ข้ากลายเป็นนางร้าย...เกี้ยวรัก(สนพ.เฟยฮุ่ย)

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 6(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,950
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,402 ครั้ง
    17 เม.ย. 63

 

 

วันรุ่งขึ้นกับการช่วยเหลือชาวบ้านของนางออกจะผิดแปลกจากวันแรกเล็กน้อย คุณหนูอันดูจะหวาดกลัวนางเหลือเกินสังเกตได้จากท่าทีหวาดหวั่นที่ต้องไปเกาะแขนองค์ชายรองหลบนางราวกับว่านางจะพุ่งไปตบอย่างไรอย่างนั้น

 

แต่ที่เห็นชัดยิ่งกว่าคงเป็นองค์ชายสาม คนๆนี้เข้ามาพูดคุยและก่อกวนนางหลายครั้งซ้ำยิ่งถูกสายตาขวางๆของนางมองก็ดูเหมือนจะยิ่งชอบใจ

 

นางไม่สนใจปฏิกิริยาของคนทั้งคู่ที่มีต่อนางนัก นางเอกนั้นก็สมควรแล้วที่จะไปเกาะแกะกับองค์ชายรองชางเซิ่งเหอเสี่ยงตัวนางจะได้พ้นชะตาตายอนาถที่เพื่อนเคยลองวางโครงเรื่องเอาไว้เสียที ส่วนองค์ชายสามนั้นนางก็ไม่ได้รังเกลียดหรือไม่ชอบใจอะไรนางจึงทำหน้าที่เดิมต่อได้อย่างดี

 

แต่ภายใต้ความปกตินางรู้ดีว่าสถานการณ์ล้วนไม่ปกติดังเช่นเมื่อวาน มีความตึงเครียดปะปนอยู่โดยรอบหมู่บ้านแทนความสบายใจของพวกชาวบ้านที่มีคนจากวังหลวงมาช่วยเหลือ

 

พวกเขาเบาใจลงแต่ก็ยังกังวลเมื่อรู้ว่าแม้แต่หมอหลวงก็ยังไม่อาจหาสาเหตุเจอ

 

"คุณหนูวันนี้จะร่วมแจกจ่ายอาหารด้วยหรือเจ้าคะ"

 

ฟางอันถามผู้เป็นนายที่กำลังยืนรอให้ทหารยกหม้อข้าวต้มออกไปจากครัวเพื่อตรียมแจกจ่ายอาหารเช้า

 

"ใช่ เจ้ากับม่านชิงก็มาช่วยด้วยให้นางกำนัลที่ตื่นตั้งแต่เช้าได้พักซักหน่อย" นางบอกแล้วเดินออกไปที่ลานด้านนอก

 

การแจกจ่างอาหารในหมู่บ้านแบบนี้ไม่วุ่นวายนักเพราะคนส่วนใหญ่เป็นคนป่วยและยังมีทหารคอยคุ้มนางจึงวางใจ

 

ผู้ป่วยที่ลุกไหวมายืนรออยู่แล้วพร้อมชามอาหารของตนเอง ส่วนคนที่ลุกไม่ไหวนักจะมีญาติพี่น้องนำไปเผื่อ ส่วนคนที่อาการหนักนางกำนัลผู้ช่วยจะยกแยกไปให้ทีหลัง

 

"คุณหนูจ้าวระวังร้อนนะเจ้าคะ และหากเมื่อยแขนก็บอกข้าน้อยได้" ม่านชิงเอ่ยบอกผู้ที่นางได้รับคำสั่งให้มาดูแล

 

อวี้เหลียนยิ้มบางพยักหน้ารับแล้วเริ่มตักจ้าวต้ม การแจกจ่ายของนางเป็นไปได้ช้ากว่าที่ควรเพราะพวกชาวบ้านมั่วแต่จ้องมองนางราวกับเพ้ออยู่หลายช่างลมหายใจกว่าจะถูกทหารเอ่ยปากให้ขยับเดินออกไปให้พ้นทางคนอื่นได้

 

