[Star Wars::AU::Reylo] Love Illusion

ตอนที่ 6 : Secret Message

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 245
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    16 ม.ค. 63

Takodana

 

“เรย์ เคโนบี อยู่ที่ไหน” เสียงถามจากอนาคินดังขึ้นทำลายความเงียบสงัดของบรรยากาศในสนามหญ้าอันเขียวขจีสุดลูกหูลูกตาที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าพระราชวังแห่งคอรัสซัง กษัตริย์ผู้ปรีชากำลังใช้สมาธิเงื้อธนูเล็งเป้าฝึกซ้อมเบื้องหน้าทุกคนจึงเงียบกริบ เป็นเวลาเดียวกับที่นายพลฮักซ์เดินเข้ามาตามการเรียกตัวของเหนือหัว

 

“เราขาดการติดต่อจาก เบน โซโล ไปได้สักพักใหญ่ๆแล้ว ข้าเองก็ไม่ นะ...แน่” ปลายประโยคฮักซ์พูดออกมาอย่างยากลำบาก เพราะมือใหญ่เต็มไปด้วยเส้นเลือดดำที่ปูดโปนของอนาคินกำลังกำแน่นอยู่ที่คอหอยของเขา ชายผิวซีดตาเหลือกพยายามกระเสือกกระสนหาอากาศหายใจ

 

“อย่าให้ข้ารู้นะว่ามันกำลังเล่นสนุกกับเหยื่อของข้า” อนาคินสบถ ปล่อยฮักซ์เป็นอิสระ หันกลับไปเล็งเป้าแล้วปล่อยลูกธนูออกไปอย่างรวดเร็ว ลูกดอกแหวกอากาศเย็นสบายในยามเช้า ตัดหมอกบางที่ลอยอยู่ต่ำๆเหนือยอดหญ้า ตรงเข้าเป้าอย่างแม่นยำ

 

“ขะ...ข้าว่าเขาไม่ค่อยน่าไว้ใจ ตามที่เคยกราบทูลพระองค์ไปแล้ว ท่านโปรดพิจารณาเรื่องตำแหน่งของเขาในกองทัพอีกครั้ง” นายพลร่างผอมรายงานอย่างกลัวๆกล้าๆ แต่เขาคิดทบทวนเรื่องนี้มาดีแล้ว เขาเกลียดไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่หยิ่งจองหอง ทำสีหน้าดูถูกดูแคลนเขาเสมอ และไม่พอใจเป็นอย่างมากที่กษัตริย์ทรงไว้ใจมันมากจนเกินไป ให้อำนาจมันจนเกินหน้าเกินตาเขา ไม่ใช่สิ เขาหมายถึงเกินหน้าเกินตาหลายๆคนรวมไปถึงเขา

 

“เรื่องผิดพลาดเลวร้ายที่สุดของ เบน โซโล ยังดีกว่าเรื่องดีที่สุดของเจ้าหลายขุมนัก อย่าบังอาจมาวิจารณ์การตัดสินใจของข้า” อนาคินพูดโดยไม่มองหน้าอีกฝ่าย หยิบลูกดอกมาขึ้นธนูแล้วยิงออกไปอีกครั้ง แต่คราวนี้เป้าหมายเป็นเจ้านกชะตาขาดที่บินผ่านมา มันร่วงผลอยลงมาอย่างรวดเร็ว

 

“ไปเก็บมา แล้วเอาไปให้เจ้าเด็กรับใช้นั่น บอกว่าค่ำนี้ข้าอยากกินนกย่าง ให้นางทำแล้วยกมาให้ข้าด้วยตัวเอง” อนาคินหันไปสั่งเมซ วินดู องครักษ์คนสนิท ชายร่างยักษ์รีบสาวเท้าไปเก็บนกพิราบตัวเขื่อง แล้วเดินไปทางข้ารับใช้หญิงที่ยืนเรียงรายอยู่ด้านหลัง

 

“ทำตามที่พระองค์สั่ง พวกเจ้าเอานกนี่ไปให้แพดเม่ทำอาหารค่ำมาถวาย” หัวหน้าหญิงรับใช้รับไป พร้อมกับลอบขมวดคิ้วหันไปสบตากับสาวใช้ที่เหลือ ตอนนี้เด็กแพดเม่นั่นได้เลื่อนตำแหน่งอย่างก้าวกระโดด จนทุกคนอดอิจฉาไม่ได้ พวกหล่อนอดสงสัยไม่ได้เหมือนกันว่าเหตุใด เจ้าเด็กมอมแมมคนนั้นถึงกลายเป็นคนโปรดของกษัตริย์ผู้สมบูรณ์แบบคนนี้ได้ ข่าวลือนี้แพร่สะพัดให้คนนินทากันหนาหู ซึ่งคนที่ลำบากที่สุดก็เห็นจะเป็นสาวน้อยที่ต้องแบกรับภาระงานความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ และต้องทนอยู่กับสายตาและคำซุบซิบของผู้คนรอบตัว แพดเม่ อามิดาลา

