[Star Wars::AU::Reylo] Love Illusion

ตอนที่ 1 : Blood by Blood

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    4 ม.ค. 63

เสียงลำธารแห่งป่าเอนดอร์ไหลเอื่อยๆพัดพากลีบดอกไม้นานาพันธุ์ที่สลับกันโรยร่วงในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิไปตามกระแส น้ำใสราวกับกระจกทำให้เห็นปลาตัวเล็กๆกำลังแทะเล็มเศษตะไคร่สีเขียวอ่อนบนหินเกลี้ยงได้อย่างชัดเจน ท้องฟ้าในยามสายวันนี้เป็นสีฟ้าสว่างสดใส เมฆขาวลอยสูงตัดกับสีฟ้าสดนั่นบรรยากาศแบบนี้ช่างพาให้หญิงสาวที่กำลังจะครบสิบเก้าปีบริบูรณ์ซึ่งนั่งเหยียดกายด้วยความเมื่อยล้าอยู่ริมธารได้รู้สึกผ่อนคลายอย่างที่สุด เธอบรรจงถอดผ้าคลุมไหล่และศีรษะซึ่งทำจากหนังแกะสีขาวออกแล้ววางมันอย่างทะนุถนอมบนขอนไม้ข้างกายจึงเผยให้เห็นกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนที่ยาวคลอเคลียพวงแก้มชมพูเรื่อที่มีปอยเหงื่อพรมอยู่บางเบา ดวงตากลมโตสีน้ำตาลทองจ้องเขม้นอยู่ที่ปมเชือกรองเท้าหนังที่ติดแน่นทำให้เธอต้องตั้งอกตั้งใจแก้มันอยากยากลำบาก หญิงสาวกัดเม้มริมฝีปากอิ่มสีชมพูสดเบาๆอย่างไม่รู้ตัว

 

“เชือกหนังแบบนี้ทำข้าลำบากอยู่เรื่อย...เจ้าเห็นข้าต้องพยายามแก้เจ้านี้กี่หนแล้วนะบีบี”  

 

เธอพูดในขณะที่ยังจดจ้องอยู่กับเชือกกลุ่มเดิม คิ้วโก่งขมวดมุ่นหากันแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นจริงจัง ในระหว่างนั้นหางตาก็ทันสังเกตเห็นสุนัขจิ้งจอกขนสีขาวสะอาดแซมส้มที่วางลูกกระต่ายที่คาบอยู่ในปากไว้บนพื้นหญ้าแล้วหมอบลงข้างๆเธอ

 

“กินจุมากไปแล้วนะบีบี อย่าเพิ่งกินเยอะนะเจ้ายังต้องวิ่งกับข้าต่อ ถ้ายังล่าเหยี่ยวสีทองตัวนั้นไม่สำเร็จข้าคงไม่มีหน้ากลับไปหาอาจารย์”  

 

ใช่แล้วเธอไม่อาจกลับไปหาอาจารย์ได้หากเจ้าเหยี่ยวนั่นยังบินวนเวียนอยู่แบบนี้ เรย์ไล่ตามมันมาสามวันสามคืนแต่ลูกธนูของเธอก็ยังไม่สามารถสอยเจ้าเหยี่ยวนั่นได้ มันเองก็ไม่บินหายไปไหนไกล ยังคงวนเวียนราวกับจะท้าทายเธอ ทุกครั้งที่เหมือนจะเล็งสำเร็จมันก็จะบินหนีสูงขึ้นไปจนเหนือระยะธนูของเธอ แล้วสักพักมันก็จะบินวนกลับลงมา เธอได้รับมอบหมายจากท่านอาจารย์ให้ตามล่าเหยี่ยวตัวนี้ให้สำเร็จหลังจากที่มันชอบมาขโมยไก่ที่เลี้ยงไว้หลายครั้งหลายครา แต่อันที่จริงแล้วเธอรู้ว่าอาจารย์ต้องการจะพิสูจน์ฝีมือของเธอ การตามล่าเหยี่ยวครั้งนี้มันสำคัญสำหรับเธอมากกว่านั้น เรย์รู้ดีว่าหากภารกิจนี้สำเร็จมันจะทำให้เธอได้กลับบ้าน กลับไปสู่อ้อมกอดพ่อ เธอคิดถึงหนวดเคราอันรุงรังของพ่อที่ทำให้เธอจักจี้ทุกครั้งที่พ่อจูบราตรีสวัสดิ์  

 

“เห้อ~”

 

