ข้ากลายเป็นนางร้าย...เกี้ยวรัก(สนพ.เฟยฮุ่ย)

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 8(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,725
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,669 ครั้ง
    24 เม.ย. 63

 

อวี้เหลียนเดินกลับมายืนอยู่หน้าทางขึ้นหุบเขาอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น นางก้าวเท้าขึ้นไปอย่างไม่ลังเลแต่เดินได้เพียงครึ่งชั่วยามนางก็หยุดเดินเพราะรู้ว่าตัวเองกำลังเจอกับสถานการณ์เดิม ปกติแล้วเวลาบ่ายเช่นนี้นางมักจะใช้ฝึกฝนปราณแต่กลับต้องมาเสียเวลาเดินวนอยู่บนนี้ทำให้นางหงุดหงิดมากแต่ไม่ทำก็ไม่ได้ ครั้งนี้นางจึงตัดสินใจเดินออกข้างทางโดยไม่ลังเล นางเดินบุกไปตามป่าทึบหวังว่าค่ายกลที่ทำให้เดินวนจะไม่มีในพื้นที่ป่าแต่นางคิดผิด!!  

 

มันยังเป็นเหมือนเดิม!! สุดท้ายแล้วนางก็มายืนที่หน้าทางเข้าอีกครั้ง แต่วันนี้นางไม่คิดจะกลับไปเฉยๆ กระดาษและข้อความถูกเขียนเตรียมเอาไว้แล้วนางจึงม้วนนำไปยัดใส่ไว้ในปากรูปปั้นพยัคฆ์พิทักษ์อย่างไม่สนใจความสูงส่งที่ผู้คนนับถือแล้วจึงยอมกลับไปที่ที่พัก

 

การกระทำของสตรีที่รุกล้ำเขตแดนทำให้คนที่เฝ้ามองตาค้าง นางกล้าเอากระดาษไปยัดปากรูปปั้นที่มีแต่ผู้คนย่ำเกรงได้เช่นไร!

 

คิ้วคมของเจี๋ยหู่กระตุกแต่ผู้ที่เฝ้าดูอยู่ด้วยกันกลับขำเสียงดังด้วยความขบขัน

 

"เดี๋ยวข้าไปนำมาให้" น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยบอก ร่างสีดำสนิทดูน่าหวาดหวั่นกระโจนลงจากระเบียงตำหนักบนยอดเขา ฝีเท้าของสัตว์พิทักษ์ที่ปราณเต็มเปี่ยมย่อมรวดเร็วเกินกว่ามนุษย์ ใช้เวลาเพียงไม่นานเขาก็ลงมาถึงตีนเขา

 

การปรากฏตัวของพยัคฆ์ทมิฬซึ่งผู้คนรับรู้ว่าเป็นสัตว์พิทักษ์ของชินอ๋องคงสร้างความตื่นตกใจให้ผู้พบเห็นแต่ด้วยความที่บริเวณนี้ไม่ค่อยมีคนผ่านมาเจ้าตัวจึงจัดการใช้เท้าคลี่กระดาษดูข้อความอย่างอยากรู้

 

'ข้าน้อยจ้าวอวี้เหลียนต้องการพบท่านอ๋องเจี๋ยหู่เนื่องจากเจ้าของหยกได้มอบคำสัญญาว่าจะทำตามคำขอเอาไว้ให้ ขอท่านอ๋องทรงเปิดทางให้แก่ข้าน้อยเพื่อทวงสัญญาแก้เจ้าของหยกด้วยเพคะ'

 

พยัคฆ์ทมิฬมองตราประทับที่เกิดจากการนำหยกมาทาหมึกและประทับด้วยความรู้สึกทึ่ง อ่านดูแล้วเหมือนนางไม่รู้ว่าเจ้าของหยกเป็นใครแต่การนำหยกมาประทับแบบนี้เหตุใดจึงรู้สึกราวกับนางรู้แล้วกำลังข่มขู่ชินอ๋องผู้เกรียงไกรให้ยอมเปิดทางให้นางขึ้นเขาเล่า

