Ever Loved ขอแก้ตัวนะทูนหัวของมาร์ค [MarkBam]

ตอนที่ 3 : Unit 2 : Ever 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,965
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 180 ครั้ง
    20 พ.ค. 62



Ever has it been that love knows not its own depth until the hour of separation.

กว่าจะรู้จักหัวใจตัวเองว่าสามารถรักคน ๆ หนึ่งได้มากมายขนาดไหน ก็ต่อเมื่อมาถึงเวลาแห่งการพลัดพรากเสมอ



กิ๊งก่องงง~


          “รอสักครู่นะคะ.. อ้าวมาร์คจะมาทำไมไม่โทร.บอกแม่ก่อนล่ะลูก”

          “แม่สวัสดีครับ เอ่อ คือผม..”

          “มา เข้ามาข้างในก่อนสิ”

          “จะดีหรอครับแม่ ก็ผม...”


          วันนี้ผมมาหาแม่ของแบมแต่เช้าเพราะไม่รู้ว่าลูกชายสุดที่รักของแม่นั้นหายไปอยู่ที่ไหนตั้งแต่เราเลิกกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมแม่ยังต้อนรับขับสู้ผมดีเหมือนเดิม


        ไม่โกรธผมหรือไงนะที่ทำให้ลูกเขาเสียใจขนาดนั้น 


          “มาเหนื่อยๆจะให้แม่ปล่อยเรายืนร้อนอยู่ข้างนอกได้ไง เข้ามาๆ”

          “งั้นรบกวนด้วยนะครับแม่”


          ยังเหมือนเดิม.. เหมือนเดิมเกินไป


          แต่ผมก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการเดินตามหญิงหน้าตาใจดีเข้าไปในบ้านด้วยความเกรงใจสุดๆ


          “ไหน มาร์คมีอะไรหืม ถึงได้มาหาแม่กะทันหันอย่างนี้”

          “คือผมอยากจะมาถามแม่น่ะครับว่าตอนนี้แบม.. อยู่ที่ไหน”

          “แม่กำลังจะถามเลยว่าเจ้าตัวดื้อไม่มาด้วยกันหรอ นี่สรุปว่าไม่ได้อยู่กันหรอลูก”

          “ครับ... “

          “คราวก่อนที่แบมมาอยู่กับแม่นี่.. ทะเลาะกันหนักเลยหรอ”

          “คือก็ไม่เชิงว่าทะเลาะหนักหรอกครับ แต่..”


          ยิ่งพูดก็ยิ่งควบคุมปากตัวเองไม่อยู่ อีกทั้งความร้อนผ่าวก็เริ่มที่จะเกิดขึ้นบริเวณขอบตาคม


          เขาอยากร้องไห้จริงๆ.. ร้องไห้ที่ตัวเองมีความอดทนไม่มากพอ


          “เอ้า มาร์คเป็นอะไรลูกไม่ร้องสิ”

          “แม่ครับผมขอโทษ ขอโทษที่ดูแลลูกของแม่ไม่ดีพอ..”

          “ขอโทษแม่ทำไม มาร์คแค่ทะเลาะกับแบม แม่ไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยสักหน่อย มาร์คฟังแม่นะ ชีวิตคู่น่ะมันต้องต่างคนต่างปรับตัวเข้าหากันรู้มั้ย อย่าให้อารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผลแล้วทำลายสิ่งที่พวกลูกสร้างมาด้วยกันเลยนะ มีอะไรก็ค่อยๆพูดกันเข้าใจมั้ย”

 

          ทั้งที่ผมก็ไม่ได้พูดถึงเรื่อง..นั้น และดูเหมือนว่าแบมเองก็คงไม่ได้เล่าอะไรให้แม่ฟังเช่นกัน แต่แม่กลับพูดเหมือนรู้ทุกอย่างในสิ่งที่เขาทำ นั่นยิ่งทำให้คนอย่างมาร์คกล้าที่จะร้องไห้ออกมาต่อหน้าคนอื่นเป็นครั้งแรก ไม่สิ.. แม่แบมไม่ใช่คนอื่นสักหน่อย


          “งั้นเดี๋ยวแม่จดที่อยู่ของแบมให้เนาะ”

          “ขอบคุณครับแม่” 



          เมื่อได้รับที่อยู่มาจากแม่ของแบมแล้ว ผมจึงขอตัวลากลับทันทีด้วยเหตุผลที่ว่าจะรีบตามไปง้อแบม ซึ่งแม่เองก็เข้าใจผมอีกทั้งยังอวยพรให้ด้วย

          หลังจากนั้นผมก็รีบขับรถไปตามที่อยู่ที่ถูกเขียนมาให้ไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาสิ้นสุดอยู่ที่บ้านหลังขนาดกลางแต่ดูดีหลังหนึ่ง ผมชั่งใจอยู่นานว่าที่นี่จะใช่บ้านของแบมแบมหรือเปล่า ก่อนจะตัดสินใจวัดดวงโดยการเดินลงไปกดกริ่งหน้าบ้าน

 

กิ๊งก่อง~

 

          เงียบ.. ไร้ซึ่งการตอบรับใดๆ จนผมถึงกับต้องโทร.ไปบรรยายลักษณะบ้านให้แม่ฟังแล้วถามเพื่อความแน่ใจว่าใช่หลังนี้แน่หรือไม่? ก่อนที่ผมจะได้รับการตอบกลับมาว่าใช่

          แล้วทำไมถึงบ้านถึงเงียบอย่างนี้ล่ะ ราวกับว่าวันนี้เจ้าตัวไม่อยู่บ้านอย่างนั้นแหละ

 

          แต่ไม่เป็นไร ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เขาก็จะขอซุ่มรอการกลับมาของแบมแบมอยู่แถวนี้เงียบๆก็แล้วกัน 


@Yuyo_Hospital

 

          “มาหาหมอยูคครับ”

          “คุณคงหมายถึงคุณหมอยูคา แล้วได้นัดไว้รึเปล่าคะ รบกวนขอชื่อด้วยค่ะ”

          “เอ่อ.. คือผม ผม..”

          “อ้าวคุณแบม มาฝากคร...”

          “ชู่วว.. ผมมาหาหมอนั่นแหละ ว่างคุยมั้ยครับ?

