ข้ากลายเป็นนางร้าย...เกี้ยวรัก(สนพ.เฟยฮุ่ย)

ตอนที่ 27 : ตอนที่ 14(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,336
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,218 ครั้ง
    5 พ.ค. 63

 

ร่างสูงขององครักษ์ที่ถูกส่งมาจากชินอ๋องยังคงไม่ไปไหนเพราะเหตุการณ์ความวุ่นวายยังคงไม่สงบแต่เขาก็ไม่กระดิกตัวออกห่างจากนางเช่นกัน

 

“ข้าน้อยได้รับคำสั่งให้มาคุ้มกันคุณหนูจ้าว”

 

นั่นเป็นคำกล่าวของเขายามที่นางจะก้าวเท้าเดินไปที่เรือนท่านแม่แต่กลับถูกเขาขวางเอาไว้

 

“หากต้องการความคืบหน้าให้คนคุ้มกันของท่านไปดูเถอะขอรับ เดิมทีแล้วการโจมตีนี้ก็เพื่อกำจัดท่าน”

 

นางเม้มปากแต่ก็ต้องพยักหน้ารับแอบเข่นเขี้ยวในใจว่าพอกันทั้งนายทั้งบ่าว คนผู้นี้ได้รับคำสั่งจากชินอ๋องเจี๋ยหู่ให้มาคุ้มกันนางจึงไม่คิดจะไปช่วยผู้อื่น แต่จะโทษใครได้เล่านางมิได้เป็นอันใดกับชินอ๋องคนผู้นั้นจะแสดงน้ำใจอันใดกัน ที่ส่งคนมาคุ้มกันนางนี่คงมิแคล้วจะตอบแทนน้ำใจนาง บัดซบยิ่งนัก!! ใครกันที่รีบลงมือถึงเพียงนี้แล้วเช่นนี้นางจะใช้ข้ออ้างใดบีบบังคับให้ชินอ๋องช่วยเหลือเล่า!!

 

อวี้เหลียนรู้สึกแค้นเคืองผู้ที่คิดลอบทำร้ายนางเป็นเท่าตัวในหัวของนางยามนี้ขบคิดหาทางอย่างหนักจึงเดินวนไปมาหน้าเรือน แต่ไม่นานความคิดของนางก็ถูกขัดเมื่อคนที่ถูกส่งไปดูลาดเลาวิ่งกลับมารายงานว่าทั้งท่านพ่อ ท่านแม่และน้องชายนางปลอดภัยดี เป็นพวกเขาเสียอีกที่ตกใจที่เป้าหมายของพวกมันเป็นนาง ไม่มีนักฆ่าที่ถูกจับเป็นเพราะถึงแม้ว่าคนในจวนของนางจะหลงกลเทกำลังไปทางเรือนใหญ่แต่พวกเขาก็กำจัดกลุ่มนักฆ่าที่จ้องเพียงจะถ่วงเวลาได้เกือบทั้งหมด หลักฐานใดๆล้วนไม่ปรากฏและนางก็ยังไม่อาจคาดเดาได้แน่ชัดว่าเป็นฝ่ายองค์ชายสามหรือไม่

 

อวี้เหลียนกลับเข้าห้องอีกครั้งยามที่ความวุ่นวายจบลงและนางอดที่จะแปลกใจไม่ได้ที่คนของชินอ๋องยังไม่กล่าวลานางแล้วกับไปหาผู้เป็นนาย

 

ยามนี้หนทางที่นางจะหลุดพ้นจากองค์ชายรองนั้นยิ่งลิบหรี่เหลือเกินเพราะท่านอ๋องปิดประตูกั้นนางแน่นหนาถึงเพียงนี้ นางถอนหายใจแล้งล้มตัวลงนอนทั้งที่ไร้ความง่วงงุน ฟางอันที่เข้ามานอนกับนางเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คงจะยังไม่หลับเช่นกันแต่นางก็ไม่เอ่ยปากและขบคิดเรื่องของตนเอง

 

