END love "จบรักสถานะเพื่อน"

ตอนที่ 27 : บันทึกของเพื่อน ฉบับ19 “Freshy night 1”

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ส.ค. 63

 THEME

 

งานเฟรชชี่ไนท์ปีนี้คือเสื้อ 3 สี ที่มีความหมายว่า

ดำ = มีแฟนแล้ว

ขาว = โสด

เทา = อยู่ในความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างอธิบายยาก

 

หากต้องการบอกคนรอบข้างว่าคุณอยู่ในสถานะไหน

หยิบสีที่ถูกใจแล้วก้าวมาร่วมงานเฟรชชี่ไนท์ของปีนี้กันได้เลย

 

 

Por Part

 

บางทีมันก็เป็นความรู้สึกโดดเดี่ยวทั้งที่นั่งอยู่ท่ามกลางผู้คน เพียงเพราะใครบางคนที่นั่งอยู่ข้างเรา ทำให้รู้สึกว่าเรากลายเป็นคนไร้ตัวตนในสายตาของเขา เราเป็นแค่เงาที่เขามองข้ามกลายเป็นส่วนเกินของชีวิต

เพียงเพราะสถานะของเราคือ In friendship ไม่ใช่ In relationship เราเลยต้องอยู่กับคำว่าเฟรนด์โซนไม่ใช่แฟนโซน

สถานะเพื่อนก็เจ็บพอแล้ว แต่สิ่งที่เจ็บยิ่งกว่า คือการมองเห็นเพื่อนตัวเองกำลังจะเลื่อนสถานะเป็นอย่างอื่นกับใครบางคนที่ไม่ใช่เรา

 

ผมรู้สึกได้หลังจากวันนั้นว่าตัวเองเปลี่ยนไปมาก จากที่เคยพูดเยอะกลับกลายเป็นคนพูดน้อย โดยเฉพาะกับใครบางคนที่มีอิทธิพลกับหัวใจ

กลายเป็นว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาผมกลับมาอยู่กับถุงแป้งมากขึ้นอีกครั้งทั้งที่ปั๊มทำตัวเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตั้งแต่วันนั้นมันยังคงบอกผมว่าเย็นนี้ไปส่งทุกวัน แต่กลับเป็นผมเองที่ปฏิเสธความหวังดีจากมัน เพราะยิ่งมันทำดีกับผมในฐานะเพื่อนมากเท่าไหร่ มันยิ่งทำให้หัวใจผมบอบช้ำมากเท่านั้น

 

พรุ่งนี้จะเป็นค่ำคืนสำหรับ Freshy night แล้ว ในตีมงาน โสดสีขาวมีแฟนแล้วสีดำสถานะคลุมเครือสีเทา ตอนแรกผมก็คิดว่าจะใส่สีเทา แต่ตอนนี้ทุกอย่างชัดเจนมากผมคงตัดสินใจไม่ผิดที่จะใส่สีขาว เพราะใครบางคนคงเลือกใส่เสื้อสีดำแทนที่จะเป็นสีเทาไปเรียบร้อยแล้ว

ยิ่งคิดยิ่งเศร้าผมว่าผมไลน์หาพี่รหัสดีกว่า ผมเลือกที่จะไม่คุยเรื่องนี้กับใครขนาดถุงแป้งที่จับความผิดปกติได้ผมก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกไป ช่วงนี้ผมเลยมีพี่รหัสเป็นเพื่อนคุยแทน พี่เขาเป็นคนที่รับฟังทุกอย่างรวมถึงความรู้สึกแย่ ๆ ของผมด้วย

‘รู้สึกรักพี่รหัสจัง พี่กระโถนของน้องปอ’

 

LINE

G

[โอเคขึ้นยัง]

ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

[อยากระบายอะไรไหม]

ระบายไปหมดแล้ว

ฮือออ น้องเศร้า

[ไม่เป็นไร เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น]

[G send sticker] Fighting!!!