ร่างบางเผลอถอนหายใจออกมา นี่ก็เก้าปีแล้วที่เธอถูกส่งมาอยู่ไกลบ้าน เธอไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงที่พ่อส่งเธอมาอยู่กับอาจารย์กลางป่าเอนดอร์ว่าเพราะอะไร แต่นานวันเข้าหญิงสาวก็ได้รู้ว่าตลอดเวลาเก้าปีที่ผ่านมามันสอนอะไรเธอมากแค่ไหน บทเรียนแต่ละบทที่อาจารย์ฝึกฝนเธอ รอยจ้ำเขียวตามผิวขาวนวลก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวันทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เธอแทบไม่เคยต้องทำอะไรด้วยตัวเองเลย เธอเคยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่แสนสบายในเมือง แต่นี่ทั้งงานบ้าน งานครัว วิชาป้องกันตัวต่างๆกลับถูกยัดเยียดให้เธอมากมาย เรย์รู้ว่าเธอได้เปลี่ยนแปลงและเติบโตเป็นสาวที่กำลังจะครบสิบเก้าปีเต็มที่เข้มแข็งและรู้จักโลกภายนอกมากขึ้น โลกนอกกรงทองที่เธอไม่เคยรู้ตัวเลยว่าถูกขังไว้ตลอดสิบปี อาจารย์ที่เธอเคยแอบโกรธอยู่ทุกวันเพราะไม่ชอบที่ทรมานเธอ บัดนี้ได้กลายเป็นเสมือนพ่อคนที่สองของเธอ หญิงสาวเคารพและบูชาในตัวเขามาก ถึงแม้จะเคยน้อยอกน้อยใจว่าทำไมพ่อแท้ๆต้องบังคับเธอให้มาอยู่กับลุงขี้บ่น แต่บัดนี้เธอกลับขอบคุณที่ท่านตัดสินใจแบบนี้ และแน่นอนว่าครั้งนี้เธอจะต้องไม่พลาด อาจารย์จะต้องภูมิใจในตัวเธอ และเธอต้องได้กลับไปหาพ่อของเธอสักที

 

เรย์ทัดปอยผมที่ปรกลงมาไว้กับหลังหูเผยให้เห็นรอยยิ้มน้อยๆของเธอที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างสดใสขึ้นอีกเป็นกอง แววตาใสสว่างโรจน์ขึ้นเมื่อคิดจินตนาการไปถึงวินาทีที่ธนูของเธอปักไปบนเหยี่ยวนั่น เมื่อแก้ปมรองเท้าสำเร็จเธอจึงลุกขึ้นเดินเท่าเปล่าไปยังลำธารให้สายน้ำเย็นสดชื่นได้สัมผัสกับเท้าอันแสนระบม เรย์กวักน้ำสาดไปยังบีบีจิ้งจอกตะกละเบาๆจนมันเงยจากซากกระต่ายแล้วสะบัดขนสองสามครั้งก่อนที่จะก้มหน้าก้มตากินต่อ หญิงสาวหัวเราะน้อยๆกับท่าทางของเพื่อนรักที่เธอเคยช่วยเหลือมันไว้จากหมูป่าตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อเธอขอเลี้ยงมันอาจารย์ก็อนุญาตอย่างง่ายดายโดยเธอต้องรับปากว่าจะเป็นคนดูแลทุกๆอย่างของมัน ตอนแรกเธอก็คิดว่ามันคงจะไม่มีอะไรมาก แต่การรับผิดชอบชีวิตอีกชีวิตเป็นอีกบทเรียนสำคัญของเธอ กว่าเจ้าบีบีจะเติบโตมาเป็นคู่หูเธอได้อย่างตอนนี้ทำเอาเรย์ต้องวุ่นวายไม่น้อยเช่นกัน  

 

เมื่อย่ำน้ำจนพอใจเธอก็กลับมานอนคุดคู้ได้ต้นไม้ข้างๆเจ้าจิ้งจอกแล้วหลับผลอยไปด้วยความเหนื่อยอ่อน

..........................................................

 

เรย์สะดุ้งตื่นทันทีที่ได้ยินเสียงบีบีหอนขึ้นมา เมื่อหันรอบกายสำรวจแสงอาทิตย์รู้ได้ว่าเข้าเวลาบ่ายแก่ๆแล้ว เธอมองตามทิศทางที่เจ้าสุนัขจิ้งจอกเงยไปก็เห็นเจ้าเหยี่ยวสีทองตัวนั้นกลับมาอีกครั้ง คราวนี้มันบินวนอยู่ทางเหนือไปไม่ไกล  

 

เรย์กระวีกระวาดใส่รองเท้าหนังที่หุ้มขึ้นมาถึงใต้หัวเข่า ผู้เชือกเสื้อคลุมศีรษะสีขาวหิมะ คว้าคันธนูสะพายกระบอกลูกดอกแล้วออกวิ่งตามไปทันที ดูเหมือนตอนนี้เจ้าเหยี่ยวจะบินไวกว่าที่เคยเห็น ไวกว่าตอนที่มันยั่วเย้าเธอ แต่เรย์ไม่มีเวลาให้สงสัย หญิงสาวรีบสาวเท้าไปอย่างว่องไวกระโดดหลบรากและขอนไม้ด้วยความคล่องแคล่วชำนาญ เธอก้มศีรษะเมื่อกิ่งไม้ใหญ่ขวางทาง แต่สายตาก็ยังจับจ้องไปยังบนฟ้านั่นไม่วางตา เหยี่ยวตัวร้ายยังมุ่งหน้าอย่างรวดเร็วแต่ดูเหมือนมันจะเปลี่ยนทิศทางกระทันหันไปทางตะวันออก  

 

“ตามมาเร็วบีบี เราไม่มีเวลาแล้วนะ!”