หากนางเก่งกาจมีชื่อเสียงคงเป็นหนทางหนึ่งที่จะมีอำนาจต่อรองกับฮ่องเต้และมีการแก่งแย่งนางมากขึ้น แต่สุดท้ายคนที่ไม่คิดจะฟังใครและกุมชะตาผู้คนเอาไว้อย่างฮ่องเต้จะปล่อยให้นางตัดสิใจเองหรือ? ไม่แน่ว่านางคงต้องวิ่งโล่เข้าสนามรบแล้วกำจัดแม่ทัพแคว้นข้างเคียงได้เสียก่อนจึงเรียกได้ว่ามีผลงานพอจะของดเว้นสมรสพระราชทาน แต่นั่นก็ดูจะเป็นหนทางที่ตายง่ายเสียยิ่งกว่าการเป็นคู่หมั้นขององค์ชายรองมากนัก เสแสร้งล่มป่วยจนใกล้ตายนี่ตัดทิ้งไปได้เลย นางเกรงว่าหมอหลวงทุกคนจะถูกสั่งให้มาตรวจนางเสียมากกว่า

 

อวี้เหลียนพลิกตัวอดคิดไม่ได้ว่าการเป็นนางนี่ชั่งยากเสียจริงนางอยากรู้ยิ่งนักว่าเพราะอันใดกันนางจึงมาอยู่ที่นี่

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื้อคืนทำให้ยังมีความหวาดหวั่นและเคร่งเครียดแฝงอยู่ในจวนสกุลจ้าว แต่เสนาบดีจ้าวก็ได้สั่งปิดข่าวไม่ให้แพร่งพรายออกไปแล้วทำให้ไม่สร้างความตื่นตระหนกและวุ่นวายมากนัก

 

“ท่านพ่อ ท่านแม่ จวนเราเพิ่งจะผ่านพ้นเรื่องร้ายซ้ำน้องชายยังเพิ่งถือกำเนิดข้าเห็นสมควรจะตั้งโรงทานซักห้าวันนะเจ้าคะ”

 

นี่มันก็เป็นเพียงข้ออ้างที่จะทำให้นางมีชื่อเสียงและถูกกล่าวขานในทางที่ดีมากขึ้นก่อนที่นางจะเข้าคัดเลือกร่ายรำถวายเทพอสูรไป๋หู่

 

แน่นอนว่าท่านพ่อ ท่านแม่ของนางย่อมเห็นด้วยเพราะต้องการให้เป็นกุศลกับน้องชายที่เพิ่งถือกำเนิดเช่นกัน โรงทานถูกจัดขึ้นด้านข้างประตูจวนสกุลจ้าวอย่างรวดเร็วตามคำสั่งท่านพ่อ แต่เนื่องจากท่านแม่ต้องคอยดูแลอี้อานและยังไม่แข็งแรงนางจึงคอยดูแลการตั้งโรงทานเอง ไม่น่าเชื่อว่าแค่เพียงวันแรกชื่อเสียงของนางก็ถูกกล่าวขานไปถึงวังหลวงจนท่านพี่จื้อโหยว่ที่ส่งคนมาถามไถ่เรื่องที่จวนนางถูกลอบโจมตีแค่เพียงทางจดหมายจะมาหานางถึงที่

 

“เรื่องการตั้งโรงทานของข้าดูจะสำคัญมากเสียยิ่งกว่าชีวิตข้ากระมัง”นางค่อนแคะคนที่ยิ้มร่างเดินเข้ามาหานางอย่างสง่าผ่าเผยทั้งที่กระโดดข้ามรั้วเข้ามา

 

นับได้ว่าตั้งแต่ได้ใช้ชีวิตในสองชาติภพนางก็ยังไม่เคยเห็นใครที่กระโดดข้ามรั้วเข้าบ้านคนอื่นได้สง่างามและเปิดเผยเท่านี้มาก่อน บางทีคนผู้นี้คงไม่สนใจแม้แต่น้อยว่ามีสิ่งที่เรียกว่าประตู

 

“ข้ายุ่งเรื่องการค้าที่คุยกันจึงมาล่าช้าแต่ก็มิใช่ว่ามิห่วงน้องสาวแม้เพียงนิด”

