ข้ากลายเป็นนางร้าย...เกี้ยวรัก(สนพ.เฟยฮุ่ย)

ตอนที่ 39 : ตอนที่ 20(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,045
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,352 ครั้ง
    17 พ.ค. 63

 

ตอนที่ 2 นะคะ

..................

 

 

แค่เพียงไม่นานข่าวคุณหนูตระกูลจ้าวได้รับเลือกให้ร่ายรำบูชาเทพอสูรไป๋หูก็ถูกเอ่ยถึงไปทั่วเมืองหลวง ความดีงามของนางถูกยกขึ้นมากล่าวอีกคราไปจนถึงระดับปราณและความงามของนางที่ควบคู่มากับความสารถ

 

ยามนี้ไม่มีใครสามารถหาคำมาโต้แย้งได้ว่าคุณหนูจ้าวบุตรlาวเสนาบดีแห่งแคว้นมิใช่หญิงงามอันดับหนึ่

 

แต่ถึงแบบนั้นอวี้เหลียนก็มิได้ใยดีมัน นางกลับอยากรู้ข่าวการเดินทางของท่านอ๋องเสียมากกว่า แต่นางกลับไม่ได้รับข่าวนั้นเลยจนต้องคิดเอาเองว่าพระองค์คงเดินทางออกจากเมืองหลวงเงียบๆด้วยม้าเร็ว

 

นางก็ไม่เข้าใจตนเองว่าจะห่วงกังวลเรื่องใดกันในเมื่อยามนี้แม้กระทั่งชาวบ้านก็ยังพากันนำโคมสีขาวลายพยัคฆ์ขึ้นมาแขวนดังเช่นทุกคราที่มีการทำศึกกับแคว้นฮวน

 

โคมนี้ไม่มีบ้านใดที่ไม่มีไม่ต่างจากโคมมงคลสีแดงสดที่นิยมแขวนในงานเทศกาลแม้ความหมายจะต่างกันก็ตาม โคมสีขาวนี้ราวกับเป็นคำอวยพรให้ทหารหาญที่ออกรบและวิงวอนต่อเทพอสูรไป๋หู่ให้ปกปักบ้านเมือง

 

แต่ยามที่นางมองมันแล้วอดที่จะนึกถึงเจ้าพยัคฆ์ทมิฬไม่ได้ มิรู้ว่ามันจะตามเสด็จหรือถูกทิ้งให้เฝ้าหุบเขากัน ตัวนางในยามนี้ก็ไม่อาจจะเดินไปดูได้ตามใจเสียด้วย

 

“คุณหนู มีคนส่งของมายินดีกันท่านมากมายเลยเจ้าค่ะเกรงว่าวันพรุ่งคงมากกว่านี้”

 

ไม่น่าแปลกใจที่จะมีคนส่งของมาร่วมยินดีแม้เบื้องหลังพวกเขาอาจจะสบถเรื่องของนางไม่หยุดหย่อนและแทบจะคับแค้นจนหน้าคล้ำที่บุตรสาวของตนมิใช่ผู้ที่ได้รับเลือกก็ตาม

 

“เจ้ากับม่านชิงช่วยกันจัดการแล้วกัน แล้วก็ดูแลที่พักของม่านชิงให้ดีด้วยข้าจะฝึกปราณเสียหน่อย”

 

นางบอกฟางอันที่กระตือรืนร้นกับของขวัญที่นางได้รับยิ่งกว่านาง

 

“เจ้าค่ะ”

 

อวี้เหลียนมองตามสาวใช้และนางกำนัลที่ท่านอาให้ติดตามมาพักที่จวนสกุลจ้าวกับนางออกไปแล้วถอนสายตากลับมามองออกไปนอกหน้าต่าง แสงจันทร์ล้วนส่องสว่างตามสมควรทำให้ยามค่ำคืนไม่มืดมิดจนเกินไป นางหวังว่าในระหว่างนี้จะไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นเพราะอยู่ในช่วงที่ความสัมพันธ์ของตัวละครในนิยายหยุดชะงัก แม้ในความเป็นจริงจะเป็นการดำเนินไปของสงครามและเกี่ยวพันถึงเหล่าองค์ชายเสียส่วนใหญ่ก็ตาม

 

แน่นอนว่านางล้วนอยากรู้ความเป็นไปแต่ท่านพ่อของนางมิใช่คนที่จะเล่าเรื่องบ้านเมืองทุกอย่างให้นางฟังนางจึงคิดว่าถึงเวลาที่นางจะหาประโยชน์จากผู้ที่หลบอยู่ในเงามานานราวกับไร้ตัวตนมานานเสียที

 

“ท่านอ๋องเดินทางออกจากเมืองหลวงไปแล้วหรือ?”

