ข้ากลายเป็นนางร้าย...เกี้ยวรัก(สนพ.เฟยฮุ่ย)

ตอนที่ 23 : ตอนที่ 12(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,928
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,201 ครั้ง
    1 พ.ค. 63

 

'กฏของความแน่นอนคือความไม่แน่นอน' นางคิดว่าใครหลายๆคนคงเคยได้ยินคำนี้ ในความแน่นอนก็อาจจะยังมีความไม่แน่นแฝงอยู่ด้วยก็เป็นได้และนางกำลังประสบพบเจอกับตัวเอง

 

นางคิดว่าการร่ายรำของนางไม่มีปัญหาอะไรและไม่ต้องกังวลจึงแสดงไปอย่างรื่นไหล ปราณสีน้ำเงินของนางเรียกเสียงฮือฮาและสายตาให้จ้องมองได้ไม่ต่างจากอันจี๋ชุน แต่นางอาศัยเพียงความสามารถดั้งเดิมของจ้าวอวี้เหลียนไม่ได้เพิ่มเติ่มสิ่งใหม่หรือดัดแปลงอะไรแต่ถึงแบบนั้นก็เพียงพอให้ได้รับคำชม

 

ปราณของนางโดเด่นตรงที่นางชอบทำให้เป็นรูปร่างงดงามและนางทำให้มันเป็นปลาแหวกว่ารอบตัวจึงนับว่านางกับอันจี๋ชุนสูสีกัน แต่เมื่อนึกถึงเรื่องที่ต้องร่ายรำบูชาเทพคนที่ร่ายรำงดงามกว่าย่อมถูกเลือกเป็นแน่

 

นางคิดแบบนั่นแต่ความไม่แน่นอนก็พุ่งเข้าใส่นางอย่าแรงจนมึนงงเมื่อหนึ่งในคณะทูตต่างแคว้นลุกขึ้นเอ่ยถามเสียงดังว่านามของนางคือจ้าวอวี้เหลียนหรือ

 

การกระทำของเขาสร้างความแปลกใจให้ทุกคนแม้กระทั่งนาง ตัวนางในตอนนี้ขบคิดอย่างหนักว่าตนเองไปทำผิดอะไรไว้หรือไม่ หรือมีความผูกพันธ์ใดกับเขามาก่อน

 

"เป็นเช่นนั้น นางคือคุณหนูจ้าวอวี้เหลียนบุตรสาวเสนาบดีจ้าว เจิ้นของทราบได้หรือไม่ว่าองค์ชายแคว้นเทียนมีธุระใดกับนาง"

 

ฮ่องเต้เป็นผู้รับสั่งตอบด้วยพระองค์เองและดูสนใจไม่น้อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

"ทูลฝ่าบาท กระหม่อมเทียนเหรินฮุ่นนั้นชื่นชอบงานศิลปะและอักษรเป็นพิเศษเมื่อไม่นานมานี้ได้พบภาพภาพหนึ่งแปลกตาและงดงามดึงดูดมากและที่ภาพนั้นลงนามจ้าวอวี้เหลียนเอาไว้พะยะค่ะ"

 

"หือ ภาพใดหรือเจ้านำมาด้วยหรือไม่" ฮ่องเต้ทรงเอ่ยถามอย่างสนใจแต่นางนี่สิยังมึนงงไม่หายเหตุใดภาพของนางไปอยู่ต่างแคว้นได้?

 

นางมองคนที่มีภาพนางเก็บเอาไว้

 

ชัดเลย!!! ท่านพี่จื้อโหยว่!!!