นางก็เข้าใจว่าชาวบ้านธรรมดาย่อมไม่เคยเห็นคนที่สวยขนาดร่างอวี้เหลียนนี้ แต่จ้องแบบนี้นางก็ค่อนข้างจะอึดอัดอยู่ไม่น้อย

 

ที่พวกเขาเพิ่งจะมาเป็นเช่นนี้เพราะปกตินางและคุณหนูอันไม่เข้าใกล้ชาวบ้านโดยตรงหรือพูดคุยด้วยพวกเขาจึงทำได้แค่มองห่างๆ

 

นางไม่แสดงความพอใจเกินไปแต่ก็ไม่ได้หยิ่งยโสทำเพียงตั้งใจตักข้าวต้มเพื่อไม่ให้หกรกมือของชาวบ้านที่ถือชามอยู่เท่านั้น

 

อวี้เหลียนขมวดคิ้วน้อยๆยามมองชามที่พวกชาวบ้านนำมา นางเพิ่งสังเกตว่าชาวบ้านที่นี่ทั้งหมดใช้ชามที่ทำจากไม้ทั้งนั้น

 

ทันทีที่แจกจ่ายข้าวต้มจนหมดนางจึงให้ลองเดินดูรอบๆหมู่บ้านและลองให้ม่านชิงเอ่ยถามชาวบ้านที่อาการไม่หนักนักดู

 

เหตุผลที่เครื่องเรือนและข้าวของเครื่องใช้ของพวกเขาเป็นไม้เพราะหมูบ้านนี้มีการประกอบอาชีพเป็นช่างแกะสลักซะส่วนใหญ่ งานของพวกเขาละเอียดละออกและสวยงามไม่น้อย 

 

ในหนึ่งๆเดือนจะมีพ่อค้าจากในเมืองหลวงมารับงานไม่ขาด หากมีการร้องขอให้แกะสลักอะไรเป็นพิเศษพวกเขาก็สามารถทำได้จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะหาไม้มาทำเป็นข้าวของเครื่องใช้

 

นางเดินตรงไปดูเรือนผู้ป่วยอาการหนักทันทีที่ความสงสัยของนางเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง

 

ก่อนหน้านี้นางได้ข้อมูลมาว่ามีคนที่อาการดีขึ้นเมื่อมาอยู่เรือนผู้ป่วยอาการหนักแต่กลับแย่ลงอีกเมื่อไปอยู่กับผู้ป่วยทั่วไป

 

อวี้เหลียนมองผู้ป่วยที่ไร้เรี่ยวแรงจนต้องให้นางกำนัลผู้ช่วยหมอป้อนข้าว ชามที่พวกเขาใช้ล้วนเป็นชามกระเบื้องหรือเครื่องเงินเรียบๆอย่างชาวบ้านทั่วไป!!

 

ดูเหมือนว่านางจะพบข้อแตกต่างแล้ว!!

 

นางเอ่ยข้อสงสัยกับฟานอันและม่านชิงทันทีก่อนจะร้องขอให้พวกนางช่วยไปหาผู้ป่วยหญิงซักคนที่อาการกลางๆและขอให้ผู้ป่วยคนนั้นทานอาหารที่ม่านชิงหรือฟางอันยกไปให้เท่านั้น


นอกจากอาหารแล้วนางให้ผู้ป่วยที่เลือกมาทานยาตามปกติเพราะถ้วยยาที่นางกำนัลผู้ช่วยยกไปให้ล้วนเป็นชามกระเบื้องทั้งสิ้น

 

แน่นอนว่าชาวบ้านคนนั้นไม่ค่อยไว้ใจนางนักแต่พอติดสินบนก็ยินยอมแต่โดยดีและม่านชิงยังเอ่ยย้ำว่าหากสำเร็จอาจจะช่วยคนทั้งหมู่บ้านได้

 

