ข้ากลายเป็นนางร้าย...เกี้ยวรัก(สนพ.เฟยฮุ่ย)

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 7(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,752
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,353 ครั้ง
    20 เม.ย. 63

 

วันรุ่งขึ้นฮ่องเต้ทรงหารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงภาชนะและประกาศที่มาของอาการป่วยในหมู่บ้านออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อให้ชาวบ้านได้สังเกตตัวเอง แน่นอนว่าพระองค์วางแผนรับมือเรื่องภาชนะเอาไว้ก่อนตามคำแนะนำของนางแล้วและคงมีการปรับเปลี่ยนแผนตามสมควร

 

การหารือดูจะเป็นไปด้วยดีเพราะฟางอันกลับมาบอกนางว่าชื่อเสียงของนางกำลังถูกกล่าวถึงไปทั่วทั้งวัง แต่ความอยากรู้ของคนเรามักไม่จบแต่เพียงชื่อสกุลของนาง แต่กลับเริ่มมีคำถามขึ้นมาว่าระหว่างนางและคุณหนูอันนั้นใครกันที่ควรจะถูกเรียกว่าหญิงงามอันดับหนึ่งกันแน่

 

นางเชื่อว่าบรรดาคุณหนูอื่นๆในวังคงมีอาการริษยานางกันบ้างและต้องมีการพูดถึงอันจี๋ชุนควบคู่ไปด้วย นางจึงวางแผนจะอยู่แต่ใกล้ๆตำหนักท่านอาและที่พักไม่ไปไหน แต่ดูเหมือนฮองเฮาจะกระตือรือร้นให้คนทั้งวังเห็นหน้านางเหลือเกินจึงส่งนางกำนัลมาบอกกล่าวน้าของนางให้ส่งตัวนางไปพบ นางในตอนนี้เริ่มเชื่อไปกว่าครึ่งแล้วว่าฮองเฮาผู้นี้เป็นพวกละโมบไม่รู้จักพอคว้าอันจี๋ชุนไว้ให้บุตรชายตนเองแล้วยังไม่คิดจะปล่อยนาง แต่ตราบใดที่นางยังไม่มีราชโองการงดเว้นสมรสพระราชทานนางไม่คิดจะไปพบใครทั้งนั้น

 

นางบอกกล่าวอาของนางไปทันทีว่านางป่วย ไม่สบายมีอาการไข้ ปวดหัว ไม่มีแรง เพราะอาการอ่อนเพลียจากการออกไปลำบากลำบนที่อื่นหลายวันและต้องการพักให้หายเสียก่อน

 

แน่นอนว่าท่านอาของนางมองดูนางแล้วย่อมไม่เชื่อและรู้ดีว่านางโกหกแต่ก็ยังทำเป็นเมินเฉยซ้ำยังสั่งให้นางไปพักและส่งคนไปนำยาจากสำหนักหมอหลวงมาต้มให้กินทีเดียว

 

นับได้ว่าท่านอาของนางชั่งรู้ใจยิ่งนัก!

 

เพียงไม่นานอาการป่วยของนางก็แพร่ออกไปจึงไม่มีพระสนมคนใดส่งคนมาเชิญนางเพิ่มแต่กลับแย่งกันส่งของบำรุงมีค่ามาให้นางหลากหลายไม่ต่างจากฮองเฮา......นางมีหรือจะไม่ยินดีรับไว้ในเมื่อเป็นของดีทั้งนั้น

 

ดังนั้นความสงบสุขของนางจึงยืดออกไปได้อีกหน่อยและจบลงด้วยการบุกรุกขององค์ชายสามที่เนียนเข้ามาเหมือนกระโดดเข้าสวนหลังบ้านตัวเองเพราะลืมกุญแจรั้ว

 

"ข้าเพิ่งรู้ว่าคนป่วยมานั่งรับลมใต้ต้นไม้ได้ด้วย"

 

"หม่อมฉันก็เพิ่งจะรู้ว่าองค์ชายสามแห่งเฟิ่งฟู่ไม่รู้จักประตู" นางย้อนแต่ก็รินชาให้แขกอย่างเต็มใจ

