[Star Wars::AU::Reylo] Love Illusion

ตอนที่ 10 : Holy Pond of Takodana

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    20 ก.พ. 63

 

“คิดดีแล้วหรือเจ้าหญิงแห่งนาบู เจ้าจะยอมไปคอรัสซังกับเบนจริงๆหรือ” หญิงชราเอ่ยทักท้วงเมื่อเรย์ เคโนบีเดินเข้ามาปรึกษาหล่อนขณะกำลังง่วนอยู่กับการคัดเลือกสมุนไพรในเรือนกระจก ยามนี้แสงสีส้มของดวงอาทิตย์สาดส่องลอดผ่านใบไม้มาต้องใบหน้าของคู่สนทนา ณ.ยามอาทิตย์อัสดง เรย์มองตามมือย่นที่เด็ดพืชเล็กๆในกระถาง เธอไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายเท่าใดนัก เพราะยังตกประหม่า กลัวว่ามาซจะไม่เห็นด้วยกับความคิดของตน

“ข้าไม่มีทางเลือกอื่น เขายืนยัน...”เรย์พูดถึงคนที่เธอยินยอมให้การตัดสินใจของเขาเป็นใหญ่ อันที่จริงเธอก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องทำตามใจเบน แต่ทำอย่างไรได้ ก็เขามักจะทึกทักไปแล้วว่าเธอจะเชื่อฟัง

“ฟังให้ดีนะ เรย์ เคโนบี เจ้ามีสิทธิ์เลือกทางเดินของตัวเอง เจ้าไม่จำเป็นต้องไปยอมตามเขา บางทีอาจถึงเวลาที่ต้องแยกจาก เจ้าควรไตร่ตรองให้ดีและใช้เหตุผล” มาซเงยหน้าขึ้นมองจ้อง เรย์สะอึกเมื่อได้ยินคำพูดของนักเวทชรา

‘ถึงเวลาที่ต้องแยกจาก’ หญิงสาวทวนประโยคนั้นซ้ำๆในหัว รู้สึกใจหายขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

“ข้าไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว...”

“ถ้าเจ้าไม่ไปเสียอย่าง หลานชายข้ามันจะบังคับฝืนใจเจ้าหรือ ข้าไม่คิดว่าเบนจะทำเช่นนั้น” มาซออกความเห็น ดูจากสายตาเป็นลูกหมาเชื่องของหลานตัวเองเวลาเดินตามสาวน้อยคนนี้ต้อยๆ นางคิดไม่ออกเลยว่าเบนจะทำร้ายเรย์แม่แต่ปลายเล็บได้อย่างไร

“แต่ตอนนี้ข้าเป็นตัวประกันที่เขาลักพามา” เรย์บ่นพึมพำ แต่ก็ดังพอที่อีกฝ่ายจะได้ยิน มาซถอนหายใจยาว ดูท่าจะมีแต่เจ้าหล่อนคนเดียวกระมังที่หัวช้า ดูไม่ออกว่าเบน โซโลคิดอย่างไรกับตน

“เด็กน้อยเอ๋ยเด็กน้อย ข้าแก่แต่ยังไม่ตาบอดนะ คิดว่าข้าไม่รู้ไม่เห็นหรือไงว่าความสัมพันธ์ของเจ้าทั้งสองเป็นอย่างไร” มาซจับไหล่ทั้งสองข้างของเรย์เพื่อให้หันมาเผชิญหน้ากัน สายตาก้มลงมองด้ามดาบเรืองแสงที่เหน็บอยู่ข้างเอวบาง ของสำคัญของเบน โซโล

‘ความสัมพันธ์เป็นอย่างไรนะหรือ...เขาก็ยังดุว่าข้าเวลาข้าฝึกอยู่ตลอด ยังเมินข้าบ่อยๆเวลาอยู่ในกลุ่มคน บางทีก็หายหน้าไปสองสามวันโดยไม่บอกกล่าว และที่สำคัญยังคงยืนยันจะพาข้าไปคอรัสซังเพื่อเข้าพิธีอภิเษกนั่น’ เรย์คิดไปเองอย่างรู้สึกขัดเคืองใจ

“เรย์ ข้าไม่เห็นด้วยเลยที่เจ้าจะยินยอมตามเขาไปคอรัสซัง รู้หรือไม่ว่า อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ อันตรายขนาดไหน” เรย์ก้มหน้า เม้มริมฝีปากแน่น ใช่แล้วหล่อนไม่รู้พิษสงที่แท้จริงของกษัตริย์ผู้เหี้ยมโหดคนนั้นหรอก แต่แค่ชื่อเสียงที่ผ่านหูมา เธอก็ไม่อยากจะคิด

“...................................”

“แล้วรู้สาเหตุหรือไม่ว่าทำไมถึงต้องมี ไคโล เรน” มาซที่กำลังหนักใจ เผลอพูดในสิ่งที่พยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด เรย์เงยหน้าขึ้นมองทันที

“ท่านรู้เรื่อง ไคโล เรน?” ที่ถามแบบนี้เพราะเรย์ปิดปากเงียบเรื่องความลับของเบนมาโดยตลอดเช่นกัน หญิงสาวไม่อาจรู้ได้ว่า ไคโล เรน คือความลับสุดยอดระดับไหนสำหรับเบน แต่หล่อนก็ยินดีจะช่วยเขาปิดบังมันเอาไว้ เพราะรู้สึกได้ว่ามันอาจไม่เป็นผลดีต่อตัวเขาถ้าเรื่องนี้เผยแพร่ออกไป

