ข้ากลายเป็นนางร้าย...เกี้ยวรัก(สนพ.เฟยฮุ่ย)

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 5(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,757
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,481 ครั้ง
    16 เม.ย. 63

 

อวี้เหลียนใช้ชีวิตไม่ต่างจากยามอยู่ที่จวนนัก หลังจากวันที่นางมีข่าวลือกับองค์ชายรองและองค์ชายสามดูเหมือนว่าจะมีสายตาจับจ้องนางมากขึ้นนางจึงเลือกที่จะอยู่เงียบๆในส่วนของเรือนพักของตนเองทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาวุ่นวายเพราะเป็นส่วนหนึ่งของตำหนักหยกงามของพระสนมกุ้ยเฟย

 

แต่แม้ผู้คนจะเอ่ยปากถึงมากมายเพียงใด กลับกันอาของนางกลับไม่เอ่ยปากถามซักครึ่งคำ แต่ข่าวลือยังไม่ซาดีนางก็ถูกข่าวลือระรอกใหม่โถมเข้าใส่เมื่อฮองเฮาทรงโปรดให้นางไปบรรเลงพิณถวายและมอบหมายให้นางไปช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่หนึ่งพร้อมองค์ชายรอง องค์ชายสาม และคุณหนูอัน

 

แค่เพียงเท่านั้นก็กลายเป็นว่าฮองเฮาทรงหมายตานางและคุณหนูอันให้เป็นชายาเอกขององค์ชายรองไม่คนใดก็คนหนึ่งแล้ว

 

นางไม่ได้อยากไปและไม่เข้าใจว่าทั้งนางและอันจี๋ชุนจะไปที่นั่นเพื่ออะไร ความสามารถทางการแพทย์ก็ไม่มี แต่ดูเหมือนว่าคุณหนูอันจี๋ชุนผู้นั้นจะยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมเดินทางไปด้วย

 

ดูจากเหตุการณ์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงนี้แล้วชะตาของนางกับพระนางคู่นี้คงไม่อาจสะบั้นลงง่ายๆเป็นแน่

 

อวี้เหลียนเอ่ยสั่งให้ฟางอันและม่านชิงเก็บของจำเป็นเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าเพราะการเดินทางนี้ค่อนข้างจะกะทันหัน ซ้ำองค์ชายรองและองค์ชายสามยังได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้ให้ไปจัดการเรื่องนี้โดยตรงนางที่เป็นผู้ติดตามไปย้อมต้องเตรียมพร้อมเดินทางตลอดเวลาไม่ให้ตนเองเป็นภาระ

 

ระยะเวลาการเตรียมการของเหล่าองค์ชายและคณะเดินทางคือสองวัน ท่านพ่อที่ทราบเรื่องเรื่องราวของพื้นที่ดังกล่าวจึงค่อนข้างเป็นห่วงนาง พิษที่แพร่ระบาดที่นั่นคล้ายคลึงกับโรคติดต่อจนชวนให้หวั่นใจ เพราะเช่นนั้นฮ่องเต้จึงมีรับสั่งให้จัดการอย่างรวดเร็ว

 

นางเข้าใจสถานการณ์ดีแม้จะยังไม่รู้ว่าตนเองจะช่วยอะไรได้บ้างแต่ย่อมไม่นำชีวิตตนเองไปทิ้ง

 

ระยะเวลาสำหรับเตรียมตัวสองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว แพทย์หลวง หมอหญิง กำนัลผู้ช่วยแพทย์* ทหาร รวมถึงยาและเสบียงอาหารบางส่วนถูกจัดเตรียมอย่างพร้อมสรรพ

 

สำหรับนางและคุณหนูอันจี๋ชุนนั้นมีรถม้าเพื่อสะดวกในการเดินทางคนละคัน ส่วนองค์ชายทั้งคู่นั้นตวัดขาขึ้นม้าตั้งแต่แรกและนำขบวนอย่างองอาจสมกับฐานะของตนเองให้เป็นที่ชื่นชมของประชาชนแห่งแคว้นเป็นอย่างยิ่ง

 

