[Star Wars::AU::Reylo] Love Illusion

ตอนที่ 5 : Jabba the Hutt

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    15 ม.ค. 63

 

 

บ้านของแจ๊บบาไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปกับกระท่อมของลุคเท่าใดนัก กำแพงก่อด้วยหินก้อนใหญ่ซ้อนทับกันโดยมีหลังคามุงด้วยไม้และฟางหญ้า ภายในมีห้องครัว โต๊ะกินข้าว และห้องนอนแบ่งออกเป็นสองห้อง ดูๆแล้วก็เป็นบ้านชาวบ้านธรรมดาๆ ดูไม่น่าจะมีพิษภัยอะไร เรย์ เคโนบี มองสำรวจอย่างระแวดระวัง เพราะเธอยังไม่ควรไว้ใจใครหน้าไหนก็ตาม โดยเฉพาะเมื่อใกล้เขตแดนคอรัสซังเข้ามาทุกทีๆ เธอสังเกตเห็นว่าบ้านดูโล่งและเรียบร้อยมาก มากจนเหมือนไม่มีคนอยู่ ข้าวของเครื่องใช้มีน้อยชิ้นและมีฝุ่นเกาะหนา เธอคาดว่าเจ้าของบ้านคงไม่ได้อยู่ที่นี่บ่อยนัก คงจะเดินทางค้าขายบ่อยเสียจนไม่มีเวลาได้กลับบ้าน

 

“วางข้าวของไว้ในห้องนอนด้านขวาได้นะ ตอนนี้ไม่มีใครใช้” แจ๊บบ้าชี้นิ้วป้อมๆไปยังห้องนอนที่มีแสงแดดสีส้มสาดเข้ามาจากหน้าต่างเล็กๆ เป็นสัญญาณว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินเต็มที

 

“พรุ่งนี้ท่านจะพาข้าเข้าหมู่บ้านได้เร็วที่สุดยามไหน แล้วก็ถ้าจะกลับนาบูต้องให้เวลาอีกนานเท่าไร ท่านพอทราบหรือไม่”

 

“เราจะรีบเดินทางกันตั้งแต่แสงแรกเลย ข้ารู้ว่าเจ้ารีบร้อน ข้าเองก็มีธุระในเมืองเหมือนกัน” ชายร่างอ้วนท้วนตอบด้วยเสียงทุ้มต่ำอย่างคนสูบยามาเป็นเวลานาน เขามีตาที่เรียวเล็ก คอหนา ร่างใหญ่ตัน ผิวดูหยาบกร้านเหมือนถูกแสงแดดทำร้ายมาชั่วชีวิต

 

“ท่านค้าขายอะไรหรือที่ชายแดนคอรัสซังนี่”

 

“ก็ไม่มีอะไรมาก เครื่องเทศเป็นหลัก ช่วงนี้ชาวบ้านก็ปลูกอะไรได้ไม่มาก ค่อนข้างแห้งแล้ง แต่ความต้องการซื้อสูง ก็ผู้คนในคอรัสซังยั้วเยี้ยอย่างกับหนอน ราคาซื้อเครื่องเทศเลยขึ้นเอาขึ้นเอา แถมกษัตริย์อนาคินก็บังคับให้ตรึงราคาขายไว้เท่าเดิม พ่อค้าคนกลางอย่างข้าเลยแทบไม่ได้กำไร” แจ๊บบ้าบ่นอย่างเหนื่อยใจ พลางหยิบผ้ามาซับเหงื่อแล้วนั่งลงบนเก้าอี้

 

“นั่งสิ เดินทางมาเหนื่อยๆ พักผ่อนเสีย” พูดพลางผายมือให้แขกผู้มาเยือน นั่งลงบนเก้าอี้ตรงกันข้าม เรย์ยืนนิ่ง ไม่นั่งลงตามคำเชื้อเชิญ เธอยังคงไม่ไว้ใจอะไรง่ายๆ

 

“กษัตริย์อนาคิน...” เรย์พึมพำอย่างสนใจ หล่อนครุ่นคิดนึกย้อนไปถึงบทเรียนของลุค เรื่องกษัตริย์หนุ่มที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม เก่งกาจ และเจ้าเล่ห์ คุณสมบัติสุดโต่งที่ตัวร้ายสักคนจะมีรวมอยู่ในตัวชายคนนี้หมดแล้ว รวมไปถึงใบหน้าอันหล่อเหลาที่ก็เป็นอีกหนึ่งอาวุธสำคัญของพระองค์

 

“ใช่ คนหล่อหน้าเลือดของชาวคอรัสซัง ขูดภาษีเอาพวกข้าเลือดซิบๆเลยทีเดียว แต่ก็นะ ข้าได้ยินมาว่าพระองค์กำลังจะแก้ปัญหาปากท้องโดยการเข้าตีเมืองต่างๆ จะได้เอาทรัพยากรมาให้ชาวคอรัสซัง ถ้าสำเร็จ ข้าหวังว่าความเป็นอยู่คงจะดีขึ้น”

 

“แล้วท่านไม่เห็นใจบ้านเมืองที่โดนรุกรานเลยหรือ” เรย์ถามด้วยอารมณ์หงุดหงิดเมื่อได้ยินทัศนคติของคู่สนทนา

 