“ไคโล เรนมีความสำคัญอย่างไร” เรย์ถามกลับอย่างใคร่รู้มากที่สุด เธอเคยพยายามจะเริ่มบทสนทนาเรื่องนี้กับเบน แต่ดูเหมือนเขาจะไม่เคยเปิดโอกาสให้เธอเลย

มาซส่ายหน้า ไม่พูดต่อ เปลี่ยนเรื่องในทันที

“เรย์ ถ้าเจ้าเป็นห่วงเรื่องเบน ข้าจัดการเอง ขอแค่บอกมาว่า เจ้าเลือกหน้าที่ของเจ้าหญิงแห่งนาบู หรือเจ้าเลือกหัวใจของตัวเองโดยไม่ใช้เหตุผล” ร่างบางชะงักไป ข้ากำลังเลือกตามหัวใจของตัวเองหรือ มันหมายความว่าอย่างไรกัน

“แล้วถ้าข้าไม่ไป เบนจะเป็นอย่างไร” เรย์ใช้ความคิด หล่อนกำลังนึกถึงการทำโทษอันแสนโหดร้ายต่างๆนานา ที่เบนอาจจะต้องเผชิญหากกลับไปคอรัสซังมือเปล่า

“มันไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะต้องกังวลแทนเขา เจ้าห่วงเขาไปทำไม เบน โซโลเอาตัวรอดได้ แต่เจ้านี่แหละ...”

“ข้า....”

“ถ้าเจ้าตัดสินใจอยู่ที่นี่ อีกไม่นานข้าจะจัดกำลังอารักขาพาเจ้ากลับนาบู อย่างปลอดภัย” มาซให้คำมั่น

เมื่อได้ยินสิ่งที่มาซพูดเรย์รู้สึกตื้อไปหมด ข้อเสนอของมาซคือสิ่งที่เธอควรรีบรับไว้โดยไม่ลังเล แต่ทำไมในอกมันหนักอึ้ง หรือเพราะไม่ว่าทางเลือกไหน เธอก็ต้องจากเขาไป จะช้าจะเร็ว ก็คงไม่ต่างกัน

‘เด็กน้อยเอ๋ย เจ้าช่างไม่รู้ตัวเสียเลยว่าเจ้าสำคัญต่อโลกใบนี้เพียงใด และนานแค่ไหนถึงจะมีสิ่งพิเศษอย่างเจ้าบังเกิดขึ้นได้อีก ข้าไม่อยากให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นครั้งแม่เจ้าและเลอาอีก’ มาซคิดหนักไม่แพ้กัน แต่นางคงไม่สามารถที่จะอธิบายอะไรมากมายได้ในขณะนี้ เพราะเพียงเท่านี้เจ้าเด็กน้อยก็คงจะยังไม่พร้อมรับมือกับเรื่องหนักหนาอื่นๆที่หล่อนยังคงไม่รู้ตัวว่าจะต้องเผชิญในภายภาคหน้า

............................................................................................................

“เจ้าไม่มีสมาธิ” เสียงทุ้มลึกของผู้เป็นอาจารย์ดุขึ้น ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิท กำลังเดินวนพิจารณาอยู่รอบๆร่างบางของหญิงสาวที่กำลังถูกปิดตาด้วยผ้า ในมือเล็กถือดาบเรืองแสงที่ใช้เพื่อปัดป้องก้อนหินก้อนแล้วก้อนเล่าที่ถูกส่งให้โจมตีมาที่เธอด้วยสัมผัสพลังของชายหนุ่ม เรย์ต้องใช้ประสาทสัมผัสอื่นแทนดวงตาเพื่อสกัดมันให้แม่นยำ แต่วันนี้เธอทำได้ไม่ดีเอาเสียเลย จนเป็นที่หน้าผิดหวัง เธอไม่พอใจผลงานของตนเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะเมื่อมี เบน โซโล คอยจับจ้องอยู่แบบนี้

เรย์ไม่โต้ตอบด้วยคำพูด หากแต่สูดหายใจลึกแล้วพยายามรวบรวมสติของเธอให้ดียิ่งขึ้น ก่อนที่เธอจะได้รอยฟกช้ำอีก หากแต่เรื่องกวนใจที่ยังคงวนเวียนอยู่ ข้อเสนอของมาซ ทำให้เธอไม่สามารถรวบรวมสมาธิได้เลย

“โป๊ก” เสียงก้อนหินกระทบกับหน้าผากมนของเจ้าหญิงแห่งนาบู ทำให้เจ้าตัวรู้สึกได้ถึงความปวดหนึบที่เกิดขึ้นและน้ำเหนียวๆที่ไหลอาบใบหน้าจากแผลแตก

“เรย์” เบน ทำท่าจะเดินเข้าไปแต่ถูกมือเรียวเล็กของเจ้าตัวทำท่าห้ามไว้

“อย่าเข้ามา!ข้าไม่เป็นไร ต่อเถอะ” เรย์กัดฟัน เธอต้องการเอาชนะตัวเองให้ได้ในวันนี้ เธอต้องรู้จักควบคุมความคิด ไม่ให้ความคิดฟุ้งซ่านมารบกวนสมาธิ และนี่เป็นบททดสอบที่ดี เธอจะต้องผ่านมันไปให้ได้

“โป๊ก” เสียงของแข็งกระทบร่างที่น่วมไปหมดดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เรย์ได้แผลที่หัวไหล่ซ้าย และมันทำให้เธอเกือบทำดาบเรืองแสงหลุดมือ

“ข้าว่าวันนี้เราพอได้แล้ว” เบนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ไม่เป็นไร ฝึกต่อ ข้าไหว” คิ้วโก่งขมวดมุ่นจนแทบจะชิดกัน ริมฝีปากถูกกัดแน่น เสียงหอบหายใจดังแข่งกับเสียงน้ำตกที่ตั้งอยู่ไม่ไกล ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเรย์ตั้งใจและกำลังพยายามอย่างหนักเพียงใด