พื้นที่ที่นางจะเดินทางไปนั้นถือได้เป็นหมูบ้านที่ไม่ใหญ่มากแต่ก็ไม่เล็กซ้ำยังอยู่ห่างจากเมืองหลวงไม่ไกลการเดินทางจึงกินเวลาเพียงสองชั่วยามก็มาถึง

 

นางบอกให้ม่านชิงและฟางอันนำผ้ามาผูกปิดปากและจมูกก่อนที่จะลงจากรถม้าเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอาไว้ก่อน

 

องค์ชายรองออกคำสั่งให้แพทย์หลวง แพทย์หญิงและนางกำนัลแพทย์ที่ทำหน้าที่คล้ายผู้ช่วยของแพทย์หลวงและหมอหญิงเข้าช่วยเหลือบรรดาแพทย์ที่ส่งมาก่อนแล้วทันที ส่วนองค์ชายสามสั่งทหารปิดกั้นพื้นที่เพื่อป้องกันหากเป็นโรคระบาดก่อนจะตั้งที่พักห่างจากหมู่บ้านไม่ไกลนัก

 

นางในตอนนี้ไม่รู้ว่าตัวเองจะช่วยเหลืออะไรผู้คนได้มากน้อยแค่ไหนจึงต้องมองหาสิ่งที่ตนเองทำได้

 

อวี้เหลียนมองกองเสบียงแล้วตรงไปถามหมอหญิงผู้หนึ่งที่น่าจะมาอยู่ที่นี่ก่อนหน้านี้หลายวันแล้วว่านางจะสามารถปรุงอาหารได้ที่ไหน เมื่อได้คำตอบนางจำพาม่านชิงและฟางอันตรงไปที่โรงครัวชั่วคราวที่มีนางกำนัลผู้ช่วยหมอหญิงกำลังช่วยกันเตรียมอาหารอ่อนๆสำหรับผู้ป่วย

 

นางบอกกล่าวตามตรงว่าตนเองไม่มีวิชาทางการแพทย์จึงจะมาอาสาช่วยส่วนนี้แทนให้พวกนางบางคนเร่งไปช่วยคนป่วยจะดีกว่า

 

แม้ว่านางจะได้รับสายตาไม่แน่ใจเป็นการตอบแทนเนื่องจากนางเป็นถึงคุณหนูตระกูลจ้าวนางก็ไม่สนใจ หันไปเอ่ยถามผู้ที่อยู่ใกล้ที่สุดไม่กี่คำก็เริ่มคว้าผักและมีดมาหั่นให้เห็นกันจะไปเลย

 

ไม่ใช่เพียงผู้ที่อยู่ในครัวชั่วคราวแต่ม่านชิงและฟางอันก็ดูจะเบาใจลงเมื่อเห็นท่าทีพอใช้ได้ของนาง

 

แน่นอนว่าตัวอวี้เหลียนเองทำไม่เป็นแม้แต่ข้าวต้มแต่เป็นตัวนางเองที่พอจะทำได้อยู่บ้างแม้ไม่เก่งกาจก็ตามจึงรอดพ้นเรื่องนี้ไปได้ กลับกลายเป็นอันจี๋ชุนที่กระตือรือร้นอยากจะมาเสียอีกที่ไม่รู้ว่าจะเอาตัวเองไปไว้ตรงไหนดี

 

ร่างกายบอบบางถูกพามาหานางพร้อมใบหน้าราวกับหมาน้อยน่าเอ็นดูชวนให้ผู้คนสงสารแต่นี่มันพื้นที่ที่อาจจะมีโรคระบาดและนางก็เป็นนางร้าย เพราะเช่นนั้นนางคิดว่าตัวเองจะทำยังไงก็ได้

 

"คุณหนูจ้าวให้ข้าช่วยบ้างจะได้หรือไม่?"

 

ถามแบบนี้คือกำลังจะแย่งงานนาง? เหตุใดแม่นางเอกไม่ไปหาอย่างอื่นทำ!!!?

