Ever Loved ขอแก้ตัวนะทูนหัวของมาร์ค [MarkBam]

ตอนที่ 2 : Unit 1 : Ever 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,137
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 148 ครั้ง
    17 พ.ค. 62




The consequences of today are determined by the actions of the past.

ผลลัพธ์ที่ปรากฎในปัจจุบัน ถูกกำหนดจากการกระทำในอดีต




3 Month later…

             เหมือนชีวิตเป็นอิสระจากไอ้คนเฮงซวย ในอาทิตย์แรกผมร้องไห้เจียนตาย ความเจ็บปวดแทรกซึมอยู่ทุกอณูความรู้สึก แต่ตอนนี้ผมดีขึ้นมากแล้ว ไม่ได้รู้สึก... มากเท่าเมื่อก่อน 

             การไม่ได้เจอกันเลย มันก็เป็นอะไรที่ดีนะ.. ลืมง่ายขึ้น และเจ็บน้อยลง

             ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่กับแม่แล้ว ไม่อยากรู้สึกรบกวนท่านไปมากกว่านี้ แค่ให้แม่ช่วยปลอบตอนร้องไห้ ก็รู้สึกผิดจนเจ็บไปทั้งใจแล้วเนี่ย เพราะงั้นผมเลยใช้เงินเก็บที่มีไปซื้อบ้านอยู่เองดีกว่า

             ก่อนจะออกมา ผมก็ยื่นเงินเอาไว้ให้แม่ใช้สักก้อนอยู่แหละ แต่ท่านบอกให้เก็บไว้ดูแลตัวเองเถอะ ผมเลยต้องทำตาม
             เอาจริงๆชีวิตตอนนี้มันก็ดีกว่าแต่ก่อนนะ แต่มันจะดีกว่านี้ ถ้าหากว่า...

             “โอ๊กกกกก แหวะ! อ้วกก”

             ผมจะไม่ได้ป่วยมาสองวันแล้ว 

             มันแย่จริงๆนะ ขนาดพารายังเอาไม่อยู่เลย แถมต้องหยุดงานด้วยเพราะไปไม่ไหว จะว่าอาหารเป็นพิษก็ไม่น่าใช่..

             “แบมไหวมั้ย?”
             “ไม่น่าไหวอ่ะพี่จิน อ้วกมาสองวันแล้วเนี่ย แถมของโปรดก็แตะไม่ได้เลย”
             “ไปหาหมอเหอะพี่ว่า ปล่อยไว้มันไม่ดีนะ เป็นอะไรจะได้รักษาทัน”
             “ครับพี่ แบมก็ว่าจะไปอยู่เหมือนกัน หยุดเยอะเสียการเสียงานหมด ฮะๆ”

             ร่างบางว่าขณะที่ยังคงคลื่นไส้อยู่ พลางหยิบจับสิ่งของจำเป็นเข้ากระเป๋าโดยมีผู้ช่วยเป็นรุ่นพี่ร่วมสายงานหน้าหวานที่ชื่อ จิน คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง
 
             "พี่จินไปทำงานเถอะ เดี๋ยวจะหมดเวลาพักแล้วนะครับ"
             "แน่ใจนะ? ให้พี่ไปส่งเปล่า"
             "ไม่เป็นไรครับ แบมไปเองได้.."
       
             แม้จะพูดอย่างนั้น แต่คนอายุมากกว่าก็ยังคงมองเขาด้วยสายตาเป็นห่วงอยู่ดี เขาจึงย้ำเสียงหนักๆอีกครั้งเพื่อให้อีกฝ่ายได้มั่นใจ

             "..จริงๆน่าพี่จินน ไม่ต้องเป็นห่วงแบมหรอก แบมไปได้"
             "เฮ้ออ.. ได้ก็ได้ งั้นพี่ไปแล้วนะ ดูแลตัวเองดีๆ"
             "ครับ ขับรถดีๆนะพี่"
             "อื้ม"

             ว่าจบร่างขาวของจินก็เคลื่อนตัวออกจากบ้านของเขาไปก่อน ส่วนตัวเขานั้นก็กะว่าจะเตรียมของเพิ่มอีกนิดหน่อย หรือไม่อีกทีก็อาจจะต้องแวะเข้าห้องน้ำเพื่อไปอ้วกอีกสักรอบ 
             ...เวรกรรมของแบมแบมคนนี้จริงๆเล้ย


@Yuyo_Hospital 

              'ขอเชิญคุณกันพิมุก ภูวกุล ที่ห้องตรวจสองค่ะ'

              คนที่กำลังสะลึมสะลือในตอนแรกสะดุ้งนิดๆพลางยันตัวขึ้นเพื่อพาตัวเองไปยังห้องตรวจตามประกาศเรียกของพยาบาล
              เมื่อเข้ามาในห้องเขาก็พบเพียงเก้าอี้ที่ว่างเปล่า เขาเข้าผิดห้องหรือเปล่านะ? แต่ก่อนที่จะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ คุณหมอร่างสูงโปร่งในชุดกาวน์ขาวสะอาดก็เดินออกมาจากห้องเล็กๆที่คาดว่าน่าจะเป็นห้องน้ำ แล้วเอ่ยปากทักทายเขาอย่างเป็นกันเอง

              "สวัสดีครับคุณคนไข้วันนี้เป็นอะไรมาเอ่ย?"
              "เอ่อ ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ คือ.."