“เด็กโง่ เจ้ากำลังบาดเจ็บ” เบนขบกรามพูดรอดไรฟัน มือใหญ่กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขากำลังจะทนดูสภาพของเด็กดื้อไม่ไหวอีกต่อไป และยังโมโหที่นางไม่ประมาณตนเองเสียเลย ยิ่งไปกว่านั้นผู้เป็นอาจารย์ยังรู้สึกข้องใจกับกระแสความคิดวุ่นวายในหัวของหญิงสาว ต้นเหตุที่ทำให้เธอพลาดจนฟกช้ำไปทั้งตัวในวันนี้

“ข้าบอกว่าไม่เป็นไรไง! ต่อเถิด! ได้โปรด” เมื่อยังยืนยันแบบนั้น เรย์จึงตั้งท่าเตรียมรับมือกับการโจมตีครั้งถัดมา ทว่าอะไรบางอย่างกำลังพุ่งมาใกล้ใบหน้าของเธอ ร่างบางจึงใช้ดาบปัดป้องอีกครั้ง

“ฟรึบบบ” ผ้าปิดตาของเรย์ถูกดึงออกโดยมือใหญ่โตของเบน พร้อมๆกับที่ใบหน้าของชายหนุ่มถูกลำแสงของดาบในมือหญิงสาวเฉือนจนเป็นแผลถากยาวตั้งแต่เหนือคิ้วขวาจนถึงลำคอ

วินาทีนั้นเองที่เรย์เห็นภาพตรงหน้า หญิงสาวก็ตกใจจนแทบสิ้นสติ เธอปล่อยดาบลงพื้นทันที แล้วรีบสำรวจใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้มีบาดแผลใหญ่จากน้ำมือของเธอพาดผ่าน

“เบน!!!” เรย์ร้องเสียงหลง มือข้างหนึ่งประคองใบหน้าเบน อีกมือหนึ่งชักเข้าชักออกละล้าละลังอยู่ใกล้ๆบาดแผลอันน่าตกใจนั่น เธอทำอะไรไม่ถูก

“ไม่เป็นไร” ร่างสูงมีใบหน้าสงบนิ่งไม่บ่งบอกถึงอาการใดๆ แม้แต่การแสดงความเจ็บปวด

“ไม่เป็นไรได้อย่างไร แผลขนาดนี้ ข้าขอโทษ ขอโทษ ข้าผิดเอง ข้าไม่มีสมาธิ” เรย์หน้าถอดสี ยังคงมองสำรวจรอยแผลอันน่ากลัวของเขาอย่างลุกลี้ลุกลน น้ำตาเจ้ากรรมคลอหน่วยอย่างห้ามไม่ได้ ชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็ค่อยๆยกมือสากขึ้นกุมมืออันนุ่มนิ่มของอีกคนอย่างใจเย็น

“เห็นหรือยังว่าความดันทุรังของเจ้า มันส่งผลอะไรตามมา ให้รอยแผลนี้ของข้าคอยเตือนสติเจ้าแล้วกัน”

“เบน...” เรย์ส่งเสียงเรียกชื่อคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาเป็นกังวลและรู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัด

“หยุดร้องไห้เถิด ได้เวลาจัดการกับแผลและเนื้อตัวมอมแมมของเจ้าแล้ว พาดาวันของข้า” พูดจบเขาก็อุ้มร่างของเจ้าหญิงแห่งนาบูขึ้นอย่างง่ายดาย ราวกับหล่อนเป็นเพียงขนนก เรย์สะดุ้งตกใจ

“ท่านจะทำอะไร” หญิงสาวเริ่มทักท้วงเมื่อเขาพาเธอมุ่งหน้าสู่ลำธารเบื้องหน้า แทนที่จะเป็นปราสาททาโคดาน่าตรงสู่ห้องพยาบาลอย่างที่ควรจะเป็น

“ข้าว่าเราทั้งคู่ควรจะรีบกลับไปทำแผล” เรย์รีบเสนอความคิดก่อนที่เบนจะทำอะไรไปมากกว่านี้ และเธอกำลังเป็นห่วงบาดแผลของเขาจากน้ำมือของเธอ

“ไหนบอกว่าแผลแค่นี้ไม่เป็นไร เมื่อครู่ยังจะฝึกต่อ”

“แต่....แต่ แผลของท่าน ข้าอยากให้รีบกลับไปจัดการ ข้าไม่สบายใจ” เรย์ต่อรอง

“ลูกศิษย์ที่ควรโดนทำโทษเนื่องจากไม่เชื่อฟัง แถมวันนี้ยังฝึกได้ห่วยบรม มีสิทธิ์อะไรมาต่อรองกับข้า”

“.....................................” เรย์เถียงไม่ออก พวงแก้มใสเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อเมื่อคิดล่วงหน้าไปก่อนแล้วว่าเธอกำลังจะเจอกับสถานการณ์แบบไหน เบนเห็นอาการของคนในอ้อมกอดแล้วก็ยิ้มที่มุมปาก ก่อนพาร่างเล็กมุ่งหน้าเดินลงลำธารไปจนถึงหลังม่านน้ำตก

