ข้ากลายเป็นนางร้าย...เกี้ยวรัก(สนพ.เฟยฮุ่ย)

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 11(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,940
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,501 ครั้ง
    30 เม.ย. 63

 

"คุณหนูเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ"

 

อวี้เหลียนยกมือขึ้นแตะปิ่นพลางเอียงหน้าน้อยๆส่องกระจกดูความเรียบร้อยให้ตัวเอง วันนี้เป็นวันที่จัดงานเลี้ยงขึ้นนางถูกนางกำนัลที่ท่านอาส่งมาจับแต่งตัวตั้งแต่ยามอุ้ย(13.00-14.59)จนตอนนี้ยามอิ๋ว(17.00-18.59)เพิ่งจะเรียบร้อย และต้องเดินทางไปก่อนพระสนมเพื่อไม่ให้ไปถึงช้าเกินไป 

 

งานในวันนี้บรรดาคุณหนูทั้งหลายต้องกลับไปนั่งกับครอบครัวเพื่อให้มีการลำดับขั้นกันถูกต้องเนื่องจากมีผู้คนเข้าร่วมงานเยอะ ความครึกครื้นระคนวุ่นวายทำให้วังหลวงดูมีชีวิตชีวามากกว่าทุกวัน นางไม่รู้ว่าท่านพี่จื้อโหยว่จะเป็นอย่างไรบ้างเนื่องจากเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดงานนี้ขึ้น นางตั้งใจว่าจะช่วยหากท่านพี่มีอะไรให้ช่วย แต่พอลองส่งม่านชิงไปถามเจ้าตัวกลับบอกกล่าวราวกับหวังให้นางร่ายรำให้ดีไม่ต่างจากพระสนมนัก นางเข้าใจท่านพี่จื้อโหยว่แต่ก็เข้าใจว่าตนเองยังรู้สึกขัดแย้งแต่อย่างไรนางก็เลือกที่จะทำมันแล้วนางจึงได้แต่หวังว่าอันจี๋ชุนจะมีทีเด็ดซุกซ่อนอยู่จนถูกเลือก ต้องยอมรับว่าเป็นอีกครั้งที่นางฝากความหวังเอาไว้กับนางเอกนิยายของเพื่อนอีกแล้ว แต่นางก็ทำได้เพียงคิดว่ามันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริงๆในเมื่อยิ่งนางพยายามหนีก็ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างฉุดรั้งให้เรื่องราวกลับไปคล้ายคลึงกับนิยายของเพื่อนนางเสมอ และเพราะเป็นแบบนั้น อย่างไรอันจี๋ชุนก็ยังคงเป็นนางเอกต่อไป

 

"คุณหนูถึงแล้วเจ้าค่ะ"

 

การปรากฏตัวของนางย่อมดึงดูดสายตาผู้คนที่มารอร่วมงานอยู่ก่อนแล้วแต่นางก็ทำได้เพียงเฉยชากับสายตาหลายสิบคู่นั้นทั้งที่ใจนางไม่เคยชินแม้แต่น้อย ต้องยอมรับว่าร่างอวี้เหลียนสวยเย้ายวนอย่างร้ายกาจ แต่ที่นางเหนื่อยหน่ายยิ่งกว่าคงเป็นเสียงพูดคุยกระซิบกระซาบถึงนางมากกว่า จังหวะก้าวเดินของนางชะงักลงยามที่สบกับดวงตาคู่สวยในชุดสีขาวบริสุทธิ์ประดุจเซียนสาวที่ตัดซึ่งกิเลศทั้งมวล

 

อันจี๋ชุนนับว่าโดเด่นท่ามกลางคุณหนูทั้งหลาย ยิ่งคุณหนูเหล่านั้นล้วนเป็นคุณหนูที่เกิดจากตระกูลที่มีอำนาจด้อยกว่าตระกูลอัน รอยยิ้มสดใสประหนึ่งดอกไม้บานสะพรั่งท่ามกลางเหมันต์ทำให้บุรุษที่พบเห็นตะลึงงันได้แต่นางที่ได้รับรอยยิ้มนั้นกลับทำได้เพียงเลิกคิ้ว

