ข้ากลายเป็นนางร้าย...เกี้ยวรัก(สนพ.เฟยฮุ่ย)

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 4(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,304
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,871 ครั้ง
    10 เม.ย. 63

อวี้เหลียนเดินตัวตรงขึ้นไปบนเวทียกพื้นหน้าที่ประทับของผู้เป็นใหญ่ทั้งสองเมื่อถึงคิวของนาง ลำดับการแสดงล้วนถูกจัดการเอาไว้แล้วนับตั้งแต่นางได้รับเทียบเชิญซึ่งทางวังหลวงส่งให้ นางรู้สึกตื่นเต้นแต่ก็เบาใจที่วันนี้มีคนโดดเด่นเหนือนาง  ความคิดของนางยังไม่แปรเปลี่ยนเพราะนางยังห่วงชีวิตอยู่มากแต่นางย่อมไม่ให้ท่านพ่อท่านแม่ขายหน้าเกินไปนางขยับยิ้มบางยามที่พิณถูกนำมาวางเอาไว้ตรงหน้าแล้วจรดนิ้วลงบนสายพิณและเริ่มบรรเลงอย่างรื่นไหล แต่ถึงแบบนั้นนางก็ยังทำทีเป็นเผลอกดไปโดนสายที่อยู่ติดกันเล็กน้อยให้เสียงเพี้ยนไป แน่นอนว่าผู้คนคงจะคิดว่านางเล่นไม่ดีนักแต่ทันทีที่นางปลอดปล่อยปราณไปตามกระแสของเสียงเพลงเสียงพูดคุยอื้ออึงก็ดังขั้นอีกครั้ง นางไม่สนใจจะจับความเพียงบรรเลงต่อไปจนจบเพลง ด้วยรูปลักษณ์และชาติกำเนิดของนางรวมถึงปราณขั้นสีม่วงนี้ย่อมทำให้ผู้คนกังขาว่าระหว่างนางและคุณหนูอันจี๋ซุนใครกันที่ควรเป็นหญิงงามอันดับนึ่ง แต่เมื่อนางเล่นพลาดหลายครั้งนางจึงเป็นฝ่ายด้อยกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย

 

"เจ้าเป็นบุตรสาวเสนาบดีจ้าวงั้นหรือ มีนามว่าอันใดกัน" สุรเสียงทรงอำนาจของฮ่องเต้ทำให้นางต้องก้มหน้าเอ่ยตอบ

 

"ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันมีนามว่าจ้าวอวี้เหลียนเพคะ"

 

"ปราณของเจ้ามาถึงขั้นสีม่วงได้นับว่าหาได้ยากยิ่ง เป็นวาสนาของเสนาบดีจ้าวยิ่งนัก"

 

คำกล่าวของฮ่องเต้ชางเซิ่นฝานหรงไม่ได้ยกยอชื่นชมนางจนเกินไปแต่ก็มิใช่ว่าไม่กล่าวชื่นชมเลย นี่เป็นสิ่งที่นางต้องการจึงขยับยิ้มเอ่ยรับอย่างยินดี"ขอบพระทัยเพคะ"

 

รางวัลที่นางได้รับไม่น้อยกว่าคนอื่นแต่ก็ไม่ผิดแปลกชัดเจนดังเช่นอันจี๋ชุน แต่ที่ได้รับไม่ต่างกันคือสายตาของบรรดาคุณชายทั้งหลายที่มองมาราวกับอยากจะกระโจนออกมาแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของนาง นางรู้สึกไม่ชอบใจนักแต่ก็เงยหน้าแล้วลุกขึ้นด้วยท่าทีสงบ แต่คิ้วของนางกลับต้องขมวดเข้าหากันเมื่อพบกับสายตาเรียบนิ่งไม่บ่งบอกสิ่งใดซ้ำยังเอาแต่จ้องมองนางก่อนจะแสยะยิ้มมุมปากจนนางอดคิดไม่ได้คนผู้นี้กำลังดูถูกนางหรืออย่างไร

 

นางจ้องมองกลับอย่างไม่คิดยอมแพ้จวบจนกลับมาแล้วนั่งลงในตำแหน่งของตัวเองเช่นเดิมในขณะที่คนผู้นั้นเดินตรงไปยังด้านหน้า