 

เรย์เร่งฝีเท้าขึ้นอีกเมื่อเหยี่ยวทองกระพือปีกหนีไปไกลยิ่งขึ้น ระหว่างนี้เธอเอื้อมมือไปข้างหลังหยิบลูกธนูสีขาวเตรียมขึ้นลำจู่ๆเจ้าเหยี่ยวก็หยุดเคลื่อนไหวบินวนเป็นวงกลมรอบพื้นที่ราวกับมันกำลังโคจรรอบอะไรบางอย่าง สิ่งที่มันสนใจอยู่คงจะดึงดูดมันได้มากพอจนทำให้มันไม่ได้สนใจหรือรู้สึกถึงการมาของเรย์แม้แต่น้อย หญิงสาวฉีกยิ้มกว้างลิงโลดอยู่ในใจเพราะนี่แทบจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของเธอ เรย์รู้สึกขอบคุณอะไรก็ตามที่ดึงความสนใจของเจ้าเหยี่ยวทองสุดเจ้าเล่ห์ตัวนี้ คงจะเป็นเหยื่อน่าสงสารที่เจ้าเหยี่ยวเฝ้าจะตะครุบ คิดได้เช่นนั้นร่างบางก็หันไปจุ๊ปากให้บีบีเงียบเสียงลง แล้วค่อยๆสาวเท้าเข้าไปยืนในตำแหน่งที่เหมาะ เรย์เงื้อธนูเล็งแล้วเฝ้ารออย่างใจเย็น รอให้เจ้าเหยี่ยวได้เวลาจู่โจมเหยื่อของมันแล้วเธอจะจัดการในขณะที่มันไม่ทันได้ระวังตัว  

 

“ฟิ้วววววววว ฉึก…..”

 

ในช่วงจังหวะที่รอคอย เสียงลูกธนูแหวกอากาศตรงดิ่งไปเข้าเป้าได้อย่างเหมาะเหม็ง เสียงแหลมของนกเหยี่ยวร้องก้องป่าราวกับเสียงประกาศชัยชนะของเรย์ ร่างบางฉีกยิ้มกว้างแล้วรีบวิ่งผ่านแนวป่าตรงไปทิศทางที่เหยี่ยวสีทองร่วงลงสู่พื้น

 

“ตามมาเร็วบีบี มาเร็วๆ!”

 

เสียงใสร้องอย่างตื่นเต้นหันไปพูดกับจิ้งจอกขาวส้มอย่างลิงโลด เธอแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะได้เห็นสีหน้าอาจารย์เมื่อเธอกลับไปพร้อมเจ้าเหยี่ยวในมือ ความสำเร็จนอนรอเธออยู่เบื้องหน้าแล้ว

 

..........................................................

 

ทันทีที่วิ่งผ่านดงพุ่มไม้ใหญ่ที่บดบังเบื้องหน้าซึ่งเป็นปราการสุดท้ายที่กั้นระหว่างเธอกับเหยี่ยวสีทองเรย์ถึงกับผงะเมื่อเธอเห็นกลุ่มชายในชุดเกราะและชุดคลุมดำประมาณสิบคน บ้างก็ยืนอยู่บนพื้นบ้างก็นั่งอยู่บนหลังม้าสร้างวงล้อมเจ้าเหยี่ยวสีทอง เรย์รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลชวนให้สังหรณ์ไม่ดี พวกนั้นคิดจะทำอะไรกับเจ้าเหยี่ยวพิเศษ ‘ของเธอ’  

 

เรย์สาวเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปอย่างไม่เกรงกลัว เธอจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาชุบมือเปิบเอารางวัลของเธอไปทั้งนั้น ร่างบางผลักชายที่ขวางทางเธออยู่ออกเพื่อแทรกตัวเข้าไปยังเจ้าเหยี่ยวชะตาขาดที่อยู่กลางวงล้อม นั่นทำให้ทุกคนสังเกตเห็นผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้เป็นครั้งแรก  

 

เรย์อาศัยจังหวะที่ทุกคนงุนงงคุกเข่าแล้วเอื้อมมือคว้าเหยี่ยวที่นอนแน่นิ่ง หล่อนกอดเหยี่ยวที่ไม่มีลมหายใจไว้ในอกแน่นแล้วลุกขึ้นทำท่าจะเดินฝ่ากลุ่มชายร่างสูงใหญ่เหล่านี้ออกไปราวกับพวกเขาไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น นี่เป็นสิ่งเดียวที่ลุคไม่สามารถห้ามเจ้าลูกศิษย์ดื้อด้านคนนี้ได้เสียที เรื่องการหยุดหาเรื่องใส่ตัว  

 

“เห้ย เจ้าเป็นใคร!” ชายวัยกลางคนร่างใหญ่กำยำมีหนวดเคราครึ้มตะคอกเสียงห้าวเป็นคนแรกแล้วยืนขวางเธอไว้

 

เรย์ไม่ตอบเธอชะงักฝีเท้าแล้วเงยหน้ามองชายคนที่พูดด้วยแววตากล้าหาญที่ช่างขัดกับใบหน้าสวยน่ารักของเธอเสียจริง ดวงตากลมโตสุกใสเหมือนตากวางใต้แพขนตาหนา แก้มสีเลือดฝาด จมูกรั้น และริมฝีปากบาง รับกับเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนของเจ้าหล่อน ทำเอาทุกสายตาจับจ้องอย่างสนใจและประหลาดใจไปพร้อมกัน  

 

“หูหนวกรึไงสาวน้อย! ข้าถามทำไมไม่ตอบ เจ้าเป็นใคร ปล่อยเหยี่ยวลงเดี๋ยวนี้!”