“อ้าว ก็มีเหลือก็มาแบ่งๆกันใช้ ยิ่งนาบูที่เจ้าอยากไปนะ เป้าหมายหลักทีเดียว อนาคตอู่ข้าวอู่น้ำเลย ว่าแต่ เจ้าจะไปทำอะไรที่นาบู แล้วเดินทางมาจากไหนคนเดียว เนื้อตัวมอมแมมขนาดนี้” แจ๊บบากวาดตามองเรย์หัวจรดเท้า เรย์ไม่ได้อยากจะคิดมากแต่รู้สึกไม่สบายใจกับสายตาของฝ่ายตรงข้าม

 

“บังเอิญข้ามีญาติอยู่ที่นั่น ข้าเหนื่อยมากแล้วอยากอาบน้ำ จะอาบน้ำได้ที่ไหน” เรย์รีบเปลี่ยนเรื่องเพราะต้องการพูดถึงตัวเองให้น้อยที่สุด

 

“หลังบ้านมีบ่อน้ำ กับห้องอาบน้ำ เจ้ารีบไปใช้ก่อนได้เลย ตามสบายนะ ส่วนเสื้อผ้าข้ามีให้เปลี่ยนนิดหน่อย อยู่ในหีบในห้องของเจ้านั่นแหละเลือกเอาได้ ของลูกสาวข้าเอง แต่ตอนนี้นางไม่อยู่” เรย์พยักหน้ารับรู้ ยิ้มขอบคุณน้อยๆก่อนรีบจัดแจงให้ตัวเองได้ชำระล้างร่างกายหลังจากเดินทางอย่างสมบุกสมบันมาสองวันเต็มๆเสียที

-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-

 

ร่างอันแบบบางนอนแช่น้ำในถังไม้ใบใหญ่ ถึงแม้ว่าเรย์จะรูปร่างเพรียวแต่หล่อนก็มีมัดกล้ามเนื้อกระชับจากการออกกำลังฝึกหนักอย่างสม่ำเสมอ หน้าท้องแบนราบเผยให้เห็นแนวกล้ามเนื้อลางๆดูน่ามองยิ่งนัก สองแขนเรียวยาว ปลีน่องขาวนวลเนียน สะโพกผายออกน้อยๆตามแบบอย่างของสรีระสตรีเพศอันน่าหลงใหล เนินหน้าอกเต่งตึงรับพอดีกับสัดส่วนที่เรย์มีอยู่พอตัวเลยทีเดียว ทำให้ร่างบางยิ่งดูเย้ายวนมากยิ่งขึ้น

 

หญิงสาวนอนเงยคอพิงขอบไม้ หลับตาพริ้มสูดหายใจลึกเพื่อเรียกพละกำลังกลับคืนหลังจากได้ใช้มันเกือบหมดสิ้น น้ำอุ่นที่ทำให้เลือดฝาดไหลเวียนช่างดีต่อร่างกายของหล่อนจริงๆ

 

เรย์คิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ถึงเหตุการณ์บ้านเมืองอันยุ่งเหยิงวุ่นวาย ถึงหน้าที่ของหล่อน ถึงลุค ซึ่งคำสอนของเขาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอรอดมาถึงตอนนี้ ถึงท่านพ่อ ที่เธอเคารพรักเสมอและรู้สึกผิดที่ทำภารกิจที่ท่านมอบให้ล้มเหลว ถึงท่านแม่ ที่จากเธอไปนานแสนนานทิ้งไว้แค่ความทรงจำของกลิ่นหอมอ่อนๆจากกลุ่มผมสีน้ำตาลนุ่ม ถึงฟิน ที่ป่านนี้คงเป็นห่วงเธอมาก สุดท้ายก็พาลคิดไปถึงคนๆนั้น ที่ป่านนี้คงหัวเสียและตามหาเธอให้วุ่น

 

~เขาอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไรอยู่นะ...~ เรย์อดไม่ได้ที่จะคาดเดาไปต่างๆนาๆกับเหตุการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นหลังจากไคโลรู้ว่าเธอหนีมา เธอนึกไปถึงมืออันใหญ่โตที่มักโอบอยู่รอบเอวบางของเธอหรือไม่ก็กุมมือเธอไว้ขณะที่เขาสอนต่อสู้ จำได้ถึงไอร้อนที่ทุกปลายนิ้วสัมผัสทำเอาเธอรู้สึกว่าหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทุกครั้ง และนึกไปถึงแผงอกอุ่นที่เธอใช้เป็นที่พักพิงตลอดหลายสัปดาห์ ถ้าเธอต้องเจอเขาอีกครั้งจะทำอย่างไร เธอลองนึกจำลองสถานการณ์อันเลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้น

 

~เรย์ เธอต้องใจแข็งพอที่จะฆ่าเขาสิ จำไว้~ ร่างบางย้ำกับตัวเองในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

~เธอก็แค่ใช้ดาบเรืองแสงของเขา แทงเข้าไปตรงหัวใจ~ เมื่อนึกมาถึงตอนนี้ เรย์สะดุ้งพรวดขึ้นมาจากน้ำ นั่งตัวตรง ตาเบิกโพลง

 

~ดาบเรื่องแสงของเขา ดาบอยู่ที่ไหน~ เรย์นึกขึ้นมาได้ว่าเธอลืมนึกถึงความปลอดภัยของมันไปชั่วขณะ ดาบอันแสนพิเศษไม่เหมือนใคร อาวุธที่เธอไม่เคยเห็นที่ไหน อาวุธข้างกายของเขา ตอนนี้หล่อนเอาไปวางไว้ที่ไหนนะ เธอรีบมองผ่านหน้าต่างไม้ของโรงอาบน้ำที่แง้มอยู่ไปยังตัวบ้าน ภายในกลับมืดสนิท ราวกับไม่มีใคร

