ข้ากลายเป็นนางร้าย...เกี้ยวรัก(สนพ.เฟยฮุ่ย)

ตอนที่ 14 : ตอนที่ 7(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,195
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,247 ครั้ง
    20 เม.ย. 63

 

"สารถี ข้าอยากเปลี่ยนไปตำหนักขององค์ชายใหญ่" นางบอกกล่าวคนควบคุมรถม้า

 

"คุณหนูจะไปหาองค์ชายใหญ่ทำไมกันหรือเจ้าคะ" ฟางอันเอ่ยถามด้วยความสงสัยไม่ต่างกับม่านชิง นางไม่ตอบแต่สบตานางกำนัลของท่านน้าก่อนจะยกยิ้ม เรื่องทุกเรื่องของนางถูกม่านชิงรายงานให้ท่านอารู้แต่ต่อจากนี้นางคงต้องทำอะไรบ้างแล้วกระมัง

 

"ข้ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับท่านพี่จื้อโหยว่ก็เท่านั้น" นางตอบและไม่พูดอะไรอีกจนมาถึงที่หมาย

 

ตำหนักที่ตกแต่งสมฐานะแต่เน้นสีเข้มและมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงารอบด้านนับว่าแปลกใหม่ในความคิดของนาวมาก เพราะตำหนักอื่นๆมักจะมีสวนในตำหนักแต่เน้นปลูกไม้ดอกที่ต้นไม้ใหญ่โตให้ร่มได้เช่นนี้นัก

 

ความเงียบในตำหนักบ่งบอกว่าว่าเจ้าของนั้นเป็นผู้ชื่นชอบความสงบ

 

นางได้ยินเสียงขลุ่ยแว่วมาตั้งแต่กงกงประจำตำหนักยังเดินนำไปไม่ถึงที่ที่เจ้าของตำหนักอยู่  ปราณสีทองบ่งบอกความแข็งแกร่งของร่างสูงสง่าแต่มันกลับพริ้วไหวอ่อนช้อยเมื่อคลอออกมาพร้อมเสียงดนตรี ต้นไผ่ไหวไปตามลมเกิดเสียงไพเราะเสริมส่งให้เพลงน่าฟังและเจ้าของเพลงที่กำลังบรรเลงน่ามองจนยากจะละสายตา

 

ทันทีที่เจ้าของตำหนักหันมาเห็นนางเขาก็อมยิ้มน้อยแล้วขยิบตาให้

 

นางรู้สึกว่ามองกี่ทีกี่ทีบุรุษผู้นี้ก็ยังคงชวนให้จิตใจหวั่นไหวอยู่ร่ำไป หากคนผู้นี้มิใช่ญาติผู้พี่นางยินดีดิ้นเร้าอยู่ในอุ้งมือฮ่องเต้ให้มอบสมรสให้เลย

 

"เหลียนเออร์เจ้ามองจนพี่ขวยเขินไปหมดแล้ว"

 

เสียงขลุยหยุดลงแล้วพร้อมกับร่างสูงที่พาตัวเองมาหานางแล้วทำท่าทางคล้ายเขินอายชวนให้ขบขัน

 

"ไม่มีคนที่ ขวยเขิน ที่ไหนกล้าสบตาอีกฝ่ายตรงๆหรอกเพคะ"

 

เสียงขบขันแผ่วเบาดังมาจากร่างสูงก่อนคิ้วคมจะเลิกขึ้น "เหตุใดท่านหญิงอันดับหนึ่งจึงมาหาข้าได้กัน"

 

นางขมวดคิ้วกับคำเรียกหานั้น "นั่นมิใช่แม่นางอันหรือเจ้าค่ะท่านพี่จื้อโหยว่"

 

"พี่ว่าน้องสาวพี่เหมาะสมกว่าเป็นไหนๆ พี่จะบอกความลับอะไรให้ขนาดเล่นพิณนางยังเล่นไม่ได้เลยจะเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งได้เช่นไร"

 

นางเลิกคิ้วเดินตามแรงจูงของเจ้าของตำหนักไปนั่งแต่โดยดี

 

"ท่านรู้ได้เช่นไร"

 