การที่นางยังไม่ยอมบอกใครเรื่องนี้เพราะนางเห็นว่าสถานการณ์ยังไม่เลวร้ายขนาดนั้น ดูจากที่ยังไม่มีคนตายแม้แต่คนเดียวและเสบียงอาหารก็ยังมีมาก บรรดาหมอก็ไม่ได้แสดงอาการสิ้นหวังแม้แต่น้อยนางจึงอยากรอให้หมดวันนี้ไปเสียก่อนแล้วจึงไปบอกใครซักคนที่จะมีอำนาจเสนอเรื่องนี้และให้หมอหลวงลองดูได้ ซึ่งใครซักคนที่ว่าคงไม่พ้นองค์ชายรองหรือองค์ชายสาม


หลังมื้ออาหารเย็นนางให้ม่านชิงและฟางอันไปถามหญิงชาวบ้านคนนั้นว่ามีอาการเป็นอย่างไรบ้างและลองให้ตามหมอหญิงมาตรวจดูหากมีอาการดีขึ้น ปรากฏว่าชาวบ้านคนนั้นบอกว่าตนเองปวดท้องและถ่ายท้องน้อยลงซ้ำยังมีแรงมากขึ้นแม้จะยังไม่หายขาดก็ตาม หมอหญิงที่มาตรวจก็ยังยืนยันว่าอาการดีขึ้นเช่นกันนางจึงตัดสินใจไปบอกองค์ชายสาม

 

องค์ชายอู๋หมิงรับฟังอย่างใจเย็นจนนางอดมองว่าเขาดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าปกติยามที่ทำงานไม่ได้

 

"ข้าเข้าใจแล้ว สาเหตุของโรคนี้คือถ้วยชามที่ไม่สะอาดเพราะทำจากไม้ทำให้มีสิ่งปกปรกสะสมจนทำให้ชาวบ้านท้องร่วง ปวดท้องจนอาเจียนแบบนี้สินะ"

 

"เพคะ" นางเอ่ยรับอย่างยินดีเมื่อเขาเข้าใจเรื่องราวโดยง่าย

 

"เพราะแบบนี้หมอหลวงจึงหาสาเหตุไม่เจอเสียที แต่ก็ไม่แปลกอะไรยิ่งหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลพวกเขาก็ยิ่งหาของใกล้ตัวมาใช้โดยไม่เปลืองค่าใช้จ่ายนัก แม้แต่ทหารในค่ายบางครั้งก็ยังต้องใช้"

 

ชางเซิ่งอู๋หมิงเอ่ยด้วยท่าทีครุ่นคิด ช่างเป็นสาเหตุที่คาดไม่ถึงเสียจริง

 

อวี้เหลียนโคลงหัว นางต้องใช้ความคิดค่อนข้างมากในการเลือกคำที่จะเอ่ยออกมา อย่างเชื้อราที่เกาะบนชามไม้ที่เกิดจากความชื้นสะสมนางไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะรู้จักหรือไม่

 

"หม่อมฉันคิดว่าเหตุที่ทำให้ผู้คนมีอาการตอนนี้น่าจะเป็นเพราะฝนที่ตกตลอดด้วยเพคะ ชามพวกนั้นนอกจากจะล้างไม่สะอาดแล้วยังไม่มีแสงแดดทำให้แห้งพวกมันยิ่งสกปรกเพคะ เมื่อทานสะสมเข้าไปจึงมีอาการเช่นนี้ อากาศแบบนี้ทำให้ผู้คนล้มป่วยและทำให้เกิดโรคง่ายเพคะ"

 

องค์ชายสามเแห่งเฟิ่งฟู่ขยับยิ้มบางมองสตรีตรงหน้าแล้วอดที่จะเอ่ยปากไม่ได้

 

"วันแรกเห็นท่าทีเจ้าไม่สนใจ ใครจะรู้กันว่าคุณหนูจ้าวจะมีจิตใจเมตตาทุ่มเทช่วยเหลือผู้คนปานนี้"

 

คนที่กำลังจริงจังพลันขมวดคิ้วก่อนจะยกยิ้ม "หม่อมฉันเต็มใจช่วยชาวบ้านแต่ก็ถือว่าช่วยพระองค์เช่นกันเพคะ"

 

"ช่วยข้า?"

