ข้ากลายเป็นนางร้าย...เกี้ยวรัก(สนพ.เฟยฮุ่ย)

ตอนที่ 33 : ตอนที่ 17(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,532
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,061 ครั้ง
    12 พ.ค. 63

 

นับเป็นการถกเถียงที่ไร้สาระระหว่างนางและอันจี๋ชุนในยามกลางวันและนั่นทำให้นางไม่มีเวลาจะพักก่อนจะฝึกกับท่านเฟิ่งถู แต่ที่นางบอกไปก็ยังเป็นความจริงเพราะต่อให้อันจี๋ชุนประกาศก้องต่อผู้คนไปทั้งแคว้นแต่ฮ่องเต้ไม่ยอมด่อให้ได้เป็นชายาเอกองค์ชายรองมันก็เปล่าประโยชน์ 

 

อวี้เหลียนชะงักเท้าเมื่อร่างกายของนางสั่นสะท้านขนลุกชันอย่างรุนแรงยามมีลมหนาวพัดผ่านร่างกาย นางเงยหน้าตามสัญชาตญาณและนั่นทำให้ใจนางสั่นสะท้านอย่างรุนแรงกับไอพลังสีดำทมิฬดูน่าหวาดหวั่นเบื้องหน้า มือของนางสั่นระริกความหวาดกลัวเข้ากอบกุมจิตใจจนไม่อาจขยับก่อนที่นางจะได้ยินเสียงหวีดร้องของตัวเองยามที่ไอพลังสีดำชวนให้หวาดกลัวนั้นพุ่งเข้ามาหานางอย่างรวดเร็วจนไม่ทันที่นางแม้แต่จะกระพริบตา

 

“กรี๊ดดดดด!!”

 

เสียงที่ดังขึ้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบย่อมทำให้ผู้คนในหุบเขาที่สงบสุขแตกตื่นแม้แต่ผู้ที่ขึ้นชื่นว่าเป็นเจ้าของยังต้องพุ่งออกมาดูด้วยตัวเอง แต่มันก็ช้าเกินกว่าที่พวกเขาจะรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าของร่างบางที่หมดสติอยู่ด้านหน้าบันได

 

อวี้เหลียนสะดุ้งตัวตื่นลืมตาโผลงในความมืดสลัวด้วยความตกใจ

 

“คุณหนูเจ้าคะ!”

 

เสียงคุ้นเคยของสาวใช้คนสนิททำให้สติของเจ้าของร่างกลับมาแต่ความหวาดกลัวราวกับติดตรึงไปทั่วจนร่างบางสั่นสะท้านลมหายใจหอบยามที่กวาดมองไปทั่ว

 

“ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”

 

นางเอ่ยถามด้วยความงุนงงยามนี้เริ่มไม่แน่ใจว่าตนเองฝันไปหรือไม่

 

“ฟางอันได้ยินเสียหลังจากที่คุณหนูออกไปได้เกือบชั่วยามเจ้าค่ะจึงเข้ามาดูและเห็นว่าคุณหนูนอนอยู่บนเตียงพร้องกับข้อความสั้นๆให้ไปแจ้งพระสนมว่าคุณหนูป่วย”

 

“เจ้าบอกท่านอาหรือไม่ว่าข้าไปที่ใดมา”

 

“มิได้บอกเจ้าค่ะ”ฟางอันตอบนางจับมือบางของผู้เป็นนายเอ่ยถามเสียงเบา

 

“คุณหนูเกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ”

 

อวี้เหลียนขมวดคิ่วมุ่น “ข้าไม่แน่ใจ”

 

นางยังจำความน่ากลัวของเงานั้นได้ดีแต่นางควรบอกว่าอะไร แล้วเสียงที่นางได้ยินในหัวราวกับเรียกนางด้วยเสียงทรงอำนาจและก้องกังวานในหูตอนหมดสตินี่คืออะไร

 

นางขบคิดและเกิดคำถามมากมายแต่สุดท้ายแล้วนางก็ไม่ได้คำตอบ และนี่ก็เป็นอีกวันที่นางมิได้ฝึกใช้ปราณกับท่านเฟิ่งถู

 

เจ้าของร่างบางขยับกายลงจากเตียง จนถึงตอนนี้นางก็ยังไม่อาจละทิ้งความอยากรู้จนนอนไม่หลับ ยามนั้นนางรู้ตัวดีว่าตัวเองอยู่ที่ใดในเวลานั้นและไอพลังสีดำนั้นแผ่ออกมาจากที่ใด และทั้งหมดนี้ล้วนทำให้นางอดคิดไม่ได้ว่าหากนางเข้าไปที่นั่นนางจะได้คำตอบว่าเหตุใดตัวเองจึงมาอยู่ในร่างนี้....ตำหนักเทพอสูรไป๋หู่

