(REwrite)Soul Love รักมากมายนายผี [MarkBam]

ตอนที่ 2 : เจอผีครั้งที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 576
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    24 เม.ย. 62




ห้าปีต่อมา

แตงรอด้วย”

“อ้าวบีม มาเช้ากับเขาเป็นด้วยเหรอ?”

“มึงก็พูดไป ก็วันนี้ม้าปลุกอ่ะเลยตื่นเร็ว”

“เอ้า ม้ามาเหรอ งั้นดีเลยวันนี้เลิกเรียนเดี๋ยวกลับบ้านด้วย คิดถึงกับข้าวฝีมือม้า”

“อ้วนเอ้ย เห็นแก่กิน!

ชายหนุ่มหน้าหวานเอ่ยแซวเพื่อนตัวนุ่มของเขานิดหน่อยก่อนจะผลักไหล่อวบเบา ๆ เท้าสองคู่มุ่งตรงไปยังตึกเรียนขนาดใหญ่ก่อนที่คนตัวเล็กกว่าจะขอตัวไปห้องน้ำก่อนเข้าห้องเรียน และทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาภายในสุขาภิบาลร่างบางก็จัดการล็อกกลอนให้แน่นหนาก่อนจะเปล่งเสียงพูดออกมาคนเดียวในความเงียบ

“บอกแล้วไงครับว่าไม่ให้ตามมามหาลัยทำไมดื้อจัง”

ก็คิดถึงบรรยากาศมหาลัยอ่ะอยู่แต่บ้านเบื่อจะตาย เราเองก็ขึ้นปีสองแล้วนะให้พี่มาเรียนด้วยเหอะ

“พี่แม็ก... เดี๋ยวบีมไม่กรวดน้ำให้ซะหรอกวันนี้”

ง่ะ ใจร้าย ทั้งที่เมื่อสองปีที่แล้วอุตส่าห์ช่วยเราจากรถชนแท้ ๆ นี่ถ้าไม่กรวดน้ำให้พี่ทุกวันนะพี่ก็ไม่มีแรงช่วยหรอก

“อันนี้คือทวงบุญคุณเหรอ?”

เปล่าจ้า ก็แค่อยากได้บุญเฉย ๆ กรวดน้ำให้พี่เถอะนะ นะ ๆ

คนตัวเล็กเงยหน้ายกมือเท้าเอวแล้วยกยิ้มอย่างเป็นต่อให้กับคำสารภาพของผีตัวโตตรงหน้า ดวงตากลมจ้องมองการออดอ้อนราวกับเด็กก็นึกขำ อันที่จริงพี่แม็กก็คงรู้แหละว่าเขาไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้นแต่ก็ยังจะอ้อน ส่วนไอ้เราก็ชอบใจอ่อนทุกทีสิน่า

“พี่แม็กก ก็รู้ว่าอ้อนแล้วบีมใจอ่อนก็ยังจะทำ”

เขาเรียกบริหารเสน่ห์

“ไปบริหารกับผีสาว ๆนู่นเลยไป”

ไม่เอาอ่ะ จะทำกับแค่เรานั่นแหละ

“ชิ..”

ไปเรียนได้แล้วไปเดี๋ยวพี่นั่งรออยู่หน้าตึก สัญญาว่าจะไม่หายไม่กวนครับ

“เฮ้อ บีมแพ้พี่แม็กอีกละ ก็ได้ครับเดี๋ยวบีมรีบเรียนรีบออกจะได้กลับพร้อมกัน

อ้อ อย่าทำหมาหอนล่ะ”

รับทราบครับ

หลังได้ยินคำรับปากจากพี่แม็กแล้วคนตัวเล็กก็ค่อย ๆปลดล็อกกลอนแล้วเปิดประตูออกจากห้องน้ำมุ่งตรงสู่ห้องเรียน เพื่อนร่างท้วมเอ่ยทักทันทีที่ขายาวก้าวพ้นประตูห้องเรียนเข้ามา

“ไปขี้มารึไง นานเชียว”

“อือ เนี่ยหมดไส้หมดพุงเลยอ่ะ”