 

"ที่พระองค์ถูกส่งมาพร้อมองค์ชายรองเพราะฝ่าบาทต้องการให้พระองค์และองค์ชายรองหาสาเหตุและแก้ไขซะ ด้วยข้อมูลของหม่อมฉันครานี้พระองค์คงมีผลงานแล้วเพคะ"

 

เจ้าของใบหน้าคมเข้มอย่างทหารแต่ยังคงเค้าหน้างดงามสมส่วนยกยิ้มหรี่ตามมองสตรีร้ายกาจตรงหน้า

 

"เกรงว่าจะเป็นผลงานเล็กน้อย"

 

"ทั่วแคว้นเฟิ่งฟู่เกรงว่ายังมีอีกหลายหมู่บ้านที่ยังมีคนใช้ภาชนะจากไม้หากประกาศเรื่องนี้ออกไปย่อมถือว่าเป็นผลงานใหญ่ มิแน่ว่าต่างแคว้นอาจจะต้องทำตามด้วยก็เป็นได้เพคะ"

 

เสียงขำดังก้องกังวานไปทั่วที่ประทับองค์ชายสามยามที่รับฟังวาจาเจ้าเล่ห์ที่กำลังหาประโยชน์จากเขาของคนตรงหน้าจบ

 

"เจ้าเล่ห์ยิ่งนัก แต่เจ้าคงไม่รู้ว่ายังมีปัญหาตามมาอีกมาก ชาวบ้านบางที่ก็ไม่มีเงินพอจะซื้อเปลี่ยนทีเดียวหรอกนะ ยิ่งตอนนี้เป็นช่วงเพาะปลูกพวกเขาต้องนำเงินไปใช้ในส่วนนั้นเยอะแล้วถ้าประกาศออกไปข้าเกรงว่าราคาเครื่องกระเบื้องและเครื่องเงินจะยิ่งขึ้นราคา"

 

"อือออ"นางส่งเสียงในลำคอ ข้อจำกัดช่างมากมายเหลือเกินแต่องค์ชายสามผู้นี้เข้าใจชาวบ้านดีไม่น้อยเชียว หากฮ่องเต้จะตั้งใครเป็นไท่จื่อนางก็คิดว่าองค์ชายสามผู้นี้ย่อมเหมาะกว่าพระเอก แต่ก็ต้องเป็นนิสัยจริงๆมิใช่เสแสร้งแหละนะ

 

"เรื่องนี้หม่อมฉันก็มีข้อเสนออยู่ หากองค์ชายยินดีรับฟังหม่อมฉันสามารถชี้แจงได้ แต่....."


นางยิ้มหวาน "ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนเพคะ"

 

ชางเซิ่งอู๋หมิงกอดอกจ้องมองคนตรงหน้า "ต่อรองเก่งเสียจริง ลองว่ามาสิ"

 

อวี้เหลียนขยับยิ้ม "หากสำเร็จอย่างที่หม่อมฉันทูล งานนี้จะถือว่าเป็นผลงานชิ้นใหญ่ หม่อมฉันรู้ว่าพระองค์มิใช้คนเห็นแก่ตัวที่โป้ปดเก็บความดีเอาไว้คนเดียว หากฮ่องเต้ทรงเอ่ยปากประทานรางวัลให้หม่อมฉัน หม่อมฉันอยากทูลขอให้พระองค์ขอประทานอนุญาตจากฮ่องเต้ให้หม่อมฉันเลือกคู่ครองเองเพคะ"

 

องค์ชายสามแห่งเฟิ่งฟู่ส่งเสียงขำในลำคอ ดวงตาคมเป็นประกาย ช่างเป็นจิ้งจอกน้อยจอมเจ้าเล่ห์เสียจริง
จะบอกว่าถูกใจความกล้าของนางก็ใช่จะรู้สึกไม่อยากรับปากก็ใช่ นางเอ่ยเช่นนี้มิใช่ดักทางเขาด้วยหรอกหรือ

 

ผลงานใหญ่หมายถึงชื่อเสียงที่ตามมา นางปูทางให้ตัวเองสบายเก่งเสียจริง แบบนี้เขาที่มีผลงานก็จะขอสมรสกับนางไม่ได้แม้แต่พี่น้องคนอื่นๆหรือบรรดาฮองเฮาพระสนมคนไหนพยายามจับคู่ไปก็เปล่าประโยชน์

