ข้ากลายเป็นนางร้าย...เกี้ยวรัก(สนพ.เฟยฮุ่ย)

ตอนที่ 28 : ตอนที่ 14(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,920
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,461 ครั้ง
    6 พ.ค. 63

 

“การฝึกฝนเพื่อให้ได้รับเลือกให้ร่ายรำบูชาเทพอสูรไป๋หู่จะมีขึ้นในอีกสองวัน เจ้าเตรียมตัวพร้อมแล้วใช่หรือไม่”
คำกล่าวของผู้ที่นั่งเอนพิงหมอนอิงอยู่ทำให้นางต้องชะงักมือที่กำลังรินชาเล็กน้อย

 

“เพคะ” นางขยับยิ้มตอบรับแล้วรินชาจนเต็มถ้วยอย่างพอเหมาะ

 

“เจ้าต้องทำให้ดี ยิ่งคราที่แล้วเป็นเจ้าที่ได้รับเลือกยิ่งมีสายตาจับจ้องคอยมองความล้มเหลวของเจ้าเข้าใจหรือไม่”

 

“พระสนมอย่าห่วงเลยเพคะ”

 

นางกล่าวรับด้วยรู้ดีว่าในความเป็นจริงแล้วผู้คนมักชื่นชอบการมองดูความล้มเหลวของคนอื่นมากกว่าความาสำเร็จเพราะความอิจฉา แต่มันก็เพียงถูกซุกซ่อนเอาไว้ด้วยรอยยิ้มและหน้ากากทางสังคมที่น่าชิงชัง แต่ครานี้นางมีความตั้งใจของนางเอง นางต้องการที่จะได้รับเลือกในครานี้

 

อวี้เหลียนรู้ดีว่าตนเองหมายมาดเพียงใด แต่นางก็ไม่คาดคิดว่ามันจะน่าเบื่อหน่ายถึงเพียงนี้ยามเมื่อวันที่กองสังกคีตาเรียกรวมเหล่าคุณหนูทั้งหลายที่มีความสามารถ

 

ทันทีที่นางวางเท้าลงจากรถม้าที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ได้ตามฐานะนางก็ต้องเผชิญกับสายตาหลายคู่ที่จับจ้องและคำนินทา แน่นอนว่ายังกล่าวถึงความดีของนางที่แจกจ่ายอาหารให้คนไร้บ้านแต่มันก็ตามมาด้วยคำกล่าวถึงความน่าสงสารเห็นใจเหลือประมาณที่องค์ชายรองไม่เหลียวแลนางประหนึ่งทำดีเพียงใดก็มิได้อยู่ในสายตาพระเนตร นางอยากจะบอกกล่าวเหลือเกินว่านางก็ไม่ได้อยากอยู่

 

ท่าทีเฉยเมยราวกับนางไม่ได้ยินเสียกระซิบหยุดชะงักลงเมื่อเบื้องหน้าของนางถูกขัดขวางโดยคนผู้หนึ่งในข่าวลือ
นางขยับยิ้มยกเลิกคิ้วด้วยท่าทีกวนประสาทเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบเพราะเห็นชัดๆอยู่ว่าคนตรงหน้าคงจงใจเย้ยหยันนาง

 

“หายดีแล้วหรือ ข้าได้ข่าวว่าเจ้าป่วย?”

 

อันจี๋ชุนชะงักไปเล็กน้อยด้วยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อนก่อนที่รอยยิ้มของนางจะประดับใบหน้าเช่นเดิม

 

“ขอบคุณคุณหนูจ้าวที่ห่วงใยแต่ข้าดีขึ้นแล้ว อันที่จริงคงต้องขอบพระทัยองค์ชายรองที่ทรงเมตตาส่งหมอหลวงมาตรวจดูข้าและมอบสมุนไพรมากมาย ท่านช่างโชคดียิ่งนักที่ได้เป็นถึงคู้หมั้นของพระองค์

 

นี่คุณหนูอันผู้น่ารักกำลังเยินยอคู่หมั้นคนอื่นให้คนเป็นคู่หมั้นฟัง?