 

ปากกว้างขยับแยกเขี้ยวคล้ายยิ้มก่อนกระดาษจะถูกคาบใส่ปากแต่กระแสปราณอ่อนๆที่จับได้จากหลังต้นไม้ไกลออกไปทำให้ดวงตาสีทองต้องหันมองจ้อง ใบหน้างดงามของมนุษย์เจ้าของกระดาษในปากทำให้พยัคฆ์ทมิฬอ้าปากค้างกระดาษกล่นกลิ้งสองสลบในขณะที่ผู้แอบจ้องมองก็อ้าปากค้างไม่ต่างกัน

 

อวี้เหลียนยังไม่ได้จากไปนางแอบดูอยู่ห่างๆที่พยัคฆ์ไม่เห็นนางเพราะเคยชินกับปราณแข็งแกร่งของผู้ที่ถูกผูกพันธะสัญญา ปราณของสตรีผู้นี้อ่อนเกินจนเขาละเลย!!!

 

บัดซบนางเห็นเขาอ่านกระดาษ!

 

ในสายตาผู้อื่นตลอดมาเขาเป็นพยัคฆ์ที่มีปราณและฉลาดเฉลียวแต่ที่จริงแล้วเขาทั่งสื่อสารกับมนุษย์ได้และเข้าใจภาษามนุษย์เพราะได้รับพลังจากเทพอสูรไป๋หูและมีชะตากรรมเดียวกับชินอ๋องเจี๋ยหู แต่ตอนนี้กลับถูกมนุษย์น้อยนี่เห็นความลับเข้าแล้ว!!!

 

"เจ้า....อ่าน..."

 

"โฮก!!!!"

 

อวี้เหลียนยกมืออุดหูเมื่อคำพูดของนางถูกกลบด้วยเสียคำรามของพยัคฆ์ตัวใหญ่โตกว่าที่เคยเห็น

 

เมื่อมันคำรามเสร็จก็ก้มลงคาบกระดาษแล้ววิ่งขึ้นเขาไปอีกครั้งราวกับจะขู่นางว่า ตามมาตายแน่ แต่เมื่อครู่นางเห็นกับตาว่าพยัคฆ์ตัวนั้นอ่านจดหมายของนางจริงๆ นางมั่นใจว่านั่นต้องเป็นพยัคฆ์ของท่านอ๋องเป็นแน่

 

อวี้เหลียนขยับเท้าหมายจะตามไปแต่เสียงคนที่ใกล้เข้ามาทำให้นางรับรู้ว่ากำลังมีทหารมาทางนี้เพราะเสียงคำรามเมื่อครู่จึงจำต้องถอยกลับอย่างน่าเสียดาย

 

นางถอนหายใจด้วยความหงุดหงิดยามที่เดินกลับไปตำหนักหยกงาม หากนางตามพยัคฆ์ตัวนั้นขึ้นไปนางคงไม่ต้องหลงวนอยู่ที่เดิม แต่หากนางวิ่งตัดออกไปจากที่ซ่อนทหารคงเห็นตัวและนางไม่มั่นใจว่าจะตามพยัคฆ์ตัวนั้นทันจึงจำใจปล่อยโอกาสหลุดลอยออกไป เอาเถอะอย่างไรถ้านั่นเป็นพยัคฆ์ของท่านอ๋องดังที่ท่านพี่จื้อโหยว่เคยบอกจดหมายของนางคงถือมือท่านอ๋องได้ นางทวงสัญญาขนาดนี้ถ้าคิดจะปฏิเสธอีกคงมองได้อย่างเดียวว่าท่านอ๋องผู้นี้ไม่คิดจะรักษาสัญญา

 

"คุณหนูเจ้าคะ"

 

ฟางอันที่นางขอให้อยู่เฝ้าตำหนักเพื่อดูว่าม่านชิงแอบตามนางไปหรือไม่วิ่งหน้าตื่นมาหานางทันทีตั้งแต่ยังไม่ก้าวเข้าประตูเรือน