 

          จากตอนแรกที่แบมแบมคิดอยู่ว่าจะตอบคำถามพยาบาลตรงหน้าอย่างไรดี คุณหมอตัวสูงโปร่งอย่างยูคาก็บังเอิญเดินมาเจอชายร่างเล็กคุ้นตาพอดี แต่พอจะเอ่ยทักเรื่องฝากครรภ์กับอีกฝ่าย ร่างบางก็รีบหันมาเอานิ้วจ่อปากเป็นเชิงว่าไม่ให้พูด ก่อนจะถามเขาว่าว่างหรือไม่ ซึ่งก็ทำเขาแปลกใจเล็กน้อยแหละแต่ไม่ได้ปฏิเสธอะไรเพราะเป็นเวลาพักพอดี

 

          “ไหนคุณมีอะไรจะคุยกับหมอครับ?

          “หมอชื่อยูคาหรอครับ? ไหนว่าชื่อยูค”

          “ชื่อจริงน่ะ แล้วก็อย่านอกประเด็นสิ คุณอยากให้หมอช่วยอะไรครับ”

          “คือ.. ผมอยากให้หมอช่วยผมตั้งแต่เรื่องฝากครรภ์ไปจนถึงเรื่องทำคลอดเลย หมอช่วยผมได้มั้ยครับ..?

 

          คนตัวเล็กค่อยๆห่อไหล่แล้วพูดอ้อมแอ้มอย่างไม่เต็มเสียง เพราะการที่ผู้ชายอย่างเขาจะมาพูดเรื่องอะไรแบบนี้มันก็ช่างน่าแปลกสิ้นดี แล้วอีกอย่างคนอย่างหมอยูคก็ดูเป็นคนดีในแบบที่เขาสามารถยกขึ้นหิ้งในฐานะเพื่อนที่ดีตั้งแต่แรกพบได้เลย เขาเลยไว้ใจที่จะให้หมอยูคช่วยเขาเรื่องนี้แค่คนเดียวน่าจะดีกว่า

 

          “คือหมอไม่ใช่สูตินะคุณแบม เพราะงั้นหมอช่วยคุณได้ทุกอย่างครับยกเว้นทำคลอด”

          “อ้ะ.. ”

 

          แบมแบมนิ่งไปพักนึงอย่างใช้ความคิด ก่อนจะเริ่มเหงื่อตกเพราะยังไงเสียคนที่จะได้ทำคลอดให้เขาก็ต้องเป็นคนอื่นที่ไม่รู้จัก ซึ่ง.. มันทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย คิ้วโก่งเริ่มขมวดเข้าหากันอีกรอบจนคุณหมออย่างยูคต้องขอถือวิสาสะตีแขนคุณแม่มือใหม่เพื่อเรียกสติ

 

          “อย่าเครียดครับ! หมอเบื่อจะเตือนแล้วนะ เราเพิ่งเจอกันแค่สองรอบเองนะแต่หมอรู้สึกว่าคุณขมวดคิ้วบ่อยมากอ่ะ”

           “ก็ผมเครียดอ่ะหมอ จะให้ผมยิ้มรึไง ประสาท!

           “เครียดก็ต้องปล่อยวางครับ อย่าลืมสิว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว อย่าใจร้ายกับลูกของตัวเองหน่อยเลยน่าคุณแบม เขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเรานะครับ”

 

           คนไข้หน้าหวานถึงกับเม้มปากแน่นเพราะตัวเองโดนด่าเต็มๆ แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะคิดตามคุณหมอตัวโย่งนี่ไปด้วย ก็จริงอย่างที่หมอว่า เขาใจร้ายกับเจ้าวุ้นมากเกินไปจริงๆนั่นแหละ ทั้งเครียด ทั้งร้องไห้ ทั้งกินเหล้า.. เออ จริงสิ การกินเหล้านี่มันอันตรายมากมั๊ยนะ เมื่อคืนกินไปเยอะเลยอ่ะ

 

          “หมอยูค.. กินเหล้าตอนท้องนี่.. อันตรายมากมั้ยครับ?

          “โหคุณ ขนาดคนธรรมดามันยังไม่ดีต่อร่างกายเลย เพราะงั้นกับคนท้องมันก็ต้องบวกเพิ่มเป็นเท่าตัวนั่นแหละครับ แต่เอ๊ะ.. อย่าบอกนะว่าที่ถามเนี่ยเพราะไปกินเหล้ามาอ่ะ”

          “เมื่อวานเลย..”

 

          ใบหน้ากลมพยักขึ้นลงน้อยๆพร้อมตอบคำถามเสียงแผ่วอย่างยอมจำนนในความผิด เล่นเอาคุณหมอถึงกับกุมขมับเพราะไม่เคยเห็นคุณแม่คนไหนดื้อเท่านี้มาก่อน รู้ว่าตัวเองท้องแต่ยังไปกินเหล้า มันมีที่ไหนกันเล่านอกจากลำยองอ่ะ!

 

          “คุณแบม! ทำไมถึงเป็นคนดื้อแบบนี้นะ รู้ว่าท้องแล้วยังจะกินเหล้า ทำไมไม่คิดถึงลูกคุณบ้าง ถ้ายังจะทำแบบนี้อีกไม่ต้องมาให้หมอช่วยเลยนะ! ตอนนี้หมอโมโหคุณมากเลย คุณใจร้ายมากอ่ะ”

          “หมออย่าว่าเราดิ.. ฮึก เรารู้เราผิดอ่ะ แต่ตอนนั้นเราเครียดเราสับสนแล้วเราก็ไม่รู้จะทำยังไง หมอ หมอไม่เข้าใจเราสักหน่อยทำไมหมอต้องดุเราด้วย แล้วเมื่อคืนเราก็เจอแฟนเก่าเราอีก ฮึก! ตอนนี้เรารู้สึกแย่มากๆเลยอ่ะ พอวันนี้เรายังต้องมาโดนหมอดุอีก บอกเราดีๆก็ได้หนิ ฮืออ..อ.ออ~

 