 

นางเอ่ยกับความเงียบที่โอบล้อมรอบห้อง มิใช่นางหลงลืมองครักษ์ที่รีดไถมาจากท่านอ๋อง เพียงแต่ที่ผ่านมานางยังไม่คิดจะพูดคุยเพราะรู้ดีว่าพวกเขาจำต้องกระทำตนประหนึ่งไร้ตัวตนจึงถือว่าเป็นผู้ที่เก่งกาจ

 

แต่ยามนี้มีเพียงนางและเขา คงมิมีใครมาเยินยอความก่งกาจ

 

“ไม่อยากออกมาข้าก็ไม่ว่าแต่ตอบคำถามข้า”

 

นางค่อนข้างจะบ้าอำนาจและถือดีเล็กน้อยด้วยรู้ดีว่าอย่างไรเขาก็ต้องฟังคำสั่งนางอยู่ครึ่ง

 

“ขอรับ”

 

เสียงตอบรับแว่วมาไม่ดังไม่เบาแต่พอให้นางได้ยินพร้อมกับที่ลมโชยเข้ามาในห้องนางทำให้นางไม่อาจรู้ได้เพียงนิดว่าตัวตนของเขาซ่อนอยู่ที่ใดแน่ แต่อย่างไรนางก็ได้รับคำตอบแล้วจึงไม่คิดจะสอดส่องหาให้เสียเวลา

 

“พยัคฆ์ทมิฬเล่าตามเสด็จหรือไม่”

 

“ขอรับ”

 

คำตอบเช่นเดิมบ่งบอกว่าองครักษ์ของนางผู้นี้ไม่ใช่คนช่างพูดซ้ำยังดูเหมือนจะไม่อยากพูดคุยกับนางเลยเสียด้วยซ้ำ ช่างสมกับเป็นองครักษ์ของชินอ๋องเสียจริง

 

อวี้เหลียนไม่คิดรีดเร้นบีบบังคับคน เมื่อได้คำตอบแน่ชัดแล้วนางก็ฝึกฝนปราณดังเช่นปกติ

 

ปราณของนางในยามนี้ยังคงไม่อาจเลื่อนระดับได้ นางคิดว่าอันจี๋ชุนที่ยามนี้เป็นคุณหนูคนเดียวที่มีปราณสีเดียวกับนางก็ประสบบัญหาเดียวกันมิเช่นนั้นคงไม่รั้งรอที่จะเลื่อนระดับก่อนการคัดเลือกในวันนี้ แต่สิ่งที่นางแน่ใจว่าไม่เหมือนกันคือความละเอียดอ่อนของปราณ นางรับรู้ถึงมันได้ตั้งแต่นางฝึกซ้อมกับท่านเฟิ่งถูแล้วเดินกลับไปตำหนักหยกงามได้สบายๆโดยไม่หมดสภาพ

 

นับเป็นพัฒนาการที่ดีและนั่นส่งผลให้การควบคุมปราณของนางดีขึ้นด้วย ยามนี้ให้นางเปลี่ยนรูปร่างจากปลาเป็นสิ่งอื่นก็ไม่ยากเย็นนัก แต่ที่นายยังคงใช้ปลาน้อยเช่นเดิมเพราะนางมิอยากเพ่งสมาธิกับการคงรูปร่างจนเกินไปแต่ต้องการจะเพ่งความสนใจไปที่การควบคุมเสียดีกว่า และการตัดสินใจของนางนับว่าถูกยามนี้นางจึงต้องจดจ่อกับการเลื่อนระดับปราณ

 