 

วาจารื่นหูละมุนถูกเอื้อนเอ่ยก่อนมือหนาจะแตะแก้มนาง ดวงตาคมมองสบอย่างจริงใจจนนางรู้สึกว่าถูกขี้โกงอย่างบอกไม่ถูกแต่จริงๆแล้วนางก็มิได้โกรธเคืองจึงขยับยิ้มหวานส่งให้ญาติผู้สูงศักดิ์

 

“ข้ารู้แล้วว่ายามนี้จะขอสิ่งใดเป็นการตอบแทนจากท่านพี่ที่ท่านติดค้างข้าเรื่องที่แอบเอารูปไปขาย”

 

จื้อโหยว่เลิกคิ้ว “อันใดหรือ?”

 

“สอนข้าต่อสู้จะได้หรือไม่เจ้าคะ”

 

ครานี้คิ้วคมขมวดเข้าหากันแน่น ใบหน้าที่มีความละมุนชวนมองกลับเคร่งเครียดขึ้นมาราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

 

“เจ้าคิจะทำอันใด?”

 

“ข้าก็แค่อยากเรียน เพื่อปกป้องตัวเองเจ้าค่ะ”

 

ผู้ที่ถูกร้องขอขบคิด ไม่ใช่เขาไม่เห็นด้วยแต่ในแคว้นเขายังไม่เห็นสตรีที่ใดที่ฝึกต่อสู้มาก่อน จะมีก็มีเพียงสตรีชาวชนเผ่าที่จำต้องต้องเรียกการขี่ม้ายิงธนู แต่มันก็แค่นั้น แล้วอีกอย่างการฝึกต่อสู้จำต้องฝึกฝนร่างกายนั่นดูจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก

 

“อย่างน้อยก็แค่เพียงปัดป้องอาวุธที่พุ่งตรงมาที่ข้าได้ก็ยังดี”

 

“เจ้าหมายถึงการใช้ปราณมิใช่ฝึกกระบวนท่าต่อสู้?”

 

อวี้เหลียนจ้องมองอย่างไม่เข้าใจ “ต่างกันมากหรือเจ้าคะ?”

 

“ย่อมต่าง การใช้ปราณก็คือการใช้ปราณปัดป้องหรือโจมตีโดยตรงแต่การฝึกสู้นั้นหมายถึงการใช้ปราณเสริมส่งร่างกายและการที่จะทำเช่นนั้นได้เจ้าต้องฝึกทั้งกระบวนท่าและฝึกฝนร่างกายอย่างหนัก นั่นออกจะหนักหนาไปมาก ข้าจำได้ว่าวันแรกที่ฝึกน้ำตาข้าถึงขนาดร่วงเป็นสาย ร่างกายราวกับมีเข็มทิ่มแทงทุกสัดส่วน ความรู้สึกราวกับถูกผลัดเปลี่ยนเนื้อหนังอย่างไรอย่างนั้น”

 

นี่หรือจะเป็นการฝึกฝนร่างกายให้ตอบรับกับสัญชาตญาณ นางไม่แน่ใจว่าการฝึกเช่นนั้นจะส่งผลกระทบใดกับร่างกายหรือไม่ อย่างเช่น เยื่อพรหมจรรย์ถูกทำลาย ซึ่งเรื่องนั่นสำหรับที่นี่นับเป็นเรื่องสำคัญมาก หากผลปรากฏออกมาว่านางไม่บริสุทธิ์ไม่แน่ว่าอาจจะส่งผลเลวร้ายถึงขนาดถูกประหารทั้งครอบครัวได้

 

ท่าทีเคร่งเครียดของเจ้าของใบหน้างดงามอยู่ในสายตาจื้อโหยว่  เขายกมือหนาวางบนหัวเล็กของอีกฝ่ายเอ่ยบอกเสียงอ่อน

 

“หากไม่ฝึกร่างกายก็ไม่มีปัญหา การควบคุมปราณของเจ้าค่อนข้างดี เจ้าแค่ใช้ประโยชน์จากมันก็เพียงพอแต่เจ้าคงต้องใช้วิธีที่หนักหน่อย”