          หลังพูดจบด้วยน้ำเสียงติดสั่นเครือพร้อมการสะอื้นอีกนิดหน่อย น้ำตาแห่งความน้อยใจก็ไหลออกมาทันที คนเป็นหมอที่เมื่อครู่กำลังมีน้ำโหก็ถึงกับผงะเมื่อได้เห็นน้ำตาของอีกฝ่าย นึกโทษตัวเองแรงๆหนึ่งทีเพราะลืมไปว่าคนท้องอารมณ์อ่อนไหวง่ายมากๆ แล้วยิ่งกับคนนี้... เห้อ

          หมอยูคชำเลืองมองคนไข้ที่กำลังเบะปากร้องไห้ด้วยหางตาเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจยาวๆออกมาหนึ่งครั้ง แล้วคิดต่อว่าจะเอายังไงกับคุณแม่คนนี้ดี

 

          “หมอขอโทษนะคุณ หมอไม่น่าว่าคุณทั้งที่ไม่รู้อะไรเลยจริงๆนั่นแหละ ยกโทษให้หมอนะเดี๋ยวพาไปเลี้ยงไอติม”

          “เราอยากกินไอติม แต่เรา ฮึกก..ก เรายังโกรธหมออยู่ แล้วหมอก็ต้องทำงาน แล้วหมอ ฮึก หมอก็ยังบอกอีกว่าจะไม่ช่วยเราแล้ว แล้วทีนี้ก็มาขอโทษเรา ทำไมหมอขี้โกหกอ่ะ ฮึกก”

 

          ยูคาที่ได้ฟังประโยคเมื่อครู่ถึงกับต้องยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองพักนึงเลยทีเดียว เพราะกลัวว่าถ้าอีกฝ่ายเห็นหน้าเขาตอนนี้ การยกโทษอาจจะเป็นไปได้ยากกว่าเดิมก็เป็นได้ คือก็รู้สึกผิดแหละแต่ก็ขำอ่ะ

 

          “อ่ะๆ อันนั้นหมอพูดเล่น หมอเป็นหมอมีหน้าที่ช่วยคนนะ เพราะงั้นยังไงหมอก็ช่วยคุณแน่นอน อีกอย่างหมอก็เห็นคุณเป็นเพื่อนหมอคนนึงด้วย หมอช่วยคุณเต็มที่แน่นอนคุณแบม”

          “สัญญากับเรา”

          “อื้ม สัญญาสิ ปะ เดี๋ยวหมอพาไปทำเรื่องฝากครรภ์ แล้วเดี๋ยวไปกินไอติมกัน”

          “ขอบคุณนะ”

 

          มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาตัวเองแบบลวกๆก่อนจะลุกขึ้นเดินตามคุณหมอไปอย่างช้าๆ พลางค้นเอกสารที่เตรียมมาจากบ้านเอามาถือไว้ในมือเพื่อความสะดวกในการเดินเรื่อง



          จ๊อกกก~

 

          หิวจัง.. นี่เขานั่งรอแบมแบมอยู่แถวนี้มาสองสามชั่วโมงแล้วนะเนี่ย แต่เจ้าตัวก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาบ้านเลยสักนิด เพราะที่หน้าบ้านก็ยังคงเงียบกริบเหมือนเดิม

 

          อยากหงุดหงิดจังครับ แต่..ไม่ทำดีกว่า

 

          งั้นระหว่างรอก็ไปหาข้าวกินก่อนแล้วกัน เพราะนี่ยังไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อคืนเลยนอกจากเหล้า หวังว่าแค่กินข้าว..มันคงจะไม่ทำให้ผมต้องคลาดกับแบมแบมหรอกนะ

 

 

 

          การดำเนินการเรื่องฝากครรภ์ลื่นไหลกว่าที่คิดเพราะหมอยูคช่วยทุกอย่างตามสัญญาจริงๆ พาเขาเดินไปทางนู้นทีทางนี้ที แถมยังจุ๊ๆกับหมอและพยาบาลคนอื่นด้วยว่าอย่าไปเอ็ดเรื่องเขากับใคร เพราะนี่ถือเป็นเคสพิเศษ บอกเลยว่าจุดนี้ซึ้งในน้ำใจหมอสุดๆอ่ะ

 

          “ไงคุณ ฝากครรภ์เสร็จละเห็นมะ ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย แถมหมอที่นี่ก็ใจดีอีกต่างหาก เป็นคุณแม่คิดมากอ่ะไม่ดีนะคุณ”

          “แซะเก่งนะหมอ ผมรู้แล้วน่า คราวหลังจะพยายามคิดน้อยๆละกัน”

          “ฮะๆ ดีแล้วๆ เออนี่ หมอว่าคุณแทนตัวว่าเราเหมือนตอนงอแงดีกว่านะ มันดูเข้ากับหน้าคุณดีอ่ะ”

          “ไม่เกี่ยวสิ งอแงก็ส่วนงอแง พูดธรรมดาก็ส่วนพูดธรรมดา ถ้าเอามันมาร่วมกันเดี๋ยวแยกไม่ออกหรอกว่าตอนไหนจะงอแง เข้าใจมั้ยอ่ะหมอ?

 

          คนที่เป็นฝ่ายถูกเรียกร้องมุ่ยหน้านิดๆอย่างไม่เข้าใจ ทำไมหมอยูคต้องให้เขาทำในสิ่งที่ผิดธรรมชาติของตัวเองด้วย หมอคิดอะไรอยู่กันนะ? ด้านหมอยูคเอง เมื่อได้รับคำตอบก็ถึงกับต้องเอามือขึ้นมาปิดปากตัวเองเพื่อกลั้นขำอีกครั้ง ขนาดกำลังจะเป็นแม่คนแล้วนะน่ะความคิดความอ่านยังโคตรเด็ก นี่เดาไม่ถูกเลยนะว่าคนตรงหน้านี่จะเลี้ยงลูกออกมาในรูปแบบไหน

 

          “เข้าใจแล้วก็ได้ เอ้อ เราไปกินไอติมกันเลยมั้ย?

          “ได้หรอหมอ หมอไม่ต้องทำงานรึไง?