”วันพรุ่งข้าต้องการรู้ความเคลื่อนไหวของเหล่าองค์ชาย แค่เพียงชัดเจนว่าใครทำหน้าที่ใดก็พอ....แล้วก็ความเคลื่อนไหวของอันจี๋ชุน”

 

อวี้เหลียนเอ่ยกับความว่างเปล่าอีกครั้งยามที่กำลังจะล้มตัวลงนอนหลังเตียงที่มีผ้าม่านปกปิด

 

นางต้องการรู้ความเคลื่อนไหวขององค์ชายเพราะนางสมควรจะรู้เอาไว้ว่าองค์ชายรองจำต้องเดินทางไปที่ชายแดนหรือไม่ ส่วนความเคลื่อนไหวของอันจี๋ชุน นางต้องการความแน่ชัดว่าอีกฝ่ายคิดเห็นเช่นไรกับความล้มเหลวในการเป็นตัวแทนร่ายรำบูชาเทพอสูรไป๋หู่ เพราะหากอีกฝ่ายคิดเล่นงานนางคงแย่

 

 

 

หยาดน้ำค้างและกลิ่นไอสดชื่นของจวนสกุลจ้าวในวันนี้ล้วนชวนให้จิตใจคนสงบลงเมื่อมีเสียงพิณบรรเลงคลอเคลียแว่วมาตามสายลมในยามเช้า

 

เป็นเจ้าของร่างบางในอาภรณ์สีขาวสะอาดตาที่นั่งอยู่ในศาลา ปราณสีน้ำเงินล่องรอยรอบกายราวกับเป็นเกราะคุ้มกันความมัวหมองทั้งมวลในโลกมนุษย์มิให้ต้องผิวกายและใบหน้างดงามผุดผาดดึงดูดสายตาผู้คน

 

อวี้เหลียนตื้นเร็วกว่าปกติแต่บรรยากาศในจวนแตกต่างจากในวังหลวงมากนางจึงไม่คิดรั้งรอที่จะกระทำตามใจ ความสดชื่นในยามเช้าชวนให้นางอยากฝึกซ้อมบรรเลงพิณมากกว่าการฝึกร่ายรำ

 

ปราณของนางคลอเคลียไปกับเสียงเพลงที่แว่วไปตามลม จิตในนางผ่อนคลายอย่างประหลาด บางทีอาจนะเป็นเพราะความผ่อนคลายที่ได้รับ การที่นางอยู่จวนไม่ว่าจะกิน นอน หรือแม้กระทั่งสวมใส่อาภรณ์ล้วนไม่มีใครกล้าขัด แต่หากเป็นวังหลวง แม้กระทั่งยามตื่นก็ยังต้องปฏิบัติอย่างเป็นระเบียบแบบแผนขั้นตอน

 

“คุณหนูมีผู้ส่งสานส์มาให้เจ้าค่ะ”

 

ใบหน้างดงามผ่อนคลายเผยร่องรอยความแปลกใจยามที่หยุดชะงักมือที่เกลี่ยสายพิณลง เช้าป่านนี้ยังมีใครส่งข้อความหานางกัน?

 

มือบางรับกระดาษข้อความจากคนสนิทมาเปิดดูด้วยความอยากรู้

 

“รีบมาที่วัดทางตะวันออกของเมืองหลวง ข้ามีเรื่องด่วนให้ช่วย”

 

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันยามที่มองดูลายมือในจดหมาย...ท่านพี่จื้อโหยว่

 

“ผู้ใดส่งจดหมายมาหรือ”นางเงยหน้าขึ้นถามฟางอัน

 

“ข้าน้อยรับมาจากทหารหน้าประตูเจ้าค่ะคุณหนู ผู้ที่นำมามอบให้เป็นบุรุษแต่งกายคล้ายพ่อบ้านและยังฝากให้แจ้งคุณหนูว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน”

 

“เช่นนั้นก็ให้คนไปเตรียมรถม้า ข้าจะไปที่วัดทางตะวันออก ยามนี้ยังเช้าอยู่มากไม่จำเป็นต้องไปรบกวนท่านพ่อท่านแม่ ม่านชิงข้าให้เจ้าอยู่ที่จวนรายงานพวกเขาก็แล้วกัน”