 

อวี้เหลียนขยับยิ้มอีกครั้งอย่างไม่สนใจความนัยที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อว่าองค์ชายรองสนใจเจ้าตัวเพียงใด

 

“เจ้าช่างหายไข้ได้เหมาะเจอะเสียเหลือเกินนะ  ตรงกับวันฝึกร่ายรำวันแรกเสียด้วยเห็นทีสมุนไพรขององค์ชายรองคงจะดีจริงๆ”

 

ความหมายของนางไม่มีอะไรก็แค่ต้องการจะแฉคนแสร้งป่วย

 

“แล้วองค์ชายสามมิทรงประทานสมุนไพรให้บ้างหรือ ข้าได้ยินมาจากองค์ชายรองว่าเจ้าสนิทกับพระองค์ไม่น้อย”

 

นางแกล้งกวนน้ำให้ขุ่น แต่มันก็ชัดเจนตั้งแต่องค์ชายเหอเสี่ยงไปหานางที่จวนพร้อมท่านพี่จื้อโหยว่ครานั้นว่ากำลังผิดใจกับอันจี๋ชุน และแน่นอนเมื่อฝ่ายชายไปหานางนางเอกผู้มากล้นด้วยเสน่ห์ดึงดูผู้ชายย่อมดึงดูองค์ชายสามเข้ามา
คิดแล้วก็น่าอิจฉาไม่น้อย การเกิดเป็นนางเอกคงมีสิ่งที่เรียกว่าทักษะการมัดใจผู้คนติดตัวแน่นหนา ใครเห็นก็ใจอ่อน เข้าใกล้ใครก็เอ็นดู

 

หากนางร้ายเช่นนางมีทักษะนี้บ้างความเย้ายวนงดงามของร่างกายนี้คงยิ่งมีประโยชน์และคงทำให้คนใจหินเยี่ยงชินอ๋องใจอ่อนลงมาบ้าง

 

นางขบคิดพลางมองใบหน้าที่กระตุกของอันจี๋ชุนอย่างรื่นรมย์ คิ้วเรียวบนใบหน้างดงามน่ารักของอันจี๋ชุนขมวดบงบอกว่ากำลังเค้นความคิดโต้ตอบนางอย่างหนัก แต่สุดท้ายแล้วนางเอกจะไม่สนใจเรื่องของพระเอกมากกว่าสนใจเรื่องอื่นได้อย่างไร

 

“องค์ชายรองกล่าวเช่นนั้นหรือ?”

 

ดูเหมือนอันจี๋ชุนจะหลงลืมไปว่าจะต้องแก้ตัวก่อนว่าไม่ได้แกล้งป่วยจึงข้ามมาประเด็นที่สองเสียเฉยๆแต่เรื่องอะไรนางจะบอก

 

อวี้เหลียนขยับยิ้มยกพัดในมือแตะปลายคางอย่างครุ่นคิดชั่วครู่แล้วเอ่ยตอบ

 

“ข้าก็ไม่แน่ใจนัก มันดูจะมิใช่เรื่องสำคัญอันใดสำหรับข้าและองค์ชายรองมิใช่หรือ?”

 

การโต้ฝีปากในครานี้นับเป็นความสำเร็จที่งดงามของนางร้ายเช่นนางเลยทีเดียวเมื่ออันจี๋ชุนแม้จะรักษากิริยาและหน้าตาให้ดูดีประดับรอยยิ้มอยู่เสมอชวนให้ผู้คนชื่นชอบได้แต่ความคิดคนเรานั้นห้ามยากเต็มที ดังนั้นยามที่ผู้ฝึกสอนทำการทดสอบคุณหนูอันผู้เป็นนางเอกของเรื่องก็ถูกเชิญอย่างสุภาพให้ไปอยู่ด้านหลังของแถวเพราะร่ายรำผิดจังหวะบ่อยครั้ง
นี่นับเป็นความรื่นเริงในวันนี้ได้กระมังแม้นางจะมั่นใจว่าวันหน้าอันจี๋ชุนจะกลับมาแถวหน้าที่เรียงตามความสามารถได้ก็ตาม

 

การสอนจบลงด้วยความเหนื่อยอ่อนและผมเผ้าที่ค่อนข้างยุ่งเหยิงไปเล็กน้อยของเหล่าคุณหนู แม้แต่นางยังต้องหายหายใจถี่ๆ นับว่ากู่กูที่ฝึกสอนมีความจิตแข็งและมีเบื้องหลังที่แน่นหนาจึงได้ต้อนรับเหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่เช่นนี้ได้

 

“งานบูชาเทพอสูรไป๋หู่นับเป็นงานใหญ่ที่สุดในแคว้น สตรีที่ได้รับเลือกจะนับได้ว่าเป็นสตรีที่มีความสามารถโดดเด่นย่อมไม่ผิด ข้าน้อยหวังว่าคุณหนูทุกคนจะตั้งใจฝึกฝนดังเช่นวันนี้อีกในวันพรุ่ง ยามนี้ให้แยกย้ายกลับตำหนักได้”