ขอบคุณนะครับพี่เกียร์

ถ้าไม่มีพี่ ปอก็ไม่รู้จะระบายกับใคร

[ไม่เป็นไร พี่ยินดี]

[ถึงจะช่วยอะไรไม่ได้ก็เถอะ 5555]

พี่แค่รับฟังก็พอแล้ว

เป็นกระโถนของน้องปอ

[พี่ว่ากระโถนมันดูไม่ดีเท่าไหร่นะ]

[มันเหมือนพี่กำลังรับ...]

[G send sticker] TT_TT

‘Por send sticker’ eiei ^_^

 

พรุ่งนี้พี่ไปเฟรชชี่ไนท์ปะครับ

[ไป ๆ พี่ต้องไปเชียร์รุ่นน้อง]

[กึ่ง ๆ โดนบังคับอะ 5555]

แล้วพี่ใส่เสื้อสีอะไรอะ

[จะหลอกถามว่าพี่มีแฟนรึยังใช่ไหม]

อย่ารู้ทันสิครับ

[เสียใจด้วยนะ เพราะพี่ใส่ชอป]

โธ่ หมดสนุกเลย

[แต่ชอปพี่สีเทานะ]

นั่น ๆ ๆ ต้องมีอะไรแน่ ๆ

[แล้วน้องใส่สีอะไร]

ถ้าอยากรู้พรุ่งนี้พี่ต้องมาดูเอง

555555

[โอเค ๆ งั้นพรุ่งนี้เจอกัน]

แล้วเจอกันนะครับ

 

 

จริง ๆ ผมก็กังวลกับงานเหมือนกันว่าควรแต่งตัวยังไง ถุงแป้งบอกให้ผมใส่เสื้อ Over size เพราะกำลังนิยมในกลุ่มผู้ชายตัวเล็ก ผมเลยเลือกใส่กางเกงยีนขาเล็กสีน้ำเงินกับเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่โคร่งที่สกรีนกลางหน้าอกว่า Alone ผมว่ามันเข้ากับความรู้สึกผมช่วงนี้ดีนะ

แต่งตัวเรียบง่ายขนาดนี้หวังว่าพี่เกียร์จะหาผมเจอนะ

 

ผมมาถึงก่อนเวลานัดเพราะเพื่อนในกลุ่มยังแต่งตัวไม่เสร็จ ต่างกับผมที่แค่เปลี่ยนเสื้อกับกางเกงอย่างละชิ้นแล้วถอดแว่นออก

ใช่ครับปกติผมใส่แว่นทรงสี่เหลี่ยมพอดีหน้า แต่ยายแป้งบอกว่าถอดแว่นแล้วน่ารักกว่า ถึงจะบอกให้ใส่คอนแทกต์เลนส์แต่มันก็น่ากลัวเกินไป

กรรมของวันนี้ผมเลยกลายเป็นคนตาบอดชั่วคราวที่มองหน้าใครไม่ชัดสักราย เห็นอะไรก็เบลอไปหมด ถ้าใครเดินมาเจอช่วยทักผมก่อนทีนะ ผมไม่ได้หยิ่งผมแค่ไม่มีแว่น

 

น่าแปลกจัง แค่ผมใส่เสื้อสีขาวตัวโคร่งพร้อมทั้งถอดแว่นสายตา แม้ภาพตรงหน้าจะเลือนรางไปบ้างแต่ก็รู้สึกได้ถึงสายตาแปลก ๆ ที่ส่งยิ้มมาให้เยอะกว่าทุกที คนรอบข้างมองผมเยอะผิดปกติทั้งที่วันอื่นไม่เห็นจะมีใครมองสักคน

หรือเพราะปกติผมเอาแต่อยู่ในกลุ่มคนเถื่อนอย่างพวกถุงแป้งณดลและไอ้ปั๊มกัน ถึงไม่มีใครกล้ามอง