 

ร่างบางของอันจี๋ชุนผละจากคุณหนูทั้งหลายที่กำลังพูดคุยเดินตรงมาหานาง และมันช่างเหมือนกับฉากในนิยายที่ผู้คนล้วนพร้อมใจกับแหวกทางให้เมื่อนางเอกต้องการจะเดิน

 

"คุณหนูจ้าว"

 

อีกฝ่ายกล่าวอย่างเป็นมิตรจนนางขนลุกชัน สิ่งที่อันจี๋ชุนเก่งที่สุดเห็นทีจะเป็นเรื่องปั้นยิ้ม ขนาดตอนนั้นที่เจ้าตัวจะกระโดดลงน้ำยังหันมายิ้มหวานหยดให้นางได้

 

นางขยับยิ้มคล้ายขบขันแต่ก็ยังรักษากิริยาต้อหน้าผู้คน นางเอกเสแสร้งได้จะเป็นไปได้เช่นไรที่นางร้ายเช่นนางจะทำไม่ได้

 

"คุณหนูอัน สีขาวดูคล้ายจะเหมาะกับเจ้ายิ่งนัก" ก็แค่คล้ายนั่นแหละนะ

 

"ขอบคุณหนูจ้าว ท่านก็งดงามไม่ต่างกัน"

 

ไม่ต่างกันของอันจี๋ชุนคงหมายถึงนางไม่งดงามไปกว่าเจ้าตัวกระมังจากสายตาที่มองขึ้นลงแล้ว

 

นางขยับยิ้ม "ผ้านี่เป็นผ้าที่ฮ่องเต้ทรงประทานให้ข้าหวังว่ามันจะเข้ากับข้า การที่คุณหนูอันเอ่ยปากเช่นนี้ข้าก็เบาใจ"

 

นางเอ่ยคล้ายโล่งใจแต่ก็ทำแบบเดียวกัน บอกกล่าวกลายๆว่าผ้าของนางที่ฮองเต้ประทานให้ยังกล้าเอาไปเปรียบเทียบกับผ้าของนาง เห็นใบหน้ากระตุกของอันจี๋ชุนแล้วนางก็ยิ่งยิ้มหวาน

 

"หากคุณหนูอันมิมีสิ่งใดแล้วเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน เกรงว่าเวลานี้ท่านพ่อ ท่านแม่ข้าคงมาแล้ว"

 

อวี้เหลียนหมุนตัวเดินจากมาแต่อีกฝ่ายกลับหมุนตัวเดินมาเคียงคู่

 

"เช่นนั้นข้าขอไปด้วยก็แล้วกัน ท่านพ่อของข้าก็คงจะมาถึงแล้ว"

 

นางพอเข้าใจเจตนาของอันจี๋ชุนยามเดินเข้าไปในส่วนจัดงาน ที่แท้อันจี๋ชุนต้องการเปรียบเทียบกับนางไปพร้อมๆกับดึงดูดสายตาผู้คนนี่เอง แน่นอนว่าการดึงดูดสายตาด้วยสตรีงดงามสองคนย่อมสำเร็จแต่การเปรียบเทียบนั้นนางไม่แน่ใจ ก่อนหน้านี้ด้วยผลงานของนางและปราณที่เลื่อนระดับทำให้ผู้คนเริ่มคิดว่านางนั้นเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งแทนอันจี๋ชุน แต่เมืออันจี๋ชุนเลื่อนระดับปราณได้แล้วบางทีตำแหน่งนั้นคงกลับไปหาอันจี๋ชุนอีกครั้ง คิดไปคิดว่าก็ราวกับว่าคืนนี้จะเป็นตัววัด

 

"มองพวกเจ้าเดินเคียงคู่กันทำให้ข้าตาพร่ายิ่งนัก"

 

