ข้ากลายเป็นนางร้าย...เกี้ยวรัก(สนพ.เฟยฮุ่ย)

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 11(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,485
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,527 ครั้ง
    29 เม.ย. 63

 

**สำหรับคนที่ตามจากอันเก่า ตอนหน้าจะเป็นตอนต่อนะคะ

............................

 

 

อวี้เหลียนเดินไปเข้าเฝ้าพระสนมในเวลาเดิมเพื่อร่วมโต๊ะเสวยและคอยดูแลพระสนมดังเช่นทุกวัน บางครั้งหากนางไปเร็วก็ยังได้คอยเลือกสรรเครื่องประดับและฉลองพระองค์ถวายด้วย ด้วยความคิดแปลกใหม่ของนางที่นำปิ่นอันนั้นมาผสมอันนี้และแนะนำการถักเปียเล็กๆน้อยทำให้พระสนมทรงดูอ่อนเยาว์และงดงามแปลกตาขึ้นมาก

 

"พระสนมโปรดให้หม่อมฉันบรรเลงพิณถวายเลยหรือไม่เพคะ" นางเอ่ยถามเมื่อโต๊ะเสวยถูกเก็บเรียบร้อยแล้วหลังจากนางและพระสนมทานอาหารร่วมกัน

 

"รอก่อน อาอยากออกไปเดินเล่นเสียหน่อย"

 

"เพคะ" นางรับคำประคองร่างบางลุกขึ้น สวนตำหนักหยกงามนับว่าไม่เล็ก ดอกไม้ส่วนใหญ่เป็นดอกไม้ที่เจ้าของชอบเป็นพิเศษ ยิ่งในยามที่อยู่ในฤดูฝนปรอยเช่นนี้ทำให้ดอกไม้ยิ่งแข่งกันชูช่องดงาม

 

"เหลียนเออร์วันนี้เดินหมากกับอาแทนการดีดพิณก็แล้วกัน"

 

"เพคะ"นางตอบรับขยับนั่งลงในศาลาฝั่งตรงข้ามกับพระสนมท่ามกลางสวนสวยในตำหนัก

 

นางยังจดจำทักษะของร่างนี้ได้จึงเล่นได้โดยไม่ติดขัดนัก

 

"อีกไม่กี่วันจะถึงวันงานแล้วครั้งนี้เจ้าได้เตรียมการแสดงแล้วหรือยัง"

 

นางเงยมองพระพักตร์ของผู้สูงวัยกว่าด้วยความแปลกใจ นางเล่นพิณทุกวันย่อมชัดเจนว่านางย่อมแสดงพิณแต่เหตุใดอาของนางจึงเอ่ยปากถามเช่นนี้กัน

 

"พระสนมอยากให้หม่อมฉันเปลี่ยนจากการบรรเลงพิณเป็นอันใดหรือเพคะ"

 

จ้าวกุ้ยเฟยละสายตาจากกระดานหมาก "อาอยากให้เจ้าทำการร่ายรำ"

 

อวี้เหลียนวางหมากในมือลงบนกระดาน นางคิดเอาไว้อยู่แล้วและรู้ความหมายดี หากนางร่ายรำจะเท่ากับว่านางเป็นหนึ่งในผู้ถูกคัดเลือกเป็นตัวแทนรำถวายเทพในเช้าวันรุ่งขึ้นในวันถัดไป

 

ตามธรรมเนียมของเฟิ่งฟู่นั้นจะมีการจัดการเฉลิมฉลองกันก่อนซึ่งในวังจะเป็นงานเลี้ยงใหญ่และเช้าวันถัดมาจะมีการบูชาเทพทั้งสี่ทิศและมีการร่ายรำถวายที่ลานด้านหน้าของวังหลวง หลังจากนั้นจะมีการโปรยทานของเหล่าฮ่องเต้ ฮองเฮา พระสนมและเหล่าองค์ชาย การโปรยทานนี้จะทำกันในวังก่อนโดยมีการบรรจุขนมปะปนกับของมีราคาอย่างหยกชิ้นเล็กคล้ายเหรียญทองบรรจุใส่ถุงโปรยปะปนกันให้เหล่านางกำนัลขันทีเข้าร่วมอย่างสนุกสนาน และยังโปรยบนกำแพงเมืองให้ชาวบ้านชมบารมี ส่วนในตอนเย็นจะมีการแจกจ่ายข้าวต้ม หรือขนมให้กับชาวบ้านหน้าวังด้วย เพราะแบบนั้นสตรีที่ได้รับเลือกจึงมักจะดูจากผู้ที่มีการร่ายรำที่โดดเด่น คุณหนูทั้งหลายที่ต้องการได้รับเกียรตินั้นจึงนิยมแสดงการร่ายรำในวันงานเลี้ยงเสียส่วนใหญ่