"เพราะฮองเฮาหาคนมาสอนนางแต่นางยังไม่สามารถทำให้คืบหน้าได้จนทำให้ฮองเฮาทรงไม่พอพระทัยน่ะสิ"

 

นางเลิกคิ้วมองคนที่เอ่ยราวกับเป็นเรื่องที่รู้กันไปทั่วทั้งที่เรื่องราวในตำหนักฮองเฮาย่อมเป็นความลับแต่คนผู้นี้ก็ยังรู้มาได้ แต่หากที่ญาติผู้พี่เอ่ยเป็นความจริงนางยิ่งต้องหาขาใหญ่เกาะเอาไว้ให้เหนียวแน่นมิเช่นนั้นนางจะยิ่งแย่หากสายตาของฮองเฮาเปลี่ยนมาจับจ้องนางแทนอันจี๋ชุน

 

"อีกไม่นานนางคงเล่นได้ ที่เป็นแบบนั้นคงเป็นเพราะนางเคยใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนเจ้าค่ะ"

 

จื้อโหยว่ไหวไหล่เขาเลื่อนจานขนมให้อีกฝ่ายแล้วยกชาอย่างดีขึ้นจิบก่อนจะเท้าคางถาม "แล้วเหตุใดจึงมาหาพี่ได้"

 

นางยังไม่ตอบแต่เหลือบมองกงกงที่อยู่ไม่ไกลเป็นเชิงให้รับรู้ว่านางไม่อยากให้ใครได้ยิน

 

"เจ้าออกไปก่อน"

 

"พวกเจ้าก็ด้วย" นางเอ่ยปากไล่สาวใช้ตัวเองและม่านชิงเช่นกัน

 

"มีเรื่องใดจริงจังกันเด็กน้อย" น้ำเสียงขบขันนี่คือการล้อเลียนนางหรืออย่างไร

 

"ท่านพี่ข้าถามตามตรงท่านต้องการบัลลังก์หรือไม่"

 

องค์ชายจื้อโหย่วชะงักมือทันที ดวงตาคมจริงจังขึ้นยามจ้องมองคนตรงหน้า

 

"ข้าไม่คิดว่านี่จะเป็นเรื่องที่เจ้าควรสนใจนะ.."

 

"ข้าควรสนใจ เพราะข้ากำลังเป็นหมากที่กำลังจะถูกฮ่องเต้โยกไปมา ท่านไม่ต้องมาทำท่าทีจริงจังใส่ข้า ตอนนี้ข้าโมโหมากและข้าไม่ยอมเป็นบันไดให้ใครเหยียบ หรือไม่ยอมให้ฮ่องเต้ใช้งานข้าตามใจ!!"

 

นางเอ่ยย้อนเสียงขุ่น เป็นธรรมดาที่นางไม่ควรพูดเรื่องนี้เพราะอาจจะดูคล้ายกับนางคิดจะก่อกบฏและนางเป็นสตรีไม่ควรยุ่งวุ่นวายการเมือง แต่หากสตรีไม่ควรยุ่งเรื่องการเมืองเหตุใดจึงถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเล่า แบบนี้แล้วจะให้นางทำตัวเป็นตุ๊กตาหรือ?!!

 

องค์ชายใหญ่แห่งแคว้นถึงกับนิ่งงัน เขาไม่เคยเห็นอวี้เหลียนเป็นแบบนี้มาก่อน ถึงนางจะเอาแต่ใจไปบ้างแต่นางก็มีเหตุผลและมักจะยอมฟังเขาเสมอแต่ตอนนี้ดูจะไม่ใช่แล้ว เป็นเขาที่ต้องรับฟังนางบ้างแต่ก็อดที่จะเอ่ยปากไม่ได้

 

"อวี้เหลียนเจ้าถามเช่นนี้คิดจะให้พี่ชายเจ้าแย่งชิงบัลลังก์ก่อกบฏต่อเสด็จพ่อหรือ"

 

"มิได้เจ้าค่ะ ข้าแค่อยากจะทำข้อตกลง"

 

อวี้เหลียนเอ่ยตอบเสียงเบาลงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอ่ยอย่างใจเย็นไม่ดุว่านาง

 