คำกล่าวเย้าแหย่กับร่างสูงใหญ่ที่เข้ามาบังเอาไว้ทำให้นางและอันจี๋ชุนต้องชะงักเท้า นางมองสบกับดวงตาคมที่ฉายแวววิบวับที่มองมา เป็นองค์ชายสามที่ไม่ได้เห็นนานและด้านหลังเห็นทีจะเป็นองค์ชายห้าชางเซิ่งอู๋ชงที่น่าจะอายุมากกว่านางในร่างนี้เพียงไม่กี่ปี

 

"ถวายพระพรองค์ชายสาม องค์ชายห้าเพคะ"

 

"ลุกขึ้นๆ ไม่ต้องมากพิธีวันนี้เป็นวันดีเราควรเฉลิมฉลองกันอย่างครึกครื้นจริงหรือไม่"

 

"เพคะ" อันจี๋ชุนกล่ารับเสียงหวาน แม้มันจะดูเหมือนทุกคราแต่นางที่มองคนทั้งคู่สบตากันอดที่จะรู้สึกว่ามีอะไรไม่ได้ นี่นางเอกแสนหวานคงไม่ได้กำลังเหยียบเรือสองแคมตามที่นางยุแยงใช่หรือไม่ แต่ความคิดนางก็ตกไปเมื่อดวงตาคมหันมาสบกับนางด้วยแววตาแบบเดียวกัน

 

อ่า บางทีคงเป็นองค์ชายสามมากกว่าที่กำลังเหยียบเรือสองแคม

 

"คุณหนูจ้าวไม่ได้พบกันเสียนาน"

 

เขากล่าวแต่นางก็เข้าใจได้ว่าองค์ชายสามคงเคยพบอันจี๋ชุนมากกว่านาง

 

"เพคะ หม่อมฉันทราบว่าพระองค์เดินทางไปดูแลเรื่องการแจกจ่ายเครื่องใช้ให้ชาวบ้านด้วยตัวเองจึงมิได้อยู่เมืองหลวง"

 

นางรู้ดีเพราะครึ่งหนึ่งนั่นก็เป็นผลงานของนาง

 

"เป็นเช่นนั้น แม้จะมีติดขัดและไม่อาจแจกจ่ายได้ทั้งหมดแต่พอจะแก้ปัญหาได้ เมื่อชาวบ้านรู้ว่าปัญหาเกิดจากสิ่งใดพวกเขาก็ทำความเข้าใจและเริ่มปรับตัวไปเรื่อยๆ"

 

"เพคะ" นางพยักหน้ารับเดิมทีนางก็ไม่คิดว่าถ้วยชามที่ได้มาจะพออยู่แล้วอาศัยเพียงกระตุ้นให้ชาวบ้านตระหนักรู้ก็เพียงพอและหลังจากนี้คงมีถ้วยชามราคาถูกวางขายให้ชาวบ้านได้ซื้อใช้มากขึ้นแทนที่จะมีแต่ของแพง

 

"ทำอันใดกันอยู่หรือ"

 

เสียงใหม่ที่แทรกเข้ามากับร่างสง่างามไม่ต่างจากองค์ชายทั้งสองดึงดูสายตาผู้คน.....เป็นองค์ชายรองชางเซิ่งเหอเสี่ยง

 

"ถวายพระพรเสด็จพี่"

 

"ถวายพระพรองค์ชายรองเพคะ" เป็นนางและอันจี๋ชุนเอ่ยตามองค์ชายสามและองค์ชายห้า

 

"ลุกขึ้นเถอะ แล้วคุยเรื่องใดกันอยู่หรือ"

 

"เรื่องการช่วยเหลือชาวบ้านครั้งที่ผ่านมาพะยะค่ะ คุณหนูจ้าวช่วยหม่อมฉันเอาไว้มากทีเดียว"

 

นางอยากจะเอาเล็บข่วนหน้าคมๆขององค์ชายสามยิ่งนัก อยากเกทับพี่ชายเหตุใดต้องดึงนางเข้าไปเกี่ยวด้วย
ชางเซิ่นเหอเสี่ยงมองไปยังสตรีที่ถูกกล่าวถึงเล็กน้อย เห็นคิ้วเรียวของนางขมวดน้อยๆอยู่บนเครื่องหน้างดงามเย้ายวนแล้วก็ต้องขยับยิ้ม