 

"แต่หม่อมฉันมิอยากเป็นตัวแทนแม้แต่น้อยเพคะ"

 

นางเอ่ยบอกพระสนมตามตรงทำให้ได้รับลมหายใจอ่อนที่ถูกถอนจากจมูกโด่งรับใบหน้างดงามของผู้เป็นพระสนมเป็นการตอบแทน

 

"อารู้ว่าเจ้าไม่ชอบ เจ้าหลบเลี่ยงทุกสิ่งและพยายามปฏิเสธทุกอย่างเจ้าจึงไปแอบอยู่ที่หุบเขาเทพอสูรไป๋หู่ทุกวัน! แต่เจ้าต้องรู้ตัวได้แล้วเหลียนเออร์ ต่อให้เจ้าหนีเท่าใดเจ้าก็ไม่อาจหนีชะตากรรมที่ต้องแต่งงานกับเชื้อพระวงศ์ได้ ยิ่งในเวลาแบบนี้ด้วยแล้วมันยิ่งเป็นไปได้ยาก"

 

อวี้เหลียนก้มหน้าลงมองกระดานหมาก นางเข้าใจที่พระสนมตรัสดี เพราะนางเป็นตัวหมากที่มีอำนาจมากซ้ำท่านพี่จื้อโหยว่ยังแสดงออกชัดเจนว่าไม่สนใจตำแหน่งโอรสสวรรค์นัก การที่นางจะแต่งงานกับใครจึงยิ่งสำคัญ หากองค์ชายพระองค์ไหนแต่งงานกับนาง นอกจากแรงสนับสนุนจากสกุลจ้าวยังมีพระสนมกุ้ยเฟยอาของนางและอาจจะได้องค์ชายใหญ่จื้อโหย่ไปเป็นพวกอีกคน

 

นางถอนหายใจและละสายตาจากกระดานหมาก "หม่อมฉันขอทูลถามพระสนม พระองค์หวังจะให้หม่อมฉันแต่งกับผู้ใดกันเพคะ"

 

จ้าวกุ้ยเฟยไม่สบตาหลานสาว แววตาหงส์ที่มองมาบ่งบอกว่าหากนางไม่ตอบตามตรงและอ้อมค้อมหลานสาวของนางคงไม่ทนฟังต่อนานนัก

 

"ในสายตาของอา คงเป็นองค์ชายรองชางเซิ่งเหอเสี่ยง"

 

"เพราะอันใดเพคะ"

 

อวี้เหลียนยกชาขึ้นจิบหลังจากที่เอ่ยปากถามอย่างขบขันกับชะตาตนเอง เพราะเหตุใดกันจะต้องเป็นพระเอกนั่นด้วย

 

"กลการเมืองหากฝ่ายใดชนะย่อมเป็นจ้าว เลือกผิดเพียงครั้งเดียวย่อมส่งผลถึงชีวิต ภายหน้าอาไม่รู้ว่าหลังการผลัดเปลี่ยนบัลลังก์แล้วผู้ที่ขึ้นเป็นฮ่องเต้องค์ต่อไปจะทำเช่นไร เพราะเช่นนั้น...."