 

"เจ้าก็รู้ว่าหากข้าเข้าด้านหน้าคงได้กล่าวกันไปทั่วว่าข้ามาเยี่ยมเจ้าถึงตำหนักพระสนมกุ้ยเฟยด้วยความห่วงใย"

 

คนถูกว่ากล่าเอ่ยตอบสะบัดชายเสื้อทรุดตัวลงนั่งทันทีโดยไม่รอคำเชิญ

 

อวี้เหลียนเข้าใจเรื่องที่อีกฝายกล่าวดีซ้ำที่ที่นางอยู่ยังเป็นส่วนหนึ่งของตำหนักหยกงาม หากองค์ชายสามเสด็จมาน้าของนางที่เป็นเจ้าของตำหนักก็ต้องออกมาต้อนรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

"พระองค์มีอันใดหรือเพคะจึงมาพบหม่อมฉันถึงที่นี่"นางมองคนตรงหน้าที่จิบน้ำชาแล้วจึงเอ่ยถาม

 

"ก็เรื่องรางวัลเจ้าอย่างไรเล่า"ดวงตาหงส์ฉายแววสนใจขึ้นมามันที

 

"เป็นอย่างไรบ้างเพคะ?"

 

"ข้าทูลเสด็จพ่อแล้วแต่พระองค์ไม่ยินยอม"

 

คำกล่าวของอีกฝ่ายทำให้นางต้องขมวดคิ้วด้วยความไม่ชอบใจ"เพราะอันใดกันเพคะ"

 

องค์ชายอู๋หมิงถอนหายใจ เขาเข้าใจคุณหนูจ้าวที่ไม่พอใจขึ้นมาแต่ก็เข้าใจเสด็จพ่อด้วย

 

"ผลงานนี้เป็นของเจ้าแต่มันเป็นของข้าด้วยเช่นกันที่จัดการได้อย่างดี แต่เจ้าเข้าใจหรือไม่ว่าข้าเป็นองค์ชายและหากไม่มีข้ามันอาจจะไม่สำเร็จ"

 

"ผิดแล้วเพคะถึงไม่มีพระองค์มันก็สำเร็จ....เพราะยังมีองค์ชายรอง"

 

ชางเซิ่งอู๋หมิงสัมผัสได้ถึงกระแสความไม่พอใจชัดเจนจากคนตรงหน้า วาจาของนางบ่งบอกว่านางพร้อมจะทำแบบนั้นจริงแล้วกำลังบอกเขากลายๆว่าอย่าได้ใจให้มากนัก

 

"ข้ารู้ เจ้าอย่างเพิ่งโมโหไป ที่เสด็จพ่อกล่าวเช่นนี้เพราะราชโองการที่เจ้าต้องการมากเกินไปสำหรับผลงานเพียงครึ่งเดียวต่างหากเล่า มิใช่ว่าคิดจะยกความดีให้ข้าเพียงคนเดียว"

 

อวี้เหลียนยกชาขึ้นจิบดับความไม่พอใจ นางเข้าใจที่องค์ชายกล่าวถ้านางอย่างได้รางวัลใหญ่ผลงานนั้นทั้งหมดต้องเป็นของนาง ฮ่องเต้กำลังบอกนางแบบนั้น แต่นางรู้ดีว่ายังมีเหตุผลอื่น!

 

นางสบมองสบดวงตาคู่คมอีกครั้ง ดูจากสีหน้าลำบากใจขององค์ชายสามแล้วเขาคงช่วยกราบทูลให้นางจริงๆและคงช่วยพูดแล้วแต่คนที่นางควรโมโหสมควรจะเป็นฮ่องเต้ผู้นั้นเสียมากกว่า!!!