นางคิดมาตลอดว่าการที่ฮ่องเต้พระองค์นี้ยังไม่แต่งตั้งรัชทายาทนั้นเพราะต้องการให้บุตรชายแข่งกันสร้างผลงาน การแต่งงานเป็นฐานอำนาจหนึ่งและการที่บรรดาองค์ชายเข้าหาชินอ๋องนั่นเป็นอีกฐานอำนาจหนึ่ง นางจำได้ว่าในนิยายของเพื่อน บรรดาองค์ชายแย่งกันเข้าหาท่านอ๋องเช่นกันและหนึ่งในนั้นรวมพี่ชายนางคนนี้ด้วยแม้ว่าสุดท้ายแล้วท่านอ๋องจะไม่ยุ่งฝ่ายใดแต่คนผู้นี้คือขาใหญ่ที่งัดขากับฮ่องเต้ได้นางจึงต้องหาทางให้เขายุ่ง และนางยังจำได้ดีว่าองค์ชายรองนั้นได้ตำแหน่งไปเพราะการหมั้นหมายกับนางและเป็นบุตรชายของฮองเฮานางจึงไม่มีทางยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นอีก

 

"ข้อตกลงอันใด"

 

นางถอนหายใจ "ข้าไม่อยากแต่งงานกับองค์ชายพระองค์ไหนฐานอำนาจของตระกูลจ้าวยังอยู่กับท่านและข้ามีสิ่งนี้"

 

หยกสีดำลายพยักคำรามถูกวางลงตรงหน้าองค์ชายจื้อโหยว่ เขาจ้องมองมันอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

 

"เจ้าไปเอามาจากที่ใด!"

 

"มีคนให้ข้ามา คนๆนั้นติดหนี้ข้าด้วย"

 

นางดึงหยกกลับแย้มยิ้มกวนประสาท เดิมทีแล้วนางก็ไม่เห็นค่าหยกนี้หนัก แต่คราวที่แล้วที่นางไปยังทางขึ้นเขาหลังวังนางเห็นว่าที่รูปปั้นพยัคฆ์พิทักษ์มีตราประทับแบบเดียวกับที่หยกด้วย แบบนี้ชัดเจนว่าหยกนี้สำคัญไม่น้อยและผู้เป็นเจ้าของต้องมีอำนาจมากล้นพอที่จะมีตราประทับอยู่บนรูปปั้นที่อยู่ในวัง

 

คนๆนั้นจะเป็นใครได้ถ้าไม่ใช่ชินอ๋อง

 

องค์ชายใหญ่หรี่ตามองท่าทีเจ้าเล่ห์ของเด็กน้อย เขาโคลงหัวครุ่นคิดก่อนจะบอกกล่าวอย่างจริงใจ

 

"เหลียนเออร์ ข้ามิได้หวังบัลลังก์แต่การแย่งชิงที่รุนแรงขึ้นดึงข้าเข้าสู่วังวน ท่านลุง พ่อของเจ้าคงไม่เคยเอ่ยเปรยเรื่องใดในวันที่เจ้าเข้ามาอยู่ในวังใช่หรือไม่"

 

อวี้เหลียนส่ายหัว นางเริ่มรู้แล้วว่าคนตรงหน้าจะบอกอะไร

 

 

 

เขาไม่สนใจบัลลังก์พ่อของนางจึงไม่เคยพยามบอกนางว่าควรแต่งงานกับใครหรือพยายามจับคู่ให้บุตรชายขุนนางบ้านใด แต่ปล่อยให้นางมาผจญกับกระแสวังหลวงและเป็นไปตามชะตา เพราะญาติผู้พี่นางไม่ต้องการฐานอำนาจ

 

"แล้วท่านไม่อยากสนับสนุนใครเลยหรือ"

 

นางจำได้ว่าฮ่องเต้พระองค์นี้มีองค์ชายถึง5พระองค์

 

"พี่ไม่อยากสนับสนุนใครทั้งนั้นและเชื่อว่าเสด็จพ่อคงไม่ปล่อยให้เกิดการแย่งชิงจนกลายเป็นกบฏหรอก"

 