 

“มีอะไร มาคุส” เสียงหนึ่งดังขึ้น มันเป็นเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูน่าเกรงขามแต่ก็สงบอบอุ่นในคราวเดียวกัน เจ้าของเสียงเองก็คงจะมีเป็นคนมีอำนาจในกลุ่มนี้เพราะการมาของเขาทำให้ชายทุกคนบริเวณนั้นเงียบเสียงทันทีและหันไปค้อมศีรษะเล็กน้อยอย่างพร้อมเพรียง  

 

ทุกคนแหวกทางให้คนที่นั่งสง่างามบนหลังม้าสีดำค่อยๆย่างเข้ามาใกล้อย่างองอาจ ชายคนนั้นมาหยุดห่างจากเรย์ได้สักสามเมตร โครงหน้ายาวคมแฝงแววน่าครั่นคร้ามประดับด้วยดวงตาสีน้ำตาลในเฉดที่เข้มสุดมองเห็นหญิงสาวท่ามกลางวงสนทนา ผมยุ่งสีดำเคลียบ่าหนาหนั่นเพิ่มกลิ่นอายความดิบให้กรอบหน้าที่ล้อมด้วยสันกรามคม  

 

วินาทีหนึ่งที่ดวงตาน้ำตาลเข้มของชายผู้มาใหม่ ประสานกับแววตาสุกใสแต่แฝงความดื้อรั้นสีน้ำตาลทองของเรย์ คิ้วหนาของชายหนุ่มกระตุกเครียดขึ้นเล็กน้อยแต่คลายลงอย่างรวดเร็วเสียจนไม่มีใครสังเกตเห็น  

 

เรย์เงยมอง พิจารณาใบหน้าหล่อคมเข้ม เหมาะเจาะกับผิวขาวแต่ออกแทนน้อยๆเพราะผ่านการกรำแดดมายี่สิบเก้าปี ร่างบางสัมผัสได้ถึงท่าทางและกลิ่นอายที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจซึ่งแผ่ทั่วบรรยากาศรอบตัวยามชายเจ้าของเรือนกายสมบูรณ์แบบผู้นี้มาถึง ชายผู้นี้ไม่เพียงแต่ดูน่าเกรงขามแต่ทำให้เรย์รับรู้สึกรังสีที่น่าอึดอัดบางอย่างยามที่สายตานั้นมองตรงมาที่เธอแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน  

 

“ข้าขอเหยี่ยวคืน” ริมฝีปากหยักที่ซ่อนอยู่ใต้เคราของเขากล่าวเรียบๆด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เรย์คิ้วกระตุกทันที หล่อนมองชายอวดดีเจ้าของไหล่กว้างรับกับช่วงอกหนาที่มีแต่มัดกล้ามแข็งแรง อย่างขุ่นเคือง

 

“ไม่มีทาง!” ถึงจะตอบโต้ออกไปด้วยเสียงห้วน แต่ก็ไม่สามารถบดบังเนื้อเสียงหวานใสได้แม้แต่น้อย

 

“เจ้าเป็นใครบังอาจพูดจากับท่านเบน โซโลแบบนี้ได้ยังไง!” มาคุสต่อว่าขึ้นมาอย่างคุมอารมณ์ไม่ได้ คณะเดินทางของพวกเขาไม่ได้มีเวลามาเล่นกับเด็กไม่รู้จักโต

 

“อย่าทำให้ข้าเสียเวลา” เสียงทุ้มลึกของชายชื่อเบนเอ่ยขึ้น อย่างไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ไม่มีท่าทีหงุดหงิดหรือพึงพอใจ สีหน้านิ่งและเยือกเย็นใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อยแต่สายตาเหลือบต่ำลงเพื่อมองหญิงสาวเบื้องล่าง  

 

“ก็เหยี่ยวนี่เป็นของข้า ทำไมต้องคืนในเมื่อข้าเป็นคนยิงมันตกลงมา” เรย์ตอบโต้ทันควัน เห็นทำเก่งแบบนี้แต่ใจจริงเธอก็กลัว ยิ่งชายที่ชื่อเบนนั่นกำลังจ้องเธอด้วยแววตาแบบนั้น เหมือนเขาอาจจะชัดดาบออกมาเชือดเธอได้ทุกเมื่อ  

 