 

"หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะองค์ชายสามโปรดอย่างกังวล"

 

อู๋หมิงถอนหายใจ เขาก็ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงเกรงว่านางจะโมโหนักแต่ปากก็พูดไปอีกทาง

 

"ข้ามิได้กังวลเป็นเรื่องสมควรที่ข้าจะชี้แจงให้กระจ่าง"ว่าจบร่างสูงกำยำก็ขยับลุกขึ้น

 

"ตอนนี้เจ้ารู้แล้ววันพรุ่งก็เตรียมไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อให้ดี พระองค์จะประทานรางวัลให้"

 

อวี้เหลียนขมวดคิ้ว"เหตุใดต้องไปเข้าเฝ้าด้วยเพคะ ในเมื่อหม่อมฉันไม่ได้ของที่ต้องการเข้าเฝ้าจะมีประโยชน์อะไรอีก"

 

นางคิดอย่างที่พูดจริงๆ ในเมื่อไม่ให้ของที่นางอยากได้จะให้อะไรก็ให้ๆมาซะสิ

 

คนที่เตรียมจะไปแล้วพลันเบิกตากว้ามือหนาปิดปากสตรีไม่รู้ความด้วยความตกใจ น้ำเสียงดุดันเอ่ยบอกเสียงขุ่น

 

"เจ้าอยากตายรึ"

 

อวี้เเหลียนกระพริบตาอย่างงุนงงจ้องมองใบหน้าคมเข้มที่อยู่ไม่ห่างด้วยความไม่เข้าใจ

 

"โง่เง่าซะจริง! กล่าวเช่นนั้นมิเท่ากับเจ้าโกรธเคืองเสด็จพ่อซ้ำยังเหมือนเจ้าคิดจะขัดรับสั่งอีก!"

 

นางถอนหายใจก่อนจะเอนหลังให้ใบหน้าครึ่งล่างที่ถูกปิดด้วยมือใหญ่หลุดออกจากการกอบกุม

 

"หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ"

 

"เข้าใจก็ดีแล้วพรุ่งนี้เสด็จพ่อให้อะไรก็รับๆไปซะเอาไว้ข้าจะหาของดีๆอย่างอื่นมาให้เป็นการปลอบใจด้วยก็แล้วกัน"

 

อู๋หมิงพูดเสียงดังขึ้นแก้เก้อที่ตนเองเผลอลืมตัวไปใกล้ชิดคนตรงหน้ามาไปว่าจบจึงรีบหันตัวหนีกระโดดขึ้นไปบนรั้วที่ล้อมตำหนักอยู่"ข้าไปละ"

 

อวี้เหลียนมองคนที่กระโดดหายไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย

 

นางกำลังคิดอยู่ว่าจะทำยังไงดี ราชโองการก็ไม่ได้หรือนางควรจะหาองค์ชายซักองค์เป็นสามีจริงๆก่อนที่จะโดยจับคู่ให้ แล้วแถมตอนนี้พ่อพระเอกกับแม่นางเอกก็ยังไม่ต้องตาต้องใจกันเสียที เหตุใดนางจึงรู้สึกว่าที่นางพยามทำเพื่อให้อันจี๋ชุนได้พบองค์ชายรองก่อนเวลาเป็นการผิดพลาด ในตอนนั้นนางเพียงแค่ต้องการให้ทั้งสองคนรีบๆเจอรีบๆรักกันนางจะได้ไม่ต้องมาพัวพันด้วยแต่นางดูเบาคนในวังเกินไป

 

แค่นางเป็นบุตรสาวเสนบดีแห่งแคว้นพวกเขาก็พร้อมจะใช้นางเป็นหมากแล้ว แต่ด้วยความสามารถของนางที่มีมากขึ้นทำให้หมากตัวนี้อย่างนางทำให้พวกเขาต้องคิดหนักและเกิดการยื้อกันเอง จนนางที่อยู่ตรงกลางยังพอปลอดภัยบ้าง

 

เอาเถอะนางขอดูท่าทีฮ่องเต้ผู้นั้นซักหน่อยก็แล้วกัน

 




อวี้เหลียนในชุดงดงามสมฐานะแต่กลับประดับเครื่องประดับน้อยชิ้นบ่งบอกความเจียมตนนั่งกุมมือตัวเองอยู่บนรถม้านิ่ง

 

เมื่อวานหลังจากที่องค์ชายสามกลับไปไม่นานท่านน้าก็ส่งคนมาเรียกนางไปพบ เดิมทีนางคิดว่าคงจะถามไถ่เรื่องที่องค์ชายสามแอบเข้ามาแต่กลายเป็นว่าทรงบอกกล่าวว่าฮ่องเต้มทรงมีรับสั่งให้นางเข้าเฝ้าในวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันนี้

 

ตอนนี้นางไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกเช่นไร ฮ่องเต้ในความคิดของนางคืออะไร?