 

ลมหายใจอุ่นถูกพ่นออกมาจมูกโด่งรั้นราวกับเจ้าของต้องการระบายความรู้สึกอึดอัดในอก คิ้วเรียวขมวดมุ่นคลายออกเล็กน้อยยามที่มือบางปิดหน้าต่างในที่สุดแล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้อง อวี้เหลียนตัดสินใจจุดเทียนอีกครั้งหลังจากที่ฟางอันเพิ่งดับมันได้ไม่นาน นางฟื้นตอนหัวค่ำแต่นั่นก็ล่วงเลยเวลาฝึกซ้อมกับท่านเฟิ่งถูแล้วนางจึงร่วมโต๊ะเสวยกับท่านอาตามรับสั่งที่ต้องการถามไถ่อาการนางก่อนจะกลับมาอาบน้ำผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ที่ห้อง แต่ยามนี้นางเลือกที่จะฝึกปราณอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้คิดเรื่องเลื่อนระดับปราณมานาน 

 

ปราณยิ่งอยู่ในระดับที่สูงจะยิ่งเลื่อนระดับยากและยิ่งใช้ยาสมุนไพรเยอะทำให้นางไม่คาดหวังว่ามันจะทันงานบูชาเทพอสูรไป๋หู่แต่นางก็ยังต้องฝึกควบคุมให้ดี

 

ความเงียบโรยตัวลงคลอบคลุมห้องกว้างอีกครั้งยามที่เจ้าของห้องเข้าสู่สมาธิ ไอปราณขยับเคลื่อนไหวรอบกายราวกับสายน้ำเอื้อยก่อนจะปรากฏปลาสีน้ำเงินงดงามจะแหวกว่ายวนไปรอบๆเจ้าของร่างด้วยท่วงท่าไม่รีบเร่งและรื่นไหลราวกับอยู่ในสายน้ำจริงๆ

 

อวี้เหลียนไม่รู้ว่าตนเองทำสมาธิเพื่อเพิ่มระดับปราณนานเท่าใดแต่นางกลับรู้สึกว่าปราณของนางราวกับกำลังแผ่ขยาย ความรู้สึกประหลาดราวกับมีถ้วยใบใหญ่กักเก็บปราณของนางปรากฏในร่างแต่มันยังไม่เต็ม และยิ่งนางฝึกฝนมันก็ยิ่งเพิ่มพูน นางรู้สึกเหมือนปราณของนางจะเข้มข้นขึ้น บางทีอาจจะเป็นเพราะร่างกายนางเหนื่อยอ่อนจริงๆหรือก็เพราะนางฝึกต่อสู้ด้วยปราณกับท่านเฟิ่งถู

 

ร่างบางขยับตัวอีกครั้งยามที่มีเสียงรบกวนนางดังแว่วมา นางจำได้ว่ายามที่นางล้มตัวลงนอนก็ดึกมากแล้วแต่ยามนี้นางกลับรู้สึกดีอย่างประหลาดแม้ว่าร่างกายนางจะยังปวดเมื่อยก็ตาม

 

อวี้เหลียนขยับซ้ายขวาให้แน่ใจแต่นางก็ไม่อาจขบคิดหาสาเหตุได้นอกจากคาดเดาว่าน่าจะเป็นเพราะการฝึกฝนปราณเมื่อคืน และนั่นทำให้การซ้อมรำของนางดูน่าเกลียดน้อยลงในสายตากู่กูกองสังคีตาที่เอ่ยปากให้นางขยับขึ้นมาแถวหน้าอีกครั้งหลังจากทีเมื่อวานนางกระเด็นลงไปถึงสามแถวท่ามกลางสายตาวาวโรจน์ของอันจี๋ชุนที่ขยับขึ้นมาอยู่แถวหน้าได้แล้ว

 

แน่นอนว่านางยังไม่สนใจสายตาของอันจี๋ชุนเช่นเดิมและมันช่างเป็นวันดีที่ไร้เงาองค์ชายรอง มีเพียงท่านพี่จื้อโหยว่เท่านั้นที่มาดักรอนางอยู่ที่ตำหนักอยู่ก่อนแล้วยามที่นางมาถึง

 