 

การที่คนผู้นี้มาช้าเช่นนี้บ่งบอกถึงความไร้มารยาทได้เป็นอย่างดีแล้วยังมีหน้ามามองนางเช่นนั้นอีกอวี้เหลียนรู้สึกไม่พอใจอย่างบอกไม่ถูกกับสายตาของเขาจึงจ้องมองจนเขานั่งลงในตำแหน่งของตัวเอง

 

พื้นที่นั่งบ่งบอกฐานะและลำดับขั้นได้เป็นอย่างดี นอกจากเขาจะนั่งอยู่ตรงข้ามกับท่านพ่อของนางแม่ทัพอันหรือแม้แต่องค์ชายที่อยู่ใกล้ยังยกมือประสานคาราวะให้

 

"ท่านพ่อ คนผู้นั้นเป็นใครหรือเจ้าคะ"

 

นางอดที่จะเอ่ยถามท่านพ่อไม่ได้เมื่อเห็นว่าท่านพ่อของนางมองไปที่คนผู้นั้นเช่นกัน แต่จะกล่าวเช่นนั้นก็ไม่ถูกนักเมื่อสายตาของผู้คนทั้งงานแทบจะเหลือบมองคนผู้นั้นเป็นตาเดียว แน่นอนว่าด้วยรูปลักษณ์ดุดันใบหน้าได้รูปประหนึ่งปั้นแต่งอย่างวิจิตรบรรจงไปทุกสัดส่วนย่อมดึงดูดสายตา

 

"นั่นคือท่านแม่ทัพ หรือชินอ๋องเจี๋ยหู่อย่างไรเล่า"

 

นางอ้าปากค้างกับคำกล่าวของท่านพ่อ นางจำได้ดีว่ามีคนผู้นี้อยู่ในนิยายของเพื่อนแต่ฐานะของเขามิใช่ว่าเป็นพี่ชายต่างมารดาของฮ่องเต้หรอกหรือ ฟางอี้ก็เคยกล่าวเช่นนี้ยามที่นางได้รับหยกดำมาจากคนในกองทัพพยัคฆ์ทมิฬแต่เหตุใดท่านอ๋องที่ว่าจึงดูละอ่อนกว่าฮ่องเต้ถึงเพียงนี้!!!

 

หากบอกว่าเป็นบุตรชายอีกคนของฮ่องเต้คงน่าเชื่อเสียกว่าแม้ว่าทั้งสองคนจะมีบรรยากาศแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงก็ตามทีคนหนึ่งราวกับเทพบุตรอีกคนก็ราวกับซานที่ชื่นชอบการพรากชีวิตผู้คน

 

มิน่าเล่า กองทัพภายใต้ชินอ๋องจึงเกรียงไกรและชื่อกระฉ่อนจนอวี้เหลียนคนก่อนยังพอเคยได้ยินมาแต่ที่ได้ยินชัดเจนคงเป็นเรื่องความเหี้ยมโหดกระมัง

 

ดูสิ แค่คนผู้นั้นลงนั่งก็คล้ายกับมีความอึดอัดแผ่กระจายแถวเหล่าเชื้อพระวงศ์จนแม้แต่ญาติผู้พี่ของนางที่มีรอยยิ้มบางละมุนละไมตลอดยังทำหน้าราวกับกำลังอมยาขมเอาไว้ในปาก

 

แต่เอาเถอะอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับนางอวี้เหลียนอมยิ้มคีบของอร่อยใส่ปากอย่างผ่อนคลายและสุขสรรค์ไปกับงานรื่นเริง

 

นางรอดสมรสแล้ว ซ้ำนางเอกอย่างจี๋ชุนก็ถูกถีบเข้าสู่วังวนการแก่งแย่งโดยไม่เกี่ยวพันธ์กับนางเรียบร้อยแล้ว จะมีอะไรสุขใจได้มากกว่านี้อีกเล่า

 

 

 

คนเราไม่ควรนิ่งนอนใจจนเกินไป คำกล่าวนี้เล่นงานนางอย่างจังเมื่อความสบายใจและความสุขสบายของนางอยู่ได้เพียงวันเดียวความซวยและความลำบากลำบนกลับมาเยือนนางแล้ว!!!