 

คนๆหนึ่งที่เป็นคนเหมือนกันแต่ด้วยความคิดของร่างเดิมและขนบธรรมเนียมทำให้ความกล้าของนางหดหายไปกว่าครึ่ง นับได้ว่านางในตอนนี้มีความคิดย้อนแย้งอย่างแท้จริงจะกลัวก็ไม่กลัวไปเลยแต่จะกล้าก็ไม่ใช่

 

นางรู้สึกว่าตนเองควรอ่อนน้อมเชื่อฟังหากไม่อยากตายแต่อีกใจกลับอยากแข็งข้อเพราะความไม่พอใจเรื่องเมื่อวาน

 

เหตุผลของฮ่องเต้สุดท้ายแล้วก็เพราะพระองค์ต้องการเก็บหมากอย่างนางไว้ หากนางได้รับราชโอการหมากอย่างนางย่อมดิ้นหลุดจากอุ้งพระหัตถ์ง่ายดาย นางคิดว่าบางทีผลกระทบจากการที่นางมาอยู่ในร่างอวี้เหลียนอาจจะเป็นการที่มีสองบุคลิกก็เป็นได้

 

ความคิดของอวี้เหลียนหยุดชะงักยามที่มาถึงส่วนของเขตพระราชฐานชั้นกลางอันเป็นที่ประทับทรงงานและตำหนักของบรรดาองค์ชาย

 

นางต้องเดินไปยังตำหนักมังกรเหินอันเป็นที่ประทับของฮ่องเต้ต่อเพราะนางไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้รถม้าผ่านทางนั้น ผู้ที่จะทำเช่นนั้นได้ก็มีเพียงบรรดาองค์หญิง องค์ชายและเหล่าสตรีที่ขึ้นชื่อว่าภรรยาผู้เป็นเจ้าของวัง

 

ความโออ่าและงดงามสมกับเป็นที่ประทับของผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินไม่ทำให้นางแปลกใจ แต่กลิ่นอายของตำหนักที่บ่งบอกความเก่าแก่และดุดันทำให้นางรู้สึกว่าการปล่อยให้สัญชาตญาณของอวี้เหลียนนำทางเป็นเรื่องที่ถูกต้องมากกว่า อย่างไรนางก็ต้องรักชีวิต

 

"ถวายพระพรฝ่าบาท ขอพระองค์จงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปี ถวายพระองค์ชายสามเพคะ"

 

นางย่อกายให้ผู้สูงศักดิ์ที่ประทับอยู่บนเก้าอี้มุกสลักลายมังกรคำรามดูน่าเกรงขามและผู้ที่นางคุ้นเคยดี

 

"ลุกขึ้น มานั่งคุยกันเสียหน่อยเจิ้นมีเรื่องสงสัยอยากจะสอบถามเจ้าเกี่ยวกับอาการป่วยของชาวบ้านอีกมาก"

 

ท่าทีเป็นมิตรของผู้สูงศักดิ์ไม่ทำให้นางผ่อนคลายลง

 

"ขอบพระทัยเพคะ"นางทำเพียงตอบรับแล้วทำตาม กลิ่นชาหอมที่กงกงชรารินให้บ่งบอกว่าเป็นชาดีเพียงใดนางยกขึ้นจิบแล้ววางลงเพื่อไม่ให้ดูว่านางหวาดระแวงชาที่ฮ่องเต้ประทานให้แต่อย่างใดถึงแม้ว่าใจจริงนางจะหวาดหวั่นก็ตาม

 

"อู๋หมิงเอ่ยปากชมเจ้าหลายคำและยังเอ่ยถึงคำขอของเจ้าให้เจิ้นฟังแล้ว"

 

รับสั่งไม่อ้อมค้อมกับดวงเนตรคมที่มองมาทำให้ขนกายนางลุกขั้นแต่นางก็ต้องเก็บอาการแล้วขยับยิ้มบางเอ่ยตอบ