 

ผู้ที่นั่งอยู่ในตำแหน่งองค์ชายลำดับที่หนึ่งรับรู้ถึงสายตาของสตรีตัวน้อยที่อยู่ท่ามกลางสายตาผู้คน แต่จะให้เขาทำอย่างไรได้เล่า เขาก็ไม่คิดว่าภาพที่ลองเอาไปประมูลของนางจะไปต้องตาองค์ชายต่างแคว้นเสียได้ 

 

คนเป็นพี่ขยับยิ้มบางกางพัดราคาแพงปกปกปิดริมฝีปากแล้วส่งสายตาสำนึกผิดไปให้ญาติผู้น้อง เขาก็แค่เข้าไปดูว่านางมีภาพใดสวยอีกหรือไม่และเห็นว่านางดูไม่สนใจภาพนั้นจึงลองเอาไปประมูลโดยไม่บอกนาง เดิมทีตั้งใจว่าจะนำเงินไปให้และบอกกล่าวแต่เขากลับมีเรื่องยุ่งเข้ามาเสียก่อน หมดกันแผนที่จะชักชวนนางร่วมทำการค้า

 

บุรุษหนุ่มมีท่าทีลำบากใจในขณะที่สตรีเจ้าของภาพได้แต่เข่นเขี้ยวในใจ

 

ภาพของนางถูกนำออกมาให้ผู้อื่นรับชมพร้อมกับคำวิจารณ์จากผู้ที่ชื่นชอบภาพวาดจากองค์ชายต่างแคว้น

 

"จ้าวอวี้เหลียนภาพนี้เป็นของเจ้างั้นหรือ" ฮ่องเต้ตรัสถามนางพร้อมรอยยิ้มที่นางไม่อยากได้รับแต่นางก็ต้องตอบ

 

"เมื่อองค์ชายเทียนเหรินฮุ่ยครอบครองย่อมไม่ใช่ภาพของหม่อมฉันอีกต่อไปเพคะ"นางยอมรับว่าตัวเองวาดแต่ก็บอกชัดว่าไม่ใช่ของนางแล้ว ใครจะไปคิดว่าแค่ภาพน้ำตกที่ขีดเขียนแรงเงาด้วยแท่งถ่านที่ถูกวาดขึ้นยามอารมณ์หม่นหมองเมื่อนางมาอยู่ร่างนี้ใหม่ๆจะสร้างเรื่องให้นางได้

 

"ถูกของเจ้า แต่นั่นก็หมายความว่าเจ้าเป็นคนวาด เจ้าช่างสร้างประหลาดใจให้เจิ้นมากเสียจริงคุณหนูจ้าว"

 

รับสั่งของฮ่องเต้กับดวงเนตรคมที่มองมาทำให้นางรับรู้ว่าพระองค์หมายถึงเรื่องใดอีกที่นางทำให้แปลกพระทัย แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องราชโองการขอเลือกคู่เองที่บ่งบอกชัดว่านางไม่ปลื้มการแต่งงานกับเหล่าองค์ชายผู้เปรียบพร้อมแค่ไหน

 

"นับว่าคุณหนูจ้าวมีความสามารถโดดเด่นเป็นที่น่าชื่นชมเสียจริง ก่อนหน้านี้นางก็ทำผลงานร่วมกับองค์ชายสามปราณนางก็แข็งแกร่งเหนือผู้อื่น เช่นนี้แล้วเจิ้นคิดว่าควรให้นางหมั้นหมายกับองค์ชายรองเอาไว้ก่อน ทุกท่านเห็นเช่นไร"

 

คำกล่าวของฮ่องเต้ทำให้นางต้องเงยมองพระพักตร์อย่างไม่สมควร ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนนางต้องตั้งคำถามว่านี่มันอะไรกัน!?

 

เหตุใดจู่ๆนางจึงกลายเป็นคู่หมั้นขององค์ชายรอง แล้วในเวลาแบบนี้ใครกันจะกล้าขัดรับสั่ง!! นางกำมือแน่นด้วยความรู้สึกสับสนแต่เมื่อนางมองตามสายพระเนตรของฮ่องเต้เพียงชั่วครู่ที่ปรายมองข้างกายนางนางก็เข้าใจ

 

ที่แท้นอกจากฮ่องเต้ฝานหรงต้องการกักขังนาง บีบบังคับนางมิให้ปฏิเสธยังต้องการกีดกันต่างแคว้นที่อาจจะขอสมรสเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างนางกับองค์ชายของพวกเขาได้อีกในเมื่อเห็นชัดว่าองค์ชายเทียนเหรินฮุ่ยจ้องมองนางที่เป็นเจ้าของภาพด้วยแววตาหลากหลาย และเวลาเช่นนี้ยังเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะยัดเยียนสมรสพระราชทานให้นางโดยที่ไม่อาจปฏิเสธได้!!