 

"พระสนมจึงคิดว่าควรเลือกผู้ที่มีโอกาสมากกว่าบรรดาองค์ชายพระองค์อื่น"

 

นางเอ่ยต่อให้ ในฐานะผู้ที่อยู่ในวังมานานอาของนางย่อมรู้ว่าใครกันที่มีฐานอำนาจมั่นคงกว่าผู้อื่น

 

องค์ชายรองเป็นบุตรชายของฮองเฮา ซ้ำบิดาของฮองเฮายังเป็นถึงอำมาตย์มีอำนาจค่อนข้างมากในราชสำนักซ้ำยังเป็นผู้สนับสนุนให้ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันขึ้นครองราชย์

 

เรื่องนี้นางไม่กล้ากล่าวแย้งท่านอาแม้แต่น้อยแต่เรื่องความสามารถ ในสายตาของนางเห็นว่าองค์ชายสามค่อนข้างจะมีมากกว่า อย่างที่นางเคยกล่าวกับอันจี๋ชุน องค์ชายสามคือผู้ที่มีความสามารถทั้งบุ๋นและบู๊ในขณะที่องค์ชายรองไม่ค่อยเชี่ยวชาญเรื่องการรบมากเท่าใดนักแม้จะเป็นนักปกครองที่ดีมีเมตตากับปวงชนก็ตาม แต่ด้วยฐานะของพระมารดาขององค์ชายสามที่เป็นพระสนมซูเฟย แม้จะเป็นพระสนมชั้นสูงแต่ก็ยังถือว่าด้อยกว่าองค์ชายรองอยู่ดีเพราะถือว่าเป็นฐานอำนาจใหม่ไม่ใช่ขุมพลังเก่าแก่ดังเช่นตระกูลอิ๋นของฮองเฮาที่รับใช้ราชวงศ์มานาน

 

"แต่หม่อมฉันมิได้สนใจในตัวองค์ชายรองแม้แต่น้อย" 

 

นางขบคิดมากมายแต่สุดท้ายด้วยความที่นางรู้ว่าการยุ่งกับองค์ชายรองจะนำหายนะมาสู่ตนจึงทำให้นางต่อต้าน ถึงสิ่งที่นางรู้มาเป็นเพียงนิยายแต่ใครจะรู้เล่าว่าอันจี๋ชุนกับองค์ชายเหอเสี่ยงจะมิใช่คู่บุพเพกันจริงๆ หากป็นเช่นนั้นการที่นางไปขวางอย่างไรก็มิใช่หนทางที่ดีสำหรับนาง

 

"เหลียนเออร์! เจ้ากำลังจะบอกว่าความรู้สึกรักคือตัวฉุดรั้งให้เจ้าไม่ยอมทำในสิ่งที่สมควรหรือ"

 

น้ำเสียงกดต่ำของผู้สูงศักดิ์ทำให้ผู้คนรอบข้างเริ่มหวั่นใจแต่นางกลับเงยสมดวงเนตรหงส์อย่างไม่คิดหวั่นเกรง

 

"หม่อมฉันมิได้รักผู้ใด แต่ก็ไม่พึงใจองค์ชายรอง บางทีพระสนมคงมิรู้ว่าองค์ชายรองทรงมีสัมพันธ์ค่อนข้างสนิทสนมกับคุณหนูอัน"

 

"นั่นเพราะว่าเจ้าไม่เคยไขว่คว้าโอกาสเลย!!!"

 

อาของนางเอ่ยเสียงดังขึ้น แต่นั่นก็จริงดังที่รับสั่งนางพยามระวังตัวและหลบเลี่ยงองค์ชายรองตลอด

 

"เหลียนเออร์ เจ้าคิดว่ารักนั้นสำคัญหรือ และเจ้าคิดจริงๆหรือว่าหากแต่งงานไปจะไม่รัก อาก็ไม่เคยรักฮ่องเต้ ไม่เคยแม้แต่พบพระพักตร์มาก่อนที่จะได้ถวายตัวแต่ตอนนี้พระองค์สำคัญกับอามาก ตอนนี้พระองค์เป็นบิดาของบุตรชายอา"

 

