END love "จบรักสถานะเพื่อน"

ตอนที่ 15 : บันทึกของเพื่อน ฉบับ14 “เซนส์ของผู้หญิง”

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 มิ.ย. 63

Pang Part

“ณะ อย่าพึ่งถามกูรีบ”

“ก็ตอบกูแค่คำเดียวจะเป็นอะไร”

“แก! เลทสิบห้านาทีแล้ว” ฉันพูดกับปอทันทีที่มองนาฬิกาบนข้อมือตัวเอง

“เออน่า เดี๋ยวมาตอบ รีบ!” ปอพูดพลางสะพายเป้เดินแทรกกลุ่มเพื่อนออกไปทันที

“อะไรของแม่งวะ” ณดลยังคงสงสัยและยืนเกาหัวอย่างงุนงง

“ตามไปสิ เดี๋ยวณะก็รู้เอง”

“เออ ๆ แล้วไอ้ปั๊มล่ะ ปั๊ม ปั๊ม! เฮ้ย! มึงจะรีบไปไหนวะ”

แม้เสียงตะโกนของณดลจะดังขึ้นแต่ไม่ทำให้ปั๊มหันมาสนใจเลย แถมยังทิ้งเพื่อนผู้หญิงคู่แล็บคนสวยไว้ในห้องโดยไม่ร่ำลาทั้งที่เธอก็พยายามเรียกอย่างเต็มเสียง

 

“แป้ง พวกมันสองตัวจะรีบไปไหนกันวะ”

“เอาสั้น ๆ นะ คือมีพี่ปีสองคนหนึ่งเขารอไอ้ปออยู่ข้างล่าง”

“ใครวะ”

“พี่บอสอะ คนหล่อ ๆ ที่เป็นสวัสดิการตอนประชุมเชียร์”

“อ๋อ แล้วพี่แกมารอไอ้ปอทำไม”

“อยากรู้ก็เลิกถามรีบตามลงไปดูสิ! ฉันว่าเพื่อนเรากำลังจะขายออก”

“หมายความว่ายังไง?” ณดลแสดงสีหน้าไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันอธิบาย

“หมายความว่าพี่บอสอาจจะจีบไอ้ปอ”

“ฮะ! เรื่องจริงปะ เชี่ย! ทำไมกูตกข่าว” ณดลทำหน้าตกใจราวกับเห็นพี่

“ฉันก็แค่เดาจากตอนเที่ยง แล้วก็เห็นพี่บอสแกตามหยอดไอ้ปอตั้งแต่วันแรก ๆ ละ”

เรียกว่าเป็นสมมุติฐานในเซนส์ผู้หญิงคงถูกต้องมากกว่า การที่ผู้ชายคนหนึ่งจะลูบหัวรุ่นน้องได้ต้องรู้สึกเอ็นดูเป็นพิเศษ ภาพตอนเที่ยงที่หอสมุดเลยชัดเจนมาก ปกติคงไม่มีใครยินดีที่จะมานั่งรอรุ่นน้องเลิกเรียนเพื่อเอาของให้ เพราะพี่แกสามารถฝากเพื่อนมาหรือไม่ก็เรียกมาเอาวันอื่นได้ เรื่องนี้ต้องมีอะไรแอบแฝงเป็นแน่ถุงแป้งฟันธงค่ะ

ไหนจะไอ้ปั๊มอีกราย อยู่ดี ๆ ก็ไปกับสาวทั้งวัน ทิ้งเพื่อนอย่างไอ้ปอนั่งหงอยเป็นหมาเหงาเบื่ออาหารทั้งที่ปกติโคตรจะตัวติดกัน แถมเมื่อคืนยังไปส่งกันที่บ้านจนบางทีฉันยังเผลอคิดว่าไอ้ปั๊มคิดกับปอมากกว่าเพื่อนเสียอีก

 

ระหว่างที่คิดอะไรเพลิน ๆ พวกเราก็มายืนอยู่ที่มุมหนึ่งใต้อาคารในขณะที่ปั๊มยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม

“โน่นไงแป้ง ปอแม่งยืนประจันหน้าพี่ว้ากทั้งกลุ่มเลย”

“เฮ้ย! แต่ตอนเที่ยงมีแค่พี่บอสคนเดียวนะ” หรือลางสังหรณ์ของฉันจะผิดกันแน่ ให้ไอ้ปอไปยืนต่อหน้าพี่ว้ากทั้งกลุ่มแบบนี้มันคงไม่ช็อกตายก่อนนะ หัวใจมันยิ่งบอบบางอยู่ คงได้แต่ต้องรอดูสถานการณ์ต่อไป

“พี่เขาส่งกระดาษอะไรให้ไอ้ปอด้วย กระดาษบอกรักปะแป้ง”

“ณะจะบ้าเหรอ! บอกรักทีเท่าเอสี่ คงเป็นพวกชีทสรุปมากกว่า”

“งั้นเดี๋ยวไปขอยืมมันถ่ายเอกสาร” คนที่แอบอยู่กับฉันพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“มึงช่วยดูสถานการณ์หน่อยนะไอ้ณะ”

“คราวนี้เค้กวะ”

“น้ำปั่นสีชมพูด้วย อะไรจะหวานขนาดนั้น ฉันเขินแทน”

“เป็นบ้าอะไร เขาให้ปอไม่ได้ให้มึง ยายผู้หญิงขี้มโน” ได้ยินแบบนี้ของขึ้นค่ะ ร่างกายต้องการปะทะ