 

“วิธีอันใดเจ้าคะ”

 

“ฝึกสู้จนกว่าจะชำนาญกับผู้ที่ถูกฝึกมาอย่างดี เพื่อให้ร่างกายของเจ้าคุ้นชินและตอบสนองให้ใช้ปราณได้อย่างรวดเร็ว”

 

“ข้าจะฝึกเจ้าค่ะ”

 

อวี้เหลียนตอบรับอย่างไม่ลังเล แม้นางจะไม่อาจกระโดดสูงเหนือหลังคาหรือตีลังกาสองตลบแต่นางก็ยังใช้ปราณปกป้องตนเองและโจมตีได้

 

“ท่านพี่จื้อโหยว่ ข้ามีเรื่องอยากจะถามท่านอีกเรื่องเจ้าค่ะ”

 

“ว่ามาสิ” เจ้าของร่างสง่างามเอ่ยยกชาที่จัดการรินเองอย่างไม่ขออนุญาตขึ้นจิบด้วยท่าทีผ่อนคลายเพราะสายลมอ่อนๆที่โชยมา

 

“ไม่มีคนมีฝีมือที่ไว้ใจได้จะส่งมาคุ้มกันข้าบ้างหรือ”

 

นางหรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างไม่พอใจระคนจับผิด คนผู้นี้แสดงออกว่าเอ็นดูนางแต่ไม่ส่งคนมาดูแลนางเลยช่างแล้งน้ำใจไปหรือไม่ หรือไม่เขาก็ส่งมาแต่ไม่ยอมบอก นางต้องหาคำตอบแล้วขูดรีดเอามาซักคนหากเขาไม่ได้ส่งมาจริงๆเพราะความนิ่งนอนใจ

 

ท่าทีของอวี้เหลียนทำให้จื้อโหยว่ขบขันอีกครั้งอย่างอดไม่อยู่ เขารู้สึกเหมือนกำลังเล่นหลอกล่อลูกแมวน้อยแสนดื้อ ตาของนางวาวโรจน์ยามไม่พอใจบางคราก็ดูเกลียจคร้านไม่สนใจจนน่าหมันเขี้ยว

 

“ข้าถูกจับได้แล้วหรือ?”

 

ดวงตาโตวาววับขึ้นมา “เช่นนั้นขอข้าจะได้หรือไม่?”

 

“ได้อย่างไรกันที่เจ้ามาเที่ยวขอบุรุษจากข้า!!” คนเป็นพี่ดุแต่เขาก็ไม่ได้จริงจังเพราะเข้าใจความหมายดี

 

“ข้าหมายถึงให้เขามาเป็นคนคุ้มกันข้า”

 

“ไม่ได้ คนที่ดูแลเจ้ายามนี้เป็นคนสนิทพี่ เพราะแบบนั้นเขาจึงรู้ว่ามีคนของท่านลุงอยู่กับเจ้าแล้วไปดูแลคนอื่นๆในจวนได้”

 

อวี้เหลียนเข้าใจทันทีว่าญาติผู้พี่แอบคอยช่วยเหลืออยู่แต่เขาก็คงจะมีทหารในมือไม่มากนักมิเช่นนั้นจะเหมือนกับเขาวางแผนช่วงชิงอำนาจเกินไป ยิ่งชื่อเสียงของเขาดีงามก็ยิ่งต้องวางตัวให้ต่ำเพื่อไม่ให้เป็นที่หวาดระแวง ผิดกับนางที่ไม่ว่าอย่างไรก็ถูกผลักขึ้นที่สูงเพราะเป็นสตรีที่มีคนอยู่เบื้องหลังเยอะ ต่อให้นางมีปราณห่วยๆก็ยังต้องถูกจับแต่งงานกับองค์ขายซักคนอยู่ดีเผลอๆจะกลายเป็นเป็นเพียงชายารองที่รองจากคนอื่นๆอีกหลายคน

 