 

เทียบเชิญของท่านอาประหนึ่งดาบคมทิ่มแทงนางจนปวดใจอยากจะสลบไม่ได้สติซักหลายๆเดือน โดยปกติแล้วหากมีสตรีใดที่ได้รับเทียบเชิญให้เข้าฝึกอบรมและอยู่ในตำแหน่งนางกำนัลชั้นสูงย่อมมีความดีใจเป็นล้นพ้นเนื่องจากจะได้ใกล้ชิดผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายแต่นั่นไม่ใช่นาง!!!

 

นางไม่ต้องการแม้แต่น้อย!!!

 

"ท่านแม่ปฏิเสธท่านอาไปไม่ได้หรือเจ้าคะ" นางเอ่ยขอเสียงอ้อนต่อผู้เป็นมารดา

 

"ดูลูกคนนี้สิเจ้าค่ะ นับวันจะยิ่งขี้เกียจ"

 

ฮูหยินจ้าวเหลียนฮวาเอ่ยกับสามีที่นั่งข้างกันราวกับจะฟ้องแต่คนที่เป็นประเด็นกลับอดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดจึงไปเกี่ยวกับความขี้เกียจของนางได้

 

"เหลียนเออร์เจ้าน่าจะรู้มิใช่หรือว่าการถูกเชิญให้ฝึกอบรมในฐานะนางกำนัลชั้นสูงถือเป็นเกียรติที่บุตรสาวขุนนางทั้งหลายใฝ่ฝัน ซ้ำผู้ที่ถูกเชิญยังเป็นตัวเลือกสำหรับงานบูชาฟ้าในวันปีใหม่และงานบูชาเทพอสูรไป๋หู่ด้วย"

 

เสนาบดีจ้าวเอ่ยอย่างมีเหตุมีผลก่อนจะตั้งคำถามด้วยความข้องใจ "เมื่อก่อนนี้เจ้ากล่าวว่าจะต้องได้รับเลือกให้ได้มิใช่หรือเหตุใดเวลานี้จึงไม่อยากไปกัน"

 

อุก! อวี้เหลียนรู้สึกราวกับโดนหมัดฮุกเข้าที่ท้องจนต้องยิ้มแหย นางคนเก่าน่ะใช่แต่นางตอนนี้ไม่!!!!

 

พอท่านพ่อกล่าวขึ้นมานางก็เริ่มจำได้บ้างว่าในนิยายตัวนางได้รับเลือกและความวุ่นวายที่ทำให้นางตามติดองค์ขายสองหรือพระเอกได้ก็เพราะนางไปอยู่ในวังนี่แหละแล้วนางที่เพิ่งหลีกหนีมาได้เหตุใดจึงถูกตะครุบแล้วลากกลับเข้าสู่วงวันเดิมอีกแล้วเล่า!

 

ตัวนางไม่เพียงไม่อยากตายจากชะตากรรมตามที่เพื่อนเขียนแต่อยากจะไปให้พ้นจากพระเอกและนางเอกของเรื่องเลยทีเดียว

เกณฑ์การเลือกนี้แน่นอนว่าต้องเป็นบุตรสาวขุนนางที่มีความสามารถโดดเด่นหรือเป็นพระญาติ นางแน่ใจเลยว่านางเอกต้องได้รับเลือก ยิ่งรู้นางก็ยิ่งไม่อยากไป

 

"ตอนนี้ข้าไม่อยากไปแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ ซ้ำท่านแม่กำลังตั้งครรภ์ข้ายิ่งไม่อยากไป หากเข้าไปแล้วใช่ว่าจะออกมาง่ายๆข้าอยากอยู่เป็นเพื่อนท่านแม่วันที่คลอดเจ้าค่ะ" นางเอ่ยอย่างมีเหตุผลพร้อมทั้งส่งสายตาอ้อนคนทั้งคู่ 

 

ท่านพ่อของนางมีท่าทีครุ่นคิดแต่ท่านแม่ของนางกลับเอ่ยอย่างเห็นใจนางที่ต้องจากบ้าน

 

"หากเป็นเช่นนั้นเจ้าไม่ต้องห่วงแม้แต่น้อย ท่านหมอคำนวนวันเอาไว้แล้ว หากใกล้คลอดเจ้าก็เพียงทูลขอพระสนมออกมานอนค้างที่บ้านเพียงเท่านั้นเอง"

 

เหตุใดความเห็นใจของท่านแม่ช่างทำร้ายนางนัก!!!