 

นางหันไปสบตาอีกฝ่ายแล้วบอกอย่างจริงใจ "เจ้าน่าจะมีอย่างอื่นทำนะ ข้าไม่มีความรู้ทางการแพทย์จึงมาช่วยในส่วนนี้"

 

"ข้าก็ไม่มีเช่นกันเพราะเช่นนั้นข้าจึงมาขอช่วยทำกับข้าวอย่างไรเล่า"

 

อวี้เหลียนกรอกตาอย่างอดไม่อยู่ อาหารคนป่วยนั้นไม่อาจทำสิ่งใดได้มากนักจึงมีเพียงแค่ข้าวต้มที่เละๆกับผักต้มปรุงรสอ่อนๆจึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้คนมากแต่แม่นางเอกคนนี้ก็ยังอยากจะช่วย

 

เดิมทีเห็นว่าเจ้าตัวดูเหมือนอยากจะมานักหนานางจึงนึกว่าอันจี๋ชุนอาจจะมีสกิลนางเอกอะไรที่ซุกซ่อนอยู่แต่เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้!!

 

อวี้เหลียนเหลือบสายตาไปเห็นร่างสูงสง่าขององค์ชายรองท่ามกลางผู้ป่วยชายนางจึงหันไปบอกกล่าวคนที่กำลังว่าง

 

"เหตุใดเจ้าไม่ไปดูเล่าว่าองค์ชายรองมีสิ่งใดให้ช่วยหรือไม่"

 

"เช่นนั้นข้าจะถามองค์ชายดู" ท่าทีน่ารักถูกส่งมาพร้อมกับรอยยิ้มก่อนอันจี๋ชุนจะผละไปจากนางได้และตรงไปหาองค์ชายรองอย่างรวดเร็ว

 

หนึ่งหญิงหนึ่งชายพูดคุยกันเป็นภาพน่ามองดูเหมาะสมยิ่งนักหากฉากหลังไม่มีภาพคนเจ็บนอนโอดโอยและบางคนยังอวกออกมาอีกล่ะนะ

 

ก่อนที่จะถึงเที่ยงไม่นานอาหารสำหรับคนป่วยก็เสร็จเรียบร้อย นางมองโจ๊กด้วยความขัดข้องแต่นางก็ไม่อาจจะเพิ่มเติมอะไรลงไปให้ดูน่ากินขึ้นมาได้

 

นางกำนัลผู้ช่วยที่ร่วมทำอาหารด้วนกันบอกกล่าวว่าผู้ป่วยที่หมู่บ้านนี้มีอาการแบ่งเป็นสามระดับ แรกเริ่มคือปวดท้อง ถัดมาคือท้องร่วง และที่หนักกว่านั้นคือทั้งท้องร่วงและอาเจียนด้วยทำให้อาหารที่เตรียมต้องย่อยง่ายและส่วนผสมจะเติมหรือเปลี่ยนแปลงซี้ซั่วไม่ได้ แม้แต่เนื้อก็ยังเกรงว่าจะทำให้การย่อยอาหารของชาวบ้านเป็นไปได้ยาก

 

ส่วนเรี่ยวแรงที่หายไปหมอหลวงได้ให้คนป่วยจิบน้ำต้มเกลืออ่อนๆทดแทน

 

ในสายตาของนางถือว่าการจัดการของที่นี่ค่อนข้างดีและเป็นระบบแม้ว่าอุปกรณ์การแพทย์จะไม่ล้ำยุคนักก็ตาม แต่คนที่ป่วยหนักจะทนได้แค่ไหนกันเชียว

 

ดูเหมือนว่างานที่องค์ชายทั้งรองได้รับมอบหมายจากฮ่องเต้มิใช่การช่วยเหลือชาวบ้านเพียงอย่างเดียวแต่สิ่งสำคัญคือให้หาต้นตอของอาการป่วยนี้โดยเร็วที่สุดต่างหาก


ตกเย็นทั้งองค์ชายรองและองค์ชายสามได้มีรับสั่งให้ผู้ทีเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อปรึกษาวิธีรับมือในระยะยาวและหาต้นตอให้ได้โดยเร็ว

 

นางทานอาหารที่ถูกจัดเตรียมแยกกับค่ายผู้ป่วยแล้วขยับลุกขึ้น

 

"คุณหนูจะไปร่วมประชุมหรือเจ้าคะ" ฟางอันเอ่ยถาม นางอดแปลกใจไม่ได้เพราะคุณหนูของนางค่อยๆทานอาหารจนทุกคนน่าจะเข้าร่วมประชุมหมดแล้ว

 