เครื่องปั้นที่เขานำมาด้วยล้วนถูกปั้นอย่างปราณีต แม้นางจะมิได้ชื่อชอบเครื่องปั้นเป็นพิเศษแต่ก็ไม่อาจละเลยความล้ำค่าของมัน

 

นางพูดคุยกับท่านพี่จื้อโหยว่เรื่องเครื่องปั้นเหล่านี้ที่จะเริ่มทำการผลิตและขายออกไป และตื่นเต้นอยากจะลองวาดลงบนเครื่องปั้นที่ท่านพี่จื้อโหยว่นำมาให้ แต่น่าเสียดายที่นางไม่อาจะหยุดฝึกฝนกับท่านเฟิ่งถูได้อีกจึงจำต้องหยุดยั้งความตื่นเต้นเอาไว้ก่อนแล้วไปที่หุบเขาอีกครั้ง 

 

ความรู้สึกยามที่ตานางมองเห็นตำหนักโอ่อ่าที่เคยมีไอพลังสีดำทำให้ร่างกายนางหวาดกลัวขึ้นมาเองราวกับความกลัวนั้นฝังลึกในจิตใจนางจนนางต้องกำมือแน่นแล้วแล้วบังคับให้ก้าวเดินออกไป

 

อวี้เหลียนสูดหายใจลึกราวกับทุกย่างก้าวของนางหนักอึ้งและกดดันยามที่ขึ้นมาถึงด้านบน นางเหลียวมองตำหนักเทพอสูรไป๋หู่อีกครั้งแล้วเดินไปตามทางที่เริ่มคุ้นเคยเพื่อฝึกฝนการใช้ปราณ

 

นับเป็นอีกวันที่ท่านเฟิ่งถูไม่แยแสความเหนื่อยของนางแม้เพียงนิดแต่วันนี้นางกลับไม่หมดสติล้มพับลงไปมีเพียงร่างกายที่ต้องนั่งหอบอยู่บนพื้นอย่างไร้แรงและไร้สภาพสิ้นดี

 

จ้าวอวี้เหลียน นางร้ายผู้งดงามเย้ายวนยามนี้คงมีสภาพน่าเกลียดราวกับคนบ้าที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงและเหงื่อเยิ้มราวกับไม่ได้อาบน้ำมาหลายวัน นับเป็นความอับอายจนนางคิดว่าการหมดสติไปก็มีส่วนดีอยู่เหมือนกัน

 

ยังดีที่ท่านเฟิ่งถูดูจะไม่แยแสสภาพนางนักและมุ่งมั่นทำหน้าที่ของตัวเองประหนึ่งทหารหาญที่ไม่ยอมละทิ้งคำสั่งทุกๆวันนางจึงไม่อาจสนใจสภาพของตัวเองได้แม้เพียงนิดจนการฝึกฝนแต่ละวันจบลง 

 

แต่นางก็ใช่ว่าจะปล่อยให้ตัวเองมีสภาพเช่นนั้นทุกวัน การเคลื่อนไหวของนางย่อมต้องดีขึ้น อาการเหนื่อยของนางน้อยลงบ่งบอกว่าการฝึกฝนของนางได้ผลดี จะมีก็เพียงการฝึกฝนร่ายรำของนางที่ถูกกู่กูตำหนิทุกวันซ้ำไปมาอยู่ที่จุดเดิม แต่นางก็ทำเพียงรับคำแสดงสีหน้ามุ่งมั่นแล้วก็หมุนเซและก้าวขาผิดอยู่แบบนั้นอย่างจงใจ ยิ่งเห็นอันจี๋ชุนมองมาอย่างหยิ่งผยองยามที่อีกฝ่ายขึ้นเป็นอันดับหนึ่งนางก็ยิ่งรู้สึกว่าการทำผิดพลาดของนางนับว่าไม่เสียเปล่า

 

อันจี๋ชุนยามนี้จำต้องไขว่คว้าหาชื่อเสียงให้ตัวเองเพื่อปีนป่ายขึ้นที่สูง แต่นางก็ไม่อาจยกตำแหน่งเทพธิดาในครานี้ให้ได้เช่นกัน ในวันคัดเลือกต่อหน้าพระพักตร์นางย่อมไม่เสแสร้งแกล้งผิดซ้ำๆเช่นทุกวันนี้



 

 

โฮก!!!”

 

เสียงคำรามดังสนั่นพร้อมกับร่างใหญ่โตที่กระโจนเข้าใส่ทำให้จ้าวอวี้เหลียนที่เหลียวมองหาผู้ฝึกสอนตื่นตัว ปราณสีน้ำเงินถูกสร้างขึ้นป้องกันเมื่อสัญชาตญาณจากการรับการโจมตีทุกวันร้องเตือนว่าไม่อาจหลบพ้น

 

“เพล้ง!”