 

-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-

Hidden Village of Takodana

 

แสงสีทองจากแดดอ่อนๆส่องลอดผ้าม่านขาวบางที่พลิ้วสะบัดน้อยๆตางแรงลมที่พัดเอื่อยๆ พากลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้นานพันธุ์ที่ขึ้นอยู่รอบทาโคดาน่า ดินแดนแห่งมนตราและผู้วิเศษ ให้ล่องลอยอบอวบไปทั่วบริเวณ

 

เรย์ เคโนบี นอนหลับตาพริ้มอย่างสงบนิ่ง ลมหายใจของนางสม่ำเสมอเป็นไปตามจังหวะการกระเพื่อมขึ้นลงของหน้าอก สัญญาณแห่งความมีชีวิตของคนที่เกือบถูกพรากวิญญาณไปจากร่างกายอันบอบบางน่าทะนุถนอม หล่อนมีดวงหน้างดงามดุจกลีบดอกเดซี่อันขาวบริสุทธิ์ที่แฝงไปด้วยความสดใสมีชีวิตชีวา ที่บัดนี้เริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นมากแล้ว เข้าวันที่สามหลังเหตุการณ์โกลาหลที่เกิดขึ้น อาการบาดเจ็บของเธอเรียกได้ว่าพ้นขีดอันตรายแล้วหลังรับการรักษาในบ่อน้ำหวงห้ามแห่งทาโคดาน่า หากแต่เจ้าหญิงแห่งนาบูยังไม่ยอมฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง หล่อนคงผ่านความเหนื่อยล้ามามากเหลือเกิน

 

หญิงสูงอายุผู้หนึ่งกำลังจับชีพจรเธออยู่ที่ข้อมือ มันสม่ำเสมอและหนักแน่น นางพยักหน้าเบาๆแสดงถึงความพึงพอใจ แล้วหันไปสนทนากับผู้ช่วยสาวที่ยืนคอยท่าอยู่ข้างๆกัน

 

“พลังภายในของนางเริ่มกลับมาคงที่แล้ว แต่การที่นางยังไม่ตื่นขึ้นมา ไม่ได้กินอะไรหลายวัน ข้ากลัวจะพาลทรุดลงไปอีก” นางหยิบขวดโหลแก้วใบหนึ่งซึ่งมีควันสีขาวล่องลอยอบอวลอยู่ ก่อนเปิดฝาแล้วอังมันไว้ที่จมูกมองเรย์

 

“ให้ยาทางนี้เป็นวิธีเดียวในขณะนี้ที่นางยังไม่ตื่นขึ้นมา ไม่อย่างนั้นก็ต้องใช้วิธีนั้นอีกครั้ง แต่ข้ากลัวว่ากลีบดอกเดซี่ดอกนี้จะบอบช้ำเสียก่อน เพราะกลัวใจเจ้าหลานชายข้า มันอาจจะทนไม่ไหวขย้ำนางเสียก่อนนางจะหายดี” มาซ จอมเวทย์อาวุโส ผู้นำจิตวิญญาณแห่งทาโคดาน่าอธิบายให้ผู้ช่วยที่เปรียบเสมือนลูกศิษย์ของนางได้ฟัง

 

เคย์เดล นักเวทย์สาว พาดาวันอันดับหนึ่งของมาซ พยักหน้าตอบรับ แต่อดอมยิ้มน้อยๆแล้วหลุดขำเมื่อได้ยินท้ายประโยคไม่ได้

 

“อย่าคิดไปไกลเคย์เดล ข้าไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องทำอันตรายหนูน้อยคนนี้แน่ ไม่เว้นแม้แต่เบน โซโลเจ้าหลานชายตัวดีของข้า หล่อนคือสิ่งพิเศษ ยากที่จะบังเกิดขึ้นได้ คนสำคัญที่ชาวเราต้องปกป้อง” มาซพูดไปในขณะที่สายตาภายใต้แว่นกลมใหญ่หนาเตอะก็จดจ้อง ‘สิ่งพิเศษ’ ที่หล่อนพูดถึงไป อย่างรักใครเอ็นดู

 

หญิงชรานึกไปถึงเหตุไม่คาดฝันเมื่อสามวันที่แล้ว ขณะที่ทุกคนกำลังสวดภาวนายามค่ำ ประตูเมืองก็ถูกพังถล่มด้วยพลังอันมหาศาลของนายพลแห่งคอรัสซัง เขาบุกเข้ามาพร้อมกับร่างปวกเปียกหมดสติของ เรย์ เคโนบี เลือดแดงไหลซึมชุ่มชุดผ้าเนื้อบางที่ห่อหุ้มร่างกายอันซีดเย็น วันนั้น เบน มีสีหน้าแย่ที่สุดเท่าที่มาซเคยเห็นมา ร่างใหญ่โตของเขาอุ้มตระกองกอดคนที่ตัวเล็กนิดเดียวไว้ในอ้อมแขน แล้วมองตรงมาที่เธอ อย่างหวาดกลัวและอ้อนวอน