 

นางในตอนนี้จะยิ้มก็ไม่ออกจะร้องไห้ก็ไม่ได้"แต่ว่า...."

 

"ไม่มีแต่"

 

น้ำเสียงของฮูหยินใหญ่จวนเสนบดีเข้มขึ้นยามจ้องมองใบหน้างดงามของบุตรสาว มิใช่ว่านางอยากบังคับแต่บุตรสาวของนางเป็นสาวแล้วอีกไม่นานคงได้ออกเรือน ด้วยปราณสีม่วงและด้วยฐานะเป็นไปได้ยากเต็มทีที่บุตรสาวของนางจะหลีกหนีสมรสพระราชทาน หากเข้าไปอยู่แล้วพบเจอได้รู้จักพื้นฐานนิสัยใจคอขององค์ชายทั้งหลายแล้วตัดสินใจเลือกด้วยตนเองคงดีกว่าการที่ถูกบังคับให้แต่งกับผู้ที่ไม่คุ้นเคยหรือไม่พึงใจ 

 

มิใช่ว่านางยัดเยียดให้ลูกสาวแต่งกับบรรดาองค์ชาย ภายในวังก็ยังมีบุตรชายขุนนางทั้งหลายที่สอบได้มีตำแหน่งเข้าไปทำงานไม่น้อย หากบุตรสาวของนางพึงใจกับผู้ที่เหมาะสมนางและสามีย่อมไม่ขัด 

 

"เหลียนเออร์ เจ้าลองเข้าไปดูซักครั้งหากไม่ชอบจริงๆหลังจากงานบูชาเทพอสูรไป๋หู่เจ้าก็ขอพระสนมออกมาก็พอ แม่เชื่อว่าพระนางคงไม่ฝืนใจ"

 

อวี้เหลียนพยักหน้าอย่างจำยอมในที่สุดเมื่อรู้ว่าร้องอุทรอย่างไรนางก็ไม่อาจพ้นการบังคับครั้งนี้ไปได้

 

นางรู้สึกไม่พอใจและอึดอัดอยู่ไม่น้อยแต่นางก็รู้ว่าในโลกนี้นางไม่อาจทำตามใจได้ทั้งหมดนางจึงปลอบใจตัวเองซ้ำๆว่าเพียงสองเดือนเท่านั้นที่นางจะเข้าไปอยู่ในวัง หลังงานบูชาเทพอสูรไป๋หู่นางย่อมไม่ทนอยู่ต่อเป็นแน่

 

ด้วยกำลังทรัพย์และการที่นางเคยเข้าวังอยู่บ่อยครั้งทำให้การเตรียมตัวของนางเป็นไปอย่างราบรื่น ชุดที่ตัดเย็บอย่างดีรวมถึงปิ่นมากมายสมฐานะล้วนถูกส่งเข้าวังไปเรียบร้อยก่อนแล้ว สิ่งที่นางต้องทำก็เพียงแต่งตัวงดงามเข้าวังพร้อมกับเทียบเชิญเท่านั้น

 

นางบอกลาท่านแม่และแม่รองก่อนจะขึ้นรถม้าที่จะไปส่งนางที่วังพร้อมท่านพ่อหลังจากนั้นอีกสองวัน

 

ท่านพ่อของนางไม่กล่าวสิ่งใดมากเพียงเอ่ยปากให้นางระวังตัวและดูแลตัวเองให้ดีเพียงเท่านั้น นางในฐานะลูกที่ดีย่อมอยากให้ท่านพ่อดูแลตัวเองรักษาสุขภาพอย่างดีเช่นกัน แม้นางจะมาอยู่ในร่างนี้ได้เพียงเดือนเดียวแต่ในเวลาแบบนี้ในอกของนางกลับรู้สึกอึดอัดและบีบรัดไม่น้อยยังดีที่นางมีฟางอันติดตามเข้ามาอยู่ด้วยกันกับนางด้วย

 