เบนหันไปยังมาคุสแล้วยักคิ้วเข้มเป็นคำสั่ง เขาเบือนหน้าไปจากหญิงสาวเจ้าของพวงแก้มสีเลือดฝาด เจ้าหล่อนช่างใจกล้าไม่สมกับร่างแบบบางนั่นแม้แต่น้อย ไหล่กลมมน และเรียวแขนแรียวขาแห้งๆแบบนั้นก็คงจะเปราะหักทันทีที่เขาบีบมันด้วยมือแกร่งกร้านนี้  หากแต่หล่อนมีกลิ่นอายบางอย่างที่สะดุดใจเขาอย่างบอกไม่ถูก ทำให้เขายังไม่มีอารมณ์จะหักแข้งขาเธอ และตอนนี้เขาก็ไม่มีเวลาสนใจ ไม่มีอะไรสำคัญสำหรับนายพลหนุ่มแน่นอย่างเขาอยู่แล้วนอกจากภารกิจเพื่อ ‘คอรัสซัง’ บ้านเมืองของเขา  

 

มาคุสเข้าใจสัญญาณของเจ้านายในทันที เขาสั่งให้ชายสองคนหิ้วปีกสาวน้อยผู้น่าสงสารขึ้น เรย์ถูกกระชากสองแขนไปอย่างง่ายดายพร้อมกับดาบที่จ่ออยู่ที่คอหอยของเธอ เป็นครั้งแรกที่หล่อนมีคู่ต่อสู้อื่นที่ไม่ใช่อาจารย์ ชายพวกนี้แรงเยอะมากจริงๆ ราวกับจะหักเธอได้เป็นชิ้นๆ พยายามขืนเท่าไหร่ก็ขยับไม่ได้แม้แต่น้อย ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยรู้ตัวเลยว่าตนเองอ่อนแอขนาดนี้

 

ทันทีที่สองแขนถูกพันธนาการมือสองข้างก็จำต้องปล่อยเจ้าเหยี่ยวทองให้หลุดลงพื้น เรย์กัดริมฝีปากแน่นแล้วเงยหน้ามองชายจอมบงการคนนั้นด้วยสายตาคาดโทษ ความรู้สึกบางอย่างชักนำให้เบนหันกลับมามองอีกครั้งและทันทีที่ดวงตาสีน้ำตาลทองที่ฉ่ำไปด้วยน้ำตาคลอเบ้าส่งประสานความโกรธให้กับดวงตาแห่งรัตติกาล เบนก็ขบกรามคมสันเบาๆโดยตนเองก็ยังไม่รู้ตัว เขาเผลอมองไล่ไปบนริมฝีปากแดงที่ขบเม้มแน่นด้วยความกรุ่นโกรธ  

 

เด็กอะไร เห็นแล้วมันน่าจับมาสั่งสอน ยังไม่นับสายตาก้าวร้าวแบบนั้น ช่างเหมาะกับใบหน้าที่ดูดื้อรั้นของหล่อนเสียจริง  ยัยเด็กนี่คิดจะสาปแช่งเขาด้วยสายตา แต่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า ตลกสิ้นดี

 

เหล่าชายตัวโตที่ยืนอยู่เห็นท่าทางของเรย์ต่างก็พาสนใจไปตามๆกัน คงไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีหญิงสาวใจกล้าดึงดันจะเอาเหยี่ยวทองของเจ้านายพวกเขา มิหนำซ้ำยังอาจหาญจ้องเบน โซโลสุดโหดของพวกเขาอย่างไม่เกรงกลัว

 

“มาคุส ขอเหยี่ยวให้ข้า” ผู้บังคับบัญชาหนุ่มเอ่ยขึ้นทำให้ลูกน้องรีบก้มลงหยิบเหยี่ยวที่ตกอยู่บนพื้น

 

“นี่ขอรับ ท่าน” ชายเคราหนาส่งเหยี่ยวให้เบนอย่างนอบน้อม เขารับไปอย่างดูหยิ่งยะโสในความคิดของเรย์ แล้วพลิกดูสัตว์ในมืออย่างละเอียด เมื่อเห็นรอยธนูอย่างชัดเจนชายหนุ่มยิ้มมุมปาก

 

“เหยี่ยวทองนี้เป็นของข้าอย่างชอบธรรม มาคุสจัดการต่อด้วย” เขาโยนเหยี่ยวลงในถุงที่ลูกน้องอีกคนเปิดรอไว้แล้วบังคับม้าหันหลังกลับโดยไม่สนใจคนที่โมโหแทบบ้าอยู่ตรงนั้น นายพลแห่งคอรัสซังกำลังควบม้าจากไปอย่างไม่ใยดี

 

“เอาเหยี่ยวของข้าคืนมาเถอะนะ...มันสำคัญมากจริงๆ” เรย์ตะโกนอ้อนวอนเพราะตอนนี้ก็ดูเหมือนเป็นทางเดียวที่เธอคิดออก เธออยู่ในสถานะเป็นรองและก็ต้องการเหยี่ยวจริงๆ สายตาของเธอจ้องตรงไปยังเบน โซโลที่ขี่ม้าห่างออกไป เธอกำลังขอร้องเขา หากแต่เขาไม่คิดที่จะหันมา  

 

