ข้ากลายเป็นนางร้าย...เกี้ยวรัก(สนพ.เฟยฮุ่ย)

ตอนที่ 37 : ตอนที่ 19(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,787
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,742 ครั้ง
    15 พ.ค. 63

 

 

“ท่านพี่ ท่านมิอยากสร้างผลงานบ้างหรือ”

 

นั่นเป็นสิ่งที่นางถามท่านพี่จื้อโหยว่ในเย็นวันนั้น แน่นอนว่าการศึกย่อมส่งผลกระทบเป็นวงกว้างแต่คนผู้นี้ดูจะมิสะเทือนแม้เพียงนิด กระทั่งเครื่องปั้นที่ร่วมทำกับนางยังวางแผนการขายออกมาเป็นฉากๆโดยไม่คิดเลื่อนกำหนดออกไป ซ้ำยังยิ่งกระพือข่าวถึงเครื่องปั้นคราก่อนอาศัยอาการบาดเจ็บขององค์ชายรองที่มีคนคาดเดาว่าเพราะแก่งแย่งเครื่องปั้นที่ประมูลไปจนองค์ชายสามเกือบต้องรับเคราะห์ยิ่งทำให้ยามนี้มีผู้ต้องการพบเห็นแจกันชิ้นนั้นกันอย่างมาก

 

“แน่นอนว่าข้าอยากช่วยเหลือ แต่ก็มิได้อยากแก่งแย่งผลงาน”

 

คำตอบนั้นไม่ทำให้นางกระจ่างแจ้งเพราะเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก็ยังคงมองแจกันอีกใบที่นางเพิ่งวาดเสร็จประหนึ่งมันทำจากเพชร

 

“งดงามมาก ข้าเริ่มอยากจะเก็บเอาไว้เองเสียแล้ว”

 

นางมองแจกันทรงกลมเตี้ยในมือหนา ลวดลายของมันเป็นปลาที่คล้ายกับปลาของนางแต่นางวาดมันให้สง่างาม ดุดันกว่าและให้คล้ายคลึงกับปลามังกรที่มีความเชื่อว่าเมื่อมันว่ายผ่านประตูสวรรค์ล้วนจะกลายเป็นมังกรสง่างาม 

 

นับว่าความหมายของแจกันนี้ชวนให้วุ่นวายและน่าหวั่นเกรงไม่น้อย คำว่า มังกร มีใครบ้างไม่รู้ความหมาย แต่นางกลับวาดมันออกมาถึงมันจะยังเป็นเพียงแค่ปลาก็ตาม เพราะแบบนั้นนางจึงไม่คิดจะตั้งชื่อมันให้กลายเป็นเรื่องอีก แต่นางคิดว่าคงมีการแก่งแย่งกันน่าดู แต่มันจะถูกวางประมูลในต่างแคว้นนางจึงเบาใจลงหลายส่วน

 

“แล้วท่านจะช่วยเหลืออย่างไรเล่า”

 

นางวนกลับมาประเด็นเดิมอย่างอยากรู้ เพราะต่อให้นางเมินเฉยเพียงใดแต่นางรู้ดีแก่ใจว่านางกำลังเผชิญกับสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะเจอมาก่อน แม้จะเกิดในชายแดนแต่เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ได้รับกระทบในเมืองหลวง

 

“การรบมิใช่ใช้กำลังอย่างเดียวแน่นอนว่าต้องใช้ทุน พี่ชายคนนี้ของเจ้าค่อนข้างจะร่ำรวยไม่น้อย”

 

รอยยิ้มบนใบหน้าอีกฝ่ายทำให้นางอดกรอกตาไม่ได้ แต่เขาก็ไม่แยแสกลับขบขันในลำคอแล้วชวนนางคุยเรื่องเครื่องปั้นชิ้นถัดไปทันที นับว่าคนผู้นี้หาทางรักษาชีวิตได้ดีเสียจริงแต่หากเป็นนางก็คงกระทำแบบเดียวกัน เกิดเป็นองค์ชายมิใช่ง่ายดาย ไม่แสวงหาอำนาจก็เกรงว่าจะตาย มีอำนาจก็ถูกเพ่งเล็งอีก
              

 