“แต่ข้าไม่มีคนของตัวเองเลย ต่อไปคงมีคนอยากให้ข้าตายเยอะจะมาฝึกตอนนี้ก็ช้าไปแล้ว กว่าจะฝึกให้คนผู้หนึ่งต่อกรกับคนที่ฝึกฝนมาอย่างดีได้ไม่ใช่เพียงปีหรือสองปีจะทำได้”

 

ใช่แล้ว นางมาอยู่ร่างนี้ได้ไม่นาน ความฝันสวยหรูที่จะไปซื้อคนจากตลาดทาสแล้วเอามาฝึกล้วนไม่อาจกระทำได้ นางได้ความซื่อสัตย์แต่ยังต้องมาฝึกปราณฝึกสู้ แบบนั้นจะทันใช้งานได้อย่างไร หากซื้อมาใช้เป็นโล่มนุษย์ยังเป็นไปได้มากกว่า

 

“แล้วเหตุใดไม่ขอท่านลุงเล่า ท่านลุงมีคนเก่งมากมาย”

 

ริมฝีปากอิ่มคว่ำลงทันควัน “พบหน้าคราถัดไปเกรงว่าข้าจะถูกจับโยนลงจากเขาแล้วเจ้าค่ะ ชีวิตแลกชีวิต หนี้ที่ท่านอ๋องติดข้าได้ถูกใช้คืนแล้ว”

 

ชางเซิงจื้อโหยว่มองใบหน้าที่แสดงชัดเจนถึงความหงุดหงิดและไม่พอใจของคนตรงหน้า การมองใบหน้างดงามของของนางแสดงอารมณ์ต่างๆชวนให้เพลิดเพลินอย่างบอกไม่ถูก บางทีอาจจะเป็นเพราะยามอยู่กับเขานางจะไม่เก็บอารมณ์ดังเช่นคุณหนูทั่วไปเขาจึงยกมือขึ้นเท้าใบหน้าโดยไม่ละสายตา แล้วคนตรงหน้าของเขาก็แสดงสีหน้าเปลี่ยนไปอีกรอบ ดวงตาโตพราวระยังกว่าที่ควร ดูเหมือนว่าคำถามของเขาจะทำให้นางนึกอะไรบางอย่างออก

 

อือ.... เขาอยากเห็นนางเจรจาต่อนองกับท่านลุงผู้เหี้ยมโหดเสียจริง

 

แต่เอาเถอะหากนางขอคนมาไม่ได้เขาย่อมหาให้นางได้ซักคน

 

 

จ้าวอวี้เหลียนเดินทางกลับเข้าวังหลวงอีกครั้งหลังจากการแจกทานเสร็จสิ้น ชื่อเสียงของนางดีงามเหนือคุณหนูผู้อื่นจนอดขบขันชาวบ้านที่หลงเชื่อง่ายดายไม่ได้ แต่นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ ไม่ว่าเมื่อใดก็มีคนหลงเชื่อคนอื่นเสมอ แต่สิ่งที่ทำให้นางสนใจไม่ใช่ข่าวลือพวกนั้นแต่เป็นท่าทีหงุดหงิดของท่านอาเสียมากกว่ายามที่นางกลับมาถึงตำหนักหยกงาม

 

“ถวายพระพรพระสนมเพคะ”

 

“ลุกขึ้นเถอะ เจ้ากลับมาก็ดีแล้ว”

 

นางเลิกคิ้ว เท่านี้หรือ? ท่านอาที่ส่งจดหมายไปเร่งนางหลายครั้งจะกล่าวกับนางเท่านี้จริงหรือ?

 

“มีผู้ใดทำให้ทรงขุ่นมัวหรือเพคะ?”