"เปล่าข้าจะเดินไปดูที่ต้นน้ำเสียหน่อย" อวี้เหลียนตอบพลางหยิบผ้าคลุมมาสวมทับกันอากาศที่ค่อนข้างเย็นเพราะมีฝนปรอยๆลงมาตั้งแต่เมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน

 

"คุณหนูจะไปที่นั่นทำไมเจ้าค่ะฟ้าใกล้มืดแล้ว"

 

ฟางอันเอ่ยแย้งและหันไปส่งสายตาของความช่วยเหลือจากนางกำนัลคนสนิทของพระสนมที่ถูกส่งมาให้ติดตามคุณหนูของนางอีกคน แต่ยังไม่ทันที่ม่านชิงจะขยับปากนายทหารผู้หนึ่งก็วิ่งเข้ามาถามเสียก่อน

 

"คุณหนูจ้าวจะไปที่ใดหรือขอรับ"

 

"เจ้าเป็นใครกัน"

 

ม่านชิงเอ่ยด้วยเสียงเฉียบขาดขึ้นขึ้นมา การที่นายทหารคุยกับคุณหนูจ้าวโดยตรงไม่ดีนักที่ผ่านมานางก็ไม่เคยเห็นคุณหนูจ้าวยุ่งวุ่นวายกับทหารคนไหน

 

"ขออภัยที่เสียมารยาท ข้าน้อยเป็นทหารขององค์ชายสาม พระองค์มีรับสั่งให้ดูแลคุณหนูจ้าวขอรับ"

 

อวี้เหลียนเลิกคิ้ว นางไม่คิดว่าคนโผงผางตรงไปตรงมาอย่างองค์ชายสามจะละเอียดรอบคอบถึงเพียงนี้ ปกติแล้วหากนางมาอยู่ในค่ายเช่นนี้แล้วมีนางกำนัลหรือสาวใช้คอยติดตามก็นับว่าไม่ต้องห่วงอะไร แต่องค์ชายสามกลับเอ่ยปากให้คนของเขาคอยดูแลนางเฉพาะเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันเช่นนี้นับว่ารอบครอบและใส่ใจไม่น้อย

 

"ขออภัยแทนนางกำนัของข้าด้วยที่เสียมารยาท ข้าแค่กำลังจะเดินขึ้นไปดูต้นน้ำเสียหน่อย ได้ยินว่าหมู่บ้านนี้อยู่ไม่ห่างจากต้นน้ำนัก"

 

"ข้าน้อยต้องขออภัยเช่นกันที่ไม่ชี้แจงให้ชัดเจนเสียก่อนแต่คุณหนูจ้าวจะไปต้นน้ำในเวลานี้เพื่ออันใดกันขอรับ"

 

"ข้าก็แค่อยากตรวจสอบดูว่ามีอะไรที่ต้นน้ำทำให้พวกชาวบ้านป่วยหรือไม่" นางบอกตามตรง

 

"เช่นนั้นข้าน้อยขอตามไปด้วยขอรับ"

 

นางขยับยิ้มพยักหน้ารับ ที่นางบอกกล่าวตามตรงก็เพราะต้องการให้นายทหารผู้นี้ไปด้วย

 

ทหารขององค์ชายสามมีความชำนาญไม่น้อย เขาเรียกทหารชั้นผู้น้อยที่ลงพื้นที่มาก่อนให้นำทางหนึ่งคนและตนเองถือคบไฟที่ยังไม่ได้จุดตามหลัง

 

"นี่หรือต้นน้ำสายที่ชาวบ้านใช้กัน"

 

อวี้เหลียนเอ่ยถามขมวดคิ้วน้อยๆ เส้นทางน้ำสายนี้ไม่ใช่เส้นทางใหญ่นักแล้วยังมีทางแยกจากทางอื่นมารวมทำให้ตรวจสอบยาก นางรบกวนให้ทหารตักน้ำบางส่วนกลับไป น้ำจากทางอื่นที่ไหลมารวมนางก็ให้นำกลับไปด้วยก่อนจะรีบกลับลงไปด้านล่างเพราะฟ้าใกล้มืดเต็มที

 

นางให้ม่านชิงนำน้ำที่นำกลับมาไปให้หมอหญิงที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมตรวจสอบพิษดูพลางซักถามอาการคนป่ายจากนางกำนัลผู้ช่วยไปด้วย