ตัวนางจะได้รับฐานะเป็นนางกำนัลชั้นสูงส่วนฟางอันที่เป็นผู้ติดตามจะได้รับฐานะเป็นนางกำนัลทั่วไปแต่อยู่ในฐานะผู้ติดตามของนางตามธรรมเนียมที่สตรีชั้นสูงจำต้องมีผู้ติดตามคอยรับใช้ใกล้ชิดอยู่เสมอ

 

"ถวายพระพรพระสนมกุ้ยเฟยเพคะ"

 

นางเอ่ยเมื่อย่อกายทำความเคารพผู้เป็นอาอย่างถูกระเบียบ  ในเมื่อผู้ที่ส่งเทียบเชิญให้นางคืออาของนางผู้ที่นางรับใช้ย่อมต้องเป็นท่านอาของนาง ทันทีที่เข้าวังมานางจึงต้องมารายงานตัวที่ตำหนักหยกงามก่อนเป็นอันดับแรก

 

"ลุกขึ้น"

 

จ้าวกุ้ยเฟยเอ่ยขยับยิ้มบาง ถ้วยชาในมือบางส่งกลิ่นหอมละมุนทำให้ผู้คนที่ได้กลิ่นรู้สึกสงบลงไม่น้อยแต่ถึงแบบนั้นอวี้เหลียนกลับไม่ไว้ใจรอยยิ้มงดงามของผู้เป็นอานัก

 

"ไปนำพิณมาให้นาง"

 

รับสั่งจากร่างระหงส์ตรงหน้าทำให้นางไม่เข้าใจแต่ขันทีในตำหนักหยกงามกลับทำงานรวดเร็วยิ่ง

 

"พระสนมโปรดจะฟังพิณหรือเพคะ"

 

นางเอ่ยถามอย่างค่อนข้างห่างเหินเพราะท่านอาของนางยังไม่เอ่ยปากอนุญาตให้นางใช้คำเรียกหาแบบเดิม หากนางซี้ซั้วกล่าวและผู้อื่นได้ยินเกรงว่าอาจจะทำให้ถูกตัดลิ้นได้

 

"เป็นเช่นนั้น เจ้าบรรเลงซักเพลงสิ"

 

นางขยับนั่งบนเก้าอี้หลังโต๊ะที่มีพิณวางเอาไว้อย่างพอเหมาะพอดีแล้วเริ่มบรรเลงพิณทันที

 

อวี้เหลียนพอเข้าใจขึ้นมาแล้วว่าอาของนางต้องการจะทำอะไร ฝีมือการดีดพิณของนางนั้นเป็นท่านอาของและท่านแม่รู้ดีกว่าใครและอาของนางก็อยู่ในงานด้วยย่อมข้องใจว่าเหตุใดนางจึงเล่นได้แย่นัก

 

ในขณะที่นิ้วนางขยับอย่างคุ้นเคยนางก็ยังคิดหาทางออกไม่ให้ถูกตำหนิมากเกินไปนักไปด้วย

 

"ตอบมาซิ เหลียนเอ๋อร์เหตุใดวันงานฝีมือการบรรเลงพิณของเจ้าจึงด้อยกว่าในยามนี้นัก!" กระแสเสียงเข้มขึ้นกับดวงตาคมดุที่จ้องมองมาไม่ทำให้นางหวาดกลัวนัก

 

นางประสานมือตอบ "ทูลพระสนม คงเป็นเพราะหม่อมฉันด้อยความสามารถไม่อาจระงับอาการณ์ตื่นเต้นยามที่เล่นต่อหน้าพระพักตร์ได้เพคะ"

 

คำแก้ตัวของนางนับว่าดีทีเดียวเพราะนางไม่ได้เล่นผิดแม้ซักจังหวะแต่นางทำให้เสียงเพี้ยนจากการที่ใช้นิ้วเกี่ยวไปโดนสายข้างเคียงที่มิควรจะถูกบรรเลงอย่างจงใจเท่านั้น มันเหมือนกับว่านางควบคุมนิ้วไม่ค่อยดีนัก

 