 

"มีอันใด"

 

"พระสนมเรียกพบเจ้าค่ะ พระองค์ให้คนมาตามเมื่อสองเค่อที่แล้ว ตอนนี้เกรงว่าจะทราบแล้วเจ้าค่ะว่าท่านไม่อยู่ที่เรือนนี้ พี่ม่านชิงเพิ่งถูกเรียกไปเมื่อครู่เจ้าค่ะ"

 

"งั้นเราก็ไปพบพระสนมกัน"

 

นางเอ่ยแล้วหมุนตัวเดินตรงไปยังตำหนักหยกงามทันที แต่ฟางอันที่ตามมากลับเอ่ยเรียกนางอีกครั้งยามที่เดิมตามมาติดๆ

 

"เอ่อ คุณหนูยังมีอีกเรื่องเจ้าค่ะ"

 

"ว่ามา"

 

"ตอนนี้เรื่องปราณสีน้ำเงินของคุณหนูรู้กันไปทั่ววังแล้วเจ้าค่ะ"

 

อวี้เหลียนขมวดคิ้วแต่นางไม่ชะลอฝีเท้าลง

 

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดที่ดังแว่วมาทำให้นางขมวดคิ้ว ยิ่งเข้าใกล้เสียงก็ยิ่งคุ้นเคย
นางจึงเร่งฝีเท้าตรงไปยังด้านหลังตำหนัก สวนสวยบัดนี้กลับกลายเป็นลานลงทัณฑ์ที่ใช้โบยนางกำนัลสาว ม่านชิงกำลังถูกโบยและนางรู้ดีว่าเป็นเพราะนาง

 

"หยุด!!"

 

นางเอ่ยห้ามแต่นางกำนัลร่างกำยำกว่าทั่วไปไม่มีท่าทีว่าจะหยุดแม้แต่น้อย

 

นางมองสบกับดวงตาหงส์ของอาตัวเองก่อนจะสะบัดปราณกระแทกร่างของนางกำนัลที่เงื้อไม้ขึ้นหมายจะฟาดลงบนร่างของม่านชิงอีกครั้งจนกระเด็น

 

"เจ้าคิดจะทำอันใดอวี้เหลียน"

 

นางไม่ตอบแต่ย่อกายให้เจ้าของร่างระหงส์ที่แผ่กลิ่นอายทรงอำนาจราวกับนางพญาออกมาแล้วเอ่ยตอบ

 

"ถวายพระพรพระสนมกุ้ยเฟยเพคะ เมื่อครู่หม่อมฉันเพียงต้องการให้หยุดเท่านั้นเพคะมิได้มีเจตนาอื่น"

 

จ้าวกุ้ยเฟยไม่สนใจคำแก้ตัวของหลายสาวดวงตาหงส์หรี่มอง

 

"เจ้าไปที่ใดมาเหตุใดจึงไม่อยู่ที่เรือน"

 

อวี้เหลียนขยับยิ้มคล้ายมองไม่เห็นสายตาชวนให้หวาดหวั่นของอีกฝ่าย "พระองค์โบยม่านชิงเพราะนางมิมีคำตอบให้หรือเพคะ"

 

"ปั้ง ตอบมาเหลียนเออร์!!!"

 

มือบางที่มีปลอกเล็บสีทองตบลงที่พักแขนเสียงดังตามด้วยเสียงตวาดกร้าว

 

"ม่านชิงเป็นคนของพระองค์หม่อมฉันรู้ดี ที่นางไม่อาจตอบคำถามของพระองค์ได้เพราะนางไม่รู้จริงๆมิใช่ละเลยหน้าที่หรือทรยศแม้แต่น้อย"

 

นางไม่ตอบแต่ชี้แจงอย่างมีเหตุผลเพราะคิดว่าการที่ม่านชิงถูกโบยเป็นเพราะสาเหตุนี้แน่นอน  ความเหลื่อมล้ำและอำนาจของที่นี่เป็นแบบนี้ ชนชั้นผู้น้อยจะถูกบดขยี้ด้วยผู้ที่สูงศักดิ์กว่า

 

นางมิใช่รักความยุติธรรมประหนึ่งนางเอกผู้ผดุงความยุติธรรมและมีเมตาธรรมจนน่ายกย่องแต่ที่นางแก้ต่างให้เพราะม่านชิงถูกโบยเพราะนาง

 

"นั่นไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะมาตัดสินแทนอาได้เหลียนเออร์!"