 

"ข้าเพิ่งรู้ว่าคุณหนูจ้าวร้ายกาจปานนี้ นับถือนับถือ"

 

อวี้เหลียนไม่สะท้านกับคำกล่าวประชดของอีกฝ่าย "เล็กน้อยเพคะ แล้วตกลงหรือไม่เพคะ"

 

นางยังกล้ากล่าวว่าเล็กน้อยแล้วยังทวงเขาอีก องค์ชายสามขบขันอย่างอดไม่อยู่

 

"ได้ข้าจะเอ่ยปากให้ แต่สำเร็จหรือไม่คงต้องขึ้นอยู่กับเสด็จพ่อ ทีนี้ก็ตาเจ้าบอกคำแนะนำมาเสียดีๆ"

 

อวี้เหลียยิ้มกว้าง "เป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งแล้วเพคะ"

 

นางไม่สนใจท่าทีเหมือนเอือมขององค์ชายสามแล้วเอ่ยบอกความคิดตนเอง

 

"หม่อมฉันแนะนำให้พระองค์ปิดเรื่องนี้เอาไว้ก่อนเพคะเมื่อแน่ชัดแล้วว่าสาเหตุของอาการป่วยเกิดจากสิ่งที่หม่อมฉันบอก หลังจากนั้นให้พระองค์ส่งคนของพระองค์ไปคว่านซื้อถ้วยชามในราคาถูก"

 

"ถ้วยชามในที่นี้ที่หม่อมฉันกล่าวถึงมิใช่ถ้วยชามธรรมดาที่วางขายแต่เป็นถ้วยชามที่ทำขึ้นจากผู้ฝึกหัดของโรงงานที่ผลิตถ้วยชามเพคะ"

 

"เจ้าหมายถึงถ้วยชามที่ไม่ได้มาตรฐานของโรงงาน" ชางเซิ่งอู๋หมิงเอ่ยเสียงสูง

 

"ใช่เพคะ เลือกเอาเฉพาะอันที่ใช้ได้ แม้จะไม่งดงามแต่ของพวกนั้นไม่แย่แน่นอนเพคะ แน่นอนว่าโรงงานที่คิดจะทิ้งหรือนำมาหลอมใหม่ย่อมขายให้ในราคาถูกหรืออาจจะยกให้เสียด้วยซ้ำ"

 

"ก็จริงของเจ้า ของที่เด็กฝึกงานหรือลูกจ้างฝึกทำแล้วไม่ได้มาตรฐานมักจะไม่ถูกนำมาขาย แต่สำหรับชาวบ้านเราแจกจ่ายในส่วนนี้ไปบางส่วนก่อนย่อมพอช่วยเหลือได้และให้พวกเขาค่อยๆซื้อเปลี่ยนแทนถ้วยชามที่ทำจากไม้ไปเรื่อยๆ"

 

"เพคะ ส่วนหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่ต้องแก้ไขก่อนเราสามารถให้พวกเขาใช้ผลงานไม้สลักแลกถ้วยชามได้จากพ่อค้าเพคะ แต่ต้องให้คนของพระองค์ดูแลไม่ให้เกิดการคดโกงขึ้นเพคะ"

 

"อืออ ความคิดเจ้านับว่าพอใช้ได้แม้จะมีข้อบกพร่องบ้างแต่ข้าจะหาทางเองและจะเร่งส่งเรื่องนี้ไปทูลให้เสด็จพ่อทรงทราบ เพราะอย่างไรงบประมาณและกำลังคนที่ขนของไปแจกจ่ายก็ไม่ใช่น้อยๆ" อู๋หมิงเอ่ย

 

"เพคะ หม่อมฉันเข้าใจ เช่นนั้นหม่อมฉันทูลลาก่อนเพคะ"

 

นางขยับลุกขึ้นทันทีเพราะนี่ก็ค่ำแล้ว การที่นางเข้ามาในกระโจมองค์ชายสามนานๆไม่ดีเท่าไหร่แม้ว่าจะมีสาวใช้ตามเข้ามาด้วยก็ตาม