เรย์ไม่เคยได้มีโอกาสผ่านเข้ามาที่บริเวณนี้ จึงเพิ่งได้รู้ว่าหลังม่านน้ำตกแห่งนี้คือถ้ำที่มีทางเดินต่อเข้าไปด้านใน เบนอุ้มเธอตรงเข้าไปเรื่อยๆ สองแขนของหญิงสาวโอบกระชับรอบคอหนาของนายพลหนุ่มไว้แน่นพร้อมเบียดตัวเข้ามาเนื่องจากความหนาวเย็น เธอมองสำรวจไปตลอดทางอย่างสนอกสนใจ ก่อนที่เบนจะพาเรย์มาหยุดที่ลานกว้าง ซึ่งด้านบนถ้ำในส่วนนี้ถูกเปิดโล่งให้เห็นแสงสาดส่องผ่านเงาไม้ที่ปกคลุมอยู่ภายนอก ส่วนเบื้องล่างเป็นบ่อน้ำสีฟ้าใส เรย์รู้สึกว่าภาพที่ได้เห็นตรงหน้าช่างงดงามเหนือคำบรรยายจนเผลอยิ้มออกมา

เบนค่อยๆปล่อยเธอลงสู่พื้น เรย์ผละออกจากการเกาะกุมของร่างใหญ่ทันทีที่เขาปล่อยให้เธอเป็นอิสระ แล้วเอาแต่มองสำรวจธรรมชาติเบื้องหน้าอย่างตื่นตาตื่นใจ แต่เธอได้รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขกับสิ่งที่ได้เห็นเพียงชั่วครู่เท่านั้น

“ถอดเสื้อผ้าออกซะ” เบนสั่งเสียงเรียบ แต่คนฟังหันควับกลับมามองด้วยสีหน้าประหม่าและตกใจ

“ท่านว่าอย่างไรนะ”

“ถอดเสื้อผ้า” ร่างสูงพูดพลางปลดเสื้อของตนเอง แล้วถอดออกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้ออันสมบูรณ์แบบของอัศวินรัตติกาล เรย์รีบหันหลังกลับแทบไม่ทัน เธอหน้าร้อนเห่อ ทำตัวไม่ถูก

“ทะ...ท่านตั้งใจจะทำอะไรเบน โซโล” ระหว่างที่หญิงสาวกำลังเลิ่กลั่กหายใจไม่ทั่วท้อง ชายหนุ่มก็ปลดเปลื้องกางเกงของตนอยู่เบื้องหลังของหล่อนก่อนจะค่อยๆเดินตรงไปยังบ่อน้ำ ผ่านหน้าหญิงสาวไปอย่างไม่อาย เบนค่อยๆหย่อนตัวลงในบ่อสีฟ้าในทิศทางที่หันมาเผชิญหน้ากับคนที่ยืนตกตะลึงอยู่

เรย์เห็นทุกสิ่งทุกอย่างบนร่างกายกำยำนั้น ไม่เว้นแต่ความเป็นชายอันใหญ่โตที่ท้าทายอยู่ต่อหน้าเธอก่อนที่มันจะหายไปในน้ำสีฟ้า มัดกล้ามเนื้อของเขาช่างงดงามหาใครมาเปรียบไม่ได้ แต่เธอก็ไม่ได้มีโอกาสที่จะชื่นชมมันมากมายนักเพราะบางสิ่งบางอย่างที่ยังติดตาเมื่อครู่ทำให้เธอต้องเบือนหน้าหนี ‘คนน่าไม่อาย!’

“ถอดแล้วลงมาซะ” เสียงทุ้มสั่งให้ทำตาม สายตาคมกำลังมองสำรวจร่างกายของเจ้าหญิงแห่งนาบูที่เต็มไปด้วยร่องรอยจากการฝึกหนักเมื่อครู่

“ไม่!อะไรทำให้ท่านคิดว่าข้าจะยอม บ้าไปแล้ว” เรย์ทักท้วงอย่างหนักแน่น

“เจ้าก็รู้ว่าข้าจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าต้องการ” เบนยิ้มร้ายจ้องเขม็งมายังสาวงามตรงหน้า ใช่แล้วเธอรู้ว่าเขาจะได้ทุกสิ่งที่ต้องการจากเธอ ราวกับเขาควบคุมจิตใจเธอได้ ราวกับเขามอมเมาจิตใจของเธอ ราวกับเขาพาเธอเข้าสู่ดินแดนสนธยา เธอควบคุมความคิดไม่ได้เลยเมื่อเป็นเรื่องของเบน โซโล

“................................” หญิงสาวหน้าแดงเมื่อได้ยินคำพูดและเข้าใจที่เขาหมายความ เธอกัดริมฝีปากเบาๆ เริ่มยกมือขึ้นกอดตัวเองและลูบไล้แขนเนียนเบาๆ อย่างลังเล

“เรย์ เคโนบี” ชายหนุ่มย้ำชื่อของหล่อน ข้อศอกทั้งสองยกขึ้นพาดขอบบ่อที่นั่งพิงอยู่ในอิริยาบทที่ผ่อนคลาย จ้องมองเธอราวกับเขาสามารถปลดเปลื้องอาภรณ์ของเธอได้ผ่านแววตาคู่นั้น

หญิงสาวเจ้าของชื่ออันไพเราะจึงค่อยๆเลื่อนนิ้วเรียวมากระตุกปมชุดคลอเซ็ตที่สวมอยู่อย่างพอดีตัว ปลดเชือกผูกกางเกงรัดรูปของหล่อนออก ก่อนที่จะปล่อยให้เสื้อผ้าทั้งสองชิ้นร่วงลงสู่พื้นโดยที่ไม่ลืมที่จะรีบเอาสองมือปิดป้องสองส่วนที่ควรจะสงวนเอาไว้ให้เพียงคนที่คู่ควรได้เชยชม หากแต่เพียงสองแขนสองมือเล็กๆมันก็ไม่อาจจะปกปิดให้มิดชิดรอดพ้นนัยน์ตาที่น้ำตาลเข้มจนเกือบดำคู่นั้นได้ เพราะหน้าอกหน้าใจของหล่อนแทบจะล้นทะลักออกมา เหลือแค่เพียงยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่อและใจกลางกลีบกุหลาบแรกแย้มเบื้องล่างเท่านั้นที่พอจะแอบซ่อนไว้ได้