 

น้ำเสียงพระสนมจ้าวกุ้ยเฟยยิ่งดุดันขึ้นปราณสีฟ้าแผ่ออกจากร่างบางกดข่มปราณสีน้ำเงินที่ต่ำกว่าของคู่สนทนาแต่ถึงแบบนั้นอวี้เหลียนก็ยังไม่ยอมคลายปราณ

 

"หม่อมฉันไม่กล้าตัดสินแทนพระองค์แต่มิอยากให้พระองค์เป็นที่ครหาเพคะ"

 

จ้าวกุ้ยเฟยกำมือจ้องมองหลานสาวที่ยืนอยู่ด้านหน้าอย่างมั่นคงแม้ว่าจะมีเหงื่อผุดพรายกระแสปราณปั่นป่วนใกล้จะพังทลายเต็มทีอย่างพินิจ

 

หลานสาวของนางงดงามกว่านางและตอนนี้กำลังจะเก่งกว่านาง ตั้งแต่เมื่อใดที่อวี้เหลียนรู้จักการเอ่ยวาจาเช่นนี้ แต่จิตใจที่อ่อนแอขี้สงสารเกินไปจะนำภัยมาสู่ตน

 

จ้าวกุ้ยเฟยแผ่พลังปราณอย่างรุนแรงจนผลังปราณสีน้ำเงินที่ด้อยกว่าสลายไปก่อนร่างบางของเจ้าของปราณจะถูกปราณของนางซัดเข้าใส่จนกระอักเลือด

 

"แคก!" อวี้เหลียนทรุดตัวลงกระอักเลือดอย่างไรหนทางต้านทาน

 

"เจ้าจำเอาไว้ให้ดีว่าความใจดีเป็นส่วนหนึ่งของความอ่อนแอเพราะมันจะนำภัยมาให้เจ้า"

 

นางรู้ซึ้งตอนนี้ว่าตนเองนั้นอ่อนแอเพียงใดและความแข็งแกร่งสำคัญแค่ไหน เพียงแค่ปราณต่างสีกันกลับทำให้ร่างกายนางเจ็บจนเหมือนถูกกระแทกอย่างแรงถึงเพียงนี้

 

หากนางอ่อนแอนางก็จะไม่ได้สิ่งที่ต้องการซ้ำคำพูดของนางยังไร้น้ำหนักจนดูไร้ค่า

 

"ทีนี้เจ้าจงตอบมาว่าเจ้าไปไหนมาเหลียนเออร์"

 

ปราณสีฟ้าที่ถูกดึงกลับไปกับน้ำเสียงที่อ่อนลงทำให้นางต้องเงยมองร่างสง่างามอีกครั้ง

 

"หม่อมฉันไปฝึกปราณที่หุบเขาของเทพอสูรไป๋หู่เพคะ" สุดท้ายแล้วนางก็เลือกที่จะโกหก

 

"เหตุใดต้องไปที่นั่น"

 

"พระองค์คงรับรู้ว่าที่หุบเขานั้นมีปราณบริสุทธิ์มาก หม่อมฉันเห็นว่าเป็นการดีที่จะทำให้ปราณเลื่อนระดับอย่างรวดเร็วเพคะ ท่านพี่จื้อโหยว่ก็บอกหม่อมฉันทำแบบนี้เช่นกันเพคะ"

 