“ณะ มึงพูดแบบนี้ตบกะกูเลยปะ” ฉันล่ะหงุดหงิดเพื่อนคนนี้จริง ๆ

“ถ้ามึงตบ กูจูบ” ณดลพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับเป็นเรื่องลมฟ้าอากาศ สายตาพวกเรายังจดจ้องที่ปออยู่

“สัส! เล่นไม่รู้เวลา” อยากจะด่าให้มากกว่านี้ ติดอยู่แค่เรื่องไอ้ปอน่าสนใจมากกว่า

“ทำไมตอนพี่แม่งพูด เหมือนมองไปทางกลุ่มพี่ว้ากวะ”

“ฉันก็ว่างั้น เหมือนตั้งใจหันไปจ้องคนอื่นในกลุ่ม”

“คิดว่าใครวะ”

“ฉันขอเดาว่าพี่เติม คนนั้นไงที่เป็นเฮ้ดว้าก ฮีโร่สุดหล่อของไอ้ปอ ของฉันด้วยแหละ”

“สายตาแม่งโคตรเหมือนคนกำลังเอาชนะเพื่อน”

“ยังไงนะแก ฉันงง” บางทีฉันก็ไม่เข้าใจสิ่งที่พวกผู้ชายคิด

“เหมือนสายตาตอนได้คุยกับคนที่เพื่อนแอบชอบ แล้วพยายามข่มเพื่อนกลับ”

“หรือในกลุ่มพี่ว้ากจะมีชอบไอ้ปอวะ เฮ้ย! ...กลุ่มนี้หล่อ ๆ ทั้งนั้นโดยเฉพาะพี่เติมฉันให้ผ่านค่ะ”

“ประสาทนะมึง เมื่อกี๊ยังมโนว่าเป็นพี่บอส ตอนนี้ยังมโนว่าเป็นคนอื่นอีก”

“เฮ้ย! ไอ้ปอโดนพี่บอสลูบหัวอีกแล้ว ฉากแบบนี้ดีต่อใจคนแอบมอง”

“กูว่าเริ่มไม่ปกติละ”

“นั่น ๆ พวกพี่ว้ากเดินมาลากคอพี่บอสไปแล้ว โคตรอยากรู้ว่าคุยอะไรกัน”

“เดินไปถามสิ ถ้ามึงไม่อยากถามพวกพี่เขาก็ไปคาดคั้นจากไอ้ปอเอา”

 

ไว้เจอกันตอนประชุมเชียร์นะ น้องแก้มนิ่ม! ]

 

เสียงพี่บอสที่ตะโกนขึ้นมาอย่างดังจนพวกเราทั้งคู่ได้ยิน พี่แม่งโคตรคนจริง ก่อนที่ฉันจะไปเจอไอ้ปอที่หอสมุดมันต้องมีอะไรกับพี่บอสก่อนหน้านั้นที่ไม่ได้บอกแน่ หรือมันโดนพี่เขาหอมแก้ม บ้า! เพื่อนฉันทำไมเป็นคนแบบนี้ ถ้ารู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ฉันน่าจะไปกับแกตั้งแต่ตอนกินข้าวเสร็จ ปอ...ฉันขอโทษ

“แป้ง! ไอ้ปั๊มกระชากแขนไอ้ปอโคตรแรงอะ แม่งถึงกับตัวปลิว”

“ฮะ! แกว่าไงนะ” เรื่องพี่บอสยังไม่เคลียร์ ดันมีเรื่องไอ้ปั๊มแทรกเข้ามา ตอนนี้ถุงแป้งตามไม่ทันแล้วค่ะ

“เชี่ยเอ๊ย ไปห้ามเหอะ กลัวไอ้ปอโดนต่อย ตัวแค่นั้นสู้แรงไอ้ปั๊มไหวที่ไหน”

“ฉันว่ายังไงปั๊มก็ไม่ต่อยไอ้ปอหรอก”

“ถ้ามันโดนต่อยเป็นความผิดมึงนะแป้ง”

“งั้นแกก็ออกไปห้ามเลยสิ”

“ออกไปตอนนี้ก็ไม่รู้ดิว่ามันจะคุยอะไรต่อ อยากเสือกต่ออีกแป๊บ”

“เอิ่ม...” โคตรคนดีเลยเพื่อนฉัน เป็นห่วงเพื่อนแต่ยังอยากเสือกต่อ

“แม่งคราวนี้กระชากทั้งตัว”

“ปั๊มอย่านะเว้ย นั่นเพื่อนรักแกนะ”

“เอายังไงต่อ”

“ไปห้ามเหอะ รออยู่เฉย ๆ ไอ้ปอโดนต่อยแน่ นอกจากเถียงเก่งมันสู้ใครเป็นที่ไหน”

“แล้วจะห้ามแม่งยังไง”

“แกตะโกนอะไรก็ได้ให้พวกมันหยุดตีกันอะ”

“งั้นเอาแบบนี้นะ ยื่นหูมา” ณดลบอกฉันในขณะที่เพื่อนอีกสองคนใกล้ถึงจุดปะทุ

“...”

 

“เอาแล้วเว้ย! ผัวเมียหึงโหดทะเลาะกันแล้วว่ะ”

“ไอ้ณะ! ฉันบอกให้ดูเงียบ ๆ ไง”

“แป้ง! / ณะ!”