          “ได้สิ หมอเป็นลูกเจ้าของโรงบาล”

 

          เป็นเรื่องที่เขารู้สึกตกใจพอสมควรเลยที่คนที่เขาเหวี่ยงใส่อยู่แว้ดๆตั้งแต่เจอกันครั้งแรก จะเป็นลูกเจ้าของโรงพยาบาลไปเสียได้.. แบมแบมมองคุณหมอหนุ่มแบบอึ้งนิดๆในขณะที่อีกฝ่ายได้แต่ยิ้มน้อยๆกลับมาให้ และถอดเสื้อกาวน์ออกไปพลางๆ

 

          “เอาน่า จะเริ่มคิดน้อยๆไม่ใช่รึไงคุณ ตอนนี้ก็ไม่ต้องคิดสิ ฮิๆ”

 

          ยูคาว่าก่อนจะแตะไหล่คนตัวเล็กกว่าน้อยๆแล้วออกเดินนำเพื่อลงลิฟท์ไปยังชั้นจอดรถของโรงพยาบาล ทำให้แบมแบมต้องรีบเดินตามไปอย่างเสียไม่ได้

 



@Evening Café

          “เอารสนี้ครับ รสนี้ก็ด้วย อันนี้ๆ อันนี้ด้วยนะครับ อื้มม นั่นแหละครับ อย่าลืมราดช็อกโกแลตเยอะๆน้า”

 

          ในขณะที่ยูคากำลังเลือกอยู่นั้นว่าตัวเองจะกินรสอะไรดี คนตัวเล็กข้างกายกลับออกปากสั่งพนักงานไม่หยุดเลยตั้งแต่มาถึงเคาน์เตอร์ นี่เขายังสลัดภาพตอนที่เดินเข้ามาในร้านออกจากหัวไม่ได้เลยนะเนี่ย ภาพที่คุณแม่มือใหม่ก้าวขาเข้ามาในร้านปุ๊บก็กระโจนตัวเข้าไปเกาะอยู่ที่เคาน์เตอร์ตักไอติมอย่างน่าเอ็นดูปั๊บ แถมยังสั่งพนักงานให้ตักไอติมแบบที่ตัวเองก็ยังไม่ได้อ่านรสชาติด้วยซ้ำ

 

          นี่ชักจะเริ่มคิดแล้วสิว่า คุณแบม.. ไม่ได้ถูกล่อลวงจนท้องแน่นะ? นิสัยงี้เด็กเกิ๊น!!

 

          หมอยูคได้แต่ส่ายหัวไล่ความคิดพิกลน้อยๆ แล้วลงมือเลือกรสชาติของไอติมต่อ เมื่อเลือกเสร็จก็จ่ายเงินทั้งในส่วนของตัวเองและในส่วนของคนที่เขาบอกว่าจะเลี้ยงด้วย ก่อนจะรีบเดินไปหาโต๊ะนั่งเพราะถ้วยที่ถือชักจะเริ่มแผ่ความเย็นออกมาจนมือของเขาออกอาการชานิดๆแล้วสิ ยิ่งคนข้างๆเขานะยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย คงจะเย็นมืออยู่ไม่น้อยเพราะสายตาที่ใช่มองพนักงานคิดเงินนั้นออกอาการไม่พอใจในความเร็วของการคำนวณเงินอย่างชัดเจน ทั้งที่มันก็เป็นความเร็วปกติที่เขาทำกัน

 

          แบมแบมรีบก้าวขาฉับๆไปที่โต๊ะว่างทันทีที่คิดเงินเสร็จ แล้วจัดแจงวางถ้วยไอติมลงบนโต๊ะอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าเลือดที่มือนั้นจะแข็งเสียก่อน บนใบหน้างามยังคงหลงเหลืออารมณ์ของความไม่พอใจอยู่ แต่ทันทีที่ตักไอติมเข้าปากไปหนึ่งคำนั้น.. โลกก็เปลี่ยน

 

          เอาเป็นว่าครั้งนี้จะให้อภัยก่อนก็ได้ เพราะไอติมอร่อยมาก

 

          หมอยูคนั่งมองแบมแบมกินไอติมไปพลางตักกินเองไปพลาง แล้วจึงหาจังหวะเหมาะเริ่มบทสนทนา

 

          “อาการแพ้ท้องของคุณเป็นไงมั่งอ่ะ ดีขึ้นมั้ย?

          “อื้ม ดีขึ้นแล้วล่ะ พักนี้เจ้าวุ้นไม่ค่อยแกล้งแล้ว”

          “เจ้าวุ้น? คุณหมายถึงลูกคุณหรอ? ทำไมตั้งชื่อแปลกจัง”

          “เป็นชื่อชั่วคราวน่ะ เดี๋ยวผมจะตั้งชื่อให้เจ้าวุ้นจริงๆอีกทีก็ตอนรู้ว่าเพศอะไรนั่นแหละ ตอนนี้ยังไม่รู้ก็เลยเรียกแบบนี้ไปก่อนอ่ะ อื้มม~ รสนี้อร่อยจัง”

 

          คนเป็นหมอลอบสังเกตอาการคุณแม่ขณะที่คุยไปด้วยก็เห็นว่าภาวะอารมณ์ปกติดีผิดกับตอนที่อยู่ในโรงพยาบาลก็สบายใจขึ้นนิดหน่อย เพราะดูๆไปแบมแบมคงจะรับได้แล้วที่ตัวเองต้องอุ้มท้องยาวๆไปอีกเจ็ดเดือน แถมตอนพาไปฝากครรภ์และดูกำหนดคลอดเจ้าตัวก็ดูจะตื่นเต้นไม่น้อย และยิ่งตอนที่คุณหมอเขาแนะนำอะไรที่เกี่ยวกับการดูแลครรภ์คนตัวเล็กก็รีบจดบันทึกลงโทรศัพท์แบบข้อต่อข้อกันเลยทีเดียว ตื่นแล้วสินะ..สัญชาตญาณแห่งความเป็นแม่


          เอาจริงๆ เขาว่าคุณแบมไม่ได้เสียใจที่เด็กในท้องเป็นลูกจากแฟนเก่าหรอก ไม่งั้นวันนี้คงจะไม่เตรียมเอกสารมาพร้อมขนาดนั้น

 

          “หมอ.. หมอยูค! เหม่ออะไรอยู่อ่ะ ไอติมละลายหมดแล้ว รีบกินเลยๆสงสารน้อง”

          “ห้ะ น้อง? น้องไหนอีกล่ะคุณ”

          “น้องไอติมไงหมอ โถ่เอ้ย แค่นี้ก็ไม่รู้ หมอมาเป็นหมอได้ไงเนี่ย”

          “อ่ะ โอเคครับ.. หมอผิดเองแหละที่ไม่เข้าใจ..”