น้ำเสียงที่อ่อนลงและจริงใจทำให้นางต้องเม้มปากไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา ไม่ใช้ว่าในหัวของนางไม่มีวาจาที่จะโต้ตอบ แต่วาจาที่เปร่งออกมาอาจทำร้ายจิตใจของผู้ที่อยู่ตรงหน้า นางมาจากที่ที่แตกต่างความนึกคิดและจิตสำนึกล้วนนำพาให้นางนึกถึงความรู้สึกเป็นที่ตั้งในการเลือกผู้ชายซักคนเป็นสามี แต่ที่นี่ไม่ใช่และสตรีที่อยู่ตรงหน้าก็ไม่ได้ใช้ความรู้สึกแบบเดียวกับนางแต่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง

 

มันคือความจำเป็น มันคือหน้าที่ หรือสิ่งที่สมควร และจะให้นางเอ่ยออกไปได้เช่นไรว่านางก็แค่ไม่อยาก จิตใจของนางก็แค่บอกแบบนั้น

 

"อาไม่บีบคั้นเจ้า แต่การถูกเลือกให้ร่ายรำถวายเทพก็นับเป็นเกียรติไม่น้อย เจ้าตรองดูให้ดีเถอะนะ"

 

ร่างระหงส์ขยับลุกขึ้นจากไปในขณะที่นางได้แต่กำเม็ดหมากในมือแน่น

 

ความหมายของท่านอาคือ ถึงนางไม่ทำเพื่อให้คู่ควรกับองค์ชายรองหรือให้องค์ชายรองสนใจก็ยังเป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูลหากได้รับเลือก

 

ใจนางคับข้องแต่สมองของนางกลับเข้าใจทุกอย่าง เข้าใจแม้กระทั่งคำว่าจำใจ......แต่ถึงแบบนั้นนางก็ไม่อยากทำ

 



ตลอดทั้งบ่ายหลังจากกลับจากตำหนักหยกงามนางใช้เวลาครุ่นคิดกันตัวเองวนซ้ำไปมาเพื่อหาคำตอบ นางชั่งใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงผลดีและผลเสียจนคิดว่าตัวเองกลายเป็นพวกย้ำคิดย้ำทำอย่างหนัก แต่สุดท้ายแล้วความคิดของนางก็ราวกับวนอยู่ในอ่าง เมื่อไปจนสุดปลายทางความคิดก็มักจะวนกลับมาจุดเดิมอย่างไร้ทางออก นางไม่มีแม้กระทั่งสมาธิที่จะฝึกปราณและไม่รู้ว่าตัวเองถอนหายใจไปมากเท่าใด

 

การที่นางไม่อยากแต่งงานกับองค์ชายรองเลยมันเป็นเพราะอะไรกันนะ อคติหรือเพราะไม่ชอบจริงๆกัน.....นางค้นพบว่าเป็นอีกครั้งที่ตนเองถอนหายใจ หรือบางทีนางอาจจะเหนื่อยที่ต้องแข่งหรือแก่งแย่งกับอันจี๋ชุน ฟังดูเหมือนนางทำตัวเป็นนางเอกที่หลบทางให้แต่สุดท้ายแล้วนางในตอนนี้ก็แค่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับองค์ชายรองเลยจึงหลบเลี่ยงออกมา พอมาคิดๆดูแล้วนางมักจะใช้วิธีหลบเลี่ยงกับคนทั้งคู่เสมอ หากนางเผชิญหน้าจะรักองค์ชายรองได้หรือไม่และเอาชนะอันจี๋ชุนได้รึเปล่าในเมื่อนางในตอนนี้ไม่ใช่จ้าวอวี้เหลียนในนิยาย.....หรือบางทีนางควรจะลองดู?