 

~ถ้าแม่เจ้ายังอยู่ คงดีใจที่ได้เห็นเจ้าเติบโตขึ้นมาเป็นหนุ่มรูปงาม.......ที่รู้จักความรัก เช่นนี้~ มาซถอนหายใจเมื่อย้อนนึกไปถึงคนที่จากไปนาน จากไปก่อนเวลาที่ควรจะเป็น สาวน้อยที่นางรักและเลี้ยงดูมาเหมือนลูกในไส้ ‘เลอา’

 

ระหว่างที่จอมเวทย์กำลังติดอยู่ในห้วงความคิด ก็รู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวของร่างเบื้องหน้า เรย์ กำลังฟื้น

 

หญิงสาวขยับศีรษะน้อยๆ ชักมือเล็กออกจากมือเหี่ยวห่นของหญิงชรา แล้วยกมากุมศีรษะอันหนึกอึ้ง นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนค่อยๆหรี่ปรือขึ้นจนลืมได้เต็มที่เมื่อหล่อนปรับรับแสงที่ผ่านเข้าม่านตาได้สำเร็จ หล่อนมองเห็นเพดานสีครีม ที่มีลายแกะสลักรูปกิ่งไม้และใบไม้อันงามชดช้อยเป็นสิ่งแรก เรย์กระพริบตาถี่ๆในขณะที่สมองกำลังปรับให้เข้าที่ เธอค่อยๆนึกทบทวนสิ่งสุดท้ายที่จำได้ แล้วแก้มฝาดของเธอก็แดงเห่อเป็นลูกตำลึง เพราะสิ่งสุดท้ายที่จำได้ก่อนที่เธอจะหมดสติไปด้วยความเหนื่อยอ่อนก็คือ ริมฝีปากหยักลึกของ ไคโล ไม่ใช่สิ เบน โซโล ที่ค่อยๆประกบทาบลงมาบนเรียวปากสีชมพูดเรื่อและแสนจะอ่อนนุ่มของเธอ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่าตามอำเภอใจ เป็นเพราะการรักษาบาดแผลที่เขากล่าวอ้างหน้าด้านๆ สภาพของเธอและเขาจึงกึ่งๆจะเปลือยเปล่าภายในบ่อน้ำศักดิ์สิทธ์แห่งทาโคดาน่า ความใกล้ชิดและสัมผัสร่างกายที่เขาเป็นผู้ชักนำในขณะที่เธอกำลังอ่อนแรงถึงขีดสุด มันทำให้ยากจะต่อต้าน ภาพที่เขาประคองกอดเธอจากทางด้านหลัง ทำให้แผ่นอกกว้างอันเปลือยเปล่าของเขาแนบชิดกับแผ่นหลังนวลเนียนไร้อาภรณ์บดบังของเธอผุดขึ้นมาให้หัว ไออุ่นจากกายเขาส่งผ่านมาที่ผิวอันเฉียบเย็นไร้เลือดของเธอ มือใหญ่โตของเขาสอดเข้ามาโอบกอดเอวบางของเธอ ใบหน้าอันซุกซนของเขาคอยแต่จะก้มลงมาซุกไซร้ที่ลำคอระหงและข้างแก้มของเธอ เรย์ยังจำความรู้สึกเมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนพรมสัมผัสบนไหล่มนซ้ำๆ ประทับลงมาแล้วถอนออก ประทับลงมาแล้วถอนออก วนเวียนไปอยู่แบบนี้ มันทำให้เธอจั๊กจี้น้อยๆแต่กลับหวาบหวามในหัวใจ ก้อนเนื้อในหน้าอกข้างซ้ายเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมา ในท้องปั่นป่วนราวกับมีผีเสื้อนับพันกระพือปีกอยู่ภายใน ทุกอย่างที่เขากระทำต่อหล่อนมันส่งผลให้ยอดปทุมอันเต่งตึงอย่างสาวสะพรั่งของหล่อนชูชัน กลีบกุหลาบแรกแย้มที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัสพาลชุ่มช่ำมีชีวิตชีวาขึ้นมา ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่เคยบังเกิดกลับถูกปลุก เป็นดั่งบทเรียนให้แก่สาวน้อยบริสุทธิ์ไม่รู้ประสีประสา มันทำให้เธอรู้สึกอับอายมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา กว่าเขาจะยอมหยุด หล่อนก็หอบหายใจจนอ่อนแรงไปแล้ว

 

~ให้ตายสิ คนน่าตาย เบน โซโล อย่าให้รู้เชียวว่าที่ทำไปทั้งหมดอยู่นอกเหนือการส่งผ่านพลังให้ข้าเพื่อรักษาบาดแผล ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ข้าจะเอามีดปักหัวใจเจ้าจริงๆ~

 