 

นางเอ่ยถามในที่สุดเพราะความอยากรู้แต่ท่านอากลับขยับมือไล่คนอื่นๆออกไปแล้วยื่นมามาให้นางเข้าไปใกล้

 

“มันเป็นธรรมดาที่บุรุษที่จะมีภรรยามากกว่าหนึ่ง แต่อาไม่คิดว่าเขาจะกล้าเมินเฉยเจ้าถึงเพียงนี้”

 

นางเลิกคิ้ว แน่นอนว่า เขา ที่ท่านอากล่าวถึงย่อมเป็นองค์ชายรองหากนางเดาไม่ผิด แต่มันเรื่องอันใดกันเล่า

 

“คุณหนูอันจี๋ชุนแห่งสกุลอัน เจ้าต้องระวังนางให้ดี”

 

สุดท้ายแล้วนางก็ไม่ได้คำตอบที่แน่ชัดจากท่านอาเพราะหลังจากที่นางรับปากท่านอาก็บอกให้นางไปพักเสีย แต่นางก็พอเดาออกว่านี่คงจะเกี่ยวกับการที่องค์ชายรองผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารีเป็นสุภาพบุรุษเหนือบุรุษใดไม่ไปชายตาแลคู่หมั้นเช่นนางที่จวนเลยหลังจากที่นางถูกลอบโจมตี แน่นอนว่าที่จวนของนางปิดข่าวเอาไว้แต่จะเป็นไปได้หรือที่เขาจะมิรู้เลย....น่าขบขันนัก

 

อวี้เหลียนเหยียดยิ้มก่อนจะเอ่ยถามม่านชิงที่กลับมาดูแลนางเหมือนเดิมเพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนเสียทีเพราะคงดีกว่าการที่นางไปฟังจากคำนินทา

 

ม่านชิงยินดีตอบคำถามของนางทันทีซ้ำยังมีท่าทีขุ่นเคืองไม่ต่างจากท่านอายามเอ่ยถึง แต่นางฟังแล้วอดที่จะยิ้มไม่ได้

 

ที่แท้คุณหนูอันผู้แสนเปราะบางล้มป่วยในช่วงนั้นพอดีซ้ำยังใกล้งานบูชาเทพอสูรไป๋หู่เต็มทนองค์ชายรองจึงไม่มีเวลาไปเยี่ยมนางหรือแม้กระทั่งส่งคนไปถามไถ่ นี่ออกจะชัดเจนหรือไม่ว่าเพราะการป่วยของอันจี๋ชุนทำให้คู่พระนางกลับมาคืนดีกันแล้ว

 

ดี ดียิ่งนัก แบบนี้แหละดี นางชอบความชัดเจนเช่นนี้ วันหน้าหากนางหักหน้าองค์ชายรองจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิด

 

............

ปล.อ่านตอนนี้แล้วใครไม่เข้าใจบ้างไหม คือที่ลุงแกเล่นตัวเพราะแกโนสนโนแคร์ยังไม่ได้รัก(เป็นพวกใจแข็งไม่ใจง่าย) แต่ที่ช่วยชีวิตคือแกตอบแทนด้วยการส่งคนมาคุ้มกันเพราะใกล้ที่จะได้เวลาที่อวี้เหลียนจะเป็นเสี้ยนรกหูรกตาคนอื่นแล้วอะไรแบบนี้ค่ะ เหมือนกับช่วยชีวิตแลกกับที่เคยช่วยชีวิต

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.218K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,834 ความคิดเห็น

  1. #2790 Poonchanit (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 05:55
    มือเท้าใบหน้า_ มือท้าวคาง
    #2,790
    0
  2. #2384 fahrugnam (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 09:18
    แม่รองหายไปไหนคะ
    #2,384
    0
  3. #2214 fernkoklove (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 18:30
    จากตอนเเรกที่บอกว่า กุ้ยเฟย เป็นสนมรักฮ่องเต้ เเต่ดูเเล้วนางช่วยหลานสาวไม่ได้เลย เเอบขัดใจอะ ปกติ กุ้ยเฟย กะ ฮองเฮาต้องไม่ถูกกันดิ เเต่นี้หลานกุ้ยเฟยกลายเป็นสะใภ้ฮองเฮา
    #2,214
    0
  4. #1616 \\^o^// miNi_Mint \\^o^// (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 10:15