          ทั้งสองเริ่มกลับมาเงียบอีกครั้งเหตุเพราะไอติมทำปากเย็นและลิ้นแข็งจนพูดไม่ได้ และกลายเป็นฝ่ายของคุณหมอที่กินหมดก่อนเพราะสั่งมาน้อยกว่าเป็นคนเริ่มบทสนทนาอีกครั้ง


          "นี่คุณแบม กินไอติมเสร็จออกไปเดินเล่นสูดอากาศกับหมอหน่อยมั้ย เดี๋ยวไปส่งบ้านฟรี"

          "หมอเล่นบอกว่าฟรีแบบนี้ ผมคงจะพลาดไม่ได้แล้วล่ะ ไปครับ"

          "ดีมากครับ จะได้แข็งแรงๆ"



@JY_Park

          "ปกติแล้วหมอชอบมาเดินเล่นที่นี่หรอครับ?"

          "ประมาณนั้นครับ หมอว่าที่นี่มันร่มรื่นดีแถมอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลด้วย" 

 

          หลังจากที่กินไอติมกันเสร็จแล้ว พวกเขาก็พากันขึ้นรถของคุณหมอหนุ่มมุ่งตรงมายังสวนสาธารณะที่อยู่ใกล้ๆ ยูคาแนะนำว่าที่นี่อากาศดีมากเพราะมีต้นไม้เยอะแถมผู้คนก็ไม่ค่อยพลุกผล่าน เรียกได้ว่าเป็นแรร์ไอเทมสำหรับสถานที่พักผ่อนสมองเลยก็ว่าได้

 

          คนทั้งสองเดินทอดน่องไปเรื่อยๆอย่างไม่รีบร้อนเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศดีๆที่มีสายลมอ่อนๆพัดผ่านร่างกายพอให้รู้สึกหายเหนื่อย และเสียงของใบไม้กระทบกันดังแซ่กแซ่ก คุณแม่ตัวน้อยมองไปรอบๆก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆสองสามรอบเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด นึกขอบคุณหมอยูคที่แนะนำให้เขาได้รู้จักกับสถานที่ดีๆแบบนี้เพราะปกติแล้วเขาเอาแต่ทำงานจนไม่มีเวลาพักผ่อนเลย

 

          “ดูนู่นสิคุณ มีเรือเป็ดด้วย แต่หมอไม่แนะนำให้เล่นหรอกนะ”

          “ทำไมล่ะครับ มันเป็นอันตรายกับเจ้าวุ้นหรอ?

          “หึ มันเหนื่อย”

          “...”

 

          หมอแม่ง..

 

          “ถ้าไม่ติดว่าหมอคอยช่วยผมตลอดนี่ผมด่าแล้วนะจริงๆ”

          “ฮ่าๆ ทำไมคุณเกรี้ยวกราด”

          “ก็หมอกวนประสาทผมอ่ะ”

          “อ้าวหรอ หมอไม่เห็นรู้ตัวเลย”

 

          งั้นหมอคงเป็นแบบนี้โดยพื้นฐานชีวิตสินะ เคหมอ เคๆ

 

          “เออนี่คุณ ชอบฟังเพลงมั้ย? หมอมีเพลงนึงเพราะมากเลย อยากแนะนำให้คุณฟัง”

          “ไหนเพลงอะไรครับ”

          “ลองฟังดูสิ อ่ะ..”



 

          พูดจบคุณหมอก็ยื่นหูฟังมาให้ผมข้างนึงในขณะที่เราแวะนั่งพักอยู่ข้างทาง ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนชอบฟังเพลงอยู่แล้วจึงไม่ได้รอช้าที่จะรับหูฟังมาเสียบใส่หูของตัวเอง

 

          ก่อนจะชีวิตจะอ่อนล้า ก่อนชีวิตจะผ่านพ้นจนหมดเวลา พอได้ว่าหยุดตามหา จะมีทางให้ทุกๆอย่าง ก่อนชีวิตจะอ่อนล้า ให้ความเจ็บช้ำมันตอกย้ำว่าธรรมดา สิ่งที่รู้เมื่ออยู่ตามหา จะมีวันที่ฟ้ากระจ่างและทุกข์นั้นเบาบาง..~

(รุ้ง-Slot Machine)

 

          ในขณะที่กำลังดื่มด่ำกับเนื้อเพลงอยู่นั้น พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นคุณหมอนั่งยิ้มแฉ่งพร้อมชูสองนิ้วสู้ตายกลับมาให้เขาอยู่ราวกับต้องการให้กำลังใจ คุณแม่ตัวน้อยระบายยิ้มอ่อนๆส่งกลับไปให้คุณหมอด้วยความรู้สึกที่ประทับใจในคนข้างกายเล็กๆ

 

          “หมออ่อนโยนจัง”

          “ชมอย่างนี้หมอเขินนะ ฮ่าๆ”

          “ถ่อมตัวก็ได้ครับ อย่างเกรงใจผมเลย”

          “ฮ่าๆ ไม่เอาอ่ะคุณ หมอขอรับไว้ด้วยความเต็มใจดีกว่า”

 

          คนตัวเล็กกว่ายู่หน้าใส่คุณหมอตัวสูงทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบประโยค ทำไมหมอหลงตัวเอง? 


          เรานั่งกันอยู่แบบนั้นอีกสักพักจนเพลงจบและขึ้นเพลงใหม่ แต่คุณหมอก็ดึงหูฟังออกจากหูของเขาเสียก่อน บอกเลยว่าอารมณ์แทบปรี้ดเพราะกำลังฟังเพลินๆ

 

          “ค่ำแล้ว ตากน้ำค้างนานจะป่วยเอานะ ป่ะ! ลุกเถอะคุณเดี๋ยวหมอไปส่ง อ้อ เดี๋ยวแวะซื้อขนมก่อนกลับให้ด้วย ถือซะว่าเป็นค่าเสียเวลา”

 

          ไม่ครับ ไม่โกรธหมอแล้วก็ได้..