 

แน่นอนว่าปราณสีน้ำเงินของนางยังต่ำไปไม่อาจสู้สัตว์ปราณชั้นสูงได้แต่จ้าวอวี้เหลียนรู้เรื่องนั้นดีจึงยังสามารถหยุดยั้งการโจมตีนั้นได้ด้วยม่านพลังอีกสองชั้นที่เหลือ

 

“หือ ดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้จักใช้ปราณอย่างดี”

 

คำกล่าวของพยัคฆ์สีดำทมิฬทำให้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน

 

“เจ้าคิดจะทำอันใด”

 

“ก็แค่ทดสอบ” ลี่หู่ตอบอย่างไม่สนใจท่าทีระแวดระวังของอีกฝ่าย เขายกขาหน้าขึ้นวางบนม่านสีน้ำเงินที่ยังคงอยู่แต่ครานี้แม้ว่าเจ้าของม่านจะสร้างม่านพลังขึ้นนทดแทนอันที่แตกไปอีกชั้นก็ไม่สามารถยับยั้งเล็บคมที่ถูกกางออกของพยัคฆ์ทมิฬได้

 

“เพล้ง เพล้ง!”

 

“หากข้าเอาจริงเจ้าก็คงตาย”

 

อวี้เหลียนไม่พอใจนักแต่นางไม่อาจโต้แย้งจึงทำได้เพียงมาดหมายในใจ นางจำต้องเพิ่มม่านเป็นสี่ชั้นมิเช่นนั้นคงกันการโจมตีของผู้ที่มีปราณสีทองไม่ได้หมดจรด ส่วนเจ้าพยัคฆ์นี่มันข้อยกเว้นเพราะนางคิดว่ามันคงมีปราณแข็งแกร่งไม่ต่างจากท่านอ๋อง

 

“วันนี้เฟิ่งถูไม่ว่างเขาไปทำธุระให้เจี๋ยหู่”

 

คิ้วเรียวเลิกขึ้น “เจ้าจึงเป็นผู้มาส่งสานส์หรือ?”

 

นี่นับว่าแปลกเพราะตลอดมาเจ้าพยัคฆ์นี่ทำท่าทางเย่อหยิ่งแถมยังว่านางว่าห่วยแตกตลอดไม่มีทางที่ยอมมาเป็นผู้ส่งสานส์ให้ใคร

 

“ข้าก็แค่ว่างและกำลังเบื่อหน่าย”

 

นางจ้องมองท่าทีเหมือนแมวง่วงของมันแล้วเอ่ยถามอย่างอยากรู้ “แล้วท่านอ๋องมิอยู่หรือ”

 

“ไม่ เขาต้องจัดการเรื่องกองทัพ”

 

“กองทัพ?”

 

ลี่หู่หรี่ตามองผู้แสดงท่าทีสงสัยราวกับเด็กน้อยแต่ด้วยนิสัยนางเขาย่อมรู้ว่านางนั้นกำลังสอดรู้

 

“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”

 

ใบหน้างดงามของอวี้เหลียนปรากฏร่องรอยความหมั้นไส้ขึ้นมายามจ้องมองเจ้าพยัคฆ์ก่อนจะไหวไหล่ “งั้นข้ากลับละ”

 

“เดี๋ยว!” ลี่หู่ร้องห้ามเมื่อเห็นร่างบางจะผละจากไป เขามิใช่เพียงอยากก่อก่อกวนแต่เขาเบื้อหน่าย “ข้าจะไปด้วย”

 

คำกล่าวนั้นยิ่งทำให้คิ้วของอวี้เหลียนเลิกสูง “ไปที่ใดกัน?”