 

"เรื่องนั้นทำให้เสด็จพ่อพอพระทัยมากทั้งเจ้าทั้งคุณหนูจ้าว.....ผิดกับน้องห้า ที่ถูกกริ้วอย่างหนัก"

 

ท้ายประโยคดวงตาคมยังย้ายไปมองคนที่ถูกกล่าวถึงส่งผลให้องค์ชายห้าต้องเม้มปากแน่น ด้วยอายุขององค์ชายห้าถูกยั่วยุมีหรือที่เขาจะไม่รู้สึกรู้สา

 

"เรื่องของข้าไม่เกี่ยวกับเสด็จพี่!"

 

เขาเอ่ยเสียงดังทำให้ยิ่งดึงดูดสายตาผู้คน จากที่มองมาแล้วหันไปซุบซิบเอ่ยถึงตอนนี้กลับมีความอยากรู้อยากเห็นเต็มเปี่ยม

 

"ไม่เกี่ยวหรือ"

 

องค์ชายรองเลิกคิ้วแล้วถอนหายใจคล้ายเหนื่อยหน่ายแต่สำหรับนางกลับคิดว่ายิ่งเป็นการยั่วยุเสียมากกว่า

 

"หากมิใช่ข้ากับพี่ใหญ่ช่วยน้องสามทูลอภัยโทษให้เกรงว่าตอนนี้เจ้ากับน้องสี่คงไม่มีโอกาสได้ออกมาร่วมงานเช่นนี้"

 

"ท่าน....!"

 

"อู๋ชง!"

 

ก่อนที่องค์ชายห้าจะอาละวาดอย่างน้อยองค์ชายสามพี่ชายแท้ๆของเขาก็ยังรู้จักปรามแต่ถึงแบบนั้นดวงเนตรคมกริบก็ยังจ้องมองพี่ชายร่วมบิดาด้วยดวงตาไม่พอใจนัก

 

นางที่เหมือนเป็นพยานศึกสายเลือดปะทะฝีปากปรายสายตมองอันจี๋ชุนเล็กน้อยด้วยคิดว่าคนที่อยู่ในสถานะเดียวกันก็น่าจะพากันออกจากสถานการณ์อึดอัดแบบนี้ แต่เจ้าตัวกลับขยับยิ้มโง่งมเหมือนคนสติไม่เต็มเต็งจนนางอยากจะตบเรียกสติซักครั้ง

 

นางเม้มปากแล้วระงับความหงุดหงิดก่อนจะเอ่ยปาก

 

"องค์ชาย อีกประเดี๋ยวฮ่องเต้จะทรงเสด็จมาแล้วแยกไปนั่งจะดีหรือไม่เพคะ การยืนจ้องหน้ากันเช่นนี้เกรงว่าหากฮ่องเต้มาทอดพระเนตรเห็นเข้าจะยิ่งกริ้ว"

 

นางดึงดูความสนใจได้สำเร็จ องค์ชายรองยิ้มอ่อนให้แต่องค์ชายสามกลับทำหน้าบูดบึ้งใส่จนนางคิ้วกระตุก มีเพียงองค์ชายห้าที่มองมาเงียบๆนางจึงขยับยิ้มบางให้

 

เอาเถอะอยากทะเลาะกันต่อก็เชิญ ที่นางเอ่ยปากไม่ใช่ห่วงใยใครเป็นพิเศษก็แค่อยากจะไปจากตรงนี้เสียทีท

 

"เช่นนั้นหม่อมฉันทูลลาไปหาท่านพ่อ ท่านแม่ก่อนนะเพคะ"

 

นางเอ่ยและย่อกายก่อนจะผละจากมา และมันน่ายินดีมากที่พวกเขาปล่อยนางมาแต่โดยดี

 

"ท่านพ่อ แม่รอง"

 