 

"เพคะ"บางทีคงเป็นความหัวแข็งของนางที่มาจากในโลกที่เชื่อว่าคนทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ชีวิตเป็นขอเราแม้ว่าในความเป็นจริงแล้วมันก็ยังมีความเหลื่อมล้ำให้เห็นไปทุกๆที่ก็ตาม

 

ชางเซิ่งฝานหรงจงใจแผ่แรงกดดันหนักหน่วงขึ้นเมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่ายปราณของเขาสีดำแต่นางสีน้ำเงินไม่แปลกหากนางจะเกิดอาการหวาดกลัว

 

"เจิ้นคิดว่าเป็นคำขอที่มากเกินไป"

 

อวี้เหลียนเม้มปากกำมือแน่นนางรับรู้ถึงแรงกดดันของผู้ที่มีพลังมากกว่าแต่ถึงร่างกายนางจะสั่นสะท้านแต่นางก็ยังจ้องมองดวงเนตรคมไม่ลดลง

 

มันไม่มีความถือดีแต่นางก็ไม่คิดจะยอมไปทุกอย่าง

 

ฮ่องเต้แห่งเฟิ่งฟูรับรู้ได้ถึงการต่อต้านเล็กน้อยๆนั้น ในสายตาของเขานางก็เหมือนเด็กน้อยหัวรั้นจึงไม่คิดบีบคั้นจนเกินไป ราชโอการที่นางขอมาบ่งบอกตัวตนของนางดีว่าไม่ชอบการถูกบังคับ แต่ความสามารถนาง ชาติกำเนิดของนาง รวมไปถึงปราณของนางที่มีแววว่าจะพัฒนาไปอีกเขาย่อมต้องรักษาผลประโยชน์จากการแต่งงานทางการเมืองเอาไว้เช่นกัน

 

"หม่อมฉันทราบแล้วเพคะ"อวี้เหลียนตอบเมื่อรับรู้ถึงแรงกดดันที่เบาบางลง

 

"ความคิดวางแผนในเรื่องการคว่านซื้อถ้วยชามราคาถูกนับว่าเป็นแผนที่ดีแล้วยังการรู้จักสังเกตของเจ้าทำให้อาการป่วยของชาวบ้านไม่ลุกลามใหญ่โต แต่ที่เจิ้งสงสัยคือเจ้ารู้ได้เช่นไรว่าอาการป่วยของชาวบ้านเกิดจากภาชนะมิใช่ของกินที่เป็นพิษ"

 

อวี้เหลียนรู้ว่าพวกเขายังไม่รู้เชื้อราทำให้เกิดอาการป่วยได้แม้นางจะบอกว่าอาการป่วยเกิดจากความสกปรก แต่นางกลับสังเกตเห็น อย่างไรสาเหตุจริงๆก็เพราะสมัยนี้ไม่ได้มีการนำอาหารหรือเลือดไปตรวจแต่นางก็พอมีข้อแก้ตัวมิให้ดูน่าสงสัยอยู่บ้าง

 

"หม่อมฉันรู้จากการพูดคุยกับนางกำนัลผู้ช่วยเพคะ ผู้ป่วยถูกแยกอาการออกเป็นสามระดับ หม่อมฉันทราบมาว่าผู้ป่วยที่อาการหนักมักจะมีการป้อนอาหารให้และภาชนะพวกนั้นเป็นของที่นางกำนัลเตรียมเอาไว้มิใช่ภาชนะเช่นเดียวกับผู้ป่วยอื่นๆและอาการของชาวบ้านมักจะดีขึ้น แต่พอกลับมาเป็นผู้ป่วยระยะกลางกลับอาการทรุดลงไปอีก ผู้ป่วยพวกนี้มักจะพอเดินไหวจึงให้นำถ้วยชามของตนเองมารับอาหารเองเพคะ และถ้วยชามพวกนั้นล้วนทำจากไม้ทั้งสิ้นซ้ำยังมีคราบสีดำติดอยู่เต็มไปหมด หม่อมฉันจึงลองเปลี่ยนภาชนะกับหญิงชาวบ้านนางหนึ่งจนแน่ใจเพคะว่าสาเหตุของอาการป่วยมาจากสิ่งที่หม่อมฉันสงสัยจริงๆ"