“อุ๊ย ขอโทษค่ะ / ขอโทษครับ”

แม่งเป็นแผนที่โคตรแย่เลยที่ต้องทำตัวเป็นคนขี้เสือกแล้วตะโกนกลับไปแบบนั้น แต่เหมือนจะได้ผลเพราะทั้งคู่ผละมือออกจากกันแล้วเดินตรงดิ่งมาหาพวกเราแทน เอายังไงดีวะฉันจะแก้ตัวยังไงดีล่ะทีนี้

“แป้ง! ไอ้เชี่ยณะ! พวกมึงมาตั้งแต่ตอนไหน” ปั๊มยังดูหัวร้อนอยู่

“มาแป๊บเดียว พวกกูไม่เห็นอะไรเลย” ณดลตอบไปด้วยน้ำเสียงเล็กแหลม

“...”

“จริงจริ๊ง” ไอ้ณะ! มึงช่วยทำตัวปกติสักแป๊บได้ไหม พูดแบบนั้นใครเขาจะเชื่อ

“ณะกับแกพึ่งมาเห็นแค่ตอนสุดท้ายใช่ไหม” ไอ้นี่ก็ซื่อเกิน ปอเอ๊ย...สมองแกมีปัญหาหรือไงถึงเชื่อที่ณะมันพูด

“พวกมึงเป็นเชี่ยอะไร มึงทะเลาะอะไรกัน” ณดลไม่รอช้าจึงถามขึ้นทันที

“เหอะ!” ปั๊มดูท่าจะไม่เชื่อคำพูดของฉันกับณดล

“พวกมึงเป็นเชี่ยอะไร มึงทะเลาะอะไรกัน” ณดลไม่รอช้าจึงถามขึ้นทันที

“ก็ไอ้ปอนี่สิ! / ก็ไอ้ปั๊มเนี่ยดิ” พูดพร้อมกันพอดีเป๊ะ

“...”

“เหอะ / ชิ” นอกจากพูดพร้อมกันแล้วยังเสือกหันหน้าหนีพร้อมกันอีก ชักจะคล้ายกันเกินไปแล้วนะ

“มึงพูดทีละคน” ณดลพวกกับทั้งสองคนที่เอาแต่ทำหน้าบูดบึ้ง

“ก็...ไอ้ปั๊มมัน...”

“กูไม่มีอะไรจะบอกพวกมึงทั้งนั้น แม่งอารมณ์เสีย!” ปั๊มพูดแทรกขึ้นก่อนจะเดินหนีไปอีกทางที่ไอรินยืนรออยู่ห่าง ๆ แบบงง ๆ เดี๋ยวนะเดี๋ยวยายไอรินนี่มาจากไหน ก่อนหน้านี้ฉันยังไม่เห็นเธอเลยนะ

“ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่มีอะไรจะบอกพวกแก” คราวนี้เป็นไอ้ปอที่พูดขึ้นก่อนจะหันหลังเดินไปอีกทางพร้อมกับกระดาษจากรุ่นพี่และแก้วน้ำสีชมพูในมือ

“เฮ้ยมึง! / เดี๋ยวแก!” ฉันหันมาสบตาณดลพร้อมพยักหน้าเป็นอันเข้าใจกันว่า ตอนนี้ต่างคนต่างแยกย้ายไปช่วยกันเคลียร์เพื่อนตัวเองก่อนแล้วกัน ปั๊มเดินดุ่ม ๆ ไปทางสนามฟุตบอลกับไอรินโดยมีณดลรีบวิ่งตามไป ในขณะที่ปอเดินหนีไปทางหอสมุดซึ่งอยู่ทิศตรงข้ามกับสนามบอล

“แก ๆ รอฉันด้วย ฉันตามแกไม่ทันแล้ว” ฉันส่งเสียงเรียกเพื่อนตัวเองที่เดินดุ่ม ๆ ไม่ยอมรอ

“...”

“บอกให้รอก่อนไง ปอ!” ฉันเริ่มเสียงดังใส่เพราะตามคนตรงหน้าไม่ทัน ถามจริงแกจะรีบไปไหน

“เออ! รู้แล้ว” ปอเริ่มหยุดเดินและตอบกลับมาด้วยเสียงที่ดังไม่ต่างจากฉัน วันนี้เพื่อนฉันคงของขึ้น

“แกเป็นอะไร ทำไมทะเลาะกับปั๊ม”

“แกควรถามทางนั้นมากกว่านะ เป็นอะไรมากปะ อยู่ดี ๆ ก็มาหาเรื่อง”

“เดี๋ยวนะ ปกติแกใจเย็นกว่านี้ ไปนั่งตรงนั้นก่อนแล้วค่อย ๆ คุยกัน” ฉันแปลกใจที่วันนี้ปอหัวร้อนกว่าปกติ

“หงุดหงิด ไม่อยากพูดถึงแม่งละ”

“ปอ! วันนี้แกหนีไม่ได้แล้วนะ แกต้องเล่าทุกอย่างให้ฉันฟัง”

“แล้วถ้าเราไม่เล่าล่ะ”

“ฉันก็ช่วยหาทางออกให้แกไม่ได้ดิ” ฉันพูดแบบนั้นเพราะเป็นห่วงเพื่อนจริง ๆ

“เออ เล่าก็เล่า”

 