 

เรย์คิดทบทวนเรื่องราว จำได้ว่าหลังหล่อนเข้าไปในห้องนอน ปลดสัมภาระและพันธนาการเกะกะทั้งหมดที่ถ่วงให้เมื่อยล้า เธอก็รีบออกมาแช่น้ำ เธอคิดต่อไปแล้วขมวดคิ้วเมื่อสายตาสำรวจของแจ๊บบาแวบขึ้นมาในสมอง สายตาที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดไปชั่วขณะ ตอนนั้นเธอไม่เอะใจ แต่ตอนนี้...

 

คิดได้ดังนั้นเรย์ทะลึ่งพรวดขึ้นมาจากน้ำใส่เสื้อผ้าของสตรีอันรุงรังที่พอหาได้ในหีบเก่าๆตามที่แจ๊บบาบอก แล้ววิ่งกลับเข้าไปในบ้านทันที

 

ภายในบ้านมืดสนิท ไม่มีตะเกียงใดๆถูกจุดให้ความสว่างทั้งๆที่ตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว ร่างบางคลำทางจากแสงจันทร์ในคืนเดือนหงาย โชคดีที่มือยังถือตะเกียงติดมาจากโรงอาบน้ำด้วย เธอจุดตะเกียงที่วางอยู่ในบ้านจนสว่าง แล้วก็ต้องพบกับความว่างเปล่า ไม่มีแจ๊บบา ไม่มีถุงเงินของเธอ และที่สำคัญ ไม่มีดาบของไคโล เรน

 

“บ้าชิบ!” เรย์สบถนึกก่นด่าตนเองที่โง่หลงเชื่อคนที่เจอกันตามถนน เธอนึกโมโหความไม่ได้เรื่องของตน หัวใจเต้นแรงใบหน้าร้อนเห่อด้วยความโกรธปนเปกับความกลัว เธอควรจะทำอย่างไรต่อดี

 

ระหว่างที่กำลังจับต้นชนปลายเรื่องราวต่างๆอยู่นั้นเรย์ก็รู้สึกว่ามีของแข็งมากระทบที่หลังศีรษะ แล้วเธอก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย

 

-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-

 

 

ในหัวของเจ้าหญิงแห่งนาบูหนักอึ้งราวกับศีรษะจะระเบิด ในหูมีเสียงอื้ออึงฟังไม่ได้ศัพท์ เธอค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมา ในตอนแรกภาพเบื้องหน้าช่างพร่าเลือนจนเธอค่อยๆปรับระยะสายตาและแสงสลัวได้ถนัดจึงเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนอีกครั้ง

 

เรย์มองไปรอบๆก็รู้ว่เธออยู่ในห้องห้องหนึ่ง มีข้าวของเครื่องใช้มากมาย มีโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองกระดาษและอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการขีดเขียน มีโต๊ะยาวที่เต็มไปด้วยจานชาม อาหารและแก้วเหล้า มีพรมและเตียงใหญ่วางอยู่ที่มุมห้อง สุดทางมีทางต่อไปอีกห้องหนึ่งซึ่งมีเสียงบรรเลงดนตรีแว่วมา มีแสงไฟและเงาของเปลวเทียนเต้นยุกยิกตามจังหวะเพลงสะท้อนผนังหิน มองไปอีกทางเธอเห็นบันไดที่ทอดยาวลงมาจากเพดานไม้ด้านบน ที่นี่คือห้องใต้ดิน

 

เสียงสนทนาโหวกเหวกของชายสี่ห้าคนดังแทรกเสียงดนตรี มีเสียงผู้หญิงร้องครางดังขึ้นมาเป็นระยะ ชวนให้รู้สึกวาบหวิว เรย์ไม่อยากจะคาดเดาว่าอีกห้องที่สุดทางนั้นกำลังมีกิจกรรมอะไรอยู่ หล่อนรีบสำรวจตัวเองทันที เธอกำลังอยู่ในท่ายืนที่สองแขนถูกรวบขึ้นและพันธนาการไว้ด้วยโซ่ เมื่ออยู่ในท่านี้ชุดของเธอดูไม่เรียบร้อยเอาเสียเลยแต่ก็โล่งใจเมื่อทุกอย่างยังอยู่ครบ หญิงสาวพยายามกระตุกข้อมือเพื่อหยั่งดูความเป็นไปได้ของการหลุดพ้นจากตรวนนี้ และก็พบว่าโอกาสเป็นศูนย์

 

“ฟื้นแล้วหรอยัยแห้ง” เสียงแหลมเล็กไม่เป็นมิตรดังขึ้นทำให้เรย์หันหน้าไปมอง หญิงกลางคนร่างอวบในชุดวาบหวิวโชว์หน้าอกหน้าใจที่แทบจะทะลักออกมากำลังเดินตรงมาหาเธอ

 

“ตัวก็แห้งแต่พอหมดสตินี่ก็หนักจนหลังข้าเกือบหัก เล็บข้าพังหมดแล้วเนี่ยต้องลากเจ้าลงมามัดไว้ใต้ดินเนี่ย ลำบากจริง” หล่อนบ่นกระปอดกระแปดระหว่างทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวมหน้าเรย์