 

แก้มนุ่มบนใบหน้างดงามแนบลงบนโต๊ะเพราะฝีมือเจ้าของจนมันยู่ราวกับก้อนแป้งถูกทับทั้งที่คิ้วเรียวยังขมวดมุ่น....แต่นางก็ไม่ได้อยากจะร่ายรำถวายเทพนี่นา

 

อ๊ะ!! ดวงตาปรือคล้ายเบื่อหน่ายของผู้ที่กำลังครุ่นคิดอย่างหนักจู่ๆก็เบิกกว้าง ใบหน้างดงามพลันสดใสกระจ่างตา

 

"ข้ารู้แล้วฟางอัน มิใช่ว่าข้างดงามเก่งกาจที่สุดในแผ่นดิน" นางเอ่ยบอกสาวใช้คนสนิทเมื่อคิดหาทางออก

 

การที่นางร่ายรำในงานก็ใช่ว่านางจะถูกเลือกเสียเมื่อไหร่ในเมื่อมีคุณหนูมากมายทุ่มเทฝึกซ้อมมากกว่านางหลายเท่า

 

"ใครว่ากันเจ้าคะ คุณหนูของฟางอันงดงามเก่งกาจที่สุดอยู่แล้วเจ้าค่ะ"

 

อวี้เหลียนนิ่งงัน นางไม่รู้ว่าควรขอบคุณสาวใช้ที่ชื่นชอบนางขนาดนี้หรือร้องไห้ดี.....ในเมื่อนางในตอนนี้ไม่อยากเก่งกาจที่สุดเลยซักนิดเดียว

 

"ม่านชิง" สุดท้ายแล้วนางก็หันไปหาอีกคนที่กำลังนั่งปักผ้าอยู่ไม่ไกลแทน

 

"เจ้าคะ"

 

"เจ้าไปบอกพระสนมว่าข้าจะแสดงการร่ายรำแทนการเล่นพิณ"

 

"เจ้าค่ะ ม่านชิงจะรีบไป"

 

ว่าจบเจ้าตัวก็รีบไปทันทีด้วยท่าทางกระตือรือร้น บางทีม่านชิงคงได้รับคำสั่งให้มาดูว่านางจะตัดสินใจเช่นไร

 

"คุณหนูสงสารพี่ม่านชิงนะเจ้าคะ"

 

อวี้เหลียนเลิกคิ้วมองสาวใช้ที่มองตามม่านชิงไปและหันมาเอ่ยกับนาง 

 

"พี่ม่านชิงพอได้รับใช้คุณหนูก็รู้สึกคุ้นเคยและอยากจะรับใช้อย่างจริงจัง นางมิได้อยากนำเรื่องของท่านไปรายงานกับพระสนมเท่าใดนักเจ้าค่ะ"

 

"เพราะอันใดกัน"

 

นางถามด้วยความสนใจเพราะฟางอันและม่านชิงเข้ากันได้ดีแม้จะอายุไม่เท่ากันก็ตามจนนางไม่นึกห่วงฟางอันที่ตามเข้ามาอยู่ในวังนัก

 

"พี่ม่านชิงบอกว่าคุณหนูย่อมมีเหตุผลของตัวเองแน่นอน และตลอดมาคุณหนูไม่เคยเลยซักครั้งที่จะว่ากล่าวทั้งที่รู้อยู่แล้วว่านางถูกส่งมาเพื่อนำเรื่องราวของคุณหนูกลับไปรายงานพระสนม ที่คุณหนูช่วยพี่ม่านชิงในวันนั้นทำให้พี่ม่านชิงไม่อยากทำให้คุณหนูรู้สึกไม่ดีเจ้าค่ะที่ถูกจับตามอง"

 

นางพยักหน้าอย่างเข้าใจ เดิมทีวันนั้นนางก็แค่ทำไปเพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกผิดแต่ไม่คิดว่าม่านชิงจะเป็นคนยึดมั่นกับบุญคุณ

 

"อย่างไรม่านชิงก็รับใช้พระสนมมาก่อน ข้าไม่โกรธเคืองเรื่องใดเพราะรู้ว่านางก็แค่ทำตามหน้าที่ หากนางรู้สึกไม่สบายใจเจ้าบอกไปตามนี้เถอะ"

 

"เจ้าค่ะคุณหนู"

 