 

นางยิ่งกำมือแน่นขึ้นด้วยความรู้สึกอัดแน่นในอก ความคิดของนางวนเวียนอยู่กับความรู้สึกไม่ดีที่ได้รับจนท่านพ่อเอ่ยเรียกนางยามที่นั่งลงตรงที่ของตนแล้วนางจึงรู้สึกตัว

 

นางรับรู้ทุกอย่างรอบตัวเพียงแต่นางยังโมโห

 

นางรู้ว่าองค์ชายแคว้นเทียนขอประทานอนุญาตมาพูดคุยกับนางเรื่องภาพวาดวาดบ้างซึ่งฮ่องเต้ก็ทรงอนุญาตราวกับไม่ได้กีดกันอะไรทั้งที่ใส่โซ่คล้องคอนางเอาไว้แล้ว

 

นางไม่สนใจกระทั่งจะมองคู่หมายหมาดๆของตัวเองเสียด้วยซ้ำนางเพียงแค่หันไปตอบคำถามท่านพ่อที่ถามว่านางเป็นอะไรหรือไม่ว่า

 

"ลูกไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ"นางบอกแบบนั้นแล้วก็ยิ้มให้ท่านพ่อทั้งที่นางมองเลยไปบนบัลลังก์มังกร

 

ตอนนี้นางรู้แล้วว่ากุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของนางไม่ใช่การเมินเฉยพระเอกหรือไม่สนใจนางเอก แต่เป็นการแก้ไขความคิดบัดซบของผู้ที่กุมชะตาผู้คนเอาไว้และเอาชนะฮ่องเต้ผู้นี้ให้ได้!!!! มิเช่นนั้นต่อให้นางเก่งกาจเพียงใดก็ยังหนีไม่พ้นเพราะเขาคือฮ่องเต้แห่งแคว้น!!

 

ในนิยายก็เป็นฮ่องเต้ที่มอบสมรสให้อวี้เหลียน มาตอนนี้คนผู้นี้ก็ยังบีบคั้นนาง กักขังนางเพราะอำนาจของตระกูลจ้าว
ความเห็นแก่ตัวที่นำพาชะตากรรมที่นางไม่เต็มใจรับมาคิดว่านางจะยอมรับหรือ?

 

แน่นอนหากเป็นอวี้เหลียนที่มีความคิดเชื่อฟังอย่างคนที่นี่ก็คงจะยอมรับอยู่บ้างแต่ยิ่งถูกบีบเท่าไหร่นางในตอนนี้กลับอยากยิ่งดิ้นรนหาทาง

 

นางเงยมองอันจี๋ชุนที่ควรจะได้เป็นคู่หมายขององค์ชายรอง

 

สายตาที่มองมาอย่างเรียบนิ่งนั้นบ่งบอกความเป็นอริที่รู้กันโดยไม่ต้องเอ่ยปาก

 

นางยกยิ้มกับตัวเอง....นางพยายามมากมายแม้กระทั่งลงทุนให้อันจี๋ชุนพบองค์ชายรองในรูปแบบที่แตกต่างเพื่อไม่ให้ตนเองได้สมรสพระราชทานหรือแม้กระทั่งได้ผูกสัมพันธ์กับองค์ชายรองแต่จนแล้วจนรอดนางก็หนีไม่พ้น
ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ได้.....อยากได้ก็มาแย่งไปอันจี๋ชุน แล้วข้าจะเป็นนางร้ายให้ดังในนิยาย! แต่อย่าหวังเลยว่านางจะเป็นคนที่ทุกข์ตรมและตายตกในภายหลัง นางจะเป็นนางร้ายที่มีความสุขและสมหวังให้ได้คอยดู!!!