 

คำกล่าวกระตุ้นนั้นราวกับเป็นสิ่งยืนยันของกู่กูว่าจะไม่อ่อนข้อให้ในคราถัดไปเช่นกัน วาจาเอ่ยชมล้วนไม่รั้งรอยามสอนแต่คำติเตียนก็มีมาอย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน นางไม่คิดว่ากู่กูคนนี้จะเป็นคนของฮองเฮา บางทีอาจจะเป็นคนของไทเฮาเสียมากกว่าจึงกระทำเช่นนี้แม้กระทั่งกับนาง แต่นางก็ยอมรับนั่นแหละว่าตนเองค่อนข้างจะห่วยไปบ้างเพราะนางเหนื่อย! มีคุณหนูหลายคนที่เริ่มไม่พอใจกู่กูผู้นี้แต่นางไม่อยากมีปัญหาจึงวางตนนิ่งเฉยรักษากิริยารับผ้ามาซับหน้าแล้วเดินออกจากห้องซ้อมหมายจะกลับไปอาบน้ำ แต่ฝีเท้าของนางกลับต้องชะงักเมื่อเห็นพระพักตร์ขององค์ชายรอง รอยยิ้มของเขายังคงประดับใบหน้าเช่นเดิมในขณะที่นางก้าวเดินไปหาแล้วถวายพระพรก่อนจะเอ่ยถาม

 

“พระองค์มารับหม่อมฉันกลับตำหนักหรือเพคะ?”

 

นับเป็นความหมั้นหน้าของนางและต้องการดูท่าทีของคนที่สวมหน้ากากเสแสร้ง

 

ใบหน้าหล่อเหลาขององค์ชายแห่งแคว้นดูจะแข็งไปเล็นน้อย มองจากสายตาที่เหลือบไปด้านหลังนางอดคิดไม่ได้เลยว่าคนอื่นคงกำลังมองมาและหนึ่งในนั้นคงจะมีอันจี๋ชุนปะปนอยู่

 

“ข้าเพียงผ่านมาจึงแวะมาให้กำลังใจเจ้า”

 

นับเป็นคำแก้ตัวที่ดี มิเช่นนั้นเขาคงต้องไปส่งนางเพื่อรักษาหน้าและมารยาทแต่กลับไปผิดใจกับอันจี๋ชุนแทน แต่ที่องค์ชายผู้นี้ไม่รู้คือนางได้ทิ้งความเข้าใจผิดเอาไว้แล้ว  อวี้เหลียนยกยิ้มน้อยๆอย่างขบขันและเข้าอกเข้าใจ

 

“ขอบพระทัยองค์ชายเพคะทีทรงเป็นห่วงหม่อมฉันถึงเพียงนี้”

 

ชางเซิ่งเหอเสี่ยงทำเพียงขยับยิ้มบางไม่ตอบรับไม่ปฏิเสธ “ให้ข้าเดินไปกับเจ้าจนกว่าจะถึงทางแยกเถอะนะ”

 

“เพคะ”

 

ดูเหมือนพระเอกผู้นี้จะไม่อยากถูกสายตาจับจ้องอีกต่อไปนางจึงยินยามเดินเคียงข้างเขาออกห่างจากห้องฝึกที่กองสังคีต* ตลอดเวลาผู้ที่อยู่ข้างกายนางไม่เหลือบแลไปด้านหลังแล้วถามไถ่ถึงเรื่องที่จวนนางราวกับจดจ่ออยู่กับนางจริงๆแต่นางอดคิดไม่ได้ว่าหลังจากนี้เขาจะไปพบอันจี๋ชุนอีกที แต่นั่นก็ไม่เกี่ยวกับนางอีกแล้วเพราะนางเหนื่อยเกินกว่าจะสนใจ 

 

 

อวี้เหลียนผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์สวยหรูสมฐานะหลังจากล้างคราบเหงื่อไคลออกไปจนสิ้นแต่ความตั้งใจที่นอนพักของนางกลับไม่เป็นผลเมื่อนางไม่อาจหลับลงได้เพราะบางสิ่งที่นางวางแผนมาหลายวัน สุดท้ายแล้วเจ้าของร่างบางจึงขยับลุกขึ้น นางมองสบตาม่านชิงแล้วบอกเสียงเรียบ

 

“ข้าจะออกไปข้างนอก”

 