 

“หน้าตาดีนะเนี่ย แต่หุ่นยังไม่ได้ ข้าคงต้องขุนอีกนิด” หล่อนทำทีพิจารณาร่างบางตรงหน้า

 

“ปล่อยข้าไปได้ไหม” เรย์ถามเสียงแห้งผาก ยังคงปวดศีรษะจากการกระทบกระแทกเมื่อครู่

 

“ก็อยากปล่อยหรอก อยากให้เจ้ารับแขกแล้ว แต่เจ้าอ้วนแจ๊บบาสั่งให้ข้ามัดเจ้าไว้ตรงนี้ก่อน ไม่รู้จะทำอะไรของเขา” พูดพลางยกมือขึ้นมามองเล็บนิ้วชี้ที่หักกุดแล้วเบ้หน้า

 

“ถ้าเจ้าปล่อยข้า ข้าจะตกรางวัลอย่างงาม เชื่อข้า ข้าจะกลับมาตอบแทนเจ้า” เรย์อ้อนวอน เธอกำลังไร้หนทางสู้ สถานการณ์นี้น่ากลัว หล่อนยังไม่รู้ว่าจะเอาตัวรอดอย่างไร ถ้าออกไปจากที่นี่ไม่ได้ ก็ไม่อยากจะคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น

 

“โอ๊ะ อย่ามาอ้อนวอนให้เหนื่อย ข้าไม่หักหลังแจ๊บบาหรอก ข้าไม่อยากตายอนาถข้างถนน”

 

“แจ๊บบาเป็นใครกันแน่”

 

“ต๊ายยย นี่สาวน้อย ไปอยู่โลกไหนมาจ๊ะ ไม่ใช่คนแถวนี้สินะ แจ๊บบาเจ้าพ่ออบายมุขแห่งชายแดนคอรัสซัง เจ้าของบ่อน เจ้าของซ่อง ผู้ลักลอบขนอาวุธเถื่อนรายใหญ่จากทาทูอิน บลาๆๆๆ อะไรชั่วๆ นายข้าทำหมด” เรย์แทบช๊อคเมื่อได้ยินโพรไฟล์ของคนที่หล่อนเชื่อใจ หล่อนหนีจากไคโล เรน เพื่อมาเจอปีศาจตัวจริงตนนี้หรือ คิดแล้วมันช่างรู้สึกหนาวเหน็บจับใจ

 

~ไคโล เรน~ น้ำที่ไม่รู้มาจากไหนเอ่อล้นหน่วยตาขึ้นมาทันทีเมื่อคิดถึงเขา เรย์กัดริมฝีปากพยายามข่มความกลัว

 

~หาทางออกสิเรย์ เธอต้องรอด!~

 

 

“ตื่นแล้วหรือสาวน้อย” แจ๊บบาเดินเข้ามาพร้อมกับชายฉกรรจ์อีกห้าคน ส่งเสียงปลุกเรย์ให้สะดุ้งจากภวังค์

 

“ขอบใจนะที่เอาของหายากแพงลิบลิ่วมาส่งให้ข้าถึงรัง” พูดพลางชูดาบเรื่องแสงในมือ เขามองมันด้วยสายตาวาวโรจน์

 

“อยากรู้จริงว่าไปได้มาได้ยังไง ของสำคัญของอัศวินรัตติกาล ไคโล เรน ดาบเรืองแสงที่มีพลังและกลไกพิสดารกว่าอาวุธใดๆ เจ้าฆ่ามันรึ?” แจ๊บบาเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย ใครจะคิดว่าหนึ่งในอาวุธที่ค่าตัวสูงที่สุดอันดับต้นๆของทวีปกลางจะมาตกอยู่ในมือแม่หน้าจิ้มลิ้มนี้ได้

 

“ปล่อยข้าไปได้แล้ว ถ้าไคโล เรนรู้ว่าพวกเจ้าจับข้ามาไว้ที่นี่ เขาต้องบุกมาถล่มรังโสมมของพวกเจ้าจนเละเทะไม่เหลือซากแน่” เรย์ใช้โอกาสนี้ขู่เจ้าพวกคนชั่ว เผื่อว่าปากเป็นเอกเลขเป็นโทจะมีประโยชน์กับสถานการณ์ล่อแหลมของหล่อนไม่มากก็น้อย

 

“มาก็ดี! พวกข้าจะได้แก้แค้นที่มันและพรรคพวกชอบดักเล่นงานลูกน้องของข้า เสียคนเสียรายได้ไปมากโข แล้วเจ้าดูสิ เห็นรอยแผลนี้ไหม ข้าจะจำไปจนวันตายที่มันบังอาจฝากรอยแผลเป็นบนใบหน้าของข้า เหอะ! ไอ้พวกขี้ขลาดที่ชอบซ่อนในหน้ากาก บังอาจทำตัวเป็นตำรวจพรมแดน ในเมื่อข้ามีอาวุธสำคัญของมันอยู่ในมือ ข้าจะต้องกลัวอะไร มันมาเมื่อไหร่ข้าจะฆ่ามัน” แจ๊บบ้าพูดจบก็ถ่มน้ำลายลงพื้น เรย์มองจ้องรอยแผลเป็นที่พ่อค้าอาวุธเอ่ยถึง มันเป็นรอยแผลนูนเป็นทางยาวเกือบหนึ่งฟุตเห็นจะได้ ตั้งแต่กกหูซ้ายมาจนถึงลำคอ ถ้ารอยนี้เกิดจากดาบพิเศษที่ว่า คงจะปวดแสบปวดร้อนทรมานไม่เบา