              แบมแบมไม่คุ้นเคยกับการรักษาที่เป็นกันเองแบบนี้ เขาเลยออกอาการประหม่าเล็กน้อย และเหมือนคุณหมอจะจับสังเกตอาการของคนไข้ได้ เขาจึงเปลี่ยนวิธีการเข้าหาใหม่

              "หมอชื่อยูคนะ"
              "ครับ? เอ่อ แบมแบมครับ"

              ใบหน้างามแสดงถึงอาการฉงนเล็กน้อย หมอบอกชื่อเขาทำไม? แต่ยังไม่ทันคิดอะไรต่อหมอยูคก็ป้อนคำถามให้เขาอีก

               "อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ?"
               "ยี่สิบสี่ครับ"
               "อื้ม เท่าหมอเลย งั้นเราเพื่อนกันเนาะ"
               "เดี๋ยวสิครับหมอ! ผมงงนะเนี่ย จู่ๆหมอก็บอกชื่อ แถมเป็นเพื่อนกันอีก คือผมมารักษานะครับ!"

               จู่ๆแบมแบมที่รู้สึกว่าเสียเวลาก็โพร่งคำตวาดใส่หมอยูคอย่างลืมตัวแถมพอพูดจบตัวเขาก็รู้สึกตกใจตัวเองพอสมควรที่ทำแบบนี้ทั้งที่ไม่ใช่นิสัย และนั่นก็ทำเอาหมอยูคเหวอไปเล็กน้อยก่อนจะกลับมาทำท่าทีสบายๆราวกับไม่มีอะไรเกิด 

               "ก็หมอเห็นคุณเกร็งอ่ะ หมอเลยเลยอยากทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายกว่านี้ แต่จะว่าไปคุณก็ดูผ่อนคลายขึ้นแล้วหนิ เราสนิทกันเร็วดีเนาะ เร็วจนคุณด่าหมอได้แล้วอ่ะ ฮ่าๆ"
   
               ผู้ถูกพาดพิงอย่างเขาได้แต่ส่งยิ้มเจื่อนๆกลับไปให้คนตรงหน้าพร้อมกับค่อยๆทรุดตัวลงนั่งตามเดิม 

               "ขะ ขอโทษครับ ผมคุมอารมณ์ตัวเองไม่ดะ...อุ้บ!"

               พูดยังไม่ทันจบ ร่างบางก็ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองไว้พร้อมวิ่งเข้าไปยังห้องที่หมอยูคเพิ่งออกมา 

               "โอ้กกกกกก" ขอบคุณสวรรค์ที่มันเป็นห้องน้ำจริงๆด้วย
               "ไหวมั้ยคุณ"

               ว่าแล้วคุณหมอรูปหล่อก็เข้ามาช่วยลูบหลังให้เขาอย่างไม่คิดรังเกียจ แน่สิ ก็เขาเป็นหมอหนิ
               ร่างบางหอบหายใจถี่ด้วยความเหนื่อยอ่อนจนคุณหมออย่างเขาต้องเข้ามาช่วยพยุงไปนั่งพักที่เตียง

               "งั้น ไหนๆก็ไหนๆละ หมอขอตรวจร่างกายเลยแล้วกัน"
               "ก็ดีครับ"

               คนอาการไม่ดีนั่งนิ่งให้หมอยูคเจาะเลือดพร้อมเบ้หน้าเล็กน้อยเมื่อรู้สึกเจ็บจี๊ดๆที่แขน หลังจากนั้นคุณหมอก็จับนั่นตรวจนี่ไปตามประสารวมถึงการตรวจฉี่ด้วย

               "คุณรอหมออยู่นี่นะครับ เดี๋ยวหมอมา"
               "ครับ ผมไม่ไปไหนหรอก"


               "อ่ะหมอยูค ได้ผลตรวจแล้วน้า คนไข้รอบนี้เป็นคุณแม่มือใหม่หรอจ๊ะ"
               "ขอบใจ เฮ้ย! เมื่อกี้ว่าไงนะ!"
               "คุณแม่มือใหม่ไง ตกใจอะไรอ่ะ"
               "บ้าแล้ว.."

               ว่าจบร่างสูงก็รีบก้าวฉับๆตรงไปยังห้องตรวจของตัวเองทันที ทิ้งให้เพื่อนร่วมงานยืนงงว่าเกิดอะไรขึ้น

               "คุณ แบมแบม.. คุณมีแฟนเป็นผู้ชายใช่มั้ย?"
               "เลิกแล้วครับ!!"
               "แสดงว่าใช่.. แล้วคุณได้ป้องกันมั้ยครับ"
               "ผม.. เป็นเอดส์หรอคุณหมอ?"

                ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่หายไปทันทีเมื่อได้ยินคำถามของหมอยูค เขายังไม่พร้อมตายนะเฮ้ย
                คนเป็นหมอนิ่งไปสักพัก ก่อนตอบด้วยอาการอึกอักเล็กน้อยพร้อมด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

                "เอ่อ.. ยะ ยินดีด้วยนะครับ คุณตั้งท้องได้สิบสัปดาห์แล้ว อย่าลืมไปฝากครรภ์นะครับ" คุณหมอว่าพลางส่งยิ้มเจื่อนๆให้เขา
                "ว่าไงนะครับ ได้ไง.."

