ข้ากลายเป็นนางร้าย...เกี้ยวรัก(สนพ.เฟยฮุ่ย)

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 6(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,776
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,347 ครั้ง
    19 เม.ย. 63

 

อวี้เหลียนมององค์ชายสามที่เดินเคียงคู่มากับอันจี๋ชุนด้วยความแปลกใจแต่นั่นก็ไม่เกี่ยวกับนางจึงขยับมือคนข้าวต้มต่อไป จวบจนการแจกจ่ายอาหารชาวบ้านเสร็จเรียบร้อยองค์ชายสามจึงเดินมาหานาง

 

"วันนี้กลางวันหากอาการของสตรีนางนั้นดีขึ้นมากข้าตั้งใจว่าจะเรียกประชุมหมอหลวงและบอกกล่าวสาเหตุของอาการป่วย พอถึงตอนนั้นคงต้องรบกวนคุณหนูจ้าวเข้าร่วมประชุมด้วย"

 

องค์ชายชางเซิ่งอู๋หมิงกล่าว

 

"เพคะ แล้วพระองค์เตรียมการแล้วหรือเพคะ"

 

"ข้าส่งสานส์ไปให้เสด็จพ่อแล้ว หากทรงเห็นชอบคงมีราชสานส์ตอบกลับมาภายในกลางวันนี้"

 

นางตอบรับอีกครั้งก่อนจะขอตัวไปช่วยดูหม้อมต้มยาของผู้ป่วย เดิมทีแล้วงานตรงส่วนนี้นางไม่ได้ช่วยเหลือเพราะเกรงว่าจะผิดพลาดแต่หลายวันเข้านางก็คุ้นเคยจึงพอช่วยหยิบจับได้บ้างในระหว่างที่หมอหญิงและนางกำนัลผู้ช่วยสลับกันไปทานอาหาร นางไม่ได้เป็นผู้เสียสละอะไรเพียงแต่รู้สึกยังไม่ค่อยหิวก็เท่านั้นจึงกินสายหน่อยก่อนจะกลับมาช่วยเตรียมทำอาหารกลางวันอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้หั่นผักหมดกำคนขององค์ชายสามก็มาตามนางไปที่กระโจมที่มีการจัดประชุมด่วนขึ้นมา

 

นางให้ฟางอันตามนางมาและให้ม่านชิงอยู่ช่วยงานในครัวต่อ

 

ทหารผู้นี้นางเห็นตามติดองค์ชายสามตลอดจึงกล้าที่จะเอ่ยปากถามเพราะคิดว่าคงเป็นองครักษ์คนสนิทขององค์ชายสาม

 

"ฮ่องเต้ทรงส่งสานส์กลับมาให้องค์ชายสามแล้วหรือ"

 

"ขอรับ เพิ่งส่งมาไม่นาน"

 

นางพยักหน้ารับไม่เอ่ยถามอะไรอีกจนมาถึงกระโจมสำหรับประชุมดังเช่นทุกวันซึ่งนางไม่เคยเข้าร่วมเลย

 

"คุณหนูจ้าวมาถึงแล้วพะยะค่ะองค์ชาย"

 

นายทหารเอ่ยให้คนข้างในได้ยินก่อนที่จะมีเสียงตอบรับกลับมาทันที

 

"ให้เข้ามา"

 

นางเดินเข้าไปด้านในกระโจม ดูจากทุกสายตาที่จับจ้องย่อมชัดเจนว่าองค์ชายสามทรงเอ่ยบางอย่างออกไปบ้างแล้ว

 

"คุณหนูจ้าวมาด้านหน้า ข้าบอกหมอหลวงและหมอหญิงไปบ้างแล้วว่าเจ้าพบต้นตอของอาการป่วยซึ่งเกิดจากภาชนะที่ชาวบ้านใช้"

 

องค์ชายสามขยับยิ้มกล่าวปล่อยให้เจ้าของดวงตามั่นใจไร้แววตื่นตระหนกอย่างที่เขากลัวมายืนเคียงข้างกัน

 

"เพคะ หม่อมฉันจะชี้แจงส่วนที่เหลือกับหมอหลวง"

 

นางกล่าวกับผู้คนในกระโจมเช่นเดียวกับที่เคยกล่าวกับองค์ชายสาม แน่นอนว่านางไม่ใช่หมอย่อมต้องมีผู้สงสัย และซักถามแต่นางไม่คิดว่าจะเป็นคุณหนูอันผู้ไม่ใช่หมอและว่างงาน

 