 

“เจ้าร้องขอชีวิตเขาอย่างทุรนทุรายน่าสมเพชสินะ” เรย์ตั้งใจด่าออกไปอย่างแทงใจดำผู้ฟัง

 

“นี่เจ้า! เจ้าจะมารู้อะไร นังเด็กปากดี”

 

“คนอย่างไคโล เรนไม่มีทางปล่อยให้เจ้าหนีมาได้หรอก ถ้าเขาคิดจะจัดการสวะอย่างเจ้า เจ้าก็คงตายอนาถอยู่ตรงนั้น นี่เจ้าร้องขอความเมตตาเขาสินะ เขาถึงปรานีปล่อยเจ้ามา” เรย์รู้ว่าที่พูดออกไปนี่อาจเป็นการตัดสินใจที่โง่งมมาก นี่อาจจะเป็นการยั่วโมโหฝ่ายตรงข้ามจนเป็นผลเสียต่อตัวเอง แต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงอดไม่ได้ที่จะพูดแบบนั้นออกไป ก็มันโมโหนี่!

 

“อยากลองดีใช่ไหม เจ้าโง่มากที่พูดกับข้าแบบนี้ ไม่ดูสถานการณ์ของตัวเองเสียเลย โง่แบบนี้เลยโดนข้าหลอกมายังไงล่ะ” พูดจบก็ย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ดวงตาเต็มไปด้วยประกายชั่วร้าย มันยื่นมืออันน่ารังเกียจขยะแขยงเข้ามาใกล้สาวน้อยไรทางสู้ที่ถูกพันธนาการ เรย์ยกขาถีบก่อนถ่มน้ำหลายใส่ใบหน้าอัปลักษณ์นั้น

 

“นังตัวดี!” แจ๊บบาตะคอกเสียงดังก่อนเงื้อมือจะฟาดลงมาที่แก้มอันอ่อนบางของเรย์

 

เสี้ยววินาทีนั้น หญิงสาวหลับตาปี๋ ตะโกนชื่อใครบางคนในใจ จนมันดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาท

 

~ไคโล!~

 

ไม่ทันที่พ่อค้าอาวุธจะได้ทำดั่งใจคิด เสียงกึกก้องกัมปนาทของเพดานไม้ที่ถล่มลงมาก็ดังขึ้นอื้ออึง ตามมาด้วยฝุ่นควันและเศษไม้ที่ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ

 

แจ๊บบาผงะถอยหลังเพราะตกใจและสำลักฝุ่นควัน ส่วนเจ้าหญิงแห่งนาบูยืนมองภาพตรงหน้าอย่างตื่นตะลึง

 

~มาแล้ว มาจริงๆด้วย~ เรย์น้ำตารื้นร้องไห้ด้วยความดีใจ ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะดีใจสุดขีดที่ได้เห็นผู้ลักพาตัวหมายเลขหนึ่งของเธอ เรย์รู้สึกปลอดภัยและวางใจทันทีที่ได้เห็นเขาภายใต้หน้ากากสีดำคาดเงิน ร่างสูงของเขายืนเด่นเป็นสง่า ท่ามกลางความโกลาหลรอบกาย เขาหันมาหาเธอ และเธอก็ส่งสายตามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำขอบคุณเป็นหมื่นล้านคำ วินาทีที่ทั้งสองจ้องมองกันมันเหมือนกับเวลาได้ถูกหยุดเอาไว้แล้ว เธอรู้สึกสงบขึ้นมาทันใด

 

~ไม่เป็นไรนะ ข้ามาแล้ว เรย์ ที่รักของข้า~ เสียงกระซิบที่แผ่วเบาดังขึ้นในโสตประสาทของ เรย์ เคโนบี ทำให้เธอตกใจที่ได้ยินเสียงนี้ในขณะตื่นเต็มตา ปกติแล้วมันคือเสียงแห่งฝันดีที่คอยปลอบประโลมเธอ แต่คราวนี้มันไม่ใช่ และมันก็ชัดเจน

 

แต่ในที่สุดเธอก็สลัดทุกอย่างออกจากความคิด รีบดึงตัวเองกลับมาจากภวังค์ หล่อนคิดว่าเสียงเพดานถล่มเมื่อครู่คงทำให้หูแว่วไปเอง จะมานั่งตกใจกับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ในเมื่อเรื่องคอขาดบาดตายกว่ารออยู่ตรงหน้านี้แล้ว

 

“จับตัวนังผู้หญิงไว้เร็ว” แจ๊บบารีบออกคำสั่งให้ลูกน้องร่างยักษ์เข้าไปล็อคตัวเรย์

 

ไคโล เรน ยื่นมืออันใหญ่โตออกไปด้านหน้าอย่างรวดแล้ว แล้วร่างของชายฉกรรจ์ทั้งสองที่ตรงไปที่เจ้าหญิงนาบู ก็ลอยคว้างกระเด็นไปอัดกับผนังหินอย่างจัง

 