จื้อโหยว่ตอบ เขามองคนที่เม้มปากตรงหน้าด้วยความเห็นใจ ถึงไม่แย่งชิงแต่น้องสาวเขาก็ยังเป็นหนึ่งในหมากชั้นดีอยู่ดี ด้วยความที่นางเป็นบุตรสาวเสนาบดีและมีญาติอย่างเขานางไม่อาจหลีกหนีวังวนได้

 

"อวี้เหลียน ในตอนนี้พี่ไม่ต้องการและไม่อยากแย่งชิงและเจ้าหนีวังวนไม่พ้นแต่พี่จะบอกวิธีที่ทำให้เจ้ามีอำนาจต่อรองให้"

 

อวี้เหลียนมองด้วยความอยากรู้ทันที

 

"ยิ่งเจ้ามีความสามารถมากเท่าใดผู้คนจะบังคับเจ้าได้ยาก เลื่อนระดับปราณของเจ้าซะแล้วไปพบเสด็จลุง ใช้หยกอันนั้นให้เป็นประโยชน์ เสด็จลุงเป็นคนเดียวที่คัดค้านการแต่งงานที่เสด็จพ่อประทานให้ได้หากเจ้าไม่เต็มใจ"

 

"ข้าทำแล้ว ข้าเลื่อปราณแล้วจนยาหมดไปเป็นสิบเม็ดแล้ว ข้าทำตามที่ท่านบอกด้วยแต่มันไม่เลื่อน!"

 

นางบอกกล่าวคนที่แนะนำวิธีเลื่อนระดับปราณให้ด้วยความขุนมั่วเล็กน้อย อันที่จริงเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่ทำให้นางหัวเสียมาก

 

"งั้นหรือ เช่นนั้นบางทีเจ้าอาจนะต้องใช้สมุนไพรอื่นนอกจากยา มีบางคนที่ต้องได้รับการกระตุ้นเสียก่อนจึงเลื่อนระดับได้แต่ก็พบได้ไม่เยอะนัก ส่วนใหญ่จะเกิดจากคนที่เคยบาดเจ็บอย่างรุนแรงจนปราณไม่เสถียร"

 

ก็เคยนะ แต่นางไม่ได้บาดเจ็บแต่ตายเลย อวี้เหลียนคิดแต่ถามไปอีกอย่างเพื่อไม่ให้คนตรงหน้าซักถามเรื่องอื่น

 

"สมุนไพรอันใดหรือเจ้าคะ"

 

"ผลึกอัคคี มันค่อนข้างหายากแต่หากเจ้าต้องการเราสามารถหาหาซื้อได้จากโรงประมูล"

 

อวี้เหลียขมวดคิ้ว จากความทรงจำของร่างนี้โรงประมูลก็เหมือนกับร้านขายของทั่วไปแต่เมื่อมีสิ่งของหายากมักจะเปลี่ยนจากการขายเป็นการประมูลแทน

 

"ท่านพี่ไปกับข้าจะได้หรือไม่เจ้าคะ"

 

นางร้องขอส่งสายตาอ้อนสุดฤทธิ์ เพราะปกติแล้วหากอยู่บ้านนางคงพาคนคุ้นกันของท่านพ่อไปได้แต่นี่อยู่วังหากไม่มีใครพานางไปเกรงว่าท่านน้าจะไม่อนุญาต

 

คนถูกอ้อนขบขันในลำคอ เมื่อครู่นี้นางยังมีท่าทางแข็งกร้าวอยู่เลย อารมณ์นางช่างเปลี่ยนเร็วเสียจริง

 

"ได้ๆ พี่ไม่พาเจ้าเที่ยวนานแล้วคืนนี้ยามอิ่ว(17.00-18.59)พี่จะไปรับที่ตำหนักเสด็จแม่"

 

"เจ้าค่ะ" นางตอบรับและออกจากตำหนักองค์ชายใหญ่กลับไปบอกกล่าวพระสนมเอาไว้ก่อน

 

 

 