เรย์อดใจเต้นแรงไม่ได้เมื่อคิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ตอนนั้นจะอยู่ในสภาพที่สติไม่เต็มร้อยดีนัก แต่เธอก็รับรู้ทุกๆสิ่งที่เขาได้กระทำ ร่างบางรีบหันควับไปมองรอบตัวทันทีเมื่อลำดับเหตุการณ์ต่างๆเริ่มเรียบเรียงตัวมันเอง แล้วก็ต้องพบกับรอยยิ้มของสองคนที่ลอบมองอาการของเธออยู่อย่างเงียบๆแต่สนใจ

 

“ตื่นแล้วหรือ สาวน้อย” มาซพูดทักทายด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร เธอกลัวเด็กน้อยจะตกใจเสียก่อน หล่อนเพิ่งผ่านเรื่องร้ายๆมามาก

 

เรย์ผยักหน้าหงึก ขมวดคิ้วสงสัยเมื่อเห็นมาซและเคย์เดล

 

“นี่ข้าอยู่ที่ไหน แล้วท่านสองคนคือ...”

 

“ข้าคือเคย์เดล ส่วนท่านผู้อาวุโสคือท่านอาจารย์มาซ แล้วเจ้าก็อยู่ที่ทาโคดาน่า” นักเวทย์หญิงเอ่ยแนะนำตัว เรย์ได้ยินดังนั้นก็เบิกตาโพลง ‘ทาโคดาน่า...ทาโคดาน่าหรือ!’

 

“นะ...นี่ท่านบอกว่าข้าอยู่ที่ดินแดนศักดิ์สิทธ์แห่งทวีปกลาง ดินแดนลับแลที่ยากจะหาพบงั้นหรือ” คู่สนทนาทั้งสองยิ้มแล้วพยักหน้ารับพร้อมกัน เรย์ตื่นเต้นมาก เธอเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับดินแดนแห่งนี้มามาก เพราะเธอหลงใหลในศาสตร์แห่งเวทย์มนตร์ ศาสตร์ที่ลุคไม่ยอมสอนเธอ

 

“ข้ามาที่นี่ได้อย่างไร” เธอเอ่ยถามไปโดยแทบไม่ได้คิด เหมือนเป็นคำถามภาคบังคับ เพราะในหัวกำลังคิดเรื่องน่าตื่นเต้นอีกมากมายเมื่อเธอได้มาเยือนเมืองแห่งมนตรา หนึ่งในสถานที่ที่อยากมาที่สุดในชีวิต

 

“เบน โซโล พาเจ้ามาอย่างไงล่ะ จำไม่ได้หรือ” มาซตอบพร้อมแอบลอบสังเกตปฏิกิริยาของสาวน้อยตรงหน้า

 

เรย์หน้าแดงขึ้นมาฉับพลันทันใด ในที่สุดเธอก็เข้าใจว่าที่เธอตื่นขึ้นมาในบ่อน้ำที่เต็มไปด้วยแพลงตอนน้ำเรืองแสงสีฟ้าสร้างประกายน้ำให้งดงามตัดกับความมืดยามค่ำคืน มันก็คือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งทาโคดาน่านั่นเอง บ่อน้ำในตำนานที่สามารถสมานบาดแผลได้เกือบทุกชนิด และยังสามารถคืนพลังชีวิตให้ผู้ที่ได้ลงอาบอีกด้วย คิดแล้วก็ตื่นเต้นที่ได้มาสัมผัสความอัศจรรย์ของสถานที่แห่งนี้ด้วยตัวของเธอเอง ดวงตาของกวางน้อยเป็นประกาย ริมฝีปากฉีกยิ้มกว้าง

 

“ขอบคุณพวกท่านมากๆที่ช่วยชีวิตข้า” เรย์หันไปมองผู้ใช้เวทมนตร์ทั้งสองด้วยแววตาซาบซึ้ง เธอรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ เพราะเรย์นึกว่าเธอจะตายไปเสียแล้วหลังโดนกริชนั่นแทงเข้ามาที่หน้าท้อง หล่อนเผลอเอามือขวากุมบริเวณที่ถูกแทงอย่างห้ามไม่ได้ แล้วก็รู้สึกแปลกใจที่ไม่เจ็บเลยแม้แต่นิดเดียว

 

“เจ้าขอบคุณผิดคนแล้วล่ะ เรย์ เคโนบี” มาซตอบด้วยร้อยยิ้มที่มุมปาก สายตาที่ส่งมาเพียงพอจะทำให้เรย์เข้าใจ

 

“ถ้าอย่างนั้น...ตอนนี้... เบน โซโล เขาอยู่ที่ไหน ท่านกรุณาบอกข้าได้หรือไม่” เรย์หลุบตาลงเล็กน้อยโดยอัตโนมัติเมื่อพูดชื่อผู้ที่ช่วยชีวิตของเธอออกมา รู้สึกแปลกอย่างบอกไม่ถูกเวลาที่ริมฝีปากของเธอต้องเอ่ยชื่อเขา