“คุณหนูจะไปเดินชมอุทยานหรือเจ้าคะ?”เป็นฟางอันที่เอ่ยถามในขณะที่ม่านชิงยังคงเงียบอย่างรอคอย

 

“ป่าว แต่ข้าจะไปที่เดิม ทำอย่างที่เคยทำก็พอ”

 

การที่นางกล่าวเช่นนี้ม่านชิงและฟางอันย่อมรู้ดี แม้นางจะเห็นม่านชิงขมวดคิ้วน้อยๆแต่ก็ไม่เอ่ยปากห้ามหรือถามไถ่เพียงนำผ้าคลุมไหล่มาคลุมให้กับนางแล้วคอยดูต้นทางให้ร่วมกับฟางอัน

 

อวี้เเหลียนแหงนคอมองหุบเขาไป๋หู่เบื้องหน้าอีกครั้งยามที่นางผ่านม่านพลังขึ้นมาแล้ว ยามนั้นนางวิ่งหนีไปเพระดวงใจที่ตื่นตระหนกแต่นางมิคิดว่านางจะกลับมาอีกคราในสถานะที่แตกต่างเช่นนี้ แต่ถึงแบบนั้นก็มิใช่ว่านางไม่หลงเหลือสิ่งใดในมือ สองเท้าของนางก้าวขึ้นไปอย่างมั่นคงและเป็นอีกครั้งที่นางไม่ถูกขัดขวางซ้ำยังมีพยัคฆ์ตัวโตมายืนรอต้อนรับอย่างน่าแปลกใจ

 

“ไม่ได้พบกันเสียนาน”นางเอ่ยทักทายพยัคฆ์ทมิฬที่พูดคุยได้ราวกับมนุษย์

 

มันเชิดหน้าขึ้นส่งเสียงในจมูกก่อนจะเอ่ยปาก“หึ ข้านึกว่าเจ้าจะไม่กล้ามาปรากฏตัวที่นี้แล้ว”

 

“เหตุใดจะมิกล้าเล่า ข้ายังมิหมดธุระกับที่นี่”

 

นางเอ่ยแย้มยิ้มน้อยๆและมันยังคงค้างอยู่เช่นนั้นยามที่นางก้าวเดินไปตามทางเลียบนผาน้ำตกแล้วมองเห็นร่างสง่างามที่นั่งอยู่ด้านในชาญเรือน เส้นผมสีดำขลับบางส่วนพลิ้วสยายตามลมโดยที่ดวงตาคมยังไม่ละจากม้วนตำราเบื้องหน้าที่มือข้างที่วางอยู่บนเข่าที่ชันขึ้นถือเอาไว้ ลมหาใจของนางเหมือนจะสะดุจเพราะความหล่อเหลาร้ายกาจราวกับปีศาจจำแลงของชินอ๋องแต่ดวงใจของนางเต้นโครมครามจนไม่อาจเคลิบเคลิ้มได้ มันเป็นเพราะสัมผัสที่เคยแนบชิดกระจ่างชัดในความคิดของนางแต่มันก็เพียงชั่วครู่ อวี้เหลี้ยนควบคุมจิตใจตนเองแล้วก้าวเดินต่อตามพยัคฆ์ทมิฬไป

 

“ถวายพระพรท่านอ๋องเพคะ”

 

นางย่อกายอย่างถูกต้องแต่ก็ยังได้รับความเฉยเมยกลับมา แต่นางโดนคนผู้นี้เมินเสียจนชินพอเห็นพยัคฆ์ทมิฬเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะของตัวเองนางจึงถือวิสาสะก้าวเข้าไปในเรือนหมายจะไปนั่งลงบ้าง

 

“หยุด! ผู้ใดอนุญาตให้เจ้าเข้ามา”น้ำเสียงดุดันไม่เป็นมิตรถูกส่งมาจากเจ้าของตำหนัก

 

“ส่งหยกคืนมาเสียแล้วก็กลับไป เปิ่นหวางชดใช้คืนให้เจ้าแล้ว”

 

เจี๋ยหู่จ้องมองสตรีตรงหน้านิ่ง กลิ่นกายของนางที่โชยมาตามลมรบกวนเขาตั้งแต่ยามที่นางก้าวขึ้นมาถึงด้านบนหุบเขา ท่าทางของนางในวันนั้นราวกับติดตรึงในความคิดจนน่าหงุดหงิดแต่มันก็เป็นเพียงเรื่องไร้สาระ

 

ดวงตาสองคู่สบกันแม้คนหนึ่งจะทรงอำนาจดูน่าหวาดหวั่นและชวนให้กดดันเป็นอย่างยิ่งแต่เจ้าของใบหน้างดงามกลับเม้มปากเป็นเส้นตรงจ้องกลับไม่วางตา

 

“ยังเพคะ มันยังไม่หมด”

 

คิ้วคมบนใบหน้าหล่อเหลาคมคายขมวดเข้าหากันก่อนน้ำเสียงกดต่ำจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยียบ

 

“เจ้ายังคิดกล้าใช้เปิ่นหวางหรือ!”