 

 

 

งานเลี้ยงฉลองจบลงด้วยความดำมืดในจิตใจนางแต่นางก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอันจี๋ชุนจะรู้สึกแบบเดียวกันหรือไม่ เพราะท่ามกลางเสียงหัวเราะและดอกไม้ไฟที่ส่องสว่างจากการใช้ปราณในการจุดและผลิตนางเห็นอันจี๋ชุนชมความงดงามนั้นข้างๆองค์ชายสามและองค์ชายห้า 

 

องค์ชายรองผู้กลายเป็นคู่หมั้นของนางเดินมาหานางและกล่าวยินดีที่นางได้เป็นตัวแทนการร่ายรำถวายเทพและเอ่ยปากจะไปส่งนางที่ตำหนักหยกงามอย่างเป็นสุภาพบุรุษ

 

สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็ไม่เป็นดังที่คิด นอกจากนางจะได้คู่หมั้นมาหนึ่งคนนางยังได้รับเลือกให้เป็นผู้ร่ายรำในวันพรุ่งนี้ด้วย

 

หลังจากรับสั่งฮ่องเต้ที่ให้นางเป็นคู่หมั้นองค์ชายรองแล้วนางก็ไม่แน่ใจว่าสุดท้ายแล้วใครกันที่เลือกนางให้ร่ายรำในวันพรุ่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นฮ่องเต้หรือฮองเฮาก็ล้วนกำลังหาประโยชน์จากนาง แต่นางก็ไม่แล้งน้ำใจหรือคิดจะเกรี้ยวกราดใส่องค์ชายรองแม้แต่น้อย สงสัยก็เพียงว่าเจ้าตัวยินดีแน่หรือกับการได้เป็นคู่หมั้นกับนาง แต่ไม่ว่าจะสังเกตเช่นไรองค์ชายรองก็มิได้แสดงท่าทีไม่เป็นมิตร ไม่พอใจ ซ้ำยังดูเป็นธรรมชาติยามที่พูดคุยเอาใจนางอย่างยิ่ง แม้กระทั่งยามที่ส่งมือประคองนางลงจากรถม้าหน้าตำหนักหยกงามจนนางไม่แน่ใจว่าคนผู้นี้ชื่นชอบการดูแลคนหรือชื่นชอบการหว่านเสน่ห์กันแน่

 

แต่ก็เอาเถอะนางในตอนนี้ตัดสินใจแล้ว นางจะไขว่คว้าหนทางของนางและความสุขของนางเอง!

 

อวี้เหลียนเข้านอนดึกกว่าทุกวัน นางต้องซ้อมร่ายรำให้คล่องเสียก่อนเนื่องจากกานร่ายรำนี้มักจะมีการสอนตั้งแต่เด็กให้เหล่าคุณหนูไปจนถึงองค์หญิงทั้งหลายแต่มิให้นำมาร่ายรำในการแสดงใดเพราะถูกจำกัดให้ใช้ในงานนี้เท่านั้น การร่ายรำชุดนี้ก็คล้ายกับการเรียนบังคับที่คุณหนูทุกคนต้องทำได้เมื่อทำได้แล้วจึงไปฝึกร่ายรำอย่างอื่นกันมากกว่าจึงอาจจะหลงลืมไปบ้าง นางต้องทบทวนและทำให้เข้ากับปราณที่ปล่อยออกมาจนดึกจึงได้เข้านอน

 

ความลำบากของการถูกเลือกนางรับรู้มันอย่างเต็มเปี่ยมเมื่อนางต้องตื่นตั้งแต่ยามอิ๋น(03.00-04.59)เพื่ออาบน้ำแต่งตัวทั้งที่พิธีจะเริ่มในกลางยามเหม่า(05.00-06.59) ยังดีที่พอตื่นแล้งนางจะง่วงน้อยลงแม้ว่าร่างกายนางจะหนักเหมือนยังไม่เต็มใจทำงานก็ตามที

 