 

ผมเดินเล่นภายในงานที่ประดับประดาไปด้วยชุดไฟแสงสลัว ระหว่างที่รอเพื่อนคนอื่น ๆ มีใครบางคนที่ผมไม่คุ้นทั้งหน้าและเสียงทักทายด้วยน้ำเสียงแปลกประหลาด ถึงจะเห็นไม่ชัดแต่ผมรู้สึกได้ว่าเขามีเจตนาอื่นแอบแฝงอยู่

“สวัสดีครับน้อง แต่งตัวน่ารักจัง เสื้อ Alone แถมใส่สีขาวซะด้วย แสดงว่ายังโสดใช่ไหมครับ”

“ก็...โสดอยู่ครับ” ผมตอบไปตามตรง เพราะตีมงานบอกว่าคนที่โสดให้ใส่สีขาว

“คืนนี้ให้พวกพี่ ๆ ดูแลน้องนะครับ”

“เอ่อ... คือ...” ไอ้ดูแลที่ว่านี่มันแบบไหนกันวะ

“ไม่ต้องกลัวนะครับ พี่กับเพื่อนสองคนจะดูแลน้องอย่างดีเลย”

“...” ทำไมสถานการณ์ถึงได้น่าอึดอัดแบบนี้ แค่ฟังดูก็รู้แล้วว่าคนพวกนี้ไม่ได้มาดีแน่ ผมควรปฏิเสธยังไงดี

“ขอดูแลทั้งร่างกาย และหัวใจน้องเลยได้เปล่าครับ”

“ฮิ้วววว” ชงเองตบเองแซวกันเอง แบบนี้ก็ได้เหรอวะ

เหนื่อยใจเหลือเกินกับคนที่อยู่ตรงหน้า ใครก็ได้ช่วยพาผมออกไปจากตรงนี้ที

 

“หัวใจมันไม่ว่างครับ! มีเจ้าของแล้ว!” ใครบางคนตะโกนเสียงดังจากด้านหลัง

 

น้ำเสียงของคนตัวสูงที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมก้าวมาโอบไหล่ผมจากด้านหลังด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจอย่างว่องไว เล่นเอาพวกพี่เขาอึ้งกันทั้งกลุ่ม ไม่ใช่แค่พวกนั้นหรอกที่อึ้งผมก็อึ้ง มึงมาได้ยังไงไอ้ปั๊ม!

“เอ่อ...เพื่อนน้องใส่สีขาวมา ก็เท่ากับโสดดิ”

“ขอโทษแทนแฟนผมด้วยครับ ทีทำให้เข้าใจผิด” ร่างสูงพูดพลางเอามือมาขยี้หัวผมเล่น

“...” ไอ้เชี่ยปั๊ม ใครแฟนมึง กูเหรอ! มึงหมายถึงกูเหรอ!!!

“แต่พี่ว่า...”

“ผมไม่รู้หรอกว่ามันงอนอะไร ถึงใส่สีขาวมา แต่ที่แน่ ๆ คืนนี้สงสัยมันคงต้องเคลียร์กับผมทั้งคืน”

“ไอ้เหี้ยปั๊ม!!!” ผมสบดด่ามันเป็นสัตว์เลื้อยคลานไปหนึ่งที กูไปตกลงเป็นแฟนมึงตอนไหนวะ

“งอนแล้วทำมาขึ้นเสียง! เรื่องเก่ายังไม่เคลียร์แถมสร้างเรื่องใหม่ให้กูอีกนะ”

“...” พูดแบบนี้แล้วผมจะเถียงอะไรมันได้ นี่ตกลงผมเป็นฝ่ายผิดเหรอ งงครับ ใครก็ได้ช่วยอธิบายที

“เอ่อ...ขอโทษครับ คือพวกพี่ไม่รู้” พี่คนที่อยู่ใกล้ผมที่สุดเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น

“มึง ๆ เพื่อนตามแล้ว รีบไปเร็ว”

 

พี่อีกคนทำทีเป็นหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาคุย จริง ๆ ผมก็ไม่อยากจะขัดหรอกนะ แต่พี่ถือโทรศัพท์กลับด้าน!