 

"อืออ ที่แท้เจ้าก็สังเกตถึงภาชนะที่ชาวบ้านใช้ในระหว่างทานอาหาร"ชางเซิ่งฝานหรงเอ่ยพยักหน้าน้อยๆ

 

"เอาละ นับว่าเจ้ามีผลงานดียิ่งเจิ้นจะประทานรางวัลอย่างสมน้ำสมเนื้อให้ ชุนกงกงมอบปิ่นทองหนึ่งถาด ผ้าไหมเนื้อดีสิบพับและหยกขาวหนึ่งหีบเล็ก ไข่มุกขาว ไข่มุกดำอย่างละหนึ่งหีบเล็ก โสมร้อยปีห้าต้น และทองคำอีกหนึ่งหีบ! เจิ้นหวังว่าเจ้าจะพอใจ"

 

ของล้ำค่ามากมายถูกยกให้นางแต่ท้ายประโยคทำให้นางรู้สึกราวกับถูกตอกย้ำเรื่องที่ตัวเองกลายเป็นหมากและชะตากรรมที่ยากจะหลีกเลี่ยง

 

"เป็นพระมหากรุณาธิคุณเพคะ"

 

นางตอบรับอย่างเต็มใจ นางถือว่าของพวกนี้นางสมควรจะได้แม้จะไม่ใช่สิ่งที่นางต้องการก็ตาม

 

อวี้เหลียนนั่งนิ่งตลอดทั้งทางที่เดินทางกลับไปตำหนักหยกงาม นางเข้าใจทุกอย่างแต่ไม่ได้แปลว่านางจะยินดีเป็นหมากให้ใครต่อใครใช้งานได้ง่ายๆ

 

ฮ่องเต้ที่คิดจะหาสามีให้หรือ แบบนั้นนางจะหลุดพ้นชะตาเดิมได้เช่นไรในเมื่อฮ่องเต้เป็นขาใหญ่นางก็ต้องหาขาใหญ่ยิ่งกว่าเอาไว้คุ้มกะลาหัวสิ!!!

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.353K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,834 ความคิดเห็น

  1. #2825 TammyBeNana (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 03:17
    นางเอกสีม่วง เลื่อนเป็นปราณน้ำเงินตอนไหนคะ หรือว่าพิมพ์ผิด
    #2,825
    0
  2. วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 09:24
    พระสนมน่าจะควรเป็นอาเพราะลูกพี่ลูกน้องทางฝั่งพ่อห้ามแต่งงานกันเด็ดขาด เพราะฉะนั้นองค์ชายใหญ่จะได้เป็นพี่ชายที่แสนดีกันต่อไป ความจริง first cousins ไม่ว่าตะทางแม่หรือพ่อก้อแต่งงานกันไม่ได้อยู่แล้วอะนะตามหลักพันธุกรรม
    #2,508
    0
  3. #2475 565118 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 20:20
    ตอนแรกปราณม่วงไปฝึกกะย่าก็เป็นม่วง มาตอนนี้เป็นสีน้ำเงินไปเลื่อนขั้นตอนไหนอ่ะ
    #2,475
    0
  4. #2469 J_Jaaaaaa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 02:40
    ยังมีคำผิดเยอะนะคะ พระสนมเป็นน้าหรืออา นางเอกปราณสีม่วงนะคะ
    #2,469
    0
  5. #2199 refresh-my-life (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 15:30
    พระสนมเป็นน้า หรืออา งงไปหมด น่าจะน้าช่ะ
    #2,199
    0
  6. #1852 Lซ็Jโลก (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 21:15
    นางเอกสีม่วงไม่ใช่หรอคะ ทำไมเขียนเป็นน้ำเงิน
    #1,852
    0
  7. #1773 ไออิกู (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 20:28
    ชั้นตาโตมาก อ่านจากต้นเป็นตัน
    #1,773
    0
  8. #1414 ข้าวเหนียว_สังขยา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 16:58
    อ่านตอนนี้ละอึดอัด เกลียดนัดค่านิยมแบบนี้
    #1,414
    1
    • #1414-1 Lalisamybest(จากตอนที่ 13)
      12 มิถุนายน 2563 / 21:37
      ถูกเลย เราคิดว่าเป็นคนเดียวที่อ่านแล้วโครตอึดอัดกับค่านิยมแบบนี้
      #1414-1
  9. #1201 T--dZ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 16:01