                เมื่อได้รู้ผลตรวจก็ลมแทบใส่ มันน่าตกใจไม่ต่างจากคำว่าเอดส์เลย ต้องไม่ใช่แบบนี้สิ ก็เขาเป็นผู้ชาย.. มันน่าเจ็บใจนะที่เกิดมาเพศนี้แล้วยังท้องได้อีก 
                แต่ที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่า คือเขารู้ว่าใครเป็นพ่อของเด็กต่างหาก

                แบมแบมรับผลตรวจมาถือไว้ในมืออย่างหมดแรงพร้อมกล่าวลาคุณหมอทันที
                
                ร่างเล็กพาตัวเองขึ้นรถกลับบ้านโดยไม่สนใจแม้แต่จะรับโทรศัพท์จากรุ่นพี่คนสนิทอย่างจินตนา เพราะในหัวยังคงสับสนไปหมดว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อย่างไร



                ขาเรียวพาร่างระหงของแบมแบมเดินเข้าบ้านพร้อมทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง เขาพยายามคิดว่าเรื่องที่เพิ่งได้รับรู้มันไม่ใช่เรื่องจริง แต่ไม่ได้..เพราะผลตรวจที่เขาถืออยู่ในมือนั้น มันคอยย้ำเตือนว่า นี่คือเรื่องจริง

                "ทำไม ทำไมต้องเป็นพี่มาร์คด้วย ไม่ได้อยากจะเจ็บแล้วนะเว้ย.."

                แบมแบมพูดกับตัวเองด้วยเสียงอันแผ่วเบาพลางชันเข่าขึ้นกอดอย่างไร้ที่พึ่ง น้ำตาค่อยๆรื้นขึ้นมาเอ่อล้นดวงตากลมอย่างห้ามไม่อยู่ เขาเคยบอกตัวเองแล้วว่าจะไม่ร้องไห้ให้กับคนแบบนั้นอีก
 
                แต่ตอนนี้เขากำลังร้องไห้ให้กับคนแบบนั้นอยู่ 

                ร่างบางปล่อยน้ำตาให้ไหลออกอย่างไม่ปิดกั้น ไหล่มนสั่นไหวไปตามแรงสะอื้น แบมแบมซบหน้าลงบนหัวเข่าแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างน่าสงสารพลางพยายามกัดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นจนเจ็บไปหมด

                "ทำไมต้องมาเกิดเพราะคนนี้ด้วยนะ" 

                แบมแบมยังคงร้องไห้อยู่อย่างนั้นจนกระทั่งผล็อยหลับไปพร้อมเปลือกตาอันบวมเปล่ง 

                

                Rrrrrrrr

                "อ่า..เจ็บตาจัง ฮัลโหล ใครอ่ะ?"
                (ฮัลโหล อีแบมอยู่ไหน? ตี้กันมะ)
                "อ่า..."

                ร่างบางหยุดคิดพักหนึ่งว่าระหว่างสุขภาพของตัวเองและเจ้าวุ้นในท้องกับเยียวยาความเจ็บปวดที่เกิดจาก พ่อ ของเจ้าวุ้น เขาจะเลือกอะไรดี 
                ...และเขาก็เลือกได้

                "ที่ไหนอ่ะแจ เดี๋ยวไป"


@Public_Pub&Bar

                 ร่างบางพาตัวเองมายังสถานจำหน่ายของมึนเมาเพื่อป้อนเหล้าเข้าปากครั้งสุดท้ายก่อนจะไม่ได้กินอีกนานตามคำชวนเพื่อนสนิท 

                 "อีแบมเป็นไรวะ ซัดเอาๆไม่ดื่มด่ำบรรยากาศหน่อยไง๊?"
                 "ไม่มี 'รมณ์ว่ะ" ร่างบางตอบกลับด้วยเสียงสั่นเครือน้อยๆ ปกติก็อารมณ์แปรปรวนอยู่แล้ว แล้วตอนนี้ยิ่งมีแอลกอฮอล์เข้ามาเพิ่มยิ่งไปกันใหญ่ ทั้งสติ ทั้งอารมณ์ทั้งน้ำตาควบคุมอะไรไม่ได้สักอย่าง

                 "อ้าวเฮ้ย! ร้องไห้ทำไมแบม เป็นไรก็บอกกูดิ"
                 "ฮึกก..ก.กก แจ"

                 แขนเล็กคว้าเอาร่างนุ่มนิ่มของเพื่อนเข้ามากอดพร้อมทั้งปล่อยโฮออกมาอย่างเหลืออด และพยายามปลอบใจตัวเองว่ามันเป็นเพราะดื่มเข้าไปเยอะ ไม่ใช่เพราะเสียใจกับเรื่องอะไรสักหน่อย


                 “อีแบม..มึงจะเสียใจเรื่องอะไรกูก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่มึงอยากระบายมันออกมาให้กูฟังบ้างมั้ย? กูเพื่อนมึงนะมีไรก็คุยกันได้เปล่าวะ”

                 หลังจากที่รอเพื่อนปล่อยโฮออกมาอย่างเต็มที่เสร็จแล้ว แจ จึงได้เอ่ยถามเพื่อนออกไปด้วยความสงสัยที่มี เพราะเขาคิดไม่ตกจริงๆว่าอีกฝ่ายจะต้องมานั่งกลุ้มนั่งเสียใจเรื่องอะไร


                 การงานก็ดี สุขภาพก็ไม่ได้แย่ แฟนก็.. เลิกไปตั้งสามเดือนแล้วแมะ จะมากลุ้มอะไรอีกล่ะ!


                 “กูท้อง..”

                 “มึงท้องแบบ..ปวดท้อง?

                 “ไม่ใช่สิอีบ้า กูหมายถึงว่า กูท้อง กูตั้งท้องที่มีเด็กอยู่ในนั้นอ่ะ”

                 “...”


                 แจ่มแจ้งเลยอีเวร.. นี่กูคุมหน้าตัวเองให้ปกติไม่ถูกแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนกูเนี่ย?