"แล้วจะมั่นใจได้เช่นไรว่าสาเหตุนั้นถูกต้อง คุณหนูจ้าวคงไม่ลืมว่าภาชนะที่ทำจากไม้มิใช่มีหมู่บ้านเดียวที่ใช้"

 

คำถามของอันจี๋ชุนตรงใจใครหลายคนจึงไม่มีใครคัดค้าน

 

นางขยับยิ้มแล้วหันไปมองร่างสูงสง่าที่ยืนข้างกัน "องค์ชายมาพาหรือไม่เพคะ"

 

"แน่นอนข้าให้คนไปตามนางแล้ว....ให้นางเข้ามา"

 

องค์ชายอู๋หมิงเอ่ยตอบนางก่อนจะหันไปสั่งคนของตัวเองที่รออยู่หน้ากระโจมอีกครั้ง

 

"ไม่ต้องกังวล แค่ตอบตามตรงก็พอ"

 

นางเอ่ยกับสตรีชาวบ้านที่ขอให้ช่วยเมื่อเห็นอีกฝ่ายมีท่าทีตื่นตระหนกเมื่อถูกสายตาหลายคู่มองตรงไปที่ตนเอง

 

"อาการเจ้าตอนนี้เป็นเช่นไรบ้าง"

 

"ดีขึ้นมากเจ้าค่ะ ดีจนข้าไม่อยากจะเชื่อว่าจะหาย ผู้ป่วยที่นอนข้างข้าล้วนอยากจะหายและถามไถ่ว่าข้าทำอย่างไรถึงดีขึ้นจนเกือบจะเป็นปกติเช่นนี้"

 

"แล้วเจ้าตอบไปว่าอะไรหรือ?"

 

นางขยับยิ้มเพื่อช่วยให้อีกฝ่ายผ่อนคลายและจดจ่ออยู่แต่กลับนางไม่กวาดตามองด้วยท่าทีหวาดหวั่น

 

"ข้าตอบไปว่าไม่รู้ เพราะข้าไม่รู้จริงๆ ข้ารู้เพียงว่าข้าดีขึ้นหลังจากที่นางและสตรีตาดุอีกคนนำของกินมาให้ข้าด้วยตนเอง"

 

นางและสตรีตาดุที่ถูกกล่าวถึงคือฟางอันและม่านชิง อวี้เหลียนขยับยิ้มกับคำนิยามที่กล่าวถึงม่านชิงที่ดูท่าทางสุขุมและเข้าถึงยากอย่างนางกำนัลชั้นสูงก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับผู้เข้าร่วมประชุมอีกครั้ง

 

"อาหารที่ข้าให้สาวใช้นำไปให้นางเป็นอาหารแบบเดียวกับชาวบ้านคนอื่นๆเพียงแต่ภาชนะที่ใช้เป็นภาชนะของสาวใช้ข้าซึ่งทำจากกระเบื้อง"

 

"ทุกท่านอาจจะเห็นว่ามันแปลกแต่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ ยิ่งพวกเขาสะสมสิ่งสกปรกที่ปะปนในอาหารมากเท่าใดยิ่งก็ยิ่งมีโอกาสทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้ ซ้ำในตอนนี้ยังเป็นฤดูฝน ท่านหมอหลวงคงจะทราบว่าในฤดูนี้ทำให้เกิดโรคง่ายและยังระบาดง่ายด้วยใช่หรือไม่"

 

"เป็นเช่นนั้น" หมอหลวงที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าเหล่าหมอในครั้งนี้พยักหน้าเอ่ย

 

นางประสานมือก้มหัวเล็กน้อยให้ผู้สูงวัยกว่าด้านหน้า

 

"จ้าวอวี้เหลียนไม่มีวิชาความรู้ด้านการแพทย์แม้แต่น้อยจึงไม่ขอให้พวกท่านที่ทรงความรู้มากกว่าเชื่อถือ เพียงแต่ในยามนี้ยังไม่อาจหาสาเหตุของอาการป่วยได้จึงอยากขอให้พวกท่านลองทำตามดูซักครั้ง"

 

องค์ชายสามมองสตรีที่กล่าววาจาฉะฉานด้วยดวงตาเป็นประกาย ใจของเขาเต้นรัวขึ้นยามที่นางกล่าวประโยคสุดท้าย นางช่างเลือกใช้คำได้ดียิ่ง แม้จะอ่อนน้อมแต่ก็เย่อหยิ่งแม้จะกลัวผิดพลาดแต่กลับไม่กลัวที่จะลอง แล้วแบบนี้หมอหลวงที่มีทั้งความเย่อยิ่งใฝ่รู้และมีความต้องการที่จะรักษาผู้คนในหมู่บ้านให้หายจะปฏิเสธได้เช่นไร