อวี้เหลียนเดินขึ้นหุบเขาในวันถัดมาเพราะคิดว่าท่านเฟิ่งถูคงกลับมาแล้ว แม้เขาจะยุ่งเพียงใดอย่างน้อยก็คงจะมีเวลาสอนนางซักชั่วยาม แต่นั่นก็เพียงข้ออ้างของนางที่มุ่งหวังหาผลประโยชน์อื่น นางไม่ได้ต้องการสืบความแต่นางก็อยากรู้เรื่องราวโดยตรง และนางกลับรู้สึกพบหน้าเจ้าของตำหนักขึ้นมา

 

บางทีอาจจะเพราะกำลังจะมีการรบนางจึงอยากรู้ความคิดของท่านอ๋อง เพราะคนผู้นี้คงจะเป็นคนที่รู้สถานการณ์ดีที่สุดแล้ว

 

“ท่านเฟิ่งถูรอท่านอยู่ขอรับ”

 

นางเลิกคิ้วก่อนจะพยักหน้ารับยามที่เห็นว่าเป็นกงกงที่มาต้อนรับนางและไร้เงาเจ้าพยัคฆ์พูดมาก แน่นอนว่าปลายทางย่อมเป็นสถานที่เดิมแต่ใบหน้าที่เต็มใบด้วยหนวดเคราของท่านเฟิ่งถูในยามนี้กลับยิ่งดูดุดันเป็นอย่างยิ่ง เขาทำหน้าประหนึ่งแบกโลกเอาไว้ทั้งใบจนนางรู้สึกระอายแกใจที่ให้เขามาสอนในเวลานี้จึงเปิดปากถาม

 

“ขออภัยคุณหนูจ้าวที่ทำให้กังวล ข้าเพียงกำลังขบคิดเรื่องค่ายกล”

 

“ค่ายกล?” นางรื้อฟื้นความทรงจำตนเองขึ้นมาและคิดว่าพอจะมีเรื่องนั้นอยู่บ้าง สิ่งนี้เป็นรายละเอียงที่ไม่มีในนิยายเลย นางจำได้ว่ามันอยู่ที่หอตำราซึ่งนางไม่ได้ไปนานแล้ว

 

“ท่านอ๋องมักจะตรวจสอบดูทุกคราก่อนที่จะทีการทำศึกแต่ครานี้มันผิดปกติเล็กน้อย”

 

“ผิดปกติอย่างไรหรือ?”

 

นางซักถามด้วยความอยากรู้และกระตือรือร้น นี่มิใช่ความลับทางทหารหรือ?

 

 

“เรื่องนั้นมิได้หนักหนาเพียงแต่มันมิได้เปลี่ยนแปลงมานานหลายปีแล้วจึงสร้างความแปลใจอยู่บ้าง หากแก้ไขถูกต้องย่อมไม่เป็นปัญหา”

 

ชิ! อวี้เหลียนอดที่จะส่งเสียงในใจไม่ได้ คนผู้นี้สุดท้ายก็ตอบเลี่ยงนางกลั่นแกล้งให้ทุกข์ทรมานด้วยความอยากรู้ แต่นางก็ไม่คิดจะเปิดปากถามอย่างโจ่งแจ้งทำเพียงปฏิบัติตนเช่นเดิมราวกับคนไม่อยากรู้ แต่เมื่อการฝึกที่ย่นระยะเวลาให้สั้นลงเหลือเพียงหนี่งชั่วยามครึ่งจบลงนางก็รีบเขียนสานส์ถึงท่านพี่จื้อโหยว่ทันที

 

ความผิดปกติของค่ายกลที่ปกป้องบ้านเมืองจะนับเป็นเรื่องเล็กได้เช่นไรและนางหวั่นใจเกรงว่าจะเกี่ยวข้องกับตนเองที่มาอาศัยในร่างนี้ แบบนั้นหากมีผู้ใดล่วงรู้เข้าเกรงว่าทั้งตระกูลจ้าวคงพลอยเสียหายไปด้วย แต่นางก็หวังว่าความคิดของนางจะเป็นเพียงความหลงตัวเองอย่างโง่งมเท่านั้น

 

 

 