 

“หม่อมฉันไม่กล้าแต่ยังไม่หมดเพคะ แม้พระองค์จะช่วยชีวิตหม่อมฉันคืนแล้วแต่ความช่วยเหลือของหม่อมฉันที่นำพาคนของพระองค์เข้าเมืองยังไม่ได้รับการตอบแทน พระองค์ย่อมไม่คดโกงหม่อมฉันจริงหรือไม่เพคะ!”

 

ปราณรุนแรงแผ่รอบกายชินอ๋องแห่งแคว้นจนเจ้าขอร่างบางที่แสดงวาจาอวดดีประหนึ่งไปกินดีหมีหัวใจเสือมาตัวสั่นอย่างห้ามไม่อยู่  ใจนางเต้นรัวแต่มิใช้เพราะหวั่นไหวแต่เป็นความกลัว

 

“เจ้าต้องการอันใด”

 

เสียงที่เอ่ยถามกลับทำให้รอยยิ้มระบายบนใบหน้านางได้แม้จะหวาดหวั่นเพียงใด

 

“คนผู้นั้นที่มอบหยกให้หม่อมฉัน หม่อมฉันต้องการให้เขาคอยคุ้มกันเพคะ”

 

“เจ้าจะบ้าไปแล้วรึ!!!”

 

เป็นเสียงของพยัคฆ์ที่ทมิฬที่เฝ้ามองการตอบโต้ของสตรีหน้าหนากับเจ้านายหน้าโหดเงียบๆโผลงออกมา

 

“เจ้ารู้รึไม่ว่าเขาเป็นใคร!”

 

อวี้เหลียนงุนงงจนริมฝีปากขยับไปเอง “แล้วเป็นผู้ใดเล่า”

 

“เจ้านี่มันไม่รู้ว่าฉลาดหรือโง่งมกันแน่!!!”

 

ลี่หู่รู้สึกปวดหัวขึ้นมา เขาไม่ใช่ไม่รู้สถานการณ์ของคุณหนูจ้าวผู้นี้ ที่นางกล้าดื้อด้านขอคนคุ้มกันของเจี๋ยหู่นับว่าฉลาดเฉลียวและรีดไถได้หน้าหนาสมเป็นนาง แม้ว่าจะทำให้เจ้าของตำหนักปล่อยกลิ่นอายทะมึนออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ก็ตาม แต่ขอใครดันไม่ขอดันขอคนสนิทของเจี๋ยหู่ที่นับว่ามีฝีมือที่สุดก็ว่าได้

 

“เฟิ่งถูเป็นคนสนิทของเจี๋ยหู่เจ้าคิดจะขอมือขวาจากแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเชียวรึ!”

 

อวี้เหลียนกระพริบตาขึ้นลงอดที่จะเหลือบมองแม่ทัพที่ว่าไม่ได้ นางรู้สึกเหมือนร่างกายสั่นสะท้านขนลุกชันแค่เพียงมองสบดวงตาคู่คม คำกล่าวของพยัคฆ์ทมิฬนั้นบ่งบอกว่านางกำลังของคนที่เก่งกาจมากและเป็นคนที่รู้เรื่องในแคว้นรวมถึงเป็นที่ไว้ใจของท่านอ๋องมากเพียงใด หากนางคิดจะก่อกบฏคงง่ายดายขึ้นมากเพราะท่านเฟิ่งถู แต่ในอีกความหมายหนึ่งคือเจ้าพยัคฆ์นี่กำลังบอกนางว่าอย่าให้มากนักคิดว่าตัวเองเป็นใครจึงกล้าเอ่ยปากของคนเช่นนั้นไปคุ้มกันตนเอง

 

แต่ไม่ว่ามันจะเป็นเช่นไรความคิดของอวี้เหลียนก็ปรากฏเส้นทางคนเคี้ยวขึ้นมาสายหนึ่ง มุมปากของนางกระตุกยิ้มแต่กลับแสดงสีหน้าเคร่งเครียด

 

“แต่ข้ามิมีคนคุ้มกันที่ดีพอจะรับมือกับนักฆ่ามีฝีมือ คนในจวนสกุลจ้าวไม่เก่งกาจถึงเพียงนั้นซ้ำยังมีกำลังคนแตกต่างจากในจวนของเหล่าแม่ทัพประจำทิศมากนัก หากไม่หาคนมีฝีมือจะให้ข้าไปหาผู้ใดกัน”

 

“เช่นนั้นเจ้าก็นำผู้อื่นไป!”