นางมิได้โกหก ท่านพี่บอกกล่าวเรื่องนี้กับนางจริงๆเพื่อแลกกับรูปวาดดวงดาวของนาง ท่านพี่บอกว่าเชื้อพระวงศ์ทุกคนได้รับการฝึกแบบเดียวกันจนถึงอายุ15ปี หนึ่งในนั้นคือการฝึกควบคุมปราณที่ตีนเขาลูกนั้นที่มีกระแสปราณบริสุทธิ์ไหลลงมาเยอะแม้ว่าจะแนะนำวิธีอื่นมาด้วยก็ตาม

 

"งั้นหรือ นั่นคือสาเหตุ ที่เจ้าต้องแอบไปฝึก"

 

"เพคะ"

 

"เอาเถอะข้าจะไม่ลงโทษอีก แต่หลังจากนี้เจ้าต้องพาม่านชิงไปด้วยหากมีใครพบเห็นนางก็ยังรู้ว่าควรทำเช่นไร"

 

อวี้เหลียนรู้ชัดว่าอาของนางกำลังลองใจนางจึงเอ่ยปากตกลงแต่โดยดี

 

"ที่อาตามเจ้ามายังมีอีกเรื่อง ตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าเจ้ามีปราณสีน้ำเงิน และฮองเฮาทรงส่งเทียบเชิญงานเลี้ยงน้ำชามาให้เจ้าด้วย อีกสองวันเตรียมตัวให้พร้อมอาจะส่งชุดไปให้ทีหลังตอนนี้เจ้ากลับไปพักได้"

 

"เพคะ หม่อมฉันทูลลาพระสนม"

 

จ้าวกุ้ยเฟยรอจนหลานสาวตัวเองออกไปดวงตาหงส์จึงย้ายมามองนางกำนัลคนสนิทที่เพิ่งถูกนางทำโทษไปอีกครั้ง

 

"จับตาดูนางให้ดีข้าไม่อยากให้นางเป็นอันใดไปเพราะความไม่รู้ เหลียนเออร์ดูเบาวังหลวงเกินไป"

 

นางไม่มีความตั้งใจจะบีบคั้นหลานแต่ด้วยฐานะทำให้หลานสาวของนางเป็นที่จับจ้อง ก้าวพลาดเพียงนิดจะนำหายานะมาสู่ตัวเองได้และที่นางให้ม่านชิงจับตาดูเพราะนางรู้ดีว่าคำกล่าวของหลานสาวเมื่อครู่นั้นเป็นคำโกหก

 

เชื้อพระวงศ์ชายได้ถูกฝึกปราณที่นั่นจริงจนถึงอายุ15แต่พวกเขาล้วนได้รับอนุญาตให้ผ่านขึ้นไปแต่หลานสาวของนางเป็นไปไม่ได้ที่จะไปฝึกปราณที่นั่นแต่ดูเหมือนจื้อโหยว่จะไม่ได้บอกกล่าวเรื่องนั้นกับเหลียนเออร์

 

 

 

 

อวี้เหลียนจ้องมองคนที่มารับใช้นางอย่างเป็นปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นในเช้าวันถัดมา ม่านชิงไม่ใช่คนช่างพูดและดูเป็นผู้ใหญ่ในขณะที่นางไม่คิดว่าตัวเองทำผิด ในเมื่อเจ้าตัวเป็นคนของท่านอาก็ไม่มีความจำเป็นที่นางจะต้องบอกกล่าวทุกอย่าง แต่ที่ช่วยก็นั่นแหละเพราะอีกฝ่ายถูกลงโทษเพราะนาง นางเพียงไม่ชอบที่ตัวเองเป็นสาเหตุให้คนอื่นถูกโบยเพราะความเหลื่อมล้ำของฐานะ

 

ไม่มีคำกล่าวขอโทษจากจากปากนางทุกสิ่งดำเนินไปดังเช่นทุกวันแต่ในตอนบ่ายนางไม่ได้ไปที่หุบเขาเทพอสูร ม่านชิงที่ต้องรับหน้าที่ตามจับตาดูนางก็มิได้เอ่ยถามฟางอันก็เช่นกัน