อวี้เหลียนแต่งตัวด้วยชุดที่ค่อนข้างเข้มมิดชิดและค่อนข้างทะมัดทะแมงแต่เลือกที่จะใช้ผ้าคลุมสีขาวเมื่อใกล้ถึงเวลานัด นางนั่งรอหลังจากแต่งตัวไม่เค่อดีผู้ที่มารับนางก็มาถึง รถม้าเคลื่อนตัวออกจากเขตพระราชฐานได้เลยโดยไม่ต้องลงเดินตรงส่วนไหนเนื่องจากเจ้าของรถม้าเป็นถึงองค์ชายใหญ่ของแคว้น

 

หน้ากากครึ่งหน้าสีขาวฉลุลายถูกส่งให้นางเมื่อรถม้าเคลื่อนตัวออกนอกประตูวัง

 

"ถึงโรงประมูลจะถูกจัดตั้งอย่างถูกกฎหมายแต่มีหลายคนที่ไม่ชอบทำตามกฎ ปกปิดตัวตนเพื่อความปลอดภัยเอาไว้ก่อนจะดีกว่า"

 

นางเข้าใจดีจึงรับมา ได้ยินว่าโรงประมูลนั้นเปิดให้ผู้คนนำของมาเสนอประมูลโดยผ่านโรงประมูลโดยไม่จำเป็นต้องแสดงตนได้และที่ประมูลของได้บางครั้งก็ถูกโจมตีจึงจำเป็นต้องปกปิดหน้าตาเพื่อความปลอดภัยหากของที่ประมูลได้เป็นที่ต้องการของผู้อื่นเช่นกัน

 

ไม่นานนางก็มาถึงโรงประมูล ผู้คนแถวนี้ค่อนข้างพลุกพล่านเพราะเป็นเขตการค้าที่ปิดค่อนข้างดึก

 

นางให้ฟางอันรออยู่ที่รถม้ากับคนขององค์ชายจื้อโหย่วและเดินตามร่างสูงสง่าที่ปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากครึ่งหน้าฉลุลายแบบเดียวกับนางไป

 

จื้อโหยว่บอกกับคนของทางโรงประมูลว่าต้องการห้องส่วนตัวและส่งตัวเงินให้อย่างคุ้นเคยก่อนจะหันไปจับมือบางของคนที่มองโน่นมองนี่ด้วยความสนใจให้ตามขึ้นไปชั้นสาม

 

ห้องส่วนตัวนั้นแค่เพียงมีเงินจ่ายใครก็สามารถขึ้นมาได้เขาจึงเลือกชั้นสามที่มีราคาแพงที่สุด ขนมและชารสดีถูกนำมาวางให้กับแขกที่มีเงินจ่ายค่าห้องส่วนตัวเหมาะสมราคา

 

อวี้เหลียนนั่งรอเพียงสองเค่อการประมูลจึงเริ่มขึ้นแต่ผู้ที่พานางมาเอ่ยบอกว่าการประมูลสมุนไพรมักจะออกมาทีหลังนางจึงต้องนั่งดูการประมูลอื่นไปก่อน

 

การประมูลแรกเป็นการประมูลงานศิลปะนางจึงสนใจเป็นพิเศษ งานศิลปะที่กล่าวถึงมีทั้งภาพวาด ภาพอักษร ไปจนถึงงานปักต่างๆ

 

"เจ้าไม่สนใจนำภาพของเจ้ามาประมูลบ้างหรือ"

 

นางหันกลับมามองผู้ที่นั่งใกล้กันแล้วทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ "ภาพวาดข้าจะประมูลได้ซักกี่เหรียญเชียวเจ้าคะ"

 

ผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะฟังคำกล่าวก้มลงมองภาพที่กำลังถูกประมูล ราคาภาพด้านล่างพุ่งสูงถึงหนึ่งร้อยเหรียญทอง แต่ในสายตาของเขางานที่อวี้เหลียนทำยังงดงามกว่ามีความอิสระกว่าและสร้างสรรค์กว่า ยิ่งภาพดวงดาวยามค่ำที่เขาขอนางไปวันนั้นหากนำมาประมูลเขาเชื่อว่าคงได้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันทอง เขาไม่เคยเห็นภาพแบบนั้นมาก่อน แต่ดูเหมือนนางจะไม่รู้ตัวเลย

 

"ท่านพี่จื้อโหยว่ต่อไปเป็นการประมูลอะไรหรือ"

 