 

          หลังจากนั้นเราทั้งคู่ก็พากันเดินกลับไปที่รถของคุณหมอเพื่อไปซื้อขนมก่อนกลับเข้าบ้าน ซึ่งรอบนี้ไม่ได้ต่างคนต่างอยู่เหมือนตอนขามา ยังคงมีพูดคุยกันบ้างเนื่องจากติดลมตอนอยู่ที่สวนสาธารณะ จนมารู้ตัวอีกทีก็อยู่ที่หน้าร้านขายขนมแล้ว

          ในตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะเลือกนั่นกินนี่ เค้กชิ้นนั้นก็น่ากินชิ้นนี้ก็น่าอร่อย แต่เนื่องจากว่าคุณหมอบอกว่าให้คำนึงถึงเจ้าวุ้นด้วย ผมก็เลยต้องยกหน้าที่การเลือกเค้กให้คุณหมอไปโดยปริยาย เพราะถึงตัวเองเลือกไป.. หมอก็ห้ามอยู่ดี!

 

          “สามชิ้นพอมั้ยคุณ?

          “พออยู่ครับ น่าจะได้ถึงพรุ่งนี้เลยแหละ เพราะวันนี้ผมเริ่มง่วงๆละ”

          “โอเคครับ งั้นเดี๋ยวผมขอนมร้อนด้วยนะครับสองขวด”

 

          พอคุณหมอถามความต้องการของผมเสร็จก็หันไปสั่งออเดอร์กับพนักงานเพิ่มเติม ก่อนจะควักกระเป๋าเงินออกมาจ่าย เอาจริงๆก็ติดเกรงใจคุณหมอนิดๆเหมือนกันนะเนี่ยที่มารบกวนขนาดนี้ แต่ถ้าคุณหมอยินดีจ่ายเขาก็โอเค..ฮะๆ

 

          หลังจากที่ซื้อของเสร็จผมก็เดินทางกลับบ้านทันทีโดยมีคุณหมออาสามาส่ง ระหว่างทางหมอยูคก็บอกผมว่าอย่าลืมดื่มนมร้อนที่ซื้อให้เพราะจะได้บำรุงครรภ์และทำให้หลับสบายซึ่งในจุดนี้ก็อยากจะบอกอีกครั้งว่าโคตรซึ้งในน้ำใจหมอจนไม่รู้จะซึ้งยังไงแล้ว ร้องไห้เลยดีมั้ย?




 

          “เลี้ยวซ้ายตรงนี้หรอคุณ?

          “ใช่ๆหมอ เลี้ยวเลยๆ”

 

          ทันทีที่เลี้ยวเข้ามาก็ปรากฏรถยนต์ที่ดูคุ้นตาจอดอยู่ พร้อมกับเงาตะคุ่มที่ยืนนิ่งอยู่ที่หน้าบ้านของแบมแบม จู่ๆคนที่เป็นเจ้าของบ้านก็เริ่มรู้สึกถึงลางร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นภายในเร็วๆนี้เอาเสียดื้อๆ

          เมื่อรถหรูของลูกเจ้าของโรงพยาบาลจอดเทียบฟุตปาธหน้าบ้านแล้ว ร่างสูงเจ้าของเงาตะคุ่มที่ว่าก็รีบเดินปรี่เข้ามาหาพวกเขาทันทีหลังจากที่เห็นว่าลงมาจากรถแล้ว บอกได้เลยว่า ไม่ผวาไม่ได้แล้ว!

 

          “แบม! ไปไหนมาห้ะ รู้บ้างมั้ยว่าพี่มารอเรานานแค่ไหน แล้วไอ้ผู้ชายคนนี้มันเป็นใคร!?

          “คือผมเป็นหม- อะ..โอ้ย โอ้ยๆๆ เจ็บนะคุณ!!

          “พี่จิน!! ใจเย็นก่อนครับ คือ..”

          “หยุดเลย เราอ่ะรีบเข้าบ้านไปก่อนเลยนะ นี่เห็นว่าค่ำแล้วเดี๋ยวพี่มาคุยด้วยพรุ่งนี้เตรียมตอบคำถามให้ดีแล้วกัน”

 

          จินตนาผู้หวงแบมแบมยิ่งชีพออกปากสั่งอย่างเด็ดขาด ก่อนจะหันไปถามอะไรสักอย่างกับคนที่ตัวเองยืนบิดหูเขาอยู่แล้วหยิบถุงขนมจากมือใหญ่ส่งให้คนตัวเล็กแล้วออกคำสั่งให้รีบกลับเข้าบ้านอีกครั้ง ซึ่งคนอย่างแบมก็มีหรือจะกล้าขัดพี่จิน รายนั้นนะถ้าโกรธขึ้นมานี่เรื่องใหญ่เลย เพราะงั้น No problem No risks

 

          “ส่วนคุณมานี่เลย มากับแบมได้ยังไงเนี่ย รู้บ้างมั้ยว่าน้องผมเขาเพิ่งเจออะไรมา คิดจะมาจีบเนี่ยจริงใจรึเปล่า หรือว่าจะมาหลอกเพราะเห็นแค่เจ้าแบมน่ารักกันแน่ ตอบ!!

          “โอ้ยๆ ตอบครับตอบ จะตอบทุกคำถามเลย แต่คุณช่วยปล่อยหูผมก่อนได้มั้ย”

          “ได้!!

 

 

 


          ทางด้านของมาร์คเองก็ซุ่มดูเหตุการณ์ดังกล่าวตั้งแต่ต้น อันที่จริงเขาแทบจะพุ่งตัวออกไปตั้งแต่เห็นรถที่หน้าตาไม่คุ้นมาจอดที่หน้าบ้านแบมแล้ว แต่ความคิดนั้นมันก็สิ้นสุดลงตรงที่จิน.. ไอ้บ้านั่นนิสัยโคตรน่ากลัว ทั้งที่เพิ่งรู้จักแบมแค่สองปีแท้ๆแต่หวงแฟนเขา เอ่อ.. แฟนเก่าเขาอย่างกับแม่ ทั้งที่แม่จริงๆยังไม่หวงแบมเท่านี้เลย นี่เป็นแค่รุ่นพี่ที่ทำงาน มีสิทธิ์อะไร

 