นางย่อกายให้ท่านพ่อและแม่รองก่อนจะลงนั่งในที่ที่ถูกเตรียมไว้ โดยปกติแล้วท่านแม่ของนางควรเป็นผู้ที่ได้ออกงานเคียงข้างท่านพ่อแต่เพราะแม่ของนางกำลังตั้งครรภ์ แม่รองจึงตามมาดูแลท่านพ่อแทน

 

นางถามไถ่ถึงท่านแม่ด้วยความเป็นห่วงและถามถึงกำหนดคลอดที่แน่นอนเพื่อทูลขอพระสนมออกไปอยู่ที่บ้าน แต่ท่านพ่อกลับจัดการปรึกษาเรื่องนั้นกับพระสนมเรียบร้อยแล้วนางจึงไม่ต้องกังวล 

 

"ฮ่องเต้เสด็จจจจ ฮองเฮาเสด็จจจจจ"

 

"ถวายพระพรฮ่องเต้ของจงทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นๆปี"

 

"ถวายพระพรฮองเฮา ขอจงทรงพระเจริญ พันปี พันๆปี"

 

ฮ่องเต้ประทับบนบัลลังก์ทองสลักลายมังกรคำรามดูน่าเกรงขามมีฮองเฮาประทับทางขวา สัญลักษณ์ของโอรสแห่งสวรรค์ไม่ว่าที่ใดก็เป็นมังกร แคว้นเฟิ่งฟู่นี้แม้จะมีความเชื่อว่าสืบเชื้อสายมาจากเทพอสูรไป๋หู่แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ให้ความเคารพเทพองค์อื่น ดูได้จากการร่ายรำบูชาเทพ รวมไปถึงวัดต่างๆที่มีการบูชาเทพเฉพาะหรือสัญลักษณ์แทนองค์ฮ่องเต้และฮองเฮาไปจนถึงประเพณีอื่นๆเช่นการกินเจ แต่อย่างไรก็มีการบูชาเทพอสูรไป๋หู่โดยเฉพาะเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญและสัญลักษณ์ของแคว้นก็ยังเป็นลายพยัคฆ์แต่ผู้ที่ถือครองตราพยัคฆ์นั้นมีได้เพียงคนเดียว ชินอ๋องเจี๋ยหู่

 

นางขยับนั่งลงยามที่ฮ่องเต้รับสั่งให้ผู้คนในงานนั่งลงได้ พระองค์กล่าวเปิดงานก่อนที่ของกินจะเริ่มถูกนำมาวางพร้อมๆกับลำดับในการแสดงที่นางได้รับ

 

ก่อนที่จะมีการแสดงมักจะมีการปูนบำเน็จให้กับข้ารบริพาลที่ปฏิบัติงานได้ดีก่อนนางจึงพอมีเวลาทานของอร่อยบ้างอย่างไม่เคร่งเครียดนัก แต่ปีนี้ดูจะพิเศษกว่าปีอื่นๆเล็กน้อยเพราะฮ่องเต้ทรงตรัสให้องค์หญิงสี่ซึ่งมีอายุมากกว่านางหนึ่งปีเป็นผู้เชิญสุราพระราชทานไปมอบให้เจ้าเมืองหนุ่มผู้หนึ่ง คนผู้นี้ดูเหมือนจะจัดการปัญหาขาดแคลนของชาวบ้านได้ทำให้ได้รับการเลื่อนขั้นเป็นเจ้าเมืองเมื่อไม่นานมานี้ ฮ่องเต้จึงเลือกผูกมัดคนหนุ่มมีความสามารถด้วยองค์หญิงสี่ นางไม่รู้ตื้นลึกหนาบางแต่ยามที่หนุ่มสาวสบตากันก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าไม่เหมาะสม การสอดส่องดูการประทานรางวัลนับเป็นการรอคอยที่น่าเบื่อแต่ก็นับว่ามีประโยชน์ในแง่ของการเมือง 

 