 

"เจ้าไปพักเถอะ"

 

นางย่อกายตามธรรมเนียมและผละจากมา ต้องยอมรับว่าที่นางรีบส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่านางเหนื่อยกว่าทุกวัน แขนนางปวดเมื่อยจากการยกขึ้นลงเพื่อตักข้าวต้มให้ชาวบ้านสามมื้อจนตอนนี้นางอยากนอนเต็มที ส่วนเรื่องอื่นๆเอาไว้ก่อนแล้วกัน

 





                  ชางเซิ่งอู๋หมิงส่งคนให้ไปถามไถ่อาการคนที่คุณหนูจ้าวขอให้ช่วยทำตามคำขอของนางทันทีหลังจากที่เดินตรวจดูรอบๆหมู่บ้านและค่ายในยามเช้าแล้ว

 

ผลปรากฏว่าอาการของสตรีนางนั้นดีขึ้นมากจนถึงขนาดร้องหิวกว่าปกติและยังมีแรงลุกขึ้นมาเดินได้แม้ว่าจะยังมีอาการท้องร่วงอยู่ก็ตาม

 

เมื่อได้ทราบเรื่องสานส์ที่เขาเตรียมไว้เมื่อคืนถูกส่งไปยังวังหลวงทันทีโดยไม่ได้บอกกล่าวพี่ชายต่างมารดาที่มาด้วยกัน

 

จะบอกว่าเขาเอาหน้ากับเสด็จพ่อก็ได้แต่ใครจะสนเล่าและการที่คุณหนูจ้าวมาบอกเขาแทนที่จะขอเข้าไปบอกในที่ประชุมเมื่อวานก็บ่งบอกว่านางต้องการให้เขาเป็นผู้จัดการเรื่องนี้

ทันที่ทีเขาเห็นคุณหนูจ้าวเดินออกจากกระโจมตรงไปที่ครัวชั่วคราวเขาก็เดินตามไปหมายจะบอกกล่าวนางซักคำ แต่คนที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดคุยกลับมาดักทางเอาไว้เสียก่อน

 

"องค์ชายจะไปที่ใดหรือเพคะ"

 

คุณหนูอันจี๋ชุนบุตรสาวท่านแม่ทัพอันที่พลัดพรากไปนานเป็นหนึ่งในสตรีที่บรรดาองค์ชายอย่างพวกเขาหมายปอง แต่นางถูกฮองเฮาจองตัวตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาอยู่ในวัง การที่นางมาอยู่ตรงนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าฮองเฮาเพียรพยายามจับคู่ให้พี่ชายเขาเพียงใด

 

และเจ้าตัวก็ดูพึงพอใจกับพี่ชายเขาไม่น้อยแล้วเหตุใดจึงมายืนคุยกับเขาได้

 

"มีธุระใดกับข้าหรือคุณหนูอัน" ถึงนางจะถูกฮองเฮาจองแล้วอย่างไร หากนางพึงใจเขาต่อให้เป็นฮองเฮาจะทำสิ่งใดได้

 

การที่มีทั้งคุณหนูอันและคุณหนูจ้าวอยู่ที่นี่ก็แสดงว่าฮองเฮาต้องการให้ลูกชายเลือกสรรด้วยตัวเองหรือไม่คว้าเอาไว้ทั้งสองคน

 

เพราะแบบนั้นแล้วทำไมเขาถึงต้องทำเป็นเมินเฉยคนที่แม่ของพี่ชายหมายปองให้พี่ชายด้วย กฎของเหล่าองค์ชายอย่างพวกเขา ก็แค่ใครดีใครได้

 

"หม่อมฉันเพียงอยากช่วยแบ่งเบาหากพระองค์มีอันใดให้หม่อมฉันช่วยเพคะ"

 

เขาขยับยิ้มกับท่าทีคล้ายเอียงอายหน่อยๆของคนตรงหน้า นางดูเป็นคนหัวอ่อนผิดกับคุณหนูจ้าวซะจริงๆ

 

