปไหนแล้ว?~ หล่อนมั่นใจว่าไม่ได้ตาฝาด

 

“ฟรึบ!” ในเสี้ยววินาที หญิงสาวรับรู้ได้ถึงแสงสีแดงและพลังงานความร้อนที่มาประชิดอยู่ข้างลำคอด้านขวาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า เธอได้ยินแม้แต่เสี่ยงหึ่งของมันระงมอยู่ข้างหู เจ้าหญิงนาบูตัวแข็งทื่อ ถ้าขยับผิดท่าอีกนิด คอเธอขาดแน่

“เจ้านั่นเอง” สิ้นเสียงของเบน เรย์ค่อยๆหันกลับมาหาเขา เมื่อสองตาสบกัน แสงสีแดงก็ดับลงทันที แต่เสี้ยววินาทีก่อนที่แสงสว่างจากดาบจะหายไป เธอเห็น เธอทันเห็นเขายกยิ้มอย่างมีชัยชนะ ถึงมันจะเป็นเพียงรอยยิ้มที่เจือจางมากก็ตาม เบน โซโล เขาร้ายกว่าที่เธอคิด

 

“มีอะไร เด็กน้อย” ร่างสูงพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ เขาเก็บด้ามดาบเข้าฝักคาดเอว

 

“ข้าคิดว่า เรามีเรื่องต้องคุยกัน” เรย์ใช้น้ำเสียงจริงจัง

 

“..............” เบนไม่ตอบ เขายืนนิ่ง รอฟัง

 

“ข้าอยากขอร้องให้ท่าน พาข้ากลับนาบู ขอร้องไม่ให้พาข้าไปคอรัสซังอีก”

 

“..............” ร่างสูงเงียบ ไม่มีปฏิกิริยาใดๆตอบกลับ และมันทำให้เรย์เริ่มหวั่นใจ เธอยากได้เขาเป็นพวกของเธอ เรย์ไม่อยากต้องเป็นศัตรูกับ ไคโล เรน หรือ เบน โซโล อะไรอีก หลังจากเห็นฝีมือการต่อสู้และการตามหาคนของเขาแล้ว คนโง่เท่านั้นที่คิดจะเป็นศัตรูกับผู้ชายคนนี้

 

“ท่านจะว่าอย่างไร”

 

“ข้าจะได้อะไรจากการช่วยเจ้า”

 

“ทุกอย่างที่ท่านปรารถนา ข้าจะจัดหามาให้ ตำแหน่ง ลาภยศ เงินทอง ท่านต้องการอะไร”

 

“เจ้าจะกลับไปทำไม” แทนที่จะตอบ เบนถามสวนขึ้นมา

 

~ไปให้ตาแก่นั่นขายให้ทาทูอินอีกหรือยังไง~ ประโยคนี้เขาเลือกที่จะเก็บไว้ในใจ แต่คิดแล้วมันหงุดหงิดจริงๆ เจ้าเด็กนี่ไม่เข็ด

 

“ข้าจะกลับไปคุยกับท่านพ่อให้รู้เรื่อง แค่ข้อความหน้าเดียว ข้าคิดว่าเราไม่ควรด่วนสรุปอะไรเกินไป ท่านพ่อข้าไม่ใช่คนแบบนั้น”

 

“ถ้าแม่เจ้ายังอยู่ คงส่ายหน้าให้ความไร้เดียงสาของบุตรสาว”

 

“เบน โซโล! หยุดวิพากษ์วิจารณ์ครอบครัวข้าได้แล้ว เจ้าไม่รู้จักพวกเขา”

 

“หึ...” เสียงแค่นหัวเราะดังออกมาแล้วกลืนหายไปกับความเงียบสงัดของค่ำคืน ไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมาอีก เบนทำท่าหันหลังจะเดินจากไป เขากำลังหัวเสีย

 

“เดี๋ยว อย่าเพิ่งไป”

 

“ข้าว่าเราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง” ร่างสูงหยุดชะงักแล้วพูดข้ามไหล่กลับมา

 

“ฟังข้าก่อน ขอร้อง...” เรย์อ้อนวอน เสียงหวานสั่นเครือ และมันทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบเค้น เบนหยุดนิ่ง ไม่เดินต่อแต่ก็ไม่หันหลังกลับมา

 

“ขอร้อง ได้โปรด ช่วยข้าด้วยเถิด อย่าพาข้าไปคอรัสซังเลยนะ ข้าไม่อยากแต่งงานกับเขา คงเหมือนตายทั้งเป็น และชาวนาบูคงไม่มีวันมีความสุขอีก จะให้ข้าตอบแทนอย่างไร ท่านถึงจะยอมช่วย”