เบนครางเสียงทุ้มต่ำในลำคออย่างพึงพอใจ ก่อนจะยื่นมือมากระดิกนิ้วเรียก ส่งสัญญาณให้ลูกศิษย์ที่ว่านอนสอนง่ายของเขาตามลงมาในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งทาโคดานา เพื่อที่จะได้กำจัดรอยฟกช้ำและบาดแผลอันขัดหูขัดตาให้หมดไปจากร่างอันผุดผาดตรงหน้าเสียทีตามความตั้งใจ

เรย์ค่อยๆก้าวเท้าจุ่มลงในบ่อน้ำสีฟ้าสด แล้วก็พบว่ามันให้ความอบอุ่นกำลังดี ผิดกับไอเย็นในถ้ำที่กำลังทรมานผิวกายของเธอตอนนี้เสียเหลือเกิน ว่าแล้วหญิงสาวจึงรีบจุ่มตัวลงทันที เพื่อรับไออุ่นและเพื่อที่จะได้ปกปิดเรือนร่างให้พ้นสายตาของคนตรงหน้าเสียที เธออายจนไม่รู้จะเบือนหน้าหนีไปทางไหนแล้ว เป็นเพราะสายตาของเขาที่จ้องมองมาแบบนั้นแท้ๆ

หญิงสาวเลือกที่จะนั่งฝั่งตรงข้ามห่างที่สุดจากร่างใหญ่ที่ครอบครองพื้นที่ส่วนมากในสระน้ำ เมื่อเห็นพาดาวันของเขาลงแช่ในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์อย่างว่าง่าย เบนก็หลับตานั่งแช่น้ำอุ่นต่ออย่างสงบนิ่ง เขารับรู้ได้ถึงสัมผัสพลังที่คืนกลับมาอย่างมหาศาลจากสถานที่อันน่าทึ่งแห่งนี้ รวมถึงความสมดุลของพลังที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและหญิงสาวตรงหน้า โดยที่เจ้าหล่อนเองคงไม่ทันได้รู้ตัว เรย์รับรู้แต่เพียงว่ากำลังวังชาที่ถูกใช้ไปจนเกือบหมดระหว่างบทเรียนในวันนี้ กลับคืนสู่เธออย่างรวดเร็วได้อย่างประหลาด นอกจากนั้นแล้วความรู้สึกอบอุ่นบางอย่างที่อบอวลอยู่ภายในแกนกายของเธอตอนนี้ มันช่างรู้สึกดีอย่างอธิบายไม่ได้ เธอรู้สึกสงบและมีความสุขจนบอกไม่ถูก โดยเฉพาะเมื่อมีเขาอยู่ตรงนี้

เมื่อเห็นเบนนิ่งไปไม่คุกคามสวัสดิภาพของเธอ เรย์จึงเริ่มรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เธอค่อยๆปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งลง ซึมซับพลังที่ถูกส่งผ่านมาจากบ่อน้ำและโดยที่เธอไม่รู้ตัวคือจากเบน โซโล คู่สัมผัสพลังของเธอ มุมปากของหญิงสาวยกยิ้มน้อยๆ เธอกำลังมีความสุขอย่างที่สุด

“เจ้าคุยอะไรกับมาซ” เสียงทุ้มต่ำทำลายความสงบสุขดังขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เรย์เบิกตาโพลง

~เขารู้ได้อย่างไร~

“ไม่ต้องสงสัยว่าข้ารู้ได้อย่างไร ตอบคำถามก็พอ” เบนยังคงหลับตานิ่ง เอ่ยถามอย่างไม่ยี่หระ แต่สำหรับเรย์มันไม่ใช่เรื่องที่จะคุยอย่างผ่อนคลายแบบที่เขาทำได้เลย

“เรื่องส่วนตัวระหว่างข้ากับมาซ” เรย์บอกปัด

“หวังว่าเจ้าคงไม่หักหลังข้า” หญิงสาวได้ยินถึงกับร้อนใจ ทำไมคนๆนี้ถึงมีหูตาสับปะรดได้ถึงเพียงนี้ เขาเข้ามาอยู่ในความคิดได้หรืออย่างไร

~นี่ขู่กันใช่ไหม~

“ข้าไม่เคยขู่ พูดแต่เรื่องจริง”

“เบน โซโล! ท่านเข้ามาในความคิดของข้าใช่หรือไม่ ท่านทำแบบนั้นได้ใช่หรือไม่!” เรย์เริ่มสงสัยหนักขึ้นก็คราวนี้ และเธอต้องใช้โอกาสนี้คาดคั้นเขาให้ได้ เขาใช้สัมผัสพลังเข้ามาล้วงความลับในหัวของเธอจริงหรือนี่ เขาเก่งขนาดนี้เชียวหรือ

“เพ้อเจ้อ เรื่องแบบนี้ใครจะไปทำได้”

“อย่าโกหกข้า” เรย์เริ่มหงุดหงิด โต้กลับเสียงแข็ง

“เจ้ากำลังบิดเบือนประเด็นที่ข้าถาม ข้าไม่หลงกลหรอกนะ เด็กน้อย”