“โห้ย ยังมีอะไรให้เอาออกอีกเหรอ ได้ลองหันกลับไปดูมั้ยไอ้ที่ออกมาอาจจะเป็นกระเพาะก็ได้นะ”

“เว่อร์ไป ๆเบาลงหน่อย” คนตัวเล็กผลักหัวเพื่อนน้อย ๆให้กับความเว่อร์วังจากคำเปรียบเทียบที่ไม่มีทางเป็นจริง

คนทั้งสองยังคงพูดคุยสารทุกข์สุกดิบกันไปเรื่อยจนกระทั่งอาจารย์ประจำวิชาเดินเข้ามาภายในห้อง ทุกอย่างถึงได้กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง วิชาเรียนได้เริ่มขึ้นและจบลงภายในสองชั่วโมงครึ่ง บีมแทบจะกระโจนออกจากห้องทันทีที่อาจารย์บอกเลิกเรียน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ลืมที่จะหันไปบอกเพื่อนสนิทว่าให้ไปเจอกันที่บ้านเช่าของตัวเองได้เลยไม่ต้องรอเขาไปเปิดบ้านให้เพราะถึงยังไงแม่ก็อยู่ข้างในอยู่แล้ว

ขาเล็กเร่งก้าวลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ ไม่ได้ต้องการจะรักสุขภาพตอนนี้หรอกนะแต่เป็นห่วงว่าผีข้างล่างจะทำให้หมาไม่เห่าได้จริงหรือเปล่า เพราะถ้าทำไม่ได้คนในมหาลัยคงได้แตกตื่นเป็นแน่ที่หมามันเห่าอยู่แค่จุดเดียวตั้งนานสองนาน เผลอ ๆอาจจะมีตำนานเรื่องใหม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำที่ว่าตึกนี้อาจจะมีพลังงานบางอย่างซ่อนอยู่... เหอะ ๆ

แต่แล้วความคิดมโนต่าง ๆก็เป็นอันสิ้นสุดเมื่อภาพที่เห็นตรงหน้ามีแต่ความสงบ พี่แม็กนั่งอยู่บนสนามหญ้าหน้าตึกพร้อมกับหมาอีกสองตัวที่กำลังหลับอยู่ เหนือภาพน่าแปลกใจตรงหน้าคือความเหนื่อยอ่อนจากการรีบลงบันไดมาจากชั้นเก้าจนถึงชั้นหนึ่ง คนตัวเล็กยืนหอบแฮ่ก ๆพร้อมปาดเหงื่อที่หน้าผากออกก่อนจะนั่งพักที่เชิงบันไดเพื่อเรียกพลัง

แม็กที่หันมาเห็นเด็กในความดูแลนั่งจุมปุ๊กอยู่ตรงตีนบันไดก็พอจะเข้าใจได้ว่าเขาควรจะเป็นฝ่ายเข้าไปหาเอง ร่างสูงเดินกึ่งลอยไปหาเด็กอายุน้อยกว่าก่อนจะนั่งยอง ๆลงตรงหน้าแล้วเอ่ยทัก

ไงเรา ไปทำอะไรมาถึงได้เหนื่อยขนาดนี้หืม?

“ก็รีบวิ่งลงบันไดมาน่ะสิ บีมกลัวพี่ทำหมาเห่าอ่ะ”

ไม่ไว้ใจกันเลยว่างั้น บอกแล้วไงว่าทำให้มันไม่เห่าได้

“ก็ไม่คิดว่าจะทำได้จริง ๆนี่นา”

ช่างมันเถอะ กลับบ้านกัน

“ครับ”

ยื่นมือออกไปให้น้องจับทั้งที่รู้ว่ายังไงก็วืด เป็นอะไรที่ค่อนข้างน่าเสียดายครับที่เราไม่สามารถโดนตัวกันได้ตลอดเวลาเหมือนคนปกติ จริง ๆก็เคยลองถามท่านเจ้าที่บ้านเจ้าน้องอยู่เหมือนกันว่าทำไมตอนนั้นถึงสามารถช่วยน้องที่กำลังจะโดนรถชนได้ ท่านก็ว่าเพราะจิตของผมมุ่งตรงไปหาสิ่ง ๆเดียวนั่นก็คือเจ้าน้องบวกกับแรงบุญจากการที่น้องกรวดน้ำให้ทุกวัน