 

“.................” ร่างสูงนิ่ง ขบคิดเงียบๆ ในชั่วอึดใจนั้นเรย์ลุ้นให้เขาใจอ่อนยอมช่วยเธอ แต่แล้วในที่สุดเขาก็ตันสินใจเดินจากไป

 

“ได้โปรด ไคโล เรน” คราวนี้เรย์ไม่เพียงแต่พูดด้วยน้ำเสียงเว้าวอน หากแต่วิ่งตรงเข้าไปสวมกอดร่างสูงไว้จากด้านหลัง ยังไม่ยอมให้เขาไปไหน ใบหน้าซุกอยู่บนแผ่นหลังกว้าง น้ำตาแห่งความหวาดกลัวและโศกเศร้าไหลอาบสองพวงแก้ม จนเปียกด้านหลังเสื้อเชิ้ตสีดำของเขา สองแขนเรียวเล็กกอดรัดรอบเอวหนาไว้แน่น

 

"ได้โปรด..."

 

และในที่สุดเขาก็หันกลับมา เบนมองจ้องเรย์อยู่สักพัก ก่อนโอบเอวคอดของหญิงตรงหน้าเอาไว้อย่างเบามือ อีกมือที่เหลือเชยคางมนให้เงยขึ้นมาสบตา ทำให้เขาได้เห็นร่องรอยน้ำตาที่พาลทำให้ใจอ่อนเหลวได้ทุกครั้ง แววตาของหล่อนสั่นระริกเพราะน้ำตาที่คลอหน่วยอยู่ ร่างสูงโน้มตัวลงจูบซับน้ำตาของคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา จนรู้สึกถึงขนตางอนที่เคลียใบหน้าของเขา ราวกับจุมพิตจากผีเสื้อ

 

เมื่อถอนริมฝีปากออกเขากลับไปมองสบตาเรย์อีกครั้ง และคราวนี้เขาก้มลงครอบครองริมฝีปากของเธออย่างไม่คิดที่จะหักห้ามใจ ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาบนปากเรียวบางนุ่มหยุ่น เบนค่อยๆบดเบียดริมฝีปากของเจ้าหล่อนอย่างแผ่วเบา ทะนุถนอม เขาตัดใจถอนมันออกมาชั่วครู่เพื่อมองสบตาเธอ แล้วก็พบกับแววตาใสบริสุทธิ์ที่หรี่ปรือขึ้นช้าๆ เรย์มองจ้องกลับมาและไม่มีสัญญาณของการปฏิเสธอยู่ในนั้นเลยแม้แต่น้อย เขาจึงครอบครองความหอมหวานเบื้องหน้าอีกครั้ง อย่างอ้อยอิ่ง ร้องขอและเอาแต่ใจ เธอค่อยๆตอบรับและคุ้นชินกับการชักนำของเขามากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดร่างสูงจึงขบริมฝีปากของร่างบางอย่างแผ่วเบาเพื่อให้หล่อนเปิดปากเชื้อเชิญให้ลิ้นอุ่นของเขาแทรกผ่านเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเล็กของเธอในโพรงปากที่อุ่นร้อน ทุกอย่างที่เริ่มจากความเชื่องช้าค่อยๆเริ่มเปลี่ยนจังหวะให้รวดเร็วและร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เรย์สะดุ้งยกสองมือขึ้นขย้ำหน้าอกเสื้อของเขาจนยับย่นเพื่อยึดเขาเป็นหลักไว้เมื่อรู้สึกว่าสองขาอ่อนแรงเหมือนยืนไม่อยู่ เบนจึงกระชับวงแขนเข้ามาแน่นขึ้น อีกมือขย้ำอยู่ที่บั้นท้ายอวบอิ่ม เพื่อประคองร่างอันปวกเปียกของเธอไว้ ทำให้ระยะห่างระหว่างทั้งคู่แนบชิดและน่าอายขึ้นไปอีก เขาได้มอบความรู้สึกแปลกใหม่ให้เธออีกครั้ง แต่คราวนี้มันช่างผิดไปจากครั้งแรกที่พบกัน เพราะมันไม่ใช่การลงโทษ เพราะมันช่างอ่อนโยน เต็มไปด้วยคำปลอบประโลมที่เขาส่งผ่านมาจากจุมพิตและรสสัมผัสทั้งหมดทั้งมวล เขาทำให้หล่อนรู้สึกว่า เขาต้องการหล่อนมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้จักพอ และหล่อนก็พึงพอใจมาก เรย์รู้สึกรุ่มร้อนไปทั้งร่าง หัวใจเจ้ากรรมมันพาลจะเต้นดังจนกลัวอีกฝ่ายจะได้ยิน