“ไคโล เรน ท่านนี่ยากไปหมดเสียทุกเรื่องเลยจริงๆ!” เรย์อยากจะก่นด่า เธอโมโหที่โดนเขากวนอารมณ์ทำลายบรรยากาศผ่อนคลายไปเสียสิ้น ร่างบางลุกพรวดขึ้นทำท่าจะออกจากบ่อน้ำ แต่ไม่ทันจะได้หนีพ้น ร่างของเธอก็ลอยหวือขึ้นมาปะทะกับร่างอันใหญ่โตของเขาด้วยพลังบางอย่าง และก็เป็นอย่างเคย เธอตกอยู่ในวงแขนแกร่งวงนี้อีกแล้ว

“แผลที่หน้าผากเจ้ายังไม่สมานดี” เขาพูดก่อนจะประทับริมฝีปากหนาอันนุ่มหยุ่นลงบนหน้าผากของเธอ บริเวณที่แผลแตกจากก้อนหินได้กระทำไว้เมื่อครู่ บัดนี้เธอเข้าใจแล้วว่าที่เขาบังคับให้เธอลงแช่น้ำก็เพราะที่นี่คือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งทาโคดาน่าที่เธอเคยมีโอกาสได้ลงแช่กับเขาแล้วเมื่อครั้งแรกที่มาเยือนเมืองลับแลแห่งนี้

แต่ทว่าเรย์ทั้งตกใจทั้งกระดากอาย ก็เพราะในตอนนี้เธอและเขาไม่มีอาภรณ์ใดๆขวางกันระหว่างกันเลยแม้แต่ชิ้นเดียว เนื้อสากของชายหนุ่มห่มเนื้ออันนวลเนียนของเธออย่างแนบสนิท รวมไปถึงแกนกลางความเป็นชายของเขา ที่เสียดสีอยู่กับช่อกลีบความเป็นสาวของเธอ เมื่อเธอถูกเขาบังคับให้นั่งอยู่บนตักกว้างของเขาภายใต้บ่อน้ำอุ่นสีฟ้า

“ปะ...ปล่อย” เรย์ประท้วงเสียงอ่อย เธอกำลังหน้าแดงจึงพยายามซ่อนใบหน้าเขินอายให้พ้นสายตาพญาอินทรี

“รอให้รอยแผลน่ารำคาญตาพวกนี้หายสนิทเสียก่อน แล้วเจ้าอยากจะไปไหนก็ตามใจ” เบนพูดในขณะที่ริมฝีปากของเขาเริ่มซุกซนสำรวจไปบนไหล่เปลือยเปล่าของเธอ ทำให้เรย์เงยคอตอบรับด้วยความรู้สึกวาบหวาม

“ยะ...อย่านะ วันนี้ท่านห้ามเอาเปรียบข้า” เรย์ร้องประท้วงอย่างยากลำบากเมื่อมือใหญ่ของเบนเลื่อนมากอบกุมหน้าอกอันนุ่มหยุ่นขนาดพอเหมาะพอดีทั้งสองข้าง ก่อนจะเริ่มเค้นคลึงมันอย่างเพลินมือ ในขณะที่ริมฝีปากอุ่นร้อนก็ยังคงทำหน้าที่ของมัน สร้างความรู้สึกเสียวซ่านให้หญิงสาวจนเกินจะทน

“หืมมม” เบนครางเสียงทุ้มในลำคอ พึงพอใจอย่างที่สุด แน่นอนเขาได้ยินคำทักท้วงของหล่อนแต่ไม่เคยคิดจะทำตาม สิ่งที่อยากทำตอนนี้คือลิ้มรสอันหอมหวานตรงหน้า ของโปรดที่เป็นของเขาโดยชอบธรรมแต่เพียงผู้เดียว

เรย์รู้สึกว่าการต่อต้านของตนเริ่มอ่อนแรงลงทุกทีๆ เธอเผลอไผลไปกับสัมผัสของเขาอย่างไม่น่าให้อภัย และมันก็เป็นอย่างนี้เสมอมา เธอไม่เคยปฏิเสธคนๆนี้สำเร็จเลยสักครั้ง การที่เธอยังครองพรมจรรย์มาได้จนถึงบัดนี้ เป็นเพราะความปรานีของเขาโดยแท้

เธอยังคงฝันถึงการร่วมรักกับเขาอยู่ตลอด ฝันที่เสมือนจริงมากที่สุด และในฝันนั้นเองที่เขาได้สอนประสบการณ์อันแสนวิเศษให้แก่หญิงสาวบริสุทธิ์ที่ไม่ประสีประสาอย่างเธอ ได้เรียนรู้วิถีของหญิงชายที่พึงกระทำต่อกันในสัมพันธ์อันลึกซึ้ง เขาปรนเปรอเธอและพร่ำสอนให้เธอได้รู้จักวิธีปรนเปรอเขา ทั้งคู่พากันไปถึงฝั่งฝันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง และเรย์ก็รู้อยู่ลึกๆว่าเธอพึงพอใจกับประสบการณ์ในฝันนี้เป็นอย่างมาก มากจนเธอกลัว กลัวทุกครั้งว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเขาจริงๆ เธอจะหลงใหลเผลอไผลให้เขาครอบครองอย่างไม่มีเงื่อนไข และมันไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น เจ้าหญิงแห่งนาบู กับ นายพลแห่งคอรัสซัง ไม่ใช่สิ่งที่ถูกที่ควรเลยแม้แต่น้อย

“บะ...เบน พอเถอะนะ” เรย์ตั้งสติร้องขอเมื่อรู้สึกได้ว่าความเป็นชายอันใหญ่โตของเขากำลังแข็งขึงขึ้นจนน่าตกใจและมันก็เสียดสีอยู่กับส่วนที่ไวสัมผัสที่สุดกลางแก่นกายของเธอ