ฮ่องเต้ทรงประทานรางวัลให้กับขุนนางอีกสี่ห้าคนและตรัสพูดคุยกับเหล่าตัวแทนจากต่างแคว้นอย่างสนิทสนมก่อนที่การแสดงแรกจะเริ่มต้นขึ้น แน่นอนว่าด้วยปราณสีน้ำเงินและด้วยความงดงามลำดับแรกจึงเป็นใครไม่ได้นอกจากอันจี๋ชุน การแสดงแรกย่อมดึงดูสายตายิ่งผู้ที่ออกมาเป็นหญิงงามยิ่งทำให้ผู้คนสนใจ สมกับเป็นสกิลนางเอกที่ทำให้ผู้คนหม่นหมองเสียจริง นางอดคิดอย่างสงสารคุณหนูคนถัดไปที่ต้องออกมาทำการแสดงต่อจาอันจี๋ชุนไม่ได้

 

ด้วยรูปลักษณ์และความสามารถที่ดูออกมาว่าทุ่มเทมาอย่างดีนางยังต้องจ้องมองร่างบางที่พลิ้วไหวอ่อนช้อยนุ่มนวลกลางพื้นที่จัดงานไม่ได้ ปราณของอันจี๋ชุนกระเพื่อมราวกับสายน้ำในขณะที่อันจี๋ชุนราวกับมัจฉาที่แหวกว่ายวารีหยอกล้อสายธาร

 

เสียงปรบมือดังก้องแม้แต่คณะทูตต่างแคว้นยังมองอันจี๋ชุนไม่ว่างตาและร่วมปรบมืออย่างเต็มใจ ยิ่งรอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้างดงามก็คล้ายกับทุกคนถูกสะกด ในเวลานี้ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าคุณหนูอันจี๋ชุนไม่เหมาะกับตำแหน่งหญิงงามอันดับหนึ่ง!

 

นางร่วมปรบมือไปด้วยจวบจนฮ่องเต้ทรงเอ่ยปากถามไถ่ผู้ที่สร้างประทับใจให้ผู้คนในงานได้ถึงเพียงนี้

 

"เจ้าคือคุณหนูอันใช่หรือไม่ เจิ้นจำได้ดีว่าก่อนหน้านี้ปราณของเจ้าเพิ่งจะอยู่ที่สีม่วงมิใช่หรือ?"

 

"เพคะ หม่อมฉันเพิ่งเลื่อนระดับไม่นาน" เสียงหวานตอบแต่นั่นก็เพียงพอให้โอรสสวรรค์พึงพอใจ

 

"ดี ดี! นับว่าบุตรสาวแม่ทัพอันมีความสามารถโดดเด่นและเก่งกาจยิ่งนัก เจิ้นประทานรางวัล!!"

 

"ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท"

 

อันจี๋ชุนกล่าวแล้วกลับไปนั่งข้างแม่ทัพอัน แต่ถึงแบบนั้ก็ยังดึงดูสายตาผู้คนโดยเฉพาะบรรดาบุรุษที่เข้าร่วมงาน
นางที่เป็นผู้สังเกตการณ์มองไปยังองค์ชายรองแน่นอนว่ามีรอยยิ้มบางประดับพระพักตร์แต่นั่นก็ไม่ต่างจากองค์ชายสามเลยไปจนถึงองค์ชายสี่ จะมีก็แต่ท่านพี่จื้อโหยว่และองค์ชายห้าที่มองเฉยๆไม่แสดงกิริยาเกี้ยวพาอะไร นางไม่แน่ใจว่าท่านพี่จื้อโหยว่ไม่นิยมสตรีท่าทางน่าเอ็นดูอย่สงอันจี๋ชุนหรืออะไรแต่องค์ชายห้าเกรงว่ายังทรงไม่ค่อยสนใจในตัวสตรีนักเพราะถือว่าเป็นองค์ชายที่เด็กสุดในหมู่พี่น้อง

 