เสียงดังโหวกเหวกทำให้ชายอีกร่วมสิบคนวิ่งเข้ามาสมทบกับแจ๊บบา ไคโลหันไปมองรอบด้านประเมินสถานการณ์ มองดูเรย์ที่ยังถูกรวบแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะด้วยโซ่ตรวน ก่อนจะทันเห็นดาบของเขาในมือ แจ๊บบา ชาวฮัท อาชญากรชั้นต่ำน่ารังเกียจและน่าตาย ซึ่งมันต้องตายเพื่อชดใช้สิ่งที่มันทำกับของรักของหวงของเขาในวันนี้

 

ไม่พูดพล่ามทำเพลง เขายื่นมือแกร่งออกไปแล้วเจ้าดาบเรืองแสงก็สวามิภักดิ์ต่อเจ้านายที่แท้จริงของมันทันที มันลอยหลุดจากมือท้วมของแจ๊บบาอย่างรวดเร็ว แล้วพุ่งมาตกอยู่ในมือของหัวหน้าอัศวินรัตติกาล ทุกคนมองตามด้วยตาค้าง ไม่เคยเห็นนักเวทย์ตนใดแสดงความสามารถแบบนี้มาก่อน แต่ไม่มีเวลาให้ตะลึงนานเพราะไคโลได้เริ่มกวัดแกว่งดาบเรืองแสงสีแดงเพื่อตัดชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆของคนในห้องนั้นทีละคนสองคนอย่างลื่นไหลเป็นธรรมชาติราวกับดาบและท่อนแขนแกร่งนั้นเป็นอวัยวะเดียวกัน ทำงานรับกันอย่างเป็นจะหวะจะโคนที่เหมาะเจาะ ชายชะตาขาดคนแล้วคนเล่าล้มลงกลายเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณ เลือดแดงฉานสาดกระเด็นเปื้อนพรมเอย โต๊ะเก้าอี้เอย เตียงเอย จนเลอะเทอะไปหมด เมื่อถูกมีดดาบแทงเข้ามา เขาก็เอี้ยวหลบได้ทันควัน เมื่อถูกล็อคคอจากด้านหลัง เขาก็ก้มปลดล็อคแล้วใช้ดาบแทงกลับหลังเข้าเป้าโดนศัตรูอย่างง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องหันกลับไปมอง

 

เรย์มองสนามรบย่อมๆตรงหน้าด้วยความทึ่ง ใจหนึ่งก็ลุ้นกลัวว่าไคโลจะถูกเล่นง่าน แต่อีกใจหนึ่งก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะแพ้ ชายคนนี้มีฝีมือมากจริงๆ เขาเกิดมาเพื่อชนะ ชนะศัตรูทั้งหมดที่ยืนอยู่ ณ. ที่นี้ รวมถึงตัวเธอด้วย

 

และเมื่อกำจัดพวกลิ่วล้อของแจ๊บบาคนสุดท้ายได้เรียบร้อย เขาก็หันหลังกลับมาหาของรางวัลที่เขาควรได้รับ ร่างแบบบางที่ยืนรออยู่เบื้องหลังด้วยใจที่เต้นโครมคราม

 

แต่แล้วร่างสูงก็หน้าถอดสีเมื่อเห็นหญิงร่างอวบอัดกำลังถือมีดจ่ออยู่ที่หน้าท้องแบนราบของเรย์ อีกมือก็ล็อคคอระหงอยู่จนเรย์แทบหายใจไม่ออก ข้างๆกันมีแจ๊บบายืนยิ้มอยู่อย่างมีชัยชนะ

 

“เก่งมาก ข้าขอปรบมือให้ หัวหน้าอัศวินรัตติกาล เป็นโชว์ที่หาดูได้ยากจริงๆ ข้าช่างโชคดี”

 

“และที่โชคดีอีกอย่างก็คือ ข้าได้ผู้หญิงของเจ้ามาอยู่ในมือ เหลือเชื่อจริงๆ” แจ๊บบาปรบมือเป็นจังหวะอย่างกวนประสาท

 

ไคโลยืนยิ่ง ไม่ไหวติง ส่วนอีกฝั่งหนึ่ง ทำไมก็ไม่รู้ที่เรย์คิดว่าตนรับรู้ถึงความรู้สึกกลัวที่กำลังก่อตัวขึ้นภายใต้หน้ากากนั่นและในใจของเธอขึ้นมาพร้อมๆกัน

 

“ฮ่าๆๆ ไปไม่เป็นเลยหรอ ไคโล เรน”

 

“ปล่อยนางไปซะ แล้วข้าจะไว้ชีวิตน่าสมเพชของเจ้าอีกครั้ง” ชายใต้หน้ากากค้นพบเสียงตัวเองเป็นครั้งแรก

 

“ฮ่าๆๆ ทำไมอ่านง่ายขนาดนี้ จะจัดการเจ้าต้องทำแค่นี้เองหรอ หน้ากากมันไม่ช่วยปิดบังอะไรแล้ว ถอดออกมา!” แจ๊บบาคำรามสั่งอย่างได้ใจ เขารู้แล้วว่าตอนนี้ตัวเองกำลังเป็นต่อ เพราะมีของสำคัญของอัศวินจอมยโสนี่อยู่ในมือ ไม่ใช่ดาบ ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น แต่เป็นนังคนนี้!