 

“ข้างนอก” กล่าวจบดวงตาดุดันของพยัคฆ์ปราณก็ทำการข่มขู่สตรีตรงหน้าอีกเล็กน้อย

 

“หากเจ้าไม่พาข้าไปเจี๋ยหู่กลับมาข้าจะยุแยงให้เขาสั่งเฟิ่งถูให้เลิกสอนเจ้า

 

นับเป็นความเอาแต่ใจของพยัคฆ์ปราณที่ทำให้นางค่อนข้างจะเอือมระอา นางไม่คิดว่าท่านอ๋องจะเป็นพวกหูเบาแต่อย่างใด ดูท่าเจ้าพยัคฆ์ทมิฬนี่คงอยากหาเรื่องเที่ยวเสียมากกว่าจึงมาข่มขู่นาง หรือไม่มันก็คงจะเหงาอยู่บ้าง

 

“ผู้ใดจะกล้าพาพยัคฆ์ตัวโตถึงเพียงนี้ไปเดินเล่นกัน”

 

แต่นางก็มิใช่ผู้ใจบุญจึงเอ่ยแย้งอย่างมีเหตุผลแต่เจ้าพยัคฆ์ตัวโตที่ว่ากลับแสดงสิ่งที่ตื่นตาให้นางให้ชมด้วยการหดตัวเองให้เล็กจนกลายเป็นแมวโตเต็มไวตัวหนึ่ง

 

“ทีนี้ไปได้แล้วหรือยัง”

 

มันทางพร้อมท่าทางเย่อหยิ่งและถือดีพร้อมกับรอยยิ้มยก แต่นี่ก็ค่อนข้างจะเป็นความสารถพิเศษที่น่าทึ่งจริงๆในความคิดของนาง

 

........

วันนี้สองตอนนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.061K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,834 ความคิดเห็น

  1. #2658 BBBoBowww (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 21:28
    กลายเป็นแมวโดยสมบูรณ์...
    #2,658
    0
  2. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. #2382 dimond5432 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 16:03
    แล้วลี่หู่แปลงเป็นมนุษย์ไม่ได้เหรอ
    #2,382
    0
  4. #2108 dokao (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 17:47
    น่ารักนะ
    #2,108
    0
  5. #1764 MoroniDorathy (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 15:20
    love love read marathon
    #1,764
    0
  6. #1640 chanome (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 20:41
    ร่างที่แท้จริงของคุณเสือน้อยย โฮ้กก ปี๊ป
    #1,640
    0
  7. #1625 \\^o^// miNi_Mint \\^o^// (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 13:21

    ลืมตาโพลง < ลืมตาโผลง

    ครอบคลุม < คลอบคลุม

    #1,625
    0
  8. #1107 Whatever it is (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 19:09
    ชอบคุณพยัคอะ น่ารัก 5555
    #1,107
    0
  9. #1103 Baiphil289 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 21:16
    น่าร้ากอ่า
    #1,103
    0
  10. #1034 EndlessLovelove (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 07:10

    ไรท์น่าร้ากก

    #1,034
    0
  11. #1026 Ayaaaaaa (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 02:10
    ขอบคุณค่ะ 💕💕💕
    #1,026
    0
  12. #1022 tigereye2517 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 01:16

    รักไรต์เลยอิอิ

    #1,022
    0
  13. #1020 beaw02 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 01:01

    ขอบคุณค่ะ
    #1,020
    0
  14. #1017 mod15071986 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 00:31

    รอเสมอ เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ และ

    ให้น้อนชนะนางเอกในนาม ไปเต้นถวายท่านเทพด้วยนะเจ้าคะ
    #1,017
    0
  15. #1015 Jong ah wook (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 00:18

    รักไรท์
    #1,015
    0
  16. #1013 I'm fine. (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 23:44
    ติดตามมม เป็นกำลังใจให้นะคะะ
    #1,013
    0
  17. #993 Supriya (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 22:12
    ชอบมากเลยค่ะ ตอนที่ยัยน้องคุยกับท่านพยัคฆ์ทมิฬเนี่ย บันเทิงสุดๆไปเลยค่ะ สนุกมากๆๆเลย ขอบคุณนะคะ💜💜💜💜
    #993
    0
  18. #992 Meladatim (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 22:08
    สู้ๆลูก สิ่งใดได้มาด้วยพละกำลังของตัวเองย่อมน่าภูมิใจ เก่งเมื่อไหร่ ติดปีกบินไปเลย
    #992
    0
  19. #991 Nantanat_neung (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 22:07
    รอออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #991
    0
  20. #990 Smallevening (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 22:07

    รอๆๆๆๆ ค่ะ
    #990
    0
  21. #989 PueanNisa (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 22:06

    รอค่าา
    #989
    0
  22. #988 bect1267 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 22:06
    อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว
    #988
    0
  23. #987 2wwwwwww (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 22:06
    รอนะคะไรท์
    #987
    0
  24. #986 Nongmd (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 22:05
    รอๆๆๆๆๆๆๆ
    #986
    0
  25. #985 Ramiel D gleam (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 22:05
    อีสีดำๆคืออะไรกันแน่
    #985
    0