 

นางขยับลุกขึ้นกล่าวกับคนสนิทและม่านชิงที่ดูแลรับใช้นางไม่ต่างจากฟางอัน

 

“เจ้าค่ะ”

 

เสียงรับคำดังขึ้นก่อนจะเป็นฟางอันที่เร่งไปสั่งคนให้จัดเตรียมรถม้าในขณะที่ม่านชิงย่อมต้องดูแลนางให้แต่งกายให้เหมาะสม

 

อวี้เหลียนผลัดเปลี่ยนอาภรณ์อย่างรวดเร็วแล้วคลุมตัวเองด้วยผ้าหนานุ่มสีขาวนวล วัดที่ท่านพี่จื้อโหยว่นัดกับนางมิใช่วัดร้างนางจึงจำต้องแต่งกายอย่างเหมาะสม หากคบคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างนางกับท่านพี่จื้อโหยว่เกรงว่าหากถูกขอให้ช่วยเช่นนี้คงจะเป็นเรื่องเร่งด่วนจริงๆ และนางเกรงว่าจะเป็นเรื่องที่เขาไม่อาจร้องขอต่อผู้อื่นได้

 

รถม้าตระกูลจ้าวเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็วตามคำสั่งคุณหนูใหญ่แห่งตระกูล

 

แม้จะไปเพียงนอกเมืองแต่ในสถานการณ์เช่นนี้อวี้เหลียนก็ยังมีผู้คุ้มกันติดตามเล็กน้อยตามสมควร แต่ทันที่นางถึงวัดก็จำต้องให้พวกเขารั้งรออยู่ที่รถม้าดังเช่นผู้อื่นที่บูชาพระที่นี่ มีเพียงสาวใช้คนสนิทอย่างฟางอันที่ติดตามนางเข้าไปในวัดได้

 

ด้วยความที่ยังเช้าอยู่มากจึงทำให้ผู้คนยังไม่มากนัก อวี้เหลียนมองหาคนที่น่าจะมารอนางอยู่ที่นี่แล้วแต่ไม่ว่าจะมองทางใดก็ล้วนไม่เจอ นางถึงขนาดให้ฟางอันรบกวนไปถามพระที่กวาดลานวัดก็ยังไม่ได้คำตอบนางจึงตัดสินใจเข้าไปบูชาสิ่งศักดิ์สิทธ์ด้านในรอ

 

แม้ที่นี่จะเป็นวัดแต่ก็ยังมีตำหนักเทพอสูรไป๋หู่ให้ผู้คนบูชาเช่นกันบ่งบอกว่าผู้คนในแคว้นไม่ว่าที่ใดล้วนเคารพบูชาเทพอสูรไป๋หู่ทั้งสิ้น

 

อวี้เหลียนรับธูปจากฟางอันมาถือและอธิษฐานขอพร แน่นอนว่านางย่อมของให้ตัวเองรอดพ้นจากความตายอนาถที่เพื่อนผู้น่ารักรังสรรค์เอาไว้ให้หลากหลายรูปแบบด้วยดี อย่างน้อยหากพึ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่แน่ว่านิยายของเพื่อนนางอาจจะไม่ได้รับการเขียนต่อ แบบนั้นนางคิดว่าหากเนื้อเรื่องดำเนินไปถึงจุดที่สมควรนางจะสามารถควบคุมชะตาตนเองได้ง่ายขึ้น

 

แต่ความคิดกระจ่างชัดและคำอธิษฐานของนางกลับพร่าเบลอขึ้นจนนางต้องส่ายหัวไล่ความพร่ามัวของดวงตายามจับจ้องใบหน้าของพระพุทธรูปเบื้องหน้า

 

เกิดอะไรขึ้น?