 

หลังจากได้ข้อสรุปการประชุมหมอหลวงและนางกำนัลผู้ช่วยจึงประกาศให้ชาวบ้านนำถ้วยชามที่ไม่มีรอยคราบสีดำอย่างเชื้อราหรือชามกระเบื้อง เงิน หรือโลหะมารับข้าวแทนถ้วยเก่า พวกเขาเพียงแจ้งกับชาวบ้านว่าเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาและจะดูอาการจนถึงวันพรุ่งนี้

 

นางเห็นด้วยเพราะมันจะทำให้ชาวบ้านเข้าใจได้ง่ายขึ้นเมื่อเห็นผลและเมื่อถึงวันพรุ่งนี้สตรีที่เป็นหนูทดลองให้นางคงเกือบจะหายดีแล้ว

 

เดิมทีแล้วการที่มีอาการท้องร่วงและปวดท้อง อย่างรุนแรงควรจะพักมากกว่านี้และไม่หายไวถึงขนาดขึ้นมาเดินได้รวดเร็วแบบนี้ แต่ยาที่หมอหลวงใช้เป็นยาระงับอาการดังกล่าวโดยตรงและยังเป็นยาที่ถูกเตรียมอย่างดีผู้ที่ไม่มีโรคอื่นแทรกซ้อนจึงหายไว

 

"คุณหนูจ้าว"

 

อวี้เหลียนชะงักเท้าที่กำลังจะเดินกลบกระโจมในตอนเย็นของวัน นางหมุนตัวกลับมาย่อกายให้ผู้ที่เอ่ยเรียก

 

"องค์ชายรอง"

 

"ลุกขึ้นเถอะ" เสียงทุ้มละมุนสมกับเป็นพระเอกเอ่ย นางในตอนนี้พยายามหลบเลี่ยงพระเอกและนางเอกผู้จะนำหายานะมาให้น้อยลงเพราะคิดว่าหนีก็คงไม่พ้นนักจึงจำกัดแต่พอดีในสถานการณ์ที่หลบเลี่ยงได้จะดีกว่า

 

"กำลังจะกลับกระโจมหรือ"

 

"เพคะ"

 

"ข้าจะเดินไปส่ง"

 

นางเลิกคิ้วแต่เมื่อร่างสูงออกเดินนางก็จำต้องเดินตามไปด้วยแม้ว่าปรายหางตาของนางจะเห็นว่าอันจี๋ชุนมองมาก็ตาม

 

นี่ควรเป็นฉากเข้าใจผิดหรืออย่างไร?? นางหวังว่าจะไม่มีดราม่าน้ำตาตกที่หลังนะ

 

"เหตุใดเจ้าจึงไม่บอกกล่าวข้าซักคำแต่กลับเลือกบอกกล่าวน้องสามเรื่องที่มาของอาการป่วยของชาวบ้าน"

 

นางมองเสี้ยวหน้าอีกฝ่ายแล้วยกยิ้ม นางควรจะตีความหมายเช่นไรดี

 

คนผู้นี้โมโหนางที่ช่วยน้องชายเขาหรือกำลังตั้งคำถามอย่างจริงจังเพราะคิดว่าตนเองนั้นมีข้อบกพร้องหรือไม่น่าเชื่อถือ แต่ความหมายไหนนางก็ไม่ยอมรับทั้งนั้น

 

"หม่อมฉันเห็นว่าพระองค์ไม่ว่างเพคะ"

 

"เจ้าน้อยใจข้าหรือ?"

 

เขาคงจะรู้ว่านางประชดเพราะก่อนหน้านี้คุณหนูอันตัวติดกับองค์ชายสองมากแต่นางมิได้น้อยใจแต่ประการใด นางก็แค่ถูกใจการกระทำขององค์ชายสามในสองสามวันนี้มากกว่าและเอาคืนที่คนผู้นี้เข้าข้างนางเอกเหลือเกินถึงมันจะเป็นเรื่องสมควรของพวกเขาก็ตาม แต่หากเรื่องมันกระทบนางเหตุใดนางต้องยอมนิ่งเฉยเล่า

 

"พระองค์หมายถึงเรื่องใดเพคะ" นางแกล้งถาม

 

"หรือจะเป็นเพราะข้าเอ่ยเข้าข้างคุณหนูอันวันนั้นกัน"

 