 

ลี่หูร้องแต่ราวกับเยว่อวี้กำลังคิดอ่านลองดีเล่นกับพยัคฆ์ นางไม่คิดว่าท่านเฟิ่งถูจะสำคัญถึงเพียงนี้ แต่นั่นยิ่งทำให้นางรู้สึกว่าคุ้มค่าที่จะเสี่ยง ดวงตาโตยามนี้ช้อนมองใบหน้าราวกับรูปสลักของผู้สูงศักดิ์ด้วยอารมณ์หลากหลาย นางก้าวเท้าเข้าไปอย่างถือวิสาสะแล้วนั่งลงเบื้อหน้าวรกายแกร่งหลังโต๊ะ ใบหน้างดงามเอียงน้อยๆยามขยับยิ้มน่ารัก

 

“หม่อมฉันไม่ต้องการผู้อื่น ผู้ที่ติดหนี้หม่อมฉันเป็นท่านเฟิ่งถู จริงหรือไม่เพคะท่านอ๋อง”

 

ม้วนตำราในมือหนาลั่นเปรี้ยะแต่เจ้าของดวงเนตรคมกลับไม่ใยดี

 

เด็กนี่กำลังท้าทายเขา!! ทั้งที่วันนั้นยังวิ่งหนีรวดเร็วปานนั้น นางคิดจะทำอันใดอีก

 

“เจ้าคิดจะแย่งชิงคนจากเปิ่นหวางหรือ”

 

น้ำสียงเย็นชาปนเย้ยหยันเอ่ยแต่อวี้เหลียนหรือจะแยแสมัน แค่เพียงท่านอ๋องยอมเปิดปากเอ่ยวาจากับนางนับว่านางดึงดูความสนใจเขาได้สำเร็จ

 

นางขยับยิ้มกว้างขึ้นเอ่ยราวกับความกลัวเลือนหายไปทั้งที่มันยังคงอยู่

 

“หม่อมฉันย่อมไม่กล้าเพคะ แต่หม่อมฉันเป็นพียงสตรีตัวน้อยที่รักตัวกลัวตาย ยามนี้มีคนหมายเอาชีวิตเยอะเหลือเกิน หากมิได้ท่านเฟิ่งถูที่มีความสามารถถึงเพียงนั้นเกรงว่าจะไม่รอด เว้นเสียแต่พระองค์จะเมตตาประทานองครักษ์ให้ซักคนแล้วให้ท่านเฟิ่งถูสอนสั่งหม่อมฉันใช้ปราณปัดป้องอันตราย แบบนี้หม่อมฉันคงยังพอมีหวังเพคะ”

 

เจี๋ยหู่มองท่าทีเสแสร้งสลดแล้วยังช้อนสายตามองเขาอย่างหน้าไม่อาย

 

นางบอกว่ารักตัวกลัวตายหรือ? แล้วที่ต่อรองกับเขาปาวๆนี่อันใดกัน!!!!

 

นางเป็นสตรีหน้าหนาอย่างที่ลี่หู่กล่าวว่าจริงๆ!!

 

..........

*สังคีต การขับร้อง ดนตรี และการร่ายรำ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.461K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,834 ความคิดเห็น

  1. #2649 Jaree.j (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 13:07
    รำคาญทั้งพระนางเลย งงมาก
    #2,649
    0
  2. #2630 Duan_1211 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 03:00
    ฉันชอบ5555ปะทะกันได้ดีมาก
    #2,630
    0
  3. #1618 \\^o^// miNi_Mint \\^o^// (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 10:40