 

สิ่งที่ทำให้นางแปลกใจคือทั้งเด็ก คนแก่ หรือหนุ่มสาวล้วนมีอาการที่ใกล้เคียงกันมาก เท่าที่นางรู้หากเป็นโรคระบาดอาการมักจะรุนแรงต่อคนชราและเด็กมากกว่าคนหนุ่มสาว ซ้ำผู้ป่วยที่มีอาการทรุดหนักจนต้องอยู่ในความดูแลใกล้ชิดของหมอและทำได้เพียงทายยาและน้ำเกลือประคองอาการกลับดีขึ้นไวกว่าผู้ป่วยที่อาการหนักน้อยกว่าเสียอีก แต่ผู้ป่วยพวกนั้นเมื่อถูกส่งกลับไปเป็นผู้ป่วยธรรมดาไม่สาหัสก็กลับกำเริบขึ้นมาอีก ยิ่งฟังนางก็ยิ่งงง เพราะแบบนี้หมอหลวงจึงหาสาเหตุไม่ได้เสียที

 

นางซักถามถึงเรื่องหมูบ้านรอบๆอีกเล็กน้อยก่อนม่านชิงจะกลับมา

 

"คุณหนู หมอหญิงตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วแต่ก็มิพบเจอพิษปนเปื้อนเลยเจ้าค่ะ"

 

นางก็ไม่ได้หวังมากนักจึงไม่รู้สึกแย่อะไร หมู่บ้านนี้พบผู้ป่วยคนแรกตั้งแต่สี่วันที่แล้วซ้ำยังมีฝนตกทุกวันมันจะถูกเจือจางไปหมดก็ไม่แปลก ในตอนนี้พวกหมอหลวงคงมุ่นเน้นการหาวิธีรักษาให้หายส่วนบรรดาองค์ชายก็คงต้องมุ่งเน้นเรื่องนั้นมากกว่าการหาต้นตอจริงๆแล้วเพราะชีวิตชาวบ้านสำคัญกว่า และหากไม่มีใครหายในสองสามวันนี้นางเกรงว่าหมูบ้านนี้คงถูกตัดสินให้เป็นโรคระบาดเป็นแน่

 

เมื่อถึงตอนนั้นนางไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเป็นอย่างไร เท่าที่นางเคยดูหนังหรืออ่านเจอ การระงับโรคระบาดได้คือการไม่ให้ผู้ป่วยออกนอกพื้นที่และเมื่อเริ่มมีคนตายสุดท้ายแล้วก็จำต้องเผาทั้งหมด ทั้งหมดนี้หมายถึงคนที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วย เพราะแบบนี้อย่างไรเล่านางจึงไม่อยากมา

 

อวี้เหลียนถอนหายใจอย่างแรงด้วยความคับข้องใจ "น้ำที่เจ้านำกลับมาเป็นเช่นไรบ้าง"

 

น้ำเสียงทุ้มที่เอ่ยถามทำให้นางต้องหันมอง เป็นองค์ขายสามที่เอ่ยถามพร้อมส่งรอยยิ้มน้อยๆมาและตามติดมาด้วยองค์ชายสองและอันจี๋ชุน

 

"น้ำอันใดกัน?" องค์ชายรองเอ่ยถามบ้าง

 

"เสด็จพี่คงเอาแต่ดูแลคุณหนูอันจนไม่รู้ คุณหนูจ้าวนางขึ้นไปที่ต้นน้ำดูว่ามีความผิดปกติใดหรือไม่และนำกลับลงมาให้หมอตรวจสอบดูด้วย"

 

นางชื่นชมองค์ชายสามที่เข้าร่วมประชุมอยู่แต่รู้ดีขนาดนี้แต่ที่ชื่นชมยิ่งกว่าคือฝีปากที่จิดกัดพี่ชายและกระทบกระทั่งได้ดีเหลือเกิน

 

ฟังดูก็รู้ว่ากำลังว่ากล่าวองค์ชายรองที่เอาแต่ใส่ใจสตรีไม่สนใจสิ่งอื่นบ้าง นางเห็นองค์ชายรองหน้าตึงขึ้นมาแต่คุณหนูอันกลับทำหน้าสลดชวนให้สงสารเห็นใจเหลือหลาย