“อืมมม” เบนตอบรับด้วยเสียงครางก่อนที่จะอุ้มร่างอันแบบบางของเรย์ให้หันกลับมาเผชิญหน้ากัน และนั่นยิ่งทำให้ส่วนอ่อนไหวของทั้งคู่แนบแน่นยิ่งขึ้นไปอีก

เมื่ออยู่ในท่าทางนี้ ทำให้เธอได้มีโอกาสสังเกตสังการอยแผลบนหน้าของเขา ซึ่งมันกำลังค่อยๆเลือนรางไปทีละน้อย เธอทึ่งกับสรรพคุณของบ่อน้ำแห่งนี้ และรู้สึกโล่งใจเมื่อในที่สุดบาดแผลที่เธอสร้างให้เขาก็เลือนหายไปเสียที เรย์มองจ้องดวงหน้าอันคมเข้มที่ปราศจากแผลเป็นของเขาแล้วเผลอยิ้มดีใจออกมาโดยไม่รู้ตัว และทุกอิริยาบถของเธอทำเอาอีกคนแทบจะอดทนไม่ไหวอีกต่อไป

“แผลท่านสมานแล้ว เรา...อื้อ...” เสียงของเรย์กลืนหายเข้าไปในลำคอเมื่อโพรงปากอุ่นร้อนเข้าครอบครองยอดปทุมข้างหนึ่ง ลิ้นอันช่ำชองหยอกล้อเล่นกับมันก่อนจะดูดดึงแล้วปล่อย ดูดดึงแล้วปล่อย วนเวียนอยู่ซ้ำๆจนหนำใจชายหนุ่ม เรย์กรีดร้องอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้เมื่อเขาปรนเปรอเธอแบบนั้น เล็บมือจิกไหล่ของคนตัวใหญ่จนห้อเลือด

“เบน...” เธอครางชื่อเขาเสียงแหบพร่า สติสุดท้ายที่เหลืออยากจะผลักไสเขาออกไปอย่างที่ควรจะเป็น และเธอก็ได้ลองทำอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ไม่สำเร็จแม้แต่น้อย เรี่ยวแรงต่อต้านที่เคยมีกลับมลายหายไปหมดสิ้น

“เรย์...ที่รักของข้า” ชายหนุ่มกระซิบคำอันแสนคุ้นเคยที่ข้างใบหู เรย์เคยได้ยินคำนี้ซ้ำๆมาแล้วไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยครั้ง ในฝันหวานของเธอ แต่วันนี้มันไม่ใช่ฝันอีกต่อไป หญิงสาวไม่อยากเชื่อหูตนเองเมื่อได้ยินคำนี้ออกจากปากของ เบน โซโล และมันช่างคล้ายคลึงกับในนิมิตของเธอจนน่าตกใจ แต่สมองของเธอในตอนนี้ประมวลผลได้ช้ายิ่งนัก เธอเคลิบเคลิ้มจนแทบจะไม่เป็นตัวของตัวเอง เธอจึงปล่อยเรื่องนี้ไปให้เหมือนกับสายลมที่พัดผ่านมา

และเมื่อสิ้นคำของชายหนุ่ม เบนเริ่มขยับเขยื้อนกายแกร่งเพื่อให้ส่วนอ่อนไหวของทั้งคู่เสียดสีกันอย่างเป็นจังหวะโดยปราศจากการลุกล้ำเข้าช่องทางอันหวงแหน เรย์สะดุ้งกอดร่างสูงไว้แน่นเพราะความเสียวซ่านที่ได้รับ ความรู้สึกที่ถูกกระตุ้นจากความเป็นชายอันอุ่นร้อนของเขาที่สัมผัสขยับเคลื่อนแนบกับกลีบกุหลาบของเธอกำลังทำให้เธอคลุ้มคลั่ง เรย์กัดริมฝีปากจนบวมช้ำ เงยคอรับสัมผัส เมื่อเขาเข้ามาจู่โจมทั้งสองเต้าของเธออีกครั้งทั้งๆที่ข้างล่างยังคงดำเนินไปอย่างถี่กระชั้น

“อื้อ...” หญิงสาวครางไม่ได้ศัพท์ด้วยความรู้สึกที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ เสียงน้ำที่ไหวกระเพื่อมตามแรงขยับประสานของสองร่างดังเป็นจังหวะ ยิ่งได้ยิน เรย์ยิ่งรู้สึกกระดากอาย แต่ก็ยิ่งทำให้อารมณ์รักกระเจิดกระเจิงมากขึ้นไปอีก ส่วนเบน โซโล เขาคือเครื่องจักรพิฆาตสตรีที่พระเจ้าบรรจงสร้างมาดีๆนี่เอง

“ขอเข้าไปได้ไหม หืมม” เบนเอ่ยกระซิบอย่างเว้าวอน เขากำลังจะเป็นบ้าหากยังต้องอยู่ในสภาพนี้ เขาอดทนมาจนถึงฟางเส้นสุดท้าย ผลไม้อันสุกงอมของเขา ควรจะถึงเวลาเก็บเกี่ยวที่เขาจะได้ลิ้มรสแห่งสวรรค์เสียที หากแต่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธ ราวกับต้องการจะทรมานเขาให้ตายไปต่อหน้าต่อตา

“อย่านะ...หะ...ห้าม...เด็ด...ขะ...ขาด” เรย์พูดอย่างขาดห้วงเพราะเธอกำลังจะประคองสติไม่ไหวแล้ว แม้สะโพกและเอวคอดจะขยับโยกตอบรับตามการชักนำของร่างสูง แต่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็ยังดึงเธอไว้จนวินาทีสุดท้าย เธอห้ามมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเกินเลยกับนายพลแห่งคอรัสซังโดยเด็ดขาด หากยังมีความซื่อสัตย์ต่อนาบูอยู่บ้าง เพียงแค่นี้เธอก็คิดว่ามันมากจนเกินพอดีอยู่แล้ว

