END love "จบรักสถานะเพื่อน"

ตอนที่ 20 : บันทึกของเพื่อน ฉบับพิเศษ "ถ่ายรูป 2"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ก.ค. 63

Por part

 

วันที่พวกเรานัดหมายกันมาถึงเร็วกว่าที่คิด วันศุกร์ตอนบ่ายครึ่งพวกเราทั้งสี่คนจึงมารวมตัวกันอยู่ที่ห้องภาคชั้นเก้าอาคารวิศวพัฒนา เพราะมาถึงก่อนเวลาราวครึ่งชั่วโมงจึงมีเวลาพักหายใจก่อนถ่ายรูป

ณดลหยิบเนกไทขึ้นมาใส่ทั้งที่ปกติไม่เคยคิดจะใส่เพราะอากาศประเทศเรานั้นแสนร้อนระอุ แตกต่างจากตัวผมที่ชอบใส่เครื่องแบบถูกระเบียบตลอดเลยใส่เนกไททุกวันจนชินไปแล้ว

คงเพราะผมตัวเล็กแหละคอเสื้อมันเลยกว้างกว่าปกติพอใส่แล้วเลยไม่อึดอัดเหมือนณดลกับปั๊มที่ตัวใหญ่กว่าผมมาก

 

“น้อง ๆ มากันเร็วจัง อีกสิบห้านาทีพี่ช่างภาพจะมา” พี่บอสพูดขึ้นทันทีที่มาถึง

ผมแอบเห็นว่าไหลสองข้างของรุ่นพี่เต็มไปด้วยอุปกรณ์สำหรับการถ่ายภาพ มาแบบนี้แสดงว่าพี่บอสควบตำแหน่งผู้ช่วยช่างภาพแน่ ๆ

“ปอ ฉันว่าหน้าแกดูซีด ๆ นะ ลงเครื่องสำอางหน่อยไหม”

“เอ่อ...จะดีเหรอแป้ง เราว่าหน้าสดก็ไม่ได้แย่นะ”

“แกเชื่อฉันเถอะ หน้าสดเวลาขึ้นกล้องมันทำให้หน้าซีดเหมือนคนไม่ได้นอน”

“แต่ว่า...”

จะบอกยังไงดีล่ะครับ ก็ทั้งชีวิตผมไม่เคยแต่งหน้ามาก่อนเลย ที่บ้านอยู่กับพ่อแค่สองคนผมยิ่งไม่คุ้นกับเครื่องสำอางเลยครับ ขนาดลิปสีชมพูอ่อนกับชมพูเข้าผมยังแยกไม่ออกเลยว่ามันเรียกว่าอะไร

“เดี๋ยวฉันแต่งบาง ๆ ให้ เอาเป็น Natural look แล้วกัน ภาพออกมาจะได้ธรรมชาติสุด ๆ”

“อืม...เอาแบบนั้นก็ได้”

“ไอ้ปั๊ม ไอ้ณะ ถ้าช่างภาพมาให้พวกแกสองคนถ่ายไปก่อนเลยนะ ฉันกับปอขอถ่ายสุดท้าย”

ถุงแป้งตะโกนบอกเพื่อนผู้ชายสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ประตูห้อง

ทันทีที่พูดจบถุงแป้งจัดการลากผมไปล้างหน้าก่อนจะลงสิ่งที่เรียกว่ารองพื้นสีคล้าย ๆ ครีมกันแดด แล้วก็อะไรไม่รู้ที่ยายนั่นเอามาทาใต้ตา เห็นบอกว่าจะได้ไม่ดูเหมือนหมีแพนด้า

แป้งฝุ่นมากมายถูกละเลงในหน้าผมแบบไม่ทันตั้งตัวจนผมต้องสำลักและขอพักจากการแต่งหน้า ให้ตายเถอะใครจะรู้ว่าการแต่งหน้ามันทรมานขนาดนี้

 

 

หลังจากนั้นไม่นานใครบางคนได้เปิดประตูเข้ามาในห้อง พวกเราคงจะไม่ตกใจถ้าใครคนนั้นไม่ใช่พี่ปีสามในชุดชอปสีเทาเข้มที่ควบตำแหน่งเฮ้ดว้าก

ใช่แล้วครับ คนที่เพิ่งเปิดประตูมาเมื่อครู่คือพี่เติม แถมในคอเขายังมีกล้องถ่ายรูปตัวใหญ่ห้อยมาอย่างทะมัดทะแมงด้วยครับ