ทันทีที่นั่งลงปอค่อย ๆ เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนเย็นอย่างละเอียด โดยที่ฉันยังคงถามถึงเรื่องระหว่างมันกับพี่บอสเมื่อตอนเที่ยงจนได้คำตอบ ว่ามันโดนพี่บอสหยิกแก้มโดยไม่รู้ตัวช่วงเผลอแต่พี่เขาทำไปเพราะอยากให้มันอารมณ์ดี คำถามถัดมาจึงกลายเป็นประเด็นที่คนตรงหน้าฉันอ้ำอึ้งอยู่นานกว่าจะยอมเปิดปากว่าไปหงุดหงิดอารมณ์เสียมาจากไหน

“สรุปว่า แกหงุดหงิดที่เมื่อคืนแกติวให้มัน แล้ววันนี้มันดันไปติวให้ผู้หญิงที่ชื่อไอรินนั่น”

“อืม”

“แล้วก็โมโหที่มันเมินแกทั้งวันแล้วไปสนใจเธอคนนั้นแทน”

“อืม”

“แล้วก็ไม่ชอบที่ปั๊มมันโพสต์ในเฟซแล้วเพื่อนคอมเมนต์กันอย่างสนุก”

“อืม”

“แล้วก็โกรธที่อยู่ ๆ มันก็ตรงมาหาเรื่องแก กระชากแขนกระชากคอเสื้อแถมเสียงดังใส่”

“อืม”

“สรุปว่าแกชอบมัน แกเลยหึง ว่างั้น?”

“อืม”

“...”

“...” ปอเงียบไปเหมือนกำลังประเมินอะไรบางอย่าง

“...”

“เฮ้ย! ยายแป้งไม่ใช่อย่างนั้น คะ...คือว่า...”

“อาการแบบนี้ คือรูปแบบหนึ่งของการหึง มันจะทำให้แกคิดถึงแต่เรื่องคนนั้น หงุดหงิดทุกอย่างจนหน้าหงิกหน้างอ อารมณ์ขึ้นไม่ยอมเย็นลงทั้งวัน ฟิวส์ขาดง่าย แล้วก็เวลาเจอตัวต้นเหตุชวนทะเลาะจะยิ่งคุมตัวเองไม่อยู่”

“อะ...อืม...” ปอก้มหน้าหลบตาฉันทันที แบบนี้แสดงว่าฉันพูดถูกทุกอย่าง

“มีตรงไหนไม่ตรงกับอาการแกบ้าง”

“เราไม่ได้...”

ถึงแกจะโกหกฉันได้แต่แกโกหกใจตัวเองไม่ได้หรอก แล้วฉันก็ไม่ได้เพิ่งเป็นเพื่อนแกวันนี้หรือเมื่อวานนะ ถึงดูสายตาระหว่างแกกับไอ้ปั๊มไม่ออก”

“สายตาปั๊มด้วยเหรอ?”

“เออสิ ตอนแรกที่เจอกันฉันคิดว่าเพื่อนธรรมดา แต่จากเรื่องที่แกเคยเล่าให้ฟังมันก็เดาได้ไม่ยากหรอกว่าแกชอบมันขนาดไหน”

“ก็...” คราวนี้ปอทำหน้าตกใจใส่ฉันแทน

“ส่วนปั๊มมันก็ห่วงแกมากเกินเพื่อนปกติ ถ้ามันไม่ได้ชอบแกก็หมายความว่ามันแค่หวงแกในฐานะเพื่อนสนิท”

“แล้ว...แกคิดว่า...ปั๊มมองเราแบบไหนอะ”

“ตอนแรกฉันคิดว่ามันคงชอบแก เพราะดูแลโคตรดี”

“แล้วตอนนี้อะ”

“ไม่รู้อะ เพราะวันนี้มันดันไปกับคู่แล็บคนสวยทั้งวัน ฉันเลยเดาไม่ออก รอดูต่อไปก่อนแก”

“ก็คงต้องเป็นแบบนั้น”

“แล้วแกจะเอายังไงต่อ”

“หมายถึงอะไร”

“ก็เรื่องปั๊ม จะขอโทษแล้วกลับไปเป็นแบบเดิม หรือ จะปล่อยเป็นแบบนี้”

“ให้ตายยังไงก็ไม่ขอโทษหรอก ในเมื่อไอ้ปั๊มมันเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน” ปอยืนกรานแบบไม่คิด

“ฮ่า ๆ ดื้อสมเป็นแกจริง ๆ เป็นไงโล่งขึ้นปะ”

“ก็ดีขึ้นนิดหน่อย”

“วันนี้พักก่อน รอเย็นลงทั้งคู่แล้วค่อยไปคุยกันใหม่อีกที” ฉันเริ่มรู้สึกดีที่ปอใจเย็นลง

“อื้ม...ตามนั้นแล้วกัน”

‘หวังว่าพวกแกจะกลับไปเป็นแบบเดิมเร็ว ๆ’ ระหว่างที่นั่งรอเวลาประชุมเชียร์เราสองคนคุยกันเรื่อยเปื่อยถึงเรื่องสมัยมัธยมทำให้ปออารมณ์ดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อได้โอกาสฉันเลยไลน์ถามณดลถึงสถานการณ์ทางนั้นบ้าง ทางนั้นบอกว่าปั๊มเย็นลงบ้างแล้วแต่เจ้าตัวปัญหายังไม่ยอมปริปากพูดอะไร ฉันว่าฉันเจอคนที่ปากแข็งกว่าปอแล้วล่ะ