วันเวลาในการเตรียมตัวสำหรับงานบูชาเทพอสูรไป๋หู่หมดลงพร้อมๆกับความวุ่นวายภายในที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรบ แม้ข่าวจะถูกปิดอย่างดีแต่มันก็ไม่ต่างขากการเอามือปิดแผ่นฟ้าเนื่องจากมีการขนย้ายเสบียงมากมายผิดปกติ ทหารก็ยังเข้มงวดขึ้น ชาวบ้านที่หวั่นใจแต่ไม่อาจหาคำตอบได้แน่นชัดยิ่งรู้สึกเคว้งคว้าง ตามธรรมชาติของคนมักหาสิ่งยึดเหนี่ยวให้จิตใจสงบลงด้วยความเชื่อ และสิ่งที่ปกปักแผ่นดินเฟิ่งฟู่มานานอย่างเทพอสูรไป๋หู่ย่อมเป็นตัวเลือกที่ดี 

 

ยิ่งใกล้วันงานบรรยากาศกลับยิ่งเต็มไปด้วยความคึกคักแทนที่จะเงียบสงบ บางทีชาวบ้านเหล่านี้คงหวังจะขอพรให้เทพอสูรปกปักบ้านเมืองให้พ้นภัยดังเช่นที่ผ่านมาและนั่นยิ่งทำให้ผู้ขึ้นร่ายรำรู้สึกถึงความกดดันที่เท่าทวี

 

อวี้เหลียนรู้สึกใจเต้นรัวขึ้นมายามที่นั่งอยู่หน้ากระจกภายในห้องรอ วันนี้เป็นวันที่จะคัดเลือกผู้ขึ้นร่ายรำในอีกเจ็ดวันข้างหน้าบนหุบเขาไป๋หู่ 

 

ครานี้นางมิใช่มิเต็มใจแต่นางมุ่งมั่นที่จะไขว่คว้าตำแหน่งมาให้ได้ทำให้จิตใจนางมีความหวาดหวั่น ซ้ำกู่กูที่ดูแลการสอนสั่งยังบ่นนางจนวันสุดท้ายเพราะความห่วยแตกของนางที่ผิดจุดเดิมซ้ำไปมาแล้วหันมาเยินยอคนที่เพิ่งหายบาดเจ็บอย่างอันจี๋ชุนว่าแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมานะและทุ่มเท 

 

จากที่วันแรกอยู่ท้ายแถวแต่ยามนี้คุณหนูอันกลับเป็นผู้ที่เก่งกาจอันดับหนึ่ง แน่นอว่านางย่อมได้รับสายตาเย้ยหยันเล็กน้อยจากนางเอกแต่นั่นไม่ทำให้นางรู้สึกรู้สาเพราะผู้ที่จะตัดสินใจว่าจะเลือกเป็นฮองฮาและเหล่าพระสนมด้านนอก 

 

มิใช่มีเพียงนางและอันจี๋ชุนที่ต่อสู้กันเพื่อตำแหน่งนี้แต่ยังมีคุณหนูจากตระกูลอื่นอยู่อีก เสียงปรบมือที่ดังขึ้นจากกด้านหน้าดึงดูความสนใจของนางและคุณหนูคนอื่นๆที่ยังรั้งรออยู่ได้เป็นอย่างดี แต่นั่นก็เป็นการแสดงของอันจี๋ชุนจึงไม่นับว่าแปลกอันใด

 

อวี้เหลียนขยับยิ้มบางยามขยับลุกขึ้นไปมองดูชมให้เต็มตา การควบคุมปราณให้มีรูปร่างดังที่นางทำบัดนี้อันจี๋ชุนล้วนกระทำได้ไม่ต่างกันแม้จะไม่อาจคงรูปให้เคลื่อนไหวไปตามจังหวะเพลงได้ตลอดเวลาก็ตาม

 

นี่นับเป็นการเลียนแบบอย่างหนึ่งหรือไม่ แต่หากนางเอ่ยปากออกไปเกรงว่านางคงถูกขบขันเพราะใครๆหากควบคุมปราณได้ดีพอก็ย่อมทำได้ ร่างบางเย้ายวนเคลื่อนไหวอ่อนช้อยไปตามจังหวะเพลงก่อนที่ปราณรูปปลาที่คล้ายกับนางจะกระจายตัวออก

 