นับตั้งแต่วันที่นางให้ม่านชิงไปบอกท่านอาเรื่องที่จะแสดงการร่ายรำนางก็จำต้องฝึกฝนปราณไปพร้อมๆกับรื้อฟื้นความสามารถในการร่ายรำ ตั้งแต่นางมาอยู่ร่างนี้นางก็ไม่ค่อยได้ฝึกทักษะนี้นัก แต่ด้วยความที่อวี้เหลียนเป็นผู้ที่มีทักษะทุกด้านค่อนข้างดีนางจึงทำได้เป็นที่น่าพึงพอใจ แต่ปราณของนางยังติดขัดเพราะต้องใช้สมาธิคอยคุมปราณไปพร้อมๆกับร่ายรำ นางต้องทำให้คุ้นเคยและทำได้ไม่ติดขัดนางจึงไม่มีเวลาไปทวงคำตอบจากท่านอ๋องแม้แต่น้อย

 

ยิ่งใกล้วันงานวังหลวงก็ยิ่งครึกครื้นระคนวุ่นวาย ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีนางกำนัลขันทีเดินกันขวักไขว่ รวมไปจนถึงทหารยามเนื่องจากมีแขกจากเมืองต่างๆเริ่มเดินทางมากันบ้างแล้วและนั่นยิ่งทำให้นางขึ้นไปบนหุบเขาไป๋หู่ลำบาก นางยังไม่อยากให้ใครรู้ว่านางขึ้นไปบนนั้นได้

 

ในวันสุดท้ายก่อนวันงานนางต้องไปร่ายรำให้พระสนมกุ้ยเฟยมอดพระเนตร เมื่อไม่เห็นว่ามีตรงไหนติดขัดนางจึงอยู่ช่วยพระสนมและนางกำนัลทำถุงที่ใช้สำหรับแจกชาวบ้านและโปรยให้เหล่าคนในวัง

 

ถุงเหล่านี้แม้จะมิได้มีของล้ำค่าทุกถุงแต่ของกินที่อยู่ด้านในล้วนเป็นของที่ทำอย่างดีแต่ส่วนใหญ่จะเป็นลูกอมห่อกระดาษหรือขนมที่ไม่แตกหักง่ายเกินไป ลูกอมของที่นี่ทำจากน้ำตาลเคี่ยวแม้จะไม่มีสีสันสวยงามอย่างที่ที่นางจากมานักแต่มีกลิ่นหอมแตกต่างกันหลากหลายซ้ำยังปราณีตไม่ต่างจากขนมทานเล่นหลายๆอย่างจึงดูน่าทานมาก แต่ละตำหนักยังทำของแตกต่างกันแล้วแต่เจ้าของตำหนักว่าจะทำอะไรหรือทำแบบไหน ดังนั้นแม้มิได้เป็นของล้ำค่าแต่บรรดาของกินที่อยู่ในถุงก็ยังเป็นที่นิยม ยิ่งยามที่แจกให้ชาวบ้านนางได้ยินว่ามีชาวบ้านมารอรับไม่พอแจกทุกปีไป

 

การแจกของแบบนี้นับเป็นการทำบุญให้ทานอย่างหนึ่ง นางที่เข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้วย่อมยินดีที่จะสร้างบุญเอาไว้ให้ตัวเองบ้างจึงนำของล้ำค่าเช่นเหรียญทองที่มีมูลค่าสูงมากสำหรับชาวบ้านธรรมดาหรือหยกชิ้นเล็กมาร่วมใส่ลงในถุงด้วย

 

 

 

ตำหนักไป๋หู่ บนหุบเขาเทพอสูร

 

"วันนี้นางก็ไม่มา" เสียงดุดันดังขึ้นท่ามกลางเสียงน้ำตกแผ่วเบาที่ถูกกางกั้นด้วยม่านพลัง แต่ผู้ที่เปร่งมันออกมากลับมิใช่เจ้าของร่างสง่างามที่นั่งอ่านรายงานจากม้วนไม้ไผ่อยู่หลังโต๊ะตัวยาวแต่เป็นพยัคฆ์สีดำสนิท หากผู้ไม่คุ้นเคยคงได้ตกใจเพราะเหตุผิดปกตินี้แต่ไม่ใช่กับชินอ๋องเจี๋ยหู่ที่เห็นพยัคฆ์สีนิลขยับปากพูดจนเคยชิน ดวงเนตรคมไม่ปลายมองคนเอ่ยแม้ซักนิดแต่คนที่ชวนคุยประหนึ่งพยัคฆ์ขี้เหงาก็ยังขยับปากใหญ่โตเอ่ยต่อ