    ขาใหญายิ่งกว่า กำลังจะได้ออกโรงละจ้าาา เย้ๆ

    #1,201
    0
  10. #838 Supriya (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 00:29
    มีแววว่าจะได้พบซุนอ๋องเร็วๆนี้ เย้ๆ เขาจะเจอกันอีกแล้วค่ะ 555 ขอบคุณนะคะไรท์ สนุกมากค่ะ
    #838
    0
  11. #721 Kungbible (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 18:17
    ทำไมนางไม่นึกถึงหยกดำ แต่ก็อย่างว่านางไม่ทราบ
    #721
    0
  12. #718 Meladatim (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 16:41
    มันคือความจริง เต้ สมัยก่อน อยากให้ใครตาย ย่อมได้
    #718
    0
  13. #548 k.am. (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 13:16
    เห้อรำฮ่องเต้อะ
    #548
    0
  14. #542 Lydelia_lill (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 10:20
    แปลกๆตรงที่วังหลังนี่เป็นสถานที่ที่ผู้ชายคนอื่นนอกจากฮ่องเต้และผู้ที่ได้รับอนุญาตโดยตรงจากฮ่องเต้เข้าไปป้วนเปี้ยนได้ด้วยหรือคะ อีกอย่างพวกองค์ชายทั้งหลายแหล่ เมื่ออายุครบสิบห้าปี หรือตามที่กำหนดจะได้รับพระราชทานตำหนักนอกวังให้อาศัยอยู่ไม่ใช่หรือคะ ถ้าจะบอกว่ามาเยี่ยมมารดาแต่การเดินเข้าออกตำหนักคนอื่นไปทั่วโดยไม่มีใครเห็นเลยนี่ก็เกินไปหน่อยนะคะ ไม่มีกฏวังบ้างเลยหรอ
    #542
    0
  15. #394 Jaradfah_Nin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 01:25

    เมื่อไหร่จะนึกถึงหยก ยังไงก็หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว ////อ่านต่อ
    #394
    0
  16. #158 sujittraphomphai (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 22:34

    ......
    #158
    0
  17. #139 paeng foon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 21:35
    อ๋องใหญ่สุดเชื่อเราาาาาา
    #139
    0
  18. #138 supakornseanla (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 15:21
    ลงจบมั้ยคะ
    #138
    1
    • #138-1 Porjounju(จากตอนที่ 13)
      20 เมษายน 2563 / 21:37
      60% ค่ะ
      #138-1
  19. #137 PoM19 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 10:03

    เขาขึ้นไปหาท่านลุงเถอะ ขาใหญ่สุดแล้ว
    #137
    0
  20. #136 water05 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 09:53
    ขาใหญ่กว่าฮ่องเต้ นี่ใช่ขาหมูไหมอ่ะ เค้าอยากกิน
    #136
    0
  21. #135 LK's lookkate (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 09:16
    มี e book ไหมอ่า
    #135
    1
    • #135-1 Porjounju(จากตอนที่ 13)
      20 เมษายน 2563 / 21:37
      มีค่ะแต่ยังไม่ออก
      #135-1
  22. #134 Emmajung2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 08:34

    ไปขึ้นเขาหาสามีกัน สามีสายโหด
    #134
    0
  23. #133 Nantanat_neung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 07:57
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #133
    0
  24. #132 nae_tae (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 07:53

    รออออออออขาใหญ่ เมื่อไหร่เค้าจะคุยกัน

    #132
    0
  25. #131 Yunha (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 05:50

    รรีบไปหาขาใหญ่เร็วเข้าเขารออยู่หลังวังอิอิอิ

    #131
    0