 ผ้าสีฟ้าอ่อนพลิ้วสะบัดเร่งเร้าคนตามจังหวะหนักแน่นยามที่ร่างบางหมุนตัว เพลงที่ใช้บูชาเทพอสูรไป๋หู่มีความยากตรงที่มิใช่มีเพียงความอ่อนช้อยดึงดูแต่ยังต้องมีความหนักแน่นดุดันด้วย รวมไปถึงการหมุนตัวสามรอบติดกันก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนช้อยเชื่องช้าอีกครั้ง นี่นับเป็นจุดที่ยากที่สุดแต่อันจี๋ชุนก็ผ่านพ้นมันไปด้วยดีเพียงแต่ไม่อาจรักษาปราณให้เป็นรูปร่างได้อีกเท่านั้น

 

อวี้เหลียนยกยิ้มขยับมือขึ้นปรบอย่างมีน้ำใจยามจ้องมองใบหน้างดงามที่มีร่องรอยเหงื่อเล็กน้อยแต่กลับยิ่งชวนมอง หากบุรุษใดมาเห็นเกรงว่าจะเกิดกิเลสได้โดยง่าย สิ่งที่นางกับอันจี๋ชุนมีเหมือนกันคือสัดส่วนชัดเจน แต่อีกฝ่ายกลับดูน่ารักบอบบางและน่าทนุถนอมเสมอเพราะดวงตาโตหวานและใบหน้าจิ้มลิ้ม ในขณะที่ใบหน้าของนางกลับงดงามเย้ายวนและแฝงความร้ายกาจผ่านดวงตาเอาไว้

 

“งดงามมาก”

 

นางเอ่ยปากกับผู้ที่ทำคอแข็งมองนางยามที่เดินเข้ามาใกล้ทั้งที่ผู้ที่ร่ายรำแล้วไม่จำเป็นต้องกลับมาที่ห้องนี้อีกแต่มีที่นั่งที่ถูกจัดเตรีนมเอาไว้ให้แล้วด้านนอก

 

“ย่อมต้องงดงามกว่าผู้ที่ถูกตำหนิทุกคราไม่ใช่หรือ”

 

นี่นับเป็นคำถากถางนางแน่นอน แต่ด้วยนิสัยของนางปากของนางย่อมขยับไปไวเช่นกัน

 

“นั่นสิ โดยเฉพาะยามที่เลียนแบบผู้อื่น ช่างคล้ายเสียจริง”

 

นางขบขันอย่างอดไม่อยู่ยามที่เห็นคิ้วเรียวอีกฝ่ายกระตุกสีหน้ามีความเกรี้ยวกราดฉายออกมาชั่วครู่ อย่างน้อยก็น่าจะควบคุมปราณให้เป็นรูปอื่นไหมล่ะ

 

อวี้เหลียนอดที่จะส่ายหัวไม่ได้ นางไม่รู้ว่าอันจี๋ชุนคิดสิ่งใดอยู่จึงเลียนแบบอย่างโจ่งแจ้งแบบนั้นหรือบางที นางเอกผู้นี้คงคิดจะวัดให้เห็นๆกันไปเลย นับเป็นความกล้าหาญหรือความโง่งมนางดูไม่ออกไม่ออกจริงๆเพราะสุดท้ายแล้วแม้ปราณจะอยู่ในระดับเดียวกันแต่อันจี๋ชุนก็ไม่สามารถคงปราณให้เป็นรูปร่างได้ตลอดทั้งเพลง

 

เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้งเมื่อการแสดงของคุณหนูสกุลเกาจบลงและอันจี๋ชุนก็ไม่ได้อยู่ในห้องแล้วเช่นกัน นางนั่งรอด้วยความรู้สึกกึ่งตื่นเต้นกึ่งเบื่อหน่ายเช่นเดิมจนไม่หลงเหลือใครมีเพียงนาง

 

อวี้เหลียนก้มมองตัวเองพลางสูดหายใจลึกก่อนจะก้าวเท้าออกไปจากห้องด้านหลังยามที่เสียงดนตรีเริ่มบรรเลงอีกครา
ทุกๆวันที่นางต้องซ้อมซ้ำไปมาทำให้ร่างกายนางราวกับจดจำได้ทุกสัดส่วน แม้กระทั่งปราณของนางที่ถูกขับออกมาแล้วควบรวมเป็นปลาน้อยก็ยังขยับหางเคลื่อนไหวไปตามจังหวะยามที่แหวว่ายไปตามการควบคุมของนาง 