    มั่นหน้า < หมั้นหน้า

    เปล่า < ป่าว

    ชานเรือน < ชาญเรือน

    สะดุด < สะดุจ

    โพล่ง < โผลง

    ดึงดูด < ดึงดู

    ไยดี < ใยดี


    #1,618
    0
  4. #1141 Beau_Freely (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 22:24
    เยว่อวี้คือใคร แล้วก็ไรท์น่าจะต้องเลือกว่าจะแทนตัวเอกว่านางหรือเธอนะคะ นางๆเธอๆมันค่อนข้างงงค่ะ ในช่วงตอนแรกๆก็มีท่านย่ากับท่านยายด้วย ตกลงนางขึ้นเขาไปอยู่กับใครกันแน่ ก่อนออกอีบุ๊คไรท์คงต้องทวนมากหน่อยนะคะ จากใจรีดที่รออีบุ๊ค //ก็ตามไรท์มาทุกเรื่องแหละ55555
    #1,141
    0
  5. #930 _faxx (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 02:20
    ทำไมคำว่าเปิ่นหวางมันกร๊าวใจเยี่ยงนี้
    #930
    0
  6. #882 may_aishah (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 16:34
    เราคิดไปเองหรือป่าวที่นางเอกวนเวียนอยู่แต่กับชินอ๋องจนเกินไป คนอื่นๆก็มีน่าจะปั่นหัวใช้ประโยชน์บ้าง อีตาลุงก็นะใจแข็งจิมๆ
    #882
    1
    • #882-1 Porjounju(จากตอนที่ 28)
      10 พฤษภาคม 2563 / 21:28
      ไรท์ชี้แจงเหตุผลไปแล้วนะคะว่าทำไมถึงต้องเกาะลุง มันมีเหตุผลอธิบายอยู่ค่ะ
      #882-1
  7. #864 Supriya (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 11:33
    555555 ชอบมากค่ะๆ ขอบคุณนะคะไรท์ สนุกมากเลยย
    #864
    0
  8. #688 mod15071986 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 00:36

    หน้าหนาอย่างมีชั้นเชิง ลุงไม่สนได้ไง 5555555..
    #688
    0
  9. #684 Kim'mo Chibi'only (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 19:03

    อดใจอ่านไม่ไหว จนอยากจะซื้อเลยค่ะ!!!

    #ส่งกำลังใจให้นะคะ

    #684
    0
  10. #683 NongZaRa (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 17:58

    5555555555
    #683
    0
  11. #681 ployreudeejaitad (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 16:06

    รอนะคะ
    #681
    0
  12. #680 สีน้ำเงิน สีเงิน (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 15:21
    เรื่องนี้เนื้อเรื่องสนุกนะคะน่าติดตามมากนะคะ

    ขอตินิดนึงติดขัดเรื่องสำนวน เนื้อเรื่องข้ามไปข้ามมาบางครั้งอ่านก็งง
    เราก็บอกไม่ถูกบางครั้งอ่านเหมือนไม่ไหลลื่น อ่านเหมือนเนื้อเรื่องมันกระโดดไปมา

    แต่เรื่องนี้ชอบมากนะคะน่าติดตาม
    #680
    0
  13. #679 Bimbimmmmm (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 13:44
    ท่านลุงอายุเท่าไหร่หรอคะ?
    #679
    2
    • #679-1 Beer3110(จากตอนที่ 28)
      7 พฤษภาคม 2563 / 15:09
      +++ค่ะ อยากรู้เหมือนกัน
      #679-1
    • #679-2 ขอบคุณสำหรับนิยาย(จากตอนที่ 28)
      7 พฤษภาคม 2563 / 16:16
      เราเดา40+ เพราะฮ่องเต้ที่เป็นน้องชายก็40ต้นๆ
      #679-2
  14. #678 Supatra_ja (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 12:35
    มีกี่ตอนกันเนี่ยตอนที่ยี่สิบกว่าแล้ว พระเอกนางเอกยังไม่รักกันเลย รอฉากกุ้กกิ้กคงอีกนาน
    #678
    0
  15. #677 กันช่า (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 10:15
    สนุกมากกกก ตามอ่านรวดเดียวถึงตอนล่าสุดเลยค่ะ
    #677
    0
  16. #676 แป้ง (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 09:59

    ได้ใจค่ะ. ชอบความหน้าหนาของนางเอก555

    #676
    0
  17. #675 Joy252588 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 08:56
    รอนะ...สนุกมากก
    #675
    0
  18. #674 GALAXY Gray (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 08:28
    ต้องหน้าหนาขนาดไหนเขาไล่ด่าขนาดนั้นยังทนได้