สตรีที่ถูกเลือกให้เป็นตัวแทนจะต้องสวมชุดสีขาวปักดิ้นทองและเงินที่ทางวังหลวงเตรียมเอาไว้และลวดลายที่ปักจะต้องเป็นหงส์ขาวเท่านั้น โดยปกติแล้วลายหงส์ไม่ว่าจะเป็นหงส์ขาวหรือหงส์ฟ้าล้วนไม่อนุญาตให้นำมาใช้เนื่องจากสงวนเอาไว้ให้กับผู้เป็นฮองเฮาแต่ในงานนี้มีการอนุโลมให้ใช้หงส์ขาวปักบนชุดได้ ส่วนเครื่องประดับนั้นล้วนเป็นเครื่องประดับหยกโทนสีขาวทั้งสิ้น

 

เมื่อล่วงเข้ายามเหม่านางก็ได้ยินเสียงกลองแว่วมาจากส่วนกลางของวังหลวงอันเป็นที่จัดงานบ่งบอกว่าพิธีกำลังจะเริ่มและนางต้องเตรียมเดินไปที่ทำพิธี

 

อวี้เหลียนเดินเป็นจังหวะไม่ช้าไม่เร็วโดยมีนางกำนัลชั้นสูงคอยบอกข้างกาย แต่ขบวนของนางล้วนมีทั้งนางกำนัลและขันทีถือธงประจำแคว้นสลับกับโคมสีแดงสดและบัวจันทราที่เป็นบัวหายากมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ส่องสว่างในความมืด

 

เมื่อนางเดินเข้าสู่พื้นที่จัดงานงานก็เริ่มไปก่อนแล้วด้วยการที่ฮ่องเต้และฮองเฮาร่วมกันบูชาเทพทั้งหลายและอัญเชิญเครื่องไหว้ตามทิศทั้งสี่ไปยังแต่ละทิศขอวังหลวง

 

นางมองเวทียกพื้นที่ถูกรายล้อมด้วยผู้คนสองข้างไปจนถึงผู้สูงศักดิ์ที่อยู่เบื้องหน้าแท่นร่ายรำด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นระคนตื่นเต้น นางในตอนนี้ไม่มีเวลานึกถึงความไม่เต็มใจของตัวเองรู้แต่เพียงว่าต้องทำ

 

ทันทีที่บัวจันทราถูกนำไปลอยในอ่างสี่ทิศของเวทีและโคมทั่วทั้งวังส่องสว่างอย่างพร้อมเพรียงแล้วเสียงกลองก็เริ่มดังขึ้น นางหมอบตัวลงกลมกลืนกับพื้นสีขาวของเวทีท่ามกลางความมืดสลัวของยามเช้าและแสงจากบัวจันทรา

 

ตึ้ง!! เสียงกลองหนักหน่วงหนึ่งครั้งนางพลันสะบัดแขนที่มีแขนเสื้อสีขาวยาวพลิ้วผ่านหน้า

 

ตึ้ง!เสียงกลองครั้งที่สองนางสะบัดอีกข้างก่อนที่พิณจะเริ่มบรรเลงและนางเริ่มปลดปล่อยปราณ

 

นางปล่อยปราณไปตามกระแสเสียงของพิณเป็นระรอกคลื่นก่อนจะหมุนตัวปล่อยผ้าพลิ้วไหวรอบตัวราวกับมีกระแสน้ำวิ่งวนเมื่อการหมุนตัวหยุดลงนางก็ขยับร่างกายร่ายรำไปตามเสียงดนตรี ปราณของนางแปรเปลี่ยนเป็นปลาสีน้ำเงินแหวกว่ายในความมืด

 

ตั้งแต่ที่นางก้าวขึ้นมาบนเวทีสิ่งที่สะดุดตานางที่สุดไม่ใช่อะไร ชินอ๋องเจี๋ยหู่ พระองค์มาร่วมงานนี้ด้วย นางมองสบกับดวงเนตรคมราวกับยึดเหนี่ยวความตื่นเต้นและหวั่นเกรงเอาไว้และนั่นทำให้นางทำได้ดี

 