“พวกพี่ขอตัวก่อนนะ”

“เชิญครับพี่” แล้วพี่ ๆ กลุ่มใหญ่ก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้แต่ผมให้ยืนงงอยู่กับคนตัวสูง นี่มันเรื่องอะไรวะ

 

“ไอ้เชี่ยปั๊ม! มึงพูดอะไรออกไป เล่นอะไรของมึง!” ผมถามมันไปอย่างไม่เข้าใจ

“อ้าว! ไม่อยากเป็นแฟนกูหน่อยเหรอ กูหล่อกว่าพวกนั้นตั้งเยอะ” ยังมายอกย้อนใส่ผมอีก

“ใช่เรื่องเล่นปะ! คนเข้าใจผิดหมด”

“ปล่อยมันเข้าใจผิดไปเถอะ คนแบบนี้เขาไม่ได้มาดีกับมึงหรอก”

“มึงรู้ได้ไงว่าเขาไม่ได้มาดี”

“ดูทีก็รู้แล้วเว้ย แบบนี้เขาหวังจะเอามึงแค่นั้นแหละ เดี๋ยวเบื่อก็หาเหยื่อรายใหม่”

“มึงก็เลยมาช่วยไม่ให้กูโดนพวกนั้นเอา ว่างั้น?”

“อื้ม”

“กูเป็นผู้ชาย กูดูแลตัวเองได้เว้ย”

“แล้วกูไม่มีสิทธิ์เป็นห่วงมึงเลยเหรอ สั้น ๆ กูหวงเพื่อน จบนะ”

 

ถ้ามึงช่วยตัดคำว่าเพื่อนออกไปกูจะขอบใจมึงมากเลย เกือบจะหลงคำพูดของไอ้ปั๊มเข้าแล้วถ้าไม่ติดไอ้ตรงคำว่าเพื่อนของมันเนี่ย ได้ยินแค่นี้ก็หงุดหงิดจะแย่แล้วครับ

 

“แล้วมึงแต่งตัวเชี่ยอะไร ทำไมใส่สีขาว ไหนจะ Alone อีก แว่นตาก็เสือกไม่ใส่”

“ก็ตามตีม กูโสดก็ต้องใส่สีขาว คำว่าAloneคือกูชอบ ส่วนแว่นตาถุงแป้งบอกให้ถอด”

“มึงก็เชื่อคนง่ายเหมือนเดิม ตีมนี้รุ่นพี่แม่งทำมาเพราะจะใช้หาประโยชน์แบบเมื่อกี๊แหละ”

“แล้วมึงใส่เสื้อยืดที่เทากับเสื้อคลุมหนังสีดำตามตีมมาทำไม!” ผมแบะปากกับเสื้อดำของมันทันที

“เสื้อกูมีอยู่แค่นี้ไง กูไม่ได้มีเสื้อผ้าเยอะ”

“อ๋อเหรอ กูนึกว่ามึงมีเจ้าของแล้ว” สีดำแปลว่ามีแฟนแล้ว มึงไม่จำเป็นต้องใส่สีดำมาก็ได้ปะ

“ทีแบบนี้ล่ะทำปากเก่ง พอโดนรุมหน่อยทำเป็นพูดไม่ออก”

“เหอะ! กูดูแลตัวเองได้”

“งั้นกูไปนะ”

“เดี๋ยวปั๊ม...มึงจะไปไหน”

“หลังเวที ไอ้กายโทรมาบอกให้ช่วยไปเซตผม แม่งเซตไม่เป็น”

“เออ ๆ เดี๋ยวกูรอถุงแป้งแถวนี้แหละ”

“มึงเอานี่ไป”

 

พรึบ

 

วัตถุบางทะยานตัวในอากาศก่อนตกลงสู่มือผม

“มึงเอาเสื้อคลุมให้กูทำไม” เสื้อคลุมสีดำถูกโยนใส่มือผมทันทีที่ปั๊มพูดจบ

“ใส่ซะ คนอื่นเขาจะได้รู้ว่ามึงมีเจ้าของแล้ว”

“ไอ้ปั๊ม!!!”