 

ไคโลยังคงยืนนิ่ง หายใจอย่างราบเรียบ

 

“จิเซล คว้านท้องนังนี่ออกมา” หญิงโสเภณีที่จ่อมีดปลายแหลมอยู่บนหน้าท้องของเรย์กดคมกริชลึกลงไปอีกจนเลือดแดงสดของเจ้าหญิงแห่งนาบูหยดออกมาอาบปลายอันแหลมคม ไคโลกำหมัดแน่น ขบกรามกรอด เขาอยากฆ่าคน!

 

“ถอดหน้ากากเฮงซวยของเจ้าออกมา ไคโล เรน! ข้านี่แหละจะป่าวประกาศให้โลกรู้เองว่า คนที่ค่าหัวแพงที่สุดในหมู่โจรมันคือใคร แล้วหลังจากนี้ถ้าเจ้ารอดจากข้าไปได้ เจ้าก็จะโดนตามล่าหัวไปทั่วทวีปกลางอยู่ดี ฮ่าๆๆๆ ถอด ไม่งั้นแม่นี่เละแน่!”

 

ไคโล เรนยืนขบกรามนิ่ง กล้ามเนื้อทุกมัดของร่างกายกำยำสมบูรณ์เกร็งเครียด ในที่สุดมือใหญ่ภายใต้ถุงมือหนังสีดำค่อยๆยกขึ้น แล้วมาหยุดอยู่ที่หมวกเหล็กดำคาดเงิน สิ่งที่ช่วยปกปิดตัวตน ปกปิดความเป็นจริง และซ่อนทุกๆอย่างที่เขาอยากจะปิดบังเอาไว้ เพื่อเป็นเกราะป้องกันความลับหรือบางสิ่งบางอย่างที่ยังไม่ถึงเวลาให้ใครรับรู้

 

สองมือหยาบกร้านค่อยๆจับยกหมวกขึ้นทีละน้อย บรรยากาศรอบกายเงียบกริบ ราวกับทุกชีวิตในที่นี้หยุดหายใจไปชั่วขณะ ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่คนๆเดียว คนที่กำลังจะต้องเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงออกมา

 

เรย์เองก็ไม่แพ้กัน หล่อนใจเต้นตึกตัก กลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัว ปริศนาที่หล่อนอยากรู้กำลังจะถูกไข ถึงแม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสมเอาเสียเลย แต่เธอก็อยากเห็น อยากเห็นดวงตาคู่นั้น อยากเห็นจมูก อยากเห็นริมฝีปาก และกลุ่มผมหยักศกสีดำที่เธอเคยได้เห็นของจริงมาแล้ว เธอเคยจินตนาการไปต่างๆนาๆถึงใบหน้าของชายผู้นี้ และนี่ก็ถึงเวลาแล้วที่เธอจะได้สมหวัง ได้เปิดกล่องแพนดอราที่เก็บไว้เสียที แต่ผิดกับปฏิกิริยาของเจ้าตัวที่กำลังจะต้องทำในสิ่งที่ยากลำบาก เขาตึงเครียดมาก หล่อนรับรู้ได้ มันคือการตัดสินใจที่แลกกันระหว่างชีวิตหล่อนกับชีวิตเขา และตอนนี้ เขาเลือกชีวิตเธอ

 

วินาทีนั้นเองที่หมวกกำลังค่อยๆเผยโครงหน้าจากคาง สันกราม ริมฝีปาก ปลายจมูก หัวใจเจ้ากรรมของ เรย์ เคโนบีก็เต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมากจากอก เธอจ้องปากหยักลึกสีชมพูนั้นอย่างห้ามไม่ได้ ริ้วความร้อนในตัวเธอเล่นขึ้นมาโดยที่ควบคุมไม่ได้เช่นกัน เมื่อนึกถึงเวลามันกำลังเปล่งเสียงเรียกชื่อเธออย่างแผ่วเบาหากแต่หนักแน่น ~เรย์~

 

“หยุดนะ ไม่ต้องถอด! อย่าถอดนะ” เรย์โพล่งขึ้นมาทำให้มือใหญ่หยุดชะงัก หากแต่อีกมือหนึ่งกลับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณแบบไม่ทันคาดคิด

 

“ฉึก!!!” หน้าท้องของเรย์ถูกกริชคมแทงจนมิดด้าม หญิงผู้ก่อเหตุตกใจรีบปล่อยมือแล้วเดินถอยหลังอย่างสิ้นสติ หล่อนไม่ได้ตั้งใจ แค่ตกใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่จึงพลั้งมือไป

 

ไคโล เรนสวมหน้ากากเหล็กกลับที่เดิมอย่างทันควันก่อนจะเปิดลำแสงจากดาบในมือแล้วหวดมันตัดคอหญิงโสโครกที่ทำร้าย เจ้าหญิงแห่งนาบูอย่างไม่ต้องคิด เขาหันไปหาแจ๊บบาที่กำลังฉวยโอกาสวิ่งหนี ก่อนจะเขวี้ยงดาบอย่างรวดเร็วและรุนแรงหมุนคว้างไปบั่นคออ้วนๆของไอ้สัตว์นรกเดนตายที่กล้าคิดจะทำร้าย ‘ตัวประกันของเขา’ ซึ่งเขาเองก็รู้ดีว่าที่จริงหล่อนไม่ใช่แค่ตัวประกันธรรมดาทั่วๆไปของเขา แต่หล่อนเป็น ‘ของเขา’ คนเดียว

 