ใบหน้างดงามเย้ายวนขยับยิ้มบาง ร่างกายอ่อนช้อยแต่กลับหนักแน่นยามที่จังหวะดนตรีหนักหน่วง ท่วงท่าร่ายรำประสานกับปราณสีน้ำเงินที่คลายตัวออกและก่อเป็นรูปร่างได้อย่างน่าอัศจรรย์ทำให้ผู้คนที่จ้องมองรู้สึกราวกับกำลังดูการ่ายรำของเทพธิดาอยู่จริงๆ

 

จังหวะกล่องในช่วงที่กระชั้นขึ้นล้วนทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจคนมองกระหน่ำรัวขึ้นแต่ก็ยังไม่อาจละสายตาจากร่างบางบนเวทีได้ จวบจนการสะบัดตัวครั้งสุดท้ายจนลงและเสียงกลองและพิณหยุดลง

 

อวี้เหลียนหอบหายใจถี่เพราะความเหนื่อยนางไม่สังเกตว่าสรรพเสียงเงียบสงบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจของตนเอง นางเงยมองเล็กน้อยและนั่นเป็นยามที่เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับเสียงชื่นชมของฮ่องเต้ที่ประทับดูการแสดงอยู่บนบัลลังก์

 

นางถอนหายใจอย่างโล่งอกและค่อยๆสลายปราณก่อนจะค้อมตัวให้กับผู้สูงศักดิ์และผู้คนด้านล่างและเดินลงมาจากเวที ต่อจากนี้เป็นการโปรยถุงหรือให้ทานในวังจึงไม่เกี่ยวกับนางนักนางจึงหลบออกมานั่งพักได้ แต่นางก็ปล่อยให้ฟางอันและม่านชิงที่ติดตามนางตลอดและคอยดูแลอยู่ข้างกายไปร่วมสนุกด้วยได้เพราะว่าพวกนางอาจจะได้หยกหรือของมีค่ามาก็ได้

 

"งดงามตรึงตรา เกรงว่าข้าต้องใช้คำนี้"

 

นางเงยมองสบตากับผู้เอ่ยก่อนจะส่งสายตาคาดโทษให้ "ท่านพี่ไม่ต้องพูดดีไป คิดว่าข้าจะลืมความผิดท่านที่แอบเอารูปข้าไปขายหรือ"

 

ผู้ที่มาเอ่ยปากคุยกับนางไม่ใช่ใครแต่เป็นองค์ชายใหญ่จื้อโหยว่ มองใกล้เช่นนี้แล้วท่านพี่ผู้หล่อเหลาของนางดูขอบตาจะคล้ำขึ้นมาก ดูท่าจะทำงานหนักจริงๆแต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่นางจะไม่โกรธเขาแม้นางจะมั่นใจว่าต่อให้ไม่มีเรื่องรูปโผล่ขึ้นมา ฮ่องเต้ผู้นั้นก็หาทางผูกติดนางกับโอรสของพระองค์อยู่ดีก็ตาม

 

"โธ่ เหลียนเออร์คนดี พี่ก็แค่อยากรู้ว่ามันจะขายได้ซักราคาเท่าไหร่ใครเล่าจะรู้ว่ามันจะหลุดไปต่างแคว้น แต่รูปนั้นเจ้าก็ไม่ได้ตั้งใจจะเก็บไว้อยู่แล้วมิใช่หรือ"

 

นางปรายสายตามองคนมี่ขยับยิ้มเอ่ยเสียงอ่อน "ท่านรู้ได้เช่นไร"

 

"ก็รูปไหนที่เจ้าตั้งใจจะเก็บไว้เจ้าก็จะเก็บใส่หีบอันไหนจะทิ้งเจ้าจะม้วนรวมเอาไว้ข้างนอก"

 

นางหรี่ตามองคนที่รู้เรื่องดีเกินไปอย่างจับผิด

 

"เจ้ารู้หรือไม่ว่ารูปนั้นขายได้กี่บาทและสนใจจะร่วมทุนกับพี่หรือไม่"

 

นางเลิกคิ้ว ตั้งแต่นางมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้สนใจเรื่องการค้านัก แค่วุ่นวายเรื่องที่ต้องมาอยู่ในวังและต้องฝึกปราณก็หมดเวลาแล้วและด้วยฐานะของนางในร่างนี้ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องพยายามหาเงินแม้แต่น้อย