 

นางนำกระดาษและพู่กันรวมถึงหมึกและสีออกมาวาดอีกครั้งแต่นางนึกอะไรไม่ออกนอกจากหุบเขาที่มีกลิ่นอายลึกลับแต่กลับอุดมสมบูรณ์และดึงดูดความสนใจยิ่งนัก

 

นางใช้สีน้ำเงินผสมน้ำจนเจือจางราดลงบนกระดาษก่อนแล้วจึงใช้สีดำเจือจางทำเป็นบันได หลังคาตำหนักที่อยู่เกือบสุดด้านบนภาพถูกเมฆหมอกปกคลุม นางลากเส้นวาดต้นไม้สองข้างทางแล้วเติมสีเขียวเพียงเล็กน้อยก่อนจะลงสีขาวจางๆเป็นเมฆหมอกที่ปกคลุมผืนป่าและยอดเขาทับลงไปอีกที

 

'อยู่ตรงหน้า แต่กลับไกลพันลี้'

 

นางยกยิ้มกับกลอนของตัวเองแล้วสั่งให้ฟางอันไปนำพิณมาให้ การบรรเลงพิณไปพร้อมๆกับฝึกปราณเป็นสิ่งที่นางเคยชินยิ่งควบคุมได้ดีและแข็งแกร่งปราณก็จะยิ่งเข้มข้นเมื่อถึงตอนนั้นนางคงจะเลื่อนระดับได้อีกครั้ง

 

แต่ยิ่งระดับปราณสูงการเลื่อนระดับยิ่งต้องใช้เวลานานและยากขึ้น นางหวังเพียงว่ามันจะทันเวลา

 

อวี้เหลียนเดินลงจากรถม้าก่อนจะไปประคองร่างสง่างามของผู้สูงศักดิ์กว่าที่นั่งรถม้ามาอีกคัน นางไม่ได้ไปที่หุบเขาไปหู่สองวันเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บภายในและวันนี้เป็นวันงานน้ำชาของฮองเฮา

 

เหล่าสนมยศสูงและบรรดาคุณหนูตระกูลใหญ่เช่นนางที่อยู่ในวังล้วนได้รับเชิญ

 

ทันทีที่นางเข้างานความสนใจก็ถูกดึงดูดมาทันที ไม่เพียงแค่ตัวนางแต่ท่านอาของนางที่เป็นสนมยศสูงที่สุดในบรรดาเหล่าสนมก็ได้รับความสนใจเช่นกัน

 

เสียงคาราวะอาของนางดังขึ้นพร้อมเพรียงแต่ยังไม่ทันที่อาของนางจะลงนั่งฮองเฮาก็เสด็จมาถึงเสียก่อน

 

"ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ"

 

นางเอ่ยไม่ต่างจากคนอื่นเมื่อยืนอยู่ด้านหลังท่านอา

 

ร่างระหงส์ของสตรีที่อยู่เหนือสตรีทั้งมวลก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสง่างามโดยมีนางกำนัลคนสนิทและอันจี๋ชุนเคยประคอง พระพักตร์ที่ยังคงอ่อนเยาว์อย่างคนดูแลตัวเองดีไม่ต่างจากบรรดาสนมที่อายุใกล้เคียงกันมีรอยยิ้มประดับ แต่นางกลับรู้สึกว่าดวงเนตรหงส์จ้องมองนางทันทีที่ประทับนั่ง

 

"นั่งลงได้"

 

"ขอบพระทัยฮองเฮาเพคะ"

 

งานเลี้ยงเริ่มขึ้นทันทีที่ฮองเฮาทรงเสด็จมาถึงและเมื่อขนมและชาหายากถูกนำมาวางผู้ที่นั่งในตำแหน่งประธานก็เอ่ยปาก

 

"ได้ยินว่าเจ้าไม่สบายบายดีแล้วหรือคุณหนูจ้าว"

 