เหล่าลูกน้องของเบนปล่อยเธอเป็นอิสระแล้วตามชายผู้เป็นหัวหน้าไป  

น้ำตาที่ตัวเธอเองก็ไม่ได้หลั่งมานานก็กลบตาจนพร่ามัว เรย์รีบยกแขนขึ้นเช็ดอย่างลวกๆ ทั้งๆที่พยายามข่มมันไว้ แต่เธอทั้งโกรธทั้งเสียใจ เจ้าบีบีรีบวิ่งตรงมาปลอบเธอทำให้เธอเพิ่งจะสังเกตอีกครั้งว่าเมื่อครู่มันคงหลบอยู่ในพุ่มไม้ โชคดีที่เจ้าจิ้งจอกเผือกไม่วิ่งออกมาให้พวกนั้นเห็น เพราะหากเป็นอย่างนั้นเธออาจต้องเสียมันไปอีกก็เป็นได้ คนพวกนั้นขี้โกงเอาเปรียบเธอ ขโมยของเธอไป เรย์กำมือแน่น กัดริมฝีปากอิ่มจนเลือดซิบ เธอโกรธและเกลียดผู้ชายที่ชื่อเบน โซโล  

 

ไวกว่าความคิดเรย์เหยียดกายขึ้น คว้าธนูของเธอ ขึ้นคันศรแล้วเล็งไปที่คนขี้ขโมยบนหลังม้า แล้วในจังหวะที่โทสะครอบครอง เธอก็ปล่อยให้ลูกธนูลอยไปอย่างเร็วและรุนแรงหวังจะสอยผู้ชายชั่วร้ายคนนั้นให้ร่วงลงจากม้า โดยไม่ได้ทันคิดคำนวนเลยว่ามันจะทำให้เธอต้องเสียใจในภายหลังหรือไม่ เธอยิงธนูใส่ เบน โซโล

 

“ซวบ!” ลูกธนูทำได้เพียงเฉียดแก้มซ้ายของเป้าหมาย เบนเบี่ยงหลบได้อย่างรวดเร็ว แถมยังคว้าลูกธนูของเธอได้ทันควัน เรย์อ้าปากค้างนึกไม่ออกว่าเขาคว้าลูกธนูของเธอแบบนั้นได้อย่างไร เขาเคลื่อนไหวได้ว่องไวอย่าไม่น่าเชื่อ ชายหนุ่มหันกลับมามองผู้ที่ปองร้ายเขาด้วยสายตาเยียบเย็น คิ้วหนาขมวดเครียด พร้อมกับรู้สึกถึงหยดเลือดที่ซิบๆที่ซึมออกมาจากแผลถลอกบนใบหน้า สาวน้อยบ้าระห่ำคนนี้ทำให้ทหารเอกแห่งคอรัสซังมีบาดแผล  

 

ชายทั้งกลุ่มมองตะลึงในชั่ววินาทีก่อนที่ม้าทุกตัวจะถูกดึงบังเหียนให้หันกลับมาหาเรย์ สายตาทุกคู่จับจ้องอยู่บนดวงหน้าที่มีแววตาสั่นระริกราวกับกวางน้อยที่ถูกล้อมโดยฝูงราชสีห์โหย  

 

กว่าจะคิดได้ว่าตัวเองใช้อารมณ์เพียงชั่ววูบขยันหาเรื่องใส่ตัวอีกหนก็สายไปเสียแล้ว เรย์ผงะแล้วเริ่มสาวเท้าถอยหลังอย่างเชื่องช้า คุมเชิง เธอกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอ ลิ้นน้อยเลียริมฝีปากด้วยความประหม่า ในสมองกำลังคิดคำนวนหนทางเอาตัวรอดที่มีอยู่น้อยนิด

 

เบนส่งสายตาคาดโทษผ่านใบหน้าที่แฝงไปด้วยความกรุ่นโกรธ ทำให้เจ้ากวางน้อยรับรู้ได้ถึงโทสะที่แผดเผาราชสีห์รูปงามนี้อยู่ภายใน เรย์เม้มริมฝีปากแน่นในขณะที่ประเมินท่าทีของฝ่ายตรงข้าม เธอถอยในขณะที่อีกฝ่ายลงจากหลังม้าและย่างสามขุมเข้ามา ร่างบางเร่งสาวเท้าถอยหลังจนเกือบจะล้มลงแต่แผ่นหลังอ้อนแอ้นนั้นก็ชนเข้ากับต้นไม้จนเรย์สะดุ้งตกใจ และเมื่อหันกลับมาอีกครั้ง เขาผู้นั้นก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอเสียแล้ว ยิ่งเบนเข้ามาใกล้เธอยิ่งสังเกตุว่ารูปร่างเขาช่างสูงใหญ่เหลือเกิน เงาของเขาแทบจะกลืนกินเธอได้ทั้งตัว เรย์มองซ้ายขวาอย่างลนลาน แต่ไม่ทันไรเธอก็ติดกับดักเมื่อเขาประชิดตัวเข้ามาใกล้แล้วกักเธอไว้กับต้นไม้ด้วยวงแขนแกร่ง กับดักที่เธออาจจะหนีไปไม่รอดตลอดกาล

 

“จะทำอะไรปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!!!” เรย์จ้องเขม็งพยายามผลักไสวงแขนแกร่งราวคีมเหล็กออก เธอไม่เคยต้องใกล้ชิดกับใครหน้าไหนในสภาวะเช่นนี้เลย แต่เขาผู้นี้เกือบจะกอดเธออยู่แล้ว เขากักขังเธอแบบแนบชิดจนน่าอึดอัด คิดแล้วแก้มชมพูอ่อนเดิมก็กลายเป็นสีฝาดแดง ใบหน้าร้อนเห่อขึ้นมา คงเป็นเพราะความโมโห  