นางเอียงหน้าครุ่นคิด "ไม่จำเป็นกระมังเพคะ คำกล่าวของพระองค์ไม่อาจเปลี่ยนแปลงความคิดหม่อมฉันแม้แต่น้อย หรือที่พระองค์กล่าวเช่นนี้เพราะยังคิดว่าที่หม่อมฉันทำเป็นเรื่องผิดต่อคุณหนูอันเพคะ"

 

อวี้เหลียนขยับยิ้มกับสีหน้าลำบากใจของอีกฝ่าย ตรรกะความเป็นสุภาพบุรุษคงกำลังตีกันยุ่งเหยิงในหัวขององค์ชายสองจนไม่รู้จะตอบนางแบบไหนดี

 

"หม่อมฉันคิดว่าพระองค์และองค์ชายสามได้รับคำสั่งจากองค์ฮ่องเต้ให้แก้ปัญหานี้ร่วมกันเสียอีกเพคะ"

 

นางแกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าพวกเขากำลังแข่งกันสร้างผลงานและเอ่ยบอกให้ตัวเองพ้นภัย เพราะนางไม่อยากให้องค์ชายสองเข้าใจว่านางอยู่ข้างองค์ชายสามแล้ว

 

"เจ้ากล่าวถูกแล้ว ข้าก็เพียงแค่แปลกใจเท่านั้นจึงเอ่ยถาม"

 

การสนทนากลับมาถ้อยทีถ้อยอาศัยในที่สุดและพอดีกับที่นางเดินมาถึงกระโจม ตัวนางที่ไม่ค่อยสนใจการแก่งแย่งความดีความชอบขององค์ชายทั้งสองนักจึงกล่าวทูลลาเข้าไปพักทันที





ผ่านไปอีกหนึ่งวันเต็มๆกับการรักษาตามที่นางร้องขอ ในตอนนี้ชาวบ้านดีขึ้นมากและหมอหลวงทั้งหลายยอมรับความคิดของนางอย่างไร้ข้อกังขา 


เมื่อการจัดการเป็นที่น่าพอใจและทุกสิ่งอยู่ตัวองค์ชายสองจึงเรียกประชุมและแจ้งว่าจะเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้นหลังเที่ยง ส่วนหมอหลวง หมอหญิงรวมถึงนางกำนัลผู้ช่วยส่วนใหญ่จะยังอยู่ที่นี่เพื่อรักษาชาวบ้านให้หายต่อไป สาเหตุการป่วยถูกแจ้งให้ชาวบ้านรับรู้ตั้งแต่เมื่อตอนเช้าและชาวบ้านเข้าใจดีแล้วจึงไม่น่าห่วงแม้จะมีบางคนยังอยากใช้ภาชนะที่ทำจากไม้ก็ตาม แต่นางและหมอหลวงก็ได้ชี้แจงและสอนวิธีดูแลความสะอาดแล้ว

 

นางบอดกล่าวว่าให้สังเกตคราบดำที่ล้างไม่ออกอย่างเชื้อราและหมอหลวงยังให้คำแนะนำการทำความสะอาดด้วยการต้มในน้ำร้อนดังเช่นที่บรรดานางกำนัลผู้ช่วยทำด้วยให้แก่ชาวบ้านด้วย

 

นางที่อยากจะกลับเต็มทีกระตือรือร้นกับคำสั่งนี้มากแต่นางก็ไม่ลืมว่าองค์ชายสามยังต้องกลับไปจัดการเรื่องภาชนะที่ซื้อมาต่อ แต่นางไม่ห่วงเรื่องนั้นนักเพราะอย่างไรฮ่องเต้ก็ทรงเห็นดีด้วยแล้ว การส่งภาชนะและผู้คนลงไปให้ความรู้และแจกจ่ายให้กับประชาชนเป็นสิ่งที่นอกเหนือความสามารถของนางโดยสิ้นเชิง

 

การเดินทางกลับกินเวลาน้อยกว่าขาไปเพราะเสบียงและยาที่ถูกทิ้งเอาไว้ที่นั่นจนหมดทำให้ขบวนเดินทางได้สะดวกขึ้น

 

แต่ยังไม่ทันที่นางจะหายเหนื่อยทันทีที่เท้าของนางก้าวลงจากรถม้านางกำนัลคนสนิทอีกคนของท่านอาก็ส่งคนมาเชิญนางไปแล้ว

 

นางรู้สึกเหมือนอยากจะปะท้วงด้วยการนอนเหยียดยาวระหว่างที่เข้าเฝ้าแต่ก็ไม่อาจทำได้จึงได้แต่นั่งตัวตรงอยู่ไม่ไกลจากร่างสง่างามนัก ยังดีที่อาของนางยังรู้ใจสั่งคนชงชาแก้เหนื่อยให้นางบ้าง อวี้เหลียนจิบชาแก้กระหายแล้วสูดกลิ่นชาดอกบัวขาวเพื่อให้ผ่อนคลาย

 

"เหลียนเออร์อาอยากให้เจ้าเก่งกาจแต่ก็ไม่ถึงขั้นนี้"

 

นางเงยมองสบกับดวงหงส์ของผู้เป็นน้า แล้วขั้นนี้มันขั้นไหน?