 

เวลาประชุมเชียร์เริ่มต้นขึ้นตอนหกโมงเย็น ทั้งที่ตอนแรกปออารมณ์ดีขึ้นแล้วแท้ ๆ แต่เมื่อเจอกับคนเจ้าปัญหาที่เดินมาพร้อมกับคู่แล็บคนสวยตามด้วยณดลที่เดินตามหลังอยู่ห่าง ๆ ทำให้บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้งด้วยสายตาที่ทั้งคู่จ้องมองเหมือนจะหาเรื่องกัน หากปล่อยไว้สงครามขนาดย่อมคงเกิดขึ้นอีกครั้งเป็นแน่

“แก รีบเข้าไปกันเถอะ เดี๋ยวสาย”

ตอนนี้คงไม่มีวิธีที่ดีกว่าการแยกทั้งคู่ออกจากกันแล้วล่ะ ใครจะเชื่อว่าเมื่อวานสองคนนั้นยังนั่งกอดคอเล่นหัวกันเหมือนพี่น้องท้องเดียวกันแท้ ๆ พอวันนี้กลับกลายเป็นเหมือนศัตรูคู่อาฆาตที่โกรธแค้นกันมาแต่ชาติปางก่อน

 

“ปีหนึ่งครับ อย่าลืมสิ่งที่ผมสอนพวกคุณไปในวันนี้นะครับ”

การประชุมเชียร์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว นอกเหนือจากกฎระเบียบข้อบังคับที่ถูกพูดคุยทุกครั้ง วันนี้พี่เฮ้ดว้ากสุดหล่อได้สอนเรื่องหน้าที่ของตนเองให้กับพวกเรา ทำไมฉันถึงรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้นั่งมองหน้าพี่เขากันนะ พอคิดถึงเรื่องเมื่อตอนเย็นที่คุยกับณดลช่วงแอบมองกลุ่มพี่ว้ากยิ่งฟิน ถ้าคนคนนี้ชอบไอ้ปอขึ้นมาจริง ๆ เพื่อนอย่างฉันให้สามผ่านเลยค่ะ แต่เรื่องนี้คงบอกปอไม่ได้อยู่ดี ปอยังหน้าตึงตลอดการประชุมเชียร์อยู่เลยมันคงเครียดกว่านี้ถ้ารู้ว่ามีพี่ว้ากสักคนในกลุ่มแอบชอบ

“อย่าลืมนะครับว่าหน้าที่ของตนเองคืออะไร ต้องทำมันออกมาให้ดีที่สุด เพราะคนข้างหลังเขารอชมความสำเร็จของพวกคุณอยู่ ต้องทำให้เขาภูมิใจในตัวของพวกคุณ ทั้งครอบครัว ญาติพี่น้อง มิตรสหาย พวกผมตั้งตารอคอยความสำเร็จของพวกคุณทุกคนอยู่นะครับ”

โอ๊ย ดาเมจรุนแรงเหลือเกิน ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทุกครั้งที่ประโยคแบบนี้ออกจากปากพี่เติม ทำไมถึงทำให้หัวใจเต้นแรงขนาดนี้ เย็นไว้ยายแป้ง นี่กำลังอยู่ในช่วงประชุมเชียร์อยู่ จะมาใจสั่นเรี่ยราดแบบนี้ไม่ได้เว้ย

“วันนี้มีอีกหน้าที่หนึ่งที่สำคัญมาก สำหรับภาควิชาของเรา เดี๋ยวพี่ปีสองจะมาชี้แจงรายละเอียดให้พวกคุณฟังครับ สตาฟปีสอง! เชิญ!” การประชุมเชียร์จบลงเท่านี้ ประธานเชียร์เดินออกจากพื้นที่ตรงนั้นก่อนที่รุ่นพี่ปีสองจะเข้ามาแทนที่ ทำให้พวกเรามองหน้ากันอย่างงุนงงสงสัย เพราะปกติไม่ค่อยมีการคุยอะไรกันต่อหลังเลิกเชียร์

“สวัสดีครับน้อง ๆ ปีหนึ่ง วันนี้พวกพี่มีเรื่องสำคัญมาก ๆ มาแจ้งให้ทราบ นั่นก็คือ...งาน Freshy night นั่งเอง”

บรรยากาศเปลี่ยนไปเมื่อพี่บอสเริ่มพูด มันแตกต่างกับการประชุมเชียร์ช่วงก่อนหน้ามาก

“ที่สำคัญเลยครับ งานนี้มีประดวกดาวเดือนของมหาวิทยาลัยด้วยครับ วันนี้พี่เลยอยากให้น้อง ๆ ลองคิดและเสนอชื่อเพื่อนที่จะลงประกวดดาวเดือนกันครับ”

“เย่...”

“สำหรับเดือนเมื่อปีที่แล้วคือพี่บอสสุดหล่อคนนี้เองครับ ดาวปีที่แล้วคือพี่แพทสุดสวยที่มาเจอน้องเมื่อคราวก่อน”

“พี่บอสคะ แล้วรุ่นพี่ปีสามใครประกวดเป็นเดือนเหรอคะ” เสียงเพื่อนผู้หญิงในรุ่นคนหนึ่งเอ่ยถามพี่ปีสองกลับไปหลังจากที่พี่บอสพูดถึงชื่อดาวเดือนปีสอง

“คนใกล้ตัวที่น้องคุ้นหน้าเลยครับ คือพี่ว้ากที่คุยกับน้องเยอะที่สุดครับ”

“หรือว่า...”