    ริบหรี่ < ลิบหรี่

    วิ่งโร่ < วิ่งโล่

    #1,616
    0
  5. #1185 chanutda180557 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 21:42
    ฮ่องเต้ต้องรักฮองเฮาขนาดใหนอ่ะ ยกอำนาจในใส่มือลูกรักเมียรักหมดเลย ทั้งตระกูลเก่าแก่ ทั้งเสริมอำนาจใหม่ ตอนนี้มองแผนอิเต้ไม่ออกเลยว่าจะยังไงแน่ ถึงจะให้นางเอกเป็นหมาก แต่โยนหมากตัวสำคัญให้ลูกรักแล้วยังโยนลูกแม่ทัพให้ไปอีก เอากับอิเต้สิเอ้า!!!
    #1,185
    0
  6. #1173 Trishania (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 14:20
    แอบรำคาญอา เปิดเรื่องมาดูจะดี แต่มีแต่เปลือก หลานก็บอกอยู่ว่าองค์ชายรองไม่ดี ชอบคนอื่น จริงๆควรเปลี่ยนฝั่งไปให้ชอบองค์ชาบอื่นๆ โง่ขนาดนี้เป็นสนมทรงโปรดได้ยังไง งงงง
    #1,173
    0
  7. #863 Supriya (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 11:20
    กระจ่างเลยค่ะ เข้าใจแล้วครับผม สนุกมากๆค่ะไรท์ ขอบคุณนะคะ
    #863
    0
  8. #715 julakukjt16 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 16:11
    องค์ชายใหญ่น่าจะดูดีสุดแล้วตอนนี้
    #715
    0
  9. #704 mano26282331 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 11:36
    ลุงแกเล่นตัวคงเพราะมันใช้งานไม่ได้แล้วมั้ง. 555
    #704
    0
  10. #699 อันมี่ฮวา (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 07:35
    รำคานผช.ในเรื่องนี้
    #699
    0
  11. #671 I'm fine. (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 06:23
    ก็แก่แล้วอะเนอะ จะมาใจง่ายได้ไงงง เนอะท่านอ๋อง
    #671
    0
  12. #604 Numtanthitiya (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 16:14
    หาผู้ใหม่ไปเลยยยนางเอกกก
    จองๆๆนี่อยากให้คู่กับท่านพี่จื่อโหยวววนี่แหละ.....
    #604
    1
  13. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  14. #602 Toey Attaporn (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 13:10
    รอนะคะ
    #602
    0
  15. #598 Puchcha1234 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 11:38
    อยากให้อัพวันละ 3 ตอนไปเลยค่ะ ลุ้นมากๆ แต่สนุกค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #598
    0
  16. #597 AnnewSouphada (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 10:40
    เมื่อเห็นผู้ชายในเรื่องนี้แล้ว อยากจะบอกว่า อยู่เป็นโสดเถอะ ปวดตับแทนนางเอกค่ะ
    #597
    0
  17. #596 Nantanat_neung (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 09:57
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #596
    0
  18. #595 BQ princess (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 09:45
    เหนื่อยแทนนางเอกพยายามมาแทบตายไม่ได้อะไรตอบแทนเลย เสด็จอาก็มองทุมอำนาจไม่ได้มองมุมหลานเลยจะเป็นจะตายไหม เอาจริงปะแค่ช่วยให้นางเอกได้สิทธิ์สมรสกับใครก็ได้นี่นากตรงไหนวะ ไม่จำเป็นต้องรับนางเอกเป็นชายาด้วยซ้ำ ตัวเองก็มีอำนาจต่อรอง องค์ชายรองนี่ก็น่ารำคาญอำนาจก็อยากได้ ผู้หญิงก็จะเอา น่ารำคาญ
    #595
    0
  19. #594 GY let go (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 08:38
    เอาตรงๆ สงสารนางอ่ะ อีพระเอกเจ้าชายรองน่ารำคาญมากกกกกก ไปหาผู้หญิงอื่นที่ไม่เป็นอะไรกับตัวเองนี้นะ แล้วคนอื่นๆไม่มีใครทวงบ้างเหรอ แม่-ไม่บอกว่าให้ไปหาคู่หมันบ้างหรือ ตะกะอะไรว่ะเนี่ย นายน่าจะป่วยหนักนะเนี่ย ป่วยที่สมองและสามันสำนึกอ่านะ เครียดแทนนางเลย ส่วนตาลุง น่ารำคาญยังไงก็น่ารำคาญแบบนั้น ก็เข้าใจนะว่าได้ช่วยแล้ว ชีวิตแลกชีวิต แต่มันไม่ใช่สิ่งที่นางอยากได้ไง หรือว่าตาลุงอยากส่งเสริมอำนาจของอีตาฮงเต้เจ้าเหล่ เข้าใจหละ จะกี่ยุคสมัยมันก็ต้องส่งเสริมฮงเต้อ่ะนะ ถึงจะบอกว่าตัวเองมีอำนาจมากว่าฮงเต้ก็เถอะ แต่ของแบบนี้มันจะไปมีได้ไง ตามที่อ่านมา ฮงเต้เกรงใจหรือป่าว แล้วนายมะโนไปเอง ทั้งนี้ทั้งนั้น อยากบอกนางเอก (จริงๆ) ว่า หาผู้ใหม่เถอะ เมืองใหม่ก็ได้ ถ้าเอาอีตาลุงนี้ก็ไม่พ้นครอบครัวนี้ป่ะ เธอยังสวยและฉลาดมากอยู่นะ สู้ๆนะเธอเอย ขอโทษนักเขียนด้วยนะ อินไปเยอะมาก 555+ สู้ๆนะ เป็นกำลังใจให้
    #594
    0
  20. #593 rasitasongphang (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 07:51
    เเหม!!! ลุง หมดคำจะพูด
    #593
    0
  21. #592 preeyada71018 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 07:18
    เห็นด้วยหาเรือใหม่เถอะ
    #592
    0
  22. #591 Bung0989 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 05:42
    ลำใยมาก. ลุงเค้าแปลกๆ
    #591
    0
  23. #590 daisyofthegalaxy (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 05:07