 

มาซและเคย์เดลหันมามองสบตาอย่างรู้กันก่อนจะหันกลับไปหาผู้ที่นั่งรอคำตอบอย่างใจจดจ่อ

 

-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-

 

“ได้ข่าวว่าท่านเป็นหลานของมาซ?” หญิงสาวผมสีทองยาวถึงกลางหลัง ผิวสีซีด หน้าตาสะสวย ยืนอยู่เบื้องหลัง เบน โซโล ที่กำลังง่วนอยู่กับการเช็ดด้ามดาบเรืองแสงของเขา เธอลอบสังเกตไหล่กว้างและแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอันเด่นชัดผ่านเสื้อเชิ้ตเนื้อผ้าบางที่เบนสวมไว้อย่างลวกๆโดยไม่ได้ติดกระดุมหน้า หญิงสาวกัดริมฝีปาก มองศิลปะอันไร้ที่ติราวกับเทพเจ้าปั้นแต่งมาเบื้องหน้าอย่างสนอกสนใจ

 

นายพลแห่งคอรัสซังไม่ตอบ ทำงานของเขาต่อไป เขาต้องทำให้ตัวเองยุ่งเข้าไว้ เพราะตอนนี้ในใจมันคิดฟุ้งซ่านไปหมด เพราะอะไรนะหรือ

 

“แล้วท่านเป็นผู้ลงไปในบ่อศักดิ์สิทธิ์กับนางสินะ” หญิงสาวเอ่ยถามอย่างเป็นนัย

 

“ต้องรักษานางแบบนั้น แต่ไม่อาจทำอะไรได้ ท่านไม่อยากปลดปล่อยบ้างหรอ ถ้าท่านทนไม่ไหวละก็...” เธอพูดพลางขยับเข้ามาใกล้ร่างสูงมากขึ้น

 

“หมดธุระเอาอาหารมาให้ข้าแล้วก็ออกไปได้” เบนพูดตัดบท ยังคงไม่คิดจะหันหลังกลับไปมองคู่สนทนา

 

“ข้าคิดว่า หุ่นข้าไม่แพ้นางหรอกนะ ทั้งหน้าอก ทั้งสะโพก แล้วก็...” หญิงใจกล้าเข้าประชิดจับตัวเบนให้หันมาอย่างรวดเร็ว ก่อนฉกฉวยเอามือใหญ่มากุมไว้ที่หน้าอกอิ่มของตน แล้วพยายามใช้อีกมือหนึ่งโน้มคอร่างสูงลงมา หวังจะขโมยเอาจุมพิตจากริมฝีปากแสนเย้ายวนนั้น โดยที่เขายังไม่ทันได้คิดจะขัดขืนอะไร

 

~ปัง!!!!~

 

ก่อนที่เธอจะสมหวังประตูไม้แกะสลักบานสูงก็ถูกปิดกระแทกปังใหญ่ ทำให้คนให้ห้องรีบหันควับไปมอง

 

หน้าบานประตู มีร่างของเจ้าหญิงแห่งนาบูยืนกอดอกนิ่ง สายตาพิฆาตมองตรงมาที่ภาพเบื้องหน้า สองคิ้วชนกันยุ่ง เบน โซโลเลิกคิ้วขึ้น นัยน์ตาเบิกกว้าง เขาควรดีใจที่เห็นหล่อนดูแข็งแรงดี แข็งแรงมากเสียด้วยถ้าจะให้พูดไป แต่ทำไมถึงรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาถึงต้นคอเมื่อเห็นสายตาคาดโทษที่จ้องมา เบนกลืนน้ำลายเอือก

 

~เด็กน้อยนี่ ดูเหมือนจะไม่พอใจอะไรสักอย่าง ไม่พอใจมากเสียด้วย~

 

“ข้ามีเรื่องจะคุยกับท่าน เบน โซโล ที่นี่ และ เดี๋ยวนี้!” น้ำเสียงเย็นชาแต่หนักแน่นอาจทำให้ผู้ฟังหนาวเข้าไปถึงกระดูก หากแต่เบนก็แอบยกยิ้ม

 

~เจ้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกข้าแล้วสินะ~

 

“ไว้วันหลังข้าจะมาใหม่นะ” หญิงผมทองยกยิ้มก่อนยอมปล่อยมือใหญ่ที่ยังจับค้างอยู่ที่หน้าอกของหล่อน นักเวทย์ฝึกหัดสาวกล่าวทิ้งท้ายก่อนเดินเฉียดผ่านเรย์ออกจากประตูไป เบนไม่ได้สนใจจะตอบหรือมองตามหล่อนไป อันที่จริงหล่อนเป็นอากาศธาตุสำหรับเขา แต่ภาพที่เรย์เห็นเมื่อครู่ทำให้เธอไม่ได้เข้าใจเช่นนั้น หญิงสาวรู้สึกหัวเสียอย่างห้ามไม่ได้ ไม่เข้าใจตัวเอง แต่ตอนนี้ทำไมมันหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ในอกมันปวดแปล๊บและโหวงเหวงไปหมด ทั้งๆที่เธอตั้งใจจะมาเพื่อขอบคุณเขาที่ช่วยชีวิตเธอไว้ แต่นี่เธอเป็นอะไร เขาจะทำอะไรอยู่กับใคร ทำไมหล่อนต้องเก็บมาเป็นอารมณ์