 

"ภาพของเจ้า ขายได้ราคาดีทีเดียวหากสนใจพี่ก็จะเป็นนายหน้าขายให้"

 

นางเพิ่งรู้ว่ารูปนางขายได้ราคาดี นั่นทำให้นางพอมองข้ามเรื่องรูปก่อนหน้านี้ได้ นางกับท่านพี่จื้อโหยว่นัดคุยกันเรื่องนี้อีกครั้งเพราะด้วยความที่เป็นเชื้อพระวงศ์ ท่านพี่ต้องไปร่วมโปรยทานบางส่วนที่กำแพงวังก่อนที่จะเริ่มมีการแจกจ่ายอาหารที่จะทำครบสามมื้อไปจนถึงวันพรุ่งนี้ด้วย

 

................

ตอนนี้ทุกคนถามหาพระเอกผู้ค่าตัวแพงที่สุดและเริ่มหมันไส้กับความหยิ่งของลุงแกมาก ไรท์บอกเลยว่าพี่แกจะแวบมาแวบไปแบบนี้แหละค่ะจนอวี้เหลียนเกิดเรื่อง พอถึงตอนนั้นปากก็ไล่แหละแต่ก็ต้องดูแล หึหึ (สปอยนิดนึงเดี๋ยวลุงแกโดนแฟนคลับแบน)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.201K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,834 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #2797 Linlawa (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 22:03
    สงสารนางเอก ลำไยลุงเหลือเกิน
    #2,797
    0
  3. #2678 555 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 12:05

    ทำไมท่านอ๋องไม่ปรากฏตัว และช่วยน้องน่าสงสารคักนางเอกเราทุมเททำทุกอย่าง สุดท้ายก็แก้ไขเปลี่ยนแปลงชะตาตัวเองไม่ได้ เฮ้อ เซ็งส์เป็ด

    #2,678
    0
  4. #2647 Jaree.j (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 12:54
    เป็นชั้นหนีไปบวชชีแล้ว บอกขอละทางโลก
    #2,647
    0
  5. #2581 koogchan555 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 11:27
    ถ้าโดนบีบบังคับแบบนี้ไปกระโดดหน้าผาตายเถอะ
    #2,581
    0
  6. #2570 non5141562 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 00:14
    ไม่น่าใช้หน่วยเงินเป็นบาท
    #2,570
    0
  7. #2493 แขนลีบหมดแรง (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 23:37
    เจ้ารู้หรือไม่ว่ารูปนั้นขายได้กี่ 'บาท' ???