 

ยามที่นางขยับโยกตัวพวกมันล้วนโยกตาม ยามที่มันจำต้องแหวว่ายก็ยังมีช้าเร็วชวนให้น่ามองประหนึ่งมันชีวิตจริง ทั้งหมดนี้ล้วนต้องขอบคุณการฝึกใช้ปราณของนางกับท่านเฟิ่งฝู ยามนี้เพียงการขยับปลาปราณไปมานับว่าไม่ต่างจากการหายใจสำหรับนาง อวี้เหลียนขยับกระโดดด้วยท่วงท่าสง่างามแล้วหมุนตัวเองตามจังหวะรวดเร็วยามที่ดนตรีเปลี่ยนเป็นหนักแน่น การย้ำเท้าของนางดุดันขึ้นแม้กระทั่งสีหน้าของนางก็ยังเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆกับปราณที่แผ่กระจายออกไร้รูปควบรวมเป็นกลีบดอกไม้ผันผวนรอบกายคละเคล้ากับปลาน้อยราวกับกำลังเกิดน้ำวนขึ้นบนบก!!!

 

การกระทำของจ้าวอวี้เหลียนสร้างความตื่นตาและตื่นเต้นให้ผู้รับชมอย่างมาก ซ้ำการแสดงของนางยังดึงดูดแม้กระทั่งเหล่านักดตรีให้ฮึกเฮิมจนบรรเลงด้วยความหนักแน่นมั่นคงและดังก้องยิ่งขึ้น ทุกสิ่งล้วนส่งเสริมให้จิตใจคนมองสั่นสะเทือนไปตามอารมณ์เพลงจนไม่อาจละสายตา แม้กระทั่งหมู่มวลดอกไม่ในวังหลวงยังพากันพัดพามาใกล้เจ้าของร่างเย้ายวนที่กำลังร่างรำกลางลานราวกับเป็นผีเสื้อที่ถูกดอกไม้งามดึงดูด

 

ตึง!

 

เสียงกลางดังเป็นครั้งสุดท้ายแต่ราวกับจิตใจผู้คนที่ร่วมรับชมล้วนยังติดตรึกกับภาพการร่ายรำอันตื่นตาของคุณหนูจ้าว แม้กระทั่งเหล่ารักดนตรียังรู้สึกราวกับใจเขายังไม่หยุดเต้นรัว มือของพวกเขาล้วนอยากจะขยับมันต่อไปไม่ให้เสียงเพลงจบลง และนั่นทำให้เกิดความเงียบขึ้นชั่วครู่ทั้งที่ทุกสายตายังจับจ้องใบที่ใบหน้างดงามที่หอบหายใจเล็กน้อยยามที่ย่อกายด้วยท่วงท่าสง่างาม

 

อิ๋นฮองเฮาเป็นผู้แรกที่ปรบมือแต่ไม่เพียงเท่านั้นพระนางถึงขนาดขยับลุกขึ้นเดินไปประคองเจ้าของร่างบางให้มานั่งข้างกายด้วยพระองค์เอง

 

อวี้เหลียนไม่คิดจะปฏิเสธเลยเพราะนางกำลังตื่นเต้นและลุ้นไม่น้อยกับผลการคัดเลือกแต่สุดท้ายแล้วมันก็ยังไม่ถูกประกาศในวันนี้ แต่นางมั่นใจไม่น้อยและหากเทียบนางกับอันจี๋ชุนที่มีปราณสีฟ้าแบบเดียวกันการควบคุมปราณของนางนับนับว่าเหนือกว่าอยู่

 

อวี้เหลียนค่อนข้างวางใจกับผลการคัดเลือกแต่สิ่งที่นางไม่วางใจเลยคือสิ่งที่เรียกว่าสินบน 

 

นางกรอกตากับการกระทำของอันจี๋ชุน แน่นอนว่าการที่นางไปฝึกร่ายรำอยู่ร่วมเดือนนางย่อมไม่ไปเปล่าๆหรือไปเพื่อจับผิดอันจี๋ชุน  แม้นางจะไม่สนิทสนมกับคุณหนูสกุลใดเป็นพิเศษแต่นางบอกให้ฟางอันตีสนิทกับนางกำนัลในกองสังคีตเอาไว้อย่างดีโดยเฉพาะนางกำนัลที่ใกล้ชินกู่กูผู้สอน 