การประมูลภาพเพิ่งจบไปนางจึงหันคนที่น่าจะรู้ดีกว่าด้วยความอยากรู้

 

"เครื่องประดับแล้วก็เสื้อผ้า หากเจ้าชอบก็บอกพี่ เครื่องประดับส่วนใหญ่ไม่ต่างจากภาพวาดที่เป็นของผู้ที่มีชื่อเสียงทางด้านนั้นๆและหาได้ยาก"

 

นางพยักหน้ารับและมองดูการประมูลต่อแต่นางก็ไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษเพราะนางจำได้ว่าเท่าที่นางมีก็หลายหีบแล้ว นางเห็นทีแรกตอนมาอยู่ในร่างนี้ยังอ้าปากค้างเลือกมาใช้ไม่ถูกเลย

 

"ต่อไปนี่แหละเป็นสมุนไพร ส่วนรายการสุดท้ายจะเป็นของที่หายากจริงๆหรือของที่มีเพียงไม่กี่ชินจึงแยกหมวดไม่ได้"

 

"เจ้าค่ะ" นางตอบรับจดจ่อกับการประมูล

 

สมุนไพรที่ถูกนำมาแต่ละอย่างล้วนทำให้นางแปลกใจได้เพราะสมุนไพรที่ทำยาปกติมีรูปลักษณ์อย่างพืชทั่วไปแม้จะมีพลังปราณแฝงก็ตาม แต่สมุนไพรหายากที่ว่านี้มีรูปลักษณ์คาดไม่ถึงเลยจริงๆ

 

บางอันมีชื่อว่าหญ้าหยก ใบของมันก็มีสีคล้ายหยกจริงๆแต่ที่นางสนใจคือผลึกอัคคี ดอกของผลึกอัคคีคล้ายทับทิมสีแดงสดแต่กลับมีเกสรสีเหลืองเหมือนเกสรดอกไม้ทั่วไป

 

นางต้องเสียงเงินประมูลถึงพันห้าร้อยทองจึงได้ดอกผลึกอัคคีมาเพราะดอกไม้นี้ยังมีสรรพคุณช่วยแก้เกี่ยวกับอวัยวะภายใน รักษาความร้อนและอาการธาตุไฟเข้าแทรกได้ด้วยแต่กลับหาได้เฉพาะในที่ที่มีอากาศร้อนสูงแต่ไม่แห้งแล้งซึ่งเป็นเขตที่ติดกับทะเลทรายและเขตภูเขาจึงเป็นที่ต้องการมาก

 

แม้จะได้ของที่ต้องการแล้วแต่ไหนๆออกมาแล้วนางจึงดูการประมูลต่อจนจบ

 

การประมูลในช่วยท้ายดึงดูดสายตาผู้คนมากยิ่งเป็นของเกี่ยวกับความงามของสตรียิ่งมีราคาสูงจนนางอดเสียดายไม่ได้ที่ตัวเองไม่มีความรู้ด้านการทำเครื่องสำอางหรือน้ำอบน้ำปรุงหรือสมุนไพรบำรุงผิวพรรณ มิเช่นนั้นนางคงได้ร่ำรวยไม่น้อย แต่ไปๆมาๆคนที่ประมูลได้ไปกลับเป็นญาติผู้พี่ของนางที่ประมูลได้ไป

 

เจ้าตัวเอ่ยบอกว่านำไปเป็นของฝากให้พระสนมกุ้ยเฟยแต่ดูจากหน้าใสไร้สิวผ้ากระหรือกระทั่งขี้แมลงวันของอีกฝ่ายแล้วนางเชื่อว่าต้องมีการแบ่งเอาไว้ใช้เองบ้างเป็นแน่แท้

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.247K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,834 ความคิดเห็น

  1. #2478 [เสพศิลป์] (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 22:41
    ขอเชียองชายใหญ่เป็นรัชทายาทแทนละกัน ล่อละมุนมากกกก
    #2,478
    0
  2. #2472 kikbkk6 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 12:17
    เชียร์ท่านอ๋องอ่ะ...ไม่รู้ทำไม
    #2,472
    0
  3. #2354 Guitar_thefairy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 07:16
    เชียร์องชายใหญ่แทนได้ไหม รักต้องห้ามเพราะเป็นพี่น้อง แต่น่ารักมากจีง
    #2,354
    0
  4. #2297 P.Hawk (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 16:38
    ขอบความแซะพี่ชายเรื่องผิว
    #2,297
    0
  5. #1202 T--dZ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 16:22