พระสนมจ้าวกุ้ยเฟยถอนหายใจ นางคิดว่าหลานของนางจะโดดเด่นที่สุดในงานแต่กลับมีบุตรสาวแม่ทัพอันปรากฏตัวออกมาซ้ำปราณยังอยู่ในขั้นเดียวกับหลานของนางอีก แบบนี้ยิ่งทำให้เห็นข้อเปรียบเทียบชัดเจน แต่มองดูแล้วหลานของนางไม่เก็บมาใส่ใจนักแต่ด้วยชาติกำเนิดและฐานะของหลานสาวของนางนี้ไม่อาจแต่งงานกับคนสามัญนางจึงอยากให้โดดเด่นและเป็นฝ่ายเลือกสามีในอนาคตเอง เพราะการเลือกของบุตรสาวเสนาบดีที่มีน้าเป็นสนมยศสูงย่อมส่งผลกระทบหลายฝ่าย

 

ยิ่งในยามนี้ฝ่าบาทยังไม่มีรับสั่งให้แต่งตั้งองค์รัชทายาทเสียทีนางยิ่งกังวลว่าหลานสาวจะถูกใช้เป็นหมากทางการเมืองจึงอยากให้ยิ่งเก่งกาจและโดดเด่น เพราะหากโดดเด่นและเก่งกาจมากเท่าใดยิ่งมีอำนาจต่อรองมากเท่านั้น

 

"หากเพราะเหตุผลนั้นน้าก็จะไม่ว่าอีก" จ้าวกุ้ยเฟยเอ่ยในที่สุด

 

"แต่! ต้องไม่มีครั้งหน้าจ้าวอวี้เหลียน"

 

น้ำเสียงเฉียบขาดบ่งบอกว่าหากนางพลาดอีกคราหน้านางต้องถูกทำโทษแน่นอน แต่นางก็ทำได้เพียงรับคำและตามม่านชิงออกมาจากตำหนักหยกขาวเพื่อนำของไปเก็บที่เรือนที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้นางและฟางอันและมารับใช้พระสนมตามเวลาในวันพรุ่งนี้ ซึ่งหน้าที่ของนางมีไม่กี่อย่าง นางต้องบรรเลงพิณถวายในตอนเช้าหลังจากทรงเสวยพระกระยาหารแล้วและอยู่คอยรับใช้จนกว่าจะถึงกลางวัน แต่หากวันใดฮ่องเต้เสด็จร่วมโต๊ะเสวยมื้อกลางวันนางก็จะได้กลับออกมาจากตำหนักหยกงามไวหน่อยเว้นเสียแต่ว่าจะทรงมีรับสั่งให้รับใช้ต่อ

 

 

.....................

ปล.มีคนถามหลายคนเรื่องปราณที่บางครั้งสลับกัน บางอันม่วงบางอันน้ำเงิน ตรงนี้ไรท์พยามแก้ค่ะแต่น่าจะมีบางที่ตกหล่น พอมีคนเม้นบอกก็เข้าพยายามเข้าไปแก้แหละค่ะ

ปล2.ความสัมพันของตัวเอกับสนมกุ้ยเฟย อันนี้กรณีเดียวกันค่ะ ทีแรกเป็นน้า แต่ตอนหลังเปลี่ยนเป็นอาคือน้องสาวพ่อค่ะเลยน่าจะยังมีตกหล่นบ้าง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.871K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,834 ความคิดเห็น

  1. #2823 TammyBeNana (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 02:23
    "ซานที่ชื่นชอบการเอาชีวิตผู้อื่น" หมายถึง ซาตานรึป่าวคะ
    #2,823
    0
  2. #2787 1988yongsi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 09:59
    จะเจอท่านอ๋องไหม
    #2,787
    0
  3. #2704 kt_zaa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 21:10
    สรุป กุ้ยเฟย เป็น อา หรือเป็นน้าค่ะ
    #2,704
    0
  4. #2562 Satan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 07:33
    พอเข้าใจแล้วว่าทำไมอ่านแล้วรู้สึกอึดอัด ขัดใจแปลกๆ
    เพราะแต่งตอนเครียด
    #2,562
    0
  5. #2401 Mollows (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 03:21
    คำผิดสถานะหรือระยะเวลา อเยอะมากเลยค่ะ ทำให้สับสนกับเนื้อเรื่อง
    #2,401
    0
  6. #1364 sasamama (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 12:16
    ฝากแก้ไข ระหว่าง ย่ากับยาย ด้วยนะคะ
    #1,364
    0
  7. #1171 Moo.chompoo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 12:08
    มาตอนนี้ไหงอวี้เหลียนเพิ่งมาอยู่ภพนี้ได้แค่1เดือน... ตอนไปฝึกปราณก็ตั้ง2อาทิตย์แล้ว.. ก่อนหน้านั้นอีก.. รบกวนไรท์แก้ด้วยจ้ะ
    #ตอนนี้ปราณสีม่วงเหมิอนกันละ.. เรานึกว่าแม่นางเอกจะมีปราณขั้นสีน้ำเงิน
    #1,171
    1
    • #1171-1 Pik-gun(จากตอนที่ 7)
      23 พฤษภาคม 2563 / 21:25
      ฝากไรท์แก้ไขพระสนมเป็นอาหรือน้าคะ..
      แต่สะดุดตรงนี้แหละค่ะ
      ย่าหรือยาย
      อาหรือน้า..
      อ่านแล้วทำให้สะดุด
      #1171-1
  8. #965 rose2521 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 01:12