อวี้เหลียนนั่งดูการแสดงจนเกือบจะถึงลำดับของนางเองจึงบอกกล่าวท่านพ่อและลุกออกไปเตรียมตัว แม้แต่ในจังหวะหวะที่ก้าวเดิน นางก็ยังนึกถึงเรื่องตัวแทนที่ถูกเลือก นางยกยิ้มขบขัน จนถึงตอนนางก็ยังไม่อยาก แต่พอเห็นการแสดงของอันจี๋ชุนนางคิดว่านางคงไม่ต้องห่วง นางคิดแบบนั้นจริงๆ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.501K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,834 ความคิดเห็น

  1. #1613 \\^o^// miNi_Mint \\^o^// (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 07:53

    เสด็จ < ทรงเสด็จ

    ตรัส < ทรงตรัส

    #1,613
    0
  2. #1046 anwapapa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 16:21
    ตอนแรกอ่านว่าประหาร55555
    #1,046
    1
    • #1046-1 อันฝ้าย(จากตอนที่ 22)
      14 พฤษภาคม 2563 / 02:46
      ใช่ค่ะเป็นเหมือนกันเลย5555
      #1046-1
  3. #850 Supriya (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 02:20
    ขอบคุณค่ะไรท์ สนุกมากๆเลยค่ะ
    #850
    0
  4. #367 berry-love11 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 21:32
    ชินอ๋องเข้าฉากได้แล้วค่ะ
    #367
    0
  5. #365 Numtanthitiya (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 13:19
    รอลุงเมื่อไหร่จะมา
    #365
    0
  6. #362 j.thurr (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 08:56
    ชินอ๋องเปิดตัวหน่อยค่าาา
    #362
    0
  7. #361 piamya (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 08:49

    ขอบคุณค่ะรอตอนต่อไปนะค่ะ

    #361
    0
  8. #360 beaw02 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 08:11

    ขอบคุณค่ะ
    #360
    0
  9. #359 0930567393 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 07:52

    ค้างงงง
    #359
    0
  10. #358 LK's lookkate (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 06:59
    ทีมรอ e book เช่นกันคร้า
    #358
    0
  11. #357 zukino (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 05:57

    ค้างค่ะ
    #357
    0
  12. #356 PueanNisa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 05:07

    รอค่าา
    #356
    0
  13. #355 คุณหนอน (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 04:11
    อีบุ๊คจะมาตอนไหนคะไรทททท์ อยากอ่านแล้วค่าา แหะๆ
    #355
    0
  14. #354 Gc'milan candy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 03:00
    รอซื้อebook ค้างมากกกก
    #354
    0
  15. #353 Kiera-J (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 02:47
    ค้างมากค่าาา
    #353
    0
  16. #352 rugtham (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 02:17

    อยากให้อัปเร็วจัง
    #352
    0
  17. #351 rugtham (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 02:15
    สู้ๆนะคะขอให้แต่งนิยายสนุกๆแบบนี้เยอะนะค่ะ
    #351
    0
  18. #350 pangkokiiiz (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 02:09
    ท่านอ๋องอยู่หนายยยย ปรากฏตัวค่าาา รอค่ะไรท์ ^^
    #350
    0
  19. #349 Bayu (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 01:40
    พี่อ๋องอยู่ไหน
    #349
    0
  20. #347 B-Bait (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 01:03
    ไรท์ตัดจบได้ฉับๆมากเลยค่ะ แบบทิ้งเรื่องไว้ว่าตอนหน้ายังไงพวกเธอก็ต้องมาอ่านต่อออออออ
    #347
    0
  21. #346 BlacxCat (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 00:59
    ค้างมากกกกเราลุ้นทุกตอนเลยยยยย
    #346
    0
  22. #344 mommyhomehug (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 00:38

    อยากเห็นน้องรำแล้วhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-13.png

    #344
    0
  23. #343 Sweetmp Shoping (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 00:22
    ไรท์แถมให้กันอีกตอนไม่ได้หรอออออ
    #343
    0
  24. #342 kubgugu (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 00:15
    ไรท์ขออีกตอนได้มั้ยคะ นะนะนะ
    #342
    0
  25. #341 Veneta (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 00:09
    เรารอเวลานี้มานาน ไรท์แถมให้อีกตอนได้มั้ย
    #341
    0