                 แบมแบมมองแจที่กำลังทำหน้าแปลกๆพร้อมทั้งยกมือขึ้นมาปิดปากเพื่อสะกัดกั้นอินเนอร์ความตกใจที่มีอยู่เต็มเปี่ยมบนใบหน้าเอาไว้ อืม..เขาผ่านจุดนั้นมาแล้วล่ะ เมื่อเช้านี้เลย


                 "เชี้ยยย.. น้องแบมท้อง.. จะใช่เรื่องจริงเปล่าวะ? แต่ไม่ได้อ่ะ ถ้าแจ็ครู้มาร์คต้องรู้"  

                 แจ็คสันที่เพิ่งกลับจากเข้าห้องน้ำและกำลังจะแวะเข้าไปทักทายคนรักก็ดันมาได้ยินอะไรเด็ดๆพอดี แต่ที่พอดีกว่านั้นก็ดูเหมือนจะเป็นการที่ไอ้มาร์คแม่งก็มากินเหล้าอยู่ที่ผับนี้เหมือนกัน บังเอิญจริงๆไอ้ฉิบหาย

                 ถึงแฟนตัวเองจะเป็นเพื่อนกับน้องแบมและเกลียดไอ้มาร์คมากๆ แต่มีสิ่งหนึ่งที่แจควรจะรู้ไว้นั่นคือ เขาเองก็เป็นเพื่อนไอ้มาร์คเหมือนกันและแน่นอนว่าเพื่อนย่อมไม่มีความลับต่อกัน เหมือนแจกับน้องแบมนั่นแหละ
                 แต่ถ้าจะเรียกให้ถูกคือ เสือกคนเดียวรู้ทั้งกลุ่ม 

                 "เดี๋ยวหนูชงเหล้าเพิ่มให้นะคะ"
                 "เอาสิ" มาร์คพยักหน้าให้สาวนุ่งน้อยห่มน้อย ก่อนจะจ้องมองการกระทำเหล่านั้นด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เขาเลื่นโทรศัพท์ไปพลางระหว่างรอ และเพียงชั่วอึดใจแก้วเหล้าก็ถูกยื่นมาให้ตรงหน้า เขาที่กำลังยื่นมือไปเพื่อหวังจะหยิบแก้วเครื่องดื่มก็ต้องชะงักไปเมื่ออีกฝ่ายตกใจเสียงของเพื่อนสนิทที่จู่ๆก็พรวดพราดเข้ามาจนทำแก้วหลุดมือ

                 "ไอ้มาร์ค!!"
                 "ว้ายย!"
                 "เชี้ยแจ็ค! อะไรของมึงเนี่ย"
                 "น้องออกไปก่อนดิพี่มีเรื่องด่วนต้องคุยกับเพื่อน" มันไม่สนใจที่จะตอบคำถามของผมแต่กลับเอ่ยปากไล่ผู้หญิงคนนั้นออกไปแทน
                 "ค่ะๆ"

                 มาร์คมองตามร่างสวยที่วิ่งแจ้นออกไปข้างนอกนิดหน่อยก่อนจะหันกลับมามองหน้าเพื่อนตัวเอง

                 "มึงมีอะไร?"
                 "เมื่อกี้เว้ยเมื่อกี้ กูเห็นน้องแบมมาเที่ยวผับ"
                 "อึก.. แล้วมาบอกกูทำไมเค้าไม่ได้เป็นอะไรกับกูแล้วหนิ"

                 ร่างสูงยกแก้วเหล้าในมือกระดกใส่ปากราวกับไม่ยี่หร่า ทั้งที่ใจจริงก็แอบสนใจอยู่ไม่น้อย

                 "แต่กูไปได้ยินเรื่องที่ไม่น่าเชื่อจากน้องแบมเลยนะเว้ย"
                 "เรื่องไรวะ.."
                 "แหน่ะ อยากรู้ก็บอกกก"
                 "จะเล่าไม่เล่า?"
                 "เออๆ เล่าแล้วๆ เก็บตีนมึงกลับไปเลย"

                 ว่าจบแจ็คสันก็กลับมาตีหน้าจริงจังอีกครั้ง ทำให้มาร์คเผลอตีหน้าเครียดไปด้วย เพื่อนตัวเตี้ยของเขาต้องการจะบอกเรื่องอะไรกันแน่วะ ทำไมมันถึงได้ดูเคร่งเครียดขนาดนี้

                  "น้องแบมพูดว่า.."
                  "ว่า"
                  "น้องเค้าท้องว่ะ"
                  "... มึงแน่ใจนะ" 
                  "กูก็ไม่แน่ใจอ่ะ.."
                  "เอ้า ไอ้เตี้ยนี่ยังไง มึงจะแกล้งกู?" เสียงทุ้มเริ่มกดต่ำเพื่อเป็นการข่มขวัญคนฟังอย่างแจ็คสันให้เลิกเล่น
                  "ไม่ได้แกล้งเว้ย แต่แบบกูได้ยินน้องเค้าพูดออกมาจากปากเองเลยอ่ะ กูเลยคิดว่าอาจจะจริง"

                  มาร์คที่ยืดตัวขึ้นคล้ายจะหาเรื่องแจ็คสันก็ค่อยๆหงายหลังพิงโซฟาอีกครั้ง เพราะยังสรุปไม่ได้ว่าข่าวที่ไอ้แจ็คมันคาบมาบอกเนี่ยมีความจริงเท็จมากน้อยแค่ไหน