 

มือบางที่ถือธูปอยู่บัดนี้กลับร่วงหล่นในจังหวะเดียวกับที่ร่างของผู้ที่นั่งอยู่ด้านหลังล้มลงกับพื้นอย่างไร้แรง

 

ความผิดปกตินี้ทำให้อวี้เหลียนเร่งควบคุมปราณแต่ยิ่งนางหายใจก็คล้ายกับสติของนางเลือนลางและทำให้ปราณของนางยากจะควบคุมเต็มที

 

“นางยังไม่หมดสติ”

 

เสียงบุรุษที่ดังแว่วมาและเงาที่บดบังแสงจากประตูด้านหลังทำให้นางต้องพยายามเอี้ยวหน้ามองแต่ร่างกายนางราวกับไม่ฟังคำสั่ง มันทั้งหนักและง่วงเกินไป ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นเค้นปราณออกมาหมายจะใช้ปกป้องตัวเองยามที่รับรู้ถึงการเคลื่อนไหวที่เข้ามาใกล้

 

“เพล้ง!!”

 

แต่ปราณของนางกลับแตกกระจายอย่างง่ายดายเพราะสติที่ไม่คงที่ของนางเองก่อนที่ร่างของนางจะล้มลงกับพื้น

 

อวี้เหลียนพยายามบังคับไม่ให้ดวงตาของนางปิดลงแต่กลิ่นฉุนคล้ายธูปที่ตลบอบอวนไปทั่วห้องบูชาพระกลับถูกนำมาจ่อใกล้จมูกนาง

 

“อย่าให้นางตื่นจนกว่าจะถึงเวลา”

 

เสียงผู้หญิงออกคำสั่งเป็นสิ่งสุดท้ายที่นางรับรู้ก่อนที่สติจะดับวูบลง แม้ว่านางจะไม่อาจแน่ใจว่าเป็นเสียงของผู้ใดแต่ผู้ที่นางนึกคิดออกในความพร่าเลือนนั้นมีเพียงคนเดียว......อันจี๋ชุน

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.352K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,834 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #2680 555 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 14:31

    องครักษ์เงาไปไหนหมด ทั้งขององค์ชายใหญ่ และของท่านอ๋องที่ยิมมา 1 คน หรือไปสืบข่าวอยู่ หุหุ (งานนี้น้องประมาทไปนะ ไม่รอบคอบเลย )

    #2,680
    0
  3. #2651 Jaree.j (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 13:41
    โง่จัง
    #2,651
    0
  4. #2409 Mollows (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 21:16
    เอ้า แล้วองครักษ์ลับละ ฝห้ไปสืบเรื่องนางเอกด้วยนิ ฝีมือมีแค่นี้
    #2,409
    0
  5. #2371 Guitar_thefairy (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 02:36
    คิดอยู่แล้วเชียวว่าเป็นแผนนน
    #2,371
    0
  6. #2106 milk9876 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 14:47
    เงาล่ะอยู่ไหนนน
    #2,106
    0
  7. #1874 Lซ็Jโลก (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 08:31
    ทำไมดูโง่ขึ้นมานิดนึง แง ขอโทดนะคะ จะเชียร์นางเอกแทนแล้ว
    #1,874
    1
    • #1874-1 เหมยหว่านหรู(จากตอนที่ 39)
      30 พฤษภาคม 2563 / 18:40
      คนเขียนอยากให้โง่นางก็ต้องโง่ค่ะอ่านต่อไปก็รู้เองว่าทำไมถึงต้องโง่กะทันหันแบบนี้
      #1874-1
  8. #1577 Raina. (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 08:08
    ...อวี้เหลียนหลงกลง่ายจัง เราคิดว่าอันจี๋ชุนฝีมือไม่เลวนะ ทำได้ทุกอย่างเลย ชักเริ่มอยากเชียร์ 555
    #1,577
    1
    • #1577-1 sadaomi(จากตอนที่ 39)
      22 พฤษภาคม 2563 / 08:45
      555ใช่เลยอันจี๋ชุนนี่ทำได้ทุกอย่างอ่ะ

      สกิลนางเอกนิยายหรือไรกัน555บัฟนางหนักมากอันจี๋ชุน
      #1577-1
  9. #1427 socute217 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 18:23
    สั้นๆเลยคะ รออัพๆๆๆ จ้า
    #1,427
    0
  10. #1424 Puchcha1234 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 18:06
    เป็นกำลังใจให้นะคะ อยากให้อัพทุกวัน 555+
    #1,424
    0
  11. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  12. #1359 AthittayaSuwan (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 04:21
    ค้างๆๆๆๆ
    #1,359
    0
  13. #1357 A_amway (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 01:08
    อ้ากกกกก รออออ
    #1,357
    0
  14. #1356 รัณฌา (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 22:25