“หรือมึงอยากเป็นเหยื่อล่อตาล่อใจ แล้วโดนเสือหลอกไปขย้ำก็ตามใจ" 

"..." เอายังไงดีวะ ผมเริ่มลังเล ถ้าเจอแบบเมื่อกี๊อีกผมจะเอาตัวรอดเองได้ไหมนะ

"ถ้าไม่อยากก็รีบ ๆ ใส่”

“แต่ข้างในกูใส่สีขาว” ผมพยายามอธิบาย

“ก็เสื้อคลุมกูสีดำ ใครเข้ามาคุยมึงก็บอกไปว่ามีแฟนแล้ว”

“แล้วถ้าเขาไม่เชื่อล่ะ”

“มึงก็บอกไปว่าเสื้อคลุมแฟน แฟนให้มาใส่ก่อนเข้างาน ดูทีก็รู้แล้วว่าไม่ใช่เสื้อมึง แม่งใหญ่กว่าตัวมึงตั้งเยอะ”

“งั้นกูก็ต้องโกหกดิว่ามีแฟนแล้ว กูไม่ชอบโกหก”

อันนี้เรื่องจริงครับ ผมเป็นคนไม่ชอบโกหก ปกติถ้าไม่อยากพูดอะไรผมมักจะเลี่ยงโดยการบอกว่าขอไม่เล่าหรือขอไม่พูดเรื่องนั้นมากกว่า จะมีก็แค่กับป๊าที่ผมต้องโกหกสีขาวให้สบายใจ

แต่ถึงจะพยายามเถียงอีกฝ่ายมากแค่ไหน ผมก็ใส่เสื้อคลุมหนังสีดำของมันไปแล้ว แม่งตัวโคตรใหญ่แถมโคร่งกว่าเสื้อยืด Over size ผมตั้งเยอะ ใส่แบบนี้แล้วมันจะตลกไหมนะ

“เฮ้อ กูล่ะเซ็งมึงจริง ๆ”

ร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะกุมขมับเพราะคำพูดผม เวลาผ่านไปไม่นานเหมือนอีกฝ่ายจะคิดอะไรบางอย่างได้ ผมสังเกตรอยยิ้มที่ดูไม่น่าไว้ใจของมันแล้ว มาสภาพนี้ต้องมีแผนอะไรในใจเพื่อจะแกล้งผมอีกแน่ ๆ

ไอ้ปั๊มบอกให้ผมเอาหูมาใกล้ ๆ ก่อนจะกระซิบอย่างแผ่วเบา

“งั้นเป็นแฟนกันนะครับ ใส่เสื้อไปแล้วแบบนี้แปลว่าตกลงเนอะ ตอนนี้คบกันแล้วถ้าใครมาถามก็บอกได้เต็มปากแล้วเนอะว่ามีแฟนแล้ว”

 

ช็อก! ช็อก! ช็อกฉิบหาย!

 

ดวงตาผมเบิกกว้างค้างแข็งแถมยังอ้าปากจนแมลงวันเกือบบินเข้าไป ผมรับรู้ได้ถึงความร้อนที่โลดแล่นไปทั่วใบหน้า ไม่อยากคิดเลยว่าตัวเองจะหน้าแดงขนาดไหน เถียงสิไอ้ปอเถียงไปอย่างที่เคยทำ ได้แต่คิดแล้วก็ยอมแพ้

โชคดีที่ตรงนี้มืดกว่าจุดอื่นไม่อย่างนั้นผมอาจอายกว่านี้ เพราะหน้าผมคงแดงจนไม่เหลือพื้นที่สีเนื้อบนใบหน้าแล้ว ให้ตายเถอะ ไอ้เพื่อนบ้า!