"ไหนเลยข้าจะกล้าใช้งานหญิงงามอันดับหนึ่งเช่นเจ้ากัน" อู๋หมิงเอ่ยอย่างเกี้ยวพาก่อนจะถือวิสาสะเกลี่ยเส้มผมที่ปลิวคลอเคลียใกล้ดวงตาหวานของนางให้

 

"องค์...ชายสาม"

 

เจ้าของใบหน้าคมเข้มขยับยิ้ม "ยามที่อยู่กันสองคนเรียกข้าว่าอู๋หมิงก็ได้"

 

เขาไม่เคยให้สตรีใดเอ่ยชือตรงๆมาก่อนเว้นแต่เสด็จแม่แต่มันก็ดูจะเป็นการซื้อใจที่คุ้มค้า เพราะนางกำลังเขินอายยิ่งกว่าเดิมยามที่ขยับริมฝีปากอิ่มเรียกเขาด้วยน้ำเสียงหวาน

 

"องค์ชายอู๋หมิง"

 

"ชุนเออร์ ข้าขอเรียกเจ้าเช่นนี้จะได้หรือไม่"

 

"หม่อมฉันไม่กล้าขัดเพคะ"

 

"ดี ชุนเออร์เป็นเด็กดียิ่งนัก มิน่าเล่าฮองเฮาถึงเอ็นดูเจ้า" เขาเอ่ยปากหยอกเย้าคล้ายเอ็นดู มีสตรีที่ใดบ้างจะมิชอบให้อ่อนโยนด้วย

 

"ฮองเฮาเพียงสงสารที่หม่อมฉันพรากจากครอบครัวมานานเพคะจึงเมตตาอบรม"

 

อู๋หมิงฟังแล้วเหลืบสายตามองผู้ที่เพิ่งเดินมาถึง รอยยิ้มยกปรากฏบนริมฝีปากหยักได้รูป

 

"เช่นนั้นเจ้ากับเสด็จพี่รอง...."

 

"หม่อมฉันไม่กล้าเพคะ! องค์ชายรองเพียงเมตาหม่อมฉันเช่นกัน"

 

ร่างสง่างามของผู้ที่สมใจกับการกระทำตัวเองยืนเต็มความสูง

 

"ได้ยินแล้วใช่หรือไม่เสด็จพี่ คุณหนูอันมิได้พึงใจท่าน ท่านควรจะเอ่ยปากกับฮองเฮามิให้กีดกันผู้ที่พึงใจนางนะพะยะค่ะ"

 

"เสด็จแม่ข้าไม่เคยทำเช่นนั้น! เจ้าอยากจะทำอะไรก็ทำไป!"

 

องค์ชายรองกระแทกเสียงเดินจากไปพร้อมกับความสะใจขององค์ชายสามในขณะที่เจ้าของร่างบางที่ยืนคั่นกลางกลับมีสีหน้าซีดเซียวด้วยความตกใจก่อนนางจะเม้มปากมองตามร่างสูงของผู้ที่เดินจากไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.402K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,834 ความคิดเห็น

  1. #2811 Aeypanrada9464 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 12:33
    นังนี้ ไม่ธรรมดา
    #2,811
    0
  2. #2806 Sriploy Ktn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 14:33
    แม่นางเอกหนูจะเหยียบเรือสองแคมหรออ
    #2,806
    0
  3. #2798 PIE_KIM (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 20:02
    นางเอกใสไม่จริงป่าวววว
    #2,798
    0
  4. #2768 PloyPloy98 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 12:25
    องค์ชายสามคือร้ายกาจ 555

    นางเอกนี่ดูตอแหลนะ ร้ายเงียบแน่ๆ
    #2,768
    0
  5. #2742 katekate (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 10:59

    นางเอก แปลกๆ ร้ายเงียบบบบบ

    #2,742
    0
  6. #2674 นัทจัง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 09:08

    คุณหนูอัน นางช่างร้อยเล่ห์ดีแท้ คบเผื่อเลือกซะด้วย แถมมีสกิล อ่อยทั้งพี่ทั้งน้องไปในตัว อิอิ