 

“หายดีแล้วหรือ” ร่างสูงเอ่ยถามทำลายความเงียบ เขาค่อยๆวางดาบในมือลง แล้วหันมาหาหล่อนอย่างเต็มตัว เรย์กลืนน้ำลายเอือกเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้าถนัดตา ก็ความบางของเสื้อเชิ้ตที่เขาใส่ แล้วยังไม่ยอมติดกระดุมนั่นอีก

 

“ท่านไม่คิดจะใส่เสื้อให้ดีๆก่อนหรือไง” หญิงสาวหลุบตาต่ำ มองเลิ่กลั่กหาอะไรก็ได้ให้จับจ้องที่ไม่ใช่แผงอกหนาหนั่นตรงหน้า เจอภาพนี้เข้าไป ความโกรธเมื่อครู่ถูกลืมเลือนไปหมดสิ้น

 

“ฟื้นนานแล้วหรือ” เบนไม่สนใจท่าทางเงอะงะนั่น ค่อยๆเดินตรงเข้ามา เหมือนอยากจะแกล้งคนตัวเล็กที่ความสูงยังไม่โผล่พ้นไหล่ของเขาด้วยซ้ำ

 

“ใช่...” ในที่สุดเรย์ก็หาเสียงของตัวเองเจอ หล่อนสูดหายใจลึก ตั้งสติทบทวนสาเหตุที่หล่อนตัดสินใจเดินผ่านประตูนั้นเข้ามา มาเผชิญหน้ากับเขา คนที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้โลกของหล่อนเหมือนกำลังตีลังกากลับหัว

 

“ข้าต้องการมาคุยกับท่านเรื่องสาเหตุที่ท่านจับตัวข้ามา” เรย์เปิดบทสนทนา เบนยักไหล่ผายมือทั้งคู่

 

“ว่ามา ทำไม?”

 

~เขาทำหน้าตายแบบนั้นได้อย่างไร ในเมื่อเขาเป็นต้นเหตุทำให้เรื่องยุ่งยากทั้งหมดนี้เกิดขึ้น น่าหงุดหงิดชะมัด~ เรย์ได้แต่อ้าปากผะงาบ เมื่ออีกฝ่ายทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว เธอคงต้องตั้งสติดีๆเพื่อคุยกับคนกวนประสาทนี่เสียแล้ว

 

“ทำไมหรอ? นั่นมันคำถามอะไรกัน ท่านลักพาตัวข้ามาจากทาทูอินเพื่ออะไร ตอบข้ามาสิ” ร่างบางสวนกลับ เธอแอบคิดกับตัวเองว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนหรือหากเรื่องราวเหล่านี้ไม่เกิดขึ้น เธอคงจะไม่มีทางมายืนต่อปากต่อคำอยู่กับศัตรูหมายเลขหนึ่งของนาบูอย่างนายพล เบน โซโล ราวกับมันเป็นเพียงเรื่องในชีวิตประจำวันของเธอแบบนี้อย่างแน่นอน

 

“ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องรู้” เบนตอบเสียงเรียบ เขาพยายามสนทนากับเธอให้รู้เรื่อง แต่การที่ต้องทนมองตามริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อนั่นขยับเปล่งเสียงหวานใส มันทำให้เขาแทบคลั่ง ไม่มีสมาธิจะฟังเรื่องที่เธอบ่นออกมาเลย ในหัวคิดได้แต่เรื่องที่อยากประกบปิดมันเสียให้รู้แล้วรู้รอดแล้วทำทุกอย่างตามอำเภอใจ ทำแบบที่เขาพลั้งเผลอไปในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์นั่น อันที่จริงก็ต้องยอมรับว่าเขาทำเกินเลยกว่าการรักษาเพื่อถ่ายทอดพลังชีวิตให้เธอไปมากทีเดียว แต่ทางที่ดีอย่าให้เจ้าหล่อนรู้จะดีกว่า

 

“นี่ฟังที่ข้าพูดอยู่ไหม!” เรย์โมโห ร้องประท้วงเมื่อเห็นว่าเขามองจ้องหน้าเธอ แต่ดูเหมือนสมาธิของเขาจะไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่เธอพูดเลยแม้แต่น้อย

 

“ถ้ายังไม่หยุดบ่น ข้าจะปิดปากเจ้าซะ” เบนหมายความอย่างที่พูดทุกประการ แต่ไม่ใช่ด้วยมือหรือสิ่งอื่น แต่เป็นด้วยริมฝีปากของเขา

 