 

ไม่ว่ากู่กูผู้นี้จะอาสุโสกว่าแล้วอย่างไรนางล้วนไม่สนใจหากไม่คิดจะทำอย่างใสสะอาดหรือคิดเข้าข้างใครที่ทำให้นางไม่ได้รับเลือกนางย่อมไม่ต้องสนใจใช่หรือไม่

 

“เป็นเช่นที่คุณหนูคิดเจ้าค่ะ”

 

คำกล่าวของฟางอันทำให้นางต้องถอนหายใจออกมาอย่างแรง การติดสินบนนับเป็นอะไรที่สามัญแต่แม้กระทั่งอันจี๋ชุนก็ยังกระทำด้วย 

 

ยามนี้อันจี๋ชุนในสายตานางไม่หลงเหลือคราบของนางเอกอีกแล้วแต่จะให้สลับบทบาทกันนางย่อมไม่ยินดี
รอยยิ้มเหยียดปรากกฎบนใบหน้างดงามของจ้าวอวี้เหลียน มือบางลูบวนไปตามขอบถ้วยชายามขยับริมฝีปากเอ่ย

 

“ข้าเริ่มอยากรู้ขึ้นมาเสียแล้วว่าระหว่างคุณหนูตระกูลอันกับท่านอาผู้ใดจะนับว่าร่ำรวยกว่ากัน”

 

หากผู้อื่นติดสินบนได้เหตุใดนางจะให้ท่านอาช่วยติดสินบนให้บ้างไม่ได้เล่า นี่สิจึงจะเรียกว่ายุติธรรม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.742K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,834 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #1337 Atitaya2411 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 13:00
    พาทเเรกที่อันจี๋ซูเป็นนางเอกอาจเพราะนางตอแหลจนไม่มีใครมองออก ไม่ชอบนางเลยอ้ะร้ายแบบโง่ๆ
    #1,337
    1
    • #1337-1 เอเอ (จากตอนที่ 37)
      18 พฤษภาคม 2563 / 15:53
      เพราะว่านางร้ายแบบโง่ๆคนเลยมองไม่ออกไง ประมาณว่าเหมือนมีความใสซื่ออยู่ในตัว555
      #1337-1
  3. #1281 Supriya (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 23:34
    5555 ชอบค่ะ สนุกมากๆๆๆเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ
    #1,281
    0
  4. #1258 Raina. (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 22:47
    แปลกใจความคิดนางเอก ถ้าเป็นเรา จะเลือกปล่อยข่าวแทน ว่าอันจี๋ชุนติดสินเพราะรู้ว่าฝีมือด้อยกว่า(+เลียนแบบด้วย)เลยพยายามโกง วิธีนี้ได้ผลกว่าเยอะ เลยงงว่านางเอกจะลดตัวไปแข่งติดสินบนทำไมหว่า
    #1,258
    0
  5. #1211 0873235850 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 21:40
    พอ.แบบว่าสีกทีเถอะอยากให้หมั้นกันแล้ววว
    #1,211
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #1196 chrysalis_devil (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 09:08
    สนุกมากเลยขอรับเราอ่านรวดเดียวตาแตกไปเลย
    #1,196
    0
  8. #1195 Moo.chompoo (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 06:46
    โง่ชิบเป๋งเลียนแบบทั้งทีทำไมไม่ทำรูปอื่น.. แถมยังทำไม่สมบูรณ์เอาอะไรคิด... อยากทราบ.. ปราณของแม่นางเอกกับนางร้ายเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นปราณสีฟ้าตอนไหนกันคะ..นึกว่ามีปราณสีน้ำเงินทั้งคู่เสียอีกค่ะ
    #1,195
    0
  9. #1187 yu_yuwared (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 23:13
    ช่วงนี้น้องไม่ค่อยได้เจอกับลุงเลย
    #1,187
    0
  10. #1184 jiraporn7nut (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 21:39