           แต่ถึงนั้นก็ต้องขอบคุณมันล่ะนะที่โผล่ออกไปถามคำถามที่เขาเองก็สงสัยกับไอ้หน้าอ่อนตัวสูงโย่งนั่น แถมยังไล่ให้แบมกลับเข้าบ้านไปด้วยถือว่า Good Job มากๆ และถึงจะอยากรู้แค่ไหนว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครทำไมถึงได้มาส่งแบมแบมที่บ้านได้ แต่โอกาสที่จะได้เข้าใกล้แบมแบบสองต่อสองไม่ได้มีกันง่ายๆ เพราะงั้นเขาจึงเลือกที่จะสละความอยากรู้แล้วมุ่งเป้าไปที่แบมแบมจะดีกว่า

 

          ไม่อยากพลาด..โอกาสที่จะได้อธิบายเรื่องราวทั้งหมดอีกแล้ว

 

          ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ สองปีที่แล้วเขาไม่ยอมให้อีกฝ่ายเมินเขาได้จนเวลาล่วงเลยมานานขนาดนี้หรอก เขาจะรีบบอกสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองทันทีแม้ตอนนั้นอีกคนจะเหนื่อยจนยังไม่พร้อมฟัง แม้จะยุ่งจนลืมวันครบรอบ แม้จะไม่ค่อยมีเวลาให้กันเลยก็ตาม เขาก็จะรีบบอก..

 

          ประตูบ้านขนาดกลางที่กำลังจะปิดลงถูกขัดด้วยรองเท้าราคาแพง ทำเอาคนที่อยู่ภายในตกใจจนเผลอปล่อยด้ามจับประตูออกจากมือ ซึ่งถือเป็นโอกาสดีสำหรับมาร์คที่รอจังหวะนี้อยู่แล้ว

          เขารีบแทรกตัวเองเข้าไปภายในบ้านทันทีก่อนจะล็อคกลอนจากภายในอย่างไม่รอให้จินและแบมทันได้รู้ตัว ยิ่งส่งผลให้คนตัวเล็กภายในบ้านตกใจเข้าไปใหญ่เมื่อรู้ว่าคนที่เพิ่งเข้ามาในบ้านตัวเองนั้นเป็นใคร

 

          “พี่มาร์ค!!

          “พี่มาตามที่พูดไว้ไง”

          “ไม่ต้องมาหัดทำตามสัญญาในตอนที่มันสายเกินไปหรอก แบมไม่รับแล้วก็ออกจากบ้านแบมไปเลยนะ”

 

          ไม่ว่าเปล่า เพราะแขนเล็กๆนั่นออกแรงผลักเข้าที่อกกว้างจนร่างสูงถึงกับเซถอยหลังอย่างเสียหลัก ก่อนผู้ที่เป็นฝ่ายประทุษร้ายจะเร่งฝีเท้าเพื่อเดินหนีคนรักเก่าไปทางอื่น

 

          “อย่าหนีนะ! อย่าเพิ่งเดินหนีนะ”

          “ไม่ใช่เรื่องอะไรที่แบมจะต้องฟังพี่”

          “แล้วเคยคิดจะฟังบ้างมั้ย..?

          “...”

          “เคยรู้บ้างรึเปล่าว่าช่วงสองปีหลังพี่เป็นอะไร?

          “...”

 

          ไม่รู้ทำไมเขาถึงต้องหยุดฟังน้ำเสียงที่แสนจะเจ็บปวดนั่นกับข้อความที่ออกมากับมัน มันคือความจริง.. ช่วงสองปีหลังมานี่ตั้งแต่จบจากมหาลัยเขาก็ยุ่งแต่กับงานจนแทบจะไม่มีเวลาส่วนตัว แถมตอนกลับจากทำงานก็เหนื่อยจนไม่ได้พูดคุยเรื่องสารทุกข์สุกดิบกับคนรักเลย สักประโยคก็ไม่..

 

          เคยคุ้นๆอยู่ว่าอีกคนเหมือนตั้งใจจะบอกอะไรบางอย่าง แต่เขากลับตวาดออกไปเพราะต้องการพักผ่อน

 

          แต่นั่นมันก็คนละเรื่องกับที่นอกใจกันมั้ยล่ะ? ...แถมเขายังเห็นกับตาถึงสองครั้ง

 

          “แต่มันก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่พี่นอกใจแบม”

          “เกี่ยวสิ เพราะงั้นถึงได้บอกไงว่าให้ฟังพี่บ้างได้มั้ย”

          “...”

          “ถึงจะไม่ยกโทษให้ แต่ขอโอกาสให้พี่ได้บอกในสิ่งที่แบมยังไม่ได้ฟังตั้งแต่เมื่อสองปีก่อนได้มั้ย?

          “ทำไม..”

          “แค่ครั้งนี้ก็ยังดี..”

 

          ร่างบางยืนเม้มปากแน่นทั้งที่ยังหันหลังให้อยู่ ไม่อยากต้องใจอ่อนถ้าหากว่าได้เห็นหน้าของอีกฝ่ายตอนนี้ แต่ถึงอย่างนั้นตัวเองก็ไม่ได้อยากจะเป็นคนใจร้ายนักหรอก ถ้าขอแค่โอกาสอธิบายละก็.. ยอมให้สักครั้งก็คงจะไม่เป็นไร

 

          “งั้นเข้ามาก่อนก็ได้..”

          “ขอบคุณนะ...”

 

          มาร์คไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองยิ้มกว้างแค่ไหน รู้แค่ตอนนี้..หัวใจเขาเต้นเร็วเหลือเกิน


[ 100% ]

#ทูนหัวของมาร์ค


@MTBBgot7Ahgase


หยุดค่ะ! หยุดนะ พระเอกเราคือพี่มาร์ค

ตอนหน้าเราจะมาดูเรื่องราวของพี่มาร์คกันนะคะ อิ่ๆ

เตรียมใจรออ่านกันไว้ด้วยล่ะ


Ps. เผลอแป๊บเดียวนี่จะสอบกลางภาคอีกแล้วค่ะ

ร้องไห้ได้มั้ย แต่ที่ร้ายกว่าคือเตรียมพรีเซ้นก่อนสอบ

โห้ยยย จารย์! แต่ไม่เป็นไรนะจะพยามอัพ

รักนะรีดเดอร์ทุกคน ตะรังเง


ขอบคุณที่(หลง)เข้ามาอ่าน และ Enjoy reading!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 180 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