 

"ฝ่าบาททรงพึงพอพระทัยมากที่เจ้าหาสาเหตุของอาการป่วยของชาวบ้านได้" ที่ว่าขั้นนี้คือไปเด่นสะดุดตาฮ่องเต้นี่เอง

 

นางรู้ดีว่าการเป็นที่สะดุดตาฮ่องเต้นั้นไม่ดีและทำให้นางเสี่ยงกลับไปมีชะตากรรมดังเช่นในนิยายนางจึงตั้งใจจะทูลขอราชโองการงดเว้นสมรส ความคิดของนางล้วนไม่อาจบอกกล่าวออกมาได้มิเช่นนั้นเกรงว่านางคงถูกอบรมยาวจนไม่ได้ไปพักจึงได้แต่นิ่งเงียบไป

 

พระสนมจ้าวกุ้ยเฟยถอนหายใจเมื่อได้รับความเงียบเป็นคำตอบ หลานนางหลังๆมานี่หัวแข็งขึ้นมากทีเดียว จะว่ากล่าวตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วในเมื่อตอนนี้รู้กันไปทั่ววังแล้ว และอีกไม่นานชาวบ้านคงได้รับรู้กันไปทั่วด้วย

 

"อาได้ยินมาว่าเจ้าร่วมมือกับองค์ชายสามในการช่วยชาวบ้านครั้งนี้ เจ้าเห็นว่าองค์ชายทั้งสองเป็นเช่นไรเล่า"

 

อวี้เหลียนสบตาแล้วยิ้มอย่างจริงใจ 

 

"ไม่เป็นอย่างไรทั้งนั้นเพคะ แต่หากมีงานเช่นนี้อีกปฏิเสธไปได้ก็คงจะดี"

 

นางย่อมรู้ว่าที่อาถามเพื่อดูว่าใจนางเอนเอียงไปให้ใครและรู้ว่าการไปครั้งนี้ฮองเฮาทรงต้องการให้นางและคุณหนูอันใกล้ชิดองค์ชายสองจึงตอบชัดเจนและหวังว่าท่านอาของนางจะช่วยปฏิเสธรับสั่งจากฮองเฮาให้ได้บ้าง

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.347K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,834 ความคิดเห็น

  1. #2769 PloyPloy98 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 12:40
    ชินอ๋องคือหายไปเลยอะ..
    #2,769
    0
  2. #1772 ไออิกู (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 20:17
    สง่างามมากเด้อ นางเอกเรากับชายสามน่ะ เริสมาก ส่วนพระเอกแบบ5555 ขอป่องการขำนะคะ อะไรของแกเอ่ย
    #1,772
    0
  3. #1090 fallinluvw/bed (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 10:41
    นี่จะลงเรือองค์ขายสามแล้วนะ
    #1,090
    0
  4. #836 Supriya (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 00:19
    ขอบคุณค่ะ สนุกดีค่ะไรท์
    #836
    0
  5. #256 mammokb (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 12:09
    รอลุง เมื่อไรลุงจะมา ค่าตัวแพงมากกกกกก
    #256
    0
  6. #157 sujittraphomphai (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 22:33

    ......
    #157
    0
  7. #122 Nantanat_neung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 07:35
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #122
    0
  8. #121 beaw02 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 02:56

    ขอบคุณค่ะ🙏🙏
    #121
    0
  9. #118 PoM19 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 00:53

    น้องจะงานเข้ามั้ยเนี่ย
    #118
    0
  10. #117 nae_tae (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 00:50

    รอราชโองการเลยทีเดียว

    #117
    0
  11. #116 pu0506 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 00:47

    อยากอ่านต่ออีกอ่ะ เนื้อเรื่องกำลังสนุกเลย ได้ลุ้นไปกับนางเอกทุกตอนจริงๆ เมื่อไหร่ท่านลุงค่าตัวแพงจะออกโรงสักทีนร้า
    #116
    0