ไคโล เรนรีบวิ่งกลับไปหาร่างที่อ่อนแรงจากการเสียเลือดอย่างเฉียบพลัน ร่างหนารีบตัดโซ่เหล็กแล้วประคองร่างอันบอบบางน่าทะนะถนอมให้นอนสบายในอ้อมกอดของเขา อย่างเคย

 

เรย์ ที่กำลังจะหมดแรงประคองสติของตัวเองไว้ยิ้มน้อยๆที่มุมปาก ร้อยยิ้มที่หวานและน่ารักที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น

“ขอบคุณนะ” เรย์พึมพำเสียงแผ่วเบา เปลือกตาเริ่มหนักอึ้งทุกทีๆ

 

“อย่าหลับ ห้ามหลับ!” ไคโล เรนคำรามเสียงหลง ในใจที่หนาวเหน็บกำลังหวาดกลัวสุดขีด เพราะภาพที่คุ้นเคยนี้กำลังจะหวนกลับมาอีกครั้ง เขากำลังจะสูญเสียบางอย่างไป บางอย่างที่มีค่าเหลือเกิน เขากอดร่างแน่งน้อยเอาไว้แน่น แนบอก อยากให้ความอบอุ่นแก่เธอ อีกครั้ง

 

และในวินาทีแห่งความเป็นความตาย เรย์ก็ทำให้สิ่งที่ไคโลไม่คาดฝัน

 

“ฟรึบ!”

 

สาวน้อยใช้พลังที่เหลือเฮือกสุดท้าย ยกสองมือขึ้นถอดหน้ากากอันรกหูรกตานั่นออก ก็ถ้ากำลังจะต้องตาย ขอมองให้หายสงสัยเป็นครั้งสุดท้ายแล้วกัน

 

แล้วสิ่งที่ทำให้เธอตกตะลึงก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ห่างไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร ดวงตาคมกล้าคู่นั้น จมูกโด่งเป็นสันแบบนั้น และริ่มฝีปากหนานุ่มนั้นที่หล่อนเคยได้สัมผัสอย่างแนบสนิทมาแล้ว เขานั่นเอง

 

“เบน โซ...โล...” และเสี้ยวนาทีนั้นเองที่สติสัมปชัญญะของเจ้าหญิงแห่งนาบูได้หลุดลอยไป

 

-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-:o:-

 

เบน โซโล ควบม้าอย่างเอาเป็นเอาตาย มือหนึ่งกุมบังเหียนแน่นเสียจนเส้นเลือดดำปูดโปน อีกมือประคองกอดร่างเล็กในอ้อมกอดไว้แน่น ด้วยความเร็วที่เกิดขึ้นทำให้สายลมเย็นยามค่ำคืนที่ปะทะใบหน้าเย็บเฉียบ เย็นยะเยือกไม่ผิดกับร่างบางในอ้อมกอด และหัวใจของเขาในตอนนี้

 

ชายผู้ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมไร้ปรานีในสนามรบ กลับไปไม่เป็นในยามนี้ เขากระวนกระวายและหวาดกลัว เขาจึงต้องไปที่นั่น และต้องไปให้ทันเวลา ไปยังเมืองที่เขาเคยจากมาและไม่เคยกล้าที่จะกลับไป แต่บัดนี้เขาจำเป็นจะต้องร้องขอความช่วยเหลือจากคนคนนั้นอีกครั้ง

 

“อยู่ด้วยเถิด มาซ” เสียงทุ้มต่ำพึมพำให้กำลังใจตัวเอง เขาเหลือบตาก้มมองใบหน้าอ่อนหวานไร้สติที่ตอนนี้แทบไม่มีสีเลือดเป็นระยะๆ ชีพจรของหล่อนยังคงเต้นเป็นจังหวะ แต่มันช่างแผ่วเบาเหลือเกิน เบนขบกรามแน่น รีบกระชากบังเหียนให้อาชาสีดำสนิทคู่ใจควบไปอย่างบ้าคลั่ง มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านที่แอบซ่อน ที่ซึ่งไม่ใช่ใครก็ย่างกรายเข้าไปได้ ที่ซึ่งยากจะหาพบ ที่ซึ่งเต็มไปด้วยมนตราและผู้วิเศษ ที่ซึ่งมีนามว่า ‘ทาโคดานา’

 

-:o:-:o: To Be Continued :o:-:o:-

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #44 Cherry Wanlada (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:13
    อีพรี่เปิดตัวอย่างอลังรอบสอง555555 อยากรู้จักอารมณ์รักลึกซึ้งนี่เป็นมายังไง
    #44
    0
  2. #21 Tichira (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 18:21
    นี่ล่ะ !!!! ที่คิดไว้ กรี๊ดดดด อิพี่มาแล้ว ช่วยน้องเร็วววววว
    #21
    0
  3. #12 Whenisay (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 18:25

    กรี๊ดกร๊าด พี่มาอย่างเท่ น้องจะต้องไม่เป็นไรนะ

    #12
    1
    • #12-1 PoxiiChicky(จากตอนที่ 5)
      17 มกราคม 2563 / 16:11
      ขอบคุณสำหรับเม้นนะคะ :)
      #12-1
  4. #11 ปวดหลัง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 10:15

    OMG พี่เบน รอตอนต่อจ้าาา

    #11
    1
    • #11-1 PoxiiChicky(จากตอนที่ 5)
      17 มกราคม 2563 / 16:10
      ขอบคุณมากๆๆนะคะ
      #11-1