ท่านยังว่าในเวลาปกติผมก็สามารถจับสิ่งของจับนู่นจับนี่หรือแม้แต่จับตัวน้องได้เหมือนกันถ้ามีสมาธิมากพอ แต่ผมก็ยังทำไม่ค่อยได้เพราะขาดการฝึกฝน ยิ่งตอนนี้ยิ่งทำไม่ได้เพราะแม่ของเจ้าน้องมาอยู่ด้วยสามวัน ถ้าเกิดมีอะไรหล่นหรืออะไรลอยผ่านหน้าไปแม่คงได้ช็อกจนเป็นลมแน่

“พี่แม็กคิดอะไรอยู่ เหม่อเชียว”

อืม... กำลังคิดว่าต้องฝึกอีกนานแค่ไหนถึงจะจับมือเราได้ในตอนที่อยากจับ

“ทำไมถึงอยากจับมือบีมล่ะ”

ก็...เรามันซุ่มซ่ามเดี๋ยวสะดุดตรงนู้นล้มตรงนี้ ดูสิแผลเต็มตัวไปหมด ถ้าพี่จับมือเราไว้ได้นะสัญญาจะไม่ให้ล้มเลย

“อยากจับเพราะเรื่องแค่นี้จริงอ่ะ? ไม่มีเรื่องอื่นอีกเหรอ”

แล้วอยากให้เป็นเรื่องไหนล่ะ

“อ่า ไม่มีหรอก บีมก็ถามไปเรื่อย”

สุดท้ายก็คือปากแข็งทั้งคู่ ทั้งที่รู้ดีว่าความรู้สึกที่มีให้กันมันมากกว่าแค่วิญญาณกับมนุษย์ที่บังเอิญมาพบกัน มันเป็นความผูกพันที่ยากจะแยกระหว่างดวงจิตทั้งสองภายในระยะเวลาห้าปีที่อยู่ด้วยกันมา ร่างเล็กลอบมองใบหน้าหล่อของบุคคลข้าง ๆพลางคิดว่าจากวันนั้นจนถึงวันนี้พี่แม็กไม่ได้เปลี่ยนไปเลย มันเป็นอะไรที่โคตรจะดีที่มีผีตนนี้อยู่ข้าง ๆในทุก ๆวัน

วิญญาณตัวโตเลิกอยู่กับความคิดในหัวของตัวเองแล้วหันมามองเด็กตัวเล็กที่เดินอยู่ข้าง ๆ ความร่าเริงสดใสที่มีให้เขาเห็นได้ทุกวันเป็นอะไรที่รู้สึกดีมากพอ ๆกับการได้รับบุญ เคยคิดอยู่เหมือนกันว่าตอนไปเกิดใหม่มันจะมีชีวิตที่ดีได้เท่านี้มั้ย... และเพราะอย่างนี้เองเขาเลยเลือกที่จะเก็บสิ่งที่รู้สึกเอาไว้ไม่พูดออกไปดีกว่า เพราะถ้าได้พูดออกไปแล้ว...ตอนจากกันคงเจ็บมากกว่าเดิมแน่ ๆ

 

TBC.
#โซลเลิฟมบ
@MTBBgot7Ahgase
ฝากเอ็นดูพี่แม็กกับเจ้าน้องด้วยนะคะ

ขอบคุณที่(หลง)เข้ามาอ่าน และ Enjoy reading!!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #51 wawako (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 16:44
    สนุกมากๆค่ะ มาต่อเร็วๆนะค่ะ สู้ๆค่ะ
    #51
    1
    • #51-1 Miné_View(จากตอนที่ 2)
      23 เมษายน 2562 / 18:19
      งื้อออ ขอบคุณมากค่า
      #51-1
  2. #3 Bms (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 08:34

    งื้ออออสงสารมาร์คจัง

    #3
    1