    มีคู่หมั้นแล้ว ชดใช้ช่วยชีวิตแล้ว

    ก็ไม่ต้องไปวุ่นวาย วอแวกับคนอื่นอีกนะ

    จะกลายเป็นผู้หญิงน่ารำคาญ พ่อแม่ไม่อบรมสั่งสอน

    ตามตอแยคนนู้นคนนี้ไม่เลิก


    ดิ้นรนหาทางเอาตัวรอดด้วยตัวเองไปซะ

    #590
    0
  24. #589 Yunha (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 04:34

    ลลำไยลุง หาผู้ใหม่ต่างถิ่นมากระตุ้นลุงเลย

    #589
    0
  25. #588 pangkokiiiz (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 02:36
    สงสารน้องจะทำยังไงต่อไป องค์ชายรองก็เลือกแม่นางอัน อีลุงก็เมนิเฉย ไม่สนใจน้อง รอค่า^^^
    #588
    0
  26. #584 Veneta (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 00:37
    เราชอบนะ พระเอกที่ไม่รักใครง่ายๆต่อให้เป็นนางเอก

    เพราะเบื่อแล้วกับพระเอกที่เห็นนางเอกแค่ตอนเดียวก็หลงรักจนโงหัวไม่ขึ้น แถมสะใจอีกต่างหาก ที่นางเอกไม่ได้อะไรมาง่ายๆ ให้นางเอกรู้จักความลำบากเสี้ยงตายกันซะบ้าง
    #584
    1
    • #584-1 GY let go(จากตอนที่ 27)
      6 พฤษภาคม 2563 / 08:53
      เอออออนะ เคยอ่านแบบนั้นอยู่นะ รู้สึกอีหงังว่ะ เหมือนกัน 555+ แต่เรื่องนี้รู้รำคาญอีตาลุงอ่ะ แต่ขอบคุณที่มาเปิดประตูอีกด้านให้เราเข้ามาอ่านนะ เพราะเราเข้ามาอ่านเราก็คิดว่า เอ่อว่ะ แต่เราสงสารนางเอกนะ เพราะเหมือนนางต้องสู้เพราะนางไม่มีทางเลือกอ่ะ อารมณ์แบบ กูไม่ได้เลือกเองงง 555+
      #584-1