 

เบนสังเกตเห็นหยดเหงื่อเล็กๆเกาะพราวบนจมูกโด่งรั้นของอีกฝ่ายจากการไล่สำรวจใบหน้าของเด็กใจกล้าบ้าบิ่น และไม่ทันที่เรย์จะได้คาดคิดต้นขาแกร่งของนายพลเบน โซโลก็แทรกเข้ามาระหว่างสองขาเรียวเล็กของเธอ กักกันไม่ให้เธอหนีไปไหนได้ นั่นทำให้เธอกระตุกวูบ ตอนนี้เธอไม่กล้าขยับหรือแม้แต่จะหายใจที่ต้องตกอยู่ในสถานะการณ์หมิ่นเหม่แบบนี้ เขากล้าทำอย่างนี้กับเธอได้อย่างไร!

 

ความรู้สึกหวามไหวและอึดอัดคล้ายจะเป็นลมถาโถมเข้ามาในสมองกลวงโบ๋ เธอคิดว่ามันต้องเป็นเพราะความโกรธอย่างแน่นอนแล้วเขาก็ใช้ทั้งแขนทั้งขากักเธอไว้แบบนี้ เธอกำลังรู้สึกเหมือนขาดอากาศหายใจ  

 

“ปล่อยเดี๋ยวนี้!!! ออกไป!!!”

เธอพยายามผลักไสอย่างสุดแรง ด้วยความหวาดกลัว คนที่ชื่อเบน โซโลนี่ต้องหูหนวกแน่ๆเพราะทั้งๆที่เธอร้องประท้วงขนาดนี้ นอกจากจะไม่ปล่อยเขายังกระชับแนวแขนจนแคบกว่าเดิม ยิ่งดิ้นก็เหมือนยิ่งหมดหนทาง

 

“เจ้าจะต้องเสียใจที่ทำกับข้าแบบนี้!! เบน โซโล!!” เรย์ขู่รอดไรฟันอย่างชัดถ้อยชัดคำ น้ำเสียงกร้าวราวกับใส่ความเกลียดทั้งหมดที่เคยรู้สึกมาในชีวิตลงไปในนั้น เธอตั้งใจข่มขวัญอีกฝ่าย ทั้งๆที่รู้ว่ามันคงไม่ได้ผล แต่เธอไม่รู้จะทำอะไรกับคนคนนี้แล้วจริงๆ ความแข็งแกร่งของเขาทำให้เธอทำอะไรเขาไม่ได้เลย โทสะของเธอที่ระเบิดออกมาก็โดนคนผู้นี้เหยียบทับไว้หมดสิ้น เขาช่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย  

 

“เจ้าจะฆ่าข้าหรือ เด็กน้อย” สิ้นเสียงเยียบเย็นที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ริมฝีปากที่จะร้องโวยก็ถูกครอบครองโดยไม่ทันตั้งตัว เบนรวบตัวร่างบางไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว ก่อนที่มืออีกข้างที่เหลือจะบังคับที่กรามเล็กของเรย์แล้วตรึงศีรษะเธอไว้กับต้นเมเปิ้ลที่ผลิใบเขียวชอุ่ม เธอหนีไปไหนไม่รอดจริงๆเสียด้วย ปากบางเล็กต้องยินยอมให้ริมฝีปากที่แสนจะดุดันนั้นประกบลงมาตักตวงความหวานเพื่อให้บทลงโทษแก่เธอ เขาบดเบียดเข้ามาอย่างไม่ปรานี ทำเอาผิวอ่อนบางนั้นแดงช้ำบวมเห่อ นี่ยังมีหนวดเคราแข็งของเขาที่กำลังทำเธอเจ็บ แต่ยิ่งไปกว่านั้นเธอเจ็บใจ เจ็บใจตัวเองที่อ่อนแอจนโดนคนคนนี้รังแกได้ถึงขนาดนี้ จูบแรกของเธอคือบทลงโทษที่เขายัดเยียดให้ จากสิ่งที่เธอไม่ได้เป็นต้นเหตุ ชายผู้นี้ต่างหากที่เป็นต้นเหตุ เขาปล้นเหยี่ยวของเธอไป และคราวนี้เขากำลังปล้นศักดิ์ศรีของเธอ  

 