 

"หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ"

 

เสียงหวานอ่อยๆทำให้จิตใจชายหนุ่มหวั่นไหวได้ดี แม้แต่องค์ชายสามอู๋หมิงยังปรากฏความไหววูบในดวงตาชั่วครู่

 

"หม่อมฉันมิได้อยากรบกวนองค์ชาย แต่หม่อมฉันอยากช่วยจริงๆเพคะ"

 

อันจี๋ชุนเอ่ยเสียงเครือในขณะที่พระเอกผู้ใจดีเอ่ยปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

 

ความสนิทสนมใกล้ชิดของทั้งคู่ทำให้คิ้วคมขององค์ชายสามขมวดเข้าหากัน ดูเหมือนว่าองค์ชายสามก็หมายตานางเอกผู้มีปราณแข็งแกร่งไม่น้อย แต่ความปากเสียที่มีคงทำให้คะแนนทิ้งดิ่งแล้วกระมัง

 

"แล้วเจ้ามีความคิดใดบ้างหรือไม่"

 

นางเอ่ยขัดบรรยากาศสีชมพู ไม่ใช่ว่านางริษยาแต่คิดว่านางเอกแบบอันจี๋ชุนน่าจะพอมีความคิดดีๆหรือเทพเซียนคงอำนวยให้บังเอิญสังเกตเห็นอะไรบ้าง

 

"คุณหนูจ้าวหมายความเช่นไรกัน"

 

นางเลิกคิ้ว "ก็ข้าเห็นเจ้าเข้าร่วมประชุมด้วย"

 

"ข้า..." ท่าทางอึกอักของอันจี๋ชุดกับสายตาไม่พอใจของสาวใช้ด้านหลังนางที่มองตรงมาดูจะเป็นคำตอบที่ดี

 

นี่ข้าเผลอต้อนนางเอกผู้อ่อนหวานจนมุมเสียแล้วซ้ำนางยังรู้สึกเหมือตัวเองโง่งมที่ไปหวังพึ่งแม่นางเอกนี่เสียได้!!!

 

"ขออภัยข้ามิได้ตั้งใจจะว่าเจ้า"

 

นางเอ่ยปากแต่โดยดีเพราะภาษาตีความลึกซึ้งของโลกนี้ทำให้อาจจะเข้าใจได้อีกความหมายหนึ่ง

 

'เจ้ามีความคิดอะไรดีๆบ้าง ข้าเห็นเจ้าเสนอหน้าเข้าร่วมประชุม'

 

"มิได้ตั้งใจอันใดกัน ข้าเห็นว่าท่านจงใจเอ่ยปากให้คุณหนูของข้าเสียหน้า!"

 

มิใช่อันจี๋ชุนที่ตวาดใส่นางเพราะเจ้าตัวยืนทำน้ำตาคลออยู่แต่เป็นสาวใช่ของนาง

 

อวี้เหลียนสบตากับสาวใช้ปากกล้าที่ปกป้องผู้เป็นนายส่วนอีกคนก็จ้องมองนางด้วยดวงตาวาวโรจน์ไม่ต่างกัน

 

อวี้เหลียนเลิกคิ้วถาม "ข้าเพิ่งรู้ว่าตระกูลอันอบรมสาวใช้เช่นนี้"

 

"ท่านกล้าว่าตระกูลอันหรือ แล้วที่ท่านทำให้คุณหนูของพวกเราขายหน้าเล่า!"

 

"ข้าก็เอ่ยขอโทษไปแล้วอย่างไรเล่า"

 

นางมองไปยังคุณหนูอัน "ข้าไม่รู้ว่าการอบรมตระกูลอันบนพร่องหรือเจ้ายังถูกอบรมไม่ดีพอ การปล่อยให้สาวใช้ขึ้นเสียใส่ผู้อื่นแทนตัวเองเช่นนี้ข้าควรเข้าใจว่าอย่างไรกัน?"