นางรู้สึกเหมือนถูกประชด นางอ้างว่าป่วยแต่กลับเลื่อนระดับปราณสำเร็จแต่ในเมื่อนางโปปดไปแล้วนางก็ขอแถจนสีข้างถลอกไปเลยแล้วกัน อย่างไรเรื่องที่นางป่วยจริงหรือไม่ฮองเฮาก็คงหาหลักฐานอะไรไม่ได้

 

"เพคะ เป็นเพราะบารมีและความเมตตาของพระองค์ นอกจากหายป่วยหม่อมยังสามารถเลื่อนระดับปราณได้สำเร็จด้วยเพคะ"

 

ฮองเฮายิ้ม "อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย เหล่าสนมทั้งหลายล้วนห่วงใยเจ้าไม่ต่างกันซ้ำเรื่องความสามารถย่อมเป็นของเจ้ามิใช่ของผู้ใด แม้แต่ฝ่าบาทยังเอ่ยปากชมในความเฉลียวฉลาดของเจ้า กุ้ยเฟยชั่งสั่งสอนหลานได้ดีเสียจริง"

 

นางเหลือบสายตามองอาที่ถูกดึงเข้ามาร่วมด้วยเมื่อเห็นรอยยิ้มบางนางจึงไม่เอ่ยปากตอบแล้วปล่อยให้ท่านอาเป็นผู้จัดการ

 

"พระองค์กล่าวเกินไปเพคะ ความสามารถของนางเป็นเพียงความบังเอิญหากกล่าวชมเรื่องผลงานในการช่วยชาวบ้านเกรงว่าต้องชมเชยองค์ชายสามเพคะ"

 

นางรู้สึกเหมือนท่านอาโยนเผือกร้อนไปให้พระสนมซูเฟยเลยแต่เจ้าตัวก็ดูไม่ทุกข์ร้อนนัก

 

อวี้เหลียนที่กำลังรอคอยคำตอบของพระสนมซูเฟยหันกลับมามองเสี้ยวหน้าของนางกำนัลที่ยกชามาให้ ชาของพวกนางเหล่าคุณหนูที่ตามเสด็จผู้สูงศักดิ์จะได้รับทีหลังแต่ที่นางสะดุดตาคืออีกฝ่ายหันมองนางเช่นกันซ้ำยังสะดุ้งเมื่อเห็นสายตาของนางก่อนจะรีบหลุบสายตาลง.....น่าสงสัยยิ่งนัก

 

นางหยิบขนมขึ้นกินเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตก่อนจะหันมองพระสนมซูเฟยที่เอ่ยปากเกี่ยวกับผลงานขององค์ชายสามว่าเป็นเพราะบารมีของฝ่าบาทและฮองเฮาที่ทำให้ช่วยเหลือชาวบ้านได้มากกว่า ก่อนที่นางจะจงใจขยับมือไปหมายจะหยิบถ้วยชาแต่แขนเสื้อกลับไปโดนอย่างบังเอิญที่สุด

 

"คุณหนูเจ้าคะ!!"

 

เสียงฟางอันดึงดูดสายตาผู้คนสมใจนาง นางจึงขยับลุกขึ้นหนีน้ำที่หกจากแก้ว

 

"เจ้าเป็นอันใดหรือไม่"

 

เสียงอาของนางถามแต่เสื้อหลายชั้นทำให้นางไม่โดนลวกแม้แต่น้อยนางจึงย่อกายขอประทานอภัยจากฮองเฮา

 

"ขอประทานอภัยเพคะที่หม่อมฉันไม่ทันระวัง"

 

"ไม่เป็นอันใดเจ้าไม่โดนน้ำร้อนก็ดีแล้วเปิ่นกงอนุญาตให้ไปเปลี่ยนก่อนแล้วจึงมาร่วมงานอีกครั้ง"

 

"ขอบพระทัยเพคะ" นางเอ่ยรับแล้วเดินออกจากอุทยานทันทีโดยมีม่านชิงและฟางอันตามมาด้วย

 

....................