                 “แล้วสรุปมึงจะเอาไงอ่ะ?”
                 “กูจะไปถามแบมเอง มึงแค่บอกกูมาก็พอว่าเขาอยู่ห้องไหน”
                 “B02 แต่มึงห้ามบอกน้องแบมนะว่ากูบอกอ่ะ ไม่งั้นแจฆ่ากูตายแน่”
                 “เออ กูไม่โง่พูดหรอก เผอิญไม่ใช่มึง”

                 ว่าจบร่างสูงของมาร์คก็ลุกออกไปจากห้องทันทีเพื่อไปถามสิ่งที่สงสัย ปล่อยให้แจ็คสันนั่งงงต่อไปด้วยใจอยากเผือก

                “ไอ้มาร์คเมื่อกี้มึงว่ากูโง่หรอ ไอ้มาร์คค รอกูก่อนดิเฮ้ย”

                มาร์คพาร่างของตัวเองมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของเป้าหมายโดยที่ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น

                สามเดือนแล้วสินะที่เลิกกันมา.. แต่ทำไมเขากลับรู้สึกว่ามันเหมือนผ่านมาแค่เมื่อวาน ยังคิดถึงเหมือนเดิม

               แต่ตอนนี้ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตัวเองต้องรู้สึกประหม่าขนาดนี้ 

                “ไอ้เชี้ยมาร์ค แม่ง..อะไรของมึงเนี่ย ด่ากูเสร็จแล้วหนีมาทำตัวเป็นพระเอกเอ็มวีอะไรแถวนี้ห้ะ”
                “...” 

                 คำพูดจากเพื่อนร่างบึกไม่ได้ทำให้มาร์คหันไปสนใจเลยสักนิด ไอ้สันขวาน เห็นกูสำคัญเฉพาะตอนกูมีประโยชน์!

                 “แจ็ค..”
                 “ไรอีกอ่ะ”
                 “ช่วยพาแฟนมึงออกไปจากห้องก่อนดิ อยากคุยกับแบมสองต่อสองว่ะ”
                 “แหม พอจะใช้กูนี่ดึงดราม่าใส่เชียวนะ เพิ่งมองเห็นความสำคัญของกูรึไง”
                 “..ขอร้อง”

                 หูยยย ใจอ่อนยวบเลยกู ตั้งแต่คบกันมาเนี่ยไอ้มาร์คมันเคยขอร้องเขากี่ครั้งกันเชียว

                 “เออๆ เห็นแก่มึงนะเนี่ย แต่ถ้าจะให้ดี จัดทริปให้กูไปเที่ยวกับแจหน่อยก็ดีนะ”
                 “เร็วๆ..”
                 “เออออ โถ่ใจร้อนจังวุ้ย”

                 แกร๊ก

                 “แจจ๋า มานี่หน่อยสิ เฮียมีเรื่องจะคุยด้วยอ่ะ”
                 “เรื่องไรล่ะเฮีย ไม่เห็นหรอว่าแจคุยกับเพื่อนอยู่”
                 “น้องแบมช่วยพี่หน่อยสิ เรื่องนี้มันสำคัญจริงๆ”
                 “มึงไปเหอะ กูโอเค เดี๋ยวกินเหล้ารอ”
                 “เห้อ...ก็ได้ แต่อย่ากินเยอะนะเว้ยต้องดูแลตัวเองบ้างอย่าลืมดิว่ามึง..ไม่ค่อยสบายอยู่” 

                  ฮืมม.. เกือบไปแล้วแจเอ้ย ก็รู้อยู่ว่าเฮียมันเป็นคนยังไง ปากสว่างยิ่งกว่าพระอาทิตย์ นี่ถ้าเผลอพูดออกไปนะสงสัยคนได้รู้กันทั้งโลก

                 “น้องแบมป่วยหรอครับ หายไวๆน้าาา” พูดพร้อมส่งยิ้มบางๆให้อย่างเป็นมิตร

                 หึๆ  ตอแหลเก่งกว่ากูก็ดาราฮอลลีวูดแล้วล่ะ แนบเนียนสุดๆ แต่อย่ากระนั้นเลย รีบพาแจออกไปดีกว่า

                 "ไปเร็ววววว"
                 "คุยตรงนี้ไม่ได้?"
                 "ไม่ได้ๆ มันเสียงดัง"
                 "จ้าๆ ไปก็ไป"


                เมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวเตี้ยพาแฟนมันออกไปแล้ว เขาก็ไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปภายในห้องแล้วล็อคประตูทันที

                “เอาเหล้ามาเสิร์ฟแล้วหรอ? มาสิ” ร่างบางว่าหลังจากที่ได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามา ก่อนจะหยิบเงินขึ้นมายื่นให้ แต่...

                “พี่มาร์ค...”

                ดวงตากลมเบิกกว้างกับภาพตรงหน้า อาการเจ็บแปลบที่อกข้างซ้ายเริ่มกลับมามีบทบาทอีกครั้ง ทำไม.. ทั้งที่ใช้เวลารักษาเป็นเดือนๆแท้ๆ แต่แผลนั่นกลับมาฉีกเอาง่ายๆภายในหนึ่งนาทีที่เห็นเขาคนนั้น..