“โอ้โฮ พี่เติมนี่มาตรงเวลากว่าพี่ไบรท์อีกนะครับ เพราะนัดพี่ไบรท์ทีไรผมต้องเป็นฝ่ายไปนั่งรอทุกทีเลย” พี่บอสพูดทันทีที่รุ่นพี่ปีสามเดินเข้ามาในห้อง

“จะให้ถ่ายมุมไหน เอาที่ดาดฟ้าตึกไหม แต่ถ้ากลัวแสงจ้าไปถ่ายตรงมุมตึกก็ได้”

“ตามนั้นเลยครับหัวหน้า ให้ผมไปตั้งกล้องเลยไหมพี่เติม”

“เออ”

 

ทันทีที่พี่เติมพูดจบพี่บอสหันมาโบกมือให้พวกเราพร้อมบอกว่าอีกห้านาทีค่อยตามออกไป ผมสบตากับถุงแป้งก่อนมองหน้าช่างภาพจำเป็นอีกครั้ง ถ้าให้พี่ว้ากมาถ่ายรูปให้แบบนี้มันจะไม่เกร็งเหรอวะ พี่บอสเขาคิดอะไรอยู่กันแน่

แต่จะว่าไปพวกเราต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด เพราะถ้าวันนั้นเราสี่คนมาถ่ายรูปตามเวลา พี่บอสกับพี่เติมคงไม่ต้องมาลำบากแบบนี้ ว่าแต่...ผมจะพูดขอบคุณพี่เติมยังไงดีนะ

“ปีหนึ่งครับ”

“คะ...คะ...ครับ...ขอบคุณครับพี่”

ฉิบหายแล้วไงไอ้ปอ เผลอตกใจจนพูดสิ่งที่คิดไปอีกแล้ว โอย...แล้วจะมองหน้าพี่เติมยังไงดีวะเนี่ย

“คุณขอบคุณผมเรื่องอะไรครับ”

“เอ่อ...ก็เรื่อง...”

ผมพยายามหันไปสะกิดให้ถุงแป้งช่วยแต่ยายนั่นกลับขยับถอยห่างจากตัวผมไปแล้ว

“ว่ายังไงครับ ผมถามว่าคุณขอบคุณผมเรื่องอะไรครับปีหนึ่ง”

“เรื่อง...ที่พี่มาถ่ายรูปให้” สุดท้ายก็ต้องพูดไปตรง ๆ ผมจะโดนต่อว่าเรื่องที่วันก่อนไม่ได้มาถ่ายรูปไหมวะ

“อ่อ ยินดีครับ”

“ฮะ!” พี่เติมเขาพูดว่าอะไรนะ ทำไมผมรู้สึกเหมือนได้ยินไม่ชัด

“ผมบอกว่ายินดีครับ”

“...” ทำไมผมต้องรู้สึกทำตัวไม่ถูกกับใบหน้าคมเข้มนั่นด้วยนะ ยิ่งพี่ใจดีแบบนี้ผมยิ่งใจบาง

 

“มีอีกเรื่องที่ผมอยากบอก”

“อะ...อะไรครับพี่!”

พี่เติมจะพูดอะไรวะ ขอร้องล่ะอย่าพูดอะไรที่ดูใจดีแบบนั้นอีกนะ ฮือ...ยายแป้งช่วยเราด้วย

“คุณไม่เคยแต่งหน้ามาก่อนใช่ไหม”

“คะ...ครับพี่” ถามกันแบบนี้อย่าบอกนะว่า...

“ไม่น่าล่ะ หน้าน้องถึงลอยขนาดนี้”

“...”

“ผมว่าเพื่อนคุณเลือกรองพื้นให้ผิดเบอร์นะ”

พี่ว้ากจากไปพร้อมรอยยิ้มทันทีที่พูดจบ ทิ้งไว้แต่ไอ้ปอที่นั่งอ้ำอึ้งกลายเป็นคนหน้าลอยต่อหน้าพี่ว้าก ส่วนยายถุงแป้งนี่ตัวดีเลยครับนั่งหัวเราผมจนไม่เป็นอันทำอะไร

‘ทำไมวะ ก็แค่โดนรุ่นพี่บอกว่าหน้าลอย มันตลกมากนักเหรอวะ’

 

 