    ส่วนอิอ๋องก็เกี้ยวกราดเหลือเกิน นึกภาพตอนรักกันไม่ออกเลย แต่ไรต์เขียนดีนะบรรยายดีมากๆ ติดตรงแค่คสพ.น้องกับอ๋องมันดูไม่มีทางเป็นไปได้เลยชาตินี้คงเถียงเรื่องหยกกันไม่จบ
    #674
    0
  19. #673 0970521536 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 08:20
    เป็นกำลังใจให้นะคะไรท์ รีดเคารพการนำเสนอของไรท์ค่ะสนุกดี^^ อย่าได้คิดมากกับอะไรที่มันบั่นทอนนะคะ รอตอนต่อไปจร้า อยากจะบอกว่ารีดอ่านทั้งคืนรวดเดียวจบเกือบสว่าง รอตอนต่อไปค่ะ..
    #673
    0
  20. #672 gypzaloha (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 07:09
    ด้วยนิสัยของท่านอ๋อง ถ้าตอนนี้ยังไม่รักน้อง ก็คงฆ่าน้องชิงหยกคืนแล้ว

    ถ้ายังยึกยักแบบนี้เราว่าน้องไปตบตีกับนางเอกแย่งองค์ชายรองยังดูมีความหวังกว่าเลย เบื่อลุง!!!
    #672
    0
  21. #670 FairySnow (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 06:02
    วนไปวนมาอยู่หลายตอนแล้วไม่คืบหน้าซักที ให้น้องหนีไปบวชชีเลยจะได้จบๆ ส่วนลุงก็อยู่หงอยๆบนเขาไป
    #670
    0
  22. #666 Gmmza (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 04:19
    เริ่มลำไยทั้งคู่แล้ว
    #666
    0
  23. #665 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 03:42

    เรารู้สึกว่านิยายไรต์มันวนๆ ไม่ไปไหนเลยในส่วนของ

    ท่านอ๋องกับคนหน้าหนาแบบนางเอกของเรา(ไม่ใช่ในนิยาย)

    วนไปวนมา ไม่มีอะไรคืบหน้าหลายตอนแล้ว จากที่เรื่องที่มี

    ความสนุกจนกลายเป็นน่าเบื่อ ต้องอ่านทุกตอนก็กลายเป็น

    อ่านข้ามๆ บ้างก็ได้ เพราะเรื่องไม่ไปไหน คนเสแสร้งก็ยัง

    เป็นเหมือนเดิม อิอ๋องก็แย่แบบเดิม ถ้าเรื่องมากนักก็ฆ่าให้ตาย

    ไปเถอะ จะได้ไม่ต้องมีใครมาหาหน้าหนาในหุบเขาแก เซ็ง


    มีคนบนไรต์แบบนี้มาหลายตอนแรก เขาใจว่าไรต์คงมีพล็อต

    แต่ล่ะตอนไว้อยู่ แล้วอยากให้มันค่อยๆ เป็นค่อยไป จนไรต์

    อาจมองข้ามคห. ผู้อ่านไป ถ้าทำแบบนั้นคือ เรื่องไรต์ต้องมี

    รายละเอียดในการขยายความด้วย เพื่อเน้นความละเอียด

    ค่อยเป็นไป ไม่ใช่กี่ตอนก็ย้ำอยู่แค่นี้ ฝากไว้ให้คิดค่ะ จากที่

    แรกเราเข้ามาอ่านสนุกเลย พอมาวนไปมาในอ่างแค่นี้เราเสีย

    ดายความสามารถด้านการแต่งของไรต์ค่ะ

    #665
    0
  24. #663 tigereye2517 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 02:38

    กำลังสนุกเลยรออัพนะค่ะไรต์

    #663
    0
  25. #662 Aonprpat (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 01:31
    เห้อ มันน่าจะขยับความรู้สึกนึกคิดกันมากกว่านี้หน่อยเอาแต่เถียงทุกครั้งที่เจอ อ่านละเหนื่อย ไม่ใช่เขียนไม่ดีนะคะ
    #662
    0
  26. #651 Veneta (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 23:12
    ต้องหน้าด้านขนาดไหนหน๋อ ถึงจะสามารถสู้หนังหน้านางเอกได้ ถ้าท่านอ๋องถีบนางเอกตกเขาเมื่อไร เราจะไม่แปลกใจเลยที่นางเอกโดน เค้าไม่ฆ่าเธอทิ้งก็บุญแล้วอิหนู
    #651
    1
    • #651-1 Sirinan Klinkesorn(จากตอนที่ 28)
      8 พฤษภาคม 2563 / 23:44
      ใช่ๆ ยิ่งอ่านยิ่งรำคานมากอะ กล้าเถียงกับเชื้อพระวงศ์ทั้งๆที่ตัวเองเป็นแค่ลูกขุนนาง ไม่ตายก็บุญหัวแล้ว
      #651-1