“ใช่แล้วครับน้อง เดือนปีสามของภาคเรา ก็คือพี่เติมสุดหล่อประธานเชียร์นั่นเอง”

“กรี๊ด เหมือนที่คิดไว้จริงด้วย” เสียงเพื่อนผู้หญิงหลายคนเริ่มดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย บ้าผู้ชายชะมัด

“แล้วน้องคิดว่าดาวเดือนของพวกเราปีนี้ควรเป็นใครดีครับ”

“ไอรินควรเป็นดาวครับพี่” ใครบางคนตะโกนเต็มเสียงจากด้านหลัง เสียงคุ้น ๆ แบบนั้นคงไม่ใช่ไอ้ณดลหรอกนะ

“ไหนน้องไอริน ยืนโชว์ตัวกับเพื่อนหน่อยครับ”

“เชี่ย! โคตรสวย! กูเพิ่งรู้ว่าภาคเรามีคนสวยขนาดนี้” เสียงผู้ชายอีกกลุ่มดังขึ้นเมื่อสาวสวยลุกขึ้นยืน

“น้องไอรินโอเคไหมครับ ถ้าพี่ให้น้องลงประกวดดาว”

“โอเคค่ะพี่ รินยินดีมาก ๆ เลยค่ะ” เธอพูดพลางยิ้มอย่างเอ็นดู ทำให้ได้รับเสียงเชียร์ไม่ขาดสาย

“ถ้าอย่างนั้นต่อไปคือตำแหน่งเดือน มีใครจะเสนอ...”

“ปั๊มค่ะ” เสียงดังลากยาวมาขนาดนี้ จากเพื่อนผู้หญิงกลุ่ม FC ไอ้ปั๊มแน่ ๆ

“น้องปั๊ม ยืนโชว์ตัวเพื่อนหน่อยครับ”

“ครับ” ปั๊มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงท่ามกลางกลุ่มเพื่อนปีหนึ่ง เสียงเชียร์ดังกึกก้องยิ่งกว่าคนก่อนหน้าเพราะซ้ายมือของปั๊มคือไอรินที่เพิ่งยืนโชว์ตัวไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะความบังเอิญแต่เพราะรหัสติดกันจนกลายเป็นคู่แล็บที่อยู่ด้วยกันทั้งวัน ไหนจะภาพที่ปั๊มลงเฟซตอนทำแล็บเห็นไอรินพร้อมแคปชันรู้สึกมีความสุข เหอะ ๆ คู่จิ้นเหรอวะ

“น้องปั๊มโอเคไหมครับ ถ้าพี่ให้น้องลงประกวดเดือน...”

“ไม่โอเคครับ” เสียงปฏิเสธดังขึ้นทำให้ความเงียบเข้าปกคลุมสถานที่แห่งนี้

“ทำไมเหรอครับน้อง” พี่บอสดูใจเย็นและพยายามถามหาเหตุผล

“ผมไม่อยากเป็นเดือน พี่ให้คนอื่นเป็นดีกว่า” เสียงจากการปฏิเสธนั้นทำให้คนสวยข้างตัวปั๊มและกลุ่มเพื่อน ๆ กลุ่มที่เคยส่งเสียงเชียร์หน้าถอดสีไปตาม ๆ กัน

“เอ่อ...”

“ผมเสนอกายครับพี่”

“เฮ้ย! ทำไมเป็นกูล่ะเพื่อน” บุคคลที่สามที่ถูกพาดพิงยืนขึ้นด้วยท่าทีตกใจ แล้วมึงจะยืนขึ้นทำไม

“เออ มึงอะเหมาะแล้ว กูไม่อยากเป็น”

“แต่เพื่อนส่วนใหญ่เสนอน้องปั๊มเป็น...” พี่บอสดูยังไม่หมดความพยายามแต่ก็ถูกไอ้ปั๊มตัดบทอีกที

“พี่! บอกว่าไม่ก็ไม่ดิ! ผมไม่ชอบเป็นจุดเด่น”

“ไอ้ปั๊มมึงใจเย็น ค่อย ๆ พูดกับพี่เขาก็ได้” กายที่เห็นท่าทีเพื่อนเปลี่ยนไปเริ่มบอกให้อีกฝ่ายใจเย็น

“คือว่าพี่...” เหมือนพี่บอสอยากจะอธิบายบางอย่างแต่ปั๊มมันก็ไม่ฟัง

“พี่จะอะไรนักหนากับผมวะ! ก็คนมันไม่อยากเป็น ยิ่งหงุดหงิดอยู่” ฉันว่ามันหงุดหงิดเรื่องตอนเย็นแน่ ๆ

“...”