การถ่ายรูปจากช่างภาพจำเป็นที่พี่บอสหามาให้เริ่มต้นขึ้น เลนส์กล้องตัวใหญ่ดังถี่เป็นระยะพร้อมกับแสงสว่างสีขาวจากแผ่นสะท้อนแสงทำให้ทุกคนดูขาวกว่าปกติ

ดูหน้าผมสิครับนี่คนหรือโอโม้วะเนี่ย อะไรจะขาวหลอกตาขนาดนี้ ขนาดชุดนักศึกษาที่ว่าขาวยังสู่หน้าผมที่ยายถุงแป้งลงเครื่องสำอางให้ไม่ได้เลย

“ปอ แกเติมแป้งเพิ่มหน่อยไหม ฉันว่ามันยังดูเบาไปอยู่เลยนะ”

“อย่าเลยแก แค่นี้เราก็แทบจำตัวเองไม่ได้แล้วเว้ย”

“ตามใจแกแล้วกัน”

“อ้าวปอ เฮ้ย ทำไมหน้าขาวอย่างนั้นวะ มึงจะไปเล่นงิ้วที่ไหนเนี่ย” ณดลไงจะใครล่ะ เล่นทักผมจนหมดความมั่นใจไปเลย บางอย่างมึงไม่ต้องพูดก็ได้ไอ้ณะ

“ไอ้ปอ มึงทำอะไรกับหน้ามาวะเนี่ย” นั่นไงครับไอ้ณดลทักเสร็จไอ้ปั๊มก็ทักผมเป็นรายที่สองเลย ผมบอกยายแป้งแล้วก็ไม่ยอมเชื่อว่าไม่ต้องแต่งหน้าให้ผมหรอก

“ฉันแต่งให้ปอเอง ใครจะทำไม” ถุงแป้ง is the best เพราะเธอคือคนเดียวที่ยืดอกภูมิใจกับผลงานบนหน้าผม

“ไปล้างออกเดี๋ยวนี้เลยไอ้ปอ”

"เอ่อ..."

ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรไอ้ปั๊มจัดการลากผมไปยังห้องน้ำใกล้ ๆ ก่อนจะสาดน้ำใส่ผมจนเปียกไปครึ่งตัวทันที โชคดีที่เมื่อครู่ตอนแต่งหน้าผมถอดป้ายฝากถุงแป้งไว้ไม่อย่างนั้นป้ายชื่อสุดรักของผมคงเปียกไปแล้วแน่ ๆ

‘มึงจะสาดกูไปถึงไหนวะเนี่ย พอได้แล้วไอ้ปั๊ม!’

 

 

การถ่ายรูปเริ่มต้นทันทีหลังจากนั้น ณดลกับปั๊มเป็นฝ่ายเข้าไปถ่ายก่อน พี่บอสบอกว่ารูปนี้จะติดตัวเราไปจนจบปีสี่แต่ณดลก็ยังยกแขนยกขาถ่ายรูปในท่ากวนอวัยวะเบื้องล่างแบบสุด ๆ ต่างจากไอ้ปั๊มที่ยืนกอดอกเฉย ๆ ก็ดูดีอย่างกับนายแบบหน้าปกนิตยสาร แค่มันสูงกับหล่อทำไมถึงดูดีขนาดนั้น

“เงยหน้าขึ้นอีกนิด”

“คะ...ครับ”

“เยอะไป ก้มลงมาหน่อย”

ผมกำลังอยู่ในท่าถ่ายรูปที่เกร็งไปหมดทั้งตัว ธรรมดาเวลายืนต่อหน้ากล้องผมก็ไม่ค่อยชินอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอช่างภาพจำเป็นที่พี่บอสหามาให้ยิ่งเล่นเอาผมเกร็งไปหมดจนยิ้มไม่ออก

“ผมบอกให้ก้มลงมาอีกหน่อยไง”

“ขะ...ขอโทษครับ”

“เอ่อ...น้องปอไม่ต้องเกร็งนะครับ ส่วนพี่ก็ใจเย็น ๆ หน่อยไม่ได้เหรอพี่เติม”

ทุกคนฟังไม่ผิดหรอกครับ ช่างภาพจำเป็นที่พี่บอสหามาให้คือพี่เติมเฮ้ดว้ากนั่นเองครับ ถึงตอนจับกล้องจะดูเท่กว่าตอนยืนว้ากหน้าห้อง แต่พอพี่ว้ากสวมวิญญาณช่างภาพแล้วแบบนี้ใครมันจะไปยืนยิ้มได้ล่ะครับ