    #2,674
    0
  7. #2567 ตาเมือง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 19:05
    ซุงแหลเหมือนอีร้าสต้าเลยน้าาา
    #2,567
    2
    • #2567-1 beem_7760(จากตอนที่ 11)
      29 มิถุนายน 2563 / 10:38
      คิดเหมือนกันคะ เกียจนัก555
      #2567-1
    • #2567-2 Bunnie_Angles(จากตอนที่ 11)
      10 กรกฎาคม 2563 / 21:39
      จริงงงง
      #2567-2
  8. วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 09:05
    เหยียบเรือร้อยแคม ผญแบบนี้
    #2,507
    0
  9. #2486 KayPdm (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 00:49
    แหมมมมมจะเอาทั้ง2เลยหรือออนาง สตอ มาก-_-
    #2,486
    0
  10. #2474 565118 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 19:54
    ตอแหลนะยัยอัน
    #2,474
    0
  11. #2403 vviiwwyy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 13:08
    อ้าว นังเอกไม่จริงนี้ เจอคนตอแหลค่า
    #2,403
    0
  12. #1627 chanome (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 15:01
    นางร้ายตัวจริงค่าคุณผู้ช๊มมมม
    #1,627
    0
  13. #1522 biojib (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 22:20
    สตอมากแม่จ๋า อ่อยผู้ทุกคนเชียว
    #1,522
    0
  14. #1492 150221 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 19:13
    สะใจแม่นางเอกสงสัยจะจับปลาหลายมือ
    #1,492
    0
  15. #1360 PattamaKarakate (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 06:29
    นางเอกไม่น่าจะใสซื่อนะ
    #1,360
    0
  16. #1344 october-18 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 17:13
    นางเอกแน่เหรอ....
    #1,344
    0
  17. #1174 Moo.chompoo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 14:36
    ฮึ่.. สตอเกินเบอร์ไปละแม่นางเอก.. อ่อยไปทั่วให้ความหวังไปทั่ว... แลคันหูเกิ๊นนนนน
    #1,174
    0
  18. #1031 tomo_466 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 04:32
    ใสจริงหรอเเม่นางเอกเเต่ก็ยังขัดใจนิดนึงที่ไม่มีใครมองธาตุแท้ของนางออกเเม่คนขี้อ่อย
    #1,031
    0
  19. #971 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 12:33

    สงสัยจะเป็นดอกบัวขาว ที่ขาวกว่าโคลนตมนิดนึงแหงๆ

    #971
    0
  20. #949 cafe milk (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 13:05

    ถูกใจจริงๆองค์ชายสาม แม่นางอันขี้อ่อยนี่
    #949
    0
  21. #833 Supriya (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 00:10
    โนคอมเมนต์ค่ะ สนใจน้องเหลียนของรีดดีกว่า ขอบคุณมากค่ะไรท์
    #833
    0
  22. #778 รำพึงรำพัน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 20:58

    อ้าวชอบอ้อยนี่นาน้องอัน

    #778
    0
  23. #720 Kungbible (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 17:51
    จริงๆในเรื่อง นางเอกน่าสงสารเพราะถูกรังแกจากฮูหยินรอง น่าจะมีจิตใจดีหน่อยนะ
    ตอนแรกอ่าน นึกว่าจะได้เป็นเพื่อนกับนางร้ายด้วยซ้ำ เสียดายจัง
    #720
    0
  24. #496 nee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 19:47

    โป็ะแตก!!! องค์ชายสามช่างร้ายกาจ

    #496
    0
  25. #348 Gc'milan candy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 01:03
    อ่อยเก่งงงงงง แรดเงียบนะเราอ่ะ.
    #348
    3
    • #348-2 สีน้ำเงิน สีเงิน(จากตอนที่ 11)
      6 พฤษภาคม 2563 / 22:39
      .5555 พูดถูกใจ
      #348-2
    • #348-3 doungrakc(จากตอนที่ 11)
      11 พฤษภาคม 2563 / 13:12
      เปลี่ยนชื่อนางเอกดีไหม จากอันจี๋ชุน เป็น อันอ่อยเก่ง
      #348-3