เมื่อตั้งสติได้เรย์พยายามใช้มือเล็กทุบทั้งไหล่ทั้งอกของคนเลวอย่างบ้าคลั่ง เธอจิกและเธอข่วนอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่เขาคงรู้สึกเหมือนถูกแมวสะกิด ไหล่หนาหนั่นและแผงอกกำยำนั้นไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ขณะที่ต้นขาแกร่งก็แทรกเข้ามากดดันอยู่กลางกลีบความอ่อนไหวของสาวน้อยที่ไม่ประสีประสา หนำซ้ำลิ้นอันช่ำชองยังลุกล้ำเข้ามาในโพรงปากหอมหวานเพื่อฉกฉวยโอกาสยามเธอร้องประท้วง ร่างบางรู้สึกเหมือนจะขาดใจจนต้องพยายามหาอากาศให้ตัวเอง แต่อีกฝ่ายก็ดื้อดึงไม่ยอมราวกับตั้งใจจะเอาเปรียบจนเธอจะหายใจไม่ออกตายคามืออันใหญ่โตของเขา เขากดปากหนานุ่มย้ำลงมาซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเธอแทบจะรับสัมผัสอันจาบจ้วงนั้นไม่ไหวอีกแล้ว แล้วในที่สุดเบนก็ขบฟันกัดริมฝีปากล่างของหญิงสาวจนเธอได้เลือด เรย์สะดุ้งเฮือกเพราะความเจ็บ โลหิตอันแปร่งปร่าซึมสัมผัสให้รสกับลิ้นของคนทั้งสองที่เกี่ยวกระหวัดกัน  หยาดน้ำตาของหญิงสาวก็ไหลอาบแก้ม นี่ไม่ใช่น้ำตาแห่งความเจ็บ แต่มันคือน้ำตาแห่งความโกรธและเกลียดที่จะประทับตราไปพร้อมๆกับคราบเลือดบนริมฝีปากของคนทั้งสองที่เรย์จะจำไปอีกนานแสนนานว่าครั้งหนึ่งปีศาจที่ชื่อเบน โซโลได้ทำอะไรกับเธอ

 

ในที่สุดชายหนุ่มก็ยินยอมถอดถอนริมฝีปากออกมาจากความหอมหวานราวลูกพีชตรงหน้า ไม่อยากจะยอมรับว่ารสชาดของเจ้าหล่อนเกือบทำให้เขาเผลอไผลไปมากกว่าการทำโทษเด็กอวดดี เมื่อเธอทำให้เขาหลั่งเลือดเขาก็ต้องได้เลือดจากเธอ

ชายหนุ่มจ้องวงหน้าใสบริสุทธิ์ที่เปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาและความง้ำงออย่างนิ่งๆ  

 

“เลือดต้องแลกด้วยเลือด จำไว้” ทันทีที่พูดจบเขาก็ใช้หลังมือเช็ดเลือดของเจ้าหล่อนออกจากริมฝีปากหยักลึกของตน แล้วผละออกจากหญิงสาว ชายหนุ่มตวัดตัวขึ้นหลังม้าแล้วควบออกไปพร้อมๆกับลูกสมุนที่ก็แอบรู้สึกแปลกใจในการกระทำของเจ้านายตัวเอง แต่ก็ไม่มีใครกล้าปริปากอะไรออกมา  

เบน โซโล ไม่เคยข่มเหงผู้หญิง และแทบจะไม่เคยเข้าใกล้สตรีเพศถ้าไม่จำเป็น นอกจากการปลดปล่อยตามความต้องการของผู้ชายเป็นครั้งคราว ไม่เคยมีการรังแกถ้าเจ้าหล่อนไม่ยินยอม และจะว่าไปก็ไม่เคยมีสาวคนไหนปฏิเสธท่านเบน โซโล ของพวกเขาเลยด้วยซ้ำ ท่าทางสาวน้อยนี่จะทำให้เจ้านายของพวกเขาโกรธมาก แต่ก็สนใจนางมากทีเดียว  

 

หลังจากการทำโทษที่แสนชั่วช้าแล้วเขาก็จากไปพร้อมกับเหยี่ยวสีทองของเธอ เรย์มองโชคร้ายของเธอไกลห่างออกไปพร้อมกับทรุดตัวลงเพราะขาที่อ่อนแรงจนยืนไม่อยู่  

 

หล่อนเอาหลังมือปาดน้ำตาก่อนจะปาดไปบนริมฝีปากอันแสบระบมเพียงเพื่อจะได้เห็นคราบสีแดงจากร่องรอยที่ใครบางคนทำร้ายเธอ

 

“ข้าเกลียด เบน โซโล!!!” ร่างบางซบหน้าลงบนเข่าที่ตนเองที่นั่งคุดคู้ มือเล็กทุบทึ้งผื้นหญ้าอย่างอดกลั้น เรย์กอดตัวเองเพื่อจะเตือนสติว่าศักดิ์ศรีของเธอยังอยู่ และตราบใดที่เธอยังมีชีวิต เธอก็มีสิทธิ์เอาคืนไอ้ผู้ชายบ้าๆคนนั้น และจะเอาคืนอย่างสาสมเลยทีเดียว  

 

-:-:To be continued:-:-

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #29 Cherry Wanlada (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 13:43
    โว้ววววววววววว ฟิน55555 มองข้ามความร้ายของพี่แกไปเลยค่ะ55555
    #29
    0
  2. #16 Tichira (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 06:54
    โอ้วววว เปิดมาฉากแรกพี่แกก็ร้ายใส่น้องเลย
    #16
    1
    • #16-1 PoxiiChicky(จากตอนที่ 1)
      17 มกราคม 2563 / 16:15
      อิๆๆ ฝากติดตามต่อนะคะ ขอบคุณสำหรับเม้นมากเลยค่ะ
      #16-1
  3. #1 ploysira (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 11:53
    แงงงง รีบต่ออ
    #1
    1