 

“อะ...อื้อ” ร่างบางส่งเสียงครางเมื่อถูกเขาขบกัดริมฝีปากเบาๆอีกครั้ง แล้วบดเบียดเข้ามาอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรย์เริ่มรู้สึกถึงฝ่ามือใหญ่ที่เริ่มซุกซน มือซ้ายของเขาสอดผ่านรอยแหวกของเสื้อหล่อน แล้วเริ่มไล้ผ่านหน้าท้องแบนราบขึ้นไปสู่หน้าอกอวบอิ่ม เขาเค้นคลึงมันอยู่สักพักก่อนลากนิ้วโป้งหมุนวนผ่านยอดปทุมส่วนที่ไวสัมผัสมากที่สุด เรย์แอ่นกายรับการกระตุ้นอย่างห้ามไม่ได้ และอาการนั้นมันยิ่งทำให้ชายหนุ่มแทบคลั่ง ส่วนมือขวาของเบนกำลังบีบสัมผัสบั้นท้ายอันกลมกลึงของเธอ เธอรับรู้ได้ถึงทุกปลายนิ้วสัมผัสจากมือใหญ่โตของเขา และมันก็ร้อนผ่าวไปหมด เจ้าหญิงแห่งนาบูรู้สึกว่าเธอกำลังจะหยุดหายใจ สิ่งที่เขามอบให้มันมากล้นจนรู้สึกว่าความร้อนทั่วร่างแล่นริ้วขึ้นมารวมกันตรงกลางแก่นกาย และเหมือนมันกำลังจะระเบิดออกมา เธอควรจะหยุด เพราะเธอรับมันทั้งหมดไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ถ้าไม่อย่างนั้น เธอคงขาดใจลงตรงนี้

 

“ยะ...อย่า” เรย์เงยคอร้องประท้วง แต่ร่างสูงมีหรือจะหยุดได้ทันที เขาไล่พรมจูบลำคอระหง พร้อมกับใช้ริมฝีปากดูดดึงฝากรอยแดงเพื่อตีตราเธอไว้

 

“เบน...พะ พอได้แล้ว” เรย์รวบรวมสติสัมปชัญญะครั้งสุดท้าย แล้วยันตัวเขาออก เพราะถ้าเธอไม่รีบฝืนทำตอนนี้ เธอกลัวว่า เธอจะไม่มีโอกาสได้ทำอีกเลย

 

ในที่สุดนายพลแห่งคอรัสซังจึงยอมปล่อยเธอเป็นอิสระ เขาถอดถอนริมฝีปากออกจากเธออย่างยากลำบากและเสียดาย เรย์ทำให้เขาต้องทนตกอยู่ในสถานการณ์ของความคับแน่นจนแทบจะระเบิดไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว และครั้งนี้เป็นครั้งที่หนักหน่วงที่สุด

 

ท่ามกลางสวนดอกไม้ยามดึกสงัด มีเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นโครมคราม กับเสียงหอบหายใจของคนสองคนดังแข่งกันเป็นจังหวะ ทำลายความเงียบที่รายล้อม

 

“อย่าเที่ยวกอดใครแบบนี้อีก ข้าขอสั่งห้าม” หลังจากจังหวะการหอบหายใจของทั้งคู่ค่อยๆสงบลง เบนกล่าวคาดโทษเด็กน้อยที่ช่างไม่รู้จักระวังตัวเสียเลย หล่อนไม่รู้ได้อย่างไรว่าเขาคือตัวอันตราย เขาคือราชสีห์ที่กำลังหิวกระหายทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับกวางน้อยอย่างเธอ

 

ส่วนเรย์นั้น ตอนนี้เธอกำลังหน้าแดงก่ำ หัวใจเจ้ากรรมยังเต้นโครมคราม เธอมั่นใจว่าเขาต้องได้ยินเสียงดังน่าอายของมันอย่างแน่นอน

 

“ทำไมพูดเหมือนข้าเป็นต้นเหตุ ท่านเป็นคนเริ่มก่อนนะครั้งนี้”

 

~รวมไปถึงครั้งแรก และครั้งต่อๆมาด้วย~ เรย์ละประโยคสุดท้ายในความคิดไว้ เธอไม่เคยคิดเลยว่า คนที่ขโมยจูบแรกของเธอย่างหน้าด้านๆในวันนั้น จะเป็นคนเดียวกับที่ขโมยจูบที่ สอง สาม สี่ ของเธอเรื่อยมา จะว่าไปเธอยังรอเวลาที่จะสะสางเรื่องนี้อยู่

 