“ไคโล เรน!” เธอสบถเป็นชื่อเขา ในแบบที่เธอคุ้นเคย ทำให้เขาดูชะงักไป เรย์สังเกตเห็นปฏิกิริยานั้น แต่เลือกที่จะเก็บสิ่งที่ติดค้างสงสัยนี้ไว้ในใจก่อน ไม่ใช่เรื่องและเวลาที่เหมาะสมจะคาดคั้นเรื่องหน้ากากเหล็กของเขา

 

“เอิ่มมม เบน โซโล บอกข้าทีได้ไหมว่า ทำไมถึงต้องจับตัวข้ามา แล้วที่บอกว่าเพื่อพาไปแต่งงานคืออะไร แต่งที่ไหน กับใคร” หล่อนทำเสียงอ่อนลง เปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกเขา หวังว่ามันจะทำให้ได้คำตอบ

 

“แต่งกับอนาคิน” เขาตอบเหมือนมันเป็นเรื่องสัพเพเหระ แต่กลับทำให้เรย์รู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม

 

~นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!!!~ เจ้าหญิงแห่งนาบูมีสีหน้าตกใจสุดขีด มึนงงกับสิ่งที่ได้ยิน หล่อนอยากจะพูดอะไรออกไปแต่หาเสียงตัวเองไม่เจอ และในสมองก็ขาวโพลนไปหมด

 

“พวกท่านเล่นง่ายแบบนี้เลยหรือ อยากได้เมืองข้าก็แค่ลักพาตัวข้าไปแต่งงาน คิดได้แค่นี้เองหรือ พวกผู้ชาย!!!” เรย์ระบายออกมาด้วยความโกรธ น้ำตาแห่งความโมโหคลอหน่วยอยู่ที่เบ้า

 

“แล้วต่างอะไรกับพ่อเจ้าล่ะ อยากได้ทาทูอิน ก็เลยส่งเจ้าไปแต่งงานกับเจ้าชายทาทูอิน” สิ้นประโยคเรย์ขมวดปมคิ้วแน่น

 

~เขาโกหก!~ หล่อนไม่มีทางเชื่อคำกล่าวหาพล่อยๆเด็ดขาด

 

“ข้าไม่เคยโกหก” เบนตอบออกมาราวกับอ่านใจหล่อนได้ แต่ไม่ต้องอ่านใจ ทุกอย่างมันก็ฟ้องออกมาจากแววตาคู่นั้น

 

“เพี้ยะ” ฝ่ามือเล็กฟาดลงบนแก้มสากที่เต็มไปด้วยหนวดเคราจางๆจนหันไปเล็กน้อย รอยแดงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนายพลแห่งคอรัสซัง

 

“อย่ามาให้ร้ายท่านพ่อของข้า!” เรย์ตวาดลั่น เบนหันกลับมา จ้องลึกลงไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเจ้ากวางน้อย กวางน้อยแสนผยศ ถ้าหล่อนจะเพียงแต่สังเกตสักนิดก็จะรู้ว่าเบื้องหลังแววตาของเขาคือความเห็นอกเห็นใจ

 

“ข้าไม่เคยให้ร้ายใคร ทั้งหมดที่พูดคือความสัจจริง” เบนหันหลัง เดินกลับไปที่โต๊ะเขียนหนังสือริมหน้าต่าง ก่อนจะหยิบม้วนกระดาษสีน้ำตาลขึ้นมาแล้วลอบถอนหายใจเบาๆ เขาหันกลับมาอีกทีก็พบว่าเธอยังยืนจ้องเขา กำหมัดแน่น สายตามองคาดโทษกลับมา

 

เบนไม่พูดอะไร ได้แต่ยื่นม้วนกระดาษในมือให้ร่างบาง หล่อนก้มลงมอง แล้วหยิบรับมา หล่อนจำตราประทับครั่งที่คุ้นเคยนั้นได้ มือเรียวค่อยๆคลี่ม้วนกระดาษออก อ่านทุกๆใจความที่อยู่ในนั้น แล้วไม่นานนัก น้ำตาก็ไหลพรากอาบสองพวงแก้ม เจ้าหญิงนาบูอ่านประโยคที่เขียนด้วยลายมือของท่านพ่อ ในสาส์นลับที่ท่านพ่อของเธอฝากไปให้กษัตริย์แห่งทาทูอินซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประโยคแล้วประโยคเล่า แล้วก็พบแต่ความผิดหวังเสียใจอยู่ในนั้น

 

เรย์เงยขึ้นมองคนตรงหน้า ก่อนจะพบสายตาสงบนิ่งที่มองกลับมา เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้คาดหวังจะได้อะไรจากดวงตาคมคู่นั้น จากนัยน์ตาสีดำของเขาที่เคยมองเธอผ่านหน้ากากมาตลอด เธอต้องการแววตาแห่งการปลอบประโลมเห็นใจงั้นหรือ

 