“อีกอย่าง วันนี้ผมแม่งโคตรไม่ชอบพี่เลยวะ!” นี่มึงพาลพี่เขาเหรอปั๊ม เพื่อนทุกคนต่างส่งสายตาเชิงตั้งคำถาม

“เอ่อ...พี่เผลอทำอะไรให้น้องไม่พอใจเหรอครับ?” พี่บอสทำหน้าไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าปั๊มหมายถึงอะไร

“เหอะ! ทำขนาดนั้นแล้วยังไม่รู้ตัว” ปั๊มยังจ้องหน้ารุ่นพี่ด้วยสายตาที่โกรธเคือง

“ขออนุญาตครับ!” เสียงหนึ่งแทรกขึ้นท่ามกลางความวุ่นวาย ซึ่งเสียงนั้นสร้างความประหลาดใจและตกตะลึงให้กับฉันมาก เพราะเจ้าของเสียงที่พูดคือคนข้างตัวฉันที่นั่งหน้าตึงตลอดการประชุมเชียร์

“...”

ทุกสายตาจดจ้องมายังปอที่ค่อย ๆ ยืนขึ้นอย่างเชื่องช้า โดยเฉพาะสายตาหาเรื่องของคนที่เพื่อนเพิ่งเสนอชื่อให้เป็นเดือนเมื่อไม่กี่นาทีก่อน สายตาไอ้ปั๊มแม่งโคตรเอาเรื่อง ปอมันคิดอะไรของมันอยู่กันแน่วะ

 

“น้องปอว่าไงครับ”

“ผมขอเสนอชื่อผมเองเป็นเดือนครับพี่บอส”

“...” ณ จุดนี้ถุงแป้งช็อกค่ะ! ถึงไอ้ปอมันจะหน้าตาดีแต่ถ้าให้เป็นเดือนสงสัยจะไปไม่รอด เพราะหน้าตามันออกไปทางน่ารักมากกว่าหล่อ แถมชีวิตยังดึงดูดมนุษย์เพศชายมากกว่าเพศหญิงอีก ฉันควรดึงให้มันนั่งลงดีไหม

“เอ่อ...น้องปอหมายความว่า?” คราวนี้พี่บอสทำหน้าตกใจมากกว่าเก่า

“ผมจะลงประกวดเดือนภาคเองครับพี่”

“ไหวเหรอครับ พี่ว่าน่ารักอย่างน้องปอเหมาะจะเป็นแฟนเดือนรุ่นพี่มากกว่านะ” คำพูดนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“...” เงียบกริบกันทุกราย พี่บอสแม่งราดน้ำมันบนกองไฟเพิ่มอีกแล้วว่ะ ก็รู้อยู่หรอกว่าพี่เขาชอบพูดเล่นแบบนี้ตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน แต่บรรยากาศในตอนนี้คงไม่มีใครกล้าไปเล่นกับพี่บอสแล้วล่ะ อย่าเกิดสงครามศึกชิงนายเลย

“โอเค พี่ไม่เล่นแล้วครับ คือพี่ว่าน้องไม่น่าจะ...”

“ไหวแน่นอนครับพี่บอส ผมจะตั้งใจให้มาก ๆ ยังไงผมขอฝากทั้งตัวและฝากทั้งใจด้วยนะครับเดือนรุ่นพี่” เดี๋ยวนะเพื่อน นี่แกไม่ได้กำลังยั่วโมโหใครบางคนอยู่ใช่ไหม ขนาดฉันนั่งอยู่ข้าง ๆ ยังรู้สึกได้เลยว่าแกไม่ได้คิดอย่างนั้น

“อื้ม ถ้าน้องปอพูดขนาดนั้นพี่ก็โอเค...”

“ตัวแค่นี้เสือกจะประกวดเดือน! กูว่าดาวภาคอื่นยังสูงกว่ามึงอีกมั้ง” นั่นไง เดือดชนเดือดแล้วไง

“ไอ้ปั๊ม! นี่ไม่ใช่เรื่องของมึง”

“ทำไมจะไม่เกี่ยว ในเมื่อกูก็จะลงประกวดเดือน” ไอ้ปั๊มเริ่มเสียงดังขึ้นอีกครั้งจากที่ตอนแรกเหมือนจะเงียบไป

“ฮะ! น้องปั๊มว่ายังไงนะ” เหมือนตอนนี้พี่บอสจะตามไม่ทัน ไม่ใช่แค่พี่หรอกค่ะถุงแป้งก็ตามไม่ทันเหมือนกัน

“เรื่องเมื่อกี๊ผมตกลง ผมจะลงประกวดเดือนเอง” ปั๊มพูดพร้อมหันหน้าไปอีกทาง

“อ้าวปั๊ม ไหนเมื่อกี๊มึงยังเสนอชื่อกูแทนมึงอยู่เลย” กายเกาหัวแบบงง ๆ ก่อนจะถามเพื่อนตัวเองอีกที

“ผมขอค้านครับพี่ ในเมื่อก่อนหน้านี้ปั๊มปฏิเสธไปแล้ว” ไอ้ปอก็ยังดื้อไม่ยอมคนอื่นอีกตามเคย

“แต่ตอนนี้กูไม่ปฏิเสธ มึงจะทำไม!” งานเข้าแล้วไง ชนวนระเบิดที่ทั้งคู่โกรธกันเมื่อตอนเย็นถูกจุดขึ้นอีกครั้ง ฉิบหายแล้วถุงแป้งเอ๊ย ฉันจะทำยังไงดี ฉันควรห้ามปั๊มหรือปอก่อนดี

“เอ่อ...พี่ว่าพวกน้องใจเย็น ๆ ก่อน ค่อย ๆ พูดกันดีกว่านะ” พี่บอสพยายามยุติสงครามระหว่างทั้งคู่