 

"แต่ข้ามิได่สั่งให้นางทำ" อันจี๋ชุนกล่าวเสียงเครือ

 

"แต่เจ้าก็ไม่ห้าม"

 

นางย้อนพร้อมกับก้าวเข้าไปหาเจ้าของร่างบาง สาวใช้ของอันจี๋ชุนตั้งท่าจะผลักนางออกนางจึงปลดปล่อยปราณออกมาบางส่วนจนสาวใช้ทั้งสองคนกระเด็นถอยหลังเพราะทนแรงดันของปราณที่สูงกว่าไม่ไหว

 

อวี้เหลียนยิ้มบางให้ผู้ที่มีปราณทัดเทียมกัน

 

"ครั้งหน้าหากเจ้ายังไม่รู้จักอบรมสาวใช้ของเจ้าให้ดีแล้วปล่อยให้เสนอหน้าเถียงข้าอีก ข้าสัญญาว่าจะอบรมแทนให้!"

 

คุณหนูผู้บอบบางตัวสั่นได้อย่างไม่น่าเชื่อทั้งที่ปราณเจ้าตัวก็ไม่ด้อยแต่มันช่างเข้ากับบทนางเอกเสียเหลือเกิน

 

ดวงตาหวานคลอไปด้วยหยดน้ำตาช้อนมององค์ชายทั้งคู่และวิ่งผละจากไปมีสาวใช้วิ่งตามโดยมีเสียงสะอื้อคลอลอยมาตามลม

 

ชางเซิ่งอู๋หมิงขยับยิ้มขบขันกับความสนุกของการทะเลาะเบาะแว้งของสตรีทั้งคู่ เขามองเจ้าของดวงตาคมที่ส่งรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมให้คุณหนูอันอย่างถูกใจ

 

"ครั่งหน้าหากสาวใช้คุณหนูอันเสียมารยาทอีกข้าจะให้ยืมมือทหารของข้า มิเช่นนั้นเกรงว่ามือสวยๆของเจ้าจะระคาย"

 

อวี้เหลียนหันมองคนกล่าว นับว่าองค์ชายสามผู้นี้รู้ใจไม่น้อย

 

"ขอบพระทัยเพคะ"

 

"เจ้าไม่ควรจะว่านางถึงขนาดนั้นเลย" แต่ก็ยังมีคนที่มีความเป็นสุภาพบุรุษอย่างสูงส่งเทียมฟ้าเอ่ยว่ากล่าวนาง

 

"หม่อมฉันของเรียนถามองค์ชายเหอเสี่ยง หากพระองค์ไม่อยากให้เป็นเช่นนี้เหตุใดจึงไม่เอ่ยปากตักเตือนคุณหนูอันให้อบรมสาวใช้ของนางแต่แรกกันเพคะ"

 

นางหันไปเผชิญหน้ากับพ่อพระเอกตรงๆ

 

"หรือพระองค์กำลังจะบอกว่าที่เมินเฉยเพราะต้องการเข้าข้างคุณหนูอัน หากเป็นเช่นนั้นหม่อมฉันคิดว่าพระองค์ควรไปเตือนนางให้รู้จักอบรมสาวใช้ของตัวเองเสียจะดีกว่า กิริยาของสาวใช้บ่งบอกการมบรมของผู้เป็นนาย ในตอนนี้นางคือคุณหนูอันจี๋ชุน ไม่ใช่หญิงชาวบ้านที่จำเป็นต้องร้องไห้ให้คนสงสารไปซะทุกครั้งยามที่โดนรังแกอีกแล้ว"

 

นางเห็นว่าองค์ชายรองนิ่งไป แน่นอนว่านางไม่อยากมีปัญหากับเชื้อพระวงศ์จึงเอ่ยขออภัยหากกล่าวตรงเกินไปและทูลลาออกมาด้วยมาดนางพญาทั้งที่จริงๆแล้นางกำลังชิ่งหนีนั่นแหละ

 

ดีหน่อยที่องค์ชายสามดูจะถูกใจเหลือเกินกับใบหน้ามึนงงอึกอักของพี่ชายจึงขอเดินไปส่งนางที่กระโจมด้วยนางจึงรอดพ้นไปได้อย่างงดงาม

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.481K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,834 ความคิดเห็น