 

"ข้าว่านางก็ชงชาอร่อยดีนะ"

 

ลี่หู่เลียขนทำความสะอาดตัวเองไปด้วยแต่สายตาดุดันที่หันมองมาในที่สุดทำให้มันต้องชะงักแล้วมองสบดวงตาสีทองดุดันของผู้ที่เป็นคู่สัญญา

 

"ถูกใจนักก็ทำสัญญากับนางเองเสียสิ"

 

พยัคฆ์ทมิฬทำท่าทางราวกับไหวไหล่เอ่ยอย่างถือดี "ถ้าข้าทำคงได้กลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าเจ้าทำเสียอีก เจ้าก็รู้"

 

เขาเป็นถึงสัตว์ปราณชั้นสูงและเป็นเสมือนผู้รับใช้ของเทพอสูรไป๋หู่แม้ผู้คนจะไม่รู้ว่าเขาเอ่ยวาจาดังเช่นมนุษย์ได้แต่นับหน้าถือตาไม่น้อย เมื่อมีเด็กที่มีสัญลักษณ์ของเทพอสูรไป๋หู่เกิดในราชวงศ์เขาก็ต้องทำหน้าที่คุ้มกันยามที่ยังเล็กและทำพันธะสัญญาด้วย

 

"งั้นก็อยู่เงียบๆไปเสีย"

 

ชินอ๋องเจี๋ยหู่เอ่ยอย่างไร้อารมณ์กับประเด็นที่ถูกพยัคฆ์คู่กายเอ่ยขึ้น

 

"แต่นางไม่มาหลายวันแล้วมิใช่ว่าถูกจับแต่งงานไปแล้วหรอกหรือ ผิดวิสัยหน้าหนาของนางยิ่งนัก!"

 

แต่ดูเหมือนพยัคฆ์ชั้นสูงจะไม่ยอมลามือแต่ครานี้เจี๋ยหูอดที่จะคิดตามมิได้เพราะคำกล่าวที่ว่าสตรีผู้นั้นค่อนข้างจะหน้าหนานั้นเกรงว่าจะจริง มีอย่างที่ไหนไล่แล้วยังไม่ยอมไปซ้ำยังเจ้าเล่ห์ร้ายกาจจนน่าปวดหัว แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่เกี่ยวกับเขา ดีเสียอีกที่เขาไม่ต้องตกลงทำเรื่องไร้สาระเพราะถูกก่อกวน ถึงนางจะเอ่ยปากขอแล้วแต่เขายังมิได้รับคำแม้แต่น้อย

 

มือหนากำแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัวยามนึกถึงใบหน้าเรียบนิ่งของผู้ที่ถูกเขากดลงบนพื้น แล้วยังคำกล่าวนั้นอีก

 

ชินอ๋องส่งเสียงในลำคอหนึ่งครั้งคล้ายดูแคลนคนในความคิดของตัวเอง เลือกเองงั้นหรือ ถือดีอันใดมาเห็นเขาเป็นตัวเลือกกัน!

 

เข้าเป็นถึงชินอ๋อง แล้วยังเป็นผู้ถูกเลือกจากเทพสอสูรไป๋หู่แต่กลับกลายเป็นตัวเลือกของนาง ถือดียิ่งนัก!!!

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.527K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,834 ความคิดเห็น

  1. #2118 Baby.Aimer' (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 23:45
    อยากเลี้ยงน้อนเสืออออ
    #2,118
    0
  2. #1871 lls๑18Plus (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 22:31

    โอ้ยไรท์กว่าเค้าจะหาเจอเด้อเรื่องนี้
    #1,871
    0
  3. #1834 Poonchanit (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 04:57
    อยากให้เสือเป็นพระเอก
    #1,834
    0
  4. #1487 Danieljay (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 17:16
    โอ้ยน้องเสือน่ารักมาก
    #1,487
    0
  5. #1092 fallinluvw/bed (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 12:31
    ถถถถถถ อย่าโกรธน้อนนน ช่วยน้อนก่อนน
    #1,092
    0
  6. #1029 FerinFern (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 04:02
    อ๋อออออ