“ปีหนึ่งครับ ช่วยยืนให้เป็นธรรมชาติหน่อย”

“คะ...ครับ” แล้วไอ้ยืนให้เป็นธรรมชาติมันทำยังไงวะ นี่ผมก็พยายามธรรมชาติในชีวิตที่สุดแล้วนะพี่

“พี่ถ่ายได้ดูดีสุดเท่านี้วะบอส น้องมันเกร็งเกินไป”

พี่เติมหันไปคุยกับพี่บอสโดยทิ้งให้ผมยืนอยู่ในท่าเดิมไม่ขยับไปไหน ผมพยายามแล้วนะได้โปรดอย่าว้ากผมเลย

 

“สุดยอดเลยพี่เติม คิดไม่ผิดจริง ๆ ที่ให้พี่มาช่วย ขนาดน้องปอเกร็งพี่ยังถ่ายออกมาโคตรดี”

“พี่ถ่ายได้ดีที่สุดแค่นี้แหละบอส”

“ถ่ายได้แค่นี้ของพี่คือความพยายามทั้งชาติของผมเลยมั้งกว่าจะได้ขนาดนี้”

“นายแบบน่ารักเว้ย รูปเลยออกมาดูดี”

“เดี๋ยวนะพี่เติม เมื่อกี๊พี่เพิ่งชมว่าน้องปอน่ารักเหรอ”

ตอนแรกผมก็รู้สึกเหมือนหูฝาดแต่พอพี่บอสย้ำไปแบบนั้นแสดงว่าหูผมทำงานไม่ผิดแน่

‘นายแบบน่ารักเว้ย’

บ้าเอ๊ย ทั้งชีวิตไม่เคยคิดว่าจะถูกชมโดยพี่ว้าก แล้วใครเขาชมคนอื่นหน้านิ่ง ๆ แบบนั้นกัน ทำแบบนี้ใจผมเต้นแรงยิ่งกว่าตอนลุ้นว่าจะโดนว้ากอะไรอีก

 

“พี่ก็...บอกว่านายแบบน่ารักไง” ชัดเจนตรงประเด็นตรงเป้า พี่เติมไม่มีคำว่าอ้อมค้อมใด ๆ ทั้งสิ้นเลยครับ

“นั่น ๆ ๆ ชมน้องปอแบบนี้คิดอะไรกับน้องผมหรือเปล่าครับ”

“บ้าเหรอไอ้บอส!”

ตอนแรกผมคิดว่าพี่บอสจะแซวเฉพาะเด็กปีหนึ่ง แต่ที่ไหนได้กับพวกพี่ว้ากปีสามก็ไม่เว้น และเหมือนการแซวเหล่านั้นจะเริ่มทำให้พี่เติมออกอาการแต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้เห็นภาพต่อจากนั้น ใครบางคนก็มาลากผมออกไปเสียก่อน

“ไอ้ปอ! ถ่ายเสร็จแล้วก็รีบออกมา ถุงแป้งนั่งรอมึงจนหน้าเยิ้มหมดแล้วเนี่ย”

“หน้าเยิ้มที่ไหนกัน ปอถ่ายไปก่อนเลยก็ได้นะ ฉันรอได้”

“บอกให้รีบออกมาก็รีบออกมาสิวะ!”

ผมล่ะไม่เข้าใจปั๊มกับถุงแป้งเลยจริง ๆ คนหนึ่งบอกรอได้ในขณะที่อีกคนบอกให้รีบออกมา แล้วตกลงผมควรเชื่อใครดี และที่สำคัญพี่บอสยังไม่เลิกแซวพี่เฮ้ดว้ากเลยครับทุกคน

 

sds

_____________________

 

ในที่สุดน้องปอก็มีรูปถ่ายปีหนึ่งเหมือนกับคนอื่นเสียที

วันนี้รันเลยถือโอกาสเอารูปที่พี่เติมถ่ายให้น้องปอมาตัดต่อเป็นรูปหน้าปกของนิยายเลยแล้วกัน

 

ปล1 ลายเส้นกาก ๆ หน่อยไม่โกรธกันนะครับ ส่วนเรื่องสีรันให้น้องชายช่วยระบายให้

ปล2 ตั้งใจเขียนตอนพิเศษนี้ขึ้นมาเพื่อโปรโมทรูปนี้เลย

 

Enjoy Reading

รัก... Run (END)

2 ความคิดเห็น