    บาทททททท
    #2,493
    0
  8. วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 15:45
    มันเป็นพล็อตเรื่อง บ่นอะไรกันมากมาย มองตามความจริงก็ได้ว่าพระเอกนางเอกยังไม่รู้จักกันดีด้วยซ้ำไป และนางไม่ใช่พระเอกสายใจดีไง ลุงแกแก่แล้ว อย่าบ่นเยอะเลย
    #2,462
    0
  9. #2299 P.Hawk (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 20:19
    ไม่เอาหยกชินอ๋องปาหน้าฮ่องเต้ไปเลยว่ะ แบบนี้พระเอกโคตรไร้ค่าเลย เหอะ (อินจัดของขึ้น)
    #2,299
    0
  10. #2280 mach_1592 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 21:48
    เราว่าไม่จำเป็นต้องมีพระเอกหรอกจ้า ตามความคิดเห็นส่วนตัวของเรา เราว่าถ้าจะมีพระเอกชินอ๋องนั้นไม่ควรอยู่ในตำเเหน่งพระเอกเเล้ว บางทีการที่พระเอกยื่นมือเข้ามาช่วยนางเอกในยามคับขันเเบบนี้มันคงจะดีกว่าการปล่อยให้นางเอกต้องประสบกับปัญหาเพียงลำพังทั้งๆที่นางเอกทั้งข้อร้องให้ช่วยมันไม่ได้มากมายอะไรเลยเมื่อเทียบกับการที่นางเอกช่วยชีวิตไว้ เเม้จะบอกว่าเย็นชาโหดเ-้ยมเเต่มันก็ควรมีลิมิตบ้าง
    #2,280
    1
    • #2280-1 rain27kith(จากตอนที่ 23)
      18 มิถุนายน 2563 / 17:21
      จริง เห็นด้วย
      #2280-1
  11. #2236 Poonchanit (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 21:46
    พระเอกจริงไม่เด่นเท่าพระเอกนิยาย
    #2,236
    0
  12. #2131 ทาร์ตมะนาว (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 11:00
    ขายได้กี่บาท เปลี่ยนหน่อยไหมคะจะได้เข้ากับเรื่อง
    #2,131
    0
  13. #2120 Baby.Aimer' (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 23:59
    สงนางเอกนะ เลือกผัวตัวเองยังทำไม่ได้ เห้อ พระเอกก้อนะ เขาช่วยตัวเองไม่ให้ตายแท้ๆยังทำมาเล่นตัว
    #2,120
    0
  14. #2023 ติ่งผมยาวคุง (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 21:39
    คำถามเดียวเลยค่ะ ชินอ๋องมีไว้ทำไมคะ?
    #2,023
    0
  15. #2020 DeWhisper (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 17:13
    นางเอกน่าจะปล่อยให้ชินอ๋องตายๆไปตอนนั้น นางเอกช่วยชีวิตไว้แท้ๆไม่ช่วยอะไรนางเอกเลย
    #2,020
    1
    • #2020-1 mach_1592(จากตอนที่ 23)
      7 มิถุนายน 2563 / 21:36
      เห็นด้วย
      #2020-1
  16. #1856 Lซ็Jโลก (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 02:05
    เงินไม่น่าใช้คำว่าบาทนะคะ อ่านแล้วสะดุด
    #1,856
    0
  17. #1838 mailfromnoie (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 09:37
    ค่าตัวลุงอ๋องแพงอ่ะ กว่าจะออกแต่ละตอน
    #1,838
    0
  18. #1572 ชา^ ดัม^เญน (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 03:02

    อยากให้ชวนทบทวนเปลี่ยนการใช้คำว่า “ขายได้กี่บาท” เป็นคำอื่น เช่น “มีราคาเท่าใด” เป็นต้น

    #1,572
    0
  19. #1499 150221 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 20:47
    ชักเริ่มเกลียดลุงแล้วนะ อิอิ
    #1,499
    0
  20. #1466 Nutsu_Nutsu (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 02:16
    อือ เราอึดอัดแทนนางเอกอ่ะ พูดจริงๆ ที่โดนหมั้นก็เพราะองค์ชายใหญ่ขโมยภาพนาง ทำให้เกิดเรื่องที่โดนผูกมัดแบบนี้
    แล้วพระเอกก็อีกนะ เหอๆ
    #1,466
    0
  21. #1335 sirinda50880 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 12:03
    พี่ลุงปล่อยให้น้องไปหมั้นคนอื่นได้ไง ลงมาจากเขาเดี๋ยวนี้
    #1,335
    0
  22. #1205 T--dZ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 18:58

    รอออออ


    รอคำว่า ปากก็ไล่ แต่ต้องดูแล


    โอ้ย เขินรอออ

    #1,205
    0
  23. #1105 นักอ่านในตำนาน (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 22:24
    สกุลเงินยังเป็นบาทอยู่เลย ตอนก่อนๆยังมีสกุลเหรียญอีก
    #1,105
    0
  24. #1101 mameawctc (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 19:57
    อึดอัดแทนจนน้ำตาไหลตามอ่ะ ไม่ว่าจะไปทางไหนก็เหมือนโดนบีบคั้นให้กลับมาที่เดิม
    #1,101
    0
  25. #1099 Baiphil289 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 19:26
    สงสารนางนะ...ดิ้นรนแทบตายคล้ายปลาในอ่าง...เห้อ....หดหู่ใจ
    #1,099
    0