เบนก้มลงมองสายตาแห่งความเจ็บปวดของเจ้าหล่อนที่ช้อนมองขึ้นมา มองน้ำตาที่ยังไม่มีทีท่าจะหยุด เขาอยากจะจุมพิตหล่อนเหลือเกิน อยากจะกำจัดความหมองเศร้าที่บดบังความน่ารักอ่อนหวานของหล่อนในยามนี้ เขาจึงค่อยๆยืนมือใหญ่ออกไปแล้ววางมันลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ แล้วลูบปลอบอย่างทะนุถนอมเบามือที่สุด เพราะกลัวเหลือเกินว่าร่างแบบบางนี้จะบุบสลายไปต่อหน้าต่อตา

 

มือสากค่อยๆเลื่อนลงมาจากกระหม่อมเป็นข้างแก้มใส ใช้นิ้วโป้งค่อยๆเช็ดน้ำตาออกจากพวงแก้ม ชายหนุ่มพลิกหลังมือให้สัมผัสกับความนิ่มนวลนั้นอีกครั้งแล้วใช้มันเช็ดน้ำใสๆที่ไหลบนแก้มอีกข้าง ก่อนไล่นิ้วโป้งไปบนริมฝีปากบางที่สะดุ้งเผยอออกน้อยๆเมื่อได้รับสัมผัสอุ่นจากมือของเขา แต่เธอก็ไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธสัมผัสจากเขาแม้แต่น้อย ปล่อยให้เขาทำตามใจ

 

“เรย์” เขากระซิบเรียกชื่อหล่อนอย่างแผ่วเบา แล้วใช้มือข้างที่เหลือรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดร่างกายกำยำ เรย์สะอื้นไห้แล้วซุกซบลงบนแผงอกอุ่นนั้นแต่โดยดี ที่ๆหล่อนคุ้นเคยมาตลอดหลายสัปดาห์ สองมือเล็กยกขึ้นขยำเสื้อเชิ้ตของเขาเพื่อยึดร่างเขาไว้ไม่ให้ไปไหน เบนก้มลงจุมพิตกระหม่อมของหล่อนอย่างแผ่วเบา

 

ในวันนี้ หล่อนขอแค่วันนี้ที่จะฉีกทุกกฏเกณฑ์ ลืมนาบู ลืมคอรัสซัง ลืมทาทูอินไปให้หมด มีแต่เธอ เรย์ เคโนบี ผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ต้องการที่พักพิงให้หัวใจที่กำลังบอบช้ำ และที่พักพิงที่ว่าก็คืออ้อมกอดของเขา...ไคโล เรน ของเธอ

 

-:o:-:o:-:o: To Be Continued :o:-:o:-:o:-

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #45 Cherry Wanlada (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:23
    อิพรี่คะตอดนิดตอดหน่อยตลอด ฟินซีนบ่อน้ำมากกกกกก
    #45
    0
  2. #24 TheNarry (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 12:16
    โอ๊ยยยย คุณพี่~!!!!
    #24
    0
  3. #22 Tichira (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 22:36
    กรี๊ดดดดดดดดดดดด เลือดจะหมดตัว อิพี่ทำไปได้ ละลายไปเลยจ้าาาา
    #22
    1
    • #22-1 PoxiiChicky(จากตอนที่ 6)
      20 มกราคม 2563 / 20:13
      ขอบคุณคอมเม้นมากๆๆๆๆเลยค่ะ มีกำลังใจแต่งต่อมากๆๆ ชอบอ่านที่เม้นมากเลยค่ะ 555 ฝากติดตามด้วยน้าาา
      #22-1
  4. #15 ปวดหลัง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 19:43

    OMG รอต่อจ้า สนุกมากๆเลยค่ะ


    #15
    1
    • #15-1 PoxiiChicky(จากตอนที่ 6)
      17 มกราคม 2563 / 16:14
      ขอบคุณค่ะจะมาต่อเรื่อยๆเลยค่าาาา
      #15-1
  5. #14 Polkadot (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 16:49

    ละมุนง่า อิพี่มีจุ๊บหัวปลอบน้องด้วย

    #14
    1
    • #14-1 PoxiiChicky(จากตอนที่ 6)
      17 มกราคม 2563 / 16:14
      x0x0x0 ,,>_<,, ขอบคุณสำหรับคอนเม้นนะคะ
      #14-1
  6. #13 161213p (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 08:20
    อิพี่รักษาน้องแบบ... น้องเสียเปรียบเต็มๆเลยแต่ก็ฟินดีถึงจะเขียนถึงนิดหน่อยก็ตาม ตอนท้ายบทก็สงสารยัยน้อง
    #13
    1
    • #13-1 PoxiiChicky(จากตอนที่ 6)
      17 มกราคม 2563 / 16:13
      ขอบคุณมากค่ะ ฉากแบบค่อยๆมา เดี๋ยวตื่นตกใจกันหมด 5555 แบบจัดเต็มมีแน่ค่า ฝากด้วยนะคะ
      #13-1