    ให้ท่านพี่ช่วยจ่าย ไม่ระคายหน้าแข้งแน่

    #1,184
    0
  11. #1183 Sasi_amamp (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 21:04
    อันจี๋ชุนรึป่าว อันจี๋ชุนไม่น่ารักรึป่าว 55555
    #1,183
    0
  12. #1182 Killer-bova (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 20:04
    แบ็คดีซะอย่างงงงง
    #1,182
    0
  13. #1181 Jong ah wook (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 19:40

    ชอบๆ รอนะคะ
    #เรือบาป
    #1,181
    0
  14. #1177 mod15071986 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 17:02

    อารมณ์แบบคือมันไม่มีฉากนางร้ายของเราจะได้เจอพระเอกมากมายพอให้ได้เกี้ยวกันบ้าง อารมณ์แบบน่ารักแบบก้อนหิน แบบน้อนกะลุงมันน้อย เรื่องวกไปวนมา น้อนกะนางเอกปลอมกะพระเอกปลอม วกมาวกไป

    เราว่าไรท์คงมีเหตุผลของไรท์ ชอบนะ แต่อ่านไปเมื่อไรเขาจะคิดถึงกันห่วงใยกัน ทางรอดของน้อนจะมีการต่อสู้กับอะไรบ้าง นอกจากความริษยาไปมาของวังหลวง ความคิดส่วนตัวนะคะ แต่ยังไงก็เป็นกำลังใจแล้วก็ติดตามเสมอจ้า
    #1,177
    0
  15. #1172 Walailak Sae-kaoa (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 13:49
    บางทีท่านอ๋องก็ใจแข็งไป จนทำให้เนื้อเรื่องดูน่าเบื่อ ดูขัดใจมาก เนื้อเรื่องวกๆวนๆ หลายเรื่องดูแล้วแบบแก้ไข้ง่ายนิดเดียวนางเอกสามารถทำได้ แต่ไรท์ก็ทำให้มันยาก เหมือนไม่อยากให้เนื้อเรื่องดำเนินไปมากกว่านิ้
    #1,172
    0
  16. #1168 Prae45 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 10:46
    บางทีพระเอกอาจจะเป็นเทพไปหู๋ อารมแบบมาบรรทัดเดียวพังทั้งกระดานอ่ะ //ถ้าท่านอ๋องจะหายไปแบบนี้
    #1,168
    0
  17. #1167 Nantanat_neung (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 07:18
    รอออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #1,167
    0
  18. #1166 Meunfan Chebabu (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 05:26
    รอค่าาาาาาาาาา แต่รีดว่าท่านพี่น่าจะรวยกว่านะ อิอิ
    #1,166
    0
  19. #1165 Taylor (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 04:31

    รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #1,165
    0
  20. #1164 Wannaporn30699 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 02:14
    ท่านอ๋องค่าตัวแพงจัง หาตัวยากมาก ตอนหน้าท่านอ๋องจะออกมาหรือยังคะไรท์
    #1,164
    0
  21. #1162 beaw02 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 01:44

    ขอบคุณค่ะ
    #1,162
    0
  22. #1161 Gc'milan candy (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 01:40
    องค์ชายรอง น่าจะเป็นคนโง่มากอะ คือดูไม่ออกเลยว่าแม่นางอันโครตจะเสแสร้ง รางวัลชนะเลิศตอแหลแห่งปีขนาดนี้ 😒😒 // คิดว่าพระเอกน่าจะแก่อะ รบตั้งแต่นางเอกยังไม่เกิด อายุไปไกลแต่หน้าหยุดที่20งี้ // ส่วนเรื่องนี้พระเอกมีก็เหมือนไม่มี ไม่มีก็ได้ ขนาดนี้แล้ว หรือจริงๆแล้วพระเอกที่แท้จริงคือเทพไป่หู่...
    #1,161
    0
  23. #1159 sweetydow (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 01:06

    แถมมีพี้ชายใหญ่ร่ำรวยมหาศาลลลล

    #1,159
    0
  24. #1158 Melyssa (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 01:03
    เรื่องนี้พระเอกไม่มีอยู่จริงใช่ไหมม เมื่อไหร่หน้ากากนางเอกจะโดนกระชากอะรอๆ
    #1,158
    0
  25. #1157 I'm fine. (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 00:16
    แหมมม ใช้เงินท่านอาด้วยนะ
    #1,157
    0