  1. #2810 Aeypanrada9464 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 12:26
    หึ สะใจมาก
    #2,810
    0
  2. #2805 Sriploy Ktn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 14:20
    นี่ตะเข้าสู่จุดนางร้ายมั้ย55555555 กลัวใจแทน
    #2,805
    0
  3. #2485 KayPdm (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 00:28
    รอดพ้นไปได้อย่างงดงาม555 คือชอบคำนี้
    #2,485
    0
  4. #1832 Poonchanit (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 03:53
    ถ้าเป็นชีวิตทำงานจริง ตอนเข้าประชุมไม่ไปร่วม แล้วไปทำอะไรเอง รีดก็ไม่ชอบ การทำงานไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
    กรณีนี้ยิ่งทำให้อวี้เหลียนเด่น แต่ไรท์อาจมองต่างมุมก็ได้
    #1,832
    1
    • #1832-1 TammyBeNana(จากตอนที่ 10)
      27 มกราคม 2564 / 02:56
      ไม่ร่วมประชุม ไปหาข้อมูลเองแล้วมาคาดคั้นนางเอกให้ตอบ เหมือนตั้งใจหาเรื่อง ก่อนหน้านี้ก็ด้วย
      #1832-1
  5. #1770 ไออิกู (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 19:58
    5555555สะใจโพดๆ
    #1,770
    0
  6. #1365 sasamama (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 13:13
    แรงชัดเจน ชอบๆ
    #1,365
    0
  7. #1049 Pat-osw-k-no (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 19:26
    โอ้องค์ชายสามบทของท่านคือเพื่อนนางเอกสินะ โอ้โอ้
    #1,049
    0
  8. #1043 palm-mild (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 11:19
    อุว่ะฮ่าๆๆๆ
    #1,043
    0
  9. #831 Supriya (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 23:59
    สนุกค่ะ ขอบคุณมากคับผม
    #831
    0
  10. #719 Kungbible (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 17:41
    จริงๆต้องลงโทษ สาวใช้ที่กล้าว่านางร้าย
    เพราะนางร้ายของเรื่อง คือ ลูกสาวอัครเสนาบดี มีอาเป็นกุ้ยเฟย
    ไม่ใช่ให้สาวใช้ที่ไหนมาชี้หน้าว่าได้
    ที่สำคัญ องค์ชายทั้งคู่ทำไมไม่คิดท้วงติงทั้งที่ตัวเองก็มีเกียรติมีศักดิ์ติดตัว น่าจะรู้เรื่องฐานะเหล่านี้ดีนะ
    #719
    0
  11. #495 nee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 19:37

    พระเอกก็ต้องเข้าข้างนางเอกอยู่แล้ว ไม่แปลกๆ

    #495
    0
  12. #345 Gc'milan candy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 00:51
    ลำไยองค์ชายรอง ไปรักกันให้ใกล้ๆ สะใจจริงๆ 55555
    #345
    0
  13. #155 sujittraphomphai (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 22:32

    ......
    #155
    0
  14. #95 pichcha2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 20:24

    ไม่ชอบนางเอกเจ้าน้ำตา ชอบนางร้ายที่ฉลาดเจ้าค่ะ
    #95
    0
  15. #94 Suthasinee Lamoh (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 10:24

    เสแสร้งป่ะเนี่ยนางเอกอะ สู้ๆนะคะ
    #94
    0
  16. #93 Meme1112 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 07:29
    นางเอกน่าจะร้ายไม่เบา
    #93
    0
  17. #92 C_cream14795 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 07:04
    ค้างงงหยุดไม่อยู่
    #92
    0
  18. #91 Nantanat_neung (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 06:34
    รอออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #91
    0
  19. #90 moomt (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 02:58
    สนุกมาค่ะ
    #90
    0
  20. #89 Hunna_2000 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 01:27

    รอออออ
    #89
    0
  21. #88 JInoo_× (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 00:52

    เริ่ดๆ สนุกคร้าาาา
    #88
    0
  22. #86 nae_tae (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 00:18

    สนุกค่ะ รอค่า

    #86
    0
  23. #85 beaw02 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 23:45

    ขอบคุณค่ะสนุกมาก
    #85
    0
  24. #84 pu0506 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 23:31
    เรื่องนี้สนุกอ่ะ ชอบ ชอบ รอตอนต่อไปนะคะ
    #84
    0
  25. #83 BaifeurnStory (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 23:26
    ชอบค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ
    #83
    0