ไรท์ขอชี้แจงเกี่ยวกับพระสนมกุ้ยเฟยนะคะ ก่อนหน้านี้ไรท์เขียนเป็นน้าแต่ก็มีคนจับผิดว่าน้าต้องเป็นญาติฝ่ายแม่ไรท์ก็แก้ไขว่าเป็นอา เพราะฉะนั้นมันจะมีบางที่ที่ตกหล่นและสลับกันบ้าง   แต่นิยายที่ลงทั้งหมดนี้ยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบเรียบเรียงจากทางสำนักพิมพ์หรือตรวจพิสูจน์อักษรเลยไรท์ตรวจแก้เองทั้งหมด และไรท์ก็จะพยามยามเข้าไปแก้เวลามีคนบอกแต่ก็ไม่ใช่ว่าเข้าไปแก้ได้ทันทีหรือทุกรอบ แต่เอาเป็นว่ามันก็คนเดียวกันแหละค่ะไม่ต้องงงนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.669K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,834 ความคิดเห็น

  1. #2624 Duan_1211 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 01:07
    ส่วนตัวอยากให้ทำลำดับขั้นปราณให้ดูนะคะเพราะเราเริ่มงงขั้นปราณจริงๆล่ะ
    #2,624
    0
  2. #1032 tomo_466 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 05:15
    สรุปคือนางเอกมีปรานสีอะไรเเน่ค่ะน้ำเงินหรือม่วง ช่วยตรวจสอบด้วยนะคะ

    สนุกมากคะเเต่บอกคำก็ผิดๆถูกบางคำก็ไม่เหมือนเดิมแบบนี้จะทำให้นักอ่านงงนะค่ะว่าสรุปนางเอกเลื้อนขั้นไปสีน้ำเงินหรือยังอยู่ที่สีม่วง
    #1,032
    0
  3. #861 SuShiRoll (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 08:19

    สนุกค่ะ แต่แอบขัดใจนิดนึง กับ”องค์ชายรอง” บางประโยคก้ใช้”องค์ชายสอง “หากจะให้ประโยคสละสลวยใช้คำว่า องค์ชายรอง น่าจะดูดีกว่านะคะ เป็นข้อเสนอแนะค่ะ //ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ

    #861
    0
  4. #843 Supriya (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 01:04
    สนุกค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ
    #843
    0
  5. #667 I'm fine. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 04:52
    นี่ขนาดไรท์บอกแต่งแนวสบายนะเนี่ย บางมุมยังมีความซับซ้อนอยู่เลย 55555 อันนี้ชมนะะะ
    #667
    0
  6. #197 GY let go (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 22:55
    นับถือนางเอกที่มีความพยายาม ถ้าเป็นเรานะ ถ้าไม่มีหวังว่าจะช่วยได้นะ แม่จะเขวี้ยวถิ้งแหม บอกเองว่าสามารถมาขอความช่วยเหลือได้ แต่พอมาขอจริง-ไปหาไม่ได้ พลิกลิ้นเล่นตัวโครต ถ้าไม่ช่วยก็เอาคืนไป เสียเวลาคิดหาทางอื่นเพื่อเอาตัวรอดและเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์โดยแท้จริง ขอโทษนะไรด อินไปนิส 555+ เป็นกำลังให้นะ อย่าสนใจเราเลย เรามันบ้าดีเดือดเองหละ
    #197
    0
  7. #193 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 22:18

    แผนให้ไปเปลี่ยเสื้อป่าวนิ

    #193
    0
  8. #191 PoM19 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 22:15
    พระเอกทำไมเล่นตัวจัง
    #191
    0
  9. #188 Nantanat_neung (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 22:08
    รอออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #188
    0
  10. #187 beaw02 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 22:03

    ขอบคุณค่ะ
    #187
    0
  11. #186 pla-_-555 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 21:59
    คนใหญ่คนโตงี้เง้าเหมือนกันหมด
    #186
    0