    พี่น้องคู่นี้หนออ


    แอบเชียร์นะเนี่ยย


    รักต้องห้ามม

    #1,202
    0
  6. #1200 วิ้ปปิ้งครีม (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 15:44
    พิก็อยากรักสวยรักงามบ้าง555555
    #1,200
    0
  7. #1175 Moo.chompoo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 15:40
    ไรท์จ๋างงกับระดับปราณอีกแล้ว.. ตอนนี้นางร้ายของเราปราณสีม่วงแต่พอเข้าเฝ้าฮ่องเต้กับมีปราณสีน้ำเงิน... แล้วปราณสีทองกับสีทองกับสีดำนี่คือ.. ขั้นเดียวกันใช่มั้ยมั้ย.. เพราะฮ่องเต้มีแค่ปราณสีดำส่วนองค์ชายใหญ่มีปราณสีทอง.. ชินอ๋องก็สีทอง.. รองแม่ทัพของชินอ๋องก็สีทอง.. นึกว่าปราณสีทองหายากซะอีก
    #1,175
    0
  8. #840 Supriya (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 00:41
    น่ารักมากค่ะ พี่น้องคู่นี้น่ารักกันจังเลยน้า ขอบคุณมากค่ะไรท์ สนุกมากค่ะ
    #840
    0
  9. #174 Mongming (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 23:22

    รอตอนต่อไปอยู่นะคะ

    #174
    0
  10. #163 JInoo_× (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 02:53

    รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #163
    0
  11. #162 paeng foon (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 23:41
    ชอบความพี่น้องนี้
    #162
    0
  12. #161 beaw02 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 22:59

    ขอบคุณค่ะ
    #161
    0
  13. #160 sujittraphomphai (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 22:35

    รออ่านตอนต่อไปเด้อ
    #160
    0
  14. #159 sujittraphomphai (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 22:34

    .......
    #159
    0
  15. #145 Nantanat_neung (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 22:09
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #145
    0
  16. #144 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 22:07

    5555 ขอไว้บ้างนะคะ งดงามได้แต่อย่างเป็นต้วนเลย

    #144
    1
    • #144-1 Porjounju(จากตอนที่ 14)
      21 เมษายน 2563 / 22:44
      ไม่เป็นค่ะ พี่แก่แค่ดูแลตัวเองดี5555
      #144-1
  17. #143 supakornseanla (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 22:02
    คืองงอ่ะค่ะไรต์ พระสนมเป็นน้าหรืออาเจ้าคะ
    #143
    0
  18. #142 Dakatee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 21:57
    อิพี่ใหญ่งามขนาดนั้นคงไม่ได้เป็นต้วนซิ่วใช่มั้ย
    #142
    2
    • #142-1 Porjounju(จากตอนที่ 14)
      21 เมษายน 2563 / 22:45
      อย่าทำร้ายพี่ใหญ่ของไรท์แบบนี้สิค๊าาาาาาา เค้าไม่ได้เป็นซักหน่อย
      #142-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  19. #141 pla-_-555 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 21:52
    ขอบคุณค่ะ
    #141
    0
  20. #140 18•K (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 21:37
    น่าจะเรียกคนรถม้านะ
    #140
    3
    • #140-1 Porjounju(จากตอนที่ 14)
      20 เมษายน 2563 / 21:42
      "คนรถม้า ข้าอยากไปตำหนักองค์ชายใหญ่" แบบนี้มันไม่แปลกกว่าหรอกคะ 5555 ไรท์ว่ามันแปลกนะ
      #140-1
    • #140-3 Porjounju(จากตอนที่ 14)
      21 เมษายน 2563 / 22:32
      เรียกสารถีแหละค่ะ คือไรท์เองก็ไม่เคยเจอคำเรียกแบบอื่นเลยใช้คำว่าสารถีเหมือนคนอื่นๆ
      #140-3