                “มาทำไม ไม่สิ..ที่นี่มันผับนี่เนาะคงมาหาคู่นอนล่ะสิ ผู้หญิงคนนั้นคงจะไม่ถึงใจพอเลยต้องเปลี่ยนว่างั้น?”
                “...” อยากจะเถียงแต่ไม่ทำดีกว่า ก็รู้อยู่ว่าน้องเป็นคนยังไงปล่อยให้เขาคิดเองต่อไปก็แล้วกัน

                มาร์คได้แต่ยืนนิ่งรับคำถามของอีกฝ่าย ไม่ได้ตั้งใจจะเมินนะ หากแต่ตอนนี้สมองเขาประมวลผลไม่ทันว่าท้ายที่สุดแล้ว เขาควรจะทำอย่างไรหรือพูดอะไรต่อกันแน่ สมองมันตื้อไปหมดตั้งแต่พบหน้าคนรักเก่า

                “ถ้าคิดจะเงียบอยู่อย่างนี้ก็ออกไป จะกินเหล้าต่อ เห็นหน้าพี่แล้วบรรยากาศมันเสีย มันทำให้เหล้าไม่อร่อยนะรู้ป่ะ” ร่างบางว่าพลางยกแก้วเหล้าขึ้นจรดริมฝีปาก.. 

                 “ท้องอยู่ไม่ใช่หรอ กินได้ไง”

                 มือที่ใช้ส่งของเหลวสีอำพันเข้าปากถึงกับหยุดชะงักกลางคัน เพียงเพราะคำพูดจากประโยคสั้นๆของอีกฝ่าย แต่ได้ใจความดีมาก

                 “พี่รู้ได้ไง..”

                 รู้ได้ไงงั้นหรอ..  แสดงว่าเป็นความจริงสินะ

                 “ไม่สำคัญหรอก เอาเป็นว่าพี่รู้ก็พอ ...ลูกของพี่ใช่มั้ย?”

                 ทั้งที่ตั้งใจแล้วว่าหากแบมแบมอยากจะเกลียดเขาจริงๆ เขาก็จะไม่ไปตามง้อให้อีกฝ่ายต้องเหนื่อยใจ แต่กับเรื่องนี้มันไม่ใช่ เขาไม่ยุ่งไม่ได้หรอก

                 "เอาอะไรมามั่นใจว่าเป็นลูกพี่?"

                 ใจเขากระตุกนิดหน่อยที่แบมแบมกล้าพูดแบบนั้น หากแต่ความจริงก็คือความจริงที่ว่าน้องน่ะไม่ใช่คนที่จะมีอะไรกับใครก็ได้

                 "แล้วทำไมจะไม่ใช่ ก็แบมมีพี่แค่คนเดียว"
   
                 หลังฟังประโยคที่คนรักเก่าพูดออกมาจบ ริมฝีปากอิ่มก็แสยะยิ้มออกมาพลางหลุบตามองต่ำ 
     
                 "คนเรามันเปลี่ยนกันได้.." ยกแก้วเหล้าขึ้นจิบนิดหน่อยก่อนจะพูดต่อ
                 "ยิ่งคนที่ช้ำใจหนักๆเนี่ย.. เอาได้กับทุกคนนั่นแหละพี่"

                 "..."
                 ไม่จริง.. ในหัวของเขามันบอกว่าไม่จริง แต่ปากมันกลับไม่ยอมพูดอะไรออกไปสักนิด น่าโมโหตัวเองชะมัด

                 "ไม่ใช่ลูกพี่หรอกน่า วางใจเถอะ"
                 "ท้องกี่เดือนแล้ว.."
                 "สองเดื.. สะ สองอาทิตย์!!"

                 แบมแบมไม่ใช่คนที่โกหกเก่ง ข้อนี้เขารู้ดี แต่ถึงกับโกหกกันเนี่ย..ไม่อยากให้เขาเป็นพ่อของเด็กสินะ.. แต่ไม่ได้หรอก ระยะห่างเวลากับเหตุการณืในวันนั้นยังไงครึ่งนึงของเด็กคนนี้ก็ต้องมาจากเขาอย่างแน่นอน ไม่มีทางผิดจากนี้ไปอย่างเด็ดขาดเลย

                 แต่ไม่เป็นไร ครั้งนี้เขาจะปล่อยไปก่อนก็ได้เพราะได้รู้ในสิ่งที่อยากรู้แล้ว แถมไม่อยากให้แบมแบมเครียดจนเกินไปด้วย

                 "ก็ถ้าแบมอยากให้มันเป็นแบบนั้น ก็ตามใจ.. แต่อีกสองวันเจอกันใหม่นะ"
                 "เจออะไร ไม่เจอทั้งนั้นอ่ะ แบมไม่เคยอยากเห็นหน้าพี่เลยสักครั้งรู้ไว้ด้วย!!"

                 แบมแบมตะโกนไล่หลังร่างที่กำลังเปิดประตูออกไปจากห้อง ด้วยน้ำเสียงที่ติดสั่นเครือนิดๆ เขาไม่ได้อยากให้อีกฝ่ายมายุ่งกับเขาและลูกสักหน่อย ไม่อยากให้กลับมาอีก ไม่เอาแล้ว..





                บัดซบ..

                ชีวิตของเขาตอนนี้จะเรียกว่าบัดซบก็คงไม่ผิดวันๆเอาแต่กินเหล้าเข้าผับเพียงเพราะอยากลืมความเจ็บปวดหลังถูกบอกเลิก บางครั้งถึงกับโดนผู้หญิงหน้าเดิมมอมเหล้าแล้วพาเข้าห้องแต่โชคดีหน่อยที่เขาหวังแค่เงิน ไม่งั้นเขาอาจจะมีลูกเพิ่ม... ต้องบอกอีกครั้งว่าโชคดีจริงๆ เห้อ... ยังจำได้นะ

ยังจำได้ว่าเคยมีชีวิตที่ดีกว่านี้...
                ...ตอนที่ยังมีแบมแบมอยู่ข้างๆ

                ผมเดินออกมาจากห้องของแบมแบมด้วยใบหน้าที่ดูเหมือนจะเป็นต่อ หากแต่นั่นเป็นเพียงหน้ากาก.. ไม่มีใครรู้หรอกว่าภายใต้ใบหน้าที่แสนจะมั่นใจ...มันต้องเก็บซ่อนอะไรเอาไว้บ้าง
                ร่างสูงเร่งสาวเท้าไปที่เคาน์เตอร์บาร์เพื่อจ่ายเงินและออกไปจากที่นี่ และวิธีที่เร็วที่สุดคือเขียนเช็คจ่ายไปเลย เขาไม่ได้สน.. ว่าราคามันจะเท่าไหร่ เขาเขียนเลขอะไรลงไปบ้างยังจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

                เขาแค่อยากออกไปจากตรงนี้..