“เจ้าควรไปนอนได้แล้ว” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ ตัดบทสนทนา เพราะถ้าไม่รีบจัดการอะไรต่อมิอะไร เขาอาจจะขาดใจตายแน่ เบนคว้าข้อมือเล็กของคนที่ไม่ทันตั้งตัวให้เดินตามเขามา เรย์ตกใจในตอนแรกแต่ก็ไม่ขัดขืน หล่อนสาวเท้าตามเขาไปอย่างเงียบๆ แต่สองขาก็พาลจะสะดุดกันเองอยู่เรื่อยเพราะจังหวะการก้าวของคนขายาวมันเร็วและห่างกันมาก เธอที่ต้องรีบจ้ำตามเลยเดินอย่างทุลักทุเล และเพื่อจะไม่ให้ล้มลงไปเรย์จึงกำมือของเขาแน่น และมองตามแผ่นหลังกว้างเบื้องหน้าอยู่ตลอด แล้วก็พบว่ายิ่งอยู่ใกล้รูปร่างเขายิ่งดูสูงใหญ่และงามสง่า

 

ในที่สุดทั้งสองก็มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องรับรองของเจ้าหญิงแห่งนาบู เบนปล่อยมือเล็กให้เป็นอิสระ หยุดเดินแล้วหันกลับมา เรย์จ้องมองเขาอย่างตั้งใจ เมื่อเขาทำท่าจะพูดอะไรออกมา

 

“เรื่องนั้น ข้าขอเวลาข้าคิดอีกสักพัก” พูดจบ มือใหญ่ก็ยื่นไปกุมศีรษะของคนตัวเล็กตรงหน้า แล้วโยกมันเบาๆ เรย์รู้สึกร้อนวูบขึ้นมาบนใบหน้าและอบอุ่นในหัวใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อถูกเขาทำแบบนี้ ร่างบางยิ้มกว้างทันที

 

“จะ...จริงนะ ขอบคุณท่านมาก” เรย์ตอบกลับอย่างอารมณ์ดี ถ้าเขาพูดแบบนี้ แปลว่าเธอยังมีหวัง เธอจ้องเขาตาเป็นประกาย คำพูดและการกระทำเพียงแค่นี้ มันเพียงพอที่จะทำให้หัวใจเล็กๆพองโต และช่วยรักษาความโดดเดี่ยวในใจเธอได้เป็นอย่างดี อย่างน้อยตอนนี้เธอก็แอบมั่นใจลึกๆว่า ถึงแม้จะไม่มีใคร เขาจะอยู่ข้างเธอ และสำหรับเบน เขารู้สึกขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจพูดแบบนั้นกับเธอออกไป เพราะรอยยิ้มที่ได้เห็นตอนนี้คือรอยยิ้มที่หวานที่สุดเท่าที่เขาเคยได้พบพานมาในชีวิต และไม่ทันได้คาดคิดเธอเขย่งตัวขึ้นจุมพิตที่แก้มสากของเขาอย่างแผ่วเบาเพื่อแสดงความขอบคุณ

 

-:o:-:o:-:o:To Be Continued:o:-:o:-:o:-

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #46 Cherry Wanlada (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:34
    ฟินเกินนนนนนน เอาจิงๆตอนนี้จินตนาการถึงใบหน้าและบอดี้ของพี่เบนในชุดสีดำแล้วยอมมมมอ่อนระทวยไปหมดค่ะไรท์5555555
    #46
    0
  2. #27 ปวดหลัง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 21:25

    OMG ไม่ไหวแล้ว เขียนแบบนี่แม่ยกตายเรียบ คนเขียนน่ารักมสกจริงๆ เติมเต็มได้ดี


    เนื้อเรื่องดีมาก คาดว่าตอนต่อๆไป มีดราม่าแน่ๆเลย

    #27
    1
    • #27-1 PoxiiChicky(จากตอนที่ 7)
      28 มกราคม 2563 / 12:02
      ขอบคุณมากๆค่า ปูเสื่อรอดราม่านะคะ 55555
      #27-1
  3. #26 161213p (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 21:19
    ตอนนี้ฟินค่ะ อิพี่ได้กำไรอีกแล้วส่วนน้องก็ยอมรู้สึกดีกับพี่เขาแล้วละสิลูก
    #26
    1
    • #26-1 PoxiiChicky(จากตอนที่ 7)
      28 มกราคม 2563 / 12:01
      ,,>___<,,
      #26-1
  4. #25 koala 🐨 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 20:18
    น้องเรย์น่ารักม้ากกกกกก
    #25
    1
    • #25-1 PoxiiChicky(จากตอนที่ 7)
      28 มกราคม 2563 / 12:04
      ,,>___<,,
      #25-1