    ตกม้าตายจริงๆ

    #1,356
    0
  15. #1355 Karaketsukhchwy (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 22:08

    เห็นทีนางคงต้องเล่นนางอันก่อนที่จะตายอนาถ เพราะถ้เป็นแบบนี้นางอันคงเอานางไปให้ผู้ยำ่ยีจนตายมากก่วา มาต่อคะไรท์รอ
    #1,355
    0
  16. #1353 DARKCHOCO (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 20:24

    อยู่ในศาลเทพเจ้าไป๋หู่รึพยัคทมิฬจะมาช่วย

    #1,353
    0
  17. #1352 Pathitta Lhaijumpee (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 20:07
    คือระวังตัวแจล่ะนะ ยังโดน เหนื่อยแทนเลย สู้ๆ นะ ใครจะมาช่วยเน้อออออ
    #1,352
    0
  18. #1348 T--dZ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 19:06

    นังนี่มันร้าย!!!

    #1,348
    0
  19. #1345 Kanjana Oo (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 18:14
    เรื่องนี้มีพระเอกไหมคะ
    #1,345
    0
  20. #1342 mod15071986 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 16:49

    น้อนตกอยู่ในอันตราย เงานิมีประโยชน์อันใด คือมองดูเจ้านายจนกว่าจะทราบที่กบดานของคนร้ายก่อนใช่ม่ะ ค่อยช่วย
    #1,342
    0
  21. #1341 Annie1189 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 16:05
    เห้อ นึกว่าจะฉลาดกว่านี้
    #1,341
    0
  22. #1338 krunumpu2 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 13:40
    นางเอกไม่รอบคอบเนอะ น่าจะระวังตัวมากกว่านี่
    #1,338
    0
  23. #1332 Tearpraewa (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 10:25

    เทอมาช่วยน้องก่อน น้องหมดสติไปแล้วช่วยน้องก่อนนนน

    #1,332
    0
  24. #1331 Puchcha1234 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 09:40
    รอๆๆๆๆ อัพทุกวันได้มั้ย ลุ้นตลอดเลย 😆😆😆
    #1,331
    0
  25. #1329 Oiljang89 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 09:36
    ไม่ระวังตัวเลย...เงามาช่วยหน่อย...ท่านอ๋องก็ใจแข็งเหลือเกินขอให้มีเงาอยู่กับน้องมากว่า1เถอะ
    #1,329
    0
  26. #1293 PandaGalaxy (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 00:10
    เป็นแค่เด็กบ้านนอกที่ถูกแม่เลี้ยงทำให้ไปอยู่บ้านนอกตั้งนาน ... แต่เล่กลเหมือนผญ.ที่อยู่ในวังหลางมาตั้งแต่เกิด
    ....แถมพวกยาพิษยาสลบแบบเข็ม แบบธูปควัน นางมีเยอะ ความสามารถแยะจนเกินเบอ
    ...ยังไม่รวมอำนาจและคนมีฝีมือ ที่นางเรียกใช้สอยได้ตลอดเวอีก เหมือนกับคนสั่งสมอำนาจมาหลายปี ทั้งๆก็แค่เด็กที่โตจากบ้านนอกมาตั้งแต่เกิด

    คิดว่านังอันจี่หอย คงมีประวัติซับซ้อน ซ่อนไว้ โดยไม่ปรากฏในนิยายมั้ง...คือแค่เดาๆ + หมั่นไส้โดยส่วนตัว ที่นางเก่งกาจจนอกินเบอ
    #1,293
    3
    • #1293-2 AliceBrown(จากตอนที่ 39)
      18 พฤษภาคม 2563 / 16:10
      เห็นด้วย +10 ไปเลย
      #1293-2
    • #1293-3 AliceBrown(จากตอนที่ 39)
      18 พฤษภาคม 2563 / 16:10
      เห็นด้วย +10 ไปเลย
      #1293-3