                รู้ตัวอีกทีคือเขาขับรถพาตัวเองมาอยู่ที่จุดชมวิวริมแม่น้ำเสียแล้ว.. 

                บรรยากาศภายนอกช่างเงียบสงบ ไร้ซึ่งผู้คนพลุกผล่านในยามวิกาลเช่นนี้ มาร์คยังคงนั่งนิ่งในรถอยู่อย่างนั้น ไม่ได้ดับเครื่อง.. แต่ก็ไม่ได้จะไปไหนต่อ..  สับสนและมึนงงไปหมดว่าควรที่จะต้องทำอะไรต่อ

                "แบมท้อง.. กำลังจะได้เป็นพ่อคนแล้วนะเรา..."

                ร่างสูงนั่งพึมพำอยู่คนเดียวในรถคันใหญ่ ดวงตาคู่คมทอดมองออกไปยังแม่น้ำตรงหน้า หากแต่ในหัวกลับคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เอาจริงๆ.. เขาโคตรรู้สึกดีใจที่แบมแบมท้อง เพราะก่อนหน้านั้นเคยอยากจะง้ออีกฝ่ายแทบตาย แต่เขาก็ขี้ขลาดเกินกว่าจะหาข้ออ้างเพื่อเข้าไปคุยด้วยได้.. โคตรห่วย
                จนผ่านไปสามเดือน..ในที่สุด วันที่เขาได้กลับมาคุยกับแบมแบมอีกครั้งก็มาถึง และถึงแม้ว่ามันกลายบทสนทนาที่ไม่น่าจดจำสำหรับเราสองคน แต่มันก็ยังแฝงไปด้วยข่าวดีที่ทำให้เขาทั้งสุขและเศร้าในเวลาเดียวกัน..
 

                มือหนาเอื้อมไปกดเปิดเพลงให้มันคลอเบาๆภายในรถ ก่อนจะปรับเอนเบาะให้มันลงไปอยู่ในแนวระนาบ ความใสของมูนรูฟเผยให้เห็นท้องฟ้ากว้างยามค่ำคืนที่มีดวงดาวกระจายเกลื่อนแต่ไร้ซึ่งดวงจันทร์
                มาร์คเหม่อมองขึ้นไปบนนั้นอย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะหวนคิดไปถึงภาพของแบมแบมที่หันมาเห็นเขาครั้งแรกตั้งแต่เราเลิกกัน.. สายตาที่ดูวูบไหวและว่างเปล่าแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด พร้อมด้วยน้ำเสียงสั่นเครือกับของเหลวสีใสในหน่วยตา ภาพนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในความคิด..


                ...เจ็บ


                'แบมไม่เคยอยากเห็นหน้าพี่เลยสักครั้งรู้ไว้ด้วย!!'

                แบมต้องรู้สึกเจ็บมากแน่ๆ  แต่เขาก็เจ็บ.. เขาเจ็บที่ทำให้แบมเจ็ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายเดินจากเขาไปง่ายๆแบบนั้นหรอก เขาจะรั้งทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้เลย แค่เพราะตอนนั้นเขาไม่มีความพยายามมากพอที่จะอธิบายทุกอย่างแท้เชียว เรื่องมันถึงได้เลยเถิดมาได้ขนาดนี้

                "ฮึก.. โคตรคิดถึงเลย..."

                ใบหน้าหล่อที่บัดนี้ถูกวางทับด้วยท่อนแขนแกร่ง เพื่อปกปิดความอ่อนแอของตัวเองเอาไว้ ความเปียกชื้นที่ดวงตาก็ไหลหยดออกมาภายนอกอย่างไม่ยอมหยุดง่ายๆ ในขณะที่ปากก็พร่ำเอ่ยถ้อยคำบอกรักถึงคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้ ซ้ำๆ มาร์คปล่อยให้ตัวเองร้องไห้อยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆจนกระทั่งไม่มีน้ำตาจะไหล และเปลือกตาก็เจ็บระบมไปหมด ก่อนจะปรับเบาะนั่งกลับเข้าที่เดิมพร้อมทั้งดับเครื่องยนต์ 
                ร่างสูงเปิดประตูออกจากรถพลางมองไปรอบๆบริเวณ เมื่อก้มมองนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาตีหนึ่งกว่าๆ มาร์คจึงตัดสินใจล็อครถแล้วออกเดินไปเรื่อยๆ ไม่ได้เร่งรีบ.. ก็แค่เดินรับลมเท่านั้น ระหว่างเดินเล่นเขาก็ตัดสินใจได้แล้วว่า พรุ่งนี้เขาจะไปหาแบม เขาไม่ได้หวังว่าแบมจะยกโทษให้ ไม่ได้หวังว่าเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ที่ไปหาเพราะเขาอยากขอโอกาสที่จะได้ดูแลอีกฝ่ายกับลูกบ้าง แค่จนกว่าจะคลอดก็ยังดี..