73 ความคิดเห็น

  1. #66 Facebook12345 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:06

    รอฟังเช่นกัน

    #66
    1
  2. #48 Kamonnet223 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 12:08
    รอฟังงง
    #48
    1
  3. #47 WWaraporn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 09:52

    เรารอฟังเหตุผลของพี่มาร์คอยู่นะจ้า

    #47
    1
  4. #46 jhajasogood1A (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 05:50
    เกือบยื่นบทพระเอกให้ยูคแล้ว
    #46
    21
    • #46-1 Point_of_View(จากตอนที่ 3)
      26 ธันวาคม 2561 / 06:17
      ใจเย็นๆนะคุณวันเอ 55555 เราจะค่อยเป็นค่อยไปกัน
      #46-1
  5. #45 ลูกเป็ดสีชมพูววว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 20:37
    ถ้าจะบอกว่ามาอัปเร็วๆนะคะไรท์ก็กลัวไรท์จะรำคาญเอาป็นว่าเราจะรอไรท์เมตตามาอัปให้อ่านนะคะเป็นแนวที่เราชอบยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคะคุณไรท์
    #45
    1
    • #45-1 Point_of_View(จากตอนที่ 3)
      17 ธันวาคม 2561 / 21:06
      ก็ถ้าไม่เบื่อให้อัพก็จะรีบแต่งค่า เพราะอยากอ่านฟีดแบคมาก 555555
      #45-1
  6. #44 JKhottest0115 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 19:48
    โลกใบนี้มีความบังเอิญซ้อนอยู่ มันใกล้เพียงกระจกใสกั้น~~~ //เอ๊ะ?มโนมากเลยชั้นเนี้ย
    #44
    1
    • #44-1 Point_of_View(จากตอนที่ 3)
      17 ธันวาคม 2561 / 21:05
      หึ้ยยย ความบังเอิญคู่ไหนอ่ะ 5555
      #44-1
  7. #43 jhajasogood1A (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 09:14
    รออออออ
    #43
    1
    • #43-1 Point_of_View(จากตอนที่ 3)
      17 ธันวาคม 2561 / 10:04
      ทำดีมากค่าาา 5555
      #43-1
  8. #42 มิรา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 08:40

    -ูคทำดีมากเลย

    #42
    1
    • #42-1 Point_of_View(จากตอนที่ 3)
      17 ธันวาคม 2561 / 08:42
      ทำไมทุกคนจิ้น 55555
      #42-1
  9. #41 ชามะลิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 06:57
    ดีจัยที่กลับมาจ้า

    รอๆๆ
    #41
    1
  10. #39 Kamonnet223 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 02:22
    หมอน่ารักกก
    #39
    1
  11. #38 Jiberita (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 02:04
    หมอไปส่งบ้านด้วยจะเจอพี่มาร์คไหมเนี่ย
    #38
    1
  12. #37 VioletRockZtar (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 01:38
    น้อง น้องมากๆรูกกกก
    #37
    1
    • #37-1 Point_of_View(จากตอนที่ 3)
      17 ธันวาคม 2561 / 01:59
      55555 ตอนแต่งก็ตะโกนคำว่าน้องออกมาหลายรอบมากค่ะ
      #37-1
  13. #34 bam--- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 18:30
    รอน่าาา
    #34
    1
    • #34-1 Point_of_View(จากตอนที่ 3)
      14 ธันวาคม 2561 / 19:10
      ค้าบบบบ
      #34-1
  14. #33 moeypatchara (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 23:39
    สงสารมาร์คไม่ลงจริงๆอ่ะ เลวเกิน จนตอนนี้ที่ทำว่าคิดได้แล้ว เราก็ยังไม่รู้สึกสงสาร
    #33
    1
  15. #29 merit2497 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 23:57

    แบมแบมน่ารักมากกกก

    #29
    1
    • #29-1 Point_of_View(จากตอนที่ 3)
      28 พฤศจิกายน 2561 / 00:52
      ในความคิดแม่ๆคือน้องควรงอแงบ่อยๆ 55555
      #29-1
  16. #28 WWaraporn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 20:58

    ดีใจที่ไรท์กลับมา ถึงจะมาน้อยนิดแต่จะรอต่อไปนะค่ะไรท์

    #28
    1
    • #28-1 Point_of_View(จากตอนที่ 3)
      27 พฤศจิกายน 2561 / 22:40
      เรื่องนี้เรื่อยๆค่ะ วันไหนอารมณ์ดราม่ามานี่ เรื่องนี้ก็จะถูกแต่งทันทีค่ะ 55555
      #28-1
  17. #27 Spices_smile (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 20:54
    ไรท์ๆๆๆๆๆๆๆ ไรท์ต้องเเต่งให้น้องเเบมชอบคุณหมอเเล้วรักกันนะ เอาให้ไอ่คนนิสัยไม่ดีกระอักเลือดตายไปเลย!
    #27
    1
    • #27-1 Point_of_View(จากตอนที่ 3)
      27 พฤศจิกายน 2561 / 22:39

      ใจเย็นเย๊นนน ให้โอกาสอิพี่หน่อยค่า 5555 เดี๋ยวตอนหน้ามีเปิดใจพี่มาร์คนะเออ
      #27-1
  18. #26 Kamonnet223 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 19:32
    รอค่ะติดตามมากๆ
    #26
    1
    • #26-1 Point_of_View(จากตอนที่ 3)
      27 พฤศจิกายน 2561 / 20:26

      ขอบคุณมากๆเลยน๊าา ตะรังเง จุ๊บๆ
      #26-1
  19. #25 Kamonnet223 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 23:28
    ฮื่ออออออ
    #25
    1
    • #25-1 Point_of_View(จากตอนที่ 3)
      7 พฤศจิกายน 2561 / 01:43
      แงงงงง
      #25-1
  20. #24 WWaraporn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 23:20

    ดีใจอ่ะที่ไรท์กลับมาแล้ว

    #24
    1
    • #24-1 Point_of_View(จากตอนที่ 3)
      7 พฤศจิกายน 2561 / 01:43
      คิดถึงเค้าล่ะสิ 5555 จะเร่งแต่งเน้อ
      #24-1