“เด็กน้อย เจ้าใจดำมาก” พูดจบร่างสูงก็ขยับเคลื่อนถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดทั้งสองก็ปลดปล่อยออกมาด้วยความสุขสมพร้อมๆกันเพียงแค่การเสียดสีสัมผัส โดยที่เจ้าหญิงแห่งนาบูก็ยังคงครองความบริสุทธิ์ทางกายได้อย่างที่ใจปรารถนา แต่สำหรับเบน โซโล มันช่างเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ทรมานแสนสาหัส ที่ต้องหักห้ามตัวเองไม่ให้ลุกล้ำช่องทางคับแน่นอันหวานล้ำที่เขาโหยหามาตลอด และนั่นอาจจะตั้งแต่ที่ทั้งสองได้จุมพิตกันเมื่อแรกเจอ

หลังกิจกรรมอันแสนหวานและเร่าร้อน เรย์ซุกซบใบหน้าลงบนบ่าหนาหนั่นของเบนด้วยความอ่อนแรง เธอรู้สึกถึงพลังอันอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากผิวกายที่เต็มไปด้วยเหงื่อชุ่มโชกของเขา เบนกอดรัดคนตัวเล็กในอ้อมแขนไว้แน่น สองร่างหอบหายใจเป็นจังหวะประสานกัน เรย์ผลอยหลับด้วยความเหนื่อยอ่อนในอ้อมกอดอันแสนปลอดภัยของเขา ส่วนเบน เขาพิงขอบสระพลางเงยหน้ามองท้องฟ้าลอดผ่านกิ่งไม้และใบไม้ที่ซ้อนทับกันอย่างหนาแน่น ร่างสูงถอนหายใจยาวออกมาเมื่อรู้สึกโล่งใจที่เขายังไม่ได้ทำลายความบริสุทธิ์ผุดผ่องนั้น รู้สึกขอบคุณสติของเรย์และอะไรก็ตามที่ทำให้เธอปฏิเสธเขา และเขาก็ไม่ฝืนใจเธอ เพียงแต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะทนได้อีกนานแค่ไหน ในเมื่อได้กวางน้อยมาอยู่ข้างกายล่อตาล่อใจแบบนี้ ราชสีห์ตนนี้จะถือศีลบำเพ็ญตบะได้ถึงเมื่อไหร่กันหนอ เห็นทีคงจะต้องลักลอบเชยชมมื้ออาหารสุดพิเศษนี้แบบเดิมไปก่อน ให้เธอและเขาได้รู้สึกถึงกันเพียงในห้วงนิทราอันหวานล้ำต่อไปอีกสักพัก เขาจะไม่บังคับจิตใจของเธอและรอวันที่เธอร้องขอมันด้วยความปราถนาของเธอเอง

.................................................To Be Continued........................................................

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #50 Vandemort (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 18:21

    โอ้ยยยยย อยากอ่านต่อค่าาาา

    #50
    0
  2. #49 Cherry Wanlada (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:14
    ไรท์คะเรื่องนี้ไมีแจ้งเตือนอ่าาาาา
    ปล.ขอดองตอนนี้ก่อนอยากอ่านไปแบบช้าๆกลัวจบแล้วต้องรอตอนต่อไป ไม่เมกเซ็นส์เลย55555
    #49
    0
  3. #43 Tichira (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:04
    โอ้ยยยยย ไม่มี อไรจะเขินไปมากกว่านี้แล้วค่ะ เลือดจะหมดตัว เอือกกกก
    #43
    0
  4. #42 kwang1990 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:52
    อ่านไปเขินไปค่ะไรท์ โอ้ยแม่เอ้ยยยย หนูเขินเค้า กลัวใจอิพี่ตบะแตก
    #42
    0
  5. #41 Bloody fo Princess (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:15

    ละมุมมาก หื่ออ การเขียน การใช่ภาษา

    ชั่งนุ่มนวล อะไรเพียงนี้ // เคลิม อ่า

    #41
    1
    • #41-1 PoxiiChicky(จากตอนที่ 10)
      19 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:15
      งื้ออ ขอบคุณมากกๆๆเลยค่า สำหรับทุกๆคอมเม้น เป็นกำลังใจที่ดีมากๆไๆๆๆๆๆๆๆ ค่ะ
      #41-1
  6. #40 Mellow D (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:55

    OMGGGGGGG โซฮอตมากกกกกแม่ อิพี่คือขอกันอย่างนี้!!!!??? อิพี่รว้ายมากกกกก กวางน้อยจะช้ำแล้วววววว


    สงสัยปมน้องเรย์มาก แล้วก็ยิ่งอยากรู้ว่าอิพี่จะช่วยน้องยังไง พี่ดูมั่นหน้ามาก ประกาศความเป็นเจ้าของตลอดๆ

    #40
    1
    • #40-1 PoxiiChicky(จากตอนที่ 10)
      19 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:21
      5555 อิพี่เยอะแยะจริงงงงงงงงค่ะ
      #40-1
  7. #39 Jennie (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:02

    T T ไรท์อัพแล้ว เรารอเรื่องนี้ทุกวันเลย


    // กรี๊ดดดดดดด พี่เบนจะแซ่บกับน้องกลางแจ้งไม่ได้

    อ่านไปบิดไป

    #39
    1
    • #39-1 PoxiiChicky(จากตอนที่ 10)
      19 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:21
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่า 5555 อิพี่คือบับบบบบ
      #39-1