                ถึงตอนนั้น ถ้าแบมไม่ต้องการให้ลูกเรียกเขาว่าพ่อ ..ก็ไม่เป็นไร แต่เขาก็คงยืนยันที่จะช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆอยู่ดี

                "มึงต้องทำได้ไอ้มาร์ค เลิกร้องไห้เป็นเด็กขี้แยสักที จะเป็นพ่อคนก็ต้องเข้มแข็งนะเว้ย"

[ 100% ]
 
#ทูนหัวของมาร์ค

@MTBBgot7Ahgase

1 เม้น 1 กำลังใจ


ขอบคุณที่(หลง)เข้ามอ่าน และ Enjoy reading!!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 148 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

73 ความคิดเห็น

  1. #65 Facebook12345 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:51

    น้ำตาไหลอะช่อบ

    #65
    1
  2. #53 kaespicy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 20:41

    เกลียดอีพี่มาร์ค น้องแบมไม่ต้องไปสนใจคนเลวๆแบบนั้นนะลูก ลูกเราเราเลี้ยงเองได้ ดีกว่ากลับไปอยู่กับผู้ชายมากรักแบบนั้นนะลูก เด๋วพี่ช่วยดูแลเอง. อิอิ อินไปหน่อย

    #53
    1
  3. #32 moeypatchara (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 23:36
    อยากเหยียบมาร์คให้จมดินอ่ะ โกรธ ถ้าคนมันมีจิตใจสำนึกได้จริง มันก็คงไม่ทำเลวเหมือนเดิมหรอก อย่ากลับมาหาแบมเลย
    #32
    1
  4. #31 มิรา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 19:54

    ตลกแร่ะมาร์ค

    #31
    1
  5. #23 merit2497 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 02:31

    การเป็นพ่อคนอ่ะ นอกจากจะเข้มแข็งแล้ว ก้อต้องเป็นคนดีด้วยนะ ทิ้งสันดานแย่ๆไปสะ แล้วไปตรวจโรคด้วย มั่วสะขนาดนั้นไม่รู้ว่าจะติดโรคมาหรือเปล่า รังเกียจแทนแบมจิงๆ

    #23
    1
  6. #22 beebee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 09:13

    3 เดือนที่เลิกกับแบมยังกกหญิงอื่น แล้วจะมาเสียใจทำไมก้อในเมื่อมี่ผ่านคงรักแบมไม่มากพอถึงหยุดที่แบมไม่ได้ เลว

    #22
    1
  7. #21 Kamonnet223 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 08:47
    รอค่าาา
    #21
    1
  8. #20 56096315 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 06:03
    สงสารทั้งคู่เลย//รีบมาต่อๆนะคะไทร์สู้ๆ
    #20
    1
    • #20-1 Point_of_View(จากตอนที่ 2)
      28 ตุลาคม 2561 / 08:15
      แงงงง อะเคค้าบ ทำไมตัวตื่นเช้าจังอ่ะ 555
      #20-1
  9. #18 Spices_smile (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 12:42
    หึ่ย!! ท้องอยู่ยังจะไปกินเหล้า!!! ดื้อ!!!!!
    #18
    1
  10. #17 WWaraporn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 12:32

    แบมแบมสู้ๆๆๆ น้าาาา..รีบกลับมาต่อนะค่ะไรท์รออออ

    #17
    1
  11. #16 fernlovepaint (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 11:55
    สงสารแบม
    #16
    1
  12. #15 Kamonnet223 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 09:34
    ฮื่อออออออรอออออออ
    #15
    1
  13. #14 KuenNun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 09:33
    ไม่รับเป็นพ่อของลูกโว้ยยยย ////จิกหัวแล้วจับกระแทกพื้น
    #14
    1
  14. #13 Spices_smile (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 23:00
    เเบมมมม ท้องน้องอยู่...อย่าไปนะ
    #13
    2
    • #13-1 Point_of_View(จากตอนที่ 2)
      23 กันยายน 2561 / 08:07
      พี่มัคกลับมาาาา
      #13-1
    • #13-2 Point_of_View(จากตอนที่ 2)
      23 กันยายน 2561 / 08:35
      น้องไปผับตะไม
      #13-2
  15. #12 bungbub (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 22:16
    รอๆ มาด่วนๆ
    #12
    1
    • #12-1 Point_of_View(จากตอนที่ 2)
      4 กันยายน 2561 / 01:06
      ใจร้อนนน 5555
      #12-1
  16. #11 KuenNun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 19:00
    สนใจรับหมอเป็นพ่อของลูกมั้ย
    #11
    1
  17. #10 poppy22pee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 11:21
    แบมท้อง
    #10
    1
    • #10-1 Point_of_View(จากตอนที่ 2)
      18 สิงหาคม 2561 / 19:32
      ตัยล้าวววว
      #10-1
  18. #8 alisa56785678 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 18:18
    ท้องแน่ๆ😈😈😈
    #8
    1
    • #8-1 Point_of_View(จากตอนที่ 2)
      12 สิงหาคม 2561 / 22:59
      แง่มๆ 5555
      #8-1
  19. #7 Spices_smile (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 08:42
    ต่อๆ~~
    #7
    1
  20. #6 KuenNun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 21:36
    ไม่นะ……
    #6
    1
    • #6-1 Point_of_View(จากตอนที่ 2)
      4 สิงหาคม 2561 / 21:49
      ไม่อัลไรง่ะ 5555
      #6-1