    ที่จริงนางก็เหมือนกังวลเกินไป 555 จากที่นางจะตาย เป็นเพราะขอพระราชทานสมรสเอง ถ้านางไม่ขอ นางคงไม่ตาย 555

    #965
    1
    • #965-1 Aew_ann(จากตอนที่ 7)
      25 พฤษภาคม 2563 / 03:53
      ใช่ค่ะ งง เหมือนกัน นางตายเพราะตามดื้อพระเอก ทำร้ายนางเอก ในเมื่อรู้อย่างนี้ แล้วหลีกเลี่ยงก้อโอแล้ว แค่ฝึกฝนตัวเองให้เก่งป้องกันตัวเอง เตรียมพร้อมไว้ ยิ่งอ่านยิ่งขัดแย้ง
      #965-1
  9. #925 daruneewongkud90 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 00:36
    เออ อยากถามว่า ท่านอ๋องทีเป็นแม่ทัพ อายุเท่าไหร่

    ...ฮ้องเต้ อายุประมาณ40+แต่ท่านอ๋องเปนพีชาย..เหรอคะ...ถ้าเปนน้องชาย แบบลูกหลงจากฮ้องเต้องค์ก่อน น่าจะดูหนุ่มกว่า..แล้วท่านอ๋องนี้ พระเอกใช่หรือเปล่า..ห่างกะนาง เอกม้วกกก ...โคแก่ กินหญ้าอ่อน ชัดๆๆแบบนี้
    #925
    0
  10. #883 Nisarat100336 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 16:59
    พระสนมเป็นอาหรือน้าค่ะ
    #883
    0
  11. #827 Supriya (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 23:23
    สนุกค่ะ นางเอกนิ่งๆดี ขอบคุณมากๆนะคะไรท์
    #827
    0
  12. #694 siaohh_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 02:28
    เหลียนเอ๋อร์น่าจะมาอยู่ในร่างนี้เกินเดือนแล้วนะคะ ไม่น่าจะใช่เพียงเดือนเดียว จากการที่ไปหาน่า 1 เดือนกับหลังจากกลับอีก 2 เดือน

    ชอบนิยายมากเลยค่ะ ตามมาจากเรื่องที่แล้ว เพราะชอบมาก อ่านทีไรยิ้มตามทุกทีเลยค่ะ เขินมาก ใจเหลว 5555555555
    #694
    0
  13. #445 Patthanan Ann Phomchang (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 08:25
    ย่าหรือยาย.. ด้วยคะ
    #445
    0
  14. #152 sujittraphomphai (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 22:31

    ......
    #152
    0
  15. #61 Kris1991 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 16:28

    รออ่านอยู่จร้า
    #61
    0
  16. #60 Karaketsukhchwy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 06:09

    มาต่อคะรอ
    #60
    0
  17. #59 Veneta (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 03:53
    ไรท์ รออ่านตอนใหม่อยู่นะค่ะ ที่อัพแต่ตอนเก่าทั้งนั้นเลย อันเก่าอัพไปไกลแล้ว
    #59
    0
  18. #58 beaw02 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 23:57

    ขอบคุณค่ะ
    #58
    0
  19. #57 saisai445 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 23:38

    รอตอนต่อไปจร้า
    #57
    0
  20. #56 Nantanat_neung (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 23:26
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #56
    0