“ก็บอกจะเป็นเดือนไงวะ / ก็ผมจะเป็นเดือนไงพี่” นั่น! ขนาดตอนทะเลาะยังพูดพร้อมกันอีก แล้วแบบนี้มันจะมีใครยอมกันไหมล่ะ โอ๊ย...ไอ้ณะมาช่วยฉันห้ามพวกมันที

“คือพี่ว่า...” พี่บอสเริ่มกลายเป็นคนที่ถูกตัดออกจากวงสนทนา

“มึงจะเอายังไงไอ้ปอ”

“แล้วปั๊มจะเอายังไง”

“ก็กูจะเป็นเดือน”

“ไหนบอกไม่อยากเป็นจุดเด่น แล้วตอนนี้คืออยากเด่นให้สาวมองเหรอ”

“ไอ้ปอ! ที่มึงจะเป็นเดือนก็เพราะเรียกร้องความสนใจใช่ปะ แม่งโคตรเด็กไม่รู้จักโต”

“ไอ้ปั๊ม!”

“ทำไม กูพูดผิดเหรอ หรือมึงอยากเรียกร้องให้คนเข้าหามึงเยอะ ๆ เป็นเด็กมีปัญหาแม่ไม่รักเหรอ”

“มึงพูดอะไร!”

“ไอ้สัสปอ กูก็พูดความจริงไง ความจริงที่ว่ามึงแม่งโคตรเรียกร้องความสนใจ ทำไม? แทงใจดำเหรอ”

“ไอ้เชี่ยปั๊ม! มึง!” เวลานี้ปอเหมือนคนฟิวส์ขาดที่เตรียมถลาตัวไปข้างหน้าเพื่อเอาเรื่องคนตัวสูง เพราะดันพูดถึงปมด้อยที่ปอมันเกลียดที่สุดในชีวิต คำพูดนั้นทำให้ฉันเริ่มทนฟังต่อไม่ไหว

“พอแล้วแก! ใจเย็นก่อน ปั๊ม! แกพูดเกินไปนะ” ถ้าเกิดฉันคว้าตัวไอ้ปอไว้ไม่ทัน คงเป็นเรื่องใหญ่กว่านี้

“ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้!” มึงอย่าดิ้นแรง ทำไมโกรธแล้วแรงไอ้ปอแม่งเยอะขนาดนี้วะ แขนฉันจะหลุดแล้วนะ

“กูไม่ถอน! มึงจะทำไม”

“ไอ้เชี่ยปั๊ม!” โอ๊ย ใครก็ได้ช่วยฉันที ถุงแป้งรั้งต่อไปไม่ไหวแล้วค่ะเพื่อน

“ปีหนึ่ง! หยุดครับ! ผมสั่งให้หยุดทั้งคู่ไง!” เมื่อเหตุการณ์แย่ลง เฮ้ดว้ากจึงเป็นฝ่ายเข้ามาแยกทั้งคู่ออกจากกัน

“พะ...พี่เติมคะ คือเพื่อนหนู” ฉันจะแก้ตัวให้ปอยังไงในเมื่อเรื่องมันเริ่มตั้งแต่ตอนกลางวันที่มันโดนปั๊มเท

“คุณไม่ต้องแก้ตัวให้เพื่อนครับ พวกคุณผิดทั้งคู่”

“พี่เติมครับ คือผม...” ปอเหมือนกำลังจะพูดแก้ตัวกับรุ่นพี่แต่กลับพูดอะไรไม่ออก

“กิจกรรมทุกอย่างในมหาวิทยาลัยมีไว้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและพี่น้อง แล้วดูสิ่งที่พวกคุณกำลังทำสิครับ ตอนนี้คุณแค่อยากเอาชนะโดยลืมหน้าที่ของคำว่าเพื่อนไปหรือเปล่าครับปีหนึ่ง”

“...”

“...”

“ถ้าพวกคุณอยากเป็นมาก ผมขอให้การบ้านพวกคุณว่าคุณจะแสดงโชว์ความสามารถพิเศษอะไรบนเวที ให้คุณแข่งกันเองเพื่อนกับพี่ของพวกคุณจะช่วยตัดสิน เริ่มหลังสัปดาห์หน้าเพราะผมจะให้เวลาพวกคุณซ้อมเต็มที่หนึ่งอาทิตย์”

“ครับ”

“ครับพี่”

“พวกคุณทั้งสามคนเลยนะครับ ทั้งปอ ปั๊ม และกายด้วย”

“เดี๋ยวพี่ ผมก็ต้องทำด้วยเหรอ” กายทำหน้าเลิ่กลั่กราวกับว่าตนเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย

“...”

“...”

“โอเคครับ ผมแข่งด้วยก็ได้ กรรมของกูอีกแล้วไงไอ้กายเอ๊ย” ท้ายเสียงของกายดูแผ่วลงจนเหมือนพูดกับตัวเอง

 

__________________________________________

 

รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเป็นนักเขียนที่ไม่ค่อยมีระเบียบมาพักใหญ่ ๆ

ตั้งแต่ตอนหน้าเป็นต้นไปรันจะอัปเดตทุกวันอาทิตย์นะครับ

นักอ่านจะได้ไม่ต้องคอยลุ้นว่ารันจะลงนิยายวันไหนบ้าง 5555

 

ปล ภาพนี้แทนตอนคุณปั๊มเกรี้ยวกราดกับน้องปอนะครับ

 

Enjoy reading

love Run(END)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น