    โกรธเพราะน้องบอกว่าเป็นตัวเลือก 55555555
    #1,029
    0
  7. #873 kim_vbts (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 14:07

    ไรท์คำผิดเยอะมากๆเลยค่ะ อ่านทีสดุดตลอดเลย เราไม่ใช่คนอ่านข้าม เลยเห็นคำผิดของไรท์เตอร์เยอะมาก
    #873
    0
  8. #849 Supriya (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 02:10
    เจ้าน้องเสือดำน่ารักยิ่ง ขำท่านอ๋องอะ โอ๋ๆนะ แต่รีดอยู่ข้างน้องเหลียนค่ะ น้องเหลียนสู้ๆ สนุกมากค่ะไรท์ ขอบคุณนะคะ
    #849
    0
  9. #727 Kungbible (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 20:57
    เคืองท่านอ๋องยิ่งนัก
    #727
    0
  10. #711 julakukjt16 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 15:06
    พบมือชงตัวใหม่ชงครั้งละ4ขากันเลยเชียว
    #711
    0
  11. #690 Galaxxy_1997 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 00:58

    นี่= ทำไมท่านอ๋องถึงเล่นตัวนักละเพคะ พระองค์มีอายุเข้าวัยเลข

    4 แล้วนะเพคะ
    ท่านอ๋อง= -*ผั๊วะ*
    #690
    0
  12. #668 I'm fine. (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 05:35
    น้องเสืออ่า ท่านอ๋องไม่เกาคางให้หรอ เลยคิดถึงน้อง 55555
    #668
    0
  13. #605 Manalaong (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 19:20
    ถ้านีาเกิดยุคนั้นแล้วต้องทำตามกุ้ยเฟยสั่ง เพราะเรื่องอำนาจ ทั้งครอบครัว อะไรต่างๆ นี่คงผูกคอตายอะ แบบอึดอัดแทน
    #605
    0
  14. #431 monthason (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 22:55
    พยัคฆ์เหงา 55555
    #431
    0
  15. #330 NongZaRa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 15:37
    อยากตะบบหน้าเพ่อ๋องสักสองที แกล้งน้องจัง เชแะ#ทีมน้อง
    #330
    0
  16. #329 rasitasongphang (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 14:18
    รอคร้าาา ตามมาจากอันเก่า
    #329
    0
  17. #327 puggaddong (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 12:10
    รำคาญนังกุ้ยเฟยจริง ๆ เข้าใจนางเอก ต้องแข่งกับนางเอกตอมมารยา ประสาทแดกพอดี
    #327
    0
  18. #326 Sweetmp Shoping (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 10:43
    55555ท่านอ๋องเก็กจริงๆเลยยย
    #326
    0
  19. #325 thipfyzz (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 10:26
    รอค่าาา
    #325
    0
  20. #324 Emmajung2 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 09:47

    รีบมาต่อนะไรท์ เริ่มหวั่นไหวไหมฟนอ ท่าอ๋องหน้าตายขี้เก็กนี่
    #324
    0
  21. #323 Yunha (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 04:50

    ลลุ้นๆๆๆเมื่อไรจะตกหลุมน้อง

    #323
    0
  22. #322 zukino (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 03:38

    ท่านอ๋องเมื่อไหร่จะไปจีบ..เอ้ย..ไปช่วยน้อง
    #322
    0
  23. #321 pangkokiiiz (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 03:09
    รอค่า ตามมาตั้งแต่เรื่องเดิมค่า ลุ้นว่าชินอ๋องจะช่วยเหลียนเออร์รึป่าว ^^^
    #321
    0
  24. #319 nutchlawan2 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 01:00
    อิอิ รอๆค่ะ รอมาต่อจากตอนเดิมที่อ่านไว้
    #319
    0
  25. #318 นัท (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 00:33

    พระเอกนี่กักตัวในตำหนักหรอ ทำไมไม่ไปสืบ

    #318
    0