“จนกว่าจะหมดคืนนี้จะไม่มีคำว่าเพื่อนอีกแล้ว”

“...”

ผมยังไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้ เพราะระบบประมวลผลในหัวถูกทำลายด้วยคำว่าแฟนไปเรียบร้อยแล้ว

“เลือกเอาว่าคืนนี้จะบอกคนอื่นว่า กูเป็นแฟนมึง หรือ มึงเป็นแฟนกู ฮ่า ๆ ๆ”

พอเห็นว่าผมไม่ตอบโต้มันยิ่งแกล้งผมใหญ่เลย เหมือนคนทิ้งระเบิดแล้ววิ่งหนี พอมันพูดเสร็จก็รีบชิ่งหนีไปหลังเวทีอย่างไว จะแกล้งก็ให้มันมีขอบเขตหน่อย เออ! ยอมรับก็ได้ว่าผมเลิกอารมณ์เสียเรื่องวันก่อนแล้ว มันหายสนิทแล้ว

 

sds

แม้ปั๊มจะเดินไปไกลแล้วแต่เหมือนมันจะเห็นว่าผมยังยืนนิ่งเหมือนคนสติหลุดไม่ยอมขยับเขยื้อนก้าวเดินไปไหน มันเลยโผล่หน้าออกจากม่านคลุมหลังเวทีพร้อมตะโกนหาผมที่ยืนอย่างไร้สติว่า

 

“ดูแลตัวเองดี ๆ นะครับแฟน มึงเขินจนหน้าแดงหมดแล้ว ฮ่า ๆ ๆ”

 

รอบตัวผมมีแต่คนหันมามองพร้อมส่งยิ้มอย่างขวยเขินมาให้ ถ้าคนอื่นมองคงเหมือนคำพูดที่แฟนคุยกัน แต่หัวใจผมตอนนี้เนี่ยสิ ไอ้เพื่อนเลว เลิกแกล้งกันได้แล้ว!

ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลให้ที คุณหมอครับขอถังออกซิเจนหน่อยผมหัวใจจะวายแล้วววววว

 

__________________________________________

 

จริง ๆ ตอนพิเศษยังเหลืออีก 2 ตอนที่รันยังไม่ได้เขียน 

แต่ขอกลับมาลงเนื้อเรื่องหลักก่อนนะครับ กลัวนักอ่านจะรอนาน

ไว้คุณปั๊มทำตัวน่ารักเมื่อไหร่ รันจะกลับไปเขียนตอนพิเศษหยุดยาวสี่วันให้จบ

ปล รันเกือบปั่นตอนนี้ไม่ทันแหนะ 5555

 

สำหรับเนื้อหาในตอนนี้ก็...

เป็นวิธีการง้อผสมแกล้งของคนซึน ๆ คุณเขารู้จุดอ่อนเพื่อนสนิท

ว่าแต่...คุณปั๊มนี่ขี้หวงเพื่อนเหมือนกันเนอะ 555

ปล พี่ G เป็นพี่สายรหัสที่น่ารักมาก : )

 

ตอนหน้าอาจดึงดราม่าอีกสักนิด

เพราะโบว์(แฟนเก่าปั๊ม)จะกลับมาในวันพฤหัส 

เตรียมมีดรอไว้เลยก็ได้ แล้วค่อยเลือกอีกทีว่าจะแทงใคร

เธอจะแทงใครก็ได้ แต่เธอจะแทงรันไม่ได้นะ 5555

 